พี่น้องกันมันส์ดี (เก่งxเจได) 7
‘แม่ง... มันทำแบบนี้กับทุกคนเลยหรือไงวะ? ที่ผ่านมาที่ทำมาเป็นอ้อนกู ห่วงกู ซื้อขนมให้กู แท้จริงมึงก็ทำตัวอ่อยเรี่ยราดไปทั่วแบบนี้งั้นเหรอไอ้เจได!’ยิ่งคิดก็ยิ่งทนไม่ได้ ความอดทนของเก่งสิ้นสุดลงในวินาทีนั้น เขาเปิดประตูรถก้าวขาฉับๆ ตรงดิ่งไปยังจุดที่คนทั้งสองยืนอยู่ทันที รังสีความโกรธที่แผ่ซ่านออกมาของเก่งทำเอาผู้คนที่เดินผ่านไปมาต้องหลบทางให้
"เจได!" เสียงเข้มตวาดลั่น
เจไดและคนที่ถูกกอดคอชะงักกึก หันมามองตามเสียง ทันทีที่เจไดเห็นว่าเป็นเก่ง นัยน์ตาคู่โตไหววูบไปแวบหนึ่ง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความราบเรียบและห่างเหินเหมือนเมื่อวานอย่างรวดเร็ว
"อ้าว... พี่เก่ง มีธุระอะไรกับ—"
ยังไม่ทันที่เจไดจะพูดจบประโยคด้วยน้ำเสียงสุภาพนั่น เก่งก็พุ่งเข้าประชิดตัว เอื้อมมือหนาไปคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของเจไดอย่างแรง จนคนถูกจับสะดุ้ง
"เฮ้ยพี่! ทำไรเนี่ย!" ไอ้คนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวที่ยืนอยู่ข้างเจไดโวยวายขึ้นมาเมื่อเห็นเพื่อนโดนกระชาก
"ไม่ใช่เรื่องของมึง! อย่าเสือก!" เก่งหันไปถลึงตาใส่ด้วยใบหน้าดุดันสายลุยเต็มขั้น จนอีกฝ่ายถึงกับหน้าถอดสี ถอยหลังไปก้าวหนึ่ง
"พี่เก่งครับ ปล่อยผมเถอะครับ มันเจ็บนะ" เจไดเอ่ยเสียงเรียบ พยายามบิดข้อมือออกจากการเกาะกุม แต่มีหรือที่คนกำลังสติแตกเพราะความหวงอย่างเก่งจะยอม
"มึงมานี่กับกูเลยไอ้เจได! มาคุยกันให้รู้เรื่อง!"
เก่งไม่สนใจสายตาของคนรอบข้าง ไม่สนใจเสียงทัดทานใดๆ ทั้งสิ้น เขาออกแรงดึงและกึ่งลากกึ่งจูงร่างสูงโปร่งของคนน้องให้เดินตามมายังมุมอับสายตาบริเวณข้างตึกหอพัก ซึ่งไร้ผู้คนทันที
เก่งเหวี่ยงแขนของเจไดออกเบาๆ พลางหมูนตัวกลับมาเผชิญหน้า ผลักร่างของคนน้องให้หลังไปชนเข้ากับผนังตึก ก้าวประชิดตัวล็อกทางหนีไว้เสร็จสรรพ แววตาของเก่งเต็มไปด้วยความโกรธ ความอัดอั้น และความน้อยใจที่สะสมมาหลายวัน
เจไดยืนนิ่ง หลังพิงกำแพง ใบหน้าหล่อละมุนยังคงนิ่งสนิท ท่าทางสุภาพเรียบร้อยที่แสนเย็นชานั้นยิ่งกระตุ้นต่อมโทสะของเก่งให้ทำงานหนักขึ้น
"มีอะไรจะคุยกับผมเหรอครับพี่เก่ง? ถ้าเป็นเรื่องพี่โนอาห์..."
"กูบอกแล้วไงว่ากูไม่ได้มาหาไอ้โนอาห์! กูมาหามึง!" เก่งตะคอกใส่ ตบมือลงบนผนังข้างหัวเจไดดังฉาด
"กูอยากรู้ว่ามึงเป็นเหี้ยอะไรไอ้เจได?! บทมึงจะมาจีบมึงก็รุกกูจนกูตั้งตัวไม่ทัน พอครั้นกูจะยอมเปิดใจให้โอกาสมึง... จู่ๆ มึงก็เงียบหายไปเป็นอาทิตย์ ทักแชตไม่ตอบ โโทรไปไม่รับ พอเจอหน้าก็ทำเป็นห่างเหินใส่กูเหมือนคนไม่รู้จัก!"
เก่งหายใจหอบถี่ จ้องลึกเข้าไปในดวงตาตาโตของคนตรงหน้า
"แล้วเมื่อกี้คืออะไร? มึงยืนกอดคอหัวเราะร่าเริงอยู่กับใครก็ไม่รู้... มึงทำแบบนั้นกับทุกคนเลยหรือไงวะ?! ตอบกูมาดิไอ้เจได! มึงเห็นความรู้สึกกูเป็นของเล่นหรือไง!"
เจไดไม่ได้เถียงกลับ ไม่ได้แสดงท่าทีเย็นชาอย่างก่อนหน้านี้ ร่างสูงโปร่งยืนนิ่งก้มหน้างุดจนเส้นผมตกลงมาปรกหน้าผาก ไหล่กว้างเริ่มสั่นเทาเบาๆ ก่อนที่หยาดน้ำตาเม็ดโตจะค่อยๆ ไหลร่วงลงมานองหน้าเนียนละเอียดอย่างกลั้นไม่อยู่
เก่งชะงักกึก มือหนาที่ยันผนังตึกอยู่ค่อยๆ เลื่อนตกลงข้างตัวด้วยความตกใจ ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่มลายหายไปในเสี้ยววินาที เหลือเพียงความลนลานทำอะไรไม่ถูกเมื่อเห็นน้ำตาของคนน้อง
"เจได... มึงร้องไห้..."
"ใครกันแน่ที่เห็นความรู้สึกเป็นเล่น พี่พูดเองไม่ใช่หรอครับ..."
เจไดเงยหน้าขึ้นมาสบตาเก่ง นัยน์ตาคู่โตที่เคยวิบวับสดใสบัดนี้แดงก่ำ น้ำตาไหลพรากอาบสองแก้ม
"ว่าที่ยอมให้จีบก็เพราะอยากตัดรำคาญ... ผมมันน่าสงสารขนาดนั้นเลยหรอครับ ที่ต้องมาขอเศษความรักจากพี่"
คำตัดพ้อที่หลุดออกมาพร้อมเสียงสะอื้น ความเข้มแข็งและท่าทีเย็นชาที่พยายามสร้างขึ้นมาตลอดหลายวันพังทลายลงไม่มีชิ้นดี เหลือเพียงเด็กหนุ่มที่หัวใจแตกสลายเพราะคำพูดของคนที่รักที่สุด
"เจได... มึง..." เก่งอึกอัก เสียงที่เคยตวาดลั่นกลับสั่นเครือจนแทบจับใจความไม่ได้ "มึงพูดเรื่องเหี้ยไรวะ... ใครบอกมึงแบบนั้น?"
"ไม่มีใครบอกครับ... ผมได้ยินเอง" เจไดเงยหน้าขึ้นมาสบตาเก่ง นัยน์ตาคู่โตที่เคยวิบวับสดใสบัดนี้แดงก่ำและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดบาดลึก "คืนนั้นที่ร้านเหล้า... ผมก็อยู่ที่นั่น เพื่อนลากผมไปหลังสอบเสร็จ ผมตั้งใจจะเดินไปทักพี่ แต่ผมดันได้ยินพี่พูดกับพี่ปืนซะก่อน"
เจไดเค่นหัวเราะออกมาทั้งน้ำตา รอยยิ้มนั้นมันช่างดูขมขื่นและน่าสงสารจนเก่งรู้สึกเหมือนมีมีดกรีดเข้าที่กลางอก
"พี่พูดออกมาเต็มปากว่าพี่รำคาญผม ที่ยอมให้จีบก็แค่เพราะสงสารเพราะผมแอบชอบพี่มานาน..." คนน้องสะอื้นจนอกเพื่อม "พี่รู้ไหมว่าคำว่าตัดรำคาญกับน่าสงสารของพี่ มันทำลายความตั้งใจตลอดหลายปีของผมจนหมดสิ้น... ผมรักพี่ด้วยความจริงใจ แต่สำหรับพี่แล้ว ความรู้สึกของผมมันดูน่าสมเพชขนาดนั้นเลยหรอครับ?"
สมองของเก่งขาวโพลน เขาพูดคำนั้นออกไปจริงๆ พูดเพราะอยากกวนตีนเพื่อน พูดเพื่อปกป้องอีโก้ของผู้ชายสายลุยที่ไม่เคยคบผู้ชายมาก่อน... โดยที่หารู้ไม่ว่าไอ้เด็กที่เทียวตามจีบมาหลายปีจะหลงมาได้ยินเข้าจริงๆ
"เจได... คือกู..." เก่งก้าวเข้าไปหา ท่าทางลนลาน ทำอะไรไม่ถูกเมื่อเห็นน้ำตาของคนตรงหน้า "กูไม่ได้หมายความแบบนั้นจริงๆ นะมึง มึงฟังกูก่อน..."
"ไม่ต้องแก้ตัวหรอกครับพี่เก่ง" เจไดใช้หลังมือปาดน้ำตาตัวเองลนลาน แต่ยิ่งปาดมันก็ยิ่งไหล "ผมเข้าใจแล้ว ที่ผ่านมาผมคงตื๊อพี่มากไปจริงๆ ต่อไปนี้ผมจะไม่มาให้พี่รำคาญอีกแล้วครับ พี่ไม่ต้องฝืน ยอมให้โอกาสผมเพราะความสงสารอีกแล้วนะ..."
พูดจบ เจไดก็ทำท่าจะเบียดตัวเดินสวนเก่งหนีออกไปทางเดิม
"ไม่ให้ไปเว้ย!"
เก่งพุ่งเข้าคว้าคว้าร่างสูงโปร่งของเจไดไว้เต็มแรง รอบนี้เขาไม่ได้จับแค่ข้อมือ แต่เก่งใช้ท่อนแขนทั้งสองข้างรวบกอดเอวสอบของคนน้องจากด้านหลัง ดึงรั้งร่างสั่นเทานั้นเข้ามาแนบชิดกับอกของตัวเองอย่างแน่นหนาชนิดที่ต่อให้เจไดแรงเยอะแค่ไหนก็ไม่มีวันดิ้นหลุด
"ปล่อยผม! พี่เก่งปล่อย!" เจไดดิ้นรน พยายามแกะมือของเก่งออก น้ำเสียงยังคงร้องไห้โฮ
"กูไม่ปล่อย!”
เก่งซบหน้าลงกับไหล่กว้างของคนน้อง เอ่ยสารภาพความรู้สึกทั้งหมดออกมาเสียงดังลั่นโดยไม่สนอีโก้เหี้ยไรอีกต่อไปแล้ว "กูแม่งไอ้ควายปากเสียเองแหละเจได! ที่กูพูดคืนนั้นกูโกหก! กูแค่ปากแข็งใส่ไอ้ปืน! "
แรงดิ้นของเจไดค่อยๆ ลดลง แต่ยังคงสะอื้นอยู่เบาๆ เก่งกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นอีกจนร่างของทั้งสองแทบจะหลอมรวมกัน
“ถ้ากูรำคาญมึง กูจะขับรถเอาขนมของโปรดมึงมาส่งให้ถึงหน้าหอตอนห้าทุ่มทำไมวะ?! ถ้ากูสงสารมึง กูจะนอนไม่หลับ กระวนกระวายใจเหมือนคนบ้าเพราะมึงเงียบหายไปเป็นอาทิตย์หรอวะ?! ที่กูมาดักรอมึง “ก็เพราะกูคิดถึงมึง! กูหวงมึงจนกูจะบ้าตายอยู่แล้วเนี่ย!
ความเงียบเข้าครอบคลุมมุมตึกอับสายตา เจไดนิ่งค้างไปกับคำสารภาพยาวเหยียดที่หลุดออกมาจากปากคนปากแข็ง เก่งคลายอ้อมกอดออกเล็กน้อยจับร่างของคนน้องให้หันกลับมาเผชิญหน้ากัน
เก่งเอื้อมมือสองข้างขึ้นไปประคองใบหน้าหวานที่เปื้อนคราบน้ำตา ใช้นิ้วหัวแม่มือเช็ดน้ำตาบนแก้มเนียนอย่างเบามือที่สุด สายตาของเก่งในตอนนี้ไม่มีความโกรธเหลืออยู่เลย มีเพียงความรัก ความเป็นห่วง และความอ้อนวอนอย่างปิดไม่มิด
"ที่กูให้มึงจีบ... ไม่ใช่เพราะกูสงสารมึงหรอกนะไอ้เสือ" เก่งสบตาลึกเข้าไปในดวงตาตาโตที่สั่นระริกของเจได ก่อนจะกระซิบเสียงนุ่มลึก "แต่เป็นเพราะกู... แพ้ทางความน่ารักของมึงไปแล้วจริงๆ ต่างหากล่ะ"
เสียงสะอื้นขาดตอนไปครู่หนึ่งก่อนที่ริมฝีปากบางจะเม้มเข้าหากันแน่น ราวกับกำลังชั่งใจว่าควรจะเชื่อคำพูดตรงหน้าดีไหม
"พี่เก่ง..." เจไดเอ่ยเสียงพร่าระคนสั่นเครือ หยาดน้ำตายังคงกลิ้งผ่านแก้มเนียนที่เก่งกำลังประคองอยู่ "พี่พูดจริงเหรอครับ... พี่ไม่ได้พูดเพราะรู้สึกผิด หรือเพราะสงสารผมอีกใช่ไหม?"
"เออ! กูพูดจริง" เก่งย้ำเสียงหนักแน่น นิ้วหัวแม่มือนวดปาดคราบน้ำตาให้คนน้องอย่างอ่อนโยนที่สุด "กูมันไอ้ควายปากเสียเองแหละเจได มึงห้ามร้องไห้แล้วนะเว้ย เห็นน้ำตามึงแล้วใจกูแม่งเจ็บชิบหาย"
เจไดสูดหายใจเข้าลึกๆ จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของคนพี่จนมั่นใจว่าไม่ได้โดนหลอก มือเรียวขยับขึ้นมากุมทับมือของเก่งที่แนบแก้มเขาอยู่ แรงบีบเบาๆ แฝงไปด้วยความอัดอั้นที่ฝังลึกมาตลอดทั้งสัปดาห์
"พี่รู้ไหม... ตอนที่ผมได้ยินพี่พูดคำนั้นในร้านเหล้า สมองผมแม่งเบลอไปหมดเลย" เจไดพูดพลางช้อนสายตาตาโตขึ้นมอง น้ำเสียงเริ่มมีความแง่งอนแบบเด็กๆ ปนอยู่ "ผมตั้งใจรักพี่มาตั้งกี่ปี ยอมโดนพี่ต่อยหน้าหงอย ยอมทำทุกอย่างให้พี่สบายใจ แต่พี่กลับบอกเพื่อนว่าให้ผมจีบเพราะตัดรำคาญ... เจไดคนนี้เจ็บจนแทบหายใจไม่ออกเลยนะรู้ไหมครับ"
"กูขอโทษ... กูผิดไปแล้วจริงๆ" เก่งทำหน้าเจื่อน ดึงคนน้องเข้ามาซบที่อกอีกครั้งอย่างลุแก่โทษ "ต่อไปนี้กูจะไม่พูดหมาๆ แบบนั้นอีกแล้ว"
ทว่า... ในอ้อมกอดอันอบอุ่นนั้นเอง มุมปากของเจไดที่ซบอยู่บนลาดไหล่กว้างของเก่ง ค่อยๆ ขยับยกยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้นมาทีละน้อย แววตาที่สั่นระริกด้วยความเสียใจเมื่อครู่ แปรเปลี่ยนเป็นประกายระยับของสุนัขจิ้งจอกตัวร้ายในเสี้ยววินาที
‘หวงผม... แพ้ทางผมแล้วงั้นเหรอครับพี่เก่ง’
เจไดผละใบหน้าออกจากอกคนพี่ช้าๆ แล้วช้อนสายตาแฝงความเจ้าเล่ห์ขึ้นมอง มือหนาเลื่อนลงไปโอบกระชับเอวของเก่งอย่างถือสิทธิ์ขยับเอาร่างสูงใหญ่ของตัวเองบดเบียดเข้าหาจนแทบไม่มีช่องว่าง
"พี่เก่งบอกเองนะ... ว่าหวงผม" เจไดกระซิบเสียงนุ่มลึก ขยับหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจเป่ารดแก้มคนพี่ "ในเมื่อพี่ทำผมร้องไห้ เสียใจไปตั้งหลายวัน... แค่คำสารภาพมันยังไม่พอนะครับ คืนนี้พี่ต้องยอมตามใจผม 'ทุกเรื่อง' เพื่อเป็นการไถ่โทษ... รู้ใช่ไหมครับ?"
เก่งขนลุกซู่ รู้สึกเหมือนลางสังหรณ์ความปลอดภัยเริ่มเตือนภัยอีกครั้งเมื่อสบเข้ากับดวงตาเจ้าเล่ห์ของหมาเด็กตัวโตตรงหน้า... แต่อ้อมกอดที่รัดแน่นกับความรู้สึกที่ถลำลึกไปแล้ว มันทำให้เก่งรู้ตัวทันทีว่ารอบนี้เขาไม่มีทางหนีเด็กคนนี้พ้นอีกตลอดกาล
"เออๆ! อยากได้อะไรก็บอกมา…” เก่งบ่นพึมพำเสียงอุบอิบ แต่ประโยคนั้นกลับเปรียบเสมือนการเปิดประตูนรก... เอ่อ เปิดทางให้สุนัขจิ้งจอกในคราบหมาเด็กได้ใจทันที
เจไดหยุดสะอื้นในเสี้ยววินาที นัยน์ตาคู่โตที่เคยฉ่ำน้ำตาสว่างวาบขึ้นมาฉายประกายระยับ เจ้าตัวใช้หลังมือเช็ดคราบน้ำตาที่แก้มลวกๆ ก่อนจะช้อนสายตามองตรงมาที่ริมฝีปากของเก่งอย่างไม่ปิดบังความต้องการอีกต่อไป
"พี่เก่งพูดแล้วนะนะครับ... ห้ามคืนคำเด็ดขาดนะ" เจไดเอ่ยเสียงนุ่ม แฝงความออดอ้อนระคนเจ้าเล่ห์
"เออ! ลูกผู้ชายคำไหนคำนั้น มึงจะเอาอะไรก็รีบว่ามา”
"งั้น... สิ่งแรกที่ผมอยากได้ตอนนี้เลย..." เจไดขยับใบหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดริมฝีปากของเก่งจนคนพี่ใจสั่นกึก "ผมขอจูบ... จูบแบบจริงๆ ที่ไม่ใช่แค่ฝากไว้เหมือนคราวก่อนนะครับพี่เก่ง"
"เหี้ย... ไอ้เจได! ตรงนี้แม่งข้างตึกหอนะเว้ย! เดี๋ยวใครมาเห็—"
ยังไม่ทันที่เก่งจะโวยวายจบประโยค เจไดก็ไม่เปิดโอกาสให้คนปากแข็งได้ปฏิเสธ ฝ่ามือหนาของคนน้องเลื่อนขึ้นมาท้ายทอยของเก่ง บังคับล็อกให้เงยหน้าขึ้นรับสัมผัส พร้อมกับเรียวปากได้รูปที่โฉบลงมาประกบปิดริมฝีปากของเก่งทันที!
"อื้อ!..."
เก่งเบิ่งตาโตด้วยความตกใจ สัมผัสแรกเนียนนุ่มและแผ่วเบาคล้ายจะปลอบประโลม แต่เพียงแค่เสี้ยววินาทีถัดมา เจไดก็เริ่มปรับเปลี่ยนจังหวะให้หนักหน่วงขึ้น คนน้องใช้อารมณ์ความอัดอั้นตลอดทั้งสัปดาห์บดเบียดริมฝีปากลงมาอย่างเอาแต่ใจ กลืนกินเสียงประท้วงของเก่งไปจนหมดสิ้น
เรียวลิ้นร้อนของเด็กหนุ่มสอดแทรกเข้ามาในโพรงปากอย่างช่ำชอง ล่อลวงและเกี่ยวกระวัดลิ้นของคนพี่อย่างมีชั้นเชิง สัมผัสวาบหวามรสหวานละมุนที่เก่งไม่เคยได้รับจากผู้หญิงคนไหนมาก่อนในชีวิต แล่นพล่านซู่ซ่าไปทั่วทุกเส้นประสาทจนสมองของวิศวกรสายลุยขาวโพลนไปหมด
จากที่ตอนแรกพยายามจะดันอกคนน้องออก มือสองข้างของเก่งกลับค่อยๆ เปลี่ยนเป็นขยำเสื้อเชิ้ตของเจไดไว้แน่นเพื่อพยุงตัวไม่ให้ทรุดลงไป แข้งขาของเก่งเริ่มอ่อนแรง ความเป็นฝ่ายควบคุมที่เคยมีพังทลายลงเพราะรสจูบอันลึกซึ้งและร้อนแรงของเด็กตรงหน้า
เจไดปรับองศาใบหน้า เอียงรับสัมผัสให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ท่อนแขนแกร่งโอบรัดเอวสอบของเก่งดึงเข้าหาตัวจนร่างกายของทั้งคู่เบียดเสียดกันแน่น เสียงจูบแผ่วเบาผสานกับเสียงลมหายใจหอบถี่ดังสะท้อนอยู่ในมุมอับสายตา เก่งหลับตาลงน้อมรับสัมผัสอย่างยอมจำนน ลิ้นหนาเริ่มตอบโต้กลับไปตามสัญชาตญาณความดิบที่ถูกจุดติดขึ้นมา
มันเป็นจูบที่เนิ่นนานและทวีความเร่าร้อนขึ้นเรื่อยๆ จนเก่งเริ่มหายใจไม่ทัน อกเสื้อของเจไดถูกเก่งขยำจนยับยู่ยี่
"อึ่ก... เจ... เจได..." เก่งครางประท้วงในคอเบาๆ เมื่อเริ่มหมดลม
เจได ยอมผละริมฝีปากออกอย่างเชื่องช้า ใยรักบางๆ เชื่อมอยู่ระยับ แววตาของคนน้องในตอนนี้เยิ้มฉ่ำ เต็มไปด้วยความลุ่มหลง คลั่งไคล้ และปิดความเจ้าเล่ห์เอาไว้ไม่มิด ใบหน้าหวานละมุนขึ้นสีแดงระเรื่อ หายใจหอบถี่จนอกเพื่อม ดูหล่อเหลาและเซ็กซี่จนเก่งที่ลืมตาขึ้นมามองถึงกับหน้าแดงแปร๊ดจนหูไหม้
"อ่า... พี่เก่งหวานจังครับ" เจไดกระซิบเสียงพร่า พลางใช้นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยริมฝีปากที่เจ่อแดงของเก่งเบาๆ อย่างแสนรัก "บอกว่าให้จีบเพราะตัดรำคาญ... แต่จูบตอบผมเก่งขนาดนี้ เจไดคนนี้จะไปไหนรอดละครับ"
"ไอ้... ไอ้เด็กเวร..." เก่งยกมือขึ้นกุมปากตัวเองลนลาน หน้าแดงลามไปจนถึงคอ สายตาเลิ่กลั่กพยายามมองซ้ายมองขวาว่ามีใครแอบดูไหม "มึงมัน... ร้ายกาจฉิบหาย หลอกแดกปากกูจนได้!"
เจไดหัวเราะเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มจิ้งจอกจอมเจ้าเล่ห์กลับมาประดับบนใบหน้าอย่างสมบูรณ์แบบ แขนแกร่งยังคงกอดเอวเก่งไว้หลวมๆ ไม่ยอมปล่อย
"นี่แค่เริ่มต้นครับพี่เก่ง... บอกแล้วไงว่าคืนนี้… ผมจะกินให้หมดทั้งตัวเลย"
23:00 น. ณ คอนโดของเก่ง
หลังจากเคลียร์ใจกันอยู่นาน สุดท้ายเก่งก็ต้องยอมหอบหิ้วไอ้เด็กหน้าหวานกลับมาค้างที่คอนโดด้วยกันจนได้
ภายในห้องนอนที่เคยเงียบเหงา ตอนนี้กลับอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความนุ่มฟู เจไดในชุดนอนเสื้อยืดตัวโคร่งของเก่ง กำลังทำตัวเป็น 'ลูกหมาโกลเด้นขี้อ้อน' แบบเต็มพิกัด ร่างสูงใหญ่ขยับเข้ามานอนเบียดเก่งบนเตียงกว้าง แขนยาวๆ ตวัดกอดเอวคนพี่ไว้แน่น ใบหน้าหล่อละมุนซุกเข้าที่อกแกร่ง พลางถูไถไปมาอย่างออดอ้อน
"พี่เก่ง... ห้องพี่ตัวหอมจังเลยครับ" เจไดพึมพำเสียงนุ่ม ตาโตๆ ช้อนขึ้นมองอ้อน
เก่งที่นอนเกร็งในตอนแรก พอเห็นท่าทางน่าเอ็นดูแบบนั้น ความใจอ่อนตามประสารุ่นพี่ก็ทำงานทันที เขาหลุดยิ้มบางๆ พลางยกมือขึ้นไปลูบกลุ่มผมนุ่มของคนน้องเบาๆ ด้วยความเอ็นดูอย่างปิดไม่มิด
"มึงนี่นะ... บทจะอ้อนก็อ้อนซะกูตั้งตัวไม่ทัน เมื่อกี้ยังทำหน้าเป็นจิ้งจอกเจ้าเล่ห์อยู่เลย"
"ก็อยู่กับพี่เก่ง ผมเป็นแค่ลูกหมาของพี่คนเดียวนี่ครับ" เจใดยิ้มตาหยี ขยับกอดแน่นขึ้นอีกจนเก่งใจสั่น
ขณะที่บรรยากาศกำลังโรแมนติกและอบอุ่นได้ที่ จู่ๆ เจไดก็ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตาเก่ง นัยน์ตาคู่โตฉายประกายวิบวับระคนล้อเลียนนิดๆ
"จริงสิพี่เก่ง... วันก่อนตอนที่ผมแอบไปสืบเรื่องพี่จากพี่ปืน พี่ปืนเขาเล่าอะไรให้ผมฟังเยอะเลยนะ"
เก่งคิ้วกระตุก รู้สึกถึงลางสังหรณ์ไม่ดีทันที "ไอ้ปืน? มันเล่าเหี้ยไรให้มึงฟังวะ?"
"พี่ปืนบอกว่า..." เจไดลากเสียงยาวพลางยิ้มกริ่มขยับหน้าเข้ามาใกล้ "พี่เก่งแอบเครียดและกังวลมากเรื่องความสัมพันธ์ของเรา... โดยเฉพาะเรื่อง 'ใครรุกใครรับ' เพราะพี่คบแต่ผู้หญิงมาตลอด เลยกลัวว่าจะโดนผมจับกดใช่ไหมครับ?"
ฉาด!
เหมือนมีเสียงหน้าแตกดังขึ้นในหัว เก่งหน้าแดงแปร๊ดไปถึงใบหูในเสี้ยววินาที เขาแทบอยากจะทะลุมิติไปกระโดดถีบยอดอกไอ้เพื่อนสนิทปากสว่างอย่างดินปืนให้รู้แล้วรู้รอด!
"ไอ้... ไอ้ปืนไอ้เพื่อนทรยศ! แม่งเอ๊ย เผลอไม่ได้เลยนะสัส!" เก่งโวยวายกลบเกลื่อน ดันหน้าเจไดออกห่างด้วยความอาย "เออ! แล้วไงวะ? กูเป็นผู้ชายสายลุย คบสาวมาตลอด มึงจะให้กูจินตนาการภาพตัวเองโดนเด็กอย่างมึงกด... กูแม่งทำใจไม่ได้เว้ย!"
เจไดหัวเราะร่าเสียงใสขำท่าทางเลิ่กลั่กสุดขีดของคนพี่ เขารวบมือของเก่งที่ดันหน้าเขาอยู่เอามากุมไว้ จากนั้นขยับตัวขึ้นมานั่งคร่อมทับต้นขาของเก่งเอาไว้หลวมๆ ท่าทางขี้อ้อนเมื่อครู่เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเชี่ยวชาญฉบับนักศึกษาแพทย์ชั้นปีสูงๆ
"ถ้าพี่เก่งกังวลเรื่องนั้น... งั้นมันก็ไม่เห็นต้องกำหนดกฎเกณฑ์เลยนี่ครับ" เจไดเอ่ยเสียงนุ่มลึก นัยน์ตาจับจ้องรีมฝีปากคนพี่อย่างมีความหมาย
"หืม? มึงหมายความว่าไงวะ?" เก่งขมวดคิ้วงง
"ก็... เราก็ผลัดกันสิครับ จะได้แฟร์ๆ"
คำพูดของเจไดทำเอาเก่งเบิ่งตาโต อ้าปากค้างด้วยความคาดไม่ถึง
"ผลัด... ผลัดกันเนี่ยนะมึง?!"
"ใช่ครับ" เจไดแย้มยิ้มหวานหยดพลางโน้มใบหน้าลงมาจนลมหายใจเป่ารดซอกคอขาว นิ้วเรียวลากไล้ผ่านแผ่นอกของเก่งเบาๆ กระตุ้นอารมณ์วาบหวาม "ความรักมันไม่มีโพซิชั่นตายตัวหรอกครับพี่เก่ง ถ้าพี่เก่งอยากรุก... ผมก็ยอมเป็นรับให้พี่ได้สลับกันไปแบบนี้ ไม่มีใครเสียเปรียบ ใครอยากทำตอนไหนก็คุยกัน แบบนี้แฟร์กับพี่เก่งที่สุดแล้วใช่ไหมล่ะครับ?"
เก่งกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ สมองเริ่มประมวลผลตามคำพูดของคนน้อง... เออว่ะ ถ้าผลัดกันกูก็ไม่ได้เป็นฝ่ายโดนกดฝ่ายเดียวนี่หว่า? ข้อเสนอนี้ฟังดูสมเหตุสมผลและยุติธรรมดีสำหรับผู้ชายที่ไม่มีประสบการณ์อย่างเขา
แต่... เก่งหารู้ไม่ว่านี่คือ เทคนิคระดับเซียนของสุนัขจิ้งจอกจอมเจ้าเล่ห์! เจไดรู้ดีว่าถ้าหักด้ามพร้าด้วยเข่ารุกใส่เก่งตรงๆ คนปากแข็งใจนักเลงอย่างเก่งต้องเตลิดหนีแน่นอน การยื่นข้อเสนอ "ผลัดกัน" จึงเป็นกลอุบายขั้นสุดยอดเพื่อหลอกล่อให้เหยื่อตายใจและยอมลดการป้องกันลง!
‘ยอมให้พี่เก่งรุกก่อนรอบนึง... แล้วหลังจากนั้นผมจะรุกทบต้นทบดอกคืนให้เดินไม่ได้เลยครับ’ เจไดคิดในใจพร้อมรอยยิ้มผู้ชนะ
"ว่าไงครับพี่เก่ง... ข้อเสนอของผม แฟร์พอไหมครับ?" เจไดกระซิบถามเสียงพร่า พลางขบเม้มติ่งหูคนพี่เบาๆ เป็นการมัดจำ
"เออ... ก็ แฟร์ดีมึง" เก่งตอบเสียงสั่น พ่ายแพ้ต่อสัมผัสซาบซ่านอย่างราบคาบ มือหนาเอื้อมไปเกาะไหล่คนน้องไว้แน่น
"ถ้าอย่างนั้น..." เจไดช้อนสายตาเยิ้มฉ่ำขึ้นสบตา "คืนแรกของเราในฐานะแฟน... ใครจะเป็นฝ่ายเริ่มก่อนดีครับ... พี่เก่ง?"
---------------------------------------
ฮันแน่!! รอฉาก NC อยู่ใช่มุ้ยย
คอมเม้นเป็นกำลังใจให้หน่อยนะ
สนุกมากครับ ขอบใจ เจไดเจ้าเล่ห์จริงๆ แต่แบบนี้โคตรชอบบบบบ
ซวยแล้วเก่งเอ๊ยยยยย 55555555 #หมาเด็กจอมเจ้าเล่ห์ ขอบคุณมากๆครับ
หน้า:
[1]