พี่น้องกันมันส์ดี (เก่งxเจได) 5
ช่วงสัปดาห์สอบไฟนอลของคณะแพทย์... คำว่าสภาพเหมือนซอมบี้ ไม่ใช่คำเปรียบเทียบที่เกินจริงเลยสักนิดสำหรับเจได
จากเด็กหนุ่มหน้าหวาน ผิวขาวออร่าวิ้งที่เคยตามวนเวียนออเซาะเก่ง ตอนนี้กลายเป็นร่างไร้วิญญาณขอบตาดำคล้ำ ผมกระเซิง นั่งจมกองเอกสารและสไลด์นับพันหน้าอยู่ในห้องอ่านหนังสือ รูปถ่ายล่าสุดที่ส่งมาให้เก่งดู ทำเอาเก่งถึงกับหลุดสบถเพราะสภาพดูไม่ได้ยิ่งกว่าคนไม่ได้นอนมาสามวันสามคืน
และที่สำคัญคือ... ช่วงนี้ทั้งสองคนแทบไม่ได้คุยกันเลย
จากคนที่เคยส่งข้อความทักหาเช้า เย็น คอยรายงานตัวตลอด บัดนี้เจไดทำได้แค่นานๆ ทีส่งข้อความสั้นๆ อย่าง [พี่เก่งครับ อ่านหนังสือไม่ทันแล้ว 😭] หรือ [ขอไปนอนสักสองชั่วโมงนะครับ] แล้วก็เงียบหายเข้ากลีบเมฆไปยาวๆ เป็นสิบแปดชั่วโมง
เก่งชินกับการที่อีกฝ่ายคอยหยอด คอยวนเวียนอยู่ไม่ห่าง จนกลายเป็นเรื่องปกติ แต่พอจู่ๆ หมอนั่นหายไปดื้อๆ เขาดันรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาเสียอย่างนั้น
22:30 น. ณ ร้านเหล้าหลังมอ
เสียงดนตรีสดและบรรยากาศความคึกคักภายในร้านไม่ได้ช่วยให้เก่งอารมณ์ดีขึ้นเลยสักนิด เขานั่งกระดกเบียร์ไปหลายแก้ว พลางถอนหายใจฟอดใหญ่เป็นรอบที่ร้อยของวัน นิ้วเรียวยังคงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาไถหน้าจอเปิดดูแชตของเจไดซ้ำๆ ทั้งที่ไม่มีข้อความใหม่เด้งเข้ามา
ดินปืนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม นั่งมองเพื่อนสนิทเคี้ยวหมูมะนาวแกล้มเบียร์ด้วยสีหน้าอมยิ้มกวนประสาท ก่อนจะเอ่ยแซวขึ้นมา
"เป็นเหี้ยไรของมึงวะไอ้เก่ง? ยกแก้วทีถอนหายใจที เอาแต่จ้องโทรศัพท์ทุกๆ สองนาที หน้าจอจะทะลุอยู่แล้วมึงรู้ตัวไหม?"
"เปล่า... กูไม่ได้มองอะไรสักหน่อย" เก่งรีบคว่ำหน้าจอโทรศัพท์ลงกับโต๊ะทันที ทำเป็นยกแก้วเบียร์ขึ้นดื่มกลบเกลื่อน
"เปล่ากับผีดิ!" ดินปืนหัวเราะลั่น ยักคิ้วให้เพื่อน "กูสืบมาละ ช่วงนี้หมอเจไดสอบใหญ่ใช่ปะล่ะ? เด็กมันไม่มีเวลามาตามตื๊อมึง มึงเลยนั่งหงอยเป็นหมาเหงาอยู่ตรงนี้ไง"
"หมาเหงาพ่อมึงดิไอ้ปืน!" เก่งโวยวาย หน้าเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อ ไม่รู้เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์หรือความเขินกันแน่ "กูแค่รำคาญ! ปกติมันทักมาวอแวกูเช้าเย็น พอจู่ๆ เงียบหายไปอย่างกะตายห่า สภาพในรูปที่ส่งมาล่าสุดก็นึกว่าซอมบี้หลุดมาจากซีรีส์ กูเป็นห่วง… เอ่อ กูแค่กลัวว่ามันจะตายห่าไปซะก่อน”
ดินปืนเอนหลังพิงเก้าอี้ หรี่ตามองเก่งด้วยสายตาจับผิด
"ถามจริงนะไอ้เก่ง..." ดินปืนเอ่ยถามเสียงจริงจังขึ้นนิดหน่อย "ตกลงมึงกับไอ้เจไดนี่... จะเอายังไงกันแน่วะ?"
"เอายังไงอะไรของมึง?"
"ก็เรื่องความสัมพันธ์มึงไง มึงบอกกูเองว่ายอมเปิดโอกาสให้มันจีบ แต่ดูทรงมึงตอนนี้ดิ มึงไม่ได้แค่เปิดโอกาสหรอก มึงคิดถึงมันจนนั่งทรงเสียอยู่เนี่ย มึงชอบมันแล้วใช่ปะ?"
"เชี่ยไรล่ะ!" เก่งสวนกลับทันควันตามสัญชาตญาณคนปากแข็ง "กู... กูไม่ได้ชอบมันสักหน่อย!"
"อ้าว! ไม่ชอบแล้วยอมให้มันจีบ ยอมให้มันมาคอยวนเวียนทำไมวะ? มึงแม่งโคตรเล่นกับใจคนเลยว่ะ"
"กู..." เก่งชะงักกึก กลืนน้ำลายลงคอ พยายามหาเหตุผลมาอ้างข้างๆ คูๆ เพื่อปกป้องอีโก้ของตัวเอง "กูก็แค่... ให้มันจีบเพราะตัดรำคาญไปงั้นแหละ! มึงก็รู้ว่ามันตื๊อกูมาตั้งกี่ปี ถ้ากูไม่เออออไป มันก็คงไม่เลิกตื๊อกูหรอก กูแค่สงสารมันด้วยเห็นมันแอบชอบกูมานาน ไม่ได้แปลว่ากูชอบมันสักหน่อย!"
ดินปืนฟังคำตอบของเพื่อนแล้วถึงกับหลุดขำก๊ากออกมาเสียงดังจนโต๊ะข้างๆ หันมามอง
"ฮ่าๆๆๆๆๆ ไอ้เก่งเอ๊ย! กูละยอมใจความปากแข็งของมึงจริงๆ!" ดินปืนชี้หน้าเพื่อนพลางสั่นหัว "ให้จีบเพราะตัดรำคาญ? คนเหี้ยไรตัดรำคาญด้วยการขับรถเอาขนมไปส่งให้เขาถึงหน้าหอตอนห้าทุ่มวะ? คนเหี้ยไรตัดรำคาญด้วยการมานั่งหน้าหงอยเพราะเขาไม่ส่งไลน์หา?"
"ไอ้ปืน! มึงจะกวนตีนกูมากไปแล้วนะสัส!" เก่งหน้าแดงแปร๊ดไปถึงใบหู ทำท่าจะยกเท้าเตะเพื่อนใต้โต๊ะ
"กูพูดความจริงทั้งนั้นเว้ย!" ดินปืนยิ้มขำ ชูแก้วเบียร์ขึ้นชวนชน "ปากแข็งไปเหอะมึง ทรงนี้กูบอกเลย... พอมันสอบเสร็จแล้วมันกลับมาโหมดสุนัขจิ้งจอกรุกใส่ มึงได้ระทวยตกเป็นของมันแน่ๆ”
"ไม่มีทางเว้ย! มึงอย่ามาทำเป็นหมอดู หยั่งรู้อนาคตกู” เก่งกระแทกแก้วเบียร์ลงโต๊ะโวยวายกลบเกลื่อน
“ไม่ต้องมีญาณทิพย์ก็ดูออก สภาพอ่านง่ายอย่างมึง ระวังไว้เหอะ แล้วมึงจะนั่งเสียใจกับสิ่งที่มึงพูด”
“มึงเพื่อนกูจริงเปล่าวะ ซ้ำเติมกันอยู่ได้”
แม่งเอ๊ย... กูหงุดหงิดจะตายอยู่แล้วเนี่ย! เก่งคิดในใจ
ในมุมอับตรงโซนโซฟาแถวหลังสุดของร้านเหล้าเดียวกันนั้น... เด็กหนุ่มคณะแพทย์กำลังนั่งจมตัวอยู่กับเก้าอี้หนัง ในสภาพสวมเสื้อฮู้ดดี้ตัวใหญ่สีเข้ม ขอบตาดำคล้ำจนแทบดูไม่ได้จากการอ่านหนังสือสอบวิชาสุดท้ายที่เพิ่งเสร็จไปสดๆ ร้อนๆ เมื่อสองชั่วโมงก่อน
เขาโดนกลุ่มเพื่อนคณะแพทย์ลากตัวมาจากหอพักแบบไม่ทันตั้งตัว เพื่อนๆ บอกว่าไปดื่มฉลองกันสักแก้วแล้วค่อยกลับไปสลบเป็นตายสักสามวัน เจไดที่เหนื่อยล้าจนสมองแทบไม่อยากคิดอะไร จึงยอมเดินตามพวกมันมานั่งนิ่งๆ อยู่ตรงนี้
ในหัวของเจไดตอนแรก มีแต่ความคิดที่อยากจะรีบดื่มให้เสร็จแล้วกลับไปนอน แต่แล้ว เสียงโวยวายอันคุ้นเคยที่ดังแทรกผ่านเสียงเพลงในร้าน เขาค่อยๆ เบนสายตามองข้ามไหล่ของผู้คนในร้าน ไปยังโต๊ะฝั่งบาร์ริมกระจก...
ภาพที่เห็นคือ ‘พี่เก่ง’ ของเขา กำลังนั่งกระดกเบียร์หน้าแดงแปร๊ด โวยวายใส่ ดินปืน อยู่ด้วยท่าทางหัวเสีย และประโยคที่หลุดออกมาจากริมฝีปากของคนที่เขาแอบรักมาตลอดหลายปี... ก็ดังชัดเจนเข้าสองหูของเจได
"กูก็แค่... ให้มันจีบเพราะตัดรำคาญไปงั้นแหละ! มึงก็รู้ว่ามันตื๊อกูมาตั้งกี่ปี ถ้ากูไม่เออออไป มันก็คงไม่เลิกตื๊อกูหรอก กูแค่สงสารมันด้วยเห็นมันแอบชอบกูมานาน ไม่ได้แปลว่ากูชอบมันสักหน่อย!"
ทุกคำ... ทุกถ้อยคำที่หลุดออกมา มันเหมือนเข็มเล่มโตที่ทิ่มแทงลงกลางใจของเด็กหนุ่มอย่างแรง
เจไดนิ่งอึ้งไป นัยน์ตาคู่สวยสั่นระริก…
เขารู้... เขารู้นิสัยพี่เก่งดีกว่าใคร รู้ว่าพี่เก่งเป็นคนปากแข็ง เป็นผู้ชายสายลุยที่คบผู้หญิงมาตลอด รู้ว่าการจะยอมให้ผู้ชายอย่างเขาเข้าไปอยู่ในหัวใจมันไม่ใช่เรื่องง่าย และเขาก็เผื่อใจไว้แล้วว่าคนแก่กว่าอาจจะยังสับสน
แต่คำว่า ‘ตัดรำคาญ’ กับ ‘สงสาร’ ... พอมันหลุดมาจากปากของพี่เก่งจริงๆ ในวันที่ร่างกายและสมองของเจไดอ่อนแอที่สุดจากการสอบ... มันกลับบาดลึกจนความชาแล่นไปถึงขั้วหัวใจ
‘ตัดรำคาญงั้นเหรอครับ... ที่ยอมให้ผมเข้าใกล้ ยอมให้ผมตามเทียวยื้อเทียวจีบ ทั้งหมดมันแค่เพราะพี่สงสารผมงั้นเหรอ?’ เจไดนึกในใจ รอยยิ้มขมขื่นปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างน่าสงสาร
ความพยายามตลอดหลายปีที่ผ่านมา ความใส่ใจ ความทุ่มเทที่ยอมทำตัวเป็นเด็กดีอยู่ในสายตาของเก่ง... พริบตานั้น มันกลับดูไร้ค่าและน่าสมเพชขึ้นมาทันที
--------------------------------------------
ง่าาา จะร้องไห้ตามเจได สงสารไอ้ต้าว
ขอบคุณมากครับ ขอบคุณมากครับ สนุกมากครับ ชอบมากค่ะ{:5_119:} ขอบคุณมากครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณมากครับ เรื่องนี้ดีมากครับ ขอบคุณจริงๆ อุ้ยยยย ตอนพูดกันยังคิดเลยว่าถ้าน้องมันได้ยินด้วยอะจะรู้สึกไง
แล้วน้องก็ได้ยินจริงๆ
กลิ่นมาม่าลอยมาละ Eakkadoor ตอบกลับเมื่อ 2026-8-4 07:22
อุ้ยยยย ตอนพูดกันยังคิดเลยว่าถ้าน้องมันได้ยินด้วยอ ...
งูยยย พี่เอกหายไปนานมากก ขอบคุณค้าบบบ เดี๋ยวว่าง ๆ มาต่อให้นะ NOOFONG ตอบกลับเมื่อ 2026-8-4 08:24
งูยยย พี่เอกหายไปนานมากก ขอบคุณค้าบบบ เดี๋ยวว่าง ๆ มาต่อให้นะ
ไม่ค่อยได้เข้ามาเลยครับช่วงนี้ วุ่นๆนิดหน่อยครับ หลายเรื่อง 5555555 ขอบคุณมากครับ
หน้า:
[1]