เรื่องมันเริ่มมาจากที่ผมต้องเลี้ยงน้องแฝด 3 ep .1
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย NOOFONG เมื่อ 2026-8-26 11:03ปิดเทอมนี้ผมกำลังจะขึ้นปีสามแล้วครับ ชีวิตเด็กมหาลัยในกรุงเทพฯ โคตรจะอิสระ อยากทำอะไรก็ได้ทำ แสงสี เหล้า เบียร์ สาวๆ ... เออ นั่นแหละ ชีวิตที่ใครๆ ก็ใฝ่ฝันปะวะ
ลืมแนะนำตัวเลย ผมชื่อ เดียร์ ครับ คณะวิทย์กีฬา ดีกรีตัวเต็งนักกีฬาว่ายน้ำ หุ่นนี่ไม่ต้องพูดถึง ซิกแพกแน่นๆ ไหล่กว้างๆ เดินไปไหนใครก็เหลียว แต่ชีวิตดี๊ดีของผมกำลังจะพังพินาศ เพราะเพิ่งรู้ข่าวว่าไอ้พวกแฝดสาม ดันเสือกสอบติดมหาลัยเดียวกัน
ย้อนความไปสมัยเด็กก่อน แม่ผมกับแม่พวกมันซี้กันมากกกก ปิดเทอมทีไรแม่ชอบเอาผมไปโยนทิ้งไว้บ้านมันตลอด อ้างว่าให้ไปเป็น "พี่เลี้ยงน้อง" มึง... ห่างกันแค่สองปี เลี้ยงเหี้ยไรก่อน จะเรียกว่าไปเลี้ยงก็ไม่ใช่ เหมือนไปหาเพื่อนเล่นมากกว่า แต่พวกมันสามคนตัวเล็กๆ ขาวๆ หน้าตาจิ้มลิ้มตั้งแต่เด็ก เวลาอยู่ด้วยกันแม่งชอบมารุมเกาะแกะผมตลอด
ยังไม่ทันได้คิดอะไรต่อ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขัดจังหวะขึ้นมาซะก่อน พอก้มดูชื่อคนโทรเข้าก็เป็นไปตามคาด... แม่ผมเอง
“ฮัลโหลแม่”
“เออเดียร์ รู้แล้วใช่มั้ยว่าพวกโฟร์ โฟร์ท ฟิล์ม จะไปเรียนที่เดียวกับเราน่ะ”
“รู้แล้วครับ แล้วแม่มีอะไรปะเนี่ย”
“พอดียังหาหอให้น้องไม่ได้เลย แล้วคอนโดเดียร์ก็มีตั้งหลายห้อง ให้น้องไปอยู่ด้วยนะลูก”
ผมถึงกับเบะปากมองบน แม่งเอ้ย... เรียนมหาลัยเดียวกันไม่ว่า เสือกจะหอบผ้าหอบผ่อนมาสิงอยู่คอนโดเดียวกันอีก ไอ้พวกเวรเอ๊ย
“แม่ แต่เดียร์ต้องการความเป็นส่วนตัวไง ห้องมันก็ไม่ได้กว้างขนาดนั้นปะ” ผมรีบประท้วง
“ส่วนตงส่วนตัวอะไร วันๆ เห็นแต่เที่ยวหัวราน้ำแทบไม่กลับห้อง อย่านึกนะว่าแม่ไม่รู้! อาทิตย์หน้าพวกมันจะย้ายเข้าไป แค่นี้นะ!”
ตัดสายใส่กูเฉยเลยจ้า ประชาธิปไตยในบ้านไม่มีอยู่จริง ผมทิ้งตัวลงนอนแผ่บนโซฟา พลางนึกถึงหน้าไอ้แฝดสามตัวแสบ... หน้าตาจิ้มลิ้ม ตัวเล็กๆ ขาวๆ ตาใสซื่อแต่โคตรเจ้าเล่ห์ แค่คิดภาพว่าต้องมาใช้ชีวิตอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน นึกไม่ออกเลยว่าจะวุ่นวายฉิบหายวายป่วงขนาดไหน หรือจริงๆ แล้ว คนที่จะไม่รอด... อาจจะเป็นตัวกูเองเนี่ยแหละ!
แล้วหนึ่งอาทิตย์ก็ผ่านไปไวเหมือนโกหก ไวชนิดที่กูยังไม่ทันได้ทำใจรับชะตากรรมด้วยซ้ำ
กริ๊งงงง! ปังๆๆๆ!
เสียงกดกริ่งรัวยังกะไฟไหม้ ตามด้วยเสียงทุบประตูดังลั่นห้องจนผมที่เพิ่งตื่นนอนถึงกับสะดุ้งสุดตัว ผมเดินหัวฟัดหัวเหวี่ยงไปกระชากประตูเปิด สภาพคือใส่แค่กางเกงวอร์มตัวเดียว อวดแผงอกกับซิกแพกแน่นๆ ตามประสาคนเพิ่งลุกจากเตียง กะว่าจะเปิดไปด่าให้หูชา
แต่พอดึงประตูเปิดออกปุ๊บ ภาพตรงหน้าแม่งทำเอากลืนคำด่าลงคอแทบไม่ทัน
ไอ้แฝดสามยืนเรียงหน้าสลอนอยู่หน้าห้อง ข้าวของกระเป๋าเดินทางกองพะเนิน แต่ละตัวแม่ง... ยิ่งโตยิ่งขาวโอโม่ ตัวเล็กเอวบางกว่าที่คิดไว้เยอะมาก ผิวพรรณนุ่มนิ่ม เสื้อยืดโอเวอร์ไซส์ตัวโคร่งที่แทบจะคลุมมิดก้นนั่นอีก พลอยทำให้ดูตัวกระจิ๋วหลิวเข้าไปใหญ่
แต่สายตาที่พวกมันมองผมนี่ดิ... ไม่มีคำว่าเกรงกลัวพี่ชายคนนี้สักนิด
“โอ้โห... เปิดมาก็โชว์กล้ามแน่นๆ เลยนะพี่เดียร์” ไอ้โฟร์ แฝดคนโต กวาดสายตามองแผงอกผมตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาพราวระยับ มุมปากกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์
“ไม่เจอกันตั้งนาน ตัวโตขึ้นเยอะเลยนะเนี่ย... ทั้งตัว ทั้ง ‘อย่างอื่น’ เลยปะครับ?” ไอ้โฟร์ท แฝดคนรองขยับตัวก้าวเข้ามาประชิด เอียงคอยิ้มตาหยี แต่สายตานี่จ้องต่ำลงไปที่ขอบกางเกงผมแบบไม่คิดจะหลบ
ส่วน ไอ้ฟิล์ม แฝดคนเล็กสุดที่ดูเหมือนจะเรียบร้อยสุด แม่งกลับเดินแทรกตัวผ่านผมเข้ามาในห้องแบบหน้าตาเฉย ปลายจมูกรั้นๆ เชิดขึ้นนิดหน่อย ก่อนจะหันมาส่งสายตาเยิ้มๆ ปนท้าทาย
“ห้องพี่เดียร์หอมจัง... ต่อไปนี้พวกเราขอฝากตัวด้วยนะครับ”
ฉิบหายละ... กลิ่นความชิบหายลอยมาเตะจมูกเต็มๆ ไอ้ท่าทางเหมือนลูกแมวน้อยไร้เดียงสาแต่แอบปล่อยฟีโรโมนยั่วประสาทแบบนี้มันคืออะไรวะ? สัญชาตญาณสัตว์ป่าในตัวผมแม่งกระตุกเตือนทันทีเลยว่า หลังจากนี้ชีวิตเด็กมหาลัยสุดชิลของกู... ไม่ได้จบลงธรรมดาๆ แน่ แต่กูนี่แหละจะโดนไอ้เด็กแสบสามตัวนี้ปั่นหัวจนตบะแตกคาห้องเข้าสักวัน!
ผมสูดหายใจเข้าลึกๆ ดึงสติที่เกือบจะหลุดลอยกลับมา รีบเอื้อมมือไปคว้าเสื้อยืดพาดบ่ามาสวมลวกๆ ก่อนที่สายตาซุกซนของไอ้สามตัวนี้จะสแกนร่างผมไปมากกว่านี้
พวกมันสามคนลากกระเป๋าเข้ามานั่งเบียดกันบนโซฟาตัวยาว ผิวขาวๆ เนียนๆ ตัวเล็กกะทัดรัดนั่งเรียงกันสามก้อน ดูเผินๆ โคตรเหมือนกระต่ายน้อยไร้พิษสง แต่สายตาวิบวับที่มองตามทุกการเคลื่อนไหวของผมนี่สิ… แม่งจิ้งจอกจำศีลชัดๆ
ผมเดินไปยืนกอดอก ค้ำเอวตีหน้าขรึมอยู่ตรงหน้าพวกมัน ดึงโหมดนักกีฬาตัวเต็งสุดดุออกมาข่มขวัญเด็ก
“หยุดทำหน้าแบบนั้นเลยพวกมึง ฟังให้ดี” ผมกดเสียงต่ำ “ในเมื่อแม่กูกับแม่พวกมึงมัดมือชกให้มาอยู่ด้วยกัน ที่นี่ห้องกู เพราะฉะนั้นต้องมี กฎการอยู่ร่วมกัน ถ้าใครทำไม่ได้... เชิญลากกระเป๋าไปนอนข้างถนน”
ไอ้แฝดสามมองหน้ากันแล้วแอบยิ้มขำ แต่ก็พยักหน้ารับแบบว่าง่าย (ที่ดูไม่น่าไว้ใจสุดๆ)
“ข้อแรก ห้ามเดินเพ่นพ่านเข้าห้องนอนกูโดยไม่เคาะประตูเด็ดขาด ความเป็นส่วนตัวต้องมี”
“แล้วถ้าพวกเราอยากเข้าไปนอนกอดพี่เดียร์เหมือนตอนเด็กๆ อะครับ?” ไอ้โฟร์ท แฝดคนรองยกมือถามพลางเอียงคอทำตาใส แต่สายตาพราวระยับจนน่าหมั่นเขี้ยว
“ไม่ได้! มึงโตๆ กันแล้ว อย่ามาทำเนียน” ผมดักคอทันควัน ก่อนจะชี้หน้าเรียงตัว “ข้อสอง เสื้อผ้า... ช่วยใส่ให้มันมิดชิด อย่ามาเดินใส่เสื้อตัวใหญ่ตัวเดียว ขากางเกงสั้นจนแทบมองไม่เห็นเดินลอยชายไปมาในห้องนั่งเล่น กูไม่ชอบ”
“อ้าว... พวกเราชอบแต่งตัวสบายๆ อยู่ห้องนี่นา อยู่กับพี่เดียร์ต้องอายด้วยเหรอ?” ไอ้ฟิล์ม แฝดคนเล็กทำปากยื่น ขยับตัวดึงชายเสื้อยืดที่คลุมต้นขาขึ้นมานิดๆ อย่างจงใจ อวดเรียวขาขาวเนียนจนผมต้องรีบเบือนหน้าหนี
แม่งเอ๊ย... กวนตีนเก่งชิบหาย
“ไม่ต้องมาเถียง! และ ข้อสุดท้าย สำคัญสุด” ผมก้มตัวลงไปใกล้ๆ วางมือทาบกับพนักพิงโซฟา กักพวกมันทั้งสามคนไว้ในสายตา ข่มด้วยส่วนสูงและไซส์ตัวที่ต่างกันชัดเจน “อย่าคิดจะมาเล่นเกมปั่นประสาท หรือลองดีอะไรกับกูในห้องนี้ เพราะถ้ากูหมดความอดทนขึ้นมาเมื่อไหร่... กูไม่รับประกันความปลอดภัยของพวกมึงแน่ เข้าใจมั้ย?”
แทนที่พวกมันจะกลัว ไอ้โฟร์ แฝดคนโตกลับโน้มหน้าเข้ามาใกล้ผมจนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ประจำตัว ริมฝีปากบางสีชมพูคลี่ยิ้มหวานเคลือบยาพิษออกมาเบาๆ
“แล้วถ้าพวกเราตั้งใจ ‘ลองดี’ ให้พี่เดียร์หมดความอดทนล่ะครับ... พี่จะทำอะไรพวกเราเหรอ?”
จับเย็ดให้ร้องไม่ออกเลยไงสัส...
เสียงในหัวผมคำรามลั่น แต่ข้างนอกต้องเก๊กหน้านิ่งสุดชีวิต ทั้งที่ในใจนี่กระตุกวาบ เลือดลมตีขึ้นหน้าจนแทบจะคุมสีหน้าไม่อยู่ ไอ้เด็กเปรตเอ๊ย... ท้าทายอำนาจมืดเก่งชิบหาย ตัวแค่นี้แต่แววตานี่พกความร่านปนความซนมาเต็มพิกัด ถ้าไม่ติดว่าแม่พวกมันเป็นเพื่อนแม่นะ กูจะจับกดเรียงตัวสั่งสอนให้ลุกไม่ขึ้นเลยคอยดู
ผมกัดฟันกรอด ข่มอารมณ์ดิบที่กำลังพลุ่งพล่าน พลางยืดตัวขึ้นเต็มความสูงเพื่อดึงความได้เปรียบเรื่องไซส์ตัวกลับมา
“อย่ามาปากดีไอ้โฟร์” ผมหรี่ตามอง กดเสียงให้เย็นเยียบที่สุด “กฎก็คือกฎ ถ้าใครแหกกฎข้อไหน เตรียมตัวโดนลงโทษได้เลย กูไม่ใจดีเหมือนตอนเด็กๆ แน่”
“ลงโทษแบบไหนเหรอครับ?” ไอ้โฟร์ท แฝดคนรองไม่ยอมปล่อยให้จังหวะเงียบ รีบขยับเข้ามาเกาะแขนผมเบาๆ ปลายนิ้วเรียวขาวลูบผ่านท่อนแขนล่ำที่มีเส้นเลือดปูดโปนขึ้นมาอย่างจงใจ ช้อนตาแป๋วๆ มองผมแบบออดอ้อน “ตีตูดเหรอ... หรือว่ามีบทลงโทษสำหรับเด็กดื้อแบบอื่น?”
สัมผัสอุ่นๆ จากมือนุ่มนิ่มของมันทำเอาเส้นประสาทผมกระตุกยิบๆ
“อย่าเอามือมาจับ เสื้อผ้าเก็บเข้าตู้ให้หมด แยกย้ายไปจัดห้องตัวเองได้แล้วไป๊!” ผมรีบสะบัดแขนออกเบาๆ แล้วตัดบทเสียงเข้ม ไล่พวกมันสามตัวไปที่ห้องนอนแขก
“คร้าบบบ ดุจังเลยน้า พี่เลี้ยงคนเนี่ย~”
ไอ้ฟิล์ม แฝดคนเล็กลากเสียงหวานพลางหัวเราะคิกคัก ลุกขึ้นยืนแล้วบิดขี้เกียจ ชายเสื้อยืดเปิดขึ้นจนเห็นหน้าท้องแบนราบขาวเนียนแวบหนึ่ง ก่อนที่พวกมันทั้งสามจะพากันลากกระเป๋าเดินเข้าห้องไป ทิ้งให้ผมยืนกุมขมับอยู่กลางห้องรับแขก
เสียงหัวเราะคิกคักกับเสียงเจื้อยแจ้วดังเล็ดลอดออกมาจากห้องนอนแขกไม่หยุด ดูทรงพวกมันสามตัวคงกำลังตื่นเต้นกับห้องใหม่กันยกใหญ่ ส่วนผมที่เริ่มหิวจนไส้กิ่วก็ขี้เกียจจะไปสนใจ เดินตรงเข้าโซนครัว หยิบกระทะตั้งเตาทำอะไรง่ายๆ รองท้อง
เมนูสิ้นคิดของเด็กหอแต่กลิ่นเรียกร้องความสนใจสุดขีด... ไส้กรอกหนังกรอบชิ้นอวบๆ ทอดเนยกับไข่ดาว
พอน้ำมันเริ่มเดือด เสียงฉ่าๆ ดังขึ้นพร้อมกลิ่นเนยหอมฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วห้องนั่งเล่น ไม่ทันถึงสามนาที ประตูห้องนอนแขกก็เปิดผลัวะออกตามคาด กลิ่นล่อตาล่อใจทำเอาไอ้ลูกหมาสามตัวโผล่หน้าสลอนออกมาทันควัน
“หูยยย หอมมากกก พี่เดียร์ทำไรกินอะ”
ไอ้โฟร์ทเดินนำขบวนเข้ามาเกาะขอบเคาน์เตอร์ครัว ตาโตเป็นประกาย ก่อนที่ไอ้โฟร์กับไอ้ฟิล์มจะตามมาประกบซ้ายประกบขวาอย่างไว ยืนเบียดจนผมแทบขยับตัวพลิกไข่ดาวไม่ได้ กลิ่นสบู่เด็กผสมกลิ่นกายหอมอ่อนๆ จากตัวพวกมันลอยมาแตะจมูก ปั่นประสาทให้สมาธิหลุดอีกรอบ
“ถอยไปเกะกะ กูกำลังทำของกูคนเดียว อยากกินก็ไปทำเอง” ผมแกล้งดุ ปิดแก๊สแล้วตักไข่ดาวกับไส้กรอกร้อนๆ ใส่จาน
“โหยยย ใจร้ายอะ แบ่งพวกเราหน่อยไม่ได้เหรอครับ น้าาา...” ไอ้ฟิล์มทำตาแป๋ว เอียงหน้าซบลงกับต้นแขนผมเบาๆ ถูไถไปมาเหมือนลูกแมวอ้อนเจ้าของ “ท้องร้องจ๊อกๆ แล้วเนี่ย ขอกินไส้กรอกหน่อยยย”
“เออๆ รำคาญ แบ่งให้ชิ้นนึง พอใจยัง” ผมคีบไส้กรอกหนังกรอบชิ้นยาวอวบแน่นขึ้นมาหนึ่งชิ้น ยื่นให้ตรงหน้าพวกมัน หวังจะตัดรำคาญให้พวกมันถอยไป
แต่วิธีกินของพวกมัน... แม่งไม่ใช่การกินข้าวธรรมดาแล้วสัส!
ไอ้โฟร์เป็นคนแรกที่โน้มหน้าเข้ามารับ มันไม่ยอมใช้มือจับ แต่เลือกที่จะค่อยๆ อ้าปากสีชมพูฉ่ำ ยื่นปลายลิ้นสีแดงสดออกมาแตะที่ส่วนปลายของไส้กรอกร้อนๆ เลียวนช้าๆ ตั้งแต่หัวจรดโคนอย่างจงใจ แววตาช้อนขึ้นมองสบตากับผมแบบเยิ้มจัด เสียงแลบลิ้นเลียเคลือบน้ำมันดัง แผล็บ... เบาๆ แต่โคตรดังในประสาทการรับรู้ของผม
“อื้มมม... ทั้งใหญ่ ทั้งแน่น เต็มปากดีจัง” ไอ้โฟร์กระซิบเสียงพร่าหลังจากงับปลายไส้กรอกเข้าไปครึ่งชิ้นแล้วค่อยๆ รูดปากถอยออกมา
ยังไม่ทันที่ผมจะอ้าปากด่า ไอ้โฟร์ทก็ขยับหน้าเข้ามาประกบข้างๆ อ้าปากงับต่อจากส่วนที่พี่ชายมันเพิ่งปล่อย ริมฝีปากนุ่มนิ่มดูดดุนไส้กรอกชิ้นเดิมเสียงดัง จ๊วบ ตาฉ่ำน้ำช้อนมองเป้ากางเกงผมแวบหนึ่ง ก่อนจะเลียขอบปากตัวเองยั่วๆ
“อุ่นมากเลยพี่เดียร์... ถ้าเป็น ‘อันนั้น’ ของพี่เดียร์ จะอุ่นแล้วก็ใหญ่แบบนี้มั้ยอะครับ?”
“ไอ้พวกเวรนี่...!”
และปิดท้ายด้วยไอ้ฟิล์ม แฝดคนเล็กที่ดูเหมือนจะใสซื่อสุด แต่มันกลับยื่นหน้าเข้ามาใกล้มือผมที่ถือส้อมอยู่ แลบลิ้นเรียวเล็กเลียคราบซอสตรงโคนไส้กรอกจนเกลี้ยง ไล่มาจนถึงปลายนิ้วโป้งของผมที่จับส้อม มันอมปลายนิ้วผมเข้าไปเบาๆ แล้วดูดแรงๆ ทีหนึ่งจนเกิดเสียงลามก
“หวานจัง... อยาก ‘กิน’ อีกอะครับพี่เดียร์ กินทั้งอัน... ทั้งตัวเลยได้มั้ย?”
เหี้ยเอ๊ยยยยย!
ไส้กรอกในมือสั่นกริก เส้นเลือดตรงขมับผมปูดโปน เลือดลมในกายวิ่งพล่านลงไปรวมกันที่จุดกึ่งกลางลำตัวจนกางเกงวอร์มเริ่มคับแน่น ไอ้ภาพที่พวกมันผลัดกันเลีย ผลัดกันอม ดูดดุนของกินตรงหน้าด้วยสายตาเชิญชวนขนาดนั้น... ในหัวผมไม่ได้มองเป็นไส้กรอกแล้วเว้ย! แม่งกลายเป็นภาพท่อนเนื้อของผมเองที่กำลังโดนปากนุ่มๆ ของไอ้สามตัวนี้รุมทึ้ง รุมดูดจนแฉะไปหมด
ถ้าพวกมึงยังไม่หยุดเล่นบทลูกแมวหิวนมตอนนี้... สาบานเลยว่ากูจะไม่ทนใช้ส้อมป้อนแล้ว แต่กูจะเอา ‘ของจริง’ ยัดปากพวกมึงให้สำลักจนร้องขอชีวิตแน่!
“เหี้ยไรของพวกมึงเนี่ย! แดกดีๆ ไม่เป็นรึไงวะ”
พวกแฝดสามเห็นผมโวยวายก็ไม่ได้กลัวสักนิด กลับยืนกอดอกส่งยิ้มหวานเจี๊ยบ แววตานี่พราวระยับแถมยังแอบหลุบตามองลงมาที่เป้ากางเกงผมอย่างจงใจ
“อ้าว... พี่เดียร์จะโกรธทำไมอะครับ พวกเราก็แค่หิวเฉยๆ เอง” ไอ้โฟร์ททำหน้าตาใสซื่อ แกล้งเอียงคอถาม
“นั่นสิครับ” ไอ้โฟร์เสริมทัพ มุมปากยกยิ้มร้ายกาจ
“หุบปากไปเลยพวกมึง! แดกๆ กันเข้าไปให้หมดเลยนะ กะ...กูจะไปขี้!”
ผมรีบตัดบทเสียงหลง มือข้างหนึ่งเอื้อมไปดึงชายเสื้อยืดลงมาปิดเป้ากางเกงที่นูนเด่น อีกมือก็รีบกุมท้องทำเนียน แกล้งทำท่าปวดท้องแล้วเดินก้มหลังกึ่งวิ่งแจ้นตรงดิ่งไปที่ห้องน้ำอย่างไว ท่ามกลางเสียงหัวเราะคิกคักสะใจของไอ้เด็กแสบสามตัวที่ดังไล่หลังมา
ปัง! แกร๊ก!
ผมปิดประตูกระแทกกลอนล็อคห้องน้ำเสียงดังสนั่น ก่อนจะยืนพิงหลังกับบานประตู หอบหายใจแฮ่กๆ พลางก้มมองสภาพท่อนล่างของตัวเองที่แข็งขันชูชันจนกางเกงแทบปริ
“เชี่ยเอ๊ย... ทนไม่ไหวแล้วว่ะ”
ผมสบถออกมาก่อนจะปลดขอบกางเกงวอร์มรูดลงไปกองที่เข่า ควักเอาท่อนเนื้อร้อนผ่าวขนาดใหญ่โตตามมาตรฐานนักกีฬาออกมา มันขยายตัวจนตึงเปรี๊ยะ เส้นเลือดปูดโปนชัดเจน ปลายยอดเยิ้มไปด้วยน้ำใสๆ ชูชันรอการปลดปล่อย
มือหนาของผมเอื้อมไปกุมท่อนเอ็นอวบแน่นไว้เต็มอุ้งมือ แล้วเริ่มขยับรูดขึ้นลงช้าๆ
แจ๊ะ... แจ๊ะ…
เสียงเสียดสีลามกเริ่มดังสะท้อนก้องในห้องน้ำแคบๆ จังหวะการสาวมือค่อยๆ เร่งเร็วและหนักหน่วงขึ้นตามแรงอารมณ์ที่พุ่งสูงปรี๊ด ในหัวผมตอนนั้นไม่ได้จินตนาการถึงดาราเอวีหน้าไหนทั้งนั้น แม่งมีแต่ภาพไอ้แฝดสามตัวแสบ... ภาพไอ้โฟร์ที่ช้อนตาเยิ้มๆ มองผม ภาพไอ้โฟร์ทที่ดูดดุนอย่างยั่วประสาท และภาพไอ้ฟิล์มที่เลียปลายนิ้วผมอย่างหิวกระหาย
ถ้าตรงนี้ไม่ใช่ฝ่ามือหยาบๆ ของกูเอง แต่เป็นโพรงปากอุ่นๆ นุ่มๆ หรือช่องทางคับแน่นของพวกมันสามตัว... มันจะรู้สึกดีจนแทบคลั่งขนาดไหนวะ
“ซี๊ดดด... ไอ้เด็กเวรเอ๊ย...”
ผมแหงนหน้าพิงบานประตู กัดฟันครางต่ำในลำคอด้วยความเสียวซ่าน เม็ดเหงื่อผุดพรายตามกรอบหน้าคมและแผงอกล่ำ สะโพกสอบเริ่มเด้งสวนจังหวะการชักรูดอย่างบ้าคลั่ง มือขยับซอยยี่ถี่รัวจนเกิดเสียงหยาบโลนดังลั่นไปหมด ร่างกายร้อนผ่าวเหมือนโดนไฟสุม อารมณ์ดิบเถื่อนฉุดรั้งให้ผมขยับมือเร็วขึ้น... เร็วขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงขีดสุด
“อ๊า... สัสเอ๊ย!”
ผมกระตุกเกร็งตัวอย่างแรง ร่างกายสั่นสะท้านไปทั้งตัว ก่อนที่สายธารสีขาวขุ่นอุ่นจัดจะพุ่งกระฉูดออกมาเปรอะเปื้อนกระเบื้องผนังห้องน้ำและหน้าท้องตัวเองระลอกแล้วระลอกเล่า ปลดปล่อยความอัดอั้นที่สะสมอยู่ออกมาจนหมดหยดสุดท้าย
ผมยืนหอบหายใจโยนตัว แผงอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างเหนื่อยอ่อน ปล่อยมือออกจากแกนกายที่ค่อยๆ อ่อนตัวลง ยืนนิ่งอยู่นานสองนานกว่าลมหายใจจะกลับมาเป็นปกติ
หลังจากยืนพักจนสติเริ่มกลับเข้าร่าง ผมก็รีบเปิดฝักบัวล้างคราบเหนียวเหนอะหนะบนตัวและทำความสะอาดพื้นห้องน้ำจนเกลี้ยง จัดแจงใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อย ส่องกระจกเช็กสภาพตัวเองอีกรอบจนแน่ใจว่าไม่มีพิรุธ ก่อนจะค่อยๆ ปลดกลอนประตูแล้วก้าวขาเดินออกมา
กะว่าจะเดินออกไปเนียนๆ ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่พอพ้นประตูห้องน้ำมาได้แค่ก้าวเดียว... สภาพที่เห็นตรงหน้าก็ทำเอาผมแทบจะมุดหัวกลับเข้าห้องน้ำอีกรอบ!
ภาพตรงหน้าคือไอ้แฝดสามตัวแสบไม่ได้ไปไหนไกลเลย พวกมันยืนกอดอกพิงกำแพงฝั่งตรงข้ามห้องน้ำเรียงแถวหน้ากระดานหน้าสลอน ทันทีที่ผมก้าวขาออกมา ทั้งสามคู่สายตาก็พร้อมใจกันตวัดมองมาที่ผมเป็นจุดเดียว
แววตาของแต่ละตัวคือโคตรจะรู้ทัน ยิ้มกรุ้มกริ่มแบบมีเลศนัยจนน่าโบกให้หัวทิ่ม
“แหม... เข้าไปนานจังเลยนะครับพี่เดียร์ เกือบครึ่งชั่วโมงแน่ะ” ไอ้โฟร์ทเปิดประเด็นก่อนคนแรก รอยยิ้มหวานเยิ้มแต่แฝงความกวนตีนเต็มพิกัด
“นั่นสิ เข้าไปทำธุระหรือเข้าไปออกกำลังกายมาเหรอครับ เหงื่อซึมตามไรผมเต็มเลย แถมหน้ายังแดงแจ๋ขนาดนี้” ไอ้โฟร์ แฝดคนโตก้าวเท้าเข้ามาใกล้ ยื่นหน้าเข้ามาสูดกลิ่นฟุดฟิด “แล้วกลิ่นสบู่ข้างในนี่หอมฟุ้งเชียว... มีกลิ่น ‘คาวๆ’ แปลกๆ ผสมอยู่ด้วยรึเปล่านะ?”
“พะ...พวกมึงมายืนดักหน้าห้องน้ำทำเหี้ยไรเนี่ย!”
ผมตีหน้าขรึมโวยวายกลบเกลื่อนทันที ทั้งที่ข้างในใจนี่ร่วงไปอยู่ตาตุ่ม เสื้อผ้าก็ใส่ครบแล้วนี่หว่า มันจะไปเห็นอะไรได้วะ แต่สายตาจับผิดของพวกมันทำเอาผมรู้สึกเหมือนโดนจับแก้ผ้าประจานยังไงชอบกล
“พวกเราก็เป็นห่วงพี่เดียร์ไงครับ กลัวว่าจะ ‘อึดอัด’ จนทนไม่ไหว” ไอ้ฟิล์ม แฝดคนเล็กสุดที่ดูเหมือนจะใสซื่อ เดินนวยนาดเข้ามายืนประชิดฝั่งขวา ปลายนิ้วเรียวสวยเอื้อมมาแตะที่หน้าอกผมเบาๆ ก่อนจะลากไล้ผ่านเนื้อผ้าลงไปช้าๆ “เมื่อกี้ตอนยืนรอ... พวกเราได้ยินเสียงหอบหายใจดัง แฮ่กๆ ออกมาจากข้างในด้วยนะ พี่เดียร์ทรมานมากมั้ยครับ?”
เชี่ยเอ๊ย... ห้องน้ำไม่เก็บเสียงเหรอวะ!
ผมยืนตัวแข็งทื่อ ลำคอแห้งผาก เลือดลมที่เพิ่งจะสงบลงไปดันเริ่มตั้งท่าจะตีกลับขึ้นมาใหม่อีกรอบ ยิ่งพวกมันสามตัวขยับเข้ามาล้อมหน้าล้อมหลัง กลิ่นตัวหอมๆ ฟุ้งประกบตัวผมไว้ ก้อนเนื้อในอกซ้ายแม่งเต้นระรัวจนแทบจะทะลุออกมา
“ได้ยินเหี้ยไรของพวกมึง เพ้อเจ้อ! ถอยออกไปเลยเกะกะ” ผมพยายามเบี่ยงตัวหนี แต่ไอ้โฟร์ดันยกแขนขึ้นยันกำแพงดักทางไว้ ส่วนไอ้โฟร์ทก็ขยับมาซ้อนหลังผมติดๆ จนแผ่นหลังผมสัมผัสได้ถึงความนุ่มนิ่มของหน้าอกมัน
“ปากแข็งจังเลยน้า...” ไอ้โฟร์กระซิบข้างหู ลมหายใจอุ่นๆ รดต้นคอผมจนขนลุกซู่ “คราวหน้าถ้า ‘อยาก’ อีก ไม่เห็นต้องแอบเข้าไปทำคนเดียวให้เมื่อยมือเลยนี่ครับ”
“...”
“พวกเราสามคน... พร้อมบริการให้พี่เดียร์ถึงเตียงเลยนะ” ไอ้โฟร์ทที่ยืนซ้อนหลังอยู่ชะโงกหน้ามาเกยคางไว้บนไหล่ผม ส่งเสียงกระเส่าชวนใจสั่น
“หรือจะตรงระเบียงดีล่ะครับ? รับลมเย็นๆ เปลี่ยนบรรยากาศ” ไอ้โฟร์เสริม
“แต่ฟิล์มว่า... ในห้องน้ำเปียกๆ ลื่นๆ เมื่อกี้ ก็ไม่เลวนะครับพี่เดียร์” ไอ้ฟิล์มปิดท้ายด้วยรอยยิ้มหวานเยิ้ม ปลายนิ้วเรียวแกล้งเขี่ยตรงขอบกางเกงผมเบาๆ อย่างจงใจ
ไอ้พวกนี้นี่มันไม่รู้ซะแล้วว่ากำลังเล่นกับอะไรอยู่ คิดว่ากูเป็นพระอิฐพระปูนรึไงวะ ถึงจะทนให้พวกมันมายืนลูบ ยืนคลำ ยั่วเย้าประสาทอยู่ฝ่ายเดียวได้
“พวกมึงนี่มัน...
------------------------------------------
แนวเยเย้ มารุโกะ ไม่เน้นสาระ เน้นเยอย่างเดียว 55+
ต่อ ep.2 จิ้มมม
โอ้โห โคตรสนุกเลยครับ ชอบมาก ขอบคุณครับ aistop ตอบกลับเมื่อ 2026-8-25 16:31
โอ้โห โคตรสนุกเลยครับ ชอบมาก ขอบคุณครับ
ขอบคุณค้าบบ สนุกมากครับ เสววว พี่เดียร์โดนเด็กแฝด3 รุมดูดแน่ เอาสักคนละ2น้ำ ก้ดีนะ พี่เดียร์จะได้สบายตัว :lol Suaysuayka ตอบกลับเมื่อ 2026-8-25 18:22
เสววว พี่เดียร์โดนเด็กแฝด3 รุมดูดแน่ เอาสักคนละ2น้ำ ก้ดีนะ พี่เดียร์จะได้สบายตัว
555 โดนแน่ มาต่อเลย ❤️❤️เป็นกำลังใจให้มีผลงานมาให้อ่านอีกครับ เลโกชิ ตอบกลับเมื่อ 2026-8-25 19:26
มาต่อเลย ❤️❤️เป็นกำลังใจให้มีผลงานมาให้อ่านอีกครับ
ขอบคุณค้าบ ใจฟูมาก พรุ่งนี้อัพให้อีก ขอบคุณครับ มันส์ ..หยดติ๋งเลย ขอบคุณ ชอบครับ อยากมีน้องๆแนวนี้มาออดอ้อนบ้างจัง ติดตามครับ ไม่น่ารอดเกินวัน สนุก เจอแพ็ค 3 อย่างนี้ ก็ห้ามใจไม่ไหวเหมือนกัน 3 รุม 1 เลยนะ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ{:5_120:}{:5_120:}{:5_120:} ขอบคุณมากครับ{:5_122:}
หน้า:
[1]
2