สังขระบุรี…เมืองนี้มีเรื่องเล่าของเราสามคน (ตอนที่ 1)
.ถ้ายังจำกันได้อยู่ พวกเราสามคนเคยไปเที่ยวกาญจนบุรีมาแล้วครั้งหนึ่ง ในเรื่องที่ผมเคยเล่าให้ฟังก่อนหน้านี้หลังจากที่เราไปเที่ยวกาญจนบุรีในครั้งนั้น แก๊งค์เราสามคนติดใจกันมาก ทุกครั้งที่เราได้พูดคุยกัน เรื่องที่เราไปเที่ยวกาญฯก็จะแว๊ปกลับมาเป็น Topic ให้พูดถึงทุกครั้งไหนๆก็พูดกันบ่อยละ จนในที่สุดผมจึงได้วางแผนจะกลับไปเที่ยวกาญฯอีกครั้ง แต่คราวนี้ผมหาข้อมูลเพิ่มใหม่ๆบ้างจะได้ไม่น่าเบื่อก็ได้เจอกับอำเภอสังขระบุรี ที่ผมดูแล้วได้บรรยากาศแบบชิวๆ Local เงียบสงบ มีวัดเก่ากลางน้ำ และแพริมน้ำผมไม่รอช้ารีบไลน์บอกไอ้อ้นกับไอ้ตี๋ในกลุ่ม.........
ไม่นานนัก เราทั้งสามคน ก็ได้นัดหมายวันลาให้ตรงกันเป็นที่เรียบร้อย...
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เวลาหกโมงครึ่งเช้า ผมตื่นขึ้นมาพร้อมกับความตื่นเต้น วันนี้คือวันที่รอคอยมานาน ทริปกาญจนบุรีครั้งที่สอง แต่ครั้งนี้เราจะไปไกลกว่าเดิม ไปอำเภอสังขละบุรี ที่ห่างไกลและสงบกว่า.หลังจากทริปครั้งก่อนที่เขื่อนศรีนครินทร์ เราสามคนติดใจกันมาก โดยเฉพาะช่วงเวลาที่ได้แก้ผ้าเล่นน้ำเขื่อนตามประสา ความรู้สึกอิสระนั้น ความรู้สึกที่ได้เป็นตัวของตัวเองอย่างแท้จริง ทำให้เราอยากกลับไปอีก แต่ครั้งนี้เราต้องการที่ห่างไกลกว่า สงบกว่า เพื่อที่จะได้มีอิสระมากขึ้น.ผมอาบน้ำเสร็จแล้วเลือกเสื้อผ้าที่จะใส่ วันนี้อากาศร้อนตามสไตล์เดือนพฤษภาคม ผมเลือกเสื้อแขนสั้นสีขาวเป็นผ้าสาลูบางๆ ใส่แล้วสบายผิว ระบายอากาศได้ดี กับกางเกงขาสั้นสีกากี ผมไม่ได้ใส่กางเกงในเช่นเคยด้วยความเคยชิน รู้สึกเบาสบายตัวมาก ลมโชยได้ทั้งตัว
เก็บกระเป๋าเรียบร้อย เอาเสื้อผ้าไปแค่สามชุด ของใช้ส่วนตัว แว่นกันแดด แล้วก็เอาสิ่งที่สำคัญที่สุดใส่ไปจนล้นกระเป๋า…ความคาดหวังที่ปลิ้นออกมาจนแทบกั้นไม่อยู่
เจ็ดโมงตรง ผมถึงหน้าคอนโดของไอ้อ้น รถกระบะแค็ปติดฟิล์มดำคันโปรดของมันจอดรออยู่แล้ว เห็นเงาของไอ้อ้นและไอ้ตี๋ผ่านกระจก
ไอ้ตี๋ลงมาแยกเบาะเปิดแคปให้ ส่วนไอ้อ้นใบหน้าแทนๆ ของมันยิ้มกว้าง แสงแดดยามเช้าทำให้ผิวสีแทนของมันดูสุขภาพดี มันใส่เสื้อยืดแขนสั้นสีเทา กางเกงขาสั้นสีดำ กล้ามธรรมชาติที่เป็นลอนๆ จากการทำงานหนักโผล่เห็นจากใต้เสื้อ
“ว่าไงวะ พร้อมยัง?” ไอ้อ้นถาม
“พร้อมสุดแล้ว” ผมตอบพลางยัดกระเป๋า แล้วมุดเข้าไปเข้าไปในแคปเบาะหลังรถ
ส่วนไอ้ตี๋ มันใส่เสื้อกล้ามตัวโปรดของมัน เว้าแขนลึก โชว์กล้ามหน้าอกและแขนที่เทรนมาอย่างดี หน้าจีนๆ ของมันดูสดใสในยามเช้า
ผมเปิดประตูหลังขึ้นไปนั่ง ภายในแค็ปกว้างขวาง เย็นสบาย แอร์เปิดเต็มที่
“เฮ้ย ทริปนี้กูรอมานานมาก” ไอ้ตี๋พูดทันทีที่ผมปิดประตู “หลังจากทริปที่แล้ว กูคิดถึงบรรยากาศแบบนั้นตลอดเลย”
“กูก็เหมือนกัน” ไอ้อ้นพูดพลางขึ้นไปนั่งหน้าพวงมาลัย “ทริปนี้เราไปไกลกว่าเดิม ที่สังขละบุรี ห่างไกลกว่า สงบกว่า น่าจะได้ทำอะไรสนุกๆ เหมือนเดิม”
“แน่นอน” ผมพูด “กูดูข้อมูลมาแล้ว ที่พักที่กูจองห่างไกลมาก เงียบสงบ ริมแม่น้ำ เหมาะกับเราสุดๆ”
รถออกตัวจากคอนโด มุ่งหน้าสู่ทางด่วน M81 ที่เราเคยผ่านครั้งก่อน แต่ครั้งนี้เราจะขับต่อไปอีกไกล ถนนเช้าวันอาทิตย์โล่งมาก รถไม่ติด ไอ้อ้นขับด้วยความมั่นใจ
“ว้าว เบาตัวจัง” ไอ้ตี๋พูดพลางขยับตัว “กูเห็นเป้ามึงตุงๆ มึงไม่ได้ใส่กางเกงในหรอ?”
ผมหัวเราะ “ไม่ได้ใส่ ร้อนมาก อยากสบายๆ”
“กูก็เหมือนกัน” ไอ้อ้นพูด “วันนี้ร้อนสุดๆ ใส่แบบนี้สบายกว่า”
“มึงสองคนเหมือนกันเลยเนอะ” ไอ้ตี๋หัวเราะ “กูว่าแค่ใส่เสื้อกล้ามหลวมๆตัวนี้ ก็สบายตัวดีแล้ว”
เราสามคนหัวเราะกัน บรรยากาศในรถอบอุ่นและผ่อนคลายตั้งแต่เริ่มต้น นี่คือความสบายใจที่เราสามคนมีต่อกัน ไม่ต้องปิดบัง ไม่ต้องแกล้งทำ เป็นตัวของตัวเองได้เต็มที่
รถวิ่งเข้าสู่ทางด่วน M81 ถนนราบเรียบทอดยาวไปข้างหน้า ทิวทัศน์สองข้างทางเริ่มเปลี่ยนไป จากอาคารสูงในกรุงเทพฯ กลายเป็นทุ่งนาสีเขียวกว้างใหญ่ ต้นไม้เรียงรายไปตามขอบฟ้า อากาศเริ่มเย็นลงเล็กน้อยเมื่อออกจากเมือง
“เส้นทางนี้ยังเนียนเหมือนเดิม” ไอ้อ้นพูด “ขับสบายมาก”
เราพูดคุยกันไปตลอดทาง เรื่องงาน เรื่องชีวิต เรื่องแผนการสำหรับสามวันนี้ ไอ้อ้นเล่าเรื่องงานใหม่ที่เพิ่งเริ่ม โปรเจคที่ท้าทายแต่น่าสนใจ
“กูต้องออกหน้างานบ่อยเหมือนเดิม” ไอ้อ้นพูด “แดดแรงมาก แต่ก็ชอบนะ ได้ออกข้างนอก ไม่ต้องนั่งในออฟฟิศตลอด”
“กล้ามมึงก็เพิ่มขึ้นด้วยนะ” ไอ้ตี๋สังเกต “เห็นชัดเลย”
“ก็มีบ้าง” ไอ้อ้นยิ้มกว้าง “ยกของหนักๆ ทุกวัน กล้ามก็เพิ่มขึ้นเอง ไม่ต้องไปฟิตอย่างมึง”
“กล้ามกูกับมึงไม่เหมือนกันหรอก” ไอ้ตี๋โต้กลับอย่างเล่นๆ “กูต้องแบบมีรูป มีสัดส่วน”
“กูว่าได้ทั้งคู่ดีกว่า” ผมแทรกเข้ามา “ธรรมชาติกับเทรน”
“กูเห็นไอ้ตี๋ไปยิมบ่อยๆ กูเลยไปเข้ายิมบ่อยขึ้น เดี๋ยวคอยดูกู ” ผมพูดต่อ
เราหัวเราะกันครื้นเครง เหมือนทริปครั้งก่อน บรรยากาศยังคงเดิม อบอุ่นและสนุกสนาน
หลังจากขับไปได้ประมาณชั่วโมงโมงนิดๆ เราก็ถึงเขตกาญจนบุรี ป้ายต้อนรับยังคงอยู่ที่เดิม แต่ครั้งนี้เราจะไม่หยุดที่ตัวเมืองกาญจนบุรี เราจะขับต่อไปยังสังขละบุรี
“เราจะแวะพักมั้ย?” ไอ้อ้นถาม
“แวะหน่อยดิ... อยากกินกาแฟหน่อย แวะยืดเส้นยืดสาย” ผมตอบ
เราแวะที่คาเฟ่เล็กๆ ริมถนน มีวิวภูเขาสวยงาม คาเฟ่ตกแต่งสไตล์โมเดิร์นผสมธรรมชาติ มีโต๊ะไม้ตั้งอยู่นอกร้าน ใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่
เราสั่งกาแฟมาดื่ม นั่งพูดคุยกันอย่างสบายๆ ลมเย็นพัดมาสบาย อากาศเริ่มร้อนขึ้นแล้ว แต่ที่นี่ยังเย็นสบายอยู่
“อีกไกลมั้ย?” ไอ้ตี๋ถาม
“อีกประมาณสามชั่วโมงนะ” ผมบอก “แต่ระหว่างทางเราต้องแวะซื้อเหล้าเบียร์ด้วย”
“ใช่สิ” ไอ้อ้นพูด “กูเกือบลืม”
หลังจากดื่มกาแฟเสร็จ เราก็ขับรถต่อ แวะที่ร้านขายเหล้าเบียร์ ครั้งนี้นอกจากเบียร์สองลังแล้ว ผมยังแนะนำให้ซื้อเหล้าแดงกับโซดามาด้วยอีกเล็กน้อย เผื่อไว้
“เฮ้ย เราจะกินได้หมดเหรอ?” ไอ้ตี๋ถาม
“ได้หรอก สามวันสองคืน” ไอ้อ้นตอบอย่างมั่นใจ “ครั้งก่อนเบียร์กูกินคนเดียวก็ลึงหนึ่งละ”
เราหัวเราะ ซื้อของเรียบร้อยแล้วยัดเข้าไปในท้ายรถ แล้วก็ขับต่อ มุ่งหน้าไปยังสังขละบุรี
ระหว่างทาง ทิวทัศน์เปลี่ยนไปอีกครั้ง จากทุ่งนากลายเป็นภูเขาสูงชันและป่าไม้หนาแน่น ถนนเริ่มคดเคี้ยวขึ้นเขาลงเขา บางจุดมองเห็นหุบเขาลึก บางจุดมองเห็นแม่น้ำไหลผ่าน
เวลาผ่านไปสองชั่วโมงกว่าๆ เราก็เริ่มเข้าสู่เขตอำเภอสังขละบุรี ป้ายบอกทางชัดเจน บรรยากาศเปลี่ยนไปอีกครั้ง สงบเงียบมากกว่าที่อื่น มีบ้านเรือนน้อย คนเดินน้อย รถน้อย
“ถึงแล้ว” ไอ้อ้นพูด
เวลาประมาณบ่ายโมงกว่าๆสังขละบุรีช่วงกลางเดือนพฤษภาคม อากาศร้อนอบอ้าวมาก แดดแผดเผาตั้งแต่เช้า อุณหภูมิสูงแตะ 35-37°Cเราเข้าสู่ตัวเมืองสังขละบุรี เมืองเล็กๆ สงบเงียบ ร้านค้าเรียงรายไปตามถนนสายหลัก แต่ไม่มากจนแออัด บรรยากาศชนบทเรียบง่าย
“หาอะไรกินกันก่อนมั้ย?” ไอ้อ้นถาม “กูหิวแล้ว”
“ไปสิ หาร้านอาหารท้องถิ่น” ผมตอบ
เราขับรถไปตามถนนสายหลัก เจอร้านอาหารเล็กๆ มีป้ายเขียนว่า “ขนมจีนมอญ อาหารพื้นเมือง” เราจอดรถแล้วเดินเข้าไป
ร้านเล็กๆ เรียบง่าย มีโต๊ะไม้ประมาณสิบโต๊ะ ไม่มีลูกค้ามาก แค่สองสามโต๊ะ เจ้าของร้านเป็นผู้หญิงวัยกลางคน ผิวคล้ำ ยิ้มแย้มแจ่มใส เราสั่งขนมจีนมอญ แกงเขียวหวาน ผัดผัก และขนมท้องถิ่นอีกหลายอย่าง ไม่นานอาหารก็มาถึง กลิ่นหอมฟุ้ง เราทานกันอย่างเอร็ดอร่อย
“อร่อยจังเลย” ไอ้อ้นพูดปากเต็ม
“ใช่ รสชาติต่างจากที่อื่น” ไอ้ตี๋เห็นด้วย
เราทานข้าวกันจนอิ่ม หลังจากนั้นก็แวะคาเฟ่เล็กๆ ข้างๆ ดื่มกาแฟและขนมหวาน นั่งพักผ่อนอีกสักครึ่งชั่วโมง
“ตอนนี้เราไปไหว้พระกันมั้ย?” ผมแนะนำ “กูอ่านมาว่า วัดหลวงพ่ออุตตมะมีชื่อเสียง อยู่ไม่ไกลจากที่นี่”
“ไปสิ ได้บุญ ไหว้พระขอพรหน่อย” ไอ้อ้นตอบ
เราขับรถไปยังวัดหลวงพ่ออุตตมะ ระยะทางประมาณสิบนาที วัดตั้งอยู่ริมแม่น้ำ บรรยากาศสงบเงียบ มีต้นไม้ใหญ่ร่มรื่น อาคารวัดสวยงาม เป็นสถาปัตยกรรมแบบมอญผสมไทย
เราจอดรถแล้วเดินเข้าไป ซื้อดอกไม้ธูปเทียน เข้าไปไหว้พระในอุโบสถ พระพุทธรูปขนาดใหญ่ประทับนั่งอยู่เบื้องหน้า ดวงตาของพระเปี่ยมด้วยความสงบ
เราคุกเข่าลง จุดธูปเทียน ไหว้พระอย่างสำรวม ผมปิดตา ภาวนาในใจขอให้ทริปนี้ปลอดภัย ให้เราสามคนมีความสุขเต็มที่ ขอให้ทุกคนมีสุขภาพแข็งแรง
หลังจากไหว้พระเสร็จ เราเดินชมรอบๆ วัด ถ่ายรูป มองดูทิวทัศน์แม่น้ำที่ไหลผ่านหน้าวัด สวยงามมาก สงบเงียบ
“ที่นี่สงบจริงๆ นะ” ไอ้ตี๋พูด
“ใช่ ต่างจากที่อื่นมาก” ผมตอบ “ห่างไกล สงบ เหมาะกับเราสามคนสุดๆ”..จากนั้นเราทั้งสามคนตัดสินใจว่าวันแรกที่มา จะขอล่องเรือชมวัดใต้น้ำก่อน ที่เป็นไฮไลท์ของที่นี่ เพราะใกล้เข้าหน้าฝน น้ำในเขื่อนวังกระแจะลดลงต่ำสุดช่วงนี้ ทำให้วัดใต้น้ำ (วัดวังก์วิเวการามเก่า) โผล่ขึ้นมาให้เห็นเยอะมาก บางจุดเดินเข้าไปในซากโบสถ์ได้เลย เห็นกำแพง ฐานเจดีย์ชัด ๆ ไม่ต้องล่องเรือไกลก็เห็นวิวเมืองบาดาลแบบเต็มตา
ในช่วงนี้นักท่องเที่ยวไม่เยอะเท่าช่วงปลายปีหรือหน้าหนาว เพราะร้อนจัด คนส่วนใหญ่มาช่วงเช้าตรู่หรือบ่ายแก่ ๆ พวกเราเลยได้เหมาเรือส่วนตัว แบบง่ายๆ และยังสามารถขอแวะพักเล่นน้ำเงียบ ๆ ได้สบาย
คนขับเรือยังชื่อน้องโจ อายุยี่สิบปลาย ๆ ผิวแทนกำยำ ยิ้มเขิน ๆ ตอนเห็นเรา เรือหางยาวลำใหญ่แล่นช้า ๆ ชมวัดใต้น้ำที่โผล่พ้นน้ำสูงกว่าปกติ วิวสวยแปลกตา เราถ่ายรูป ไหว้พระกันครบ
เสร็จแล้วเราขอแถมโดยจ่ายเพิ่มเพื่อให้น้องเค้าไปไปเที่ยวต่อ “น้องโจ พาพวกพี่ไปจุดเงียบ ๆ เล่นน้ำหน่อยครับ ที่ไม่มีคน” น้องโจพยักหน้า “ได้เลยครับ เดี๋ยวผมพาไปโค้งน้ำลึกหน่อย ไม่มีคนแน่นอน”
เรือเลี้ยวเข้าคลองแคบ ลัดเลาะผ่านป่าไผ่เขียว ๆ ออกไปโค้งน้ำกว้าง ล้อมรอบด้วยต้นไม้ใหญ่ น้ำใสเย็นเฉียบแต่ไม่ลึกมาก เงียบสนิทจริง ๆ ไม่มีเรือลำอื่น ไม่มีบ้านคน
น้องโจจอดเรือลอยลำ ปิดเครื่องนั่งรอท้ายเรือให้เราได้เล่น้ำ
เราสามคนถอดเสื้อโยนกองไว้บนที่นั่งไม้ทันที เผยตัวเปลือยท่อนบน กล้ามอกกล้ามท้องเปียกเหงื่อร้อน ๆ จากแดดบ่ายเป็นมันวาว ไอ้อ้นยืดตัวโชว์กล้ามดำแดง ไอ้ตี๋ยิ้มเจ้าเล่ห์ ผมยืนสูดลมเย็นจากน้ำ
เราเหลือแต่กางเกงขาสั้นตัวบาง ๆ กระโดดลงน้ำพร้อมกัน น้ำเย็นฉ่ำตัดความร้อนได้ดีมาก ว่ายไปมาลอยคอโชว์กันสนุก กางเกงเปียกแนบเนื้อทันที เห็นส่วนโค้งชัดเจนยิ่งกว่าเดิม
เล่นไปสักพัก ผมเริ่มแกล้งเพิ่มความเสียวให้น้องโจดูแบบเนียน ๆ
ผมว่ายอ้อมไปท้ายเรือ แกล้งตะโกน “น้องโจ น้ำเย็นดีสุด ๆ เลยครับ!” แล้วปีนขึ้นบันไดช้า ๆ น้ำหยดติ๋ง ๆ กางเกงเปียกแนบจนเห็นหัวเงี่ยงควยตุงๆ กับร่องขาชัดเจน ผมยืนยืดตัวตากลมตรงนั้นนาน ๆ แกล้งบิดตัวไปมา ลูบน้ำออกจากหน้าท้องลงต่ำๆ น้องโจเหลือบมองแล้วรีบหันหน้า หน้าแดงขึ้นนิด ๆ
ไอ้อ้นว่ายตามมา ปีนขึ้นยืนข้างผม “ร้อนจังวะ แดดยังแรงอยู่” แล้วยืนโชว์กล้ามสะโพกกลม ๆ กางเกงเปียกแนบเห็นโคนกับลูกอัณฑะชัด ๆ น้ำหยดจากปลายกางเกงลงพื้นเรือ น้องโจยิ่งตัวเกร็ง
ไอ้ตี๋ขึ้นตาม ยืนเรียงกันสามคนตรงท้ายเรือ กางเกงเปียกชุ่มทั้งหมด ผมแกล้งรูดกางเกงลงต่ำนิด ๆ ทำเป็นปรับเอว ให้เห็นหัวหน่าวเรียบเนียนไร้ขน กับโคนควยแวบ ๆ “กางเกงมันรัดว่ะ”
น้องโจกำแฮนด์เรือแน่น มองไม่ตรงแต่แอบเหลือบหลายที
บนเรือไม่มีผ้าขนหนูสักผืน เราจึงปล่อยให้ตัวแห้งเองตามธรรมชาติ ยืนตากลมเย็น ๆ จากแม่น้ำกับแดดบ่ายที่เริ่มอ่อนลง น้ำแห้งช้า ๆ แต่กางเกงยังแนบเนื้อนาน เห็นทุกส่วนเด้ง ๆ ตามลม เราคุยกันเสียงดัง หัวเราะร่วน นั่งขาแยกกว้างบนขอบเรือ โชว์กันแบบไม่ตั้งใจแต่ตั้งใจนิด ๆ
ใกล้ถึงฝั่ง เห็นเรือลำอื่นกับคนเยอะขึ้น เราถึงค่อยหยิบเสื้อมาสวมหลวมๆปล่อยให้ลมพัดชิว ๆ
ระหว่างทางกลับ ผมนั่งข้างน้องโจ ถามเนียน ๆ “โจ มีนักท่องเที่ยวมาเล่นน้ำแบบพวกผมบ้างมั้ยครับ แบบเที่ยวเสร็จเล่นน้ำต่อ? ”
น้องโจหัวเราะเขิน ๆ หน้าแดงกว่าเดิม “มีบ้างครับ แต่ไม่บ่อย ส่วนใหญ่เป็นผู้ชายกลุ่มเพื่อนแบบพวกพี่นี่แหละ บางกลุ่มก็กล้ามาก ถอดหมดเลย แต่ผมทำเนียนไม่มองหรอกครับ” แล้วแอบยิ้มมุมปาก
ไอ้อ้นกับไอ้ตี๋หัวเราะร่วน “งั้นพวกเรายังอ่อนอยู่สิวะ”
น้องโจส่ายหน้า “ไม่หรอกครับ…” แล้วรีบหันหน้าขับเรือต่อ
เรือเทียบท่า เราลงจากเรือพร้อมจ่ายเงินเพิ่มให้น้องโจแบบใจกว้าง เขายิ้มกว้างแล้วโบกมือลา แต่ตายังหันมามองเราสามคนที่ยืนยืดตัวตากแดดอยู่นานหน่อย..หลังจากล่องเรือกลับมาถึงท่าตอนนี้ตัวเราแห้งหมดแล้ว เราขับรถต่อไปที่พักริมน้ำที่พักริมน้ำที่เราจองเอาไว้ล่วงหน้า
ช่วงบ่ายแก่ๆ แดดเดือนพฤษภาคมยังแผดเผาอยู่ ร้อนอบอ้าวจนเหงื่อไหลไม่หยุด แต่พอรถเลี้ยวเข้าแพที่จองไว้ บรรยากาศเปลี่ยนเลย
แพของเราลอยโดดเด่นอยู่ห่างจากกลุ่มแพอื่น ๆ มองไปรอบ ๆ เห็นแค่สี่หลังติดกัน และวันนี้ไม่มีแขกคนอื่นเลยสักคน เจ้าของแพเป็นลุงวัยเกษียณ อายุราว 60 ผิวแทน ๆ ยิ้มกว้างต้อนรับเรา ผมแซวเล่นๆ ตอนเช็คอิน “ลุง ถ้าไม่มีคนอื่น แก้ผ้าเล่นน้ำหรืออยู่บนแพได้มั้ยครับ” พร้อมหัวเราะกลบเกลื่อน
ลุงหัวเราะหึ ๆ “ตามสบายเลยลูก ถ้าไม่มีใครเห็นก็ไม่มีปัญหา แพนี้ส่วนตัวอยู่แล้ว”….เราสามคนมองหน้ากัน ตาโต ผิดจากที่คาดมาก
จากนั้นผมก็ขอน้ำแข็งจากลุงมาก่อน 1 ถัง เพราะตอนนี้ร้อนหิวน้ำมาก
ห้องที่เราจองเป็นห้องใหญ่สุด ห้องมุม มีชานไม้กว้างยื่นออกไปเหนือน้ำ ตรงชานมีอ่างอาบน้ำไม้ วางอยู่ข้างกำแพงไม้สูงปิดด้านหนึ่ง
อีกด้านเปิดโล่งมองเห็นวิวเขื่อนกับฝั่งตรงข้ามที่เป็นบ้านคนห่าง ๆ ประมาณ 60-70 เมตร ข้างอ่างอาบน้ำ มีโต๊ะไม้เตี้ยๆกับเบาะรองนั่ง ในห้องมีเตียงคิงไซส์ใหญ่ แอร์เย็นฉ่ำ แต่พื้นไม้กว้างมาก เราเลยปูเสื่อที่เตรียมมาวางเพิ่ม เผื่อนอนกองกันหรือทำอะไรก็สะดวก
ข้างแพมีบันไดลงน้ำกับ เชือกไวโหนกระโดดแบบทาซาน แถมมีเรือคายัคเล็กๆ ให้พายเล่นฟรี
เราวางของเสร็จก็ลงเล่นน้ำกันทันที ร้อนขนาดนี้ทนไม่ไหว.ตกเย็นเราสั่งหมูกระทะเซ็ตใหญ่กับน้ำแข็งส่งขึ้นแพ ช่วงที่เรารอหมูกระทะ เราก็กินเหล้าผสมน้ำแข็งก่อนเลย กับกลับแกล้มที่เตรียมมาเองแดดยังร้อนอบอ้าว แม้จะตกเย็นแล้ว ลมจากเขื่อนพัดเบา ๆ แต่เหงื่อยังไหล
พอกินเหล้ากันไปได้สักพัก ก็เริ่มร้อนขึ้น ยิ่งอากาศร้อนๆแบบนี้ทำให้ร้อนไปกันใหญ่
“เฮ้ย ร้อนชิบหาย ” ไอ้อ้นพูด แล้วถอดเสื้อโยนทิ้ง เผยกล้ามอกดำแดงเปียกเหงื่อ ตามด้วยไอ้ตี๋ที่ถอดตาม นั่งเปลือยท่อนบนกินเหล้า ผมไม่รอช้า ถอดตามบ้าง เรานั่งกินไปคุยไป หัวเราะลั่น
เหล้าครึ่งขวดผ่านไปเร็วมาก ตอนนี้ไอ้อ้นเริ่มจะเมา ลุกขึ้นยืนยืดตัว
“กูร้อนว่ะ ถอดกางเกงด้วยละกัน ลุงบอกตามสบายนี่หว่า” แล้วรูดกางเกงขาสั้นลงทิ้ง ตัวเปลือยสนิทยืนกินเบียร์ต่อ ควยใหญ่ ๆ หมอยล้นๆ ของมันโผล่ออกมาทันที ตามลมเย็นที่พัดมา หมอยดำหนาเปียกเหงื่อเล็กน้อยและไอ้อ้นมันก็โหนเชือกกระโดดลงเล่นน้ำ
ไอ้ตี๋หัวเราะ “เอาวะ น่าสนุก…. กูไปด้วย” ไอ้ตี๋ถอดกางเกงตามออกตาม แล้วกระโดดลงน้ำด้วยเช่นกัน
เมื่อผมเห็นเพื่อนทั้งสองคนผมกระโดดลงน้ำแล้ว มีเหรอที่ผมจะไม่กระโดดลงตามผมก็ได้ถอดกางเกงออกแล้วกระโดดลงเล่นน้ำตามไป
เราสามคนเล่นน้ำไปสักระยะ น้ำเย็นตัดความร้อนอบอ้าวของเดือนพฤษภาคมได้ดีมาก ลอยคอหงายหลังโชว์กันไปมา ควยขยับไปมา ตามคลื่นน้ำ.ไอ้อ้นว่ายนำหน้า เล่นน้ำกัน สาดน้ำใส่หน้าไอ้ตี๋แรงๆ “เฮ้ย สปีดมึงดรอปว่ะไอตี๋ เห็นควยขาวๆ มึงลอยเด่นเชียว”
ไอ้ตี๋ได้ยินก็หัวเราะร่วน
แล้วว่าย ไล่น้ำสาดน้ำใส่กลับไอ้อ้นส่วนผมลอยคออยู่ตรงกลาง ดูบรรยากาศรอบๆมองเพื่อนสองคนแกล้งกันมองเห็นฝั่งตรงข้ามที่เริ่มมีคนออกมาเก็บของที่ตากเอาไว้ ความเสียวที่อาจมีคนมองมาเริ่มค่อย ๆ ก่อตัวในท้องน้อย.เล่นไปได้สักยี่สิบนาที เราถึงค่อยว่ายกลับขึ้นแพ นั่งพักหอบ บนชานไม้ แต่ยังร้อนอยู่ดี ไอ้อ้นนั่งขาแยกกว้าง นั่งเปลือยสนิทนั่งจิบเบียร์ต่อ ควยใหญ่ ๆ ดำ ๆ กระเพื่อมขึ้นตามลมหายใจ
เราสามคนนั่งแก้ผ้าล้อมโต๊ะ จิบเบียร์คุยกันเสียงดัง หัวเราะลั่นถึงเรื่องตอนล่องเรือที่โชว์น้องโจไปเมื่อบ่าย
กำลังเมาได้ที่ มีเสียงฝีเท้าเบา ๆ ดังมาจากทางเดินไม้เชื่อมแพ เด็กผู้ชายสองคน อายุประมาณ ม.ปลาย ผิวแทน ๆ รูปร่างผอมสูงแต่ยังดูเด็ก ๆ สวมเสื้อยืดเก่า ๆ กับกางเกงขาสั้น ช่วยกันยกถาดใหญ่ขนเซ็ตหมูกระทะ เนื้อหมู ผักสด ๆ และเครื่องดื่มเพิ่มเติมมองดูแล้วน่าจะเป็นหลานหรือลูกของลุงเจ้าของแพ เพราะหน้าตาและสำเนียงคล้ายกันมาก
เด็กคนแรกที่ยกถาดนำหน้า เห็นเราสามคนนั่งเปลือยกายตั้งแต่ไกล ๆ ก็ชะงักนิด ๆ ตาเบิกกว้าง มองตรงไปที่ไอ้อ้นที่นั่งยอง ๆ ขาแยกกว้างสุด ควยใหญ่ดำ ๆ วางพาดลูกอัณฑะหนัก ๆ หมอยดำหนาเปียกน้ำเขื่อนยังเป็นมันวาว เด็กคนนั้นหน้าแดงก่ำทันที หูแดง มือสั่นเล็กน้อยตอนวางถาดลงโต๊ะ สายตาเหลือบมองไม่กระพริบแต่รีบหลบตา กลืนน้ำลายดังอึกเหมือนตกใจผสมเขินจัด
เด็กคนที่สองตามมา ยกถังน้ำแข็งเพิ่ม วางลงแล้วยืนตัวเกร็ง มองไปที่ไอ้ตี๋ที่นั่งไขว่ห้างแต่หัวควยถอกขาว ๆ ชี้ขึ้นนิด ๆ ผิวขาวเป็นมันจากน้ำกับเหงื่อ เด็กคนนี้หน้าแดงยิ่งกว่าเพื่อน ตาโตกลม รีบก้มหน้าทำเนียนจัดเรียงของแต่แอบเหลือบมอง
ผมที่ยืนลุกขึ้นยืดตัวรับของจากน้อง ควยลอยเด้งตามจังหวะก้าว น้ำเขื่อนยังหยดติ๋ง ๆ จากปลาย
เราสบาย ๆ มาก ไม่ได้บังอะไร ไอ้อ้นยิ้มกว้าง “ขอบคุณครับน้อง หนักมั้ย ขนมาไกล”
แล้วลุกขึ้นยืนเต็มตัวรับเครื่องดื่มเพิ่ม เด็กทั้งสองยิ่งตัวเกร็งหนัก หน้าแดงจนเหมือนจะระเบิด มองควยใหญ่ ๆ ของไอ้อ้นที่เด้งตามจังหวะยื่นมือรับของ ต่างคนต่างกลืนน้ำลายดังอึก ๆ เหมือนไม่เคยเจอแขกแก้ผ้าโชว์กันแบบเปิดเผยขนาดนี้มาก่อน
เด็กคนแรกพูดติด ๆ ขัด ๆ “ไ-ไม่หนักครับ… กินให้อร่อยนะครับ” ก่อนรีบหันหน้าหนี แต่ยังหันมามองอีกหลายทีตอนเดินกลับ ไอ้ตี๋แซวเบา ๆ “น้อง ๆ เขินจนตัวสั่นเลยว่ะ คงคิดในใจว่าพวกพี่บ้า”
เด็กทั้งสองเดินกลับไป เราหัวเราะกันลั่นแพสั่น “เฮ้ย มึงเห็นมั้ย เด็กคนนั้นมองควยกูไม่กระพริบเลยว่ะ หน้าแดงเหมือนมะเขือเทศสุก” ไอ้อ้นพูดแล้วยกเบียร์ขึ้นดื่มอึกใหญ่
เราจุดเตาหมูกระทะ กินกันต่อแบบแก้ผ้าแบบนั้นแหละ คีบเนื้อหมูสามชั้นขึ้นมาย่างจนมันเยิ้ม สิ่งกลิ่นหอบอบอวยไปทั่ว ผักสดกรอบๆ เบียร์เย็นๆ เรายกซดกันรัวๆ แก้วต่อแก้ว
พวกเรานั่งกินกันแบบชิวๆ บางคนก็นั่งชันเข่า นั่งอ้าขารอบโต๊ะ เห็นควยทุกคนอล่างฉ่าง ขยับไปมาตามจังหวะการเคลื่อนไหวและหัวเราะ
ไอ้อ้นลุกขึ้นมายืนย่างเนื้อบ้าง นั่งบ้าง โชว์กล้ามสะโพกกลม ๆ กับควยใหญ่เด้งๆส่วนไอ้ตี๋นั่งยองๆ จิบเบียร์ มือลูบกล้ามท้องตัวเองเรอออกมาเบาๆ บางครั้งผมยืนมาพิงราวริมแพ ยกแก้วเบียร์ดื่มเหม่อมองไปยังฝั่งตรงข้าม ที่ตอนนี้เริ่มมีชาวบ้านออกมาทำกิจวัตรประจำวันช่วงเย็นๆ ผมมองเห็นเป็นเงาคนสองคนในแสงไฟสลัวๆ
ต่างกับไฟในแพริมน้ำผม ที่ถูกเปิดอย่างสว่างไสวส่องชัด พวกเราตัวเปลือยภาพใต้โคมไฟแพสว่างจ้าถ้าชาวบ้านฝั่งตรงข้ามตั้งใจมองเข้ามา ก็คงเห็นทุกอย่างชัดเจน
ไอ้อ้นลุกไปยืนพิงราวแพ มองฝั่งตรงข้าม “เฮ้ย มองดี ๆ เห็นบ้านคนชัดเลยว่ะ ถ้ามีคนถือกล้องส่องมาคงเห็นควยเต็ม ๆ”
ไอ้ตี๋แซว “แล้วมึงไม่กลัวเหรอวะ หรือชอบ?”
ไอ้อ้นยิ้มเจ้าเล่ห์ “ชอบสิวะ เสียวดี”
เรานั่งกินหมูกระทะกันต่อแบบเปลือยกายสนิทไปอีกสักพัก เบียร์เย็น ๆ ซดกันรัว ๆ จนเมาได้ที่ เนื้อหมูย่างฉู่ฉี่ กลิ่นหอมลอยฟุ้งไปทั่วแพ ไอ้อ้นยืนย่างเนื้อเพิ่ม นั่งยอง ๆ บ้าง ยืนโชว์กล้ามสะโพกบ้าง ควยใหญ่ ๆ เด้งตุ๊บ ๆ ตามจังหวะพลิกเนื้อ ไอ้ตี๋นั่งไขว่ห้างแต่ขาแยกกว้างพอให้เห็นควยขาว ๆ ชัดเจน มือถือแก้วเบียร์ยกขึ้นจิบ ผมยืนพิงราวไม้ข้างโต๊ะ มองวิวเขื่อนแสงอาทิตย์ค่อยๆลับฟ้าไป
ทันใดนั้น ไอ้ตี๋หันไปมองฝั่งตรงข้ามก่อน “เฮ้ย มึงดูสิ ชาวบ้านออกมาเก็บผ้าตากอีกแล้ว” มันกระซิบเสียงเบาแต่ตื่นเต้น
เราหันไปมองตาม ห่างออกไปฝั่งตรงข้ามเขื่อนเห็นบ้านไม้ยกสูงหลังหนึ่ง ไฟหน้าบ้านส่องสว่างจ้า มีผู้หญิงวัยกลางคนกับผู้ชายอีกคน (น่าจะเป็นสามีภรรยากัน ) กำลังยืนเก็บผ้าที่ตากไว้บนราวไม้หน้าบ้าน ผู้หญิงยกผ้าถุงผืนใหญ่พับเก็บ ผู้ชายช่วยยกราวลง
เราเห็นพวกเขาหันหน้ามาทางแพเราโดยบังเอิญ
ไอ้อ้นยิ้มเจ้าเล่ห์ “เฮ้ย เขาหันมามองว่ะ” มันกระซิบแล้วแกล้งลุกขึ้นยืนตัวตรง ยิบจานขึ้นมากิน หันหน้าไปหาฝั่งตรงข้ามเต็ม ๆ ควยใหญ่ ๆ ลอยเด้งตามลมเย็นที่พัดมา กล้ามอกดำแดงเป็นมันวาวใต้แสงไฟ มือยังถือตะเกียบพลิกเนื้อทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้
ผู้ชายฝั่งนั้นหยุดมือ หันมามองทางแพนานหน่อย เหมือนเห็นอะไรแปลก ๆ แล้วกระซิบอะไรกับเมีย ผู้หญิงหันตามมา มองตรงมาที่เรา ก่อนรีบหันหน้าหนี แต่ยังแอบเหลือบมองอีกครั้ง สองคนยืนนิ่งไปชั่วขณะ เหมือนตกใจแต่ก็อดมองไม่ได้
ไอ้ตี๋หัวเราะเบา ๆ ในคอ “เห็นชัดเลยว่ะ เขามองควยไอ้อ้นแน่ๆ”
ผมรู้สึกเสียววูบขึ้นมาทันทีที่ท้องน้อย ควยที่กำลังลอยตุ๊บ ๆ แข็งขึ้นนิด ๆ โดยไม่ต้องแตะ “เฮ้ย เสียวชิบหาย ถ้าเขาถือกล้องส่องทางไกลมาคงเห็นทุกอย่างชัดแจ๋ว”
ไอ้อ้นไม่รอช้า แกล้งเดินไปยืนตรงราวแพที่โล่งที่สุด หันหน้าเข้าฝั่งตรงข้าม ยืดตัวยาวโชว์กล้ามโชว์ควยเต็มชาวบ้านทั้งสองรีบเก็บผ้ากันเร็วขึ้น ผู้ชายหันมามองอีกที ยืนนิ่งไปพักหนึ่งก่อนเดินเข้าบ้าน ผู้หญิงตามเข้าไปแต่ยังหันมามองทางแพอีกหลายที ก่อนปิดประตูบ้าน
เราสามคนหัวเราะร่วนกันจนแพสั่น “เฮ้ย เขาต้องตกใจแน่เลยว่ะ เห็นผู้ชายสามคนแก้ผ้าย่างหมูกระทะกันกลางคืนแบบนี้ คงคิดว่าพวกกูบ้า หรือไม่ก็เงี่ยนจัด”
ไอ้ตี๋ยกเบียร์ขึ้นชนแก้ว “แต่กูเสียวแทนเลยวะ โดยเฉพาะผู้หญิงคนนั้น มองควยมึงอ้นไม่กระพริบเลย”
ไอ้อ้นยิ้มกริ่ม ยืนโชว์ต่ออีกพัก “กูว่าคืนนี้เขาคงนอนไม่หลับ คิดถึงควยกูแน่”.ความเสียวจากสายตาชาวบ้านที่แอบมองมานั้นยังค้างอยู่ในตัวเรา ควยทุกคนแข็งขึ้นครึ่งท่อนโดยไม่ต้องแตะ เรานั่งกินต่อไปช้า ๆ เบียร์ซดกันเพิ่ม หัวเราะคิกคักกันไป แต่รู้ดีว่าคงมีคนแอบมองจากบ้านตรงข้าม
หลังจากกินหมูกระทะเสร็จ เราสามคนนั่งอึดอัดแน่นท้องกันไปหมด เนื้อหมูสามชั้นย่างจนมันเยิ้ม เครื่องเคียงต่างๆ เรากินกันจนเกลี้ยงถาด เหล้าหมดไปหนึ่งขวดเต็ม ๆ เบียร์อีกครึ่งลังซัดกันรัว ๆ จนขวดเบียร์ วางกองระเกะระกะรอบโต๊ะไม้
ตอนนี้ทุกคนเริ่มเมาได้ที่…. ไอ้อ้นตาแดงก่ำ พูดจาอ้อแอ้ หัวเราะคิกคักไม่หยุด ตัวเปียกเหงื่อ ไอ้ตี๋แก้มแดงระเรื่อ นั่งยอง ๆ ขาแยกกว้าง ควยขาว ๆ วางพาดลูกอัณฑะหนัก ๆ เห็นชัดเจนใต้แสงโคมไฟแพที่สว่างจ้า ผมเองก็รู้สึกมึนหัวนิด ๆ ท้องน้อยเสียววูบ ๆ จากความเมาและบรรยากาศเย็น ๆ จากลมเขื่อนที่พัดเข้ามา
ไอ้อ้นลุกขึ้นยืนยืดเส้นยืดสายก่อน ตัวเปลือยสนิท กล้ามอกแน่น ๆ ดำแดงเป็นมันวาวจากเหงื่อ กล้ามท้องเป็นลอนชัดเจนกระเพื่อมตามลมหายใจหอบ ๆ “เฮ้ย… กูปวดเยี่ยววะ ” มันพูดเสียงแหบ แล้วเอามือลูบ ๆ หน้าท้องตัวเองช้า ๆ เลื่อนลงไปลูบโคนขา ลูบหมอยดำหนาที่รกรุงรังรอบโคนควยใหญ่ ๆ ของมัน หมอยเปียกเหงื่อติดกันเป็นก่อ ๆ ยิ่งดูดิบ ๆ เซ็กซี่ ควยมันที่ยังอ่อนตัวอยู่ๆ หนัก ๆ ตามจังหวะยืนเซ ไปที่ราวจับริมแพ หนังหุ้มปลายเลื่อนไปมานิด ๆ เพราะเมาและตื่นเต้น
ไอ้ตี๋หัวเราะร่วน ลุกขึ้นยืนตาม“กูไปด้วย แต่กูว่าพวกมึงดูฝั่งตรงข้ามก่อนสิ” มันกระซิบเสียงต่ำ
หันหน้าไปทางบ้านตรงข้ามเขื่อน ห่างแค่ 60-70 เมตร ไฟบ้านส่องสว่าง เรามองตาม เห็นผู้หญิงคนนั้นกับผู้ชาย ที่เก็บผ้าเมื่อกี้ กำลังยืนคุยกันหน้าบ้าน เหมือนเพิ่งเสร็จจากงานบ้าน ผู้ชายหันมามองทางแพเรา เห็นชัดว่าตาเขาหยุดนิ่งนานหน่อย ก่อนกระซิบอะไรกับเมีย เมียหันตามมา มองตรงมาที่เรา ตาเบิกกว้างนิด ๆ แล้วรีบหันหน้าหนี แต่ยังแอบเหลือบมองอีก ผู้ชายยืนกอดอก มองไม่กระพริบ เหมือนสนใจแต่ทำเนียน
“เฮ้ย… เขาแอบมองอยู่จริงว่ะ” ผมกระซิบเสียงสั่น ๆ ความเสียวพุ่งขึ้นทันที ท้องน้อยวูบวาบ ควยที่กำลังอ่อนตัวเริ่มแข็งขึ้นช้า ๆ ผมยืนตรง หันหน้าเข้าฝั่งตรงข้ามเต็มๆ
ไอ้อ้นไม่รอช้า ยิ้มเจ้าเล่ห์ แล้วเดินไปยืนตรงราวแพที่โล่งที่สุด หันหน้าเข้าฝั่งตรงข้ามเต็มตัว ควยใหญ่หนักลอยเด้งชัดเจนใต้แสงไฟ “กูว่าพวกเขาชอบดูว่ะ เผื่อเมียเขาชอบดูควยใหญ่ ๆ แบบกู” มันพูดแล้วเอามือลูบหมอยตัวเองช้า ๆ ลูบลงไปจับโคนควยบีบเบา ๆจับควยยืนเยี่ยว แอ่นควยพร้อมกับลูบกล้ามอกตัวเองเบาๆ
ตอนนี้ไอ้อ้นมันแกล้งโชว์ให้ชัด ควยมันเริ่มแข็งขึ้นครึ่งท่อน หัวบานอมม่วงโผล่พ้นหนังหุ้มปลาย น้ำเยี่ยวสีใส่ไหลออกมาจากปลายควยหมอยดำหนารอบโคนยิ่งเห็นชัดเพราะตัวมันเปียกเหงื่อเป็นมันวาว ชาวบ้านฝั่งนั้น ผู้ชายยืนนิ่งกว่าเดิม มองไม่วางตา เมียเขาหันมามองอีกที หน้าแดงก่ำแต่ยืนดูต่อไม่หนี
ไอ้ตี๋ไม่ยอมแพ้ เดินไปยืนข้างๆไอ้อ้น ยืดตัวยาวโชว์กล้ามท้องขาว ๆ เป็นลอนยืนเยี่ยว เอามือลูบลูกอัณฑะตัวเองเบา ๆ บีบคลึงช้า ๆ “กูว่าผู้ชายคนนั้นก็มองกูไม่กระพริบเลยว่ะ หมอยกูโกนเกลี้ยงแบบนี้ เขาคงชอบดูสะอาด ๆ”
ควยเด้งกระตุกนิด ๆ ตามจังหวะบีบ แล้วมันก็ปล่อยให้เยี่ยวไหลออกมา พุ่งลงไปยังน้ำในเขื่อน
พอผมเห็นสองคนนั้นลุกไป ผมก็เดินตามไปเพราะว่าก็เริ่มปวดฉี่เหมือนกัน …ตอนนี้เรายืนเรียงกันสามคนที่ราวแพ หันหน้าเข้าฝั่งตรงข้ามเต็ม ๆ ความเมาทำให้กล้าได้ใจ ตัวเปลือยแก้ผ้าสามคน
ควยสามอันเยี่ยวพร้อมๆกันผมเอามือลูบควยตัวเองช้าจับส่ายไปมา แล้วแกล้งโชว์
“เฮ้ย เสียวว่ะ รู้ว่าเขามองอยู่แบบนี้ ควยกูแข็งหมดเลย” ไอ้อ้นพูดหลังจากเยี่ยวกำลังจะเสร็จ และกำลังจับควยถอกเข้าๆออกๆ รีดน้ำเยี่ยวออกจดหมด ควยเด้งตามจังหวะชัก หัวบานเปียกเยิ้มน้ำเยี่ยวปนน้ำเงี่ยนใส ๆ
เราเห็นชาวบ้านผู้ชายฝั่งตรงข้ามเดินเข้าไปในบ้านแต่เปิดหน้าต่างกว้าง เห็นเงาราง ๆ เหมือนยืนแอบมองจากในม่าน เมียเขายืนหน้าบ้านต่ออีกพัก เก็บของช้า ๆ แต่หันมามองทางเราไม่หยุด ตาไม่กระพริบ เรารู้ดีว่าเขาต้องเห็นชัดแน่ ๆ ระยะแค่นี้ แสงไฟจากแพสว่างขนาดนี้ เราก็ยืนโชว์ควยกันเต็ม ๆ ยืนชักควยช้า ๆ โชว์หมอย โชว์หัวบาน โชว์ลูกอัณฑะกันไปเรื่อย ๆ ความเสียวพุ่งสูงขึ้นทุกวินาที
ไอ้อ้นชักเร็วขึ้นนิด “กูว่ากูจะแตกเลยว่ะ เสียวชิบหาย เขามองกูอยู่แน่ ๆ” ควยมันกระตุกแรง มือบีบแน่นรอบโคน หมอยดำหนารอบ ๆ โคนยิ่งเห็นชัดตอนเกร็ง
ไอ้ตี๋ชักตาม “กูด้วย มองเมียเขามองแบบนั้น กูเงี่ยนสุด ๆ” ควยขาว ๆ เด้งถี่ หัวบานอมชมพูเยิ้มน้ำเงี่ยนไหลยาว
ผมชักตาม “แตกเลยมึง โชว์ให้เขาดูเต็ม ๆ”
เราชักกันถี่ ๆ ยืนเรียงกันเปลือยกายโชว์ฝั่งตรงข้าม น้ำแตกพุ่งกระจายลงพื้นแพทีละคน ไอ้อ้นแตกก่อน น้ำขาวข้นพุ่งแรงหลายชุด เลอะพื้นไม้ติ๋ง ๆ ไอ้ตี๋ตามมา น้ำใส ๆ พุ่งยาว ผมแตกสุดท้าย น้ำอุ่น ๆ กระจายลงพื้นไหลพุ่งลงน้ำ เราหอบหายใจหอบเหนื่อย ยืนตัวสั่น มองฝั่งตรงข้ามที่ตอนนี้ไฟบ้านดับลง แต่รู้ดีว่าพวกเขาคงเห็นหมดทุกอย่าง ..หลังจากน้ำแตกพุ่งกระจายลงพื้นแพ เราสามคนยืนหอบหายใจหอบเหนื่อยกันอยู่ตรงราวแพ ตัวเปลือยสนิทสั่นระริกนิด ๆ จากความเสียวซ่านที่ยังค้างคา
ไอ้อ้นรูดหนังหุ้มปลายรูดกลับลงครึ่งทาง จับหัวบานม่วงเข้มยังกระตุกค้างเบาๆ สะบัดเอาน้ำขาวข้นอุ่นๆ ยังไหลเยิ้มติดปลายหยดติ๋งลงพื้นไม้แพ หมอยดำหนารกรุงรังรอบโคนยังเปียกเหงื่อติดกันเป็นก่อ ๆ ยิ่งดูดิบ ๆ เซ็กซี่ตอนเมาแบบนี้ ลูกอัณฑะหนักๆ ห้อยตามจังหวะหอบ ขาแยกกว้างยืนเกร็ง ผิวหนังทั้งตัวเป็นมันวาวจากเหงื่อผสมน้ำเขื่อน
ไอ้ตี๋ยืนข้างๆ หน้าแดงก่ำจากความเมาและความเงี่ยน มือซ้ายยังบีบลูกอัณฑะตัวเองเบา ๆ มือขวารีดหยดสุดท้ายจากควยขาว ๆ ที่ยังกระตุกค้าง หัวบานอมชมพูเปียกเยิ้มน้ำใส ๆ ขุ่น ๆ หมอยสั้นจิ๋วที่โกนเกลี้ยงเกือบหมดรอบโคนแดง ๆ นิดๆ จากการระคายเคือง ขาแยกกว้างยืนเซๆ
ผมยืนข้าง ๆ อีกคน หายใจหอบถี่ กล้ามท้องเกร็งหด หน้าแดงร้อนผ่าว มือยังกำควยตัวเองแน่น รีดหยดสุดท้าย หัวบานเปียกเยิ้มใสๆ ควยเด้งกระตุกเบา ๆ ลูกอัณฑะห้อยตามจังหวะยืน ขาแยกกว้างเพื่อยืนให้มั่นคงเพราะเริ่มมึนหัวจากเหล้ากับเบียร์
เรายืนมองหน้ากันหัวเราะเบา ๆ ในคอ แล้วไอ้อ้นพูดเสียงแหบ “เฮ้ย… เสียวชิบหาย แต่กูยังหิวเบียร์อยู่เลยวะ ไปกินต่อป่ะ”
มันเดินนำหน้าเซ ๆ นิด ๆ เพราะเมา กล้ามสะโพกกลม ๆ โยกเยกตามจังหวะก้าวๆ ไอ้ตี๋เดินตาม หัวเราะคิกคัก ตัวขาว ๆ โยกตาม ขาแยกกว้างเพราะเมา ผมเดินปิดท้าย มองฝั่งตรงข้ามอีกที เห็นบ้านนั้นไฟดับลงสนิท แต่รู้สึกเหมือนมีเงาคนแอบมองจากหน้าต่างมืด ๆ ความเสียวนั้นยังค้าง ทำให้ควยผมแข็งค้างต่ออีกนิด
เรานั่งลงที่ชานบ้านข้างอ่างอาบน้ำอีกครั้ง โต๊ะไม้ยังมีเบียร์เหลือครึ่งลังวางกองระเกะระกะ เราหยิบเบียร์ขวดใหม่มาเปิดซดกันต่อ ไอ้อ้นนั่งยอง ๆ ขาแยกกว้างสุด ควยใหญ่วางพาดพื้นไม้เปียก ๆ มือยกแก้วขึ้นกระดกอึกใหญ่ แล้วเอามือลูบหมอยตัวเองเล่น ๆ
“กูว่าคืนนี้พวกบ้านตรงข้ามคงนอนไม่หลับ คิดถึงพวกกูโชว์แน่ ๆ” ไอ้ตี๋นั่งหงายหลังพิงกำแพงไม้ ขาแยกกว้าง ควยขาวชี้พาดต้นขา“กูคิดภาพตามแล้วเสียวแทนเลยวะ ผู้หญิงคนนั้นมองกูไม่กระพริบเลย คงชอบดูควยขาว ๆ แบบกู”
ผมเองซดเบียร์ตาม นั่งขาแยกกว้าง มือลูบโคนขาเล่น ๆ “เฮ้ย กูว่ากูเมาแล้วว่ะ เหมือนโลกหมุน” ความเมาพุ่งทวีขึ้นอย่างรวดเร็วจากเหล้าและเบียร์ที่ผสมปนกัน เราคุยกันต่อเสียงดัง พูดคุยเรื่องทั้วๆไป เรื่องตลก หัวเราะลั่นแพ คุยถึงเรื่องเสียวๆคุยไปคุยมา ผมเริ่มรู้สึกมึนหัวหนัก
ผมนั่งพักสายตาเอนหลังพิงเสาไม้ ตัวเปลือยสนิท ขาแยกกว้าง ควยลอยเด้งตามลมหายใจ ลูกอัณฑะห้อยต่ำ ควยพาดไปบนต้นขา น้ำเงี่ยนไหลเยิ้มติดต้นขาเป็นหยดๆ ภาพเริ่มพร่ามัว เสียงเพื่อนหัวเราะดังไกลๆ ขึ้น แล้วทุกอย่างก็ตัดไปมืดสนิทไป…....
ขอบคุณมากเลยครับที่แบ่งปันเรื่องราวสนุกๆ ขอบคุณครับ สนุกครับ สนุกเหมือนเคยเลยครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ สนุกมากครับ สนุกมากครับ รอตอนต่อไป ขอบคุณครับ โอ จะมีปะกันเองไหมนะ ขอบคุณครับ ชอบๆๆ เคยไปสังขละครั้งเดียว เพื่อนผู้ชายก็แบบนี้อ่ะครับ ไม่อายกัน อยากไปบ้างครับ ขอบคุผนครับ น่าติเตามตลอด อยากมีเพื่อนทำอะไรแบบนี้บ้างเลย
หน้า:
[1]
2