ชายาของแดนเหนือ 1
กลิ่นอายเวทมนต์สายมืดและลมหนาวพัดผ่านหน้าต่างหินสูง ไอริชนั่งอยู่บนเตียงกว้างด้วยใบหน้าบึ้งตึง ชุดมงคลสีขาวบริสุทธิ์จากอาณาจักรออเรเลียดูหมองลงทันตาเมื่อต้องมาอยู่ในปราสาทที่ไร้แสงตะวันแห่งมอร์เวน
เด็กหนุ่มพ่นลมหายใจอย่างนึกรังเกียจ เขาเกลียดความหนาวของดินแดนแห่งนี้รังเกียจพวกไร้อารยธรรมต่ำต้อย
ช่างน่าขัน สายเลือดราชวงศ์ที่ไหลเวียนอยู่ในกาย แม้จะเจือจางจนแทบไร้ความหมาย กลับยังมีค่ามากพอให้ราชสำนักโยนเขามาเป็นเครื่องบรรณาการทางการเมือง
ปัง!
บานประตูเหล็กเปิดออกพร้อมลมเย็นที่พัดเข้ามา ร่างสูงของคาลิกซ์ก้าวผ่านความมืดเข้ามาช้า ๆ เกราะสีดำสะท้อนแสงคบเพลิงเป็นประกายหม่น หน้ากากครึ่งใบบดบังใบหน้าเอาไว้ ทำให้เขาดูน่ากลัวและเย็นชาไม่ต่างจากข่าวลือ
ไอริซเหลือบตามองเพียงครู่เดียวก่อนหันหน้าหนี
อย่างน้อยข่าวลือก็ไม่ได้โกหก
อสูรก็ยังเป็นอสูรอยู่วันยังค่ำ
เมื่อคาลิกซ์เดินเข้ามาใกล้เตียง ร่างบางขยับถอยจนชิดหัวเตียงราวกับต้องการรักษาระยะห่าง
ทั้งกลิ่นเหล็ก กลิ่นเลือด และบรรยากาศเย็นเยียบรอบกาย ล้วนทำให้ไอริชรู้สึกอึดอัด
“อย่าเข้ามาใกล้ข้า” เด็กหนุ่มเอ่ยเสียงเย็น “ข้าสะอิดสะเอียนกลิ่นคาวเลือดจากตัวเจ้า”
คาลิกซ์ชะงัก มือที่กำลังยื่นออกมาหยุดกลางอากาศ ดวงตาภายใต้หน้ากากมองอีกฝ่ายนิ่ง ๆ ก่อนจะลดมือลงอย่างช้า ๆ
“อภิเษกแล้ว เจ้าคือชายาของข้า” ชายหนุ่มกล่าวเสียงต่ำ น้ำเสียงเรียบจนแทบจับอารมณ์ไม่ได้
“ชายา?” ไอริซหัวเราะเยาะเบา ๆ “เจ้าเข้าใจผิดหรือเปล่า ข้าเป็นเพียงของแลกเปลี่ยนที่ถูกโยนมาให้มอร์เวนต่างหาก”
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ คาลิกซ์ไม่ได้โกรธ เขาเพียงถอดเกราะออกทีละชิ้น ก่อนเดินไปหยิบผ้าห่มขนสัตว์มาวางไว้บนเตียง
“ที่นี่หนาว ห่มผ้าซะ”
พูดจบ เจ้าชายผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นอสูรก็เดินไปปูผ้าห่มผืนหนาบนพื้นหินเย็นเฉียบข้างเตียง ร่างสูงเอนกายลงโดยไม่บ่นสักคำ ทิ้งให้ไอริชนั่งมองตามด้วยความหงุดหงิดและสับสนในใจ
น่ารำคาญที่สุด
หากอีกฝ่ายโมโหหรือใช้อำนาจบังคับ เขาคงเกลียดได้ง่ายกว่านี้
แต่การที่เจ้าชายอสูรผู้นั้นเอาแต่ยอมรับคำดูถูก กลับทำให้ไอริซรู้สึกอึดอัดราวกับเป็นฝ่ายพ่ายแพ้เสียเอง
…
"ข้าบอกให้เอาไปเปลี่ยน! หูหนวกหรืออย่างไร!"
เสียงตวาดกร้าวของไอริชดังลั่นห้องโถง ชุดผ้าไหมเนื้อหยาบแบบชาวมอร์เวนถูกปัดตกกระจายอยู่บนพื้นหิน ใบหน้าหวานบึ้งตึงด้วยความขัดใจ ข้ารับใช้หญิงสองคนทำเพียงก้มหน้านิ่ง แต่สายตาที่เหลือบมอง แฝงแววดูแคลน ราวกับกำลังตำหนิความเอาแต่ใจของชายาต่างเมืองอยู่ในใจ
การต้องมาตื่นแต่เช้าเพื่อเรียนรู้ธรรมเนียมป่าเถื่อนของอาณาจักรที่ไร้แสงตะวัน ทำให้คุณชายผู้รักความสบายอย่างเขาหมดความอดทน
"หากไม่พอใจผ้าผืนนี้ ก็ไปนำผ้าไหมเพลิงจากคลังหลวงมาให้ชายา"
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้นจากประตูโถง คาลิกซ์ก้าวเข้ามาในชุดหนังสีดำสนิท หิมะบางส่วนยังเกาะอยู่ตามไหล่กว้าง รังสีอำมหิตจากการไปปราบสัตว์อสูรที่ชายแดนยังคงแผ่ซ่านจนข้ารับใช้พากันตัวสั่น รีบคุกเข่าลงกับพื้นทันที
แต่ไอริชกลับเพียงเหลือบมองอีกฝ่ายแวบหนึ่งก่อนหันหน้าหนี ราวกับบุรุษผู้เป็นที่หวาดเกรงของทั้งอาณาจักรไม่มีค่าพอให้เขาสนใจ
ไอริชเชิดหน้าขึ้น หันหลังให้ทันทีที่อีกฝ่ายเดินเข้ามาใกล้ "ข้าไม่ต้องการผ้าเน่า ๆ ของเมืองนี้!"
"ตามใจเจ้า" คาลิกซ์เอ่ยเรียบ ๆ ไม่ได้มีท่าทีโกรธเคือง ชายหนุ่มหันไปสั่งข้ารับใช้ด้วยน้ำเสียงดุดันเฉียบขาดต่างจากตอนที่คุยกับชายา "ออกไปให้หมด และจำไว้... หากใครบังคับให้ชายาทำในสิ่งที่ไม่ชอบอีก ข้าจะตัดหัวมันเสีย"
พวกข้ารับใช้รีบกุลีกุจอคลานหนีออกจากห้องไปทันที ทุกคนรู้ดีว่าเจ้าชายไม่เคยขู่เล่น
เมื่อเหลือกันอยู่สองคน คาลิกซ์เดินเข้าไปหยุดยืนซ้อนหลังร่างเล็ก มือหนาขยับจะเอื้อมไปแตะไหล่บางเพื่อปลอบโยน ทว่าไอริชกลับสะบัดตัวหนีทันควัน ดวงตาเรียวตวัดมองด้วยความรังเกียจชิงชัง
"อย่ามาแตะต้องตัวข้า! คนในเมืองของเจ้านินทาข้าสารพัด คิดว่าข้าไม่รู้หรืออย่างไร!" ไอริชเค้นเสียงประชดลั่น "พวกเขารังเกียจคนจากออเรเลีย และข้าเองก็รังเกียจดินแดนป่าเถื่อนแห่งนี้ไม่ต่างกัน!"
คาลิกซ์ชะงักมือกลางอากาศ นัยน์ตาภายใต้หน้ากากเหล็กสั่นไหวเล็กน้อยก่อนจะกลับมานิ่งสนิท ชายหนุ่มดึงมือกลับมาแนบลำตัวตามเดิม เขาพูดน้อย ซื่อตรง และไม่แก้ตัวใด ๆ
"ข้าเลือกเจ้าแล้ว" คาลิกซ์เอ่ยเสียงเบาแต่หนักแน่น "ใครจะรังเกียจเจ้าก็ช่าง... แต่ข้าจะปกป้องเจ้าเอง"
พูดจบ ร่างสูงใหญ่ก็เดินไปหยิบกาน้ำชาอุ่น ๆ ที่วางอยู่ไกลออกไปมาเลื่อนส่งให้ไอริชด้วยตัวเองเงียบ ๆ โดยไม่คิดจะบังคับหรือต่อว่าความเอาแต่ใจของคนตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย
ภาพความทรงจำเมื่อตอนอายุสิบขวบ ยังคงชัดเจนในใจของคาลิกซ์เสมอ
เด็กน้อยจากดินแดนป่าเถื่อนผู้เติบโตมาใต้ท้องฟ้ามืดครึ้มขมุกขมัวของมอร์เวน ในวันนั้นเขาพลัดหลงล่วงล้ำเข้าไปในเขตชายแดนของอาณาจักรออเรเลีย เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขาได้เห็นแสงแดดอุ่นตาที่ทอประกายระยิบระยับสาดส่องลงมาบนผืนหญ้า
และที่ตรงนั้น... แสงสว่างอันเจิดจ้ากำลังโอบอุ้มเด็กน้อยตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งไว้
ผิวของเด็กคนนั้นขาวละอียดราวกระเบื้องเคลือบชั้นดี เส้นผมสีเงินประกายล้อไปกับแสงแดด และดวงตาเย่อหยิ่งกลมโตที่หันมาสบตาเขา คาลิกซ์ในวัยเยาว์ยืนนิ่งขยับไปไหนไม่ได้ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความตะลึงลาน
โลกนี้มีเทพตัวน้อยอยู่จริง ๆ หรือ...
นั่นคือสิ่งเดียวที่เด็กชายจากแดนทมิฬคิดได้ ภาพตรงหน้างดงามราวกับสรวงสวรรค์ที่ลอยเด่นอยู่ตรงหน้า และนับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา แสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวในใจของคาลิกซ์ ก็ไม่ใช่ดวงอาทิตย์บนฟ้าอีกต่อไป
กลับมาที่ปัจจุบัน
คาลิกซ์จ้องมองใบหน้าหวานที่กำลังบึ้งตึงและสะบัดหน้าหนีเขาด้วยความรังเกียจ ชายหนุ่มใต้หน้ากากเหล็กไม่ได้โกรธเคืองเลยแม้แต่น้อย ต่อให้ไอริชในตอนนี้จะนิสัยเสีย เย่อหยิ่ง หรือตราหน้าว่าเขาเป็นพวกต่ำต้อยป่าเถื่อนแค่ไหนก็ตาม
สัญญาสงบศึกและงานอภิเษกสมรสจอมปลอมที่กษัตริย์ออเรเลียยัดเยียดมาให้... สำหรับคนอื่นมันคือห่วงโซ่ทางการเมือง
แต่สำหรับคาลิกซ์ มันคือโอกาสเดียวในชีวิตที่เขาจะได้ครอบครองและปกป้อง "แสงสว่าง" ของเขาเอาไว้ให้อยู่ในอ้อมแขนอย่างปลอดภัย
--------------------------------------------------
แวะให้กำลังใจหน่อยน้าาา
สนุกมากครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณมากๆครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ
หน้า:
[1]