บอกเล่า ค(ร)าว เสียว 43.1
บอกเล่า ค(ร)าวเสีย 43.1พูดคุยก่อนเริ่มเรื่อง เพื่อความเสียวซ่านและต่อเนื่องของอารมณ์ อย่าลืมอ่านตอนก่อนหน้ากันนะครับ บอกเล่า ค(ร)าวเสีย 40.1 : https://www.g4guys.com/thread-204872-1-1.htmlบอกเล่า ค(ร)าวเสีย 40.2 : https://www.g4guys.com/thread-205107-1-1.htmlบอกเล่า ค(ร)าวเสีย 41 : https://www.g4guys.com/thread-205441-1-1.htmlบอกเล่า ค(ร)าวเสีย 42 : https://www.g4guys.com/thread-205708-1-1.html
—----------------------------------------------------------------------------------------------------------หลังจากที่กิจกามแสนยาวนานและดุเดือดจบลง พอจัดการอะไรเรียบร้อย ผมก็ทิ้งตัวล้มนอนลงบนเตียงกว้างด้วยความเหนื่อยล้า ข้าง ๆ ผมมีร่างผอมบางของคนตัวเล็กที่นอนคว่ำหน้าหมดสภาพอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา แต่ถึงยังไง ใบหน้าเนียนใสที่ดูอ่อนเพลียนั้นก็ยังคงดูน่ารักและน่าเอ็นดูสำหรับผมเสมอ
ยิ่งตอนที่แผ่นหลังแกร่งของผมสัมผัสกับที่นอน น้องแสนก็ขยับตัวเข้าหาความอุ่น เบียดกายเข้ามาใกล้ก่อนจะพาดแขนขยับกอดผมเอาไว้แน่น สัมผัสอุ่น ๆ นั้นมันทำให้หัวใจของผมรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก
ผมก้มมองดูคนตัวเล็กที่กำลังหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ บ่งบอกว่าเจ้าตัวคงจะเหนื่อยล้าจนหลับลึกไปซะแล้ว สายตาของผมไล่สำรวจมองดูร่องรอยตามเนื้อตัวของคนตัวเล็กแล้วก็อดทึ่งในใจไม่ได้
แสนเก่งมาก ที่สามารถรองรับอารมณ์ดิบเถื่อนของผมกับพี่แมนได้อย่างดุเดือดขนาดนั้น ไม่รู้ว่าตื่นเช้ามาจะระบมขนาดไหน เพราะลำพังแค่โดนผมคนเดียวในเวลาปกติก็น่วมแทบแย่ แต่นี่มาโดนรุมสองแรง แถมทั้งผมและพี่แมนต่างก็หน้ามืดตามัวซัดความเงี่ยนใส่ร่างกายน้องแบบไม่ได้ยั้งมือเลยด้วยซ้ำ
ผมเอื้อมมือหนาไปลูบกลุ่มผมนุ่มของน้องเบา ๆ ด้วยความทะนุถนอม สลับกับความรู้สึกหวงแหนที่ก่อขึ้นมาในอกอย่างบอกไม่ถูก
ก่อนที่สุดท้ายแล้ว ผมก็ทนความเหนื่อยล้าของร่างกายไม่ไหว ขยับกายเข้าไปสวมกอดร่างผอมบางของคนตัวเล็กเอาไว้แนบอก สูดกลิ่นกายหอมละมุนก่อนที่จะค่อย ๆ ปล่อยให้สติด่ำดิ่งเข้าสู่นิทราตามน้องไปติด ๆ
ปล่อยให้คนอายุเยอะที่สุดอย่างพี่แมนเป็นคนจัดการเรื่องวุ่นวายหลังจากนั้นไปคนเดียว ได้ยินเสียงแว่ว ๆ เหมือนแกกำลังติดต่อคุยอะไรบางอย่างกับพนักงานของโรงแรม คงจะหาทางเคลียร์หรือช่วยจ่ายเงินให้พนักงานเข้ามาช่วยเก็บกวาดคราบเศษซากความใคร่ที่พวกผมทำเลอะเทอะกันเอาไว้
จะว่าไปเรื่องสับรางและจัดการความลับหลังจบงานกามแบบนี้ ต้องยกให้ความเก๋าเกมพี่แมนจริง ๆ เลยครับ ดูท่าที่เขาว่ากันว่าสมัยก่อนพี่แมนเจ้าชู้คงจะจริงอย่างที่ว่า เพราะดูพี่แมนจะเซียนกับอะไรพวกนี้ไม่น้อยเลย
ส่วนผมในตอนนี้ขอกอดเจ้าตัวเล็กให้หายเหนื่อยก่อนแล้วกันครับ
แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันครับว่าหลับไปนานแค่ไหน รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอีกทีก็ตอนที่ร่างกายผมมันสัมผัสได้ถึงไอร้อนระอุ ราวกับว่ากำลังถูกของร้อน ๆ ลวกเข้าที่หน้าอก พอลืมตาตื่นแล้วขยับสำรวจดูดี ๆ ถึงได้รู้ว่าคนในอ้อมกอดกำลังแย่ น้องแสนตัวร้อนจี๋ราวกับเป็นไฟ แถมผิวกายเนียนยังขึ้นสีแดงก่ำและมีเหงื่อซึมชื้นไปทั้งตัว ท่าทางจะไข้ขึ้นสูงขึ้นมาดื้อ ๆ
บอกเลยว่าตอนนี้ผมทำตัวไม่ถูกและไม่รู้จะจัดการยังไงดี เพราะดันมาอยู่ต่างที่ต่างถิ่นที่ไม่คุ้นชินแบบนี้ด้วย พอมองหาตัวช่วยอย่างพี่แมนเผื่อแกจะพอมีประสบการณ์จัดการเรื่องพวกนี้บ้าง แต่พอหันมองไปรอบ ๆ ห้องกลับเจอแต่ความว่างเปล่า ทั้งบนเตียง โซฟา หรือแม้แต่ในห้องน้ำก็ไม่มีวี่แววของแกอยู่เลย เห็นเพียงกระดาษโน้ตแผ่นหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะหัวเตียง
ผมรีบก้าวลงจากเตียงแล้วเดินไปดูทันที เห็นเป็นลายมือคุ้นตาของพี่แมน เนื้อความในนั้นเขียนไว้สั้น ๆ ว่าแกมีธุระตั้งแต่เช้าตรู่ แถมบนโต๊ะข้าง ๆ กันยังมีแผงยาลดไข้ ยาแก้ปวด วางเตรียมไว้ให้เสร็จสรรพ ราวกับแกมีตาทิพย์ รู้ล่วงหน้าว่าคนตัวเล็กจะนอนซมเพราะพิษไข้เอาได้ อดแปลกใจในความเจนโลกของแกไม่ได้จริง ๆ เซียนสุด ๆ
แต่ยังไงก็ช่างเถอะครับ ตอนนี้ไม่มีเวลามานั่งทึ่งในความเก๋าของพี่แมนแล้ว ผมรีบหยิบยาพวกนั้นขึ้นมาพร้อมกับเดินไปรินน้ำเปล่าใส่แก้ว ก่อนจะก้าวฉับ ๆ กลับไปหาคนตัวเล็กที่นอนคุดคู้สั่นเทาน้อย ๆ อยู่บนเตียงดูน่าสงสาร
“แสนครับ ตื่นมากินยาก่อนนะ” ผมขยับเข้าไปใกล้ พยายามปลุกแสนด้วยแรงเขย่าเบา ๆ ใจนึงก็อยากให้น้องตื่นขึ้นมากินยาเพื่อบรรเทาพิษไข้ แต่อีกใจก็ไม่อยากจะกวนเวลาพักผ่อนของน้องเท่าไหร่นัก ทุกคนจะงงกับความคิดย้อนแย้งของผมมั้ยนะ แต่เอาจริง ๆ ผมทั้งห่วง ทั้งเอ็นดูจนแทบไม่กล้าทำอะไรแรง ๆ เลย“อื้อออออออ” แต่เหมือนพิษไข้จะทำให้แสนแผลงฤทธิ์ความดื้อรั้นขึ้นมานิดหน่อย คนตัวเล็กครางอืออาในลำคอ ซุกหน้าหนีเข้าหาหมอน ปลุกเท่าไหร่ก็ไม่ยอมลืมตาขึ้นมาคุยกันดี ๆ
พอผมพยายามจะประคองพยุงตัวให้ลุกขึ้นมานั่งเพื่อกินยา เจ้าตัวก็ขยับตัวหนีดิ้นขลุกขลักอยู่อย่างนั้น กว่าจะหลอกล่อ ประคองล็อกตัวเอาไว้ แล้วจับป้อนเอายัดยาเข้าปากพร้อมแก้วน้ำตามให้คนตัวเล็กกลืนลงคอไปได้ เล่นเอาผมเหงื่อซึม เหนื่อยยิ่งกว่าตอนซ้อมบาสซะอีก
พอป้อนยาคนดื้อเสร็จสรรพจนเรียบร้อย ผมก็เดินไปชุบน้ำบิดผ้าผืนเล็กจนหมาดเพื่อเอามาเช็ดตัวระบายความร้อนให้น้อง ผ้ามาด ๆ ไล่ไปตามผิวเนียนสวยและใบหน้าหวานที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงระเรื่อ
หลังจากจัดการเช็ดตัวและห่มผ้าให้น้องนอนพักผ่อนอย่างสบายตัวเรียบร้อย ผมหันไปมองนาฬิกาบนฝาผนังก็พบว่ามันเกือบจะเช้าเต็มทีแล้ว เลยตัดสินใจเดินแยกตัวเข้าไปจัดการธุระส่วนตัวในห้องน้ำบ้าง เพราะอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า ก็จะถึงเวลาที่พี่ยุ้ยนัดเอาไว้
พอเสร็จธุระก้าวออกมาจากห้องน้ำ ในตอนที่ผมยังไม่ทันได้แต่งตัวดีด้วยซ้ำ เสียงแจ้งเตือนไลน์ก็ดังขึ้นมาพอดี พี่ยุ้ยทักมาตามนัดเรื่องมื้อเช้านั่นแหละครับ ผมเลยพิมพ์ตอบกลับไปตามความจริงว่าน้องแสนมีอาการไข้ขึ้นนิดหน่อย คงไม่สะดวกที่จะลงไปข้างล่าง
แผนการเดิมที่เราตั้งใจจะลงไปทานอาหารมื้อเช้าพร้อมหน้าพร้อมตากันที่ห้องอาหารตรงล็อบบี้ของโรงแรม เลยต้องถูกเปลี่ยนย้ายมาตั้งโต๊ะกินกันที่ห้องพักของผมแทนซะงั้น เพื่อที่จะได้ช่วยกันดูอาการของคนตัวเล็กไปด้วยในตัวด้วย
อีกอย่าง ต้องยอมรับในบริการของที่นี่เลยครับ เพราะอาหารเช้าที่ทางพนักงานโรงแรมจัดเตรียมยกขึ้นมาเสิร์ฟให้ถึงห้องเนี่ย จัดเต็มเป็นชุดใหญ่เลย หน้าตาและรสชาติไม่ได้น้อยหน้าไปกว่าที่เสิร์ฟตรงไลน์อาหารที่ล็อบบี้เลยสักนิด กลิ่นหอมฉุนของข้าวต้มและชา กาแฟอบอวลไปทั่วห้องพัก
“แม่บอกแล้วว่าอย่าเล่นน้ำเยอะ เป็นไงละเรา ไข้ถามหาเลย” ทันทีที่ประตูห้องเปิดออก แม่ปลาก็เดินบ่นกระปอดกระแปดตรงดิ่งเข้าไปหาแสนที่เตียงนอนทันที ปากแกก็บ่นไปงั้นแหละครับ เแต่แววตานี่ฉายแววเป็นห่วงลูกชายคนเล็กไม่น้อย
มือนุ่มของแม่ปลาหยิบเอาผ้าผืนเล็กที่ผมเตรียมไว้ขึ้นมาซับเช็ดตามใบหน้าและลำคอของแสนอีกครั้ง พลางบ่นงึมงำอะไรไปเรื่อยตามประสาคนแก่
“แล้วน้องเป็นมานานหรือยัง เมื่อคืนยังดูดี ๆ อยู่เลย” พี่ยุ้ยที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ผมหันมาถามผมด้วยความรู้สึกเป็นห่วงเป็นใยไม่แพ้กัน แถมยังเริ่มขยับเดินสำรวจตรวจตราดูความเรียบร้อยรอบ ๆ ห้องพักของผมไปด้วย
ส่วนผมเองตอนนี้อาการเป็นห่วงน้องมันหายไปเหลือแต่ความร่ก ตื่นเต้น และทำตัวไม่ถูก เพราะกลัวว่าแม่ปลาจะเห็นรอยตามตัวของน้องแสนได้ แถมยังกลัวว่าพี่ยุ้ยจะไปเห็นหลักฐานอะไรเข้าอีก
แต่โชคยังดี ที่ทุกอย่างมันผ่านไปได้ด้วยดี แม่ปลาแค่ขยับเอาผ้าชุบน้ำเข้าไปเช็ดตามเนื้อตามตัวลดไข้ให้คนตัวเล็กเบา ๆ โดยไม่ได้เปิดเสื้อผ้าของแสน ส่วนพี่ยุ้ยที่เดินถือกล้องวนสำรวจถ่ายรูปมุมสวย ๆ ในห้องพักจนพอใจก็ขยับเข้าไปดูอาการแสนบ้าง สลับสับเปลี่ยนกันมานั่งกินมื้อเช้าที่โต๊ะอาหารบ้าง
ช่วงเช้าของวัน แผนการลุยทริปทะเลของครอบครัวผมเลยต้องถูกปรับเปลี่ยนแพลนใหม่ กลายเป็นการนั่ง ๆ นอน ๆ พักผ่อนคุยกันอยู่ในห้องพักซะส่วนใหญ่ และอาการไข้ของแสนก็เหมือนจะดีขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งช่วงสาย ๆ ของวัน น้องแสนก็ตื่นขึ้นมา ใบหน้าเนียนใสดูสดชื่นกว่าช่วงเมื่อเช้ามืดที่นอนซมตัวสั่นเป็นลูกนกเยอะเลย
แถมพอตื่นมาปุ๊บก็แผลงฤทธิ์ความน่ารักทันที เจ้าตัวเล็กขยับส่งยิ้มหวานอ้อนขอแม่ปลากับพี่ยุ้ยออกไปเดินเล่นสูดรับบรรยากาศข้างนอกห้องพักอีกต่างหาก เห็นน้องหายทรมานจากไข้หวัดแถมยังร่าเริงได้ขนาดนี้ ผมก็พลอยโล่งอกตามไปด้วย
“ยังจะไปอีก ไข้ยังไม่หายดีเลย ถ้ากลับมาเป็นอีกจะจับตีให้เข็ด” แม่ปลาดุออกมาเสียงเข้มแต่แววตาไม่ได้จริงจังมากนัก มือนุ่มคอยประคองถ้วยข้าวต้มร้อน ๆ ส่งให้คนเป็นไข้ เพื่อให้แสนตักกินอยู่บนเตียงได้สะดวก“หนูดีขึ้นแล้วจริง ๆ น้า ตอนเย็นเราออกไปเดินเล่นกันนิดเดียวเอง นาน ๆ ทีเราจะได้มีเที่ยวทะเลแบบนี้” พออาการไข้เริ่มทุเลาลง คนตัวเล็กก็ออกอาการอ้อนเอาใจแม่ปลายกใหญ่ ท่าทางขยับเอียงคอมองตาแป๋วแถมยังพูดจาคะขาออเซาะนั่น ดูท่าเจ้าตัวคงจะกลัวว่ามาเที่ยวทริปนี้แล้วจะสนุกได้ไม่เต็มที่ล่ะมั้งครับ
ผมที่นั่งกอดอกมองอยู่ตรงโซฟาปลายเตียงได้แต่นึกขำในใจ นึกถึงสภาพคนขี้อ้อนตรงหน้าที่โดนรุมจนร้องไห้ครางระงมเมื่อคืน ขัดกับลุคใสซื่อต่อหน้าผู้ใหญ่ตอนนี้ลิบลับ
“เดี๋ยวตอนเย็นดูอาการอีกทีก็ได้นะแม่ ถ้าแสนหายดีแล้วก็ออกไปเปิดหูเปิดตา เดินเล่นรับลมกันหน่อย นั่งอุดอู้อยู่แต่ในห้องจะเฉาซะเปล่า ๆ” พี่ยุ้ยคงจะทนลูกตื้อและสายตาเว้าวอนของแสนไม่ไหว เลยยอมเข้ามาช่วยพูดเสริมทัพให้อีกแรง
จนในที่สุดแม่ปลาก็ยอมใจอ่อน ตกปากรับคำตามตกลงจนได้ แถมแกยังอุตส่าห์ยื่นคำขาดกำชับเสียงหนักแน่นทิ้งท้ายไว้ว่า ถ้าจะออกไป ต้องรอให้ถึงช่วงใกล้พระอาทิตย์ตกดินที่แดดร่มลมตกจริง ๆ เท่านั้น ไม่อย่างนั้นหมดสิทธิ์
พอตกลงแบ่งเวลาและจัดแจงทุกอย่างกันได้ลงตัว บรรยากาศภายในห้องพักก็กลับเข้าสู่ความสงบและเป็นปกติอีกครั้ง พี่ยุ้ยจัดการเปิดโทรทัศน์ ดูซีรีส์เกาหลี นั่งฟินจิกหมอนของโรงแรมแทบจะขาด ส่วนแม่ปลาก็ขยับไปนอนเอนหลังพักสายตาอยู่บนเตียงหนานุ่มข้าง ๆ คนเป็นไข้ ที่ตอนนี้ชิงหลับปุ๋ยพักผ่อนเอาแรงล่วงหน้าไปก่อนเรียบร้อยแล้วเหมือนกัน
ส่วนผมที่ไม่รู้จะทำอะไร ก็เล่นโทรศัพท์มือถือไถหน้าจอไปเรื่อยเปื่อยอย่างไร้จุดหมาย จนกระทั่งไม่มีอะไรให้เล่นแก้เซ็งแล้ว สายตาเลยเหลือบไปเห็นนิตยสารแนะนำบริการของโรงแรมที่วางอยู่ตรงโต๊ะรับแขก เลยหยิบมันขึ้นมาเปิดอ่านดูฆ่าเวลา
ข้อมูลในนั้นทำให้ผมรู้ว่า โรงแรมหรูระดับห้าดาวแห่งนี้มีกิจกรรมให้แขกเลือกทำเยอะมากจริง ๆ ทั้งพวกล่องเรือยอร์ชลำใหญ่ออกไปดำน้ำชมปะการังกลางทะเลลึก หรือแม้แต่กิจกรรมที่ตั้งอยู่ภายในตัวอาคารโรงแรมก็มีให้เลือกเยอะ และสิ่งที่ทำให้ผมสะดุดตาและให้ความสนใจมากที่สุด เห็นจะเป็นรูปสระว่ายน้ำขนาดมาตรฐานที่ดูน่าว่ายสุด ๆ
ถึงแม้ผมจะเป็นนักบาส แต่การว่ายน้ำก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ผมรู้สึกชอบไม่แพ้กัน ยิ่งได้เห็นสระมาตรฐานน่าว่ายขนาดนี้ก็ยิ่งรู้สึกตื่นเต้น เพราะปกติแถวบ้านผมไม่มีอะไรแบบนี้หรอก มีแต่บ่อดินบ่อโคลนทั้งนั้น
“อยากว่ายหรอ ไปสิ ทุกกิจกรรมของโรงแรมเราทำได้หมดเลยนะ” สงสัยผมจะจ้องมองมันนานเกินไป จนพี่ยุ้ยสังเกตเห็น
เมื่อได้รับสัญญาณไฟเขียว ผมก็ไม่คิดจะปฏิเสธโอกาสอันดีนี้ ผมพยักหน้ารับคำ ขยับลุกขึ้นเตรียมตัวก้าวออกจากห้องพัก ตอนแรกก็ว่าจะรอออกไปตอนเย็นพร้อมกับคนอื่น ๆ แต่ก็กลัวว่าถ้าไปตอนเย็นคนน่าจะเยอะ ผมเลยตัดสินใจออกมาตั้งแต่ช่วงบ่าย ๆเลยดีกว่า
ลงมาถึงด้านล่าง ผมก็เดินไปถามพนักงานตรงล็อบบี้ ซึ่งพนักงานแนะนำสระว่ายน้ำสองส่วนมาให้ผมเลือก ผมตัดสินใจลองเดินไปสำรวจดูที่โซนแรกก่อน สระนี้ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าของโรงแรม เป็นสระน้ำกลางแจ้งขนาดใหญ่ที่น้ำใสน่าว่ายมาก ๆ เลยครับ แถมวิวรอบ ๆ ยังสวยสุด ๆ เพราะสามารถมองเห็นเส้นขอบฟ้าและท้องทะเลกว้างใหญ่ตรงหน้าได้แบบเต็มตา
แต่จะติดตรงที่คนกลับเยอะและพลุกพล่านกว่าที่คิดเอาไว้มาก มีทั้งกลุ่มครอบครัว เด็กเล็กวิ่งเล่นกันเจี๊ยวจ๊าว และผู้ใหญ่ที่ลงไปนอนแช่น้ำคุยกันเต็มไปหมด ขืนผมลงไปว่ายคงชนคนอื่นเขาไปทั่วแน่ ๆ
ผมเลยลองเดินไปยังสระว่ายน้ำอีกจุดหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ลึกเข้ามาทางด้านในตัวอาคารของโรงแรม และใช่ครับ มันคือสระว่ายน้ำเดียวกันกับที่ผมพึ่งจะเปิดเห็นภาพในนิตยสารเมื่อกี้นี้ สระน้ำในร่มขนาดใหญ่ที่น่าจะได้มาตรฐานแบบที่เขาใช้แข่งขันกันจริง ๆ แถมบรรยากาศรอบ ๆ ยังเงียบสงบและคนไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ ส่วนใหญ่เท่าที่ผมกวาดตามองดู น่าจะเป็นพวกคนที่ตั้งใจมาลงสระเน้นว่ายน้ำเพื่อออกกำลังกายกันจริง ๆ ซะมากกว่า
สภาพแวดล้อมที่ตอบโจทย์ความต้องการแบบนี้ ทำให้ผมเลือกที่จะลงปักหลักว่ายน้ำที่สระแห่งนี้นี่แหละครับ
“ไม่ทราบว่าคุณลูกค้าต้องการเช่ากางเกงว่ายน้ำกับทางเรามั้ยคะ สามารถใช้บริการได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมค่ะ” อ๋าาาาาา เพราะมัวแต่ตื่นเต้นกับความยิ่งใหญ่ของสระตรงหน้า จนลืมคิดไปเลยครับ ว่าผมไม่ได้เตรียมพวกชุดหรืออุปกรณ์ว่ายน้ำส่วนตัวติดกระเป๋าลงมาด้วยเลยสักชิ้นเดียว “เช่าครับ มีพวกแว่นตาให้ด้วยใช่มั้ยครับ” พอได้ยินคำว่าฟรีและเป็นสิทธิพิเศษของแขกที่มาพัก ผมก็รีบตอบตกลงรับข้อเสนอทันทีแบบไม่ต้องเสียเวลาคิด แถมยังเอ่ยปากถามถึงอุปกรณ์อื่น ๆ ที่จำเป็นสำหรับการลงสระไปในตัวด้วย“มีให้ค่ะ เดี๋ยวรอสักครู่นะคะ” พนักงานสาวตรงหน้าตอบรับด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่เธอจะเดินหายเข้าไปในห้องเก็บของด้านหลัง ยืนรออยู่ไม่ถึงสองนาที เธอก็เดินกลับออกมาพร้อมกับถุงผ้าของทางโรงแรม“นี่ค่ะ ส่วนห้องล็อกเกอร์เปลี่ยนชุด จะอยู่ด้านในสุดฝั่งซ้ายมือนะคะ คุณลูกค้าสามารถเปลี่ยนเสื้อผ้าและเก็บของมีค่าไว้ในตู้ได้เลยค่ะ ขอให้สนุกกับบริการนะคะ” ผมส่งยิ้มบาง ๆ กลับไปพร้อมกับเอ่ยขอบคุณ ถุงผ้าที่พนักงานจัดเตรียมไว้ให้ ภายในนั้นมีกล่องแว่นตากันน้ำ ผ้าขนหนูผืนใหญ่ และกางเกงว่ายน้ำที่พับม้วนเอาไว้เรียบร้อย
พอรับของเสร็จ ผมก็เดินเข้าไปด้านใน แค่สัมผัสแรกมันก็ทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้นมาก ๆ เหมือนเด็กบ้านนอกเข้ากรุงยังไงก็ไม่รู้เลยครับ สระน้ำขนาดใหญ่ทอดตัวยาว ผิวน้ำสีฟ้าครามใสแจ๋วสะท้อนแสงไฟระยิบระยับ ด้านในถูกแบ่งกั้นเป็นลู่ว่ายน้ำสีน้ำเงินขาวอย่างชัดเจน มองลงไปในสระเห็นมีคนกำลังว่ายกันอยู่ประมาณสองถึงสามคน ส่วนที่ม้านั่งพักผ่อน ก็มีบางคนที่นั่งจับกลุ่มพักพูดคุยกันอยู่ประปราย และเท่าที่ผมสังเต แขกส่วนใหญ่ที่มาใช้บริการในโซนนี้เหมือนจะมีแต่ผู้ชายซะส่วนใหญ่
ซึ่งผมเองก็ไม่ได้คิดมากอะไร ค่อย ๆ เดินเข้าไปในห้องล็อกเกอร์ซ้ายมือที่อยู่ด้านในสุด ตั้งใจจะรีบเปลี่ยนชุดลงมาว่ายให้หนำใจ
พอผลักประตูเข้ามาด้านใน ก็พบกับห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าขนาดค่อนข้างกว้าง มีตู้ล็อกเกอร์หรูหราตั้งชิดติดกำแพงไปตามมุมห้องแต่ละฝั่งอย่างเป็นระเบียบ ตรงกลางห้องมีม้านั่งยาวตั้งวางเอาไว้ ดู ๆ ไปแล้วบรรยากาศมันก็แอบคล้ายกับห้องพักนักกีฬาที่โรงเรียนของผมอยู่เหมือนกันนะครับ เพียงแต่ว่าเรื่องของความสะอาด ความหรูหรา ของที่นี่น่ะ โรงเรียนผมเทียบไม่ติดเลยสักนิด
ผมกวาดสายตามองหาหมายเลขตู้ล็อกเกอร์ที่ตรงกับตัวเลขบนลูกกุญแจในมือ พอเจอปุ๊บ ก็จัดการเปิดตู้ล็อคเกอร์ วางสัมภาระส่วนตัวลงไป นั่งลงบนม้านั่งยาวกลางห้องพลางหยิบถุงผ้าที่พนักงานให้มาเปิดออก เพื่อสำรวจของที่ได้มา
และถึงแม้ว่าผมจะยังไม่ได้รื้อดูสิ่งของชิ้นอื่น ๆ ในถุงผ้าให้ครบทุกชิ้น แต่เพียงแค่เอื้อมมือไปหยิบเอากางเกงว่ายน้ำขึ้นมาคลี่ดูเต็มตา มันก็ทำเอาผมอึ้งจนพูดไม่ออก
ความรู้สึกอึ้งในตอนนั้นมันไม่ใช่เพราะว่าเนื้อผ้ามันหรูหราห้าดาวจนผมไม่กล้าหยิบมาสวมใส่หรืออะไรหรอกนะครับ แต่ว่ามันเป็นเพราะขนาดของมันที่ดูจะเล็กกะทัดรัดจนเกินไปต่างหาก กางเกงว่ายน้ำที่ผมได้รับมาเนี่ย มันเป็นทรงที่คล้ายกับกางเกงในที่เราใส่กันอยู่ทุกวัน ซึ่งขนาดไซส์ดูยังไงมันก็เล็กผิดหูผิดตาเกินไปสำหรับผมยังไงก็ไม่รู้
แถมสีที่ผมได้มาเนี่ยมันดันเป็นสีเทาอ่อน ๆ อีกต่างหาก ซึ่งมันก็ทำให้ผมเครียดไปกันใหญ่ เพราะตั้งแต่เกิดมาจนโตป่านนี้ ผมไม่เคยคิดจะใส่กางเกงว่ายน้ำทรงและสีแบบนี้เลยสักครั้ง ปกติใส่อย่างมากก็บ็อกเซอร์ขาสั้นสีทึบ ๆ เพื่อเซฟตัวเอง
ตอนแรกผมก็กะว่าจะเดินไปขอเปลี่ยน แต่ก็กลัวว่าเขาจะหาว่าเรื่องมาก เพราะก็เป็นผมเองที่ไม่ยอมเตรียมของมาให้เรียบร้อย
“แล้วพี่มากี่รอบแล้วครับ” “พี่มาหลายรอบแล้ว เมียกับลูกพี่ชอบมาก”ผมที่กำลังนั่งอึ้งปนคิดมากอยู่ว่าจะเอายังไงดี ประตูห้องล็อกเกอร์ก็ถูกผลักเปิดออก พร้อมกับมีแขกคนอื่น ๆ เริ่มทยอยเดินกันเข้ามาเพื่อเตรียมจะเปลี่ยนเสื้อผ้าลงสระเหมือนกัน ผมที่ทำตัวไม่ถูกและไม่รู้จะจัดการกับสถานการณ์ตรงหน้ายังไงดี เลยรีบแกล้งทำเป็นเนียนลุกขึ้นยืน ยืดตัวตรงทำทีเป็นจัดแจงเตรียมจะถอดเปลี่ยนเสื้อผ้ากับเขาบ้างเพื่อไม่ให้ดูมีพิรุธ
จากห้องล็อกเกอร์ที่เคยเงียบสงบมีเพียงแค่ผมที่นั่งอยู่คนเดียวในตอนแรก ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยหัวเราะของหลากหลายกลุ่มคน แถมแต่ละคนที่เพิ่งเข้ามาก็เริ่มเปลี่ยนเสื้อผ้ากันแล้ว แถมยังเล่นแก้ผ้าล่อนจ้อนโชว์เนื้อหนังมังสาเปลือยเปล่ากันตรงหน้าตู้ล็อกเกอร์ของตัวเองแบบไม่มีใครอายใครเลยด้วยซ้ำ
ซึ่งถ้าถามว่าผมตกใจไหม บอกเลยว่าไม่ได้ตกใจอะไรหรอกครับ เพราะผมก็ชินกับการแก้ผ้าอาบน้ำหรือเปลี่ยนชุดกับเพื่อน ๆ ในทีมเป็นประจำอยู่แล้ว เรื่องสรีระผู้ชายด้วยกันมันเลยดูธรรมดามาก
สุดท้ายผมก็ต้องจำใจต้องยอมถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกจนหมด เพื่อจะใส่กางเกงว่ายน้ำตัวเล็กจิ๋วนี้
พอจัดการถอดเสื้อผ้าลงไปกองกับพื้น ร่างกายของผมก็เปลือยเปล่าล่อนจ้อนเหมือนกับคนอื่น ๆ ปล่อยให้ท่อนลำยักษ์ของผม มันทิ้งตัวดิ่งห้อยหัวไปด้านล่างตามแรงโน้มถ่วงของโลก ปล่อยให้ความใหญ่โตลำยาวของมันแกว่งไกวเบา ๆ ยามที่ผมก้มตัวลงเอื้อมมือไปหยิบเอากางเกงว่ายน้ำสีเทาอ่อนขึ้นมาถือไว้ พลางสูดหายใจเข้าลึกเพื่อทำใจเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะยัดร่างสวมมันเข้าไป
แต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้ใส่กางเกงว่ายน้ำดี ผมกลับรู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง เพราะเสียงพูดคุยจ้อกแจ้กจอแจรอบห้องล็อกเกอร์เมื่อกี้ อยู่ดี ๆ มันก็เงียบหายไป
บรรยากาศมันเงียบจนผมต้องหันหน้าไปมองสำรวจรอบ ๆ มันถึงทำให้ผมได้รู้ว่าตอนนี้ตัวเองตกเป็นเป้าสายตาของคนทั้งห้อง สายหลากหลายคู่จากรอบ ๆ ห้องล็อกเกอร์กำลังจับจ้องพุ่งตรงดิ่งมาทางผม
เอาจริง ๆ ผมก็ไม่ได้อยากจะอวยตัวเองอะไรหรอกนะครับ แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมา มันก็ทำให้ผมพอจะรู้ตัวมาอยู่บ้างแหละว่าขนาดของไอ้หนูผมเนี่ย มันดันใหญ่โตเกินมาตรฐานชายไทย และดูโตเกินตัวไปกว่าผู้ใหญ่เต็มวัยหลาย ๆ คนด้วยซ้ำ แต่การที่อยู่ ๆ ต้องมาแก้ผ้าล่อนจ้อนแล้วโดนกลุ่มคนแปลกหน้ารุมส่องรุมจ้องตาเป็นมันแบบนี้ มันก็ทำให้ชผมรู้สึกประหม่าจนทำตัวไม่ถูกเหมือนกัน ผมเลยรีบจัดการสวมใส่กางเกงว่ายน้ำตัวเล็กนี้ทันที
“อื้อออออ” แล้วพอขอบยางยืดถูกรั้งขึ้นมาถึงเอวต่ำ ผมถึงกับต้องหลุดครางซี้ดออกมาเบา ๆ ในลำคอ เพราะความตึงและแน่นของมัน เนื้อผ้ามันรัดกุมบีบเค้นเข้าหาโคนขาและเป้าของผมจนรู้สึกอึดอัดแทบระเบิด ท่อนลำยักษ์ที่เคยห้อยหัวกลับถูกเนื้อผ้าสีอ่อนบังคับบีบดันให้มันตั้งลำชี้เด่ขึ้นมาพาดอยู่ตรงหน้าท้องอย่างเลี่ยงไม่ได้
กว่าจะจัดแจงยัดเจ้าท่อนลำให้เข้าที่เข้าทางแบบทุลักทุเลจนเสร็จ ผมก็รีบก้าวเท้าฉับ ๆ ผละออกจากตู้ล็อกเกอร์ เดินตรงดิ่งไปยังกระจกเงาบานใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมห้องทันทีเพื่อสำรวจความเรียบร้อยของตัวเองก่อนจะออกไปด้านนอก
พอสายตาของผมสบเข้ากับภาพสะท้อนในกระจกเต็ม ๆ ผมละอยากจะบ้าตาย นี่มันยังจะเรียกว่ากางเกงว่ายน้ำได้อีกมั้ยครับเนี่ย เพราะตรงเป้ากางเกงของผมตอนนี้ มันถูกกางเกงว่ายน้ำสีเทาอ่อนรัดตึงเน้นสัดส่วนจนปูดนูนทะลักดันเนื้อผ้าออกมาเป็นลำยาวเฟื้อยอย่างโจ่งแจ้ง เห็นส่วนโค้งเว้าและรอยหยักของหัวเห็ดบานชัดเจนจนแทบจะเป็นภาพสามมิติแบบไม่ต้องเสียเวลาเพ่งมอง
“พ่อรักมากหรอน้อง ให้มาเยอะเชียว” “ฮ่า ๆ ไอเชี่ยย โคตรใหญ่เลยวะ”ระหว่างที่ผมกำลังยืนขมวดคิ้วหน้าเครียด พยายามบิดเอวขยับมือกด ๆ จัดระเบียบท่อนลำยักษ์ของตัวเองเพื่อให้มันดูสุภาพและพรางตาคนมองให้ได้มากที่สุด แต่จู่ ๆ เสียงของกลุ่มพี่ผู้ชายที่ยืนอยู่ตู้ล็อกเกอร์ใกล้ ๆ ก็พูดแซวแถมยังหัวเราะออกมาอย่างสนุกปาก
ผมที่รู้สึกอายนิดหน่อยเลยรีบสับเท้าก้าวฉับ ๆ กึ่งเดินกึ่งวิ่งออกจากห้องล็อกเกอร์ทันที โดยที่ยอมเสียมารยาทไม่คิดจะหันไปสบตาหรือตอบคำถามอะไรกลับไปหาพี่กลุ่มนั้นเลยสักคำเดีว
พอออกมาด้านนอก ผมก็รีบงอตัวขยับมือลงไปกุมเป้าของตัวเองเอาไว้ สับเท้าตรงดิ่งไปยังโซนล้างตัวอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะรีบเอาตัวลงสระว่ายน้ำโดยไม่ยอมเสียเวลาจัดแจงแว่นตาหรือหมวกอะไรทั้งนั้น โชคดีที่สระว่ายทำระดับน้ำไว้ค่อนข้างลึกพอสมควร มันเลยทำให้ช่วยหักเหแสงและพลางสายตาจากส่วนล่างของผมไปได้บ้าง
ผมค่อย ๆ ว่ายน้ำเลาะลู่ไปเรื่อย ๆ พยายามโฟกัสอยู่กับแผ่นน้ำตรงหน้าและไม่สนใจสิ่งแวดล้อมรอบตัวมากนัก สายน้ำเย็นเฉียบมันช่วยให้ผมหยุดฟุ้งซ่านและเลิกคิดมากไปได้บ้าง และยิ่งพอได้ออกแรงยืดเส้นยืดสาย สมองมันก็ยิ่งรู้สึกโปร่งโล่งสบายอย่างบอกไม่ถูก
ผมว่ายน้ำสลับไปมาท่าผีเสื้อบ้าง ฟรีสไตล์บ้าง จนหนำใจสมความอยาก บวกกับกวาดสายตามองไปรอบ ๆ แล้วรู้สึกว่ากลุ่มคนในสระเริ่มทยอยบางตาลงไปมาก พอเงยหน้าขึ้นมองนาฬิกาดิจิตอลเรือนใหญ่ที่ติดอยู่บนผนังอาคารบอกเวลา ถึงได้รู้ตัวว่าผมนอนแช่น้ำออกแรงมาเกือบชั่วโมง
พอรู้สึกได้ว่ายน้ำออกแรงจนหายอยาก ผมก็หมุนตัวเตรียมจะขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้ากลับห้องพักไปหาคนตัวเล็ก
และทันทีที่ผมก้าวขึ้นมาจากสระ แรงโน้มถ่วงก็ทำหน้าที่ของมันทันที มวลน้ำจำนวนมากไหลรูดลงไปตามร่างกาย ทิ้งไว้เพียงกางเกงว่ายน้ำสีเทาอ่อนที่ตอนนี้ เปียกชุ่มจนแนบเนื้อสนิทไปกับร่างกาย ชนิดที่ไม่มีช่องว่างให้อากาศหายใจ
ผมถึงกับก้าวขาไม่ออก ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ริมขอบสระเมื่อก้มลงมองสภาพตัวเองในตอนนี้ เพราะกางเกงสีเทาอ่อนพอเปียกน้ำจนชุ่ม ผ้ามันดันบางเฉียบจนแทบจะโปร่งแสงจนเหมือนผมไม่ได้ใส่อะไรเลยด้วยซ้ำ ทำให้เห็นผิวเนื้อเข้ม ๆ ด้านในชัดเจน
และก็ไม่รู้ว่าผมออกกำลังกายอิท่าไหน มันถึงทำให้เจ้าท่อนลำยักษ์ของตัวเองเกิดอาการคึกคะนองขยายตัวขึ้นมาดื้อ ๆ มันขยับหัวบานดันนูนทะลักเนื้อผ้าสีเทาอ่อนออกมาเป็นลำยาว ทรงหัวเห็ดบานหยักและรอยเส้นเลือดนูนเด่นขึ้นมาเป็นมิติ โจ่งแจ้งทะลุผ้าจนมองเห็นลึกไปถึงไหนต่อไหน
แล้วยิ่งตอนนี้ยังมีพี่ผู้ชายสามสี่คนที่ยังเหลืออยู่รอบสระ พากันหันมามองท่อนลำเขื่องเปียกน้ำตรงเป้าผมเป็นตาเดียว บางคนถึงกับนั่งจ้องตาค้าง ทำเอาท่อนลำด้านในมันก็สั่นระริกไปมาอย่างบอกไม่ถูก ยิ่งรู้ว่าถูกจ้องมองมันก็ยิ่งกระตุกเป็นจังหวะไม่ไว้หน้าผมเลยสักนิด
ทันทีที่ตั้งสติได้ผมก็รีบสับเท้าออกตัววิ่งพลางยกมือขึ้นกุมที่ปูดนูนเด่นชัดของตัวเอง พาตัวเองกลับเข้าห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าล็อกเกอร์ทันทีอย่างไม่คิดชีวิต
พอเข้ามาผมก็ไม่รอช้ารีบจัดแจงกระชากกางเกงว่ายน้ำเจ้าปัญหาออกไปให้พ้นตัว ใช้ผ้าขนหนูเช็ดเนื้อเช็ดตัวลวก แล้วคว้าเสื้อผ้าชุดเดิมขึ้นมาสวมใส่ และมันก็น่าเหลือเชื่อมากเลยครับ เพราะน่าจะไม่ถึงสองนาทีด้วยซ้ำมั้ง ที่ผมจะจัดการเปลี่ยนเสื้อผ้าแต่งเนื้อแต่งตัวกลับมาอยู่ในชุดลำลองในสภาพเดิมได้จนเรียบร้อยเสร็จสรรพ
หลังจากส่งคืนอุปกรณ์เรียบร้อย ผมก็ขยับไปยืนหลบมุมพักหายใจหายคอให้สติกลับเข้าที่เข้าทางสักหน่อย มือก็ล้วงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดเข้าไลน์กลุ่มครอบครัว เพื่อเช็กดูสถานการณ์ว่าตอนนี้ทุกคนยังอยู่ที่ห้องพักหรือเปล่า
แต่เหมือนว่าตอนนี้ทุกคนพากันลงมาด้านล่างกันหมดแล้ว แถมยังแยกย้ายกันไปทำกิจกรรมของตัวเองกันอีกต่างหาก ในไลน์บอกว่าแม่ปลาไปทำสปาอโรมา พี่ยุ้ยเดินไปรอรับพี่แมนที่ท่าเรือ ส่วนเจ้าแสน ข้อความล่าสุดบอกว่าออกไปเดินกินลมชมวิวเล่นอยู่ริมชายหาดเรียบร้อยแล้ว
พอรู้ว่าคนตัวเล็กอยู่ริมทะเล ผมเลยลองกดโทรหาอยู่หลายสาย แต่ก็เงียบสนิทไม่มีคนรับสายเลยสักนิด ไม่รู้ว่าเพราะมัวแต่เดินรับลมจนไม่ได้ยิน หรือเพราะเจ้าตัวไม่ได้พกโทรศัพท์ติดตัวลงไปด้วย ครั้นจะให้ผมเดินดุ่ม ๆ ออกไปตามหาตอนนี้ ชายหาดหน้าโรงแรมมันก็กว้างเกินไป ไม่รู้เหมือนกันว่าป่านนี้จะเดินเตลิดไปอยู่ส่วนไหนของหาดแล้ว
ในเมื่อติดต่อใครไม่ได้และไม่รู้จะไปไหนต่อ สายตาของผมที่กำลังสอดส่องมองไปรอบ ๆ บริเวณโถงกว้าง ดันเหลือบไปเห็นป้ายสลักลวดลายสวยงามเขียนไว้ว่า Tantra Oasis Spa เท่านั้นแหละครับ ในหัวของผมมันก็เกิดนึกอยากจะลองเดินเข้าไปใช้บริการดูสักครั้ง
เพราะถ้าพูดกันตามตรง ตั้งแต่เกิดมาจนโตป่านนี้ ผมยังไม่เคยได้สัมผัสหรือลองเข้าร้านนวดเลยสักครั้งในชีวิต ประจวบเหมาะกับตอนนี้ร่างกายของผมมันเริ่มส่งสัญญาณประท้วง ทั้งความรู้สึกตึงล้าตามตัว เพราะพึ่งจะหักโหมว่ายน้ำมาเกือบชั่วโมง บวกกับช่วงก่อนหน้านี้ที่ผมต้องซ้อมบาสอย่างหนักหน่วงจนเส้นสายทั่วทั้งร่างมันตึงเปรี๊ยะจนล้าไปหมด
ผมยืนชั่งใจอยู่อยู่นานสองนาน สุดท้ายผมก็ตัดสินใจพิมพ์ข้อความทิ้งไว้ในไลน์กลุ่มครอบครัว เพื่อบอกให้ทุกคนรับรู้ไว้ว่าผมจะขอปลีกตัวไปนวดผ่อนคลายต่อสักหน่อย เสร็จเรียบร้อยเมื่อไหร่ เดี๋ยวค่อยตามไปสมทบหาทุกคนทีหลัง
พอเดินมายังโซนนวดถึงรู้สึกว่าตัวเองโชคดีมาก เพราะบนหน้าจอดิจิตอลที่ดูลึกลับใต้ป้ายไฟสลัวที่เขียนชื่อโซนเอาไว้ มันมีข้อความตัวอักษรสีแดงกะพริบแจ้งเตือนเอาไว้ชัดเจนว่าเป็นคอร์สบริการของรอบสุดท้ายสำหรับวันนี้แล้ว
แถมพอได้ขยับเข้าไปพูดคุยสอบถามข้อมูลกับพี่พนักงานผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงเคาน์เตอร์ด้านหน้า พี่เขาก็บอกข่าวดีซ้ำสอง ว่าตอนนี้เหลือเตียงสุดท้ายพอดีเป๊ะ โอกาสประจวบเหมาะขนาดนี้ ผมเลยตอบปากตกลงรับคำไปอย่างไม่คิดอะไรมาก
“เดี๋ยวผมรบกวนขอเชคบัตรประชาชนหน่อยนะครับ” เสียงของพี่พนักงานผู้ชายตรงหน้าเอ่ยพูดออกมาด้วยน้ำเสียงและท่าทางที่สุภาพเรียบร้อย แต่มันกลับทำให้ในผมรู้สึกงงขึ้นมานิดหน่อย
เพราะไม่คิดว่านวดผ่อนคลายกล้ามเนื้อตามปกติธรรมดา ๆ ของโรงแรมห้าดาว ทำไมมันถึงต้องเข้มงวดถึงขนาดขอดูบัตรประชาชนเพื่อเช็กประวัติหรืออายุอานามกันวุ่นวายขนาดนี้ด้วยหรอ
“ให้แขกเข้ามาเลยก็ได้ครับ นี่ก็รอบสุดท้ายของวันแล้ว เดี๋ยวจะเกินเวลาเอา” แต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้ยืนบัตรประชาชนไปให้ เสียงเข้ม ๆ ของพนักงานชายอีกคนที่ดูมีอายุงานมากกว่าก็พูดแทรกสวนขึ้นมาทันควัน พร้อมกับขยับกายผายมือเชิญให้ผมเดินผ่านประตูกระจกบานทึบเข้าไปด้านในเพื่อตัดขั้นตอน
ผมที่กำลังยืนงง ๆ สับสนกับท่าทีแปลกประหลาดของพนักงานทั้งสองคน แต่ด้วยความล้าของร่งกายบวกกับความอยากรู้อยากลองของเด็กบ้านนอก สุดท้ายก็เลยยอมก้มหัวรับคำแล้วเดินตามเข้าไปด้านในอย่างง่ายดาย
ผมค่อย ๆ เดินตามพนักงานชายคนเดิมที่เดินนำอยู่ด้านหน้า พร้อมกับทำหน้าที่พูดจาแนะนำรายละเอียดไปเรื่อย ๆ ด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม “สำหรับโซน ตันตราโอเอซิสสปาของเราในรอบดึกชั่วโมงสุดท้ายนี้ จะให้บริการเป็นโซนห้องรวมขนาดใหญ่นะครับคุณลูกค้า แต่ว่าเราจะมีผ้าม่านทึบผืนหนา จัดกั้นแบ่งสัดส่วนแต่ละเตียงเอาไว้ให้เพื่อความเป็นส่วนตัวครับ แต่แขกส่วนใหญ่ของเราที่เลือกมาลงคอร์สเวลานี้ มักจะชอบบรรยากาศกึ่งเปิดกึ่งปิดแบบนี้กันทั้งนั้นแหละครับ..ถือว่าได้มาพักผ่อน ปลดปล่อย แล้วก็สลับกันอวดของดีให้ได้ตื่นเต้นพอกระชุ่มกระชวยหัวใจกันไปในตัวครับ”
พนักงานก็พูดอะไรไปเรื่อย แต่ผมกลับไม่ได้ตั้งใจฟังสักเท่าไหร่เลยครับ เพราะมัวแต่สนใจกับมวลบรรยากาศรอบ ๆ ทางเดินทอดยาวนี้ ตลอดสองข้างทางเดินในโซนนี้ ถูกประดับตกแต่งไปด้วยภาพวาดศิลปะแนวอีโรติกสีน้ำมัน และรูปปั้นปูนปั้นนูนต่ำของชายหญิงและชายชายในท่วงท่าแปลก ๆ เหมือนกำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยง แสงไฟในทางเดินสลัวสีส้มแดงริบหรี่ มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของน้ำมันหอมระเหยและควันอโรม่าที่ฟุ้งกระจายอบอวลไปทั่ว แถมยังมีเสียงดนตรีบรรเลงจังหวะเนิบนาบเบา ๆ ที่เปิดคลอเคล้าขับกล่อมเอาไว้ บรรยากาศรอบ ๆ มันทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลายและรู้สึกสบายอย่างบอกไม่ถูก
“ถึงแล้วครับ เชิญคุณลูกค้าด้านในได้เลยครับ” พี่พนักงานหันมาบอกพร้อมกับเปิดประตูบานใหญ่ผลักนำเข้าไปด้านใน ผมก้าวเท้าเดินตามหลังเข้ามา และพอสายตาได้ปรับเข้ากับความสลัวของห้องด้านใน มันก็ทำให้ผมเห็นถึงเพราะโครงสร้างของห้องนวดรวมแห่งนี้ ซึ่งมันแปลกยังไงก็ไม่รู้ครับ
เพราะผ้าม่านสีเข้มผืนหนาที่ใช้กั้นแบ่งแต่ละเตียงน่ะ จัดกั้นไว้แค่ด้านข้างซ้ายขวาเท่านั้นครับ แต่ในส่วนของด้านหน้าเตียงกลับเปิดโล่งไร้สิ่งบดบังโดยสิ้นเชิง มันเลยกลายเป็นเหมือนบังคับให้ผมได้มองเห็นกิจกรรมและสภาพเนื้อตัวของแขกทุกเตียงที่กำลังนอนอยู่บนเตียงได้อย่างชัดเจนตลอดทางเดิน
อย่างเตียงแรกที่ผมเดินผ่าน เป็นชายสูงวัยร่างท้วมลงพุงคนหนึ่ง แกกำลังนอนหงายหน้า หลับตาพริ้มส่งเสียงอืออาในลำคอแผ่วเบาบ่งบอกว่ากำลังสบายจากการถูกนวดสภาพเนื้อตัวถูกชโลมไปด้วยน้ำมันนวดจนขึ้นเงา และจังหวะที่ผมกำลังจะเดินผ่านไปนั้น สายตาผมมันดันเหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างเข้า
ผมเหมือนจะเห็นมือเหี่ยวย่นของชายแก่เตียงนั้น กำลังขยับยื่นมือล้วงลูบไล้ไปตามท่อนขาของพนักงานนวดหนุ่มหุ่นล่ำที่ยืนค่อมก้มตัวอยู่ข้างเตียงไม่รู้ว่าไฟมันสลัวจนทำให้ผมตาฝาดไปเองรึเปล่า
เตีงแรกทำให้ผมสงสัยและตกใจพอแล้ว แต่พอก้าวผ่านมาถึงเตียงที่สองเท่านั้นแหละครับมันทำให้ผมตกใจมากกว่าเดิมสักอีก เพราะแขกเตียงที่สองเป็นพี่ผู้ชายหุ่นหนาบึ้กกำยำ มีรอยสักลายมังกรคาบแก้วเต็มท่อนแขน แกกำลังนอนหงายหน้าหลับตาพริ้มอย่างสบายอารมณ์ และที่สำคัญ ไอ้อาวุธลับท่อนลำเขื่องหนายาวของแก มันดันผงาดตื่นตัวเต็มที่ ตั้งตรงตระหง่าชี้เด่ขึ้นฟ้า แบบไม่มีผ้ามาปิดบังเลยสักชิ้นเดียว
ตอนนี้มันทำให้ผมเริ่มรู้สึกประหม่าขึ้นมานิดหน่อย อดคิดในใจไม่ได้ว่า ถ้าระหว่างนวดอยู่ดี ๆ แล้วไอ้หนูไซส์ยักษ์ของผมดันเกิดคึกตื่นตัวชี้ฟ้าขึ้นมาแบบพี่แกบ้าง ผมจะเอาหน้าไปซุกไว้ที่ไหนดีเนี่ย
“คุณลูกค้าได้เตียงนี้นะครับ” เสียงพนักงานปลุกให้ผมหลุดออกจากภวังค์ความคิดฟุ้งซ่าน แกชี้มือลงมาที่เตียงลำดับที่สามซึ่งเป็นตำแหน่งของผม ส่วนถัดไปเป็นเตียงที่สี่ บรรยากาศด้านหลังม่านเตียงนั้นค่อนข้างมืดและเหมือนมีเสียงขยับเนื้อตัวแปลก ๆ ซี้ดซาดเบา ๆ ดังแว่วมา แต่ผมก็ไม่กล้าจะเดินไปดูหรอกครับ “เดี๋ยวคุณลูกค้าจัดการถอดเสื้อผ้าออกนะครับ แล้วสวมใส่กางเกงในกระดาษ ตัวที่วางอยู่บนเตียงนี้ได้เลยครับ เสร็จเรียบร้อยแล้วนอนคว่ำหน้ารอได้เลยครับ เดี๋ยวอีกประมาณห้านาทีผมจะกลับเข้ามาให้บริการนะครับ” พี่พนักงานเอ่ยแนะนำขั้นทุกอย่างเสร็จสรรพเรียบร้อย แกก็หมุนตัวเดินออกไป ทิ้งให้ผมได้อยู่กับตัวเอง
ผมหันไปมองไอ้เจ้ากางเกงในกระดาษสีขาวตัวจิ๋วผืนบางเฉียบจนแทบจะมองทะลุเห็นรอยนิ้วมือที่วางแน่นิ่งอยู่บนเตียงแล้วถึงกับต้องยกมือขึ้นนวดขมับอีกรอบ
นี่ยังกล้ารเรียกว่ากางเกงในได้อีกหรอเนี่ย ด้านหน้าทรงมันทั้งเว้าสูงเหมือนจะปิดอะไรไม่มิดด้วยซ้ำด้านหลังนี่ไม่ต้องพูดถึงเลยครับ มันไม่มีเนื้อผ้าสำหรับคลุมก้นเลยด้วยซ้ำ มีเพียงแค่สายยางยืดเส้นเล็ก ๆ บาง ๆ เส้นเดียว ที่ผมมองยังไงก็ไม่เข้าใจว่ามันต้องใส่มันยังไงกันแน่
สงสัยจริง ๆ ว่าโรงแรมหรูหราขนาดนี้ แต่คงเอางบไปลงกับส่วนอื่น ๆ จนหมดแล้วมั้งครับ เพราะทั้งกางเกงในที่จะให้ใส่เปลี่ยนตอนนวด ทั้งกางเกงว่ายน้ำสีเทาอ่อนก่อนหน้านี้อีก ดูยังไงก็ไม่เหมาะกับความหรูหราของโรงแรมเลยสักนิดเดียว แต่ผมจะทำยังไงได้ละครับ สุดท้ายผมก็ต้องใส่มันอยู่ดี
ผมต้องใช้เวลาจัดการกับกางเกงในกระดาษบ้า ๆ นี่อยู่นานโข นานจนแอบท้อเลยครับ ด้านหน้าผมก็พยายาจัดทรงจัดระเบียบน้องชายของตัวเอง ให้มันอยู่พอดีกับเนื้อผ้ากระดาษแคบ ๆ นั้น แต่พยายามจัดการยังไงมันก็ทำไม่ได้เลยเลยครับ
พอยัดส่วนลำเข้าไป ไอ้ส่วนหัวเห็ดบานมันก็ลื่นหลุดโผล่พรวดออกมา พอจะกดหัวมันลงต่ำ ไอ้ไข่แฝดใบโตสองข้างมันก็ล้นทะลักปลิ้นออกข้างขอบยางยืด ผมต้องเอามือหนา ๆ จับมันพลิกซ้ายพลิกขวา ยัดไปมาอยู่หลายรอบ จนกลายเป็นว่ามันทำท่าจะตื่นตัวขึ้นมาซะงั้น
แถมขนาดด้านหน้ายังจัดการได้ไม่เรียบร้อยดี ด้านหลังผมก็ดันไม่รู้เลยว่าตัวเองสวมใส่มันถูกทิศถูกทางหรือเปล่า ความรู้สึกมันหวิว ๆ โล่ง ๆ แปลก ๆ เหมือนมีลมเย็นพัดผ่านร่องก้นอยู่ตลอดเวลา ยิ่งขอบกางเกงที่เป็นสายเส้น ๆ เล็ก ๆ เส้นนั้นพอมันเข้าไปขัดและเบียดแน่นอยู่ในร่องก้นของผม มันทำให้ผมรู้สึกแปลก ๆ บอกไม่ถูก
สุดท้ายผมก็ปีนขึ้นไปนอนคว่ำหน้าแนบลงกับฟูกนวดหนานุ่ม ซุกหน้าลงกับหมอนหลุม ทิ้งร่างกายให้นอนทอดราบไปกับเตียง โดยที่ช่วงล่างมีเพียงสายกระดาษเส้นบาง ๆ ขัดร่องตูดไว้แน่น พร้อมกับได้ยินเสียงฝีเท้าของพี่พนักงานดังแว่วเข้ามาใกล้ ๆ“โอ้ ก้นแน่นมากเลยนะครับ” เสียงทุ้มต่ำของพี่พนักงาที่เพิ่งเข้ามาหยุดอยู่ข้างเตียงหลุดแซวออกมาตรง ๆ มัน ทำเอาผมถึงกับรู้สึกเขิลอายขึ้นมานิดหน่อย แถมน้ำเสียงของพี่แกยังดูจงใจพูดดังฟังชัดซะจนผมกลัวว่าแขกเตียงข้าง ๆ จะได้ยินเข้า “หึ ๆ ” ผมที่ไม่รู้จะจัดการกับความประหม่าตรงหน้ายังไงดี สุดท้ายก็ได้แต่ส่งเสียงหัวเราะแห้ง ๆ ในลำคอตอบกลับไป“เดี๋ยวเราจะเริ่มนวดกันเลยนะครับ ผมขออนุญาตลงออยล์นะครับ” สิ้นเสียงพูดแนะนำอย่างมีมารยาท ผมก็รู้สึกได้ถึงสัมผัสของเหลวที่ถูกเทราดชโลมลงมาตรงใจกลางแผ่นหลังของผมทันที ก่อนที่ฝ่ามือหนาใหญ่ของพี่พนักงานจะค่อย ๆ ลูบไล้ กดกระจายออยล์เนื้อลื่นให้ชโลมแผ่ซ่านไปจนทั่วทั้งมัดกล้ามเนื้อหลังอย่างเนิบนาบ
แรก ๆ ผมก็ยังคงนอนตัวเกร็ง รู้สึกประหม่านิดหน่อย เพราะพูดกันตามตรงนี่มันก็เป็นประสบการณ์เข้าร้านนวดเป็นครั้งแรกในชีวิตของผมเลยนี่น่า
แต่พอเวลาผ่านไปไม่ถึงห้านาที ก็ต้องยอมรับแเลยครับว่าฝีมือและน้ำหนักมือ ในการนวดของพี่แกดีจริง ๆ ครับ จังหวะการกดเน้นรีดเส้นที่ตึงจากการซ้อมบาสและว่ายน้ำ มันรีดเร้นความล้าออกไปจนหมด มันทำให้ร่างกายหนา ๆ ของผมรู้สึกผ่อนคลายสบายเนื้อสบายตัวอย่างบอกไม่ถูก
ยิ่งกลิ่นหอมของออยล์ที่ตอนนี้ถูกทาไปทั่วทั้งแผ่นหลัง ลากยาวลงไปถึงขาทั้งสองข้างมันส่งกลิ่นอบอวลฟุ้งกระจายจนทำเอาสมองของผมเริ่มเคลิ้มจนเกือบจะเผลอหลับคาหลุมหมอนไปดื้อ ๆ
“อ้ะ” แต่ระหว่างที่ผมกำลังนอนรับสัมผัสนวดขาอยู่เพลิน ๆ จู่ ๆ ผมก็ต้องสะดุ้งขึ้นมา เมื่อรับรู้ได้ถึงน้ำหนักและแรงกดปริศนาของฝ่ามืออีกคู่หนึ่ง ที่ถูไถลงน้ำหนักมาที่เรียวขาหนาแน่นอีกข้างของผมอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย“เดี๋ยวผมขออนุญาตเข้ามาช่วยนวดเสริมให้อีกแรงนะครับ พอดีเห็นว่าคุณลูกค้าโครงสร้างตัวใหญ่หนามาก รุมช่วยกันสองคนแบบนี้ จะได้นวดเสร็จทันเวลาปิดรอบพอดีครับ” เสียงทุ้มต่ำของพี่พนักงานนวดชายคนใหม่ที่เพิ่งเข้ามา พูดอธิบายถึงเหตุผลความจำเป็นออกมาอย่างสุภาพเรียบร้อยดีทุกคำ ผมที่นอนซุกหน้าอยู่กับหมอนหลุม เมื่อได้ยินและเข้าใจเจตนาของพวกเขาดี ก็ทำได้เพียงแค่พยักหน้ารับคำเบา ๆ ในใจก็คิดเออออตามไปว่า มันก็จริงของพี่แก เพราะผมค่อนข้างเป็นคนตัวใหญ่แถมนี่ยังเป็นรอบชั่วโมงสุดท้ายแล้วด้วย พวกพี่เขาเลยต้องช่วยกันให้มันเสร็จทันตามเวลาบริการ
แต่มันกลับกลายเป็นว่า สภาพของผมในตอนนี้ ดันกำลังถูกหมอนวดชายถึงสองคน ค่อย ๆ ลงน้ำหนักฝ่ามือบดบี้ลูบไล้น้ำมันออยล์อยู่ตรงบริเวณท่อนขาหนา ๆ ของผมพร้อมกันซะงั้นพี่พนักงานคนแรกที่ดูแลผมอยู่ก่อน แกเป็นผู้ชายตัวโตร่างหนาพอ ๆ กับผม ทรงดูเป็นหนุ่มบ้าน ๆ แต่น้ำหนักมือกำลังดี กดเน้นเส้นสายได้เข้าเป้าชัดเจน ส่วนพี่คนที่เข้ามาใหม่ แกดูเป็นผู้ชายตัวเล็กกว่านิดหน่อย แถมร่องรอยตามเนื้อหนังยังดูมีอายุอานามและประสบการณ์สูง
“น้องเป็นนักกีฬาหรือเปล่าครับ” แล้วจากตอนแรกที่ผมใกล้จะเคลิ้มหลับก็กลับกลายเป็นตาสว่าง เพราะพี่พนักงานที่เข้ามาใหม่แกชวนผมคุยไม่หยุด“ครับ เป็นนักบาส” ส่วนผมที่เป็นคนประเภทพูดน้อยอยู่แล้ว ก็ได้แต่ถามคำตอบคำไปตามมารยาท แต่ก็พยายามปรับโทนน้ำเสียงให้สุภาพที่สุด ไม่ให้มันดูห้วนสั้นจนดูเป็นการเสียมารยาทจนเกินไป“ถึงว่า ร่างกายดูตึงไปหมดเลย แล้วนี่เล่นบาสให้ทีมไหน มหาลัยไหนครับ” และก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะท่าทางนิ่งขรึมดูเป็นผู้ใหญ่เกินวัยของผมหรือเปล่า พี่แกถึงคิดว่าผมเข้ามหาลัยแล้ว“ผมเป็นนักบาสให้โรงเรียนครับ ยังไม่ได้เข้ามหาลัย” ทันทีที่สิ้นคำตอของผม บรรยากาศรอบข้างมันก็พลันเงียบลงจนผิดสังเกตดื้อ ๆ
มันเงียบราวกับทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวถูกกดปุ่มหยุดการเคลื่อนไหวฉับพลัน จากตอนแรกที่หูของผมพอจะได้ยินเสียงพ่นลมหายใจ หรือเสียงครางอืออาเบา ๆ ดังหลุดออกมาจากลำคอของพวกแขกเตียงข้าง ๆ
รวมถึงเสียงฝ่ามือขยับนวดดังสวบสาบ ตอนนี้ทุกเสียงกลับพากันเงียบหายสู่ความวังเวง จนผมรู้สึกใจคอไม่ดี ต้องยอมฝืนความเมื่อยขยับเอียงหน้าบิดคอหันไปเหลียวมองด้านข้างเพื่อเช็กดูให้แน่ใจว่ายังคงมีคนยืนอยู่ในม่านนี้หรือเปล่า
ภาพที่ผมเห็นผ่านแสงไฟสลัว คือพี่หมอนวดทั้งสองคนกำลังยืนทื่อเป็นหุ่นปั้น พวกแกกำลังจ้องมอลงมาที่ร่างของผมด้วยสายตาแปลกประหลาด คล้ายคนกำลังตกใจอะไรบางอย่างเข้าอย่างจัง แถมพี่พนักงานคนใหม่ที่ตัวเล็ก ถึงกับหันหน้าเลิ่กลั่กไปสบตากับพี่หมอนวดคนแรก ราวกับกำลังใช้สายตาขอคำปรึกษา
ไอ้อาการอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ นี่มันคืออะไรกันครับในหัวของผมคิดวุ่นด้วยความสับสน ทบทวนดูตัวเองว่าได้พูดจาอะไรผิดหูหรือผิดกฎของร้านไปรึเปล่าวะเนี่ย
“อ๋อ ถึงว่า ดูเด็กเชียวนะครับ ปกติแล้วโซนตันตราโอเอซิสของเราไม่ค่อยมี เด็ก ๆ วัยนี้หลุดเข้ามาใช้บริการสักเท่าไหร่เลยครับ” พี่พนักงานคนเดิมกลับมาชวนคุยต่อ ทำทุกอย่างเหมือนปกติ
แต่สิ่งที่ไม่ปกติคงจะเป็นน้ำเสียงของพี่แกนั่นแหละครับ เพราะคำว่าเด็กเนี่ย พี่แกเหมือนจะจงใจกระแทกเสียง พูดเน้นย้ำเอาซะเสียงดังฟังชัด ราวกับจะป่าวประกาศให้ใครต่อใครได้รู้ได้ฟังกันอย่างถ้วนหน้าซะงั้น
แต่ผมก็ไม่ได้คิดอะไรมาก กลับมานอนซุกหน้าลงกับหมอนหลุมเหมือนตอนแรก พร้อมกับคิดว่า มันก็คงจะแปลกอย่างที่พี่แกบอกจริง ๆ นั่นแหละ เพราะคงไม่ค่อยมีเด็กแบบผมมาใช้บริการเท่าไหร่ ดูได้จากเตียงข้าง ๆ ที่อยู่รอบเดียวกับผมแล้ว
พอผมกลับมาปล่อยตัวให้พี่ ๆ เขานวดต่อ ความสบายจากแรงสัมผัส กลิ่นหอมของน้ำมันอโรมาและเสียงเพลงกล่อม มันทำเอาผมค่อย ๆ เคลิ้มอีกครั้ง เหมือนจะกึ่งหลับกึ่งตื่นจากความสบาย
พี่พนักงานร่างล่ำทรงบ้าน ๆ แกกดเน้นรีดเส้นตรงน่องขาของผมอย่างขะมักเขม้น น้ำหนักมือหนักหน่วงจนผมรู้สึกสบายจนต้องระบายลมหายใจฟู่ออกมาหลายครั้ง
และจังหวะเดียวกันนั้น พี่พนักงานคนตัวเล็กที่มีอายุมากกว่า แกขยับขึ้นมายืนค่อมอยู่ตรงช่วงสะโพกหนาของผม ฝ่ามือหนาชุ่มน้ำมันออยล์ลื่น ๆ ของแกกดราดลงบนบั้นท้ายแน่นตึง ก่อนจะเริ่มลากมือยาวเหยียดโลมเลียผิวเนื้อเนิบนาบ
และด้วยความที่ผมรู้สึกสบายจนเกินไป มันพาลทำให้ผมแทบไม่ได้รู้สึกเนื้อรู้สึกตัวด้วยซ้ำว่า ตอนนี้ฝ่ามือหนาชุ่มน้ำมันลื่น ๆ ของพวกพี่แก กำลังขยับย้ายวงนวด ลากไล้สลับหนักเบาสูงขึ้นมาเรื่อย ๆ จนเกือบจะถึงโคนขาหนีบด้านใน และทุกครั้งที่ฝ่ามือหนาทั้งสี่ขยับนวด มัดกล้ามเนื้อขาของผมมันก็เหมือนจะตอบสนองความสบายนั้นด้วยการขยับกางแยกออกห่างจากกันโดยอัตโนมัติ
ความรู้สึกอันเลื่อนรางที่เหมือนจะกึ่งฝันกึ่งตื่น ผมรับรู้แค่เพียงว่าท่านอนของตัวเองตอนนี้มันช่างโล่งโจ้งและเบาสบายเหลือเกิน ขาทั้งสองข้างถูกจัดแจงให้ถ่างกว้างออกจากกัน จนเปิดทางให้แรงมืออุ่นจัดสลับกันลูบไล้เข้ามาลึกขึ้น ลึกขึ้นเรื่อย ๆ ชนิดที่เนื้อผ้ากางเกงในกระดาษจีสตริงผืนบางเฉียบตรงเป้าหน้าและสายเส้นเล็กที่ขัดร่องก้นอยู่ด้านหลังแทบจะไม่ได้ช่วยบดบังสิ่งใด ๆ อีกต่อไปแล้ว
แม้ในใจจะมีบ้างที่คิดว่ามันแปลก แต่ความเคลิ้มมึนหัวมันก็ทำให้ผมเลือกที่จะปล่อยเบลอ ไม่สนใจขัดขืน ปล่อยให้พวกพี่เขาปรนนิบัติไปตามใจชอบ
ขณะที่ท่ามกลางความเคลิบเคลิ้มอยู่นั้น แต่เหมือนมันจะมีร่างกายบางส่วนของผม ที่มันกลับไม่ได้ยอมปล่อยเบลอตามสมองไปด้วย ท่อนลำยักษ์ที่ถูกนอนกดทับอยู่ด้านล่าง ดันเกิดอาการตอบสนองต่อสัมผัสที่เฉียดฉิวตรงโคนขาหนีบเข้าให้ มันดันคึกคะนองขยายตัวขึ้นมาดื้อ ๆ และด้วยสภาพที่ผมนอนคว่ำหน้าพาดกายราบไปกับเตียง พอท่อนลำยาวใหญ่มันขยายตัวเต็มที่ในมุมนั้น มันเลยกลายเป็นการเหมือนผมกำลังนอนบดบี้เอาน้ำหนักตัวเองดันท่อนลำเข้าหาฟูกที่นอนอย่างจัง
และความเสียววาบที่แล่นปลาบผ่านสะโพกเข้ามาเมื่อกี๊นั่นอีกครับ มันเหมือนกระแสไฟฟ้าร้อน ๆ ที่กระชากปลุกให้สติของผมที่หลุดลอยกลับคืนเข้าร่าง รู้สึกตาสว่างโพลงขึ้นมาทันควัน
ซวยแล้วครับ ในหัวของผมมันร้องด้วยความตื่นตระหนกจนใจสั่นรัว เพราะดันรู้ว่า ตอนนี้ไอ้เจ้าท่อนลำยักษ์ของผม มันดันมาเกิดอาการตื่นตัวขึ้นมาตอนโดนนวดซะได้
แถมมันยังแข็งบดเบียดอัดแน่นทับฟูกที่นอนจนปวดหนึบทรมานสุด ๆไม่รู้เลยจริง ๆ ครับว่าต่อจากนี้จะต้องจัดการกับมันยังไงดี ยิ่งพยายามสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ข่มตานิ่งเพื่อคุมสติให้สงบลงเท่าไหร่ แต่เหมือนใจมันกลับทรยศ ทำไม่ได้อย่างที่สมองสั่งเลยสักนิดเดียวเลยครับ
ยิ่งฝ่ามือหนาของพี่หมอนวดแกก็ยังคงขยับปาดรีดเน้นน้ำหนักสลับเนิบนาบเข้ามาถึงบริเวณด้านในโคนขาหนีบอย่างต่อเนื่อง แถมในช่วงหลัง ๆ สัมผัสจากปลายนิ้วมือของพวกแก มันดันเริ่มเฉียดโดนเข้ากับก้อนกลมไข่แฝดของผมมากขึ้น และบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ
‘อ๊ะ อืออออออออ’ ‘จ๊วบบบบ’ในระหว่างที่ผมกำลังนอนกัดฟันข่มอารมณ์พลุ่งพล่านของตัวเองอยู่ จู่ ๆ เสียงแปลก ๆ จากเตียงอื่น ๆ ก็ดังเล็ดลอดแว่วเข้ามา
แวบแรกที่ได้ยิน ผมรู้สึกสับสนขึ้นมานิดหน่อย ว่านั่นมันเสียงอะไรกันแน่ ทำไมมันถึงฟังดูแปลกขนาดนี้ และมันก็ทำให้ผมอดคิดไม่ได้ว่า น้ำเสียงอื้ออึงทุ้มต่ำลึกที่ดังระงมออกมาจากลำคอของเตียงข้าง ๆ นั้น แม้จะฟังดูออกเลยว่าเจ้าตัวกำลังพยายามจะขบฟันข่มกลั้นเสียงเอาไว้ แต่มันก็ยังคงแฝงไปด้วยกระแสความเสียวซ่านอย่างปิดไม่มิด
ไหนจะไอ้เสียงเฉอะแฉะลามกคล้ายเวลาริมฝีปากกำลังดูดกลืนอะไรบางอย่างเน้น ๆ นั่นอีก ทุกเสียงที่ผมได้ยิน มันทำให้ผมอดคิดไม่ได้ว่า หรือพวกเขากำลังทำเรื่องเสียวซ่านอยู่กันแน่
“เดี๋ยวรบกวนคุณลูกพลิกตัวกลับมานอนหงาย เพื่อนวดด้านหน้านะครับ”
พูดคุยท้ายเรื่อง
มาแล้วนะค้าบบบ หลังจากที่อาทิตย์ที่แล้วหายหน้าหายตาไป กลัวทุกครจะเบื่อ เลยแกล้ง ๆ หายไปบ้าง ฮ่า ๆ หยอก ๆ ครับ พอดีช่วงนั้นหยุดยาวและติดซีรี่ย์หนักไปหน่อย เลยไม่ได้มาลงให้ทุกคนอ่านกันเลย
ก่อนอื่นเลย ต้องขอโทษทุกคนด้วยที่ทำให้ค้าง พอดีว่ามันยาวมาก ๆ เลยต้องตัดมาลง ส่วนใครที่สงสัยว่า แล้วจะใส่ตอนว่ายน้ำมาทำไม ไม่เห็นจะมีอะไรเลย พอดีที่ใส่เข้ามาเพื่อหวังให้คนอ่านเข้าถึงตัวละครของพี่ใหญ่มากขึ้น ตัวละครที่เป็นเด็กคนหนึ่ง เป็นเด็กจากต่างจังหวัด และหวังจะค่อย ๆ บิ้วอารมณ์ให้ค่อย ๆ เสียวและตื่นเต้นขึ้น แต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะทำได้อย่างที่คาดหวังไว้หรือเปล่า
ถึงยังไงก็เข้ามาคอมเม้นพูดคุยกันนะครับ
ไรท์ครับ ทำอย่างนี้ฆ่ากันเลยดีกว่า ขอ 43.2 ด่วนเลยครับ ค้างมากๆ อยากเห็นพี่ใหญ่โดนลวนลามไม่ไหวแล้ว 😭😭😭😭 เสียวมากเลยครับกำลังตื่นเต้นเลยอ่านไปเยิ้มตาม มาต่อไวๆนะครับลุ้นมาก ไม่ได้พักเลย 43.2 มาต่อวันนี้เลยได้ไหมครับ ไม่เคยอยากขออะไรเท่านี้เลย นะครับไรท์ 😭😭 ขอบคุณครับ สนุกมากครับ ต่อเลยยยยยเถอะะะะะ {:5_116:} ขอบคุณมากๆครับ มันลุ้นม๊ากกกกกกกกกกกตอนนี้ แบบว่ามีดีเทล มีบิวต์ มีลุ้น {:5_120:} ไม่ต้องกลัวเบื่อคับ เข้ามาส่องมารอเรื่อยๆว่ามาอัพรึยังมาได้ตลอดยาวๆเลยคับขอตอนต่อไปด่วนๆเลยคับ{:5_137:} โห ค้างมากกกกกครับ ละปูมาแบบนี้ยังกะพี่ใหญ่จะโดนเย็ดเลยครับ 555555 แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย oppowow เมื่อ 2026-8-7 20:14
โอ้ยย ค้างมากกก นอกจากจะทรมานพี่ใหญ่ด้วยความเสียวแล้ว ยังทรมานคนอ่านให้ค้างรออีกด้วย เขียนได้เสียวมากครับ รอๆๆ 43.2 มาวันนี้หรือพรุ่งนี้เลยเถอะครับ พลีสสส คุณไรท์คับฆ่ากันดีกว่า จบได้ทรมานเหลือเกิน ค้างแบบบตัดฉับ
ชอบพี่ใหญ่สถานการณ์แบบนี้มาก มันน่าล่อลวง มันน่าหลอกล่อ
พวกบทเจนๆพี่แมนถึงมาก อันตราย ขอบคุณครับ สุดยอด กำลังได้ที่เลน โปรดอย่าทำร้ายกันด้วยการตัดจบบบแล้วนี้เถอะะะะะคับ(55555)
/ เด็กที่ควยใหญ่เกินตัวแบบพี่ใหญ่แบบนี้ คาดว่าจะโดนไม่ต่ำกว่า 3 น้ำ และน่าจะโดนอีก6คนรุม (พี่ใหญ่ต้องโดนชักจนเยี่ยวแตกแน่)
…
ยาวแค่ไหนก็อ่านทุกตัวอักษรนะคับบบ 43.2 มาได้เลยยยนะคับบ (ขออ่านต่ออีกรอบ เพิ่มความเสียว) หลงเข้าไปร้านนวดแบบนี้ได้บริการพิเศษแน้เลย สนุก