ไอ้เด็กเปรตของผู้กอง ตอนที่ 1
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ส.เอือก เมื่อ 2026-5-24 01:51📔-บทนำ-📔
**นามปากกา... เฉิงกง...
ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตาของปลายเดือนตุลาคม ชายหนุ่มในวัย 35 ผู้มีรูปร่างกำยำ ก้าวเดินไปตามทางเท้าด้วยจังหวะที่มั่นคง เขาไม่ได้รีบร้อนวิ่งหาที่ร่มเหมือนคนอื่น ๆ แต่กลับปล่อยให้หยาดน้ำเย็นเฉียบไหลรินไปตามโครงหน้าคมเข้มที่ได้รูป ทั้งสันกรามที่คมชัดและนัยน์ตาเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยความดุดัน
เขาสวมเสื้อยืดสีเข้มเนื้อบางที่บัดนี้เปียกชุ่มจนแนบสนิทไปกับเรือนร่าง เผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อที่อัดแน่นและบึกบึนอย่างคนที่มีวินัยในการดูแลตัวเอง
ช่วงไหล่ที่กว้างผายรับกับแผ่นอกหนาที่กระเพื่อมไหวตามจังหวะการหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ ทุกครั้งที่หยดน้ำไหลผ่านร่องกล้ามเนื้อ มันยิ่งขับเน้นความแข็งแกร่งและพละกำลังที่ซ่อนอยู่ภายใต้ร่มผ้าให้ดูเด่นชัดขึ้น เดินเข้ามาหลบฝนภายในเพิงผ้าใบกันสาดติดกำแพงสถานีตำรวจ ที่ถูกใช้เป็นคิวรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง
โดยมีเด็กวัยรุ่นอายุไม่น่าเกิน 20 รูปร่างเล็กกะทัดรัด สวมเสื้อวินสีสดที่เป็นเอกลักษณ์ สกรีนเบอร์ 9 ไว้ตรงหน้าอก ปากคาบไม้จิ้มฟันท่าทางยียวนนั่งเต๊ะคร่อมรถมอเตอร์ไซค์อยู่ก่อนแล้ว จ้องมองอาคันตุกะผู้มาใหม่ด้วยสายตาที่คาดเดายาก
"ไปแฟลต xxx ครับ" เสียงทุ้มต่ำและสั่นเล็กน้อย เล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากหนาที่เริ่มกระตุกเบาๆจากอาการหนาวสั่น แจ้งพิกัดก่อนจะกระชับกระเป๋าเป้ที่สะพายหลังมาเข้าหาตัว ตั้งท่าจะขึ้นคร่อมรถโดยไม่รอคำตอบจากอีกฝ่าย ที่ยังคงจ้องมองตนตั้งแต่หัวจรดเท้า...
"ร้อยนึง!" เสียงห้าวๆเอ่ยขึ้นทั้งที่ยังจ้องมองผู้มาใหม่อย่างไม่ละสายตา
คิ้วหนาหน้าคมจมูกโด่งโค้งรับกับริมฝีปากอวบหนา หล่อเข้มเหมือนพระเอก AV หนังผู้ใหญ่ที่เขาชื่นชอบ ทำเอาใจสั่นอยู่เหมือนกัน เขาค่อยๆตั้งสติ ก่อนจะคลี่ยิ้มน้อยๆ
"ล้อเล่นหรอกน่า... ขึ้นมา" เขารีบพูดต่อด้วยน้ำเสียงเจือหัวเราะที่เข้ากับบุคคลิกกวนๆของเจ้าตัว เมื่อเห็นว่าเจ้าของร่างสูงใหญ่ที่ตอนนี้เหมือนหมีควายตกน้ำทำท่าลังเลเล็กน้อย เพราะสถานที่ที่บอกนั้นอยู่ห่างไปแค่สี่กิโลเอง ก่อนที่คนตัวใหญ่จะถอนหายใจเล็กน้อยแล้วค่อยๆเดินไปขึ้นคร่อมซ้อนท้ายเขาทันที
"เกาะแน่นๆนะคร๊าบบบ"
แง้นนนนนนนน
"เฮ่ยย!" คนตัวโตทำได้แค่ร้องออกมาด้วยความตกใจ เพราะไอ้เด็กนั่นก็บิดคันเร่งจนรถพุ่งออกไปนอกเพิงจนเขาถึงกับเหวอเพราะรถกระชากออกตัวไป สองแขนล่ำกางออกและใช้สองมือใหญ่ๆตะปบลงที่ไหล่เล็กๆของมันพร้อมออกแรงดึงเข้าหาตัวทันที...
"ฮ่าๆๆๆ หยอกๆน่าลุง มือใหญ่เท่าหัวผมเลยเนอะ" ไอ้เด็กนั่นยังมีหน้ามาทำหน้าแป้นแล้นหัวเราะเยาะใส่เขาอีก
กร่อดดดด!
เขาขบกรามแน่น หลับตาและสูดหายใจเข้าลึกๆขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย ไอ้เด็กเปรตนี่มันชักจะกวนอวัยวะเบื้องล่างแล้วนะ แล้วมันเรียกใครวะ! ไหนลุง ลุงที่ไหนไม่เห็นมี ก็เห็นแค่เขากับมันแค่นั้นเอง...
"กูเพิ่งจะ 35 มาเรียกลุง เดี๋ยวเถอะมึง!" เขาได้แต่บ่นพึมพำคนเดียว เพราะนี่เพิ่งจะเริ่มต้นก็ดันมาเจอไอ้เด็กเปรตนี่กวนประสาท เขาจึงไม่ต่อล้อต่อเถียง ทำได้แค่นั่งเงียบๆจนกระทั่งถึงที่หมาย
..............................
....หลายวันผ่านไป....
"ขณะนี้มีกลุ่มวัยรุ่นกำลังรวมตัวกันที่ถนนเชียงรากขาออก" เสียงรายงานจากวิทยุสื่อสารของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ดังขึ้นในขณะที่อีกชุดที่เตรียมพร้อมรออยู่แล้ว
"กำลังไป เฝ้าจับตาดูไปก่อน" สิ้นเสียงตอบกลับ เจ้าหน้าที่ชุดเตรียมพร้อมก็ขับรถไปยังเส้นทางที่ได้รับรายงานทันที ไม่นานก็ถึงที่หมาย เจ้าหน้าที่ต่างกระจายกำลังไปตามจุดต่างๆตามที่ได้วางแผนกันไว้
แง้นนนนนน.....
เสียงท่อไอเสียแผดคำรามสนั่นทั่วบริเวณ ทันทีที่สัญญาณไฟเปลี่ยนเป็นสีเขียว ชายหนุ่มร่างเล็กก็บิดคันเร่งจนสุดตัว สายตาคมกริบจดจ้องไปยังท้องถนนเบื้องหน้า
เขาหมอบตัวต่ำราบไปกับถังน้ำมันเพื่อลดแรงต้าน ทุกลมหายใจของเขาดูเหมือนจะเต้นเป็นจังหวะเดียวกับเสียงเครื่องยนต์ที่คำรามก้องท่ามกลางความเงียบของราตรี
"เฮ้ย! พ่อมึงมา!"
เสียงตะโกนโหวกเหวกดังขึ้นท่ามกลางกลุ่มควันท่อไอเสีย เขาเหลือบมองกระจกข้างเพียงหางตา เห็นแสงไฟสปอร์ตไลท์และไซเรนสีแดงน้ำเงินสว่างวูบวาบ พร้อมเสียงหวีดร้องของหวอตำรวจที่ดังไล่หลังมาอย่างกระชั้นชิด
"ผู้กอง! S7 S7 S7ไม่ตาม" เสียงวิทยุสื่อสารดังอยู่ข้างหูแต่ก็ไม่อาจจะต้านทานแรงม้าที่พุ่งทะยานที่พยายามจะตีขนานให้ได้
"แน่จริงก็ตามให้ทันเซ่!"
เด็กหนุ่มยกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะและตัดสินใจในเสี้ยววินาที บิดคันเร่งส่งจนล้อหน้ายกลอยเล็กน้อย ก่อนจะหักเลี้ยวเข้าซอยแคบที่ขนาบข้างด้วยตึกแถวอย่างช่ำชอง
ด้วยรูปร่างที่เล็กกะทัดรัดช่วยให้เขาซิกแซกผ่านแผงเหล็กและสิ่งกีดขวางได้อย่างคล่องแคล่ว ขณะที่รถตราโล่คันใหญ่ต้องเบรกตัวโก่งเพราะติดวงเลี้ยว.....
ซ่าาาาา...
ความมืดและสายฝนที่เริ่มโปรยปรายกลายเป็นเกราะกำบังชั้นดี เขาดับไฟหน้าแล้วอัดเกียร์สุดท้ายหายวับไปในเงาตึก ทิ้งไว้เพียงเสียงเครื่องยนต์ที่ค่อยๆ จางหายไปในเสียงซ่าของสายฝน และเจ้าหน้าที่ยืนมองความว่างเปล่าบนถนนที่เจิ่งนอง...
"ฟู่ววว! เกือบไปแล้ว!" เสียงบ่นพึมพำของชายร่างเล็กที่มีใบหน้าคมคายภายใต้ทรงผมที่เปียกชุ่มจนลู่ไปกับหน้าผาก มีหยดน้ำฝนเกาะแพขนตาหนา เขาสวมเสื้อยืดพอดีตัวที่เปียกชื้นแนบไปกับลำตัวเผยให้เห็นสัดส่วนที่ไม่มีไขมันส่วนเกินและกางเกงยีนส์ฟอกซีด หันไปโบกมือท้าทายผู้ที่ไล่ล่าเขามาเมื่อสักครู่
ร้อยตำรวจเอก คฑาวุธ มหาสถิตย์ หรือผู้กองวุธ หัวหน้าสายตรวจควบคุมสายงานปราบปราม ที่เพิ่งย้ายมาใหม่ วัย 35 ปี ก้มลงมองรอยเบรกบนพื้นถนนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความว่างเปล่าชั่วขณะ
ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีตีรวนอยู่ในอก ความเสียดายที่ไม่ใช่เพียงเพราะจับกุมไม่สำเร็จ แต่คือความเสียดายที่ปล่อยให้อันตรายบนท้องถนนหลุดรอดไปสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นต่อได้...
แกร๊ก...ก๊อง...
บริเวณหน้าสถานีตำรวจที่เคยเงียบสงัดในยามดึก กลับถูกเติมเต็มด้วยเสียงของขาตั้งรถมอเตอร์ไซค์นับสิบคันที่ถูกเตะลงพร้อมๆกัน เสียงเครื่องยนต์ที่ยังร้อนจัด ส่งเสียงระเบิดเปรี๊ยะๆ ดังออกมาจากท่อไอเสียที่ถูกดัดแปลง กลิ่นน้ำมันเครื่องที่เผาไหม้ไม่หมดคละคลุ้งปนกับกลิ่นยางไหม้โชยเข้าจมูก
ตำรวจชุดสายตรวจและชุดนอกเครื่องแบบในสภาพเหงื่อโทรมกาย ต่างกำลังวุ่นอยู่กับการจดบันทึกหมายเลขตัวถังรถ แสงแฟลชจากกล้องถ่ายรูปสว่างวาบเป็นระยะเพื่อเก็บหลักฐานรถของกลางที่จอดเรียงรายเป็นตับจนแทบไม่มีที่ว่าง
"โธ่หมวดครับ! ผมแค่ขี่ไปกินก๋วยเตี๋ยวเฉยๆ ไม่ได้แข่งกะใครเลย ท่อมันก็ดังมาตั้งแต่ซื้อแล้วพี่" เด็กหนุ่มคนหนึ่งพยายามเกาะลูกกรงอธิบาย
"เฮ่อออ.... ไปกินก๋วยเตี๋ยวแต่หมอบมา 120 เนี่ยนะ! แล้วเพื่อนร่วมก๊วนอีก 20 คันนั่นก็หิวพร้อมกันหมดเลยสิ? นั่งลงไปแล้วอยู่เงียบๆ เก็บแรงไว้บอกแม่เอ็งเหอะ โทรไปแล้วใช่ไหม?" เด็กหนุ่มคนนั้นถึงกับก้มหน้างุด นั่งยองลงทันทีเมื่อได้ยินคำว่า 'แม่'
เวลาผ่านไป เสียงฝีเท้าของบรรดาผู้ปกครองที่รีบร้อนวิ่งขึ้นบันไดสถานีตำรวจ ตามมาด้วยเสียงดุด่าปนสะอื้นของผู้เป็นแม่ที่เห็นลูกชายอยู่ในซังเตชั่วคราว บางคนยืนกอดอกพิงเสามองดูรถมอเตอร์ไซค์ที่เพิ่งผ่อนไปได้ไม่กี่งวด ถูกยึดเป็นของกลางด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยหน่ายและผิดหวัง
บนโต๊ะร้อยเวรเต็มไปด้วยกองเอกสารและกุญแจรถนับสิบดอก เสียงเคาะแป้นพิมพ์ดังระรัวแข่งกับเสียงพัดลมเพดานที่หมุนคว้าง ขณะที่ภายนอก ความมืดของราตรีเริ่มเจือด้วย
แสงทองของวันใหม่ แต่สำหรับกลุ่มเด็กแว้นเหล่านี้... นี่คือเช้าวันใหม่ที่พวกเขาต้องชดใช้บทเรียนราคาแพง และไม่มีใครเอ่ยถึงชายร่างเล็กกับสองล้อคู่ใจที่หายไปในความมืดอีกเลย....
..
..
..
..
นิยายเรื่องนี้ไม่ได้มีเจตนา ที่จะทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อวิชาชีพใดๆ
หรือพาดพิงถึงบุคคลใดบุคคลหนึ่ง และไม่ได้เจตนาจะชักจูง
ชี้นำให้เกิดค่านิยมทางเพศ ที่ผิดศีลธรรมอันดีงามทางสังคม
ผู้เขียนได้แต่งขึ้นมาจากจินตนาการของตนเองเท่านั้น
สถานที่และตัวละครในเรื่องไม่มีอยู่จริง
**ไม่อนุญาตให้คัดลอก! ดัดแปลง! หรือนำไปตีพิมพ์
หากละเมิดจะได้รับโทษตามกฏหมาย..... เฉิงกง
อบคุณคับ ขอขอบคุณ สนุกมากครับ สนุกมากครับ ขอบคุณมากๆนะครับ {:5_146:} สนุกมาก ขอบคุณครับ ข อ บ คุ ณ ค รั บ สนุกมากเลยครับ บรรยายได้ละเอียดเห็นภาพ
เริ่มเรื่องน่าสนใจครับ บรรยายได้ละเอียดเห็นภาพ
เริ่มเรื่องน่าสนใจครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ {:5_119:} ขอบคุณมากครับ{:5_146:} เตรียมรูดควยเลย มันแน่ๆเริ่มแบบนี้ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ{:5_137:} ขอบคุณมากครับ
หน้า:
[1]
2