อสังหาป่าเดียวกัน ตอนที่ 1 (15 08 69 )
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย กอทอฒอ เมื่อ 2026-8-24 12:03{:7_361:}กระเทยเฒ่าเล่าเรื่องเสียว{:7_361:}{:7_363:}คิดถึง...ขออนุญาตกลับมางานเขียนอีกรอบนะค่ะ{:7_363:}หลักจากที่ไม่ประสบผลสำเร็จจากรอบก่อนที่เขียนไปเขียนมา...สมองตันเสยเลย
เขียนไม่ออกต้องกลับไปฝึกฝนใหม่ ขอบคุณที่ยังเป็นกำลังใจและสนับสนุนกันจนถึงทุกวันนี้นะค่ะ{:7_362:}อสังหาป่าเดียวกัน{:7_362:}https://www.g4guys.com/data/attachment/album/202608/14/215232ol35oiixrrv5ro5g.jpg
{:7_361:}ตอนที่ 1 ศิวะลึงค์ต้อนรับ{:7_361:}
.............."ผมถึงตัวอำเภอแล้วครับลุง คาดว่าไม่เกินสามสิบนาทีถึงหน้างาน"
ปรีชาเอ่ยเสียงเรียบทุ้มผ่านระบบบลูทูธที่เชื่อมต่อกับสมาร์ตโฟนภายในรถยนต์ Honda CR-V สีขาวมุกคันงาม สภาพภายนอกใหม่เอี่ยมสะอาดสะอ้านด้วยดีไซน์ท็อปสุดของรุ่น ตกแต่งเสริมสเกิร์ตเรียบหรู กระจกฟิล์มเซรามิกสีดำเข้มซุบเปอร์พรีเมียม
บดบังห้องโดยสารภายในไว้เป็นส่วนตัวอย่างมิดชิด ภายในเบาะหนังแท้สี charcoal Dashboard คอนโซลหน้าแต่งลายไม้สีเข้มดุดัน ละอองความเย็นจากระบบปรับอากาศอัตโนมัติผสมกลิ่นหอมอบอุ่นของน้ำหอม
สกัดจากไม้ซีดาร์ ช่วยปลอบประโลมความตึงเครียดของคนที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยหนังแท้เย็บด้ายแดงทิเบต
"ครับๆ คุณปรีชา ผมรอที่หน้างานแล้วครับ กำลังประเมินพื้นที่คร่าวๆ ขับรถปลอดภัยนะครับ"
สัญญาณโทรศัพท์ถูตัดไป ทิ้งไว้เพียงเสียงเพลงแจ๊สนุ่มนวลที่เปิดคลอเบาๆ ประโลมใจปวดร้าว ที่ผิดหวังหมดไฟจากเมืองใหญ่
ปรีชาชะลอความเร็วเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบฉายแววครุ่นคิดเสียงยังดังก้องในหู... แปลกเหลือเกิน ทั้งที่เพิ่งเคยคุยกันเป็นครั้งแรก
แต่กระแสเสียงแหบพร่าช่างอบอุ่น จริงใจ และมีความอาทรผูกพันแท้ๆ จากช่างรับเหมาแก่ๆ ในท้องถิ่น แต่มันกลับทำให้หัวใจที่อ่อนแรง
เหน็บหนาวและที่เคยด้านชามานาน ตอนนี้ใจของเขารู้สึกอบอุ่นอย่างน่าประหลาด
รถซีอาร์วีสีขาวมุกเคลื่อนผ่านเส้นทางลาดยางมะตอยสีดำที่ทอดตัวยาวลัดเลาะเข้าสู่เขตชนบท สองข้างทางคือภาพชีวิตจริงที่ดิ้นรนต่อสู้อย่างไร้การเสแสร้ง... ทุ่งนาเขียวขจีสุดลูกหูลูกตา มีฝูงวัวฝูงควายเล็มหญ้าอยู่ข้างทาง
รถไถคันเก่าพ่นไอดำเป็นควัน ขับเคลื่อนด้วยจังหวะเนิบช้า ชาวบ้านสวมหมวกสานขับมอเตอร์ไซค์สวนทางพร้อมรอยยิ้มซื่อๆ
ที่ส่งให้กันยามขับรถผ่านกันปรีชาละสายตามองภาพเหล่านั้นผ่านกระจกรถ เขาขับตรงมาจากเมืองหลวงด้วยหัวใจที่เบื่อหน่ายและห่อเหี่ยวเต็มทน
ชายหนุ่มวัยสามสิบเจ็ดผู้ประสบความสำเร็จในโลกธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์และการลงทุน จนถือครองทุกสิ่งทุกอย่างเหลือล้นตัว
แต่กลับพบว่าความสุขที่แลกมาด้วยเงินทองและเกียรติยศศักดิ์ศรีก็แค่นั้น
สังคมเมืองที่หน้าแกะแต่ใจเสือ พร้อมที่จะขย้ำทุกเมื่อหากเราไม่ทันหรือแกร่งพอ มันช่างว่างเปล่าไร้ราคา แต่ทว่าเพียงแค่ได้ยินน้ำเสียงซื่อตรง
ของลุงคนแปลกหน้า กลิ่นอายความสุขจางๆ ที่เขาหลงลืมไปนานกลับค่อยๆ ซึมซับเข้ามาในอก
สัญญาณ GPS แจ้งเตือนว่าใกล้ถึงจุดหมายในอีกไม่กี่นาที...ในที่สุด
ปรีชาหมุนพวงมาลัยเลี้ยวรถ CR-V สีขาวมุกจอดสงบนิ่งใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ ไกล้พุ่มไม้หนาริมทาง ติดริมสระน้ำ
เขาแลเห็นร่างของชายวัยใกล้หกสิบปี ท่าทางใจดีแข็งแรงผึ่งผาย เดินตรงเข้ามาหา เค้าโครงหน้าถ้าหนุ่มๆคงหล่อไม่เบาปรีชารีบเปิดประตูรถแล้วก้าวลงไป
ยกมือขึ้นไหว้ทักทายก่อนอย่างนอบน้อมทันที
"สวัสดีครับลุง ขอโทษมากๆ เลยนะครับที่ทำให้รอนานมากๆเลย" รอยยิ้มจากใจจริงที่ลุงช่างใหญ่สัมผัสได้ลุงผู้รับเหมาถึงกับชะงัก ชูมือรับไหว้เก้ๆ กังๆ ด้วยความตกใจ เพราะภาพของชายหนุ่มที่ก้าวลงมาจากรถหรูราคาแพง คือชายวัยประมาณสามสิบต้นๆ
เจ้าของเรือนร่างสูงโปร่ง 185 เซนติเมตร ทรงกำยำสมส่วนด้วยการดูแลตัวเองอย่างดี รูปลักษณ์หล่อเหลาหมดจดราวกับหลุดออกมาจากนิตยสารแฟชั่นชั้นนำ
ผมเซ็ตทรงเป๊ะ เสื้อเชิ้ตผ้าไหมพรีเมียมสีเบจพับแขนเรียบหรู กางเกงสแล็กตัดเย็บเข้ารูป และรองเท้าหนังแบรนด์เนมดูดีทุกตารางนิ้ว คนสูงส่งทรงอำนาจขนาดนี้
กลับยกมือไหว้ช่างรับเหมาบ้านนอกอย่างอ่อนน้อม ช่างใหญ่ทำตัวไม่ถูก ได้แต่ยิ้มรับไหว้อย่างขวยเขินแล้วรีบตัดบท เอ่ยคำสนทนาขึ้น"คุณโชคดีมากๆ เลยนะ ได้ที่ดินตรงนี้มาไม่ทันไร ก็มีถนนใหญ่ข้ามจังหวัดตัดผ่านพอดี หน้ากว้างมากๆ เป็นกิโล" ลุงใหญ่เอ่ย ทว่าสายตากลับทอดมอง
พื้นที่กว้างขวางต่อหน้าด้วยความแฝงความเสียดายอะไรบางอย่าง ที่ยากจะคาดเดา
"ครับลุงช่าง โชคดีจริงๆ บริษัทผมประมูลซื้อต่อมาจากธนาคารนี่เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นพื้นที่จริง ไม่คิดเหมือนกันว่าจะมีการตัดถนนผ่าน..."
ปรีชายิ้มรับ ก่อนจะหัวเราะเบาๆ เผยเสน่ห์อันอบอุ่น
"แต่การได้ที่หน้ากว้างก็ต้องแลกกันครับลุง ที่ดินหายกลายเป็นถนนหลวงไปเกือบสามไร่ 555 " ปรีชาหัวเราะเบาๆอย่างเป็นกันเอง
ทั้งสองเดินพูดคุยสนิทสนมกันไปบนที่ดินกว้างซึ่งถูกถมที่ด้วยดินเหนียวอัดแน่นสูงกว่าระดับเดิมมาก ติดกับถนนสายหลักสี่เลนซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์เชื่อมต่อระหว่างสองจังหวัด มีเสาไฟฟ้าแรงสูงตั้งเรียงรายเป็นแนวยาวสวย ด้านข้างติดถนนสายรองมุ่งเข้าสู่ตัวตำบล ผ่านหลายหมู่บ้าน ด้านหลังขุดสระน้ำขนาดใหญ่
ร่วมสามไร่ตักดินขึ้นมาถมที่แปลงสวย
ทำเลที่ตั้งอยู่ตรงปากทางเข้าตำบลและอยู่ระหว่างกึ่งกลางจังหวัด 2 อำเภอเป็นทำเลทองคำทางการค้าขายอย่างแท้จริง"คุณรู้จักผมได้ยังไงครับ?" ลุงช่างใหญ่เอ่ยถามขณะเดินมาถึงใจกลางของที่ดิน
"อ๋อ พอดีตอนเลขาผมไปติดต่อขอใบอนุญาตถมที่ ที่อบต. เจ้าหน้าที่เขาแนะนำมาครับ" "บอกว่าลุงฝีมือดีที่สุดในย่านนี้ ตรงตามที่ผมต้องการพอดี คือผมอยากได้
ช่างในพื้นที่ที่มีประสบการณ์"ให้มาทำโฮมคาเฟ่ส่วนตัวให้ครับ แต่มาเห็นพื้นพื้นที่จริงอาจได้ปรับปรุงแนวคิดหลายอย่าง" ปรีชาอธิบายเสียงเรียบ
"เออคุณครับ ... ชาวบ้านแถวนี้เรียกผมว่าช่างใหญ่ คุณเรียกลุงใหญ่ก็ได้นะครับ" ลุงใหญ่เอ่ยแนะนำตัวอย่างนอบน้อม
"ได้ครับลุงใหญ่ ผม...ปรีชา ....." ปรีชาชะงักคำพูด เมื่อนึกขึ้นได้ว่าตนเองลืมหยิบเอกสารแบบแปลนไว้ในรถ
"อ้าว... ผมลืมแฟ้มโครงการคาเฟ่ไว้ในรถครับลุง เดี๋ยวผมไปหยิบแป๊บเดียวนะครับ" เขาแสดงท่าทางอาการเขินแบบหล่อๆ
ปรีชายิ้มเก้อๆ อย่างอายๆ แต่ลุงใหญ่กลับส่งรอยยิ้มและสายตาเอ็นดูตอบกลับเขารีบก้าวเท้าจ้ำอ้าวกลับไปที่รถ CR-V สีขาวมุก เปิดประตูทิ้งตัวนั่ง
.... ทว่าในขณะที่เขาปิดประตูเอี้ยวตัวเข้าไปหยิบเอกสารบนเบาะหลัง เสียงเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์แผดดังก็วิ่งกวดเข้ามา
ก่อนที่มอเตอร์ไซค์ Honda Tena คันเก่ากึ๊ก สภาพคร่ำครึแต่วิ่งได้เร็วสะใจดับเครื่องเลี้ยงจอดพรวดลงแทรกกลางระหว่างข้างรถของเขากับพุ่มไม้ริมทางอย่างรีบร้อน!
"โอ๊ย! ปวดฉี่ๆ อูยยย... ไม่ไหวแล้วโว้ย!" หนุ่มน้อยกระโดดจากรถท่าทางกุลีกุจอ
ร่างของเด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาแบบคนเมือง คมคายแบบไทยแท้ ทว่ามีผิวพรรณขาวเนียนละเอียดแบบคนเชื้อสายจีน แต่งตัวสไตล์เด็กบ้านๆ สวมเสื้อยืดสีดำ ลายร็อกเกอร์บนหน้าอก สภาพคอย้วยจนเสียทรง กางเกงยีนซีดขาดวิ่นตามเข่า กระเป๋าหลังมีหวีราคาถูกสีน้ำตาลเสียบคาอยู่ รองเท้าแตะตราช้างดาวสีฟ้าขาว
เด็กหนุ่มวิ่งถลันไปที่พุ่มไม้ข้างรถ โดยไม่รู้หรือเอะใจเลยเลยแม้แต่น้อยว่า....มีคนนั่งอยู่ในรถหรูคันนี้!
ปรีชานั่งตัวแข็งทื่ออยู่บนเบาะ...กลายเป็นผู้แอบดูแบบไม่ได้ตั้งใจแต่เต็มใจแลเยินดีมากๆ เขาพยายามเกร็งตัวแน่น
ทำตัวไม่ให้เห็นเป็นเงาไหวเพื่อไม่ให้น้องเขาต้องอับอายหากรู้เห็นว่ามีคนแอบมองดูแบบจะจะสายตาคู่คมของปรีชาเหมือนต้องมนต์สะกด
จากศิวะลึงแท่งใหญ่ยาวงาม เขาไม่อาจละสายตาไปไหนได้ ขอบคุณฟิล์มกระจกเซรามิกเกรดพรีเมียมบดบังสายตาจากภายนอกไม่ให้มองเข้ามาข้างในได้แม้แต่น้อย แต่มันกลับเปิดเปลือยภาพเบื้องนอกให้ปรีชาเห็นได้อย่างคมชัดแจ๋ว! ระดับโฟร์เคเด็กหนุ่มปลดกระดุมกางเกงยีนอย่างรีบร้อน แล้วควักท่อนเนื้อลำยาวขาวอวบสะอ้าน ที่เริ่มขยายตัวกึ่งแข็งโด่เด่ มันโผล่หัวออกมาจากช่องซิปกางเกงยีนตัวเก่านั้น ยาวโง้งโค้งเป็นลำ สะดุดตากระแทกอารมณ์ให้โชนลุกโพล่งจนแทนลืมหายใจ
ปรีชาจ้องนัยน์ตาโต ลมหายใจชะะงักกึ๊ก! ท่อนลำของเด็กหนุ่มนั้นขาวจั๊วะ เนียนสะอาด ไร้รอยตำหนิ หนังหุ้มปลายถลกเปิดเผยให้เห็นหัวหยักบวมเต่งสีชมพูระเรื่อ เหมือนกุหลาบแย้มปริ รูฉี่เบียดตัวเปิดออกพร้อมกับสายน้ำใสอุ่นร้อนๆ พุ่งกระเซ็นเป็นสายออกจากปลายหัวอย่างรุนแรงในวิถีโค้งสวยเหมือนวงโค้งของสายรุ้ง
หลังฝน
**มาถึงวันแรก... ศิวะลึงประทานพร มีของดีมาต้อนรับซะแล้วโว้ย! โชค โชค โชค **
ปรีชากลืนน้ำลายเหนียวลงคอดัง *เอื๊อก* หัวใจสูบฉีดเลือดพุ่งพล่าน ลำกล้องของเด็กหนุ่มตรงหน้ามันงดงาม ดิบซ่าน ขาวสะอาด ลำตรงยาวแน่น และมีขนาดใหญ่โตเกินวัยอย่างน่าเหลือเชื่อ! หากมีโอกาสได้เล้าโลมด้วยปลายลิ้นอุ่น ด้นดุนเลียเกลี่ยลิ้นวนบนปลายควยแท่งนั้น คงฟินมันส์ถึงใจอย่างแน่นอน เขารู้สึกล่องลอยใจเบาหวิวเหมือนวิ่งอยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์
เด็กหนุ่มยืนฉี่จนสุดสาย ก่อนจะยืดตัวเกร็งสั่นท่อนลำควยเบาๆเขาสะบัดหยดน้ำใสจนหมด จนหยดสุดท้ายที่เกาะอยู่ตรงปลายหัวหยักบวมเต่ง...
หยดน้ำใสที่เกาะบนหัวหยักสีชมพูสดสะท้อนแสงแดดประกายวาววับ มันช่างเป็นภาพที่สวยงามดิบซ่านจนปรีชาต้องตาค้างกลางทุ่งลาเวนเดอร์
เด็กหนุ่มสะบัดท่อนเนื้อเนียนขาวอีกสองสามที แล้วยัดมันกลับเข้าร่องซิปกางเกงยีน เงื้อมงัดจัดเก็บอย่างไม่ใส่ใจ
ทว่าความแข็งขึนตื่นเต้นกลับยังไม่ยอมสงบลงมันดุนดันเนื้อผ้ายีนจนเห็นเป็นลำยาวนูนปูดดันออกมาอย่างชัดตาทะลุใจ!
เมื่อติดกระดุมกางเกงเม็ดสุดท้ายเสร็จเขาก็วิ่งร่าตรงไปทางลุงใหญ่ที่ยืนรออยู่กลางใจที่ดิน...
ปรีชานั่งสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ด้วยความตระหนกตื่นเต้นระทึก พยายามเรียกสติให้สงบจิตสงบใจ ขวัญที่เตลิดไปก็ขอให้กลับคืนมา
ก่อนจะถือแฟ้มเอกสารก้าวลงมาจากรถอย่างเป็นธรรมชาติ ทำเหมือนว่าไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งสิ้นทว่าภาพท่อนควย ลำขาวจั๊วะ
กับหัวหยักบวมเต่งทะลุหนังหุ้มปลายควยของเด็กหนุ่มบ้านๆ หน้าตี๋คนนั้น... กลับติดตาติดใจและไม่ยอมเลือนหายไปจากหัวของเขาเลยแม้แต่วินาทีเดียว!
ปรีชาสบัดหัวแรงๆเดินเก้ๆกังๆเพราะตรงนั้นยังไม่อ่อนตัวเขาเดินมุ่งไปทางลุงช่างใหญ่และเด็กหนุ่มพลันหูก็แว่วได้ยินเสียง
"เฮ้ยไอ้เข้ม กูบอกว่าไม่ได้เอากระเป๋าเงินมา มึงจะมาขอเงินอะไรตอนนี้"
"ขอเมื่อคืนก็ไม่ให้ รถผมน้ำมันหมดอยู่อ่างเก็บน้ำขอเงินเติมน้ำมันหน่อย นะ นะ นะ"
"ชื่อเข้มเหรอ หล่ออยู่นะ แต่ ??...และไม่ให้เงินกันตั้งแต่เมื่อคืน ไม่นะลุง ออกจะแมนและแก่ปูนนี้แล้ว"
ปรีชารีบสลัดความคิดอกุศลออกจากหัวแทบไม่ทัน
เสียงกระเซ้าเย้าแหย่ของเด็กหนุุ่ม บวกกับอารมณ์ฉุนเฉียวสลับถอนหายใจของนายช่างใหญ่ ดังกระทบสายลมยามบ่าย
ปรีชาชะลอฝีเท้า ถือแฟ้มเอกสารเดินเข้ามาใกล้ทั้งคู่ ใบหูก็ได้ยินบทสนทนาระหว่างชายต่างวัยสองคนที่ยืนเถียงกันขมุกขมัว
"ปู่ไม่ได้เอากระเป๋าเงินมา ไม่มีตังค์ให้เอ็งหรอก!" ลุงใหญ่ถกกระเป๋ากางเกงปลิ้นเอาซับในสีขาวว่างเปล่าออกมาให้ดูเป็นหลักฐาน น้ำเสียงแข็งกร้าวเข้มขึงตึงตัง
ทว่าแววตาเต็มไปด้วยความเอ็นดูผสมหน่ายใจ
"น้ำมันรถไอ้โด่งเพื่อนผมมันหมดจอดอยู่กลางทางไปอ่างเก็บน้ำอะปู่ สงสารมันหน่อยดิครับ!" เด็กหนุ่มหน้าตาหล่อคมผิวขาวซีดชักสีหน้าออดอ้อน ริมฝีปากหยักอมชมพูเม้มเข้าหากันอย่างคนขัดใจ ด้วยคิดไปเองว่าผู้เป็นปู่บ่ายเบี่ยงโกหกไม่อยากให้ตังค์ ท่าทางน่าเอ็นดู ปรีชาอมยิ้มในความน่ารักออดอ้อน แต่ท่อนลำควยที่ใหญ่
เกินวัยก็ยังลอยวนอยู่ในสมอง
"ไอ้เข้ม! ปู่ไม่มีจริงๆ มึงจะให้กูไปเสกมาจากไหน!"
ปรีชานิ่งฟังเพียงครู่ก็ประมวลเหตุการณ์ได้ทั้งหมด นัยน์ตาคู่คมจ้องมองใบหน้างอง้ำของเด็กหนุ่มที่ชื่อ 'เข้ม' ชายหนุ่มวัยสามสิบเจ็ด
แอบยิ้มอีกครั้งและเอ็นดูในความคิดซื่อๆ ที่ยอมวิงวอนโดนปู่ด่าเพียงเพื่อหาเงินไปช่วยเพื่อน บวกกับภาพท่อนเอ็นขาวจั๊วะและหัวหยักบวมเต่ง
ทำให้เขาเริ่มสนใจในตัวเด็กหนุ่มขึ้นอย่างทวีคูณ จึงต้องคิดหาวิธีสานสัมพันธ์
"ไม่เป็นไรครับลุงใหญ่ เดี๋ยวผมจัดการให้เอง" ปรีชาเสนอตัวก้าวเข้าไปแทรก
"ไม่รบกวนดีกว่าครับคุณปรีชา เดี๋ยวคุยงานเสร็จผมค่อยเอาให้มัน" ลุงใหญ่รีบปฏิเสธ ท่าทางเกรงใจจนหน้าเสีย
"โธ่... เฮียสุดหล่อเขาจะให้แล้ว ปู่จะไปขัดเขาทำไมเล่า!" เข้มตัดพ้อหน้ามุ่ย กระฟัดกระเฟียดใส่ผู้เป็นปู่ตามประสาเด็กวัยรุ่นเอาแต่ใจ
"ไอ้เข้ม! เดี๋ยวเถอะมึง!" ลุงใหญ่แยกเคี้ยวใส่หลานชาย ก่อนจะหันมาทางปรีชาด้วยความอับอาย "ต้องขอโทษด้วยครับเฮียปรีชา ไอ้เด็กบ้านี่มันไม่รู้ความ
ไม่รู้จักกาลเทศะ ผู้หลักผู้ใหญ่เอาเสียเลย" ลุงใหญ่หลุดปากเรียก 'เฮีย' ตามความชินปากช่างรับเหมาที่มักใช้เรียกนายทุนผู้ว่าจ้าง
ปรีชากลับรู้สึกโปรดปรานสรรพนามนี้มากกว่าคำว่า 'คุณ' ที่ฟังดูห่างเหิน เขาฉายรอยยิ้มอบอุ่น ปราบอารมณ์กรุ่นร้อนของสองปู่หลาน ก่อนจะเบนสายตาคมกริบ
ไปหยุดอยู่ที่ใบหน้าคมคายของเด็กหนุ่มที่ดูอย่างไรก็น่ารัก แม้นจพมอมแมมไปหน่อย
"เข้ม..."
เด็กหนุ่มสะดุ้งหันขวับ นัยน์ตาฉ่ำเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจว่าชายหนุ่มแต่งตัวดีตรงหน้าเจาะจงเรียกชื่อเขาถูกต้องได้อย่างไร
โดยลืมไปว่าปู่เพิ่งพ่นคำด่าต่อว่าเรียกชื่อตนเองไปหยกๆ
"ครับ... เฮีย?"
วินาทีที่คำว่า 'ครับเฮีย' ถูกเอื้อนเอ่ยออกมาอย่างว่าง่ายและสนิทสนม หัวใจของปรีชาพลันกระตุกเกร็ง นัยน์ตาคู่คมทอประกายวาววับ...
ยามเด็กหนุ่มรากหญ้าคนนี้เลิกโวยวาย ดูสงบ ตั้งใจฟัง และพูดจานอบน้อม ใบหน้าหล่อเหลาที่มีโครงหน้าสไตล์ไทยผสมเชื้อสายจีนกลับดูเสน่ห์เหลือร้าย
หากจับไปแก้ผ้าอาบน้ำ ตัดแต่งทรงผม สวมเสื้อผ้าพรีเมียม ก็คงฉายออร่าระดับดารานายแบบได้ไม่ยาก... และที่สำคัญที่สุด 'ท่อนเนื้อ' ซ่อนรูป
ใต้กางเกงยีนซีดนั่น มันงดงามดึงดูดสายตาจนปรีชาแอบเคลิ้มไปชั่วขณะ
"เฮียจะให้ตังค์ไปช่วยเพื่อน... แต่เข้มไม่ได้โกหกใช่มั้ย?" ปรีชาเน้นเสียงนุ่มทุ้มกดสายตานิ่งเค้นเอาความจริง
"สาบานเลยครับเฮีย! รถเพื่อนผมน้ำมันหมดที่ทางไปอ่างเก็บน้ำจริงๆ ผมแค่มาขอยืมเงินปู่ไปซื้อน้ำมัน" เข้มยกมือขึ้นตั้งชาด ยืนยันด้วยแววตาซื่อตรงจริงจัง
ใบหน้าหล่อเหลาดิบซ่านยามเน้นย้ำยิ่งทำให้เขามีเสน่ห์พุ่งสูงขึ้นหลายเท่าตัว
"ได้... งั้นวิ่งไปหยิบกระเป๋าเงินสีน้ำตาลตรงเบาะข้างคนขับให้เฮียหน่อย"ปรีชาขอความร่วมมือ
*ติ๊ดๆ!*..............
เสียงสัญญาณสัญญาณรีโมตบลูทูธจากกุญแจรถ CR-V สีขาวมุกแผดดัง ไฟเลี้ยวกระพริบวูบวาบ ปลดล็อกระบบประตู เข้มไม่รอช้า
วิ่งสับเท้าปรื๋อตรงไปที่ประตูฝั่งข้างคนขับทันที
เข้มดึงคันเลื่อนเปิดประตูรถพรีเมียม... กลิ่นหอมอบอุ่นของน้ำหอมไม้ซีดาร์ผสมละอองความเย็นพุ่งปะทะใบหน้า ละอองความหรูหรา
สะอาดสะอ้านทำเอาเด็กหนุ่มชะงักเกร็ง ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของเขาหล่นวูบไปอยู่ตาตุ่ม คือยามที่สายตาชำเลืองมองผ่านกระจกฝั่งคนขับจากภายใน...
กระจกที่เขาคิดว่ามืดสนิท บัดนี้กลับมองออกไปข้างนอกได้อย่างชัดแจ๋ว! ทุกสัดส่วน พุ่มไม้ คราบเปียกชุ่มและตำแหน่งที่เขายืนฉี่เมื่อครู่ ถูกบันทึกไว้หมดสิ้น!
"ไอ้เชี้ยเข้มเอ้ย... แสดงว่าตอนกูฉี่เมื่อกี้... เฮียเขาคงมองเห็นลำควยหมดแล้วเลยเหรอวะ!""ไม่เป็นไร ผู้ชายด้วยกัน ช่างมัน"เขาปลอบใจตัวเอง
เพื่อลดความน่าอายแรกพบ แต่ร่างกายกลับไม่ตอบสนอง
ผิวแก้มและใบหูเนียนขาวของเด็กหนุ่มร้อนผ่าวขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัดด้วยความอับอายภายใจ หัวใจเต้นตึกตักรุนแรง
เข้มรีบตะปบคว้ากระเป๋าหนังสีน้ำตาลบนเบาะ แล้วรีบปิดประตูวิ่งกลับมาหาปรีชาด้วยท่าทางเลิ่กลั่ก ออกอาการ
"น้น้ น้... นี่ครับเฮียปรี" เข้มยื่นกระเป๋าให้ ก้มหน้าหลบสายตาจนคอตก
ปรีชาอมยิ้มมุมปาก นัยน์ตาทอแววรู้ทัน รูดซิปเปิดกระเป๋าแล้วหยิบธนบัตรสีเทาใบละหนึ่งพันบาทออกมายื่นส่งให้ เด็กหนุ่มเบิ่งตาโต
มองแบงค์พันในมือปรีชาสลับกับมองหน้าปู่ด้วยความตกใจ เพราะเงินจำนวนนี้มันมากเกินกว่าค่าน้ำมันหลายเท่าตัว
"เอ้อ! รับไว้สิไอ้เข้ม แล้วอย่าลืมเอาเงินทอนมาคืนเฮียเขาด้วยล่ะ!" ลุงใหญ่กำชับเพราะคงจะว่าอะไรไม่ได้แล้ว
ส่วนเข้มหลานชายได้แต่พยักหน้ารับคำเก้ๆ กังๆ
"ครับ... เดี๋ยวผมเอาเงินทอนมาคืนให้นะครับเฮีย"
เข้มช้อนสายตาขึ้น สบตาตอบเพื่อแสดงความจริงใจว่าตนไม่ได้มีเจตนาโกง ทว่าในระยะห่างไม่ถึงสองช่วงแขน
ใบหน้าหล่อเหลาสมบูรณ์แบบของปรีชากลับปรากฏชัดเต็มสองตา... เรือนผมสีดำเซ็ตทรงเรียบเนียบได้รูป หน้าผากโหนกรับกับคิ้วเข้มดกดำ
นัยน์ตาคมกริบลึกซึ้งทอประกายทรงอำนาจ จมูกโด่งเป็นสันสวยงาม และริมฝีปากเรียวบางที่แต่งแต้มรอยยิ้มเอ็นดู...
เด็กหนุ่มบ้านนอกถึงกับเคลิ้มตาม นัยน์ตาสั่นระริก แก้มร้อนผ่าว และจู่ๆ ความรู้สึกอบอุ่นวาบก็แล่นริ้วลงสู่เบื้องล่าง
ส่งผลให้ท่อนเนื้อยาวใต้ซิปกางเกงยีนที่เพิ่งสงบไป ดันตัวตึงเกร็งขึ้นมาดุนเนื้อผ้าจนปูดนูนเป็นลำขึ้นมาอีกรอบ!
จู่ๆอารมณ์ทางเพศของวัยรุ่นก็พุ่งปรี๊ดขึ้นแบบไม่ได้ตั้งใจ
"รับไปสิเข้ม จะได้รีบไปช่วยเพื่อน" ปรีชาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เอ็นดูท่าทางเอ๋อเหร๋อและเป้ากางเกงที่เริ่มนูนดันของเด็กหนุ่ม
"ข ข ข... ขอบคุณครับเฮีย! แล้วผมจะรีบเอาเงินทอนมาคืนนะครับ!"
เข้มยกมือไหว้ขอบคุณด้วยความเคารพจากหัวใจที่เต้นผิดปกติ ก่อนจะหมุนตัววิ่งรี่กลับไปที่รถมอเตอร์ไซค์ Honda Tena คันเก่า
กระทืบคันสตาร์ตเครื่องยนต์แผดดัง *บรื้นๆ* สายตาชำเลืองมองไปยังกระจกรถ CR-V สีขาวมุกที่มืดสนิทจากภายนอกด้วยความตื่นเต้น
ผสมความขวยเขิน "ถ้าได้เฮียปรีมาดูดควยให้จะฟินแค่ใหนน้าาาา" แล้วบิดคันเร่งขับทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว
"เฮียปรีไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องเงินทอนนะครับ เดี๋ยวผมจัดการคืนให้เอง เกรงใจจริงๆ ครับ" ลุงใหญ่ถอนหายใจเอ่ยขึ้น
"ไม่เป็นไรเลยครับลุงใหญ่ คิดเสียว่าให้ค่าขนมเด็ก มันเป็นคนมีน้ำใจ ช่วยเหลือเพื่อนฝูง" "วันหน้าเผื่อผมมีงานได้เรียกใช้มัน ไม่ต้องเกรงใจครับ"
ปรีชาตอบพลางระบายรอยยิ้มผ่อนคลาย
หลังจากนั้น ปรีชาและลุงช่างใหญ่ก็กางแบบแปลนบนแผ่นกระดาษ ถกเครียดถึงรายละเอียดแผนผังการก่อสร้างโฮมคาเฟ่
ลุงใหญ่แสดงความเชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ อ่านแบบอ่านโครงสร้างได้อย่างทะลุโปร่งโปร่ง อธิบายจุดรับน้ำหนัก
และตอบโจทย์ความต้องการของปรีชาได้อย่างตรงจุด ราวกับมานั่งอยู่ในความคิดของเขาตั้งแต่ต้น ทำให้ความกังวล
ตึงเครียดและปมในใจของปรีชาค่อยๆ ถูกปลดล็อกออกทีละน้อย ท่ามกลางทำเลทองแห่งใหม่ที่กำลังจะไปตลอดกาล
{:7_361:}**********{:7_361:}
สายลมยามบ่ายพัดผ่านยอดหญ้าบนลานดิน ถือเอาความเงียบสงบชวนผ่อนคลายเข้ามาแทนที่ความตึงเครียด แบบแปลนโฮมคาเฟ่ที่ถูกกางออกได้รับการตรวจสอบและปรับแก้จนลงตัวทุกกระเบียดนิ้ว ทั้งคู่ตกลงสัญญาใจกันไว้ว่าปรีชาจะเป็นผู้จ่ายค่าวัสดุอุปกรณ์ทั้งหมด ส่วนลุงใหญ่และทีมงานจะรับเฉพาะค่าแรงตามจริง
"ลุงครับ... ลุงช่วยเป็นผู้จัดซื้ออุปกรณ์ให้ผมเลยได้ไหมครับ? "ผมทำงานสายบริหาร ไม่ค่อยถนัดเรื่องสเปกงานช่างก่อสร้างเท่าไหร่เลย"
ปรีชาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มที่ทอดนุ่มลงเป็นพิเศษ ดวงตาคมกริบย่นลงเล็กน้อยพร้อมระบายรอยยิ้มอ้อนอย่างเป็นธรรมชาติ
ชายหนุ่มวัยสามสิบเจ็ดผู้ผ่านโลกธุรกิจอันแข็งกร้าวจนทะลุจุดสูงสุด บัดนี้กลับปลดปล่อยมุมน่ารักละมุนตาออกมาอย่างไม่เคอะเขิน
ลุงใหญ่ชะงักมองใบหน้าหมดจดของปรีชา นัยน์ตาฝ้าฟางเสื่อมถอยตามวัย สั่นระริกด้วยความรู้สึกอุ่นวาบที่เอ่อท้นขึ้นในอก
ท่าทางอ้อนถ่อมตนอย่างฉลาดและนอบน้อมของนายทุนใหญ่เมืองหลวงคนนี้ มันซ้อนทับกับจริตออดอ้อนของไอ้เข้มหลานชายอย่างน่าประหลาด
ลุงใหญ่หลุดยิ้มละมุน แววตาเต็มไปด้วยความเอ็นดูบริสุทธิ์ราวกับมองบุตรหลานในไส้
"ได้สิๆ เดี๋ยวลุงจัดการให้เองทั้งหมดนั่นแหละ... ขืนให้เฮียปรีไปเดินสั่งของเองโดนร้านค้าบวกราคาแน่"
"ถ้าลุงออกหน้าสั่งในนามช่างมันจะได้ราคาพิเศษ
ช่วยเฮียปรีประหยัดไปได้ตั้งหลายตังค์เลยนะ"
ปรีชานิ่งงันไปชั่วครู่... หัวใจที่เคยแห้งผากและระแวงผู้คนในสังคมเมืองหลวงแล่นริ้วด้วยกระแสความอุ่นซ่านที่ยากจะอธิบาย
ลุงใหญ่ไม่จำเป็นต้องแนะนำเพื่อช่วยเขาประหยัดเงินเลยสักนิด ทว่าความซื่อตรงที่ไม่คิดโกงกินแม้แต่เศษบาทเดียว
กลับส่งผ่านสายตาและคำพูดออกมาอย่างจริงใจ ชายหนุ่มเมืองกรุงเปิดซิปกระเป๋าหนังสีน้ำตาล หยิบธนบัตรใบละหนึ่งพันบาท
ที่ถูกมัดเป็นปึกอย่างดีออกมาสองปึก ปึกละหนึ่งแสนบาท แล้วยื่นส่งให้ช่างรับเหมาวัยเกือบหกสิบกับมือตรงๆ
โดยไร้ซึ่งความลังเลและเชื่อมั่นเชื่อใจสุดๆ
"อุปกรณ์โครงสร้างและงานฐานราก... สองแสนบาทนี้พอก่อนไหมครับลุงใหญ่?"
ใบหน้ากร้านโลกของลุงใหญ่ที่มอง เห็นพลันเกร็งกระตุก นัยน์ตาเบิ่งกว้างด้วยความตกตะลึง! เงินสดจำนวนสองแสนบาทที่ถูกยัดวางนิ่งอยู่บนฝ่ามือโดยไม่มีแม้แต่สัญญากระดาษสักใบมาค้ำประกัน คนเพิ่งเคยเจอกันครั้งแรกไม่ถึงชั่วโมง แต่กลับ
กล้ายื่นเงินก้อนใหญ่ให้กันง่ายดายขนาดนี้ทีเดียวหรือ?
"เฮียปรี! ทำแบบนี้ไม่ได้นะครับ!" ลุงใหญ่เอ่ยเสียงปรามด้วยเอ็นดู แสดงสีหน้าห่วงใยและร้อนใจอย่างเห็นได้ชัด "ไม่ทำสัญญา
ไม่เขียนใบรับเงินแบบนี้มันอันตรายมากนะเกิดไปเจอพวกผู้รับเหมาเขี้ยวลากดินเข้า เฮียปรีจะไม่ถูกเชิดเงินหนีหมดเหรอ!"
ปรีชานิ่งฟังคำเตือนด้วยรอยยิ้มผ่อนคลาย นัยน์ตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่ซีดของลุงใหญ่อย่างมั่นคง ภาษากายไม่มีแววลังเลแม้แต่น้อย
ชายหนุ่มยื่นฝ่ามือเรียวอุ่นประคองรวบฝ่ามือหยาบกร้านของลุงใหญ่ให้กำปึกเงินสดไว้แน่นขึ้น
"ไม่เป็นไรเลยครับ... เพราะผม 'เชื่อใจ' ลุงใหญ่" น้ำเสียงของปรีชานุ่มนวลแต่หนักแน่น "ฝากเรื่องฐานรากโฮมคาเฟ่ด้วยนะครับลุง"
ว่าที่คุณปู่ของเข้มสุดที่รักที่ต้องคว้าใจมาให้ได้ ปรีชาแอบคิดในใจ
ความเงียบทอดผ่านระหว่างคนสองคน... ลุงใหญ่มองฝ่ามืออบอุ่นที่กุมมือตนไว้ สลับกับปึกเงินสดในมือ
ละอองความเอ็นดูในดวงตาพลันแปรเปลี่ยนเป็นความนับถือและศรัทธาอันเปี่ยมล้น การถูกมองเห็นคุณค่าและการได้รับความเชื่อใจ
อย่างหมดหัวใจจากชายหนุ่มตรงหน้า มันสร้างพันธะทางใจที่ยิ่งใหญ่กว่ากระดาษสัญญาทุกฉบับในโลก ลุงใหญ่อกผายขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ความรู้สึกข้างในลึกๆ ในยามนี้ ไม่ใช่การทำงานให้ 'นายทุน' อีกต่อไป... แต่คือการลงแรงตั้งใจสร้างรากฐานบ้านให้กับ
'ว่าที่คนในครอบครัว'
"ขอบพระคุณครับเฮียปรี... ลุงสัญญาว่าจะไม่ทำให้ผิดหวังและสูญหายแม้แต่บาทเดียว" ลุงใหญ่เอ่ยเสียงพร่าเบา
ปรีชาพยักหน้ารับด้วยความอิ่มเอมใจ ก่อนจะเอ่ยถามถึงสถานที่พักและร้านอาหารบริเวณใกล้เคียง เพราะเขาต้องการเช่าที่พัก
ใกล้กับหน้างานเพื่อความสะดวกในการเข้ามาดูแลโครงการคาเฟ่ที่กำลังจะเริ่มต้น
"เรื่องที่กินเรื่องที่พักเหรอครับ..." ลุงใหญ่อมยิ้มพลางชี้มือไปทางเส้นทางถนนลาดยางสายรอง"เฮียปรีขับรถตรงเข้าตัวตำบล
ไปอีกสักห้ากิโลเมตรนะ ทางซ้ายมือจะมีร้านอาหารชื่อ **'ร้านป้าเขียว'** เป็นร้านใหญ่ประจำตำบล รสชาติจัดจ้านคุ้นลิ้นแน่นอน
"แล้วเรื่องบ้านพักเช่าแถวนี้ เฮียปรีลองถามป้าเขียวแกดูได้เลย แกสรรหาให้ได้หมด อบอุ่นและปลอดภัยแน่นอนครับ"
***เขียวเซนเตอร์ ผู้หยั่งรู้ เขียวรู้โลกรู้***
"ขอบคุณมากครับลุงใหญ่ เดี๋ยววันพรุ่งนี้เราเจอกันใหม่นะครับ"
ปรีชาบอกลาด้วยรอยยิ้มสดใส หัวใจที่เคยห่อเหี่ยวและหมดไฟ บัดนี้กลับพองโตด้วยความหวังและมิตรภาพบริสุทธิ์สดใหม่
เขาเดินกลับไปขึ้นรถ CR-V สีขาวมุก สตาร์ตเครื่องยนต์แล้วหมุนพวงมาลัยมุ่งหน้าสู่ตัวตำบล ตามคำบอกเล่าของช่างใหญ่
โดยที่ไม่รู้เลยว่า ณ ร้านอาหารป้าเขียวแห่งนั้น... มีสิ่งที่รอคอยเขาอยู่ ผู้ชายมากหน้า เรื่องราวป่วนใจ และเคมีอันเร่าร้อน
ที่จะเปลี่ยนชีวิตเมืองกรุงของเขาไปตลอดกาล
ตอนต่อไป
{:7_376:}พูดคุยให้กำลังใจติดต่อกันใหม่...อินบ๊อกได้เลยคร้าา{:7_376:}ขอบคุณที่ชื่นชอบสนับสนุนและติดตามผลงานค่ะ
ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ สนุกนะ ขอบคุณครับ สนุกมากครับ เปิดมาได้น่าสนใจ ขอบคุณครับ น่าสนุกครับ รอมาต่อ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับรอติดตามต่อๆไป อยากสุดค้าบ เย่ๆๆ แม่เฒ่ากลับมาเขียนต่อแล้ว
ขอบคุณมากครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ ชอบภาพประกอบมากขนาดของเด็ก 14-15 น่าดู รอตามต่อเลยครับ สนุกมากมาย ขอบคุณครับ รูปสวยมากเลยครับ รูปน่าดูดีมาก
หน้า:
[1]
2