ซ่อนรักในไซต์งาน ตอนที่ 6
https://www.g4guys.com/data/attachment/album/202510/14/094330bh86j8jhqxj9t37m.jpgทิมตัดสินใจออกจากห้องเพื่อให้นนท์ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ เพราะเขารู้ดีว่านนท์ขับรถมาไกลและเหน็ดเหนื่อยกับการเดินทางมาทั้งวัน ทิมปิดประตูห้องอย่างแผ่วเบาแล้วก้าวออกมาสู่พื้นที่หน้าบ้านเช่า
บริเวณนั้นเป็นเพียงลานโล่งๆ มีรถกระบะสองคันจอดอยู่ห่างๆ ที่มีชายคาไม้แคบๆ ยื่นออกมาจากตัวบ้านเท่านั้น อากาศยามเย็นเริ่มเบาบางลงบ้าง แต่ก็ยังคงอบอ้าว ทิมมองไปรอบๆที่มีต้นไม้ซะเป็นส่วนใหญ่
สายตาของทิมกวาดไปที่ห้องเช่าซ้ายมือ ซึ่งเป็นที่พักของกลุ่มคนงาน
ไอ้ยอด ชายหนุ่มร่างกำยำผิวเข้ม กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้พลาสติกตัวเตี้ยๆ ที่วางอยู่ใต้ชายคา เขากำลังสูบบุหรี่ ม้วนหนึ่งอย่างสบายอารมณ์ ควันสีเทาถูกพ่นออกมาเป็นจังหวะ และเขายังคงอยู่ในสภาพที่ สวมใส่เพียงบ็อกเซอร์หลวมๆสีดำตัวเดียว ร่างกายท่อนบนเปลือยเปล่า เผยให้เห็นกล้ามเนื้อหน้าอกและไหล่ที่แน่นหนา
ยอดไม่ได้สนใจว่าทิมออกมาจากห้อง ทิมจึงยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ความรู้สึกร้อนวูบวาบและความประหม่าเมื่อตอนกลางวันกลับมาอีกครั้ง เขาไม่รู้ว่าจะเข้าหาคนงานคนนี้อย่างไรดี แต่ก็เข้าใจว่านี่คือการเริ่มต้นการปรับตัวให้เข้ากับโลกใหม่ของเขา ทิมค่อยๆเดินไปหายอด ยอดเริ่มรู้สึกตัวว่ามีคนเดินเข้ามาจึงหันไปมองแล้วทักทาย
“อ้าว! ทิม”
ยอดทักทายด้วยรอยยิ้มกว้างอย่างเป็นมิตร ทำให้ความประหม่าของทิมลดลงไปเล็กน้อย
ยอดโยนบุหรี่ทิ้งลงพื้นแล้วใช้รองเท้าเหยียบดับอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงสบายๆ
“เป็นไงบ้างน้อง? ที่นี่โอเคไหม”
ทิมเดินเข้าไปยืนใกล้ๆ ยอดมากขึ้นอีกก้าว
“ครับ... ก็โอเคครับ” ทิมตอบอย่างตะกุกตะกัก
เมื่อทิมเดินเข้ามาใกล้ ยอดก็ลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้ทันที ร่างกายที่กำยำและสูงใหญ่ของยอดที่สวมเพียงกางเกงบ็อกเซอร์สีดำนั้น ดูโดดเด่นและน่าเกรงขามในระยะใกล้ ดวงตาของทิมพยายามทำเป็นมองข้ามรูปร่างนั้นไป แต่มันก็ยังคงเป็นจุดศูนย์กลางของความสนใจอย่างห้ามไม่ได้.
ยอดที่เพิ่งลุกขึ้นยืนหันมามองทิมด้วยสายตาที่เป็นกันเอง เขายกมือขึ้นเกาหัวเบาๆ ด้วยท่าทางบ้านๆ ก่อนจะหยิบบุหรี่ม้วนใหม่ออกมาจากซอง
“ทิมสูบบุหรี่ไหม?” ยอดถามพลางยื่นซองให้
ทิมรีบโบกมือปฏิเสธทันที
“ไม่ครับพี่ ผมไม่สูบครับ”
ยอดยกคิ้วเล็กน้อย แล้วอมยิ้มที่มุมปาก เขาก้มลงจุดบุหรี่ด้วยไฟแช็กอย่างช้าๆ อีกม้วน ก่อนจะพ่นควันจางๆ ออกมา
“ถ้าบุหรี่ไม่สูบ...” ยอดพูดด้วยน้ำเสียงแซวๆ
“อย่างอื่นก็คงไม่ต้องถามแล้วใช่ไหมล่ะ”
ยอดหัวเราะเบาๆ ซึ่งทิมเข้าใจได้ทันทีว่า ‘อย่างอื่น’ ที่ยอดพูดถึงคงหมายถึงพวกเบียร์ เหล้า หรือเครื่องดื่มมึนเมาอื่นๆ ที่เป็นกิจกรรมยามเย็นของคนงาน
ทิมได้แต่ยิ้มแหยๆ ออกมาอย่างประหม่าที่ถูกแซว เขารู้สึกโล่งใจเล็กน้อยที่ยอดไม่ได้เซ้าซี้ แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็รู้สึกถึงความแตกต่างระหว่างตัวเองกับคนกลุ่มนี้อย่างชัดเจน.
ยอดพ่นควันบุหรี่อีกครั้งแล้วตัดสินใจชวนทิม
“มานี่ทิม เข้าไปข้างในก่อน มานั่งคุยกับพวกพี่ๆ ข้างในดีกว่า”
ยอดผายมือไปยังประตูห้องเช่าด้านซ้าย
ทิมพยักหน้ารับอย่างลังเล ก่อนจะก้าวตามหลังยอดเข้าไปในห้อง
สิ่งที่ทิมเห็นทำให้ความรู้สึกประหม่าเมื่อครู่ถูกยกขึ้นไปอีกระดับ สภาพห้องนั้นไม่ได้แตกต่างจากห้องที่นนท์พักมากนัก มันเป็นห้องโถงโล่งๆ ที่ว่างเปล่า มีพัดลมหลายตัวกำลังเปิดเพื่อบรรเทาความอบอ้าวภายในห้อง แต่สิ่งที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงคือ ความแออัด
คนงานประมาณห้าถึงหกคนกำลังจับกลุ่มกันอยู่ในห้อง บางคนนั่งเล่นมือถือ บางคนนอนเอนกายอยู่ตามมุมห้อง และทุกคนอยู่ในสภาพที่ ไม่ได้สวมใส่เสื้อเลย เผยให้เห็นร่างกายกำยำที่เต็มไปด้วยเหงื่อ
ทิมยืนอยู่กลางประตู สายตาของเขากวาดมองไปรอบๆ อย่างรวดเร็ว ราวกับกำลังหาจุดยึดเหนี่ยวที่คุ้นเคย เขาพยายามมองหาเก่ง เพราะในความคิดของทิม เก่งคือคนเดียวที่เขารู้จักและรู้สึกสบายใจที่จะอยู่ใกล้ อาจจะทำให้เขาไม่รู้สึกโดดเดี่ยวในการเผชิญหน้ากับคนงานกลุ่มใหม่เหล่านี้.
ทิมจึงเดินตามยอดเข้าไปอย่างจำยอม ยอดพาเขาไปนั่งลงบนเสื่อที่ปูอยู่กลางห้อง ข้างกลุ่มคนงานที่กำลังล้อมวงพูดคุยกันอย่างออกรส
ทิมนั่งลงอย่างเกร็งๆ พยายามทำให้ตัวเองดูกลมกลืนที่สุด เขาเงยหน้าขึ้นมองกลุ่มคนที่ล้อมวงอยู่ และสังเกตได้ว่า คนงานเหล่านี้ส่วนใหญ่ดูเหมือนจะเป็นรุ่นคราวเดียวกันหมด อายุโดยประมาณน่าจะอยู่ระหว่างยี่สิบถึงสามสิบปี ทุกคนล้วนมีรูปร่างที่ดูแข็งแรง กำยำ และมีประสบการณ์ชีวิตที่เขายังไม่มี
บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ เสียงพูดคุยที่ใช้คำพูดบ้านๆ และเป็นกันเอง ซึ่งทิมรู้สึกแปลกแยกอยู่ในทีมแต่เขาก็พยายามฝืนยิ้ม
จากด้านหลังของห้อง ซึ่งเป็นทางเชื่อมไปยังส่วนที่เป็นห้องครัวและห้องน้ำ เก่ง ก็ก้าวเดินออกมา
เก่งเพิ่งอาบน้ำเสร็จ ร่างกายของเขาดูสะอาดสดชื่น แต่ก็ยังคงอยู่ในสภาพสบายๆ เขาสวมเพียงกางเกงบ็อกเซอร์สีฟ้า ซึ่งตัดกับผิวสีเข้มของเขาอย่างชัดเจน ในมือของเขายังถือผ้าเช็ดตัวสีขาวที่เพิ่งใช้เช็ดผมอยู่
ทิมที่นั่งอยู่กลางวง หันขวับไปมองเก่งทันที ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความโล่งใจที่ได้เจอคนที่คุ้นเคย แต่ความโล่งใจนั้นก็มาพร้อมกับความร้อนวูบวาบที่เคยเกิดขึ้นซ้ำๆ เมื่อได้เห็นร่างกายที่กำยำของเก่งในสภาพเปิดเผย. เก่งดูโดดเด่นและเป็นจุดสนใจของห้อง แม้จะไม่ได้พยายามทำตัวให้เด่นก็ตาม.
เก่งเห็นทิมนั่งอยู่กลางวงก็ยิ้มออกมาอย่างเป็นกันเอง เขาสะบัดผมที่ยังหมาดน้ำเล็กน้อย ก่อนจะเดินตรงเข้ามาหาทิมที่นั่งอยู่บนเสื่อ
“อ้าว ทิม! เป็นไงบ้าง” เก่งทักทายพลางหยุดยืนอยู่ตรงหน้าทิม ในสภาพที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จ กลิ่นหอมสะอาดของสบู่ จางๆ ก็ลอยมาแตะจมูกทิม มันเป็นกลิ่นที่ชวนให้รู้สึกหลงใหลอย่างประหลาด ยิ่งเมื่อต้องมองเห็น รูปร่างที่กำยำและสมบูรณ์แบบ ของเก่งที่ยืนอยู่ตรงหน้า ห่างไปเพียงไม่กี่คืบ
“เป็นไงบ้าง” เก่งถามด้วยรอยยิ้มกว้าง
“ชอบห้องฝั่งโน้นที่พี่นนท์อยู่ หรือว่าชอบบรรยากาศห้องฝั่งนี้มากกว่ากัน”
ทิมเงยหน้ามองเก่งอย่างทำตัวไม่ถูก เขาพูดแทบไม่เป็นคำ
“เอ่อ... ค... ครับ...” ทิมตอบด้วยเสียงตะกุกตะกัก พยายามควบคุมสายตาไม่ให้จ้องมองที่ร่างของเก่งมากเกินไป แต่ความพยายามนั้นก็ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง.
“แล้วพี่นนท์ล่ะ... ตอนนี้นอนพักอยู่หรือเปล่า”
ทิมที่ตอนนี้พอจะตั้งสติได้บ้างเล็กน้อย ตอบอย่างพยายามควบคุมน้ำเสียง
“ก่อนที่... ผมจะเดินออกมาเมื่อกี้ พี่นนท์บอกว่าจะไปอาบน้ำครับ”
เก่งพยักหน้าอย่างเข้าใจ
“อืม... งั้นพี่ไปหาพี่นนท์แป๊บนะ” เก่งบอก พลางขยับตัวเล็กน้อย
“ทิมอยู่คุยกับพี่ๆ เขาที่ห้องนี้ไปก่อนนะ จะได้ทำความคุ้นเคยกัน”
เก่งพูดจบก็หมุนตัว เดินออกจากห้องนั้นไปในสภาพที่ยังสวมแค่กางเกงบ็อกเซอร์สีฟ้า เท่านั้น ร่างกายกำยำของเขาเดินอย่างมั่นคงตรงไปยังห้องพักของนนท์ ทิมมองตามแผ่นหลังที่คุ้นเคยนั้นจนกระทั่งเก่งลับสายตาไป
เก่งก้าวเข้าไปในห้องพักด้านขวาอย่างเงียบเชียบ เขารอจนกระทั่งประตูถูกปิดสนิท แล้วจึงเลื่อนกลอน ล็อคประตู เบาๆ อย่างระมัดระวัง เพื่อป้องกันไม่ให้ใครเข้ามา
เขาเดินตรงไปยังห้องนอนที่นนท์พักอยู่
ภายในห้องนอนนั้น นนท์ กำลังเอนตัวพักผ่อนอยู่บนที่นอนที่ปูไว้อย่างเป็นระเบียบ โดยที่ร่างกายท่อนบนเปลือยเปล่า สวมเพียงกางเกงบ็อกเซอร์ เช่นเดียวกับเก่ง
นนท์ได้ยินเสียงเหมือนมีใครเปิดประตูห้องด้านนอกและเดินเข้ามา แต่เสียงฝีเท้าก็หายเงียบไปอย่างรวดเร็ว ทำให้เขารู้สึกแปลกใจ นนท์คิดว่าอาจจะเป็นทิมที่กลับเข้ามาจากห้องคนงาน
“ทิม? ทิม!” นนท์เรียกออกไปเบาๆ
ความเงียบยังคงปกคลุมอยู่ ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ จากพื้นที่ด้านนอก ทำให้ความสงสัยของนนท์เพิ่มขึ้น เขาจึงลุกขึ้นอย่างช้าๆ แล้วเดินไปที่ประตูห้องนอนเพื่อเปิดออกดูว่าใครกันแน่ที่เข้ามา.
นนท์เอื้อมมือจับลูกบิดประตูห้องนอนแล้ว เปิดมันออก
ภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าทำให้รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของนนท์ทันที
เก่ง ยืนอยู่ตรงหน้าประตูห้องนอน ในสภาพที่ เปลือยกาย อย่างสมบูรณ์แบบ กางเกงบ็อกเซอร์สีฟ้าที่เขาเพิ่งสวมอยู่ได้ถูกถอดทิ้งไว้แล้ว ร่างกายกำยำที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จดูโดดเด่นท่ามกลางแสงสลัวของห้อง
เก่งไม่ได้พูดอะไร เขายืนนิ่งๆ จ้องมองนนท์ด้วยสายตาที่แสดงความรู้สึกอย่างชัดเจน
นนท์ยิ้มตอบ ด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความรู้ใจและเข้าใจในความต้องการของชายหนุ่มตรงหน้า เขารู้ดีว่าเก่งเดินเข้ามาในห้องนี้ด้วยจุดประสงค์อะไร
“มาแล้วเหรอ” นนท์เอ่ยถามเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความยินดี ก่อนจะก้าวถอยหลังเปิดทางให้เก่งเดินเข้ามาในห้องนอน.
เก่งไม่รอช้า เขาเดินก้าวผ่านนนท์ที่ยืนอยู่ตรงหน้าร่างกายที่เปลือยเปล่านั้นเดินเข้าไปในความสลัวของห้องทันที
นนท์ไม่ได้ละสายตา เขายืนมองตามเก่งอย่างเปิดเผย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่อนเอ็นของเก่ง ที่ห้อยลงมาอย่างสบายๆ หลังเพิ่งอาบน้ำเสร็จ แม้จะยัง ไม่แข็งตัว แต่ก็แสดงให้เห็นถึงขนาดและรูปลักษณ์ที่เต็มตา
รอยยิ้มของนนท์ยังคงติดอยู่ที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความคาดหวังและเสน่หาที่สะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่พวกเขามีต่อกัน นนท์ปิดประตูห้องนอนอย่างแผ่วเบา ตามเก่งเข้าไป
เก่งเดินตรงไปยังที่นอนของนนท์ที่อยู่มุมห้อง เขาทิ้งตัวลงนอนหงาย อย่างสบายอารมณ์ มือข้างหนึ่งเท้าเหนือศีรษะ เผยให้เห็นร่างกายกำยำที่ผ่อนคลายลงหลังจากการเดินทางและการอาบน้ำ
นนท์เดินตามมา เขายืนอยู่ตรงปลายเท้าของเก่ง มองเก่งที่กำลังนอนรออยู่
โดยไม่พูดพร่ำทำเพลง นนท์ก็จัดการรูดกางเกงบ็อกเซอร์ของตัวเองลง แล้วปล่อยให้มันหลุดลงไป กองอยู่บนพื้น นนท์ยืนอยู่ในสภาพที่ร่างกายเปลือยเปล่าเช่นเดียวกับเก่ง ร่างของเขาที่ผอมบางและดูอ่อนนุ่มกว่าเก่งอย่างเห็นได้ชัด ยิ่งขับเน้นความแตกต่างระหว่างพวกเขา
ถึงแม้จะดูไม่บึกบึนเท่า แต่มันเป็นร่างกายที่คุ้นชินกับการรับแรงกระแทกอันหนักหน่วงจากชายที่มีรูปร่างกำยำ อย่างเก่งได้เป็นอย่างดี ร่องรอยและความเข้าใจที่มีมานาน ทำให้เขารู้ว่าเขาสามารถโอนอ่อนและรับความรุนแรงของเก่งได้ ตลอดเวลา
นนท์ทิ้งสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความคาดหวังลงไปยังเก่งที่นอนรออยู่บนเตียง เขาโน้มตัวลงไปหาชายหนุ่มผู้แข็งแกร่งอย่างช้าๆ. ก่อนจะทิ้งน้ำหนักลง นอนคว่ำลงบนร่างที่กำยำและอบอุ่นของเก่ง อย่างแนบชิด
กล้ามเนื้อที่แน่นหนาของเก่งรับน้ำหนักของนนท์ได้อย่างสบายๆ ทั้งสองคนต่าง โอบกอดกัน ไว้แน่น เป็นการตอกย้ำความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งของพวกเขา
เสียงกระซิบที่แผ่วเบาดังขึ้นใกล้ใบหูของนนท์
“ผมล็อคประตูแล้วน่ะ” เก่งบอกด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มและผ่อนคลาย
นนท์หัวเราะเบาๆ พลางซบใบหน้าลงบนไหล่ของเก่ง
“ถ้าทิมกลับมาเปิดประตูไม่ได้... เขาคงไม่พังประตูเข้ามาใช่ไหม” นนท์ถามด้วยน้ำเสียงติดตลกเล็กน้อย
“ผมเชื่อว่าเขาไม่ใช่คนแบบนั้น” เก่งตอบอย่างมั่นใจ
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่นนท์จะพูดขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย
“พี่เห็นเขาสนใจเก่งด้วยนะ” นนท์กระซิบเบาๆ ราวกับเป็นการสังเกตที่เขาเก็บไว้ตั้งแต่ในรถ
เก่งหัวเราะออกมาอย่างไม่ใส่ใจกับคำพูดนั้น
“กี่คนแล้วที่พี่คิดแบบนี้” เก่งตอบอย่างยียวน ราวกับบอกว่าความสนใจเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับนนท์หรือสำหรับตัวเขาเอง.
นนท์ยังคงซบใบหน้าอยู่บนไหล่ของเก่ง การที่เก่งตอบกลับมาอย่างยียวนไม่ได้ทำให้นนท์รู้สึกขุ่นเคือง แต่กลับทำให้เขารู้สึกท้าทายเล็กน้อย
นนท์เริ่ม บิดร่างกาย ท่อนบนของตนเองไปมาอย่างช้าๆ อยู่บนร่างของเก่ง เพื่อเป็นการกระตุ้นและเร้าอารมณ์ชายหนุ่มที่อยู่ข้างใต้ การเสียดสีเบาๆ ของผิวหนังที่เปียกชื้นเล็กน้อยจากการอาบน้ำสร้างความรู้สึกวาบหวาม
แรงกระตุ้นจากน้ำหนักตัวและการเคลื่อนไหวของนนท์ที่แนบชิดนั้นส่งผลทันทีต่อร่างกายของเก่ง
ท่อนเอ็นของเก่งที่เคยอ่อนตัวอยู่ก็เริ่มตอบสนองและแข็งตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว มันเบียดและขยับขยายตัวอยู่ใต้น้ำหนักที่กดทับของนนท์ จนกระทั่งมันถูกดันขึ้นมาอย่างเต็มที่ มุกที่ฝังไว้สองเม็ดตรงกลางท่อนเอ็นของเก่งเริ่มชัดเจน
นนท์ผงกศีรษะขึ้นเล็กน้อย เพื่อมองหน้าเก่งที่อยู่ข้างใต้ แม้ร่างกายของเก่งจะกำลังตอบสนองต่อการกระตุ้นของนนท์ แต่คำถามที่ค้างคาใจก็ถูกหยิบยกขึ้นมา
นนท์ถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“ทำไมถึงคะยั้นคะยอให้ทิมเลือกมานอนห้องเดียวกับพี่ขนาดนั้น”
นนท์หยุดการเคลื่อนไหวเล็กน้อย พลางมองหาคำตอบที่จริงจังจากเก่ง
เก่งที่ตอนนี้อารมณ์กำลังถูกกระตุ้นก็ยิ้มออกมาอย่างซุกซน เขาโอบกอดนนท์ไว้แน่นขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะสวนคำถามกลับอย่างมีชั้นเชิง
“อ้าว... พี่นนท์ไม่ใช่เหรอครับ ที่เปิดข้อเสนอนี้ให้ทิมก่อน” เก่งถามกลับ
คำตอบของเก่งบ่งบอกเป็นนัยว่าเขาเพียงแค่ช่วยสนับสนุนการตัดสินใจที่นนท์ต้องการอยู่แล้ว
เก่งที่กำลังโอบกอดนนท์อยู่หัวเราะเบาๆ เมื่อเห็นนนท์นิ่งคิดไปกับคำถามของตัวเอง
“บอกมาเถอะพี่นนท์” เก่งพูดอย่างตรงไปตรงมา “พี่กำลังจะพาทิมมาอยู่ในวงโคจรของพวกเราด้วยหรือเปล่า”
คำถามของเก่งนั้นหนักแน่นและจริงจัง นนท์เงียบไปครู่หนึ่ง สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังและรอบคอบขึ้นมาทันที เขามองสบตาเก่งอย่างลึกซึ้ง
“พี่ไม่ได้อยากทำอะไรที่เร่งรีบกับทิมนะเก่ง” นนท์เริ่มอธิบาย ก่อนจะเปลี่ยนคำพูด
“แต่เรื่องนี้... พี่เมฆเขาต้องการ” นนท์ตอบด้วยน้ำเสียงที่ลดต่ำลง การตัดสินใจไม่ใช่เรื่องส่วนตัวของนนท์เพียงคนเดียว แต่เป็นการดำเนินการตามแผนของเพื่อนร่วมงาน
ทันทีที่พูดจบ นนท์ก็โน้มใบหน้าลงไปหาเก่ง
เขากดริมฝีปากลงประทับที่ปากของเก่งอย่างรวดเร็ว แล้วความเร่งรีบนั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อน ทั้งสองคนจูบกันอย่างดูดดื่มและหิวกระหาย ลิ้นของพวกเขาประสานกันอย่างหนักหน่วงการจูบครั้งนี้ทำหน้าที่เป็นการเบี่ยงเบนความสนใจจากคำถามที่ท้าทาย และมุ่งเน้นไปที่ความปรารถนาทางกายที่กำลังปะทุขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้.
ริมฝีปากของทั้งสองคนผละออกจากกันอย่างเชื่องช้า แต่ความเร่าร้อนยังคงอยู่ นนท์เคลื่อนไหวอย่างมีเป้าหมาย เขาใช้ลิ้นเลียลงไปตามลำคอที่แข็งแรงของเก่ง สัมผัสที่ชื้นแฉะและร้อนผ่าวทำให้เก่งต้องแอ่นคอรับด้วยความเสียวซ่าน
นนท์ค่อยๆ เลื่อนใบหน้าลงมาอย่างช้าๆ ผ่านแผงอกที่กำยำ แล้วมุ่งตรงไปยังหน้าท้องของเก่ง
สายตาของนนท์ถูกดึงดูดไปยังส่วนกลางของร่างกายเก่ง
ท่อนเอ็นของเก่งตั้งตระหง่านและแข็งตัวเต็มที่อย่างสวยงาม
บริเวณกลางท่อนมีเม็ดมุก สองเม็ดถูกฝังประดับไว้อย่างน่าเกรงขามเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความเชี่ยวชาญและความเจนจัดทางเพศของชายหนุ่มผู้นี้.
นนท์ไม่รอช้าที่จะแสดงความปรารถนาของตนเอง
ส่วนหัวของเอ็นที่แข็งตระหง่านของเก่งก็ถูกนำเข้าสู่ช่องปากของนนท์ในทันที
นนท์โอบรัดด้วยริมฝีปากอย่างช่ำชอง เขาใช้ลิ้นที่เปียกชื้นและว่องไวเลียวนอย่างแผ่วเบาที่รูเปิดบริเวณส่วนหัวเห็นที่บานสะพรั่งของเอ็นซึ่งเป็นการกระตุ้นที่ตรงจุด เก่งยกสะโพกขึ้นเล็กน้อยด้วยความเสียวซ่านจากการกระทำของนนท์. พลังแห่งความเร่าร้อนและความชำนาญของนนท์แสดงผลอย่างรวดเร็วด้วยการใช้ลิ้นที่ว่องไวและช่ำชองของนนท์ น้ำลายใสๆ ก็เริ่มไหลเยิ้มออกมาจากช่องปาก เคลือบไปตามความยาวของท่อนเอ็นของเก่งที่ชูชันอยู่
เก่งรู้สึกถึงความเสียวซ่านที่ทวีคูณจนแทบจะทนไม่ไหว เขายกมือทั้งสองข้างขึ้นโอบรอบศีรษะของนนท์อย่างรุนแรง ก่อนจะ กดศีรษะของนนท์ลง อย่างแรงและแนบแน่น
ความต้องการของเก่งคือการรับความสุขให้ได้มากที่สุด เขากดให้นนท์กลืนท่อนเอ็นของตนเข้าไปในช่องปากให้ลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้ จนกระทั่งส่วนหัวที่แข็งของท่อนเอ็นนั้น จมลึกเข้าไปถึงบริเวณลำคอของนนท์ นนท์รับรู้ถึงความอึดอัดแต่ก็ยังคงทำหน้าที่ต่อไปตามที่ใจปรารถนา.การดันที่รุนแรงของเก่งทำให้เกิดปฏิกิริยาต่อร่างกายของนนท์ทันที
เสียงกระอักเบาๆ ดังลอดออกมาจากลำคอของนนท์ เมื่อท่อนเอ็นขนาดใหญ่ถูกดันเข้าไปลึกเกินกว่าที่ช่องปากจะรับไหว แรงบีบจากลำคอส่งผลให้มี น้ำลายที่เข้มข้นและหนืดเหนียว ไหลย้อนกลับออกมา เคลือบอยู่บริเวณโคนท่อนเอ็นของเก่ง
ใบหน้าของนนท์เริ่ม แดงก่ำ ขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด หยดน้ำตาเล็กๆ เริ่มเอ่อคลออยู่บริเวณหางตา แสดงให้เห็นถึงความพยายามอย่างหนัก ความเจ็บปวดที่มาพร้อมกับความตั้งใจแน่วแน่ของนนท์ที่จะปรนนิบัติเก่ง เพื่อให้เก่งได้รับความเสียวซ่านและความสุขให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้.
เก่งรับรู้ได้ถึงความพยายามและความเจ็บปวดที่นนท์กำลังเผชิญ แต่ความเสียวซ่านที่เกิดขึ้นก็ทำให้เขาไม่สามารถหยุดยั้งความต้องการของตัวเองได้อีกต่อไป
เขาใช้มือที่จับศีรษะนนท์ไว้เป็นแกนนำ เก่งเริ่มยกสะโพกของตนเองขึ้น และ กระแทกท่อรฃนเอ็นเข้าออกในช่องปากของนนท์ให้ถี่และรุนแรงยิ่งขึ้น
จังหวะการกระแทกนั้นหนักหน่วงและรวดเร็ว ราวกับว่าเขากำลังกระแทกเข้าไปในรูสวาทที่บีบรัดท่อนเอ็นให้รู้สึกเสียวซ่าน การกระทำที่รุนแรงนี้เป็นการปลดปล่อยความตึงเครียด โดยมีนนท์เป็นผู้รองรับความต้องการที่เกินขีดจำกัดอย่างเต็มใจ
ทิมใช้เวลาอยู่ในห้องเช่าด้านซ้ายกับกลุ่มคนงานอีกครู่หนึ่ง แต่ความกระอักกระอ่วนใจและความรู้สึกแปลกแยกทำให้เขาทนอยู่ไม่ไหว เขาจึงขอตัวออกมาจากห้องนั้น
ทิมเดินออกมาสู่พื้นที่หน้าบ้านเช่า และมุ่งหน้าไปยัง หน้าประตูห้องพักด้านขวาของนนท์
ที่หน้าประตูห้องนั้น มีรองเท้าแตะของนนท์และรองเท้าผ้าใบของเก่งวางคู่กันอยู่ บ่งบอกอย่างชัดเจนว่าทั้งสองคนอยู่ภายในห้อง
ทิมนิ่งอยู่หน้าประตู เขารู้สึกถึงความเงียบที่ผิดปกติจากภายในห้อง ไม่มีการพูดคุยหรือเสียงอะไรเล็ดลอดออกมา ทิมไม่รู้เลยว่าข้างในห้องนั้น ทั้งสองคนกำลังทำอะไรกันอยู่ แต่ความเกรงใจและประสบการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อเช้า ทำให้เขาไม่กล้าที่จะเปิดประตูแล้วผลักตัวเองเข้าไปอย่างที่เคยทำ
ด้วยความลังเลและประหม่า ทิมจึงยกมือขึ้นเคาะประตูเบาๆ
ก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะประตูที่แผ่วเบาของทิมนั้น... ดังแทรกเข้าไปในห้วงเวลาแห่งความเร่าร้อนภายในห้องนอนอย่างไม่คาดคิด.
จังหวะที่เสียงเคาะประตูครั้งแรกดังขึ้นนั้น ท่อนเอ็นของเก่งอยู่ในช่องปากของนนท์อย่างเต็มลำ และความเสียวซ่านได้นำพาเขามาสู่จุดที่ ใกล้จะปะทุของน้ำเงี่ยนข้นๆ สีขาวออกมา อย่างที่สุดแล้ว
ทั้งนนท์และเก่ง ได้ยินเสียงเคาะประตูนั้นอย่างชัดเจน แต่ความเร่าร้อนและความต้องการที่บีบคั้นอยู่ในขณะนั้น ทำให้พวกเขา ไม่สนใจที่จะหยุดการกระทำที่กำลังบรรเลงอยู่ การกระแทกเข้าออกยังคงดำเนินต่อไปอย่างหนักหน่วงและเป็นจังหวะที่พอดี ไม่สะทกสะท้านต่อโลกภายนอก
ทิมที่ยืนอยู่หน้าประตู รอคอยคำตอบอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อไม่ได้รับการตอบสนองใดๆ เขาก็ตัดสินใจเคาะประตูซ้ำอีกครั้ง
ก๊อก! ก๊อก!
ทว่า... ก็ยังคงไร้เสียงตอบรับจากภายในห้อง ทิมหันหลังเพื่อจะเดินออกจากหน้าประตูนั้น
แต่ในจังหวะที่กำลังจะก้าวเดินออกไปนั่นเอง ทิมกลับได้ยินเสียงบางอย่างเล็ดลอดออกมาเบาๆ ผ่านช่องว่างเล็กๆ ใต้ประตู เป็นเสียงที่บ่งบอกถึงการปลดปล่อยอารมณ์ที่ควบคุมไม่ได้
“อู้ว... อ่าห์...”
เป็นเสียงครางที่ชัดเจน ของเก่ง ที่ร้องออกมาอย่างแผ่วเบาด้วยความเสียวซ่านถึงขีดสุด เสียงนั้นดังแค่พอให้ทิมได้ยินก่อนที่มันจะถูกกลืนหายไปในความเงียบ ทิมหยุดชะงักทันที ร่างกายแข็งทื่อ ใบหน้าของเขาแดงก่ำด้วยความเข้าใจในสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นภายในห้องพักของนนท์และเก่ง.
ภายในห้องนอน.
จังหวะที่เสียงครางของเก่งเล็ดลอดออกไปถึงประตูนั้น ก็เป็นวินาทีที่เก่งปลดปล่อยทั้งหมดออกมา
ช่องปากของนนท์เต็มไปด้วยน้ำเงี่ยนข้นๆ สีขาว ที่ทะลักออกมาจากท่อนเอ็นของเก่งอย่างรุนแรง ความร้อนและรสชาติที่รุนแรงนั้นท่วมท้นจนเกือบสำลัก
เก่งทิ้งตัวลงนอนอย่างหมดแรง สะโพกที่เคยกระแทกอย่างถี่ๆ ก็หยุดนิ่ง ปล่อยให้ลฝท่อนเอ็นของตนถูกโอบรัดด้วยริมฝีปากของนนท์อยู่เช่นนั้น
น้ำเงี่ยนที่เข้มข้นเริ่มไหลเยิ้มออกมาจากช่องปากของนนท์ ลงไปตามโคนท่อนเอ็นของเก่งอย่างช้าๆ นนท์เงยหน้าขึ้นมองเก่งด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความพึงพอใจ
ถึงแม้จะผ่านการกระทำที่รุนแรงมาเมื่อครู่ แต่นนท์ก็ไม่ได้ผลักไส เขายังคงประคองท่อนเอ็นของเก่งไว้ในอุ้งมือ และ ค่อยๆ ใช้ลิ้นเลียและตวัดน้ำเงี่ยนที่ไหลออกมานั้นกลับเข้าไปในช่องปากของตน อย่างชำนาญ ก่อนจะดูดกลืนทุกหยดอย่างหมดจด เป็นการแสดงออกถึงการยอมรับและความผูกพันที่ลึกซึ้งระหว่างพวกเขาทั้งสองคน.
เสียวมากครับ ชอบแนวนี้ สนุกมากครับ สงสารทิมแล้วสิ น่าจะโดนรับน้องแน่ๆ {:5_139:} ขอบคุณมากครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ อุ่วววว อ่าาาาก สนุกมากกก ขอบคุณครับ 😆😉😘😆😉😘 เสียวซ่าน สะท้านไปทั้งตัวเลยครับ ขอบคุณ{:5_119:} เยี่ยม ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ ทิมจะใจแตกแล้ว ขอบคุณครับ ขอบคุณ
หน้า:
[1]
2