"น้องปลา สาวสก๊อย 1"
"น้องปลา สาวสก๊อย 1"ประมาณสี่ทุ่มในคืนวันหนึ่ง ขณะที่ผมและคู่บัดดี้ซึ่งเป็นรุ่นพี่ผมอยู่หลายปี กำลังขับรถจักรยานยนต์ออกตรวจภายในเขตชุมชนในตัวอำเภอ
ศูนย์วิทยุที่โรงพักได้แจ้งให้พวกผมออกตรวจที่จุดๆ หนึ่ง โดยแจ้งว่า ได้รับแจ้งจากโทรศัพท์ว่ามีกลุ่มวัยรุ่นหลายคนจับกลุ่มกันส่งเสียงดังรบกวนชาวบ้าน และอาจจะก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยแก่ประชาชนที่เดินทางผ่านไปมาได้
ผมขับรถจักรยานยนต์สายตรวจโดยมีพี่บัดดี้นั่งซ้อนท้ายไปตรวจสอบยังจุดที่ได้รับแจ้งซึ่งเป็นศาลาทางหลวงริมทาง
เหมือนผึ้งแตกรังเมื่อกลุ่มวัยรุ่นเห็นรถสายตรวจเข้าไปใกล้ ต่างรีบพากันสตาร์ทเครื่องรถมอเตอร์ไซด์ขับหนีจากจุดที่อยู่กันจ้าละหวั่น
พี่บัดดี้ผมกระโดดลงจากรถด้วยความเร็วแบบไม่น่าเชื่อ ด้วยน้ำหนักตัวขนาด 80 กว่ากิโลกรัมพร้อมร่างที่สูงใหญ่ แกวิ่งไล่วัยรุ่นคนหนึ่งที่พยายามจะสตาร์ทเครื่องรถ แต่เมื่อเห็นว่าไม่สามารถสตาร์ทเครื่องได้ทันมันก็ทิ้งรถวิ่งหนี
ผมจอดรถขณะที่รถจักรยานยนต์ของกลุ่มวัยรุ่นคันอื่นๆ ก็หนีหายไปหมด เหลือไว้เพียงเด็กสาวคนหนึ่งที่ยืนละล้าละลังอยู่คนเดียว ผมยังไม่สนใจเธอนัก เพราะมุ่งอยู่แต่การใช้ไฟฉายส่องดูทั่วๆ รอบบริเวณและบนศาลาริมทาง
สักครู่ พี่บัดดี้ก็เดินจับมือวัยรุ่นคนนั้นไขว้หลังที่โดนกุญแจมือคล้องหลังมาที่บริเวณศาลาที่ผมอยู่ เสียงแกคำรามมาตลอดว่า กูจ้องมึงอยู่ กูจ้องมึงมาตลอด
พี่บัดดี้จับวัยรุ่นคนนั้นนั่งคุกเข่า แล้วค้นตามตัวโดยมีผมช่วยอีกแรง ปรากฎว่าพบยาบ้าในกระดาษฟอยด์ 2 เม็ดซึ่งซุกอยู่ในกระเป๋ากางเกง
"ไอ้เอ๋ กูรู้ว่ามึงมีเยอะกว่านี้ มึงซ่อนไว้ไหน?"
พี่บัดดี้ตะคอกเสียงเข้ม เสียงเจ้าเอ๋ตอบเบาๆ ว่า ไม่มีแล้ว แต่จากนั้น ฝ่ามือหนาๆ ของพี่บัดดี้ก็ฟาดเปรี๊ยะเข้ากลางกบาลของเด็กหนุ่มที่ขื่อว่าเอ๋
ขณะที่พี่บัดดี้สอบถามเจ้าเอ๋อยู่ ผมจึงหันมาหาผู้หญิงวัยรุ่นที่นั่งบนศาลาทางหลวงทำท่าจะร้องไห้พร้อมสอบกับถามเธอไปด้วย
เธอบอกว่า เธอเป็นแฟนกับเจ้าเอ๋ ทั้งคู่จะไปเที่ยวงานอีกหมู่บ้านหนึ่งของอีกฝั่งหนึ่งของตัวอำเภอ แต่พอขับมาก็เจอเพื่อนๆ ที่ศาลาแห่งนี้ จึงจอดรถลงมาคุยกัน แต่พอเห็นพวกผมขับรถสายครวจมา คนอื่นๆ ก็พากันขับรถหนี เธอตกใจมากทำอะไรไม่ถูกจึงได้แต่ยืนงง
สักพักหนึ่ง พี่บัดดี้บอกว่าเจ้าเอ๋มันสารภาพว่ามันมียาบ้าซ่อนไว้อีกเกือบห้าสิบเม็ด เดี๋ยวจะให้มันพาไปเอา
ตอนแรก พี่บัดดี้จะไปซ้อนท้ายรถเครื่องของเจ้าเอ๋เพื่อให้มันพาไป แต่ว่ารถเครื่องคันนั้นมันแต่งเป็นล้อเล็กและรถก็คันเล็กไม่น่าจะทานน้ำหนักของแกได้ แกจึงให้ผมไปซ้อนท้ายรถเจ้าเอ๋ โดยให้น้องผู้หญิงมานั่งรถสายตรวจ โดยที่แกเป็นคนขับ
จุดที่เจ้าเอ๋พาไปนั้นอยู่ห่างจากถนนใหญ่เล็กน้อย เป็นทางลูกรังเข้าไปประมาณร้อยเมตร มันเป็นโกดังร้าง แต่จากแสงไฟรถที่สาดส่อง น่าจะมีการเข้าออกเสันทางนี่เป็นประจำ
รถทั้งสองคันจอด พี่บัดดี้รีบมาคุมตัวเจ้าเอ๋ทันที มันนำหน้าพาไปยังจุดที่มันซ่อนยาไว้ มันอยู่ในกระดาษฟอยด์ที่ถูกห่อหุ้มด้วยซองบุหรีอีกทอดหนึ่ง
เสียงเจ้าเอ๋โอดครวญขอร้องให้ปล่อยตัวเมื่อเห็นว่าได้พามาเอาของแล้ว ส่วนพี่บัดดี้ก็ยังคำรามเข้มอยู่ตลอดเวลาว่าจะจับทั้งสองดำเนินคดีเจ้าเอ๋ยกมือไหว้ปะหลกๆ ส่วนน้องผู้หญิงก็ร้องไห้สะอื้นอยู่ไม่ขาดพร้อมบอกว่า ไม่รู้เรื่องอะไรต่างๆ นี้ด้วยเลย
พี่บัดดี้บอกให้ผมคุมตัวเจ้าเอ๋ไว้ ก่อนที่แกจะเดินจูงมือน้องผู้หญิงไปอีกฟากหนึ่งซึ่งมีผนังกั้น ผมคิดในใจว่า เอาแล้ว ลูกพี่กู
อยู่กับผม เจ้าเอ๋ก็พร่ำบ่นบอกให้ผมปล่อยต้วมันจนผมรำคาญ ขณะที่พี่บัดดี้ก็หายไปพักใหญ่ๆ แล้ว ผมจึงจับมันใส่กุญแจมือคล้องไว้กับเสา แล้วผมก็เดินไปที่บริเวณพี่บัดดี้พาน้องผู้หญิงเดินไป
อีกห้องหนึ่ง จากแสงเดือนข้างขึ้นที่สาดเข้าในห้อง สายตาผมปรับแสงได้ก็เห็นตูดขาวๆ ของพี่บัดดี้ กำลังขยับยิกๆ ไปมาใส่ร่างๆ หนึ่งซึ่งกำลังนอนหงายอยู่บนแคร่ต้วหนี่ง เสียงเนื้อกระทบกันดังเผี๊ยะๆ เป็นระยะ ร่างน้อยๆ ต่อหน้าพี่บัดดี้สั่นสะท้านตามแรงโยกของแก ผมเห็นแกโยกเอวไหวๆเร่งเร็วรัวๆ แล้วไม่นานแกก็หยุดโยกเอว
ผมเห็นว่าแกเสร็จกิจแล้วจึงเลี่ยงเดินออกมาหาเจ้าเอ๋ที่ถูกจับไพล่กุญแจมืออยู่แล้วผมก็ไขกุญแจให้กับมัน สักครู่ พี่บัดดี้ผมก็เดินมาพร้อมบอกผมให้ไปดูแลน้องผู้หญิงหน่อย ผมเข้าใจความหมายที่แกสื่อสารกับผมว่าจะให้ผมทำอย่างไร
น้องผู้หญิงยังนอนหงายอยู่ท่าเดิมที่ที่ผมเคยเห็นเมื่อผมเดินเข้าไปหาเธอ จากแสงเดือน ผมเห็นเธอยังไม่สวมกางเกง ส่วนเสื้อนั้นก็ยังอยู่ติดกับตัวของเธออยู่
ผมถามเธอว่า ทำไมไม่สวมเสื้อและกางเกง? เธอบอกด้วยเสียงสะอื้นเบาๆ ว่า พี่บัดดี้ไม่ให้เธอใส่ ผมจึงบอกให้เธอลุกขึ้นมาสวมกางเกงได้แล้ว
เธอค่อยๆ ลุกขึ้นนั่ง มองหน้าผมเหมือนคนสงสัย
"พี่ไม่ทำอะไรหนูหรือ?"เธอถามผมเบาๆ ซึ่งผมก็ทำแกล้งซื่อ
"ทำอะไรล่ะ?"
"ก็..."
เธอนั่งนิ่งและไม่มีคำตอบจากปากเธออีก ผมจึงพูดสำทับอีกครั้ง เธอจึงลุกยืนขึ้น ผมฉายไฟฉายหากางเกง เธอหันหลังหยิบชั้นในขึ้นมาสวม แสงจากไฟฉายส่องให้เห็นความขาวของสะโพกเธอเต็มตา ตอนเธอโก้งโค้งนุ่งกางเกงมันทำให้คิดไปไกลได้เหมือนกัน
ถ้าหากเป็นเหตุการณ์ปกติ ผมก็คงจะมีอารมณ์พอที่จะทำอะไรๆ ไปได้อยู่หรอกแต่นี่ทั้งสถานการณ์ ทั้งสถานที่ มันทำให้ผมรู้สึกเวทนาเด็กสาวมากกว่า อายุที่ผมคาดเดา เธอไม่น่าจะอายุเกิน 18 ปี ด้วยซ้ำ
เธอสวมกางเกงเสร็จ ผมจึงบอกให้นั่ง ผมสอบถามเกี่ยวกับการเกี่บวข้องเรื่องยาบ้าของเธอ เธอยืนยันหนักแน่นว่าไม่เกี่ยวข้องใดๆ เลยเธอไม่รู้ด้วยว่าเจ้าเอ๋มียาบ้า
เมื่อเห็นว่าสมควรแก่เวลา ผมจึงพาเด็กสาวออกไปสมทบกับพี่บัดดี้ที่เดิม
พี่บัดดี้จัดให้คนทั้สองนั่งคุกเข่าเรียงกัน แล้วแกก็เดินมาข้างหลังชักปืนออกมาจ่อที่หัวของคนทั้งสองสลับกันไป พร้อมกับพูดเสียงดุดันว่าจะยิงทั้งสองให้ตาย
เสียงสะอื้นร่ำไห้ของทั้งสองคนดังระงมเมื่อได้ยินเสียงดุดันจากพี่บัดดี้ ขนาดผมที่ทำงานด้วยกันมายังตกใจกับเสียงและท่าทางของแกเลยประสาอะไรกับคนอื่นที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวที่จะอกสั่นขวัญแขวนไม่ได้ ทั้งสองร้องไห้ตัวสั่นงันงก พี่บัดดี้จึงลดเสียง แล้วบอกว่า ปล่อยก็ได้ แต่เรื่องคืนนี้จะไม่มีการพูดถึงอีก จะไม่มีใครรู้เรื่องด้วย ถ้ามี จะจับทั้งสองคนมาติดคุกแน่นอน
ทั้งสองคนยกมือไหว้ผมกับพี่บัดดี้ประหลกๆ ด้วยความดีใจ พี่บัดดี้บอกให้ทั้งสองกลับได้ทั้งสองจึงรีบขึ้นรถขับออกไปอย่างเร็ว
พี่บัดดี้เล่าให้ผมฟังว่า ทีแรกก็ไม่ได้คิดอะไรกับน้องผู้หญิง แต่ว่าระหว่างทางมาที่โกดัง น้องนั่งซ้อนท้ายแล้วนมแตะหลังแกจนมีอารมณ์ซะงั้น เลยต้องจัดไปหนึ่งดอก แกว่า หอยเด็กนี่มันตอดรัดดีจริงๆ
"รึเอ็งว่าไง ดีไหม?"
แกหันมาถามผม ผมได้แต่ยิ้มไม่ตอบกลับแต่อย่างใด
เหตุการณ์ต่อไปจะดำเนินไปอย่างไร?โปรดติดตามต่อไปนะครับ คิดเห็นประการใด กกรุณาคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ด้วยนะครับ
ขอบคุณครับ
ตามนะ ขอบคุณครับ กำลังสนุก มาต่อมาต่อ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ ดีครับ {:5_136:} ขอบคุณครับ เยี่ยม {:5_120:}{:5_120:}{:5_120:}{:5_120:}{:5_120:} รอตอนต่อไปด้วยใจระทึก มีเด็กมาอ่อยเลย ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ เสียวดีครับ เยี่ยม ขอบคุณครับ เสียว ชอบเลนเเนวนี้
หน้า:
[1]