เสียงสะกดจิต
ผมรู้สึกปวดหัวมากเมื่อคืนเลยตัดสินใจมาหาหมอวันนี้เขาบอกว่าหมอที่นี่นอกจากจะราคาไม่แพงแล้วยังไม่ต้องต่อคิวนานด้วย
ผมนั่งบนเก้าอี้หนังในห้องที่ค่อนข้างมืด
เขาบอกให้ผมนั่งตรงนี้ แล้วก็ยืนอยู่ห่างออกไปสองสามก้าว ไม่ได้เข้ามาใกล้ตั้งแต่แรก
“หายใจช้า ๆ ก่อน”
ผมพยักหน้า แล้วหายใจตาม
“อีกที… ลึกกว่านี้”
ผมหายใจเข้ายาว ๆ อกพอง แล้วค่อย ๆ ปล่อยลมออก
“ดี”
เงียบไปครู่หนึ่ง ผมได้ยินแค่เสียงนาฬิกาแขวนผนังกับลมหายใจตัวเอง
“ไหล่คุณเริ่มหนักแล้วใช่ไหม”
ผมไม่ได้ตอบ แต่ไหล่ตกลงจริง ๆ โดยที่ผมไม่ได้สั่ง
“ไม่ต้องเกร็ง” เสียงเขานุ่มแต่ชัด “ปล่อยมันลงไปเรื่อย ๆ”
ผมลองเกร็งไหล่ดู แต่ยกไม่ขึ้นเต็มที่ เหมือนมีอะไรกดไว้เบา ๆ
ในหัวผมเริ่มคิดว่า… นี่มันเร็วไปไหม? หรือว่าผมง่วงอยู่ก่อนแล้ว?
“ตาคุณเริ่มอยากหลับ”
เปลือกตาสั่น ผมพยายามลืมให้กว้าง แต่ยิ่งพยายามยิ่งรู้สึกหนัก
“ไม่ต้องฝืน” เขาพูดต่อ “แค่ปล่อยให้มันปิดเอง”
ผมหลับตาลง
โลกมืดทันที เหลือแค่เสียงเขาที่ดังชัดขึ้นในความมืด
“ตอนนี้คุณไม่ต้องคิดอะไรเองก็ได้”
ประโยคนี้มันติดอยู่ในหัวผม
ไม่ต้องคิดอะไรเอง…
ผมรู้สึกว่าความคิดตัวเองช้าลงจริง ๆ เหมือนมีใครค่อย ๆ ดึงความเร็วออกไป
“มือคุณวางอยู่บนตัก… มันเริ่มอุ่นขึ้น”
ผมไม่ได้มอง แต่รู้สึกได้จริง นิ้วมือซ้ายอุ่นผิดปกติ
“อุ่นแล้วก็หนัก… มันไม่ค่อยอยากขยับแล้ว”
ผมลองขยับนิ้วชี้ดู นิดหนึ่ง… แต่ช้ามาก เหมือนใครมาจับไว้
หัวใจผมเริ่มเต้นแรงขึ้นนิดหน่อย แต่ร่างกายกลับนิ่งกว่าเดิม
“คุณกำลังฟังเสียงผมอยู่” เขากล่าวช้า ๆ “และยิ่งฟัง… คุณก็ยิ่งอยากฟังต่อ”
ผมไม่ได้เถียง
ในหัวมีเสียงตัวเองแวบขึ้นมาว่า “ทำไมผมถึงไม่ลืมตา?” แต่เสียงนั้นเบาลงเร็วมาก
“ตอนนี้ผมจะให้นิ้วคุณขยับตามที่ผมบอก”
เงียบไปสองวินาที
“นิ้วชี้มือขวา… ยกขึ้น”
นิ้วผมยกขึ้นจริง ๆ โดยที่ผมแทบไม่ได้ตั้งใจ
ผมตกใจนิดหน่อย แต่ความตกใจนั้นก็จางหายไปเร็ว
“ดี… วางลง”
นิ้ววางลง
“เห็นไหม” เสียงเขาเบาลงอีกนิด “ร่างกายคุณฟังผมได้ดีกว่าที่คุณคิด”
ผมกลืนน้ำลาย
ความร้อนเริ่มกระจายจากท้องน้อยลงไปข้างล่างโดยไม่มีเหตุผล ผมรู้ตัวว่าตัวเองเริ่มแข็ง แต่ยังขยับมือไปจับไม่ได้
“คุณรู้สึกมันใช่ไหม” เขาพูดต่อ “ตรงนั้น”
ผมไม่ได้ตอบ แต่ในหัวพยักหน้า
“ไม่ต้องทำอะไรกับมันตอนนี้… แค่รู้สึก”
ความเงียบยาวนานขึ้น ผมได้ยินเสียงเท้าเขาเคลื่อนเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด แต่ยังไม่แตะต้องผม
“ยืนขึ้น”
ผมลุกจากเก้าอี้
“เดินมาข้างหน้าอีกสองก้าว”
ผมเดิน
ตอนนี้เรายืนใกล้กันมาก ผมได้กลิ่นอะไรอ่อน ๆ จากตัวเขา แต่ยังหลับตาอยู่
“คุกเข่า”
เข่าผมแตะพื้น
ตอนนี้ผมคุกเข่าอยู่ตรงนั้น ยังใส่เสื้อกับกางเกงครบ แต่รู้สึกเปลือยมากกว่าตอนถอดผ้าเสียอีก
“ถอดเสื้อ”
มือผมพุ่งไปที่ชายเสื้อแล้วถอดออก ทิ้งลงพื้นข้าง ๆ
“กางเกง”
ผมถอดกางเกงและกางเกงในออกพร้อมกัน ตอนนี้ผมเปลือย คุกเข่า ควยแข็งจนชันขึ้นมาแตะท้อง
เงียบไปอีกพักใหญ่
ผมได้ยินเสียงเข็มขัดและซิป
“อ้าปาก”
ผมอ้า
บางอย่างร้อนและแข็งแตะริมฝีปาก แล้วค่อย ๆ ดันเข้ามา
ผมดูดโดยอัตโนมัติ ลิ้นขยับเอง น้ำลายไหล
ในหัวมีเสียงตัวเองอีกครั้ง… “ผมกำลังทำอะไรอยู่?” แต่เสียงนั้นแผ่วมาก เหมือนถูกดึงออกไปไกล
เขาดันลึกขึ้น มือจับผมผมเบา ๆ
ผมไม่ได้ดึงหัวถอย
“ดี”
หลังจากนั้นเขาถอนออก แล้วพูดสั้น ๆ
“หันหลัง… ก้ม”
ผมหัน มือวางบนพื้น ก้มตัว
นิ้วที่เปียกของเขาแตะตรงรูด้านหลัง วนช้า ๆ แล้วค่อย ๆ ดันเข้าไป
ความแน่นทำให้ผมหายใจสะดุด แต่ร่างกายไม่ดึงหนี
“ผ่อน”
นิ้วที่สองตามเข้ามา
แล้วเขาก็เอาของเขาดันเข้าแทน
ผมกัดฟัน ความตึงทำให้ขาอ่อน แต่คำสั่งในหัวยังยึดร่างไว้
เขาเริ่มเคลื่อนไหว
ช้าก่อน แล้วเร็วขึ้น
มือข้างหนึ่งจับสะโพกผม อีกข้างเอื้อมมาจับควยผมรูดเบา ๆ
“ยังไม่ต้องแตก”
ผมรู้สึกว่าตัวเองใกล้แล้ว แต่คำพูดนั้นหนักกว่าความอยาก ผมจึงกลั้นไว้ได้ทั้งที่ตัวสั่น
เขาทำแบบนั้นอยู่นาน
จนผมเริ่มคิดว่าตัวเองจะทนไม่ไหว
“แตกได้”
คำเดียว
ผมหลั่งทันที น้ำพุ่งออกมาเป็นพัก ๆ รูด้านหลังบีบตัวเขาแน่น เขาถอนหายใจสั้น ๆ แล้วปล่อยตามเข้าไปข้างใน
หลังจากนั้นเงียบอีกครั้ง
ผมยังก้มอยู่ ยังหายใจแรง
“ลุกขึ้นได้”
ผมลุก
“ลืมตา”
ผมลืมตา
ห้องยังมืดเหมือนเดิม เขายืนอยู่ห่างออกไปเล็กน้อย กำลังเก็บกางเกง
ผมยืนเปลือย น้ำยังไหลลงตามต้นขาด้านใน
เขาโยนผ้าขนหนูมาให้ผมอีกคน
“นั่งพักก่อนก็ได้”
ผมรับผ้า แล้วนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเดิม
ในหัวยังว่าง ๆ อยู่
แต่มีประโยคหนึ่งที่ยังวนซ้ำอยู่เงียบ ๆ
“ไม่ต้องคิดอะไรเองก็ได้”
จบ
ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ
หน้า:
[1]