ahlideen โพสต์ 2026-7-8 01:07:45

แปลที่แปลว่าควย 11

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ahlideen เมื่อ 2026-7-8 01:09

กว่าค่ำคืนอันแสนทุลักทุเลและวันจันทร์อันยาวนานจะผ่านพ้นไปได้ สังขารของผมก็แทบจะพังทลาย ร่างกายมันประท้วงว่าต้องการพักผ่อนเพื่อเยียวยาความบอบช้ำข้างในอย่างเร่งด่วน ดังนั้นตอนเย็นที่เพื่อนเอ่ยปากชวนไปวิ่งออกกำลังกายรับลมที่สวนสมเด็จฯ ผมจึงรีบปฏิเสธไปส่งเดชด้วยเหตุผลมั่วซั่วซักข้อ มันจะเชื่อหรือไม่ก็ช่างหัวมันเถอะ เพราะลำพังแค่เวลานี้นั่งนิ่งๆ เรียนหนังสืออยู่กับที่ ผมยังรู้สึกสะท้านร้าวระบมไปทั้งเนื้อตัว หากต้องไปวิ่งให้ฝีเท้ากระแทกพื้น อวัยวะภายในที่เพิ่งโดนบดขยี้มาอย่างหนักหน่วงคงเสียวแปลบจนทนไม่ไหวเป็นแน่ แปลกดีที่เมื่อคืนตอนโดนกระทำกลับไม่รู้สึกเจ็บเท่าวันนี้ หลังจากพี่อินมาส่งผมที่บ้านเมื่อคืน ผมก็แทบจะซุกตัวเข้าใต้ผ้าห่มแล้วดิ่งลงสู่ความมืดมิดทันที ร่างกายมันเพลียจัดจากการเริงระบำในเกมสวาทจนสูญเสียน้ำควยไปถึงสองรอบใหญ่ๆ ไม่นับรวมตอนที่ร่างกายสั่นกระตุกเกร็งซ้ำแล้วซ้ำเล่าแต่ไม่มีน้ำหลั่งออกมา ยิ่งคิดก็ยิ่งวูบวาบจนหน้าแดง พอเช้าวันจันทร์มาถึง ร่างกายเจ้ากรรมกลับขี้เกียจเสียจนไม่อยากขยับเขยื้อน ใจหนึ่งอยากจะนอนจมเตียงนุ่มๆ ต่อไปยาวๆ แต่ก็ทำไม่ได้เพราะมีภาระต้องไปมหาวิทยาลัย ยังดีที่มีเรียนตอนสิบโมงเช้าเลยพอมีเวลาให้ทอดถอนใจและไม่ต้องรีบร้อนนัก สิ่งแรกที่ทำหลังจากฝืนสังขารลุกจากที่นอนได้คือการเดินตรงดิ่งเข้าห้องน้ำ ทว่าทันทีที่สายน้ำสัมผัสผิว ความเจ็บแสบแล่นริ้วเข้ามาแทนที่ความสุขสมและความเสียวซ่านเมื่อคืนจนหมดสิ้น ร่องรอยความบอบช้ำและหลักฐานคาวรักที่ยังหลงเหลืออัดแน่นอยู่ภายใน ทำให้อดคิดเปรียบเทียบไม่ได้ว่า ช่วงเวลาแห่งความอภิรมย์กับความทุกข์ทรมานเนี่ย มันช่างเกิดขึ้นห่างกันเพียงพลิกฝ่ามือแท้ๆ จู่ๆ ผมก็นึกขำในใจ ไปเปรียบเทียบกับผู้หญิงที่กำลังจะคลอดลูก คนที่คลอดยากๆ คงจะเจ็บปวดรวดร้าวสายตัวแทบขาด จนต้องสบถคำหยาบคาบออกมาด่าไอ้ผัวตัวดี หรือไม่ก็คาดโทษสาบานกับตัวเองว่าจะไม่ยอมให้มันเอาอีกเป็นอันขาด! แต่เชื่อเถอะ...พอไอ้ความเจ็บปวดพรรค์นั้นมันผ่านพ้นไป และความเงี่ยนงำความต้องการเริ่มคืบคลานเข้าครอบงำจิตใจอีกครั้ง ยิ่งเป็นคนที่เคยผ่านสมรภูมิรสแซ่บและลิ้มลองความเสียวซ่านจนถึงสรวงสวรรค์มาแล้ว สัญชาตญาณความโหยหาในรสรักย่อมปลุกเร้าให้ต้องการมันอีก คำสบถสาบานก่อนหน้านี้ก็เป็นแค่ลมปากระบายความเจ็บปวดชั่วครั้งชั่วคราว ไม่ได้มีความหมายอะไรลึกซึ้งหรอก สิ่งเดียวที่หลงเหลือและโหยหาจริงๆ ก็คือเสียงครวญครางอย่างสุขสมต่างหากล่ะที่อยากได้ยินอีกซ้ำๆ ผมกลับมานอนคิดชั่งน้ำหนักในใจ ระหว่างความสุขอันล้นพ้นที่เกิดขึ้นก่อนหน้ากับความทุกข์ระบมที่กำลังเผชิญอยู่ตอนนี้ ว่าถ้าเลือกได้ผมจะอยากได้แบบไหน...แน่นอนว่าคำตอบในใจพุ่งไปทางอย่างแรกอย่างไม่ต้องสงสัย นึกถึงความเสียวซ่านที่ได้รับในตอนนั้นมันช่างสุขล้นจนหัวใจแทบระเบิด ไอ้ความเจ็บปวดแค่นี้จะนับเป็นอะไรได้เมื่อเทียบกับความฟินระดับนั้น ผมปลอบใจตัวเองว่าเพราะมันเป็นครั้งแรกๆ ที่ต้องรองรับท่อนควยยาวใหญ่ขนาดมหึมา รูเสียวอันคับแน่นมันเลยยังไม่คุ้นชิน ก็ได้แต่แอบหวังลึกๆ ในใจว่า...หากโดนทั้งพี่อินและจ่านพสลับกันเวียนเทียนแทงทะลวงบ่อยๆ รูเย็ดเล็กๆ แดงๆ นี้ น่าจะค่อยๆ ขยายและปรับตัวให้ชินชาไปกับขนาด ความยาว และจังหวะการกระเด้าที่ทั้งรัวแรงแถมยังตอกมิดโคนได้ในที่สุด พอเข้าสู่วันพุธกลางสัปดาห์ สายๆ แม่ก็โทรมาบอกว่าวันเสาร์อาทิตย์ที่จะถึงนี้จะพาพ่อกับพี่รองไปเยี่ยมญาติที่ต่างจังหวัด แกเลยสั่งความให้ผมอยู่เฝ้าบ้านด้วย ผมก็รับคำอย่างว่าง่ายไม่ได้อิดออดอะไร เพราะยังไงช่วงนั้นผมก็มีนัดต้องไปสอนภาษาถิ่นให้พวกทหารในฐานปฏิบัติการอยู่แล้ว ตกเย็นพี่อินโทรมาหา ชวนคุยสัพเพเหระอยู่พักหนึ่งก่อนจะวกกลับเข้าเรื่องใต้สะดือและกิจกรรมเข้าจังหวะสุดเร่าร้อนที่เราเพิ่งเริงรำด้วยกันไปเมื่อวันก่อน แกพล่ามด้วยน้ำเสียงแหบพร่าออดอ้อนคันหูชวนเลี่ยนว่าชอบท่าทางของผมอย่างนั้น เสียวตรงนี้ตอนที่กระแทกเข้าไป เนื้อความหวานหยดจนผมแอบอมยิ้ม ใจจริงก็เห็นด้วยกับแกแหละ แต่เรื่องอะไรจะยอมง่ายๆ เลยขอเล่นตัวสะดีดสะดิ้งแย้งไปเสียหน่อย“พี่อินทำผมเจ็บระบมไปหมดทั้งรูแล้วเนี่ย...” ผมแกล้งโอดครวญอ้อนเสียงกระซิกผ่านสายแกหลุดขำเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะสวนกลับมาด้วยประโยคที่ทำให้ผมหมั่นไส้จนอยากจะทุบอกล่ำๆ นั่นสักที“ก็เพราะเจ็บไง เลยต้องโดนเย็ดบ่อยๆ ร่างกายมันจะได้ปรับสภาพแล้วสร้างความคุ้นชินกับควยพี่”ชิ...คิดเหมือนผมเปี๊ยบเลย แถมนึกไม่ถึงว่าแกจะเปรียบเทียบอาการระบมของผมกับพวกผู้หญิงเจ็บท้องคลอดลูกเหมือนที่ผมคิดไม่มีผิด พี่อินยังกระเซ้าเย้าแหย่ต่ออีกว่าให้ผมฝึกเอาไว้บ่อยๆ จะได้ ‘คลอดลูก’ ให้แกได้คล่องๆ ผมฟังแกพูดจาเพ้อเจ้อไร้สาระแล้วก็ได้แต่หัวเราะร่าด้วยความผ่อนคลาย ก่อนจะบอกลากันแล้ววางสายไปพร้อมความรู้สึกอุ่นวาบในอก และแล้ววันหยุดสุดสัปดาห์ที่รอคอยก็มาถึง เช้าวันเสาร์หลังจากเสร็จภารกิจกลับมาจากกรีดยาง พ่อ แม่ และพี่รองก็เก็บกระเป๋าขึ้นรถขับออกไปทันที ก่อนไปแม่ยังหันมากำชับนักหนาว่าอย่าทิ้งบ้านทิ้งช่อง ปิดประตูหน้าต่างล็อกให้เรียบร้อยก่อนเข้านอน ซึ่งผมก็รับปากสั้นๆ ต่อให้เป็นบ้านตัวเองแต่ในพื้นที่แบบนี้ตอนกลางคืนมันก็อันตรายอยู่ดี ตลอดทั้งวันผมไม่ได้ทำอะไรเลย เอาแต่นอนอืดอยู่ภายในบ้านเพื่อฆ่าเวลา รอให้แสงตะวันลับขอบฟ้าจะได้ออกไปสอน ยอมรับเลยว่าวันนั้นเนื้อตัวมันแห้งแล้ง ไม่มีอารมณ์ใคร่หรือความเงี่ยนเข้ามากล้ำกรายเลยสักนิด ทว่าจู่ๆ ความคิดหนึ่งก็แวบเข้ามาในหัว...ผมนึกถึงหน้า ‘นายทหารเรย์’ คนนั้นขึ้นมา รายนั้นน่ะดูท่าทางไม่ค่อยเป็นมิตรกับผมเท่าไหร่ สายตามันดูมีอะไรแปลกๆ แฝงอยู่ แต่ก็นึกไม่ออกว่าเป็นเพราะอะไร พอไปเล่าให้พี่อินฟัง แกก็บอกปัดว่าไม่มีอะไรหรอกคิดมากไปเอง ผมเลยเลือกที่จะปล่อยวางเรื่องนี้ไปไม่เก็บมาใส่ใจอีก คิดเสียว่าอีกไม่กี่วันภารกิจการสอนนี้ก็คงจะสิ้นสุดลงแล้ว คงไม่ได้เจอกันอีก บ่ายจัดวันนั้น ลูกพี่ลูกน้องที่เป็นลูกชายของลุงอายุแก่กว่าผม 6 ปี จากอีกหมู่บ้านหนึ่งแวะมาหาที่บ้านพร้อมกับหิ้วของฝากติดมือมาด้วย ผมรีบเอ่ยปากทักทายชวนเข้าบ้านตามประสาคนคุ้นเคย สมัยตอนที่ผมเรียนอยู่มัธยมเราสองคนสนิทกันมาก ชนิดที่มองตาก็รู้ใจ แอบมีซัมติงลับๆ กันอยู่บ่อยครั้ง แต่พอผมได้เข้าไปเรียนมหาวิทยาลัย ความสัมพันธ์ก็ค่อยๆ ห่างกันไป ยิ่งตอนนี้พี่เขาแต่งงานมีลูกมีเมียเป็นฝั่งเป็นฝาไปแล้ว พอนึกถึงวันเก่าๆ และวีรกรรมเสียวซ่านในอดีตขึ้นมา มันก็อดทำให้ผมหน้าร้อนผ่าวขัดเขินขึ้นมาไม่ได้ ทั้งที่ปัจจุบันเราไม่ได้ทำเรื่องพรรค์นั้นกันอีกแล้ว??? ขณะที่กำลังนั่งคุยกันเพลินๆ เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าก็ดังขัดจังหวะขึ้นมา พอกดรับสายก็เป็นเสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยของจ่านพ แกบอกว่าตอนนี้กำลังจอดรถรออยู่หน้าบ้านแล้ว ผมเดินออกไปส่องดูที่กระจกประตู ก็พบรถหุ้มเกราะทหารคันใหญ่จอดตระหง่านอยู่ จากนั้นร่างสูงใหญ่กำยำของจ่านพก็ก้าวลงมาจากรถ โดยมีลูกน้องทหารอีกนายหนึ่งเดินตามหลังลงมาติดๆ ในมือของทหารคนนั้นถือถุงใส่ส้มสดลูกโต กะด้วยสายตาคร่าวๆ น่าจะหนักราวสองกิโลกรัมได้ ผมหันไปบอกลูกพี่ลูกน้องว่ามีทหารมาหา พอแกได้ยินแบบนั้นสีหน้าแววตาก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย ดูเลิ่กลั่กคล้ายไม่ยากยุ่งเกี่ยวกับพวกในเครื่องแบบ จากนั้นแกจึงรีบขอตัวกลับทันที แกก้มหน้าก้มตาเดินสวนทางผ่านจ่านพออกไป แล้วรีบสตาร์ทรถมอเตอร์ไซค์บิดหนีออกไปอย่างรวดเร็ว ผมยกมือขึ้นไหว้สวัสดีจ่านพตามมารยาท แกทำท่ารับไหว้ขยับตัวผึ่งผายในแบบฉบับทหาร ก่อนจะสาวเท้าเดินเข้าหาผมอย่างมั่นคง จ่านพยื่นแขนขวาออกไป ลูกน้องนายนั้นก็รีบส่งถุงส้มให้ทันที จากนั้นแกพยักหน้าน้อยๆ ทหารคนนั้นก็รู้หน้าที่รีบถอยฉากกลับไปรอที่รถ จ่านพยื่นถุงส้มมาตรงหน้าผม พร้อมกับเอ่ยถามไถ่สารทุกข์สุขดิบด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม ชวนคุยว่าทำอะไรอยู่ กินข้าวปลาอาหารกลางวันหรือยัง“ที่บ้านไม่มีใครอยู่เลยเหรอ” แกปรายสายตาคมกริบสำรวจเข้าไปในตัวบ้านที่เงียบเชียบ ก่อนจะเอ่ยทักถาม“ไม่มีใครอยู่เลยครับ...ทุกคนหนีไปเยี่ยมญาติที่ยะลากันหมด นู่นแน่ะ พรุ่งนี้เย็นๆ ถึงจะกลับ” ผมตอบกลับไปแทบจะทันที แอบนึกด่าตัวเองในใจเหมือนกันว่า จะไปบอกรายละเอียดบอกตารางเวลาให้แกเอาไปคำนวณทำไมขนาดนั้นก็ไม่รู้!พอจ่านพได้ยินคำตอบแบบนั้น นัยน์ตาแกก็สว่างวาบขึ้นมาทันที แกขยับก้าวเข้ามาประชิดตัวผมจนได้กลิ่นกายชายชาติทหารโชยเข้าจมูก แกก้มหน้าลงมาเล็กน้อยจนริมฝีปากเกือบชิดใบหู ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบต่ำเบาหวิวทว่าสั่นสะท้านไปถึงใจว่า“...งั้นคืนนี้ ให้พี่มานอนเป็นเพื่อนเอาไหมล่ะ หือ?”เจอไม้นี้เข้าไป เป็นคุณจะตอบว่ายังไงล่ะครับ? ผมช้อนสายตาขึ้นสบประสานกับนัยน์ตาคู่คมระยับของแก เพื่อจะอ่านดูว่าไอ้ที่แกพูดออกมาเนี่ย กำลังคิดลึกคิดจริงจัง หรือแค่กวนประสาทล้อกันเล่นเฉยๆ“ก็มาดิค้าบ...” ผมสวนตอบออกไปทันควัน พยายามทำน้ำเสียงร่าเริงทะเล้นเหมือนเป็นเรื่องขำขัน ทว่าเนื้อคำมันเหมือนการส่งสัญญาณท้าทายกลายๆ ว่า ‘กล้ามาหรือเปล่าล่ะ?’ ในหัวผมแอบหัวเราะร่า สะใจทิ้งปมให้จ่านพแกไปคิดพิจารณาเอาเอง“หุหุหุ...งั้นเจอกันคืนนี้นะครับ” แกหลุดหัวเราะในลำคอ สายตาแฝงความนัยอย่างปิดไม่มิด ก่อนจะหมุนตัวเดินแยกกลับไปที่รถเพื่อตรงกลับฐานปฏิบัติการ เวลาหนึ่งทุ่มตรงเป๊ะ ผมและเหล่าทหารลูกศิษย์ในคลาสต่างมาสแตนด์บายพร้อมหน้าทำหน้าที่ของตัวเอง ผมทำหน้าที่ถ่ายทอดความรู้ ส่วนพวกเขาก็ตระเตรียมสมุดปากกามานั่งเรียน ทุกอย่างดำเนินไปด้วยความราบรื่น ไม่มีปัญหาติดขัดอะไร จนกระทั่งใกล้จะหมดเวลาเรียน จู่ๆ พี่อินก็ยกมือขอตัวลุกออกไปข้างนอกก่อน ผมก็นึกในใจว่าแกคงจะปวดท้องรีบไปเข้าห้องน้ำละมั้ง ทว่าเวลาผ่านไปพักใหญ่ พี่อินก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะเดินกลับเข้ามาในห้องเรียน ด้วยความที่เริ่มปวดปัสสาวะขึ้นมาบ้าง ผมเลยหันไปถามพลทหารลูกศิษย์นายหนึ่งว่าห้องน้ำของฐานไปทางไหน แกทำท่าจะลุกเดินนำพาไปส่ง แต่ผมรีบบอกปัดไปว่าไม่ต้อง ลำบากเปล่าๆ บอกทางมาเถอะเดี๋ยวเดินไปเอง แกเลยอธิบายเส้นทางให้ฟัง ตั้งแต่ผมก้าวเท้าเข้ามาสอนในฐานทหารแห่งนี้ ผมไม่เคยเข้าใกล้ห้องน้ำเลยสักครั้ง ในห้องส่วนตัวของจ่านพหรือห้องพักของพี่อินมันไม่มีห้องน้ำในตัว คาดว่าพวกทหารน่าจะใช้ห้องน้ำรวม ผมเดินทอดน่องไปตามทางมืดๆ ตามที่ทหารคนนั้นบอก ห้องน้ำรวมถูกสร้างแยกออกไปต่างหากจากสิ่งปลูกสร้างหลัก แต่ก็ยังคงอยู่ภายในอาณาเขตของฐานปฏิบัติการที่มีรั้วลวดหนามหนาแน่นล้อมรอบ รอบๆ มีกระสอบทรายวางซ้อนกันสูงๆ ต่ำๆ ทำเป็นบังเกอร์ป้องกันภัย มีช่องเว้นไว้สำหรับส่องปืนออกไปด้านนอก ด้านในอาณาเขตฐานมีบางจุดสว่างโล่จากสปอตไลต์ แต่บางจุดก็มืดสลัวชวนขนลุก ส่วนด้านนอกรั้วลวดหนามมีการติดหลอดไฟให้แสงสว่างสลัวๆ เป็นระยะๆ ทอดยาวห่างออกไป โดยเฉพาะด้านที่ติดกับป่ายางดิบและสวนผลไม้อันมืดมิด ในที่สุดผมก็พาตัวเองมาถึงบริเวณหน้าห้องน้ำจนได้ แถวนั้นบรรยากาศเงียบสงัดราวป่าช้า มีเพียงเสียงพวกจิ้งหรีดเรไรและแมลงกลางคืนร้องระงมระงมเซ็งแซ่ ทว่า...ในความเงียบนั้น จู่ๆ หูผมก็แว่วได้ยินเสียงครางกระเส่าอย่างเสียวซ่านดังกึ่งสลัวกึ่งชัดขัดความเงียบขึ้นมา เสียงนั้นลอยมาจากห้องน้ำห้องใดห้องหนึ่ง หรือไม่ก็มุมมืดด้านหลังห้องน้ำภายนอกนั่นแหละ ผมหยุดชะงักฝีเท้าอยู่กับที่ พยายามเงี่ยหูฟังจับทิศทาง แม้เสียงจะไม่ได้ดังเอะอะอะไรมาก แต่สาบานได้เลยว่ามันชัดเจนแจ่มแจ้งว่า...มีคนกำลังแอบมาเล่นเสียวกันอยู่แถวนี้แน่ๆ!“ซี้ดสสส... เสียวหัวควยว่ะ เรย์ มึงนี่มันสุดยอดฉิบหาย...”เอ๊ะ! ชื่อนั้นมันสะดุดหูผมเข้าอย่างจัง นี่มันชื่อของทหารเรย์ คนที่ไม่ชอบหน้าผมนี่นา แต่แกก็ไม่ได้มีชื่อเข้าเรียนคลาสผมนะ“อ๊อกๆ... แค่กๆ... พี่อย่าเพิ่งกระทุ้งดันเข้ามาลึกสิ...” เสียงของเรย์ขาดตอน คล้ายกำลังสำลักและไอคอกแคก ท่าทางแกน่าจะกำลังอ้าปากอมควยและดูดกลืนท่อนเอ็นของใครบางคนอยู่แน่ๆ“ก็มึงเล่นดูดเลียเน้นหัวหยักซะขนาดนั้นกูก็เสียวสิวะ... เร็วๆ เข้าเถอะ มึงก็รู้ว่ากูยังเรียนไม่เสร็จ... อืมมม ซี้ดสสส...”เสียงทุ้มต่ำระบายความเสียวซ่านั้นพูดไม่ทันจบประโยคดี ก็ต้องซูดปากครางซีดออกมาอย่างสุดกลั้น ดูท่าทางลีลาการใช้ปากและตวัดลิ้นดูดควยของเรย์คงจะเด็ดดวงมีฝีปากไม่เบา แต่เดี๋ยวนะ...ไอ้ประโยคที่ว่า ‘กูยังเรียนไม่เสร็จ’ มันหมายความว่าเรียนในคลาสกับผมอยู่ใช่ไหม? แล้วถ้าไล่เรียงดู ลูกศิษย์ทหารที่ขอตัวเดินดุ่มๆ ออกมาจากห้องเรียนเมื่อตะกี้นี้...ก็คือ...พี่อิน! ใช่ พี่อินคนเดียวเท่านนั้นที่เดินออกมาก่อนหน้านี้!“แหม... ตั้งอกตั้งใจเรียนเชียวนะ... เพราะไอ้น้องนักศึกษาหน้าใสคนนั้นใช่ไหมล่ะ ทั้งสด ทั้งใหม่ล่ะสิ” เสียงของเรย์ถอนริมฝีปากออกมาก่อนจะเอ่ยประชดประชัน แขวะเหน็บแนมถึงผมด้วยน้ำเสียงอิจฉาตาร้อน พร้อมกับเอาท่อนควยฟาดเข้าที่แก้มสลับไปมาเพื่อสูดดมกลิ่น ถึงผมจะไม่เห็นภาพด้วยตาเพราะความมืดบังตา แต่หูมันได้ยินเสียงเนื้อกระทบหน้า ‘แปะๆ’ และเสียงสูดดมกลิ่นควยดังฟุดฟิดชัดเจน“มึงอย่าล้ำเส้น... ห้ามลามปามไปถึงน้องเขาเด็ดขาด” เสียงเข้มตวาดปรามต่ำ“แตะนิดแตะหน่อยไม่ได้เลยนะ... แล้วผมล่ะ พี่อิน...” ผมยืนนิ่งอึ้งเป็นรูปปั้น ตัวชาดิกราวกับถูกแช่แข็ง ใบหน้าร้อนผ่าวขยับหนีไปไหนไม่ได้เมื่อได้ยินชื่อของพี่อินหลุดออกมาเต็มสองหู ชัดเจนแล้วว่าสองคนนี้...พี่อินกับพี่เรย์แอบมาลักลอบเล่นเสียวกัน โดยที่พวกมันไม่มีทางรู้เลยว่าผมกำลังยืนแอบฟังอยู่ตรงนี้ ณ วินาทีนั้นหูผมมันอื้ออึงไปหมด ความรู้สึกจุกและผิดหวังแล่นริ้วขึ้นมาจุกที่ลำคอเมื่อรู้ความจริงว่าชายคนที่เคยออดอ้อนผมคือพี่อิน ผมค่อยๆ ก้าวเท้าถอยหลังออกมาอย่างเงียบเชียบและแนบเนียนที่สุด หันหลังกลับทันทีโดยไม่นึกอยากเข้าห้องน้ำอีกต่อไปแล้ว ตอนที่เดินกลับเข้าห้องเรียน ใบหน้าของผมคงจะซีดเผือดหรือแสดงอาการไม่โอเคอย่างรุนแรงออกมา จนพวกทหารลูกศิษย์พากันเอ่ยทักทายแกมแซวว่า“ครูครับ... ห้องน้ำมันสกปรกมากเลยเหรอครับ ดูครูทำหน้าแย่เหมือนจะอ้วกเลย” แล้วพวกมันก็พากันหัวเราะร่าขำขันกันใหญ่ มีเพียงผมที่ทำได้แค่ฝืนยิ้มแห้งๆ ส่งกลับไป เพราะในใจมันขำไม่ออกจริงๆ จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปถึงสองทุ่ม ซึ่งเป็นเวลาหมดคาบเรียน พี่อินก็ยังไม่กลับเข้ามา เป็นจ่านพในชุดลำลองเนื้อผ้าสบายๆ เดินเข้ามาในห้องเรียนแทน นี่สินะ...คำพูดของแกเมื่อตอนกลางวันที่บอกว่า ‘งั้นเจอกันคืนนี้นะครับ’ พอก้าวเข้ามา แกก็กวาดสายตาคมกริบมองหาใครสักคน ผมคาดว่าแกคงตั้งใจจะสั่งให้ใครคนนั้นขับรถไปส่งผมที่บ้านนั่นแหละ จังหวะนั้นพี่พงเดินเข้ามาเอ่ยปากขออนุญาตจ่านพเพื่อจะเป็นคนขี่รถไปส่งผมเอง แต่ด้วยอารมณ์ที่คุกรุ่นและขุ่นมัวอยู่ข้างใน ผมเลยรีบพูดปฏิเสธไปว่าขอกลับเองดีกว่าครับ ค่ำคืนนี้บ้านทั้งหลังตกอยู่ในความเงียบงันเพราะไม่มีใครอยู่เลยสักคน จนผมสัมผัสได้ถึงความอ้างว้างโดดเดี่ยวอย่างบอกไม่ถูก ทั้งที่โดยปกติแล้วผมเป็นพวก‘Introvert’ ขนานแท้ ชอบเก็บตัวอยู่เงียบๆ คนเดียวในโลกส่วนตัว และไม่เคยรู้จักคำว่าเหงาเลยสักครั้งในชีวิต แต่คืนนี้มันต่างออกไป... เมื่อไม่มีกิจกรรมอะไรให้ทำเพื่อดึงความสนใจ ผมเลยเดินไปเปลี่ยนชุดเป็นเสื้อผ้าตัวบางแล้วก้าวเข้าห้องนอน เอื้อมมือไปหรี่ไฟโคมไฟหัวเตียงให้เหลือเพียงแสงสีส้มนวลสลัวๆ ทว่าตาทั้งสองข้างยังคงสว่างเพราะนอนไม่หลับ ผมล้มตัวลงนอนคิดอะไรเรื่อยเปื่อยจนสมองเริ่มฟุ้งซ่าน เสียงพี่อินกับเรย์มันยังตามมารบกวน จู่ๆ เสียงโทรศัพท์ก็สั่นครืดคราดพร้อมโชว์เบอร์พี่อิน แกโทรมาถามไถ่ว่าถึงบ้านเรียบร้อยดีหรือยัง แล้วก็พยายามชวนคุยโน่นนี่นั่นด้วยน้ำเสียงปรกติ แต่ตอนนี้อารมณ์ของผมมันดิ่งเหวไปแล้ว เลยทำได้แค่ตอบคำถามของแกแบบคำไหนคำนั้น ถามคำตอบคำอย่างไร้อารมณ์ร่วมอย่างสิ้นเชิง จนในที่สุดแกคงจับกระแสความเย็นชาได้เลยขอตัววางสายไปเอง หลังจากสายตัดไป ผมก็นั่งนิ่งทบทวนเรื่องราวทั้งหมดจนในที่สุดก็ตกผลึกและได้ข้อสรุปที่ทำให้ตัวเองสบายใจได้เสียที อารมณ์ขุ่นมัวเริ่มมลายหายไปจนความง่วงงุนเข้าจู่โจม เหลือบตาไปมองดูนาฬิกาเรือนดิจิตอลตรงหัวเตียงก็พบว่าเวลาจวนเจียนจะห้าทุ่มแล้ว เลยเอื้อมมือไปปิดไฟดวงสุดท้ายเตรียมจะเข้าสู่นิทรา ทว่า...ในความมืดมิดนั้น เสียงโทรศัพท์ก็แผดจ้าขึ้นมาอีกครั้ง บนหน้าจอโชว์หราเป็นชื่อของ ‘จ่านพ’ ผมกดรับสายด้วยหัวใจที่กระตุกไหวเล็กน้อย แกเอ่ยปากขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่ที่โทรมาปลุกในยามวิกาลแบบนี้ แต่ผมก็ตอบกลับไปเสียงเรียบว่าไม่เป็นไรครับกำลังจะนอนพอดี จากนั้นจ่านพก็เริ่มใช้น้ำเสียงออดอ้อนชวนใจสั่น เอ่ยปากขอมานอนเป็นเพื่อนผมที่บ้านในคืนนี้ได้ไหม แปลกดี...ตอนนี้สมองของผมมันเคลียร์หมดแล้ว ความสบายใจมันเข้ามาแทนที่อารมณ์ขุ่นมัวก่อนหน้านี้จนหมดสิ้น จากตอนแรกที่ไร้อารมณ์เพราะคิดไม่ตก พอเสียงทุ้มต่ำของจ่านพแทรกผ่านสายเข้ามา มันกลับไปปลุกเร้าอารมณ์ความรู้สึกและไฟราคะบางอย่างให้โหมกระพือขึ้นมาในหัวทันที ผมสูดหายใจเข้าลึกก่อนจะเอ่ยปากตอบแกกลับไปว่า“...ถ้าพี่สามารถจัดการตัวเอง และจัดการคนของตัวเองได้ ผมก็ไม่มีปัญหาอะไรครับ”แกตอบกลับมาแทบจะทันทีด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ว่า “งั้นรอเปิดประตูบ้านให้พี่ได้เลยครับ” ได้ยินแกสวนกลับมาแบบนี้ ทำเอาผมถึงกับชะงักงัน หน้าร้อนผ่าว ไปต่อไม่ถูกเหมือนกัน ไม่นึกว่าแกจะรุกฆาตเร็วขนาดนี้ ผมนอนราบอยู่บนเตียงแล้วอดรู้สึกทึ่งและนึกขำกับตัวเองไม่ได้เหมือนกัน ว่าทำไมตัวเราถึงได้ใจกล้าบ้าบิ่นขนาดนี้? กล้าเปิดประตูบ้านต้อนรับผู้ชายให้เข้ามานอนถึงเตียง ทั้งที่เพิ่งจะรู้จักและสัมผัสกันได้ไม่ถึงเดือนด้วยซ้ำไป ภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน...ผมกลับปล่อยทั้งตัวปล่อยทั้งใจให้พวกเขาแทงทะลวงเย็ดจนหนำใจ ไม่ว่าจะเป็นจ่านพหรือพี่อิน และไม่ว่าหลังจากนี้ทั้งสองคนจะมองว่าผมเป็นคนร่านใจง่ายหรือเป็นแค่ของเล่นแก้เหงายังไงก็ตาม...แต่ขอโทษทีเถอะ ผมไม่สนหรอก! เพราะในเวลานี้ผมมีคำตอบที่ชัดเจนอยู่ในใจตัวเองเรียบร้อยแล้ว ผมมั่นใจว่าผมสามารถควบคุมและจัดการตัวเองได้ โดยเฉพาะเรื่องความรู้สึกและเรื่องของหัวใจ... มุมปากของผมค่อยๆ ขยับยิ้มกริ่มหยิ่งยโสอยู่ในความมืดอย่างกระหยิ่มยิ้มย่องในใจ... ตอนนี้สิ่งที่ต้องทำก็แค่นอนทอดกายรอเวลาให้ร่างสูงกำยำของจ่านพมาถึงบ้านเท่านั้นเอง!

lekthai โพสต์ 2026-7-8 06:19:03

แต๊งกิ้ว

nuangnut1996 โพสต์ 2026-7-8 07:27:57

สนุกมากครับ

Undo_XY โพสต์ 2026-7-8 11:38:10

งานนี้ต้องมีเอาคืน

popn โพสต์ 2026-7-8 17:26:11

ขอบคุณครับ

llxkpak โพสต์ 2026-7-8 19:09:54

รอต่อมาสักพักแล้ว สนุกมาก ต่อไวไวนะ

white_blue โพสต์ 2026-7-8 21:58:35

รอตอนต่อไปครับ

tttmk โพสต์ 2026-7-8 22:05:19

ขอบคุณครับ มาต่ออีกนะครับ

armokung โพสต์ 2026-7-8 22:29:45

{:5_146:}{:5_146:}{:5_146:}

imaboy โพสต์ 2026-7-9 00:55:51

รอติมตามครับ อยากรู้พี่อินจะง้อยังไง

อภิชาติ โพสต์ 2026-7-9 01:15:24

ขอบคุณครับ

ahlideen โพสต์ 2026-7-9 01:58:24

llxkpak ตอบกลับเมื่อ 2026-7-8 19:09
รอต่อมาสักพักแล้ว สนุกมาก ต่อไวไวนะ

ขอบคุณที่ชอบ รออ่านตอนต่อไปได้เลย

ahlideen โพสต์ 2026-7-9 01:59:09

imaboy ตอบกลับเมื่อ 2026-7-9 00:55
รอติมตามครับ อยากรู้พี่อินจะง้อยังไง

ลองเสนอมาสิครับว่าจะให้พี่อินง้อยังงัย

ahlideen โพสต์ 2026-7-9 02:00:47

tttmk ตอบกลับเมื่อ 2026-7-8 22:05
ขอบคุณครับ มาต่ออีกนะครับ

ได้ครับ รออ่านตอนต่อไปได้เลย

jumpingblue โพสต์ 2026-7-9 07:04:36

ไม่น่ารักพี่อิน

J.Scot โพสต์ 2026-7-9 17:43:12

ลุ้นๆ

news โพสต์ 2026-7-9 17:50:13

พี่อินนี่นะ 🥹

vicfairy โพสต์ 2026-7-10 01:37:09

ขอบคุณครับ

ดอกม่วง โพสต์ 2026-7-11 18:31:05

ว่าแล้วพี่อินกับเรย์ต้องมีอะไรในก่อไผ่กันแน่ๆ

ahlideen โพสต์ 2026-7-12 00:54:30

ดอกม่วง ตอบกลับเมื่อ 2026-7-11 18:31
ว่าแล้วพี่อินกับเรย์ต้องมีอะไรในก่อไผ่กันแน่ๆ

คงจะวัวเคยค้าม้าเคยขี่กันมาก่อน คนมาทีหลังก็ต้องเศร้าต่อไป
หน้า: [1] 2
ดูในรูปแบบกติ: แปลที่แปลว่าควย 11