ความรักของหมออนามัย กับทหารม้า ตอนอวสาน
หลังจากคืนที่เรานอนเตียงเดียวกันคืนนั้นผ่านมาแล้วหลายวัน แต่สำหรับผม ความทรงจำมันยังชัดเจนเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน เราไม่ได้มีอะไรเกินเลยกันเลยทุกอย่างเป็นแค่การนอนพักผ่อนธรรมดา ๆ แต่สำหรับผม มันไม่ธรรมดาเลย ผมยังจำความรู้สึกของเช้าวันนั้นได้ดีความอบอุ่นของร่างกายผู้ชายที่นอนอยู่ข้าง ๆความแน่นของแขนที่พาดอยู่รอบตัวผมตอนที่เขาหลับสนิท มันเป็นความใกล้ชิดที่ผมไม่เคยได้รับมาก่อนและมันทำให้ผมรู้ตัวชัดขึ้นกว่าเดิมว่า ผมหลงรักพี่ทศมากแค่ไหน พี่ทศยังคงใช้ชีวิตตามปกติของเขาเขายังมีแฟนสาวที่คบกันอยู่ และผมก็เห็นได้ชัดว่าพี่เขาปฏิบัติต่อเธอดีมากเป็นแฟนที่ดูแลกันอย่างจริงใจ ผมไม่เคยคิดจะเข้าไปทำลายอะไรตรงนั้น แต่ความรู้สึกในใจผมก็ยังเหมือนเดิมผมยังอยากอยู่ใกล้พี่เขา ยังอยากใช้เวลาอยู่กับผู้ชายคนนี้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้เช้าวันหนึ่งผมคิดถึงพี่ทศขึ้นมาอีกผมเลยโทรไปชวนพี่เขาไปขี่ม้าอีกครั้งตอนเย็นหลังเลิกงานแต่พี่ทศบอกว่าช่วงนี้เขาต้องไปสัมมนาที่ประจวบผมเงียบไปแป๊บหนึ่งก่อนจะพูดออกไปแบบครึ่งเล่นครึ่งจริง“งั้นผมไปด้วยได้ไหมครับพี่ ผมลางานไว้หลายวันอยู่แล้ว”พี่ทศหัวเราะเบาๆ “ถ้านิวอยากไปเที่ยวก็ไปสิ”ผมตอบตกลงทันที การเดินทางครั้งนั้นทำให้ผมได้ใช้เวลาอยู่กับพี่ทศเกือบทั้งวันหลังจากพี่เขาเสร็จธุระจากการสัมมนา เราก็ออกไปเดินเล่นที่ชายหาด ลมทะเลพัดแรงพอสมควรกลิ่นน้ำเค็มของทะเลลอยอยู่ในอากาศ พี่ทศเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดสบาย ๆสำหรับเล่นน้ำ ผมมองพี่เขาอยู่พักหนึ่ง รูปร่างของคนที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอมันเห็นชัดมากในแสงแดดของชายหาดกล้ามแขนที่แน่น ไหล่กว้าง ลำตัวที่ดูแข็งแรง กางเกงที่เขาใส่สำหรับลงเล่นน้ำแนบกับรูปร่างมากกว่าที่ผมคิดทุกครั้งที่พี่ทศเดินหรือขยับตัวเนื้อผ้าก็เคลื่อนไหวตามรูปทรงของร่างกายเขา ผมมองภาพนั้นเงียบ ๆ อยู่หลายครั้ง มันเป็นภาพที่ดึงสายตาผมได้ง่ายมากความทรงจำจากสระว่ายน้ำ จากสนามม้า จากคืนนั้นที่บ้านผม ทุกอย่างมันผุดขึ้นมาในหัวพี่ทศดูไม่ได้คิดอะไรกับเรื่องพวกนี้เลยเขาใช้ชีวิตแบบสบายๆ ไม่ได้ระวังตัวอะไรเป็นพิเศษ สำหรับเขามันอาจจะเป็นเรื่องธรรมดาของผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังมาเที่ยวทะเล แต่สำหรับผม มันเป็นช่วงเวลาที่ทำให้ผมรู้สึกมีความสุขอย่างมากเราเดินเล่นริมชายหาดสักพักก่อนจะไปนั่งพักใต้ต้นไม้ผมหันไปพูดกับพี่ทศแบบเล่น ๆ“ขอนอนหนุนตักพี่หน่อยได้ไหมครับเดินจนเหนื่อยเลย” พี่ทศหัวเราะแล้วพยักหน้า“เอาสิ”ผมเอนตัวลงนอน ศีรษะของผมวางอยู่บนตักของพี่เขาจากมุมที่ผมนอนอยู่ ผมสามารถเห็นร่างกายของพี่ทศในระยะใกล้มาก ผมเงยหน้ามองขึ้นไปเห็นแสงแดดลอดผ่านใบไม้เห็นท้องฟ้าสีฟ้าแล้วก็เห็นผู้ชายคนหนึ่งที่ผมนอนหนุนตักอยู่หัวใจผมเต้นเร็วขึ้น พี่ทศนั่งอยู่เฉย ๆมองทะเลไปข้างหน้า บางครั้งเราก็คุยกันเรื่องทั่วไป เรื่องงาน เรื่องกีฬาเรื่องชีวิตประจำวัน สำหรับเขา มันคงเป็นช่วงเวลาพักผ่อนธรรมดา ๆ แต่สำหรับผม มันเป็นช่วงเวลาที่มีค่ามากเพราะผมได้อยู่ใกล้ผู้ชายที่ผมชอบมากที่สุด หลังจากพักกันสักพัก พี่ทศก็บอกว่า“ไปลงน้ำกันอีกไหม”ผมลุกขึ้นนั่งแล้วพยักหน้าเราวิ่งลงไปที่ทะเล น้ำทะเลเย็นกว่าที่คิดนิดหน่อย เราหยอกล้อกันเหมือนเพื่อนที่มาเที่ยวด้วยกันสาดน้ำใส่กันบ้าง หัวเราะกันบ้าง พี่ทศดูสนุกมาก ผมเองก็รู้สึกสนุกเหมือนกัน เสียงคลื่นเสียงลม และเสียงหัวเราะของเราสองคนผสมกันอยู่ตรงนั้น ผมมองพี่ทศหลายครั้งในระหว่างที่เราเล่นน้ำผู้ชายที่ผมรักกำลังยืนอยู่ตรงหน้าผม กำลังหัวเราะ กำลังเล่นน้ำอย่างมีความสุข และในตอนนั้นผมก็รู้สึกชัดเจนมากว่า แค่ได้อยู่ใกล้เขา ได้ใช้เวลาแบบนี้ด้วยกันสำหรับผม มันก็เพียงพอแล้วหลังจากเล่นน้ำทะเลกันจนเหนื่อยตัวเราทั้งคู่ก็เต็มไปด้วยทรายและคราบเกลือของน้ำทะเล พอเดินกลับเข้าที่พักพี่ทศก็บอกว่า“ไปอาบน้ำก่อนเถอะ เดี๋ยวตัวจะเหนียวหมด”ห้องน้ำในที่พักไม่ได้ใหญ่มากเป็นห้องอาบน้ำธรรมดาที่มีฝักบัวติดผนัง เราเลยต้องอาบพร้อมกันตอนแรกผมพยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุดแต่ในใจจริง ๆ มันตื่นเต้นมาก ผู้ชายที่ผมหลงรักกำลังยืนอยู่ใกล้ผมแค่ไม่กี่ก้าว เสียงน้ำจากฝักบัวดังสม่ำเสมอไอน้ำเริ่มลอยอยู่ในห้องน้ำ ผมหันไปมองแผ่นหลังของพี่ทศ แผ่นหลังของคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำมันดูแข็งแรงมากไหล่กว้าง กล้ามเนื้อที่หลังเห็นเป็นแนวชัดเวลาเขาขยับแขน ผมสูดหายใจเบา ๆก่อนจะพูดออกไป“พี่ทศ…เดี๋ยวผมถูหลังให้ไหมครับ”พี่ทศหันมายิ้มแบบสบาย ๆ“เอาสิขอบใจมากนะ” ผมบีบสบู่ลงบนฝ่ามือ ตอนที่มือผมวางลงบนแผ่นหลังของพี่ทศครั้งแรกมือผมสั่นเล็กน้อยโดยที่ผมเองก็รู้ตัว ผมพยายามทำท่าทางเหมือนเป็นเรื่องธรรมดาแต่ในใจมันไม่ธรรมดาเลยความรู้สึกของฝ่ามือที่สัมผัสกับผิวของผู้ชายที่ผมชอบมากมันทำให้หัวใจผมเต้นแรงอย่างควบคุมไม่ได้ ผมค่อย ๆ ถูสบู่ไปตามแผ่นหลังของพี่เขาผิวของพี่ทศอุ่นจากน้ำอุ่นกล้ามเนื้อที่หลังแน่นและแข็งแรงอย่างชัดเจนทุกครั้งที่ผมขยับมือผมรู้สึกเหมือนกำลังรับรู้ถึงความแข็งแรงของผู้ชายคนนี้ผ่านปลายนิ้วของตัวเอง ในหัวผมตอนนั้นเหมือนกำลังดำดิ่งลงไปกับความรู้สึกบางอย่างมันเป็นทั้งความตื่นเต้นความหลงใหล และความรู้สึกอบอุ่นที่อธิบายไม่ค่อยถูกผมค่อย ๆ ถูสบู่ไปตามไหล่ของพี่เขาตามแนวกล้ามเนื้อที่ลากลงมาที่หลังมือผมยังสั่นเล็กน้อย แต่ก็พยายามทำให้ดูเป็นปกติที่สุดพี่ทศยืนเฉย ๆปล่อยให้ผมถูหลังให้เหมือนเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับเขามันคงเป็นแค่การช่วยกันอาบน้ำแบบเพื่อนแต่สำหรับผม มันเป็นช่วงเวลาที่ผมรู้สึกใกล้ชิดกับผู้ชายคนนี้มากที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตพอผมถูเสร็จ พี่ทศก็บอกขึ้นว่า“เดี๋ยวพี่ถูหลังให้นิวบ้าง”ผมยังไม่ทันได้ปฏิเสธพี่เขาก็เริ่มบีบสบู่ลงบนมือแล้ววางมือลงบนหลังผมทันทีที่มือใหญ่ของพี่ทศสัมผัสที่หลังผมรู้สึกเหมือนตัวเองขนลุกขึ้นมาทันที มือของพี่เขาใหญ่และแข็งแรงมาก เวลาถูสบู่มือของเขาขยับไปตามแผ่นหลังของผมอย่างแข็งแรง ความรู้สึกนั้นมันทั้งอุ่นและหนักแน่นผมหลับตาไปชั่วขณะ พยายามควบคุมตัวเองไม่ให้แสดงอาการอะไรออกมา สำหรับพี่ทศมันคงเป็นแค่การช่วยถูสบู่ให้เพื่อน แต่สำหรับผม มันมากกว่านั้นมาก ทุกครั้งที่มือของเขาขยับผ่านแผ่นหลังผมรู้สึกเหมือนมีคลื่นบางอย่างวิ่งผ่านร่างกาย มันเป็นความรู้สึกที่ทั้งอบอุ่นทั้งทำให้หัวใจเต้นแรง แต่ก็ทำให้ผมรู้สึกมีความสุขอย่างมหาสาร หลังจากอาบน้ำเสร็จเราก็เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วออกมานั่งพัก คืนนั้นเราเข้านอนค่อนข้างเร็วเพราะทั้งวันเหนื่อยจากการเดินเล่นและเล่นน้ำทะเล เตียงในห้องพักก็ไม่ได้กว้างมาก เรานอนอยู่ข้างกันเหมือนคืนก่อนที่บ้านผมตอนที่ไฟในห้องปิดลง บรรยากาศก็เงียบลงทันที ไม่นานพี่ทศก็ค่อย ๆขยับตัวเข้ามาใกล้ แขนของเขาวางพาดมาที่ตัวผมเหมือนกำลังกอดน้องชาย ผมนอนนิ่งอยู่แบบนั้นรับรู้ถึงความอบอุ่นของร่างกายผู้ชายที่อยู่ข้าง ๆ การสัมผัสนั้นไม่ได้มีอะไรเกินเลยแต่มันใกล้มาก ใกล้จนผมรู้สึกเหมือนหัวใจตัวเองเต้นอยู่ในอกชัดเจน ผมนอนอยู่ในอ้อมแขนของพี่ทศแล้วก็รู้สึกถึงความสุขแบบเงียบ ๆความรู้สึกเหมือนตัวเองได้อยู่ในที่ที่ปลอดภัยเหมือนได้อยู่ใกล้คนที่ผมรักที่สุด ในใจผมตอนนั้นมีความคิดหนึ่งลอยขึ้นมา แม้ความรู้สึกนี้อาจจะเป็นแค่ด้านเดียวของผมแต่การได้อยู่ใกล้พี่ทศแบบนี้สำหรับผมมันก็เหมือนผมได้เก็บช่วงเวลาที่มีค่ามากที่สุดช่วงหนึ่งของชีวิตหลังจากคืนนั้นที่ประจวบความรู้สึกของผมยิ่งชัดขึ้นเรื่อย ๆ ตลอดเวลาที่เราใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันในทริปนั้นผมรู้สึกเหมือนตัวเองได้ใกล้พี่ทศมากกว่าที่เคยเป็น ไม่ใช่แค่เรื่องของระยะทางแต่เป็นความรู้สึกบางอย่างที่เริ่มเปลี่ยนไปทีละนิด ผมเริ่มสังเกตว่าพี่ทศเองก็ดูเงียบลงในบางช่วงเวลาบางครั้งเวลาที่เราอยู่ใกล้กันมากๆ พี่เขาจะนิ่งไปชั่วครู่เหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง วันหนึ่งตอนเย็นเรานั่งอยู่ที่ชายหาดเหมือนวันก่อน ลมทะเลพัดเบา ๆคลื่นซัดเข้าหาฝั่งเป็นจังหวะสม่ำเสมอเราไม่ได้พูดอะไรกันอยู่พักหนึ่งผมนั่งมองทะเล แต่ในใจผมกำลังคิดถึงเรื่องเดียว ความรู้สึกที่ผมเก็บไว้มานาน สุดท้ายผมก็หันไปพูดกับพี่ทศเสียงของผมเบากว่าปกติเล็กน้อย“พี่ทศครับ…ผมมีเรื่องอยากบอกพี่” พี่ทศหันมามอง สายตาของเขาดูจริงจังขึ้นเล็กน้อยผมหายใจลึกก่อนจะพูดออกไป“ผมรู้ว่ามันอาจจะฟังแปลก…แต่ผมชอบพี่จริง ๆ” ผมหยุดไปนิดหนึ่งก่อนจะพูดต่อ“ไม่ใช่แค่แบบพี่ชายหรือเพื่อน…แต่เป็นแบบที่มากกว่านั้น”ลมทะเลพัดผ่านเราไปพี่ทศไม่ได้พูดอะไรทันที เขามองออกไปที่ทะเลอยู่พักหนึ่งผมรู้สึกเหมือนหัวใจตัวเองเต้นแรงขึ้นทุกวินาทีที่รอคำตอบผ่านไปสักพักพี่ทศก็ค่อย ๆ พูดขึ้นเสียงของเขาไม่ได้ดูโกรธหรืออึดอัดแต่เหมือนคนที่กำลังคิดอย่างระมัดระวัง“นิว…พี่พอจะรู้สึกได้อยู่เหมือนกัน”ผมหันไปมองพี่เขาคำตอบนั้นทำให้ผมตกใจเล็กน้อยพี่ทศยิ้มบาง ๆ“เราดูแลพี่ดีมากอยู่ด้วยกันก็สบายใจ” เขาหยุดไปนิดหนึ่งก่อนจะพูดต่อช้า ๆ“พี่ก็ยอมรับว่าบางครั้งพี่ก็รู้สึกดีเวลาที่อยู่กับนิว”คำพูดนั้นทำให้หัวใจผมเต้นแรงขึ้นทันทีแต่พี่ทศก็ถอนหายใจเบาๆ“แต่ว่าพี่มีแฟนอยู่แล้ว”เขาพูดตรงๆ แบบที่เป็นนิสัยของเขา“พี่รักเขาและพี่ก็ไม่อยากทำร้ายเขา” ผมนั่งเงียบ ผมรู้เรื่องนั้นดีอยู่แล้ว พี่ทศหันมามองผมสายตาของเขาไม่ได้ปฏิเสธผมแต่มันเต็มไปด้วยความสับสนเล็ก ๆ“พี่ไม่ได้รังเกียจนิวเลยนะ”“ตรงกันข้าม… พี่รู้สึกดีกับนิวมาก”เขาพูดช้า ๆ“แต่มันเป็นเรื่องที่พี่ยังไม่แน่ใจ”ผมพยักหน้าเบา ๆ ถึงแม้คำตอบนั้นจะไม่ได้เป็นการเปิดใจเต็มร้อยแต่ผมก็รู้สึกโล่งใจอย่างน้อยความรู้สึกของผมก็ไม่ได้ถูกปฏิเสธ เรานั่งเงียบกันอีกพักหนึ่งเสียงคลื่นยังคงซัดเข้าหาฝั่งเหมือนเดิมพี่ทศค่อย ๆ เอื้อมมือมาโอบกอดไหล่ผมเบา ๆเป็นการแตะที่เรียบง่ายแต่สำหรับผม มันอบอุ่นมาก พี่ทศพูดเบา ๆ“ขอบใจนะที่กล้าบอกพี่ตรง ๆ”ผมหันไปมองทะเลอีกครั้งแล้วก็รู้สึกว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้ อย่างน้อยช่วงเวลาที่ผมได้อยู่ใกล้พี่ทศและได้บอกความรู้สึกจริง ๆ ของตัวเองออกไปมันก็เป็นความทรงจำที่สำคัญมากสำหรับผมหลังจากวันที่ผมบอกความรู้สึกกับพี่ทศไปแล้วชีวิตของเราสองคนก็ยังคงดำเนินต่อไปเหมือนเดิมอย่างน่าประหลาดใจ ผมเคยคิดว่าหลังจากพูดออกไปแล้วทุกอย่างอาจจะเปลี่ยนไป พี่ทศอาจจะเริ่มถอยห่าง หรือทำตัวระวังมากขึ้น แต่ความจริงกลับไม่เป็นแบบนั้นเลยพี่ทศยังคงปฏิบัติกับผมเหมือนเดิม เหมือนผมเป็นเพื่อนที่เขาสนิทที่สุดคนหนึ่ง เขายังชวนผมไปออกกำลังกายเหมือนเดิมไปว่ายน้ำด้วยกัน ไปสนามม้า ไปวิ่งรอบสนามกีฬา พี่เขาไม่ได้หลบผมเลย และยิ่งเป็นแบบนั้นความรู้สึกของผมก็ยิ่งลึกขึ้นเรื่อย ๆ ผมเริ่มสังเกตตัวเองว่าเวลาที่อยู่ใกล้พี่ทศ สายตาของผมมักจะมองไปที่รูปร่างของเขาโดยไม่รู้ตัวการแต่งตัวของพี่เขามันเรียบง่ายแต่สำหรับผมมันกลับดึงดูดสายตาเสมอ กางเกงที่เข้ารูปพอดีกับต้นขาที่แข็งแรงโชว์ความยิ่งใหญ่ของท่อนแห่งความเป็นชาย เสื้อยืดที่แนบกับไหล่กว้าง ทุกครั้งที่พี่ทศขยับตัวกล้ามเนื้อของเขาจะขยับตามอย่างเป็นธรรมชาติ มันเป็นภาพของผู้ชายที่แข็งแรง และเต็มไปด้วยพลังผมมองภาพนั้นบ่อยครั้ง บางครั้งก็เผลอมองอยู่นานโดยไม่รู้ตัวไม่นานหลังจากกลับมาจากประจวบเราก็ไปสนามม้ากันอีกครั้ง ตอนนั้นแดดช่วงเย็นกำลังอ่อนลงลมพัดผ่านสนามกว้างอย่างสบาย ๆ ผมยังขี่ม้าไม่เก่งเหมือนเดิม สุดท้ายพี่ทศก็ขึ้นมานั่งซ้อนด้านหลังเหมือนครั้งก่อนช่วงเวลาที่เขาขึ้นมานั่งด้านหลังผม ผมรับรู้ถึงความเป็นชายของร่างกายของพี่ทศแบชิดสนิทบดขยี้อยู่กับร่องก้นของผมและครั้งนี้เหมือนกับท่อนเนื้อนั้นมันมีการตอบสนองความรู้สึก พร้อมกับแขนของพี่ทศยื่นมาด้านหน้าผมเพื่อจับบังเหียนลำตัวของเขาอยู่ด้านหลังผมพอดี พี่ทศแตะส้นเท้าเบา ๆ ม้าก็เริ่มวิ่งตอนแรกเป็นจังหวะเหยาะๆแต่ไม่นานพี่เขาก็ควบให้เร็วขึ้น จังหวะของอานม้าขึ้นลงแรงขึ้นตามความเร็วร่างกายของเราสองคนขยับตามจังหวะเดียวกันทุกครั้งที่ม้าก้าวร่างกายก็เคลื่อนไหวไปพร้อมกัน ผมรับรู้ถึงความใกล้ชิดนั้นชัดมากความแข็งของน้องชายพี่ทศที่กำลังกระแทกไปมาตามจังหวะทำเอาผมแทบแตก จังหวะการเคลื่อนไหวยังคงต่อเนื่องสอดคล้องกันตลอดเวลา หัวใจผมเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆความรู้สึกสั่น ๆ แบบที่ผมเคยรู้สึกก่อนหน้านี้กลับมาอีก มันไม่ใช่ความกลัว แต่เป็นความรู้สึกตื่นเต้นบางอย่างที่ลึกมากผมจับอานม้าไว้แน่นลมพัดผ่านหน้า เสียงกีบม้ากระทบพื้นดินดังเป็นจังหวะ มันเป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่ผมไม่มีวันลืมได้เลยจริงๆ คืนนั้นผมจำได้ชัดมากดึกพอสมควรแล้ว ผมกำลังนั่งอ่านอะไรเงียบ ๆ อยู่ในบ้าน เสียงฝนตกปรอย ๆ เบา ๆข้างนอก ทำให้บรรยากาศทั้งบ้านดูเงียบและสงบ จู่ ๆ ก็มีเสียงเคาะประตูผมลุกไปเปิด พอประตูเปิดออกผมก็เห็นพี่ทศยืนอยู่ตรงนั้นพี่เขาดูเหมือนคนที่เพิ่งดื่มมาดวงตาแดงนิด ๆ ท่าทางเหนื่อยและเหมือนกำลังเก็บอะไรไว้ในใจกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ลอยมากับลมหายใจของเขา“พี่ทศ…”ผมพูดเบา ๆ ด้วยความแปลกใจ พี่เขายิ้มจาง ๆ“พี่มาหานิวได้ไหม”ผมพยักหน้าทันทีแล้วเปิดประตูให้เขาเข้ามา เรานั่งกันอยู่ในห้องเงียบ ๆตอนแรกพี่ทศไม่ได้พูดอะไรเขานั่งก้มหน้าอยู่พักหนึ่งเหมือนกำลังรวบรวมความคิดผมเลยถามเบา ๆ “พี่เป็นอะไรหรือเปล่า”พี่ทศถอนหายใจยาว แล้วก็พูดออกมาช้า ๆเขาเล่าว่าแฟนของเขาบอกเลิกเหตุผลก็เพราะต้องย้ายไปทำงานต่างจังหวัดและทั้งสองคนคุยกันแล้วว่าคงเดินต่อไปด้วยกันยาก ตอนที่พี่ทศพูดเสียงของเขาดูหนักขึ้น ผมนั่งฟังเงียบ ๆผมรู้ว่าความสัมพันธ์ของเขาสองคนมันจริงจังมากผมเลยรู้สึกทั้งสงสาร ทั้งไม่รู้จะพูดยังไงดีผมค่อย ๆบอกเขาว่า“พี่ไม่ได้อยู่คนเดียวนะครับ”คำพูดมันง่าย ๆแต่ผมพูดจากความรู้สึกจริง ๆพี่ทศเงียบไปอีกพักหนึ่งแล้วจู่ๆ เขาก็ลุกขึ้นเดินเข้ามาใกล้ก่อนที่ผมจะทันตั้งตัวพี่ทศก็กอดผมเป็นการกอดที่แน่นและเต็มไปด้วยความรู้สึกผมชะงักไปทันที ผมรู้สึกถึงแรงกอดของผู้ชายที่กำลังอ่อนแอในช่วงเวลาหนึ่งของชีวิต หัวใจผมเต้นแรงมากผมยกมือขึ้นแตะหลังพี่เขาเบา ๆ เหมือนปลอบใจ ผ่านไปสักครู่ พี่ทศค่อย ๆคลายอ้อมกอด เขามองหน้าผม สายตาของเขาดูสับสนและเต็มไปด้วยความรู้สึกหลายอย่างปนกันผมยังไม่ทันได้พูดอะไรพี่ทศก็ก้มลงมาช้า ๆแล้วริมฝีปากของเขาก็แตะลงที่ปากของผมมันเป็นจูบที่ไม่ได้รุนแรงแต่เต็มไปด้วยความรู้สึกผมรู้สึกเหมือนร่างกายตัวเองหยุดนิ่งไปชั่วขณะหัวใจเต้นแรงจนแทบได้ยินเสียงของมันเองความรู้สึกเหมือนโลกทั้งโลกเงียบลงผมหลับตาลงโดยไม่รู้ตัว พอพี่ทศผละออก ผมยังรู้สึกเหมือนตัวเองมึน ๆพี่ทศมองผมอยู่ใกล้ๆ แล้วพูดด้วยเสียงเบาเสียงของเขาเหมือนคนที่กำลังกลัวอะไรบางอย่าง “นิว…อย่าทิ้งพี่ไปอีกคนนะ”คำพูดนั้นทำให้หัวใจผมสั่นทันทีผมมองพี่เขา ผู้ชายที่ผมรักกำลังยืนอยู่ตรงหน้าในช่วงเวลาที่เขาอ่อนแอที่สุด ผมยกมือขึ้นจับแขนพี่เขาเบา ๆแล้วตอบเขาช้า ๆ“ผมไม่ไปไหนหรอกครับพี่”ในคืนนั้นบ้านของผมยังคงเงียบเหมือนเดิมแต่ในใจของผมทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้วคืนนั้นบ้านของผมเงียบมากหลังจากพี่ทศดื่มจนเมาและเล่าเรื่องทุกอย่างออกมาเขาก็ดูเหมือนคนที่ปล่อยทุกอย่างออกจากใจไปหมดแล้ว ผมช่วยพยุงพี่เขาไปที่เตียง ร่างกายของผู้ชายที่แข็งแรงคนนั้นดูอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัดผมค่อย ๆ ถอดเสื้อผ้าให้พี่เขา แล้วใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัวอย่างระมัดระวัง ผิวของพี่ทศยังอุ่นอยู่แผ่นอกกว้างที่ผมเคยมอง ตอนนี้อยู่ตรงหน้าผมใกล้แค่เอื้อมผมหยุดมองอยู่พักหนึ่งในใจผมมีความรู้สึกมากมายปะปนกัน ทั้งความรัก ความสงสารและความผูกพันที่ผมมีต่อผู้ชายคนนี้ ผมโน้มตัวลงไปช้า ๆแล้วจูบที่ริมฝีปากของพี่ทศอีกครั้งครั้งนี้พี่ทศไม่ได้หลับมือของเขายกขึ้นมาจับแขนผมไว้ แล้วดึงผมเข้าไปใกล้กว่าเดิม จูบของเขาตอบกลับมาอย่างชัดเจนมันไม่ใช่จูบสั้น ๆ แบบเมื่อก่อนแต่มันเป็นจูบที่ยาวและเต็มไปด้วยความรู้สึกคืนนั้นเราแทบไม่ได้พูดอะไรกันมีเพียงการกอดกันและพี่ทศก็จับผมแก้ผ้า เราทั้งสองเปลือยเปล่า จูบและสัมผัสกันอย่างลึกซึ้งแท่งเนื้อแห่งความเป็นชายที่แข็งตอนนี้พยายามยัดผ่านช่องทางแห่งความรัก มันทั้งจุก ทั้งแน่นแต่เต็มไปด้วยความสุขที่ชายที่เป็นที่รักกำลังมอบให้ด้วยความอ่อนโยน เวลาผ่านไปนานแค่ไหนผมก็ไม่รู้ผมรู้เพียงว่าตอนนี้ผมสุขใจที่สุด ความเป็นชายที่เคยแค่มองบัดนี้มันมาอยู่ในตัวของผมทั้งหมดแล้ว ในคืนนั้นเราไม่ได้เป็นเพียงแค่เพื่อนหรือพี่น้องอีกต่อไปเมื่อทุกอย่างสงบลง ผมนอนอยู่ข้างพี่ทศศีรษะของผมซบอยู่กับอกกว้างของเขาลมหายใจของเราสองคนค่อย ๆ กลับมาเป็นจังหวะปกติแขนของพี่ทศยังโอบรอบตัวผมไว้เหมือนคนที่ไม่อยากปล่อยให้ผมไปไหน ผมนอนนิ่งอยู่แบบนั้นรับรู้ถึงความอบอุ่นของร่างกายผู้ชายที่ผมรักในหัวผมมีความคิดเดียวชัดมากในตอนนั้นคืนนั้นความสัมพันธ์ระหว่างเราสองคนได้ข้ามเส้นบางอย่างไปแล้วและไม่มีอะไรจะย้อนกลับไปเหมือนเดิมได้อีก ผมหลับไปพร้อมกับความรู้สึกอิ่มเอมในใจ เพราะในที่สุดผู้ชายที่ผมรักก็ได้เลือกที่จะให้ผมอยู่ในอ้อมแขนของเขาหลังจากคืนนั้นที่ผมได้รับความสุขจากพี่ทศอย่างเต็มอิ่มลีลารักที่ดุดันและอ่อนโยนชีวิตของผมกับพี่ทศก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไป ไม่ใช่การเปลี่ยนแบบฉับพลันแต่เป็นการเปลี่ยนที่ค่อย ๆ ลึกขึ้นในความรู้สึกของเราทั้งสองคน เรายังใช้ชีวิตเหมือนเดิมยังไปออกกำลังกายด้วยกัน ยังไปสนามม้ายังไปว่ายน้ำ ยังนั่งคุยกันยาว ๆ ในวันที่ต่างคนต่างเหนื่อยจากงาน แต่ทุกครั้งที่สายตาเรามองกันเรารู้ดีว่ามีบางอย่างที่ต่างออกไปจากเดิมพี่ทศยังคงเป็นผู้ชายแบบเดิมที่ผมเคยชื่นชมเขาเป็นผู้ชายที่เข้มแข็งร่างกายสูงใหญ่ แข็งแรง เวลายืนอยู่ท่ามกลางคนอื่นเขามักดูเป็นผู้นำโดยธรรมชาติ แต่ในอีกมุมหนึ่งเขาก็เป็นผู้ชายที่อ่อนโยนมากและบนเตียงก็ช่างเร้าร้อนเวลาที่ผมเหนื่อยจากงานหรือเวลาที่ผมเงียบผิดปกติ พี่ทศมักจะเป็นคนแรกที่สังเกตเห็นเขาไม่ค่อยพูดคำหวานแต่การกระทำของเขามักทำให้ผมรู้เสมอว่า ผมสำคัญกับเขาแค่ไหนความสัมพันธ์ของเราสองคนไม่ได้เปิดเผยให้ใครรู้ในสายตาของคนอื่นเราอาจเป็นแค่เพื่อนสนิทกันมาก ๆ แต่สำหรับเราสองคน มันไม่ใช่แค่นั้น มีหลายครั้งที่เรานั่งอยู่ด้วยกันเงียบๆ ไม่ต้องพูดอะไรเลยแต่ก็รู้สึกได้ถึงความผูกพันระหว่างกัน บางครั้งพี่ทศจะเอามือแตะไหล่ผมเบาๆหรือบางครั้งก็เพียงแค่เดินอยู่ข้างๆ กัน สิ่งเล็ก ๆ เหล่านั้นกลับมีความหมายมากสำหรับผมผมเคยคิดว่าความรักต้องชัดเจนต้องประกาศให้โลกเห็น แต่พอได้อยู่กับพี่ทศ ผมเริ่มเข้าใจว่าความรักบางแบบไม่จำเป็นต้องอธิบายให้ใครเข้าใจแค่เราสองคนรู้ ก็เพียงพอแล้วสำหรับผมพี่ทศยังคงเป็นผู้ชายในฝันเสมอผู้ชายที่แข็งแรงเป็นผู้นำ และในเวลาเดียวกันก็อบอุ่นและอ่อนโยนอย่างไม่น่าเชื่อทุกครั้งที่ผมมองเขา ผมยังรู้สึกเหมือนวันแรกที่ผมเริ่มตกหลุมรักผู้ชายคนนี้ เวลาผ่านไปหลายอย่างในชีวิตอาจเปลี่ยนแปลง แต่มีสิ่งหนึ่งที่ยังคงเหมือนเดิมเสมอคือความรู้สึกที่เรามีต่อกันแม้เราไม่เคยพูดมันออกมาบ่อยนักแต่เราทั้งสองคนต่างรู้ดีว่าในโลกใบนี้เรารักกันในแบบของเราเอง….ทหารม้าที่รักhttps://www.g4guys.com/data/attachment/forum/202604/16/223644y9zw7b11s5tbcwdd.jpghttps://www.g4guys.com/data/attachment/forum/202604/16/223644y9zw7b11s5tbcwdd.jpg
{:5_146:}{:5_119:} เสียดายไม่มีฉากเลิฟซีนที่เล่าร้อนดุดันของพี่ทศ ขอบคุณครับ ขอบคุณมาก น่ารัก สนุกมากครับ เสียวดีครับ จบสวยๆ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ ใจจ้า ขอบคุณครับ ดีครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ สุดยอดมากๆครับ {:5_131:}{:5_131:} {:5_119:}{:5_119:}{:5_119:}{:5_119:} ขอบคุณครับ
หน้า:
[1]
2