FatherandSon โพสต์ 2026-4-12 09:35:16

ร่องรอยรักในไร่สีทอง (ลุงกับหลาน) ตอนที่ 3

เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นอย่างกะทันหันในเวลาตีห้าครึ่ง วายุสะดุ้งตื่นด้วยความงัวเงีย เขาใช้ชีวิตในลอนดอนและกรุงเทพฯ มานานจนลืมไปแล้วว่าการตื่นเช้ามืดเป็นอย่างไร

เขาลงมาถึงห้องครัวด้วยเสื้อยืดคอกลมยับๆ กับกางเกงวอร์มที่ดูไม่เข้าท่าเท่าไหร่ แต่เมื่อก้าวเท้าเข้าสู่พื้นที่ครัว เขาหยุดชะงัก
อคิราห์ อยู่ในชุดเสื้อแขนยาวสีเข้มสำหรับทำงานที่ดูกลมกลืนไปกับธรรมชาติ และกางเกงยีนส์เก่าๆ ที่เปื้อนฝุ่นดิน เขาไม่ได้แต่งตัวเนี้ยบแบบวันแรก แต่กลับดูมีชีวิตชีวามากกว่าเดิมหลายเท่า
อคิราห์ยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ไม้ กำลังชงกาแฟดริปอย่างพิถีพิถัน กลิ่นหอมเข้มข้นของกาแฟสดจากไร่ลอยอบอวลไปทั่วห้อง ตัดกับความหอมอ่อนๆ ของข้าวต้มหมูที่กำลังเดือดปุดๆ ในหม้อ
"ช้า" อคิราห์พูดสั้นๆ โดยไม่ได้หันมามอง
"ฉันบอกว่าตีห้าครึ่ง ไม่ใช่ตีห้าสามสิบห้า"
วายุรู้สึกร้อนวูบวาบที่ใบหน้า
"ขอโทษครับลุง ผมไม่ชิน"
"ก็ถึงเวลาต้องชินแล้ว" อคิราห์ตอบ แล้วเลื่อนชามข้าวต้มที่เต็มไปด้วยเครื่องเคียงมาให้วายุ
"กินซะ มีเวลาสิบห้านาที"
วายุรีบจัดการอาหารเช้าจนหมดอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเดินตามอคิราห์ไปยังโรงเก็บอุปกรณ์ที่อยู่ด้านหลังบ้าน
บรรยากาศยามเช้าของไร่สีทองนั้นน่าทึ่ง ดวงอาทิตย์กำลังจะโผล่พ้นทิวเขา สาดแสงสีส้มทองอ่อนๆ อาบไล้ไปทั่วทุ่งนาและแปลงผลไม้ ทำให้ทุกอย่างดูเรืองรองเหมือนภาพวาดที่สวยงามจากสมุดสเก็ตช์ของลุง
"วันนี้ นายต้องเรียนรู้วิธีเตรียมดิน" อคิราห์พูด พร้อมกับหยิบจอบและพลั่วขนาดเล็กมาวางตรงหน้าวายุ
"อย่าทำหายล่ะ พวกมันมีราคา"
วายุรับอุปกรณ์มาอย่างงงๆ ท่าทางเก้งก้างของเขาตัดกับความคล่องแคล่วและมั่นใจในทุกการเคลื่อนไหวของอคิราห์อย่างสิ้นเชิง
อคิราห์พาเขาเดินลึกเข้าไปในแปลงไม้ผลที่เขียวขจี เขาสาธิตวิธีการใช้จอบอย่างถูกวิธี อคิราห์ไม่ได้พูดมาก แต่ทุกคำพูดของเขามีความหมาย ทุกการเคลื่อนไหวของเขามีจังหวะที่แม่นยำและสง่างามอย่างน่าประหลาดใจ
เมื่ออคิราห์เริ่มลงมือทำงาน วายุได้เห็น ด้านที่เป็นธรรมชาติ ของลุง อคิราห์ก้มลงคุยกับต้นไม้ราวกับเป็นเพื่อนเก่า เขาสัมผัสดินด้วยความเข้าใจ ราวกับรู้ว่าดินต้องการอะไร เขาดูเป็นนายของสถานที่แห่งนี้อย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่เจ้าของไร่ แต่เป็นส่วนหนึ่งของไร่
"ลุงเก่งมากเลยนะครับ" วายุเผลอพูดออกมาอย่างชื่นชม
อคิราห์เงยหน้าขึ้นมา ดวงตาของเขามีประกายบางอย่างที่วายุไม่เคยเห็นเมื่อวานนี้ มันเป็นประกายแห่งความภาคภูมิใจและ... ความพึงพอใจ
"สถาปนิกอาจจะสร้างบ้านที่สวยงามได้จากแบบแปลน" อคิราห์พูด พลางยื่นถุงมือหนังเก่าๆ มาให้วายุ "แต่ชาวไร่สร้างชีวิตจากความเข้าใจ"
แล้วเขาก็ยิ้ม—เป็นรอยยิ้มที่แทบจะมองไม่เห็น แต่ก็เปลี่ยนความรู้สึกทั้งหมดในบรรยากาศนั้นไปโดยสิ้นเชิง มันเป็นรอยยิ้มแรกที่อคิราห์มอบให้วายู และมันทำให้หัวใจของเด็กหนุ่มเต้นรัวอย่างไม่ทราบสาเหตุ
"เอาล่ะ เริ่มเลย" อคิราห์สั่งเสียงเข้มขึ้นเล็กน้อย "งานวันนี้ของนายคือตรงนี้... ส่วนฉันจะไปที่เนินเขาโน้น"
อคิราห์เดินนำไปที่เนินเขาอย่างรวดเร็ว เขาหันมามองวายุเล็กน้อย ก่อนจะเดินจากไปทิ้งให้วายูยืนอยู่กลางแสงแดดอ่อนๆ ยามเช้า มือของวายุกำจอบแน่น เขาพร้อมจะเริ่มต้นทำงานตามที่ลุงสั่ง แต่สายตาของเขากลับมองตามร่างสูงของอคิราห์ที่กำลังเดินจากไป
คนเย็นชาคนนั้น...ซ่อนเสน่ห์แบบนี้ไว้ด้วยเหรอเนี่ย... วายุคิด
เขาเริ่มขุดดินอย่างเก้งก้าง แม้จะเหนื่อยและร้อน แต่ในใจเขากลับมีแรงกระตุ้นบางอย่างที่อยากจะทำผลงานให้ลุงอคิราห์เห็น ว่าเขาไม่ได้เป็นแค่เด็กเอาแต่ใจจากเมืองใหญ่

ผ่านไปสองชั่วโมงภายใต้แสงแดดยามเช้า วายุนั่งลงพักเหนื่อยข้างร่องดินที่เขาขุดได้อย่างไม่เป็นระเบียบนัก มือของเขามีรอยแดงช้ำจากการใช้จอบอย่างผิดวิธี เหงื่อไหลซึมไปทั่วใบหน้าและแผ่นหลังที่แนบติดกับเสื้อยืด
เขาเงยหน้ามองไปยังเนินเขาเบื้องบน อคิราห์ยังคงทำงานอย่างต่อเนื่อง แต่ดูเหมือนว่าเขาไม่ได้เหนื่อยล้าเลยแม้แต่น้อย ร่างกายที่แข็งแกร่งและคล่องแคล่วของลุงดูเหมือนถูกสร้างมาเพื่อชีวิตในไร่นี้จริงๆ
จู่ๆ เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นด้านหลัง อคิราห์ยืนอยู่ตรงนั้น เขาเดินกลับมาหาวายุโดยไม่ให้สัญญาณล่วงหน้า
"ทำไมหยุด" อคิราห์ถาม น้ำเสียงไม่ได้ตำหนิ แต่ก็ไม่ได้อ่อนโยน
"ผม... ผมเหนื่อยแล้วครับ" วายุตอบตามตรง "แล้วดูเหมือนร่องที่ผมขุดก็ไม่ตรงเลยครับ"
อคิราห์มองไปที่งานของหลานชาย ร่องดินที่วายุขุดดูสะเปะสะปะจริงๆ แทนที่จะเป็นเส้นตรงอย่างที่ควรจะเป็น
"การทำไร่มันก็เหมือนการออกแบบนั่นแหละ มันต้องใช้ความแม่นยำ" อคิราห์พูด พลางหยิบจอบจากมือวายุไปอย่างรวดเร็ว "ลุกขึ้น"
วายุลุกขึ้นยืนช้าๆ
"จับจอบแบบนี้" อคิราห์สาธิตการจับด้ามจอบอย่างมั่นคง การวางเท้า การถ่ายน้ำหนักตัว "นายใช้แรงที่ไหล่มากเกินไป ทำให้เสียแรงเปล่า"
วายูพยายามเลียนแบบ แต่ก็ยังทำไม่ได้ อคิราห์ถอนหายใจออกมาเล็กน้อย แล้วเดินเข้ามาด้านหลังวายุ
"ผ่อนคลาย" อคิราห์สั่งเสียงต่ำ
จากนั้น อคิราห์ก็ยื่นมือทั้งสองข้างอ้อมไปด้านหน้า เพื่อจับมือของวายุที่กำลังจับด้ามจอบอยู่ แขนของเขากดทับไหล่ของวายุจากด้านหลัง และหน้าอกของเขาก็แทบจะแนบชิดกับแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยเหงื่อของวายุ
วายุนิ่งค้างไปทันที—นี่คือการสัมผัสที่ใกล้ชิดที่สุดนับตั้งแต่เขามาถึงไร่แห่งนี้ กลิ่นหอมจางๆ ของดิน, เหงื่อ, และกลิ่นหอมจากตัวลุงอคิราห์เข้าปะทะประสาทสัมผัสของเขา
"แบบนี้" เสียงทุ้มต่ำของอคิราห์ดังอยู่ใกล้หูของวายุจนเขารู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ "ใช้แรงจากแกนกลางลำตัว ถ่ายน้ำหนักไปด้านหน้าพร้อมกับยกจอบ"
อคิราห์ออกแรงกดมือวายุที่จับจอบลงไปในดิน ครืด! เสียงจอบผ่าดินเป็นร่องยาวและตรงแหนว
วายูรู้สึกได้ถึงกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่งบริเวณหน้าอกและแขนที่อคิราห์กำลังถ่ายเทน้ำหนักลงมา ทุกส่วนของร่างกายที่สัมผัสกันทำให้เลือดในกายของวายูสูบฉีดเร็วขึ้น เขาจ้องมองไปที่ร่องดินที่เพิ่งถูกขุดอย่างตรงๆ เพื่อพยายามเบี่ยงเบนความสนใจออกจากความรู้สึกที่กำลังก่อตัว
"เห็นไหม" อคิราห์กระซิบอยู่ข้างหู "ง่ายกว่าการใช้แรงมั่วๆ เป็นกองเลย"
อคิราห์ปล่อยมือออกอย่างรวดเร็ว แล้วถอยหลังกลับไปยืนในระยะที่ปลอดภัยอีกครั้ง ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
วายุสูดหายใจเข้าลึก พยายามซ่อนความสั่นที่ปลายนิ้วมือ เขาหันไปมองอคิราห์ซึ่งกลับมามีสีหน้าเรียบเฉยตามปกติ
"ลองทำเอง" อคิราห์สั่ง
วายุจับจอบอย่างที่ลุงสอน คราวนี้เขาใช้แรงน้อยลงแต่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ร่องดินที่ขุดออกมานั้นตรงและลึกตามที่ควรจะเป็น
"ดีขึ้น" อคิราห์ชมสั้นๆ แล้วหยิบขวดน้ำเย็นๆ ที่เขาเตรียมไว้ส่งให้วายุ "พักสิบนาที แล้วทำต่อจนถึงสิบโมง"
อคิราห์เดินจากไปอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ทิ้งไว้เพียงความรู้สึกปั่นป่วนในใจของวายุ เด็กหนุ่มแนบขวดน้ำเย็นๆ เข้ากับหน้าผาก แล้วมองตามแผ่นหลังที่กว้างและสง่างามของลุง
สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ไม่ใช่แค่การสอนงานในไร่ แต่มันคือการ ทำลายกำแพง ที่อคิราห์สร้างขึ้นมาอย่างไม่ตั้งใจ การสัมผัสที่ใกล้ชิดนั้นทำให้วายุรับรู้ถึงความเป็น ผู้ชาย ในตัวลุงอคิราห์อย่างชัดเจน
เมื่อเวลาสิบโมงตรง แสงแดดเริ่มเปลี่ยนจากสีทองอ่อนๆ เป็นสีเหลืองจ้าที่แผดเผา อุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
"พอแล้ว" เสียงของอคิราห์ดังมาจากแปลงใกล้ๆ "กลับบ้าน พักผ่อน"
วายุที่ร่างกายเต็มไปด้วยเหงื่อและดินเลอะเทอะมองดูร่องดินที่ขุดเสร็จ เขาพอใจกับผลงานที่ตรงและลึกตามที่ลุงสอน อคิราห์เดินเข้ามาหาพร้อมกับผ้าขนหนูผืนเล็กที่พันอยู่รอบคอ
"นายทำได้ดีเกินคาด"
อคิราห์กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่แววตาของเขามีความพอใจอย่างชัดเจน
วายุรู้ดีว่าเมื่อกลับเข้าบ้านไป ความเงียบเหงาจะกลับมาครอบงำอีกครั้ง แม้จะเหนื่อยแทบหมดแรง แต่ความรู้สึกสบายใจเมื่ออยู่กลางแจ้งกับทุ่งนาที่กว้างใหญ่กลับมีมากกว่าการอยู่ในบ้านที่รู้สึกเย็นชา
"ลุงกลับไปก่อนเลยครับ" วายุพูด
"ผมขอพักตรงนี้ก่อน"
เขาเดินไปยัง ต้นไม้ใหญ่ ที่ยืนต้นเด่นอยู่ริมไร่ เป็นต้นไม้ที่อคิราห์มักจะไปยืนมองทุ่งนาอยู่เสมอ วายุทิ้งตัวลงนั่งพิงลำต้นที่หยาบกร้าน สูดลมหายใจที่อบอวลด้วยกลิ่นดินและกลิ่นหญ้าแห้ง เขารู้สึกผ่อนคลายอย่างน่าประหลาดใจ
อคิราห์มองหลานชายที่นั่งอยู่ใต้ร่มเงาอย่างเงียบๆ นิ่งไปครู่หนึ่ง เขายังไม่พูดอะไร เพียงแค่เดินตามวายุมาหยุดอยู่ห่างออกไปราวสองเมตร
"ข้างในบ้านมีแอร์ มีน้ำเย็น" อคิราห์เตือน
"อย่าลืมว่าพรุ่งนี้นายต้องใช้แรงอีก"
"ผมรู้ครับ" วายุตอบ พลางยิ้มเล็กน้อย
"แต่ที่นี่... สบายใจกว่าในบ้านเยอะเลยครับ"
คำพูดนั้นทำให้อคิราห์ชะงักไปเล็กน้อย เขารับรู้ถึงความว่างเปล่าในบ้านตัวเองดี และเข้าใจความรู้สึกของเด็กหนุ่มที่ถูกทิ้งไว้กับความเงียบ
อคิราห์ไม่พูดต่อ เขาไม่ได้กลับไปทางบ้าน แต่หันหลังเดินไปยังก๊อกน้ำที่อยู่ใกล้ๆ ต้นไม้ เขาเปิดน้ำล้างมือและใบหน้าอย่างแรงเพื่อชะล้างฝุ่นดิน
แล้วสิ่งที่ทำให้หัวใจของวายุเต้นรัวกว่าตอนทำงานก็เกิดขึ้น—อคิราห์ถอดเสื้อแขนยาวทำงานออก
เสื้อถูกปลดออกอย่างง่ายดาย เผยให้เห็นแผ่นหลังที่กว้างและเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อจากการทำงานหนัก แผ่นหลังนั้นเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อจนเสื้อที่ถอดออกมามีรอยด่างดวง อคิราห์ใช้เสื้อเช็ดหน้าและลำคออย่างไม่สนใจ
วายุต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง ดวงตาของเขามองไล่ตั้งแต่แผ่นหลังที่เต็มไปด้วยความแข็งแกร่งลงไปยังเอวที่คอดกิ่วจนหายเข้าไปในกางเกงยีนส์เก่าๆ แสงแดดยามสายที่ลอดผ่านกิ่งไม้ส่องกระทบผิวกายที่เปียกชื้นของอคิราห์ ทำให้ทุกส่วนดูคมชัดและน่ามองอย่างประหลาด
อคิราห์หันกลับมา ท่อนบนของเขามีเพียงหยดน้ำที่ไหลลงมาจากคอไปยังหน้าอกที่เรียบตึงและเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ เขาดูเหมือนเทพเจ้าแห่งไร่นาที่เพิ่งเดินออกมาจากภาพวาดกรีกโบราณ
"นายไม่ควรนั่งตากแดดนานเกินไป วายุ"
อคิราห์พูดด้วยน้ำเสียงปกติ แต่ท่าทางของเขากลับทำให้วายุรู้สึกว่าบรรยากาศรอบตัวนั้นร้อนระอุขึ้นอีกเป็นเท่าตัว
วายุพยายามรวบรวมสติให้ได้มากที่สุด
"ครับ... ลุงก็... ลุงก็ระวังเป็นหวัดนะครับ"
อคิราห์หัวเราะในลำคอเบาๆ ซึ่งเป็นการแสดงอารมณ์ที่หาได้ยากยิ่ง
"ร่างกายลุงชินกับแดดและเหงื่อมานานแล้ว"
อคิราห์ตอบ แล้วเดินตรงเข้ามาหาวายุ
"ลุกขึ้น กลับไปอาบน้ำได้แล้ว เดี๋ยวข้าวเที่ยงจะไม่ทัน"
อคิราห์ไม่ได้รอคำตอบ เขาใช้มือที่หยาบกร้านแต่แข็งแรง คว้าเข้าที่ท่อนแขนของวายุ แล้วดึงให้เด็กหนุ่มลุกขึ้นยืน การสัมผัสที่ไม่ได้ตั้งใจแต่เปี่ยมไปด้วยแรงดึงดูด ทำให้วายุต้องตามแรงของลุงอย่างง่ายดาย
วายุมองใบหน้าและดวงตาที่สงบนิ่งของอคิราห์ในระยะใกล้ กลิ่นเหงื่อและกลิ่นกายที่เป็นธรรมชาติของลุงอบอวลจนวายุรู้สึกร้อนไปทั้งตัว
อคิราห์เดินนำวายุไปยังทิศทางของบ้าน แทนที่จะเดินเข้าประตูหลัก อคิราห์กลับพามาหยุดที่ เฉลียงไม้ด้านหน้าบ้าน ที่เพิ่งถูกทำความสะอาดอย่างดี
"นั่งลง" อคิราห์สั่ง พลางทิ้งตัวลงนั่งบนขั้นบันไดไม้ที่อุ่นด้วยแดด วายุทำตามอย่างว่าง่าย ทั้งสองนั่งอยู่ห่างกันประมาณหนึ่งช่วงแขน ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบยามสาย
"นายชอบทุ่งนาแล้วเหรอ" อคิราห์ถามขึ้นมาอย่างกะทันหัน
วายูมองออกไปยังไร่ที่ทอดตัวยาวไกล แสงแดดส่องกระทบใบไม้จนเกิดเป็นสีเขียวทองที่สวยงาม "ครับ... มันสบายใจดี "
อคิราห์เงยหน้ามองท้องฟ้าที่ไม่มีเมฆ ร่างกายท่อนบนที่เปลือยเปล่าของเขายังคงชุ่มเหงื่อ แต่ดูเหมือนเขาจะไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย วายุพยายามควบคุมสายตาไม่ให้มองต่ำลงไปจากลำคอของลุง
"นั่นแหละคือสิ่งที่ฉันค้นพบเมื่อสามปีก่อน"
อคิราห์พูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าปกติเล็กน้อย "ในเมืองนั่น เราใช้ชีวิตเพื่อแข่งกับเวลาและคนอื่น แต่ที่นี่... เราใช้ชีวิตตามจังหวะของตัวเอง"
เขาหันมามองวายุ ดวงตาคมกริบของเขามองอย่างพิจารณา
"นายยังเป็นเด็ก วายุ นายมีพลังงานเยอะ การอยู่เฉยๆ ในบ้านที่เงียบแบบนี้มันน่าจะทรมาน"
"ไม่ทรมานหรอกครับ" วายุรีบปฏิเสธ
"ผม... ผมแค่รู้สึกว่าผมไม่คุ้นเคยกับความเงียบของลุง"
คำพูดของวายุทำให้อคิราห์ยิ้มเล็กน้อย รอยยิ้มที่สองของวัน แต่รอยยิ้มนี้ดูจริงใจกว่ารอยยิ้มแรกมาก มันเป็นรอยยิ้มที่แสดงความเข้าใจ
"บ้านหลังนี้มันเงียบมานานแล้ว" อคิราห์ตอบ เสียงของเขาแฝงความเหงาลึกๆ ที่วายุสัมผัสได้
"ตั้งแต่ที่พ่อกับแม่ของฉันเสียไป ฉันก็กลับมาอยู่คนเดียวที่นี้"
วายูรู้สึกถึงความอึดอัดใจที่เขากล้าพูดถึงเรื่องนี้ "ผม... ผมขอโทษด้วยนะครับ"
"ไม่เป็นไร" อคิราห์ส่ายหน้า
"นายน่าจะรู้ว่านายไม่ใช่แค่แขกที่มาพักร้อน นายก็เป็น สมาชิกครอบครัวของบ้านหลังนี้ "
คำว่า 'ครอบครัว' ดังชัดเจนในหูของวายุ แต่ความรู้สึกที่เขามีต่ออคิราห์ในตอนนี้มันเกินกว่าคำว่าครอบครัวไปไกลแล้ว โดยเฉพาะเมื่อสายตาของเขาเผลอไปมองหยดเหงื่อที่ไหลซึมลงตามร่องกล้ามเนื้อหน้าท้องของลุง
"พรุ่งนี้เราต้องไปตลาดแต่เช้ามืด"
อคิราห์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ท่าทางของเขาสง่างามและเต็มไปด้วยอำนาจ
"ไปอาบน้ำให้เรียบร้อย แล้วอย่าลืมหาชุดที่มันทนทานกว่านี้มาใส่ ที่ไร่เราไม่ใส่เสื้อยืดเก่าๆ ทำงาน"
"ครับลุง" วายุตอบเสียงเบา
อคิราห์พยักหน้า ก่อนจะเดินหายเข้าไปในบ้าน วายุยังคงนั่งอยู่บนเฉลียง หัวใจเต้นแรงจากการสนทนาและภาพเรือนร่างของลุงที่ยังติดตา
คำพูดของอคิราห์ที่บอกว่าเขาคือ 'ครอบครัว' กำลังต่อสู้กับความรู้สึกที่ 'ไม่ควรเป็นครอบครัว' ที่ก่อตัวขึ้นอย่างรุนแรงในใจของวายุ


nuangnut1996 โพสต์ 2026-4-12 13:19:58

สนุกมากครับ

playplayhaha โพสต์ 2026-4-16 23:56:23

สนุกมากครับ

popn โพสต์ 2026-4-17 09:38:11

ขอบคุณครับ

popn โพสต์ 2026-4-17 09:38:16

ขอบคุณครับ

popn โพสต์ 2026-4-17 09:38:22

ขอบคุณครับ

Jeerasak.sr โพสต์ 2026-4-26 11:32:48

ขอบคุณมากคับ

popn โพสต์ 2026-4-26 15:22:51

ขอบคุณครับ

popn โพสต์ 2026-4-26 15:23:06

ขอบคุณครับ

popn โพสต์ 2026-4-26 15:23:17

ขอบคุณครับ

Hajita โพสต์ 2026-4-29 23:01:05

โรแมนติกจัง ^^

Naruto9981 โพสต์ 2026-5-10 23:40:50

ขอบคุณมากครับ

Tum9788 โพสต์ 2026-6-26 00:25:20

ขอบคุณ
หน้า: [1]
ดูในรูปแบบกติ: ร่องรอยรักในไร่สีทอง (ลุงกับหลาน) ตอนที่ 3