Intro ทบทวน "โปนเซียง ตำนานกามารมณ์บนที่ราบสูง" แจ้งมาลงที่ห้องเรื่องยาวหลายตอน
โปนเซียง: ตำนานกามารมณ์บนที่ราบสูง เป็นงานเขียนที่ร้อยเรียงชีวิตของ "เหม่า" ชายหนุ่มผู้ถูกพันธนาการไว้ด้วยจารีตอันบิดเบี้ยวของหมู่บ้านกลางหุบเขา ผ่านการถ่ายทอดแบบ "มุมมองบุคคลที่หนึ่ง" (First-person perspective) ทำให้ผู้อ่านได้สัมผัสถึงความนึกคิด ความสับสน ความเจ็บปวด และความด้านชาที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นในใจของตัวละครเอกอย่างใกล้ชิด
แนวทางของเรื่องเป็นนิยายแนว ดราม่า-อีโรติก (Erotic Drama) ที่ไม่ได้เน้นเพียงแค่ฉากทางเพศที่เร่าร้อนและดิบเถื่อนเท่านั้น แต่ยังมุ่งเน้นไปที่ "จิตวิทยาของตัวละคร" การวิพากษ์วิจารณ์จารีตประเพณีที่กดทับตัวตน และการดิ้นรนเพื่อปลดแอกตัวเองออกจากระบบ "โปนเซียง" (เครื่องมือบำบัดกามารมณ์ของชุมชน) ท่ามกลางบรรยากาศแบบวิถีชีวิตชาวบ้านที่เรียบง่ายแต่ซ่อนเร้นไว้ด้วยตัณหา
ใครควรอ่าน?
[*]ผู้ที่ชอบนิยายแนวเน้นอารมณ์และจิตวิทยาตัวละคร: หากคุณชอบงานเขียนที่เจาะลึกปมความขัดแย้งในใจของมนุษย์ และการเติบโตผ่านความเจ็บปวด
[*]ผู้ที่เปิดกว้างต่อเนื้อหาแนวผู้ใหญ่ (Mature Content): เรื่องนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนและฉากวาบหวามที่ค่อนข้างชัดเจน
[*]ผู้ที่ชอบบรรยากาศแบบพื้นถิ่น: เรื่องราวที่ผสมผสานกลิ่นอายของวัฒนธรรมที่ราบสูง ความดิบเถื่อนของธรรมชาติ และวิถีชีวิตแบบชาวบ้านที่ดูสมจริง
ข้อระวังหากจะอ่าน?
[*]ผู้ที่อ่อนไหวต่อประเด็นความสัมพันธ์ที่ไม่เหมาะสม: เนื่องจากเนื้อหามีความเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ในครอบครัว (Incest) และการใช้อำนาจกดทับผ่านระบบทางเพศ ซึ่งอาจไม่เหมาะสมกับผู้อ่านบางกลุ่ม
[*]ผู้ที่ไม่ชอบเนื้อหาแนวอีโรติกที่มีความรุนแรงหรือความดิบ: เรื่องนี้เน้นความรู้สึกที่หนักหน่วงและการบำบัดทางกามารมณ์ที่ค่อนข้างโจ่งแจ้ง
[*]ผู้ที่ต้องการนิยายแนวใส ๆ หรือโลกสวย: เรื่องนี้คือ "นรกบนดิน" ของตัวละคร การดำเนินเรื่องมีความหม่นและกดดันสูง
โปนเซียง ไม่ใช่นิยายรักหวานซึ้ง แต่เป็นบันทึกการเดินทางของจิตวิญญาณที่ถูกจองจำ เพื่อรอวันที่จะได้เป็นอิสระอย่างแท้จริงครับ
เรื่องย่อพอสังเขป
ในหุบเขาที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอกด้วยความเชื่อและจารีตประเพณีโบราณ หมู่บ้านแห่งนี้มีวิถีปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างเคร่งครัด หนึ่งในนั้นคือระบบ "โปนแม่" และ "โปนเซียง" ภาระหน้าที่ที่ไม่มีใครอยากรับ แต่มันกลายเป็นกฎเหล็กที่ขาดไม่ได้เพื่อรักษาความสงบสุขของหมู่บ้านเอาไว้ 'เหม่า' เด็กหนุ่มผู้โชคร้ายได้รับเลือกให้ทำหน้าที่นี้ท่ามกลางสายตาของคนในหมู่บ้านที่มองเขาเป็นเพียง "เครื่องมือ" บำบัดอารมณ์ดิบเถื่อนและระบายความอัดอั้นของชายฉกรรจ์ในเผ่า
การเริ่มต้นของเหม่าไม่ได้สวยหรู แต่มันคือจุดจบของชีวิตวัยเยาว์ เมื่อวันแรกที่เขาเข้าพิธี "ล้างคาว" เพื่อเปิดรับภาระหน้าที่ โปนเซียงคนใหม่ถูกส่งเข้ากระท่อมไม้ไผ่กลางป่า และคนที่รออยู่ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือ "ทิดหมาน" ผู้เป็นพ่อแท้ ๆ ของเขาเอง พิธีกรรมที่บิดเบี้ยวนี้คือจุดเริ่มต้นที่เปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่างพ่อลูกให้กลายเป็นรอยมลทินที่ไม่อาจลบเลือน ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยความสับสนและเจ็บปวดในคืนนั้น กลายเป็นรากฐานของความผูกพันที่ซับซ้อนเกินกว่าคนนอกจะเข้าใจ
หลังจากคืนนั้น ชีวิตของเหม่าก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เขาต้องเรียนรู้ที่จะเป็น "ที่ระบาย" ให้กับคนใกล้ตัวและคนในหมู่บ้าน ในช่วงแรกเหม่าต้องรับหน้าที่บำบัด "ไกร" เพื่อนสนิทของเขาเอง ไกรที่เต็มไปด้วยความคึกคะนองและแรงขับทางเพศตามประสาวัยรุ่นที่ถูกกักขังอยู่ในกรอบของหมู่บ้าน เหม่าจำใจต้องมอบร่างกายให้เพื่อนเพื่อประคับประคองไม่ให้เพื่อนหลุดไปจากร่องจากรอย
ความวุ่นวายยังไม่จบแค่นั้น เมื่อเหม่าติดตามไกรออกไปส่งผักนอกหมู่บ้าน ในระหว่างการเดินทางไกล โอกาสก็เปิดให้ "ไพร" พ่อของไกร เข้ามามีส่วนร่วมด้วย ไพรที่กร้านโลกและโหยหาความอบอุ่นแบบชายชาตรีที่หาไม่ได้จากเมียที่บ้าน ทำให้เหม่าต้องตกเป็นเหยื่อของการบำบัดในกระท่อมกลางป่าลึกระหว่างทาง การบำบัดที่ซ้ำซ้อนและหนักหน่วงทำให้เหม่าเริ่มด้านชาต่อความเจ็บปวด แต่ในขณะเดียวกันเขาก็เริ่มเรียนรู้ที่จะควบคุมอารมณ์ของชายเหล่านั้นให้เป็นไปตามที่เขาต้องการ
เหตุการณ์ต่อมาเกิดขึ้นในวันที่ฝนตกหนักหน่วง ความเงียบสงัดของหมู่บ้านถูกรบกวนด้วยเสียงเคาะประตูจากตำรวจหมู่บ้านผู้ดูแลความสงบ ชายในเครื่องแบบที่ต้องแบกรับความเครียดจากการรักษากฎของหมู่บ้าน เขาเข้ามาหาเหม่าในคืนที่บรรยากาศอึมครึม ฝนที่ตกหนักกลายเป็นฉากหลังของบทรักที่เร่าร้อนและดิบเถื่อน ตำรวจคนนี้ไม่ได้ต้องการเพียงการบำบัด แต่ต้องการการปลดปล่อยตัวตนที่แท้จริงภายใต้หน้ากากของผู้คุมกฎ ซึ่งเหม่าก็ทำหน้าที่ของเขาได้อย่างสมบูรณ์
แต่ความลับในหมู่บ้านนี้เป็นสิ่งที่เก็บซ่อนได้ยาก เมื่อ "ปลัดอรรถ" จากอำเภอถูกส่งตัวเข้ามาสืบสวนความผิดปกติในหมู่บ้าน ปลัดผู้นี้เป็นคนฉลาดและจับพิรุธเรื่องระบบโปนเซียงได้ตั้งแต่แรก แต่แทนที่เขาจะนำความจริงไปเปิดเผย เหม่ากลับใช้ร่างกายของตนเองเป็นอาวุธในการสยบชายผู้สืบความลับ ปลัดถูกรวบตัวเข้าสู่ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน และในท้ายที่สุดเขาก็เลือกที่จะเก็บความลับเรื่องหมู่บ้านนี้ไว้แลกกับการได้ครอบครองเหม่าในยามค่ำคืน
และล่าสุดที่สร้างความตื่นตะลึงให้เหม่า คือ "ทิดคำ" ชายผู้แข็งกร้าวที่ถูกสิ่งลี้ลับจากป่าเล่นงานจนเสียสติและเต็มไปด้วยความเครียดแค้น ทิดคำที่เคยเกลียดชังระบบนี้กลับต้องมาขอความช่วยเหลือจากเหม่า เหม่าใช้ประสบการณ์ที่ผ่านมาบำบัดความโกรธแค้นในใจทิดคำด้วยบทรักที่เน้นย้ำความผ่อนคลาย จนทิดคำที่เคยดุร้ายต้องสยบลงแทบเท้าเหม่าถึงสามน้ำติดต่อกัน
เรื่องราวเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นชั่วข้ามคืน แต่ละเหตุการณ์ทิ้งรอยแผล รอยจำ และความทรงจำที่แตกสลายให้กับเหม่า สิ่งที่เริ่มต้นจากการถูกบังคับ กลายเป็นความชินชา และในที่สุดก็กลายเป็นช่องทางที่เหม่าใช้เพื่อควบคุมชีวิตของเหล่าชายฉกรรจ์ในหมู่บ้านนี้ไว้ในอุ้งมือ แม้จะแลกมาด้วยความสูญเสียตัวตน แต่มันก็อดฉุกคิดไม่ได้ว่า... ในฐานะโปนเซียงที่ถูกจารีตพันธนาการมาเนิ่นนาน ตัวเองจะแบกรับหน้าที่และภาระที่ซ่อนเร้นนี้ต่อไปได้อีกนานแค่ไหน ก่อนที่ทุกอย่างจะถึงบทสรุปที่แท้จริง
หากคุณอยากรู้ว่าบทสรุปของเรื่องราวนี้จะเป็นอย่างไร และเหม่าจะก้าวข้ามโชคชะตาที่ถูกขีดไว้ไปได้หรือไม่ ชวนติดตาม "โปนเซียง ตำนานกามารมณ์บนที่ราบสูง" ได้ตั้งแต่เดือน กรกฎาคม นี้เป็นต้นไป รับรองว่าเรื่องราวทั้งหมดจะถูกเปิดเผยและจบเรื่องอย่างสมบูรณ์แน่นอน
อยากอ่านตอนอื่น/เรื่องอื่นเพิ่มเติม จิ้ม --> สารบัญงานเขียน ของ DJpark
ขอกลับมาลงในเรื่องยาวหลายตอนนะครับ กลัวมันจะไปสับสนปนเปในอีกห้อง สำหรับใครที่อยากตามอ่านก็จิ้มสารบัญได้เลยครับ
จะทยอยลงให้ครบทุกตอนให้จบ ในปีนี้ครับ
แต๊งกิ้ว ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ
หน้า:
[1]