ทะเลห่มรัก ตอนที่ 2 สิงห์สู้ฟัด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ส.เอือก เมื่อ 2026-6-7 19:32🌊สิงห์...สู้...ฟัด...
นามปากกา... เฉิงกง
🔽🔽🔽🔽🔽🔽🔽🔽🔽🔽🔽🔽🔽🔽🔽
ภาพน้ำทะเลสีมรกตในอดีตถูกแทนที่ด้วยคลื่นมหาชนและทะเลรถยนต์บนถนนคอนกรีต เสียงเรือหางยาวถูกกลบด้วยเสียงหวีดหวิวของรถไฟฟ้าขบวนยาว ที่แล่นผ่านตึกสูงเสียดฟ้า ผู้คนหน้าตาเคร่งเครียดต่างก้มหน้าก้มตาเดินจ้ำอ้าวแข่งกับเวลา
กลิ่นละอองน้ำทะเลจางหาย เหลือเพียงกลิ่นควันไอเสียข้างทาง ยามเช้าของเมืองกรุงช่างเร่งรีบ บีบคั้น และไร้ชีวิตชีวาเมื่อเทียบกับเกาะเขี้ยวสมุทร
เด็กหนุ่มร่างเล็กในวันนั้น เติบโตเป็นชายหนุ่มเต็มตัว แม้ส่วนสูงจะหยุดอยู่ที่ร้อยเจ็ดสิบ แต่รูปร่างกลับแน่นปึ้ก ไหล่กว้างเอวคอดและกล้ามเนื้อแขนขาทุกสัดส่วนดูสมบูรณ์แบบ แข็งแกร่งจากการกรำงานหนัก
ผิวสีน้ำผึ้งไหม้ภายใต้เสื้อช็อปสีกรมท่าของคณะวิศวกรรมศาสตร์ ยิ่งขับให้ดูแมนและดุดันขึ้น แต่พอเจอรอยยิ้มกวนๆ แววตาขี้เล่นแบบเด็กเกาะเข้าไป ก็กลายเป็นความเฟรนด์ลี่ที่ใครเห็นก็อยากเข้าหา...
ภายในห้องแล็บภาควิชาวิศวกรรมศาสตร์ แสงไฟนีออนเหนือศีรษะดูสลัวและอึมครึม สิงหายืนนิ่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่กำลังรันกราฟแรงดันของโมเดลระบบบำบัดน้ำที่เขาทำคนเดียวมาแรมปี
อาจารย์ที่ปรึกษาขยับแว่นเล็กน้อย สายตาคมกริบมองหน้าจอ ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ
"คุณสิงหา... ค่าสัมประสิทธิ์แรงดันตรงนี้มันคลาดเคลื่อนไปนะ ถ้าขืนปล่อยผ่านไปหน้างานจริงแล้วใครจะรับผิดชอบ ผมให้เวลาคุณกลับไปแก้สมการชุดนี้มาใหม่ภายในสามวัน ก่อนจะไปสเต็ปถัดไป"
"ครับอาจารย์ ผมจะรีบกลับไปไล่ใหม่ทั้งหมด แล้วจะส่งไฟล์อัปเดตให้อาจารย์ตรวจอีกครั้งครับ"
สิงหายืดอกตอบรับด้วยสีหน้าจริงจัง แววตามุ่งมั่นก่อนยกมือไหว้ด้วยความเคารพ และเก็บโน้ตบุ๊กลงกระเป๋าด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง
เขาเดินหน้าจ๋อย ไหล่ห่อออกมาจากห้องแล็บ ทันทีที่ก้าวพ้นประตู บาสกับท็อป เพื่อนสนิทในมหา'ลัย ที่นั่งลุ้นอยู่บนม้านั่งยาวหน้าห้อง ก็รีบดีดตัวลุกขึ้นยืนมองหน้า
"เป็นไงมึง? หน้าเป็นหมาหงอยเลย" บาสถามขำๆ แต่แววตาเป็นห่วง
"โดนแก้สมการแรงดันว่ะ" สิงหาถอนหายใจยาว
พอเห็นเพื่อนเครียด ท็อปที่ตัวใหญ่กว่า เดินเข้ามาโอบไหล่หนาของสิงหาแน่น ก่อนจะเอื้อมมือไป ขยี้ลูบหัวสิงหาจนผมยุ่ง
"เอาน่ามึง ระดับสิงโตทะเลอันดามัน เรี่ยวแรงเท่าควายถึก แค่นี้มึงแก้ได้อยู่แล้ว"
"เกี่ยวอะไรกับเรี่ยวแรงวะ" บาสผสมโรง แกล้งเอื้อมมือจากด้านล่างลอบเข้ามา จิ้มสะกิดเป้ากางเกง ชาร์จความสดชื่นให้เพื่อน
ในจังหวะที่สิงหาโหย่งก้นเพื่อหลบมือที่รุกรานด้านหน้า ท็อปอาศัยจังหวะเผลอ หวดตบก้นแน่นๆดังเพียะ! ไปหนึ่งทีด้วยความหมั่นเขี้ยว
"เฮ้ย! พวกเหี้ยนี่! เล่นเป้าตีตูดกูอีกละ ลามปามนะพวกมึง เห็นตัวเตี้ยกว่าแล้วไงวะ กูแน่นทุกจุดนะโว้ย!" สิงหาหลุดขำฉีกยิ้มกว้าง หมุนตัวกลับไปล็อกคอท็อปจากด้านหลัง แล้วกระแทกเป้าใส่ก้นเพื่อนสองสามที
"นี่แน่ะๆ! เอาสิ! มึงจะหนีไปไหน ฮ่าๆๆ" ความเครียดเมื่อครู่มลายหายไปกับความกวนตีนของเพื่อน
"ฮ่าๆๆ หน้าตาสดในขึ้นละ ไง..เด้าตูดกูสองที หน้าระรื่นเชียวนะมึง"
"สั่ส!" สิงหาหันไปด่าเพื่อน
"หมดเวลาอมทุกข์แล้ว ไป! กูหิวจนจะแดกหัวอาจารย์อยู่แล้วเนี่ย" บาสบ่นไล่หลังมาติดๆ เข้าล็อกคอสิงหา เดินพันแข้งพันขาออกไป...
ร้านอาหารตามสั่งเจ้าประจำข้างรั้วมหา'ลัย อบอวลไปด้วยกลิ่นควันฉุนของผัดกะเพราและเสียงตะหลิวเคาะกระทะเหล็กดังโป๊กเป๊ก สามหนุ่มนั่งล้อมโต๊ะสแตนเลสตัวเก๋า มีพัดลมตั้งโต๊ะคอยพัดไล่ไอแดดเมืองกรุง
"ป้า! กะเพราเนื้อสับไข่ดาวสามจาน ด่วนๆ เลยป้า ผมหิวจนจะสิงเสาร้านแล้ว" ท็อปตะโกนสั่งพลางหยิบแก้วน้ำพลาสติกมาแจกจ่าย
"เออๆ รู้แล้ว! ไอ้พวกนี้นี่ รอนิดรอหน่อยเป็นโวยวาย!" เสียงแม่ค้าตะโกนสวนกลับมาอย่างคุ้นเคย
ระหว่างรอข้าว สายตาของบาสก็เหลือบไปเห็นกลุ่มนักศึกษาต่างคณะที่เพิ่งเดินผ่านหน้าร้าน
"เชร้ดดด... มึงดูนู่น สาวบริหารป่ะวะ ขาวๆ นิ่งๆ สเปกไอ้ท็อปเลย"
"สเปกกูตรงไหน เค้ามองมาที่โต๊ะเรา... ไม่ใช่ดิ เค้ามองไอ้สิงห์!" ท็อปศอกใส่สีข้างสิงหาแรงๆ
"ดูมันดิ แขนเสื้อช็อปแม่งจะแตกอยู่ละ หุ่นแน่นปั้ก สาวๆ ชอบนักแหละไอ้ทรงโจรแต่โดนใจเนี่ย"
กลุ่มสาวๆ ที่เดินผ่านแอบหันมาสบตากับสิงหาแล้วกระซิบกระซาบหัวเราะคิกคัก สิงหาไม่มีท่าทีเขิน เขาทำเพียงเลิกคิ้ว ยักคิ้วกวนๆ ส่งกลับไปตามประสาคนอัธยาศัยดี จนสาวๆ รีบเดินบิดผ่านไป
"แหนะ! มีส่งสายตา! มึงนี่มันร้ายนะไอ้เสือ อยู่เกาะหลีหญิงท่าไหนวะ สอนพวกกูมั่งดิ" บาสขยับเข้าไปกอดคอแซว
"หึ เสือน่ะพี่กูโว้ย.. สั่ส!" สิงหาผลักหัวเพื่อนไปทีหนึ่ง
"หลีอะไรของพวกมึง หน้ากูยังกับโจรปล้นเรือ" สิงหาถึงกับหลุดขำ ตักน้ำแข็งใส่แก้วส่งให้เพื่อน
"แล้วนี่พวกมึงกินเสร็จแยกย้ายเลยป่ะ คืนนี้กูมีงานต่อว่ะ"
"อีกแล้วเหรอวะมึง? ช่วงนี้โปรเจกต์ก็เร่ง งานก็ยังจะรับอีกเหรอวะ" ท็อปเปลี่ยนสีหน้าเป็นจริงจังพลางมองเพื่อนด้วยความทึ่ง
"เออดิ... เงินไม่มา งานไม่เดิน ค่าเทอมงวดสุดท้ายมารอจ่อตูดแล้ว" สิงหาพูดติดตลกแต่แววตาจริงจัง
*******
แสงแฟลชจากปลายเลนส์นับสิบสาดวาบสะท้อนไปทั่วโถงจัดแสดงหรู ผสานไปกับแสงไฟวอร์มไลท์ที่สาดส่องลงมาจากเพดานสูงระยิบระยับราวกับหยาดเพชร ขับเน้นให้บรรยากาศภายในงานดูโอ่อ่าและสูงค่าเกินเอื้อม
ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีดำขลับก้าวขึ้นสู่ปลายรันเวย์ วินาทีนั้น ทุกสายตาในฮอลล์ราวกับถูกตรึงไว้ที่จุดเดียวกันโดยไม่ได้นัดหมาย เขาคือดาวรุ่งพุ่งแรงแห่งวงการนายแบบ
บุรุษผู้ครอบครองเสน่ห์ร้ายกาจที่เพียงแค่ก้าวผ่านก็ชิงลมหายใจของผู้คนไปได้อย่างง่ายดาย ใบหน้าคมสวย ภายใต้แววตาเรียบเฉยเย็นชากลับทรงพลังและมีแรงดึงดูดมหาศาล
แต่ภายใต้แสงไฟสว่างจ้าและเสียงชื่นชมเซ็งแซ่ ไม่มีใครล่วงรู้เลยว่าเบื้องหลังรอยยิ้มจางๆ ที่ประดับอยู่บนดวงหน้านั้น ซ่อนเร้นความว่างเปล่าและความอ้างว้างเอาไว้เพียงใด...
...ห้าทุ่ม...
แสงไฟสปอตไลท์สว่างโล่จนเห็นฝุ่นละอองปลิวว่อนในอากาศ เสียงสว่านไฟฟ้า เสียงค้อนทุบเหล็ก และเสียงตะโกนสั่งงานดังก้องสะท้อนไปทั่วฮอลล์อันกว้างใหญ่
สิงหาในชุดเสื้อยืดสีดำกางเกงยีนส์ตัวเก่งที่เริ่มเปื้อนฝุ่น กำลังช่วยทีมงานยกโครงเหล็ก Truss ขนาดใหญ่สำหรับเซ็ตฉากเวทีอย่างทะมัดทะแมง เม็ดเหงื่อผุดพรายตามโครงหน้าคมเข้มไหลซึมลงมาตามลำคอและแผ่นหลังที่หนาแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อตึงปั้ก
เขาทำหน้าที่สารพัดสิ่ง ตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ ช่วงหัวค่ำเขาเพิ่งสวมบทเป็น สตาฟฟ์จัดงาน คอยโบกพัดคอยเช็กความเรียบร้อยรอบฮอลล์ พอตกดึกขยับมาเป็น เด็กเซ็ตฉาก และ เด็กขนของ คอยแบกโครงสร้างเหล็ก แบกแผ่นไม้อัด ขนตู้ลำโพงขนาดมหึมาอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
ปิดท้ายด้วยการเป็น ผู้ช่วยฝ่ายเทคนิค คอยปีนป่ายขึ้นไปช่วยพี่ๆ เดินสายเคเบิลและเช็กระบบไฟหลังบ้าน ทั้งหมดนี้สิงหาทำมาตั้งแต่ปีสองยันปีสี่ เพราะรายได้ดีและจ่ายเป็นเงินสด
พี่ๆ ในวงการออร์แกไนเซอร์จึงรัก และเรียกตัวเขามาร่วมงานตลอด เพราะไอ้หนุ่มคนนี้ทั้งอึด ถึก และจริงใจ งานหนักแค่ไหนไม่เคยเกี่ยง ไม่เคยบ่นให้รำคาญหู
"สิงห์! มาช่วยทางนี้หน่อยไอ้น้อง... ยกตู้แอมป์ตรงนี้ไปเก็บที่รถทีดิ๊ โห! มึงไปกินอะไรมาวะ ตัวแน่นตึ้ก แรงเยอะชิบหาย แบกคนเดียวปลิวเลย" พี่เปี๊ยก หัวหน้าคนงานคุมเซ็ตฉากตะโกนเรียกพลางปาดเหงื่อ มองเด็กหนุ่มที่กำลังยกตู้แอมป์รุ่นใหญ่ขึ้นบ่าหน้าตาเฉย
สิงหาไม่ตอบอะไรกลับไป นอกจาก ส่งรอยยิ้มกว้างจนตาหยี ยิ้มซื่อๆ จริงใจที่ขัดกับลุคหนุ่มวิศวะหุ่นโหดโหมดแบกหาม แต่นั่นกลับเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวที่ใครเห็นก็เอ็นดู
"เฮ้ยๆ ระวังทาง!" เสียงทีมงานด้านหน้าตะโกนขึ้น ทำให้สิงหาหันไปมอง
กลุ่มช่างภาพหลายคนกำลังเดินถอยหลังล้อมใครบางคนอยู่กลางฮอลล์ ร่างสูงโปร่งในเสื้อเชิ้ตสีเข้มเดินผ่านไปด้วยท่าทางเรียบเฉย ท่ามกลางเสียงทักทายของทีมงานและผู้จัดงาน
"นั่น... คุณฉลาม เขาฮอตมากเลยตอนนี้ กับคุณโดม" พี่ทีมงานข้างๆ พึมพำ สิงหาหันไปมองเพียงแวบเดียว ก่อนจะยกตู้แอมป์ขึ้นบ่าเหมือนเดิม
"อือ..."
สำหรับเขา ไม่ว่าจะเป็นดารา นายแบบ หรือคนดังแค่ไหน สุดท้ายก็เป็นแค่ลูกค้าที่มาจัดงานเท่านั้น
"แกดูสิ ทำหน้าหยิ่งชะมัด! แค่ให้เดินวนอีกรอบทำเป็นบ่น" เสียงพีเอสาวคนหนึ่งกระซิบกระซาบกับเพื่อนร่วมงานเสียงเครียด ขณะเดินเช็ดเหงื่อสวนผ่านสิงหาไป
"เออ... บ่นเรื่องแสง เรื่องชุดไม่พอ ได้ข่าวว่าสัปดาห์ก่อนก็เกือบเทงานแบรนด์ใหญ่เพราะไม่พอใจตารางเวลา วันนั้นดีนะที่ผู้จัดคว้าคุณฉลามมาเสียบทัน ไม่งั้นเละเทะแน่ เรื่องมากชิบหาย นึกว่าตัวเองวิเศษมาจากไหนกันเชียว" ผู้ดูแลอีกคนสมทบด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดระคนระอาระเบิดอารมณ์ใส่กันเบาๆ
สิงหาที่กำลังประคองตู้แอมป์ชิ้นสุดท้ายขึ้นท้ายรถกระบะได้ยินเข้าเต็มสองหู ชายหนุ่มแค่นหัวเราะในลำคอพลางส่ายหัวไปมาอย่างขำๆ
"หึหึ! จะวิเศษมาจากไหนกันเชียว"
เด็กหนุ่มพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะปิดประตูท้ายรถเสียงดังปัง โลกมายาของคนพวกนั้นจะวุ่นวายแค่ไหนก็ช่างมันเถอะ ตอนนี้ขอกลับไปนอนฝันถึงแกงส้มฝีมือป้าชมที่เกาะเขี้ยวสมุทรยังจะดีเสียกว่า
*******
ในมุมมืดของห้องโซนวีไอพีของฮอลล์ ที่กลุ่มนักธุรกิจแถวหน้ายังคงสิงสถิตย์อยู่ไม่ยอมแยกย้าย เพราะกำลังขิงใส่กันอย่างออกรส ชายหนุ่มในชุดสูทราคาแพงนั่งนิ่งอยู่ท่ามกลางวงล้อม
ท่าทีเรียบเฉยของเขาซ่อนคมของคลื่นลูกใหม่แห่งวงการอสังหาริมทรัพย์เอาไว้ สำหรับเขา ค่ำคืนนี้ควรเป็นเพียงงานสังคมอันน่าเบื่อหน่ายที่เขาต้องจำใจมาเข้าร่วม
กระทั่งสายตาคมปลาบเผลอเหลือบขไปสบเข้ากับ ใครบางคนบนรันเวย์
เพียงเสี้ยววินาทีนั้น... เสียงรอบกายกลับค่อยๆ เลือนหายไปจนเงียบงัน เหลือเพียงภาพของชายหนุ่มที่ก้าวเดินอยู่ท่ามกลางแสงไฟเพียงลำพังในครรลองสายตา
เขาไม่แน่ใจว่าสิ่งที่กำลังตรึงใจเขาอยู่คืออะไร ระหว่างเครื่องหน้าหล่อเหลาสมบูรณ์แบบ แววตาที่ซ่อนความโดดเดี่ยวไว้ลึกสุดหยั่ง หรือแรงดึงดูดบางอย่างที่ไร้คำอธิบาย รู้เพียงแค่ว่า... เขาไม่อาจละสายตาไปจากภาพตรงหน้าได้อีกเลย...
ความหวั่นไหวประหลาดที่เกิดขึ้นในวินาทีนั้น ชักนำให้ชายหนุ่มเจ้าของที่นั่งวีไปพี เริ่มสืบหาข้อมูลของเจ้าของสายตาที่ขโมยลมหายใจของเขาไป และนับตั้งแต่นั้นมา...
จากที่เคยปัดปฏิเสธทุกงานเปิดตัวสินค้าแบรนด์หรู งานสังคมที่น่าเบื่อหน่าย เขากลับตอบรับคำเชิญเหล่านั้นโดยไม่ลังเล เพียงเพราะรู้ว่าบนรันเวย์หรือในงานนั้น... จะมีร่างสูงโปร่งของนายแบบเจ้าของเสน่ห์เหลือร้ายคนเดิมปรากฏกายอยู่
เขาทำเพียงเฝ้ามองอยู่ห่างๆ ท่ามกลางฝูงชนและแสงไฟที่สาดส่อง ด้วยสถานะทางสังคมและหน้าที่การงานที่แบกไว้บนบ่า ทำให้เขารู้ดีว่าการบุ่มบ่ามเข้าหาอาจสร้างรอยด่างพร้อยให้กับชื่อเสียงที่กำลังรุ่งโรจน์ของอีกฝ่าย
และที่สำคัญ... เขายังไม่แน่ใจในคำตอบของหัวใจตัวเอง ว่าความรู้สึกที่สั่นคลอนอยู่ข้างในนี้คือความหลงใหลชั่วคราว หรือเป็นบางสิ่งที่หยั่งรากลึกเกินกว่าจะถอนตัว เขาจึงเลือกที่จะเป็นเพียง 'ผู้สังเกตการณ์' ที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดแห่งความหรูหราของทุกค่ำคืน
---------------
..❤️❤️🌊🌊🌊 ฝากผลงานไว้ด้วยนะครับ
รักสามเศร้า เราสามคนป่ะเนี่ย555 สนุกมากครับ ข อ บ คุ ณ ค รั บ ข อ บ คุ ณ ค รั บ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ ขอบคุนครับ ขอบคุณมากๆครับ รอติดตามต่อนะครับ ขอบคุณครับ อยากอ่านต่อ ขอบคุณมากๆครับ ขอบคุณครับ
หน้า:
[1]