NOOFONG โพสต์ 2026-4-7 11:09:23

ชกให้ลงล็อก (ช่างกลXนักมวย) 2

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย NOOFONG เมื่อ 2026-4-7 11:15





ค่ายมวยศิษย์ลุงวิชัยวันนี้คึกคักเป็นพิเศษ ทันทีที่เมษาประกาศผลสอบติดพวกรุ่นพี่ก็เฮโลเข้ามาฉลองกันยกใหญ่






“หัวดีเหมือนกันนี่หว่าเราน่ะ” พี่เข้มเอ่ยชมพลางคล้องคอเมษาไว้






“ขอบใจจ้ะพี่... ฉันจะตั้งใจเรียนให้คุ้มกับที่ลุงวิชัยส่งเสีย จะไม่ไปทำตัวเป็นภาระใครแน่นอน” เมษาตอบพลางยืดอกอย่างภูมิใจ






“แต่ข้าได้ยินมาว่าที่แผนกช่างกลมันถิ่นไอ้ราเชน ขาใหญ่หน้าโหดที่ใครๆ ก็ขยาด เอ็งตัวกะเปี๊ยกแค่นี้จะไปสู้รบตบมือกับพวกมันไหวเรอะ”






“จริงของไอ้กล้ามันนะ... แต่ก็นั่นแหละ เมษามันเลือกแล้ว พวกข้าก็คงได้แค่ยืนดูอยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ จะไปตามคุมเป็นเด็กโข่งก็ใช่ที่ ชีวิตเอ็งเอ็งต้องหัดเดินเองโว้ย” พี่เข้มว่าพลางตบไหล่ให้กำลังใจ






“พวกพี่ทำเหมือนฉันเป็นเด็กสามขวบไปได้ ฉันโตจนจะถีบเปี๊ยบดังปังแล้วนะจ๊ะ! เรื่องดูแลตัวเองน่ะหายห่วง วิชามวยเราก็มี จะกลัวอะไร!”






“เออๆ พวกข้าไม่ห่วงเอ็งก็ได้ แต่อย่าไปซ่าจนได้แผลกลับมาให้ลุงวิชัยด่าล่ะ ดูแลตัวเองด้วย”






“รู้แล้วน่าพี่!”






บรรยากาศที่กำลังครึกครื้นถูกขัดจังหวะด้วยเสียงทุ้มเข้มที่คุ้นเคย โกสุม เดินฝ่าวงล้อมเข้ามาพร้อมผ้าขนหนูพาดบ่า ใบหน้าหล่อเหลาดูจริงจังขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นรุ่นน้องตัวดีถูกรุมทึ้งจนหน้าแดงก่ำ






“พอแล้วพวกเอ็ง... เลิกมุงได้แล้ว รีบแยกย้ายกันไปซ้อมมวยเถอะ เดี๋ยวลุงวิชัยมาเห็นจะโดนหวายลงหลังกันหมด” โกสุมตะโกนลั่นพลางใช้แขนกันพวกรุ่นพี่ให้ออกห่างจากเมษา “ดูซิเนี่ย รุมกันจนน้องมันจะไม่มีอากาศหายใจ เป็นลมเป็นแล้งไปจะว่ายังไง”






“แหม...หวงจังนะเอ็ง เมษาก็ของพวกเราเหมือนกันนะโว้ย!” พี่จุก แซวพลางทำหน้าทะเล้นใส่ เรียกเสียงฮือฮาจากพวกรุ่นพี่คนอื่นๆ ที่พากันยิ้มกริ่มอย่างรู้ทัน






“ไปๆ อย่าพูดมาก!” โกสุมตัดบทเสียงแข็ง ใบหน้าคมเข้มแอบขึ้นสีระเรื่อเล็กน้อยแต่ก็ยังทำนิ่ง “ถ้ากระสอบทรายไม่ขาดวันนี้ ข้าจะฟ้องลุงวิชัยว่าพวกเอ็งแอบอู้”






“เออๆ ไปก็ได้วะ... หวงก้างชิบเป๋งเลย”






พี่เข้มหัวเราะร่วนพลางกวักมือเรียกพรรคพวกให้แยกย้ายกันไปประจำที่ ทิ้งให้เหลือเพียงโกสุมกับเมษาที่ยืนยิ้มแป้นอยู่สองคน






“พี่โกสุม... พี่ก็ดุพวกลุงๆ เขาเกินไป ฉันยังไหวอยู่น่า” เมษาพูดพลางใช้มือพัดหน้าตัวเองระบายความร้อน






“ไม่ได้หรอก... พวกนั้นมันมือหนักเท้าหนัก เผลอแป๊บเดียวเดี๋ยวเอ็งก็ได้แผลก่อนไปเรียนพอดี” โกสุมหันมามองเมษาด้วยสายตาที่อ่อนแสงลง มือหนาเอื้อมไปจัดปกเสื้อให้รุ่นน้องอย่างเบามือ “ไปล้างหน้าล้างตาเถอะ วันนี้ไม่ต้องซ้อมหนักหรอก เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับวันเปิดเทอมก็พอ”






เมษามองตามแผ่นหลังกว้างของโกสุมที่เดินไปจัดระเบียบอุปกรณ์มวยพลางอมยิ้มขำ ถึงจะรู้ว่าพี่ชายคนนี้ขี้ห่วงขนาดไหน แต่เขาก็อดรู้สึกอบอุ่นหัวใจไม่ได้ที่รู้ว่า ไม่ว่าจะไปเจอเรื่องร้ายแรงแค่ไหนที่วิทยาลัย... ที่ค่ายมวยแห่งนี้ก็ยังมี 'พื้นที่ปลอดภัย' รอเขาอยู่เสมอ






เช้าวันเปิดเทอมวันแรกมาถึงพร้อมกับเสียงไก่ขันและกลิ่นน้ำมันมวยที่คุ้นเคย เมษาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก เขาหยิบชุดนักเรียนใหม่เอี่ยมที่รีดจนเรียบกริบขึ้นมาสวม กระจกเงาบานเก่าในห้องนอนสะท้อนภาพเด็กหนุ่มหน้าใสในชุดเสื้อเชิ้ตขาวสะอาดตา และกางเกงสแล็คสีกรมท่าเข้ม ขัดเข็มขัดตราวิทยาลัยจนเงาวับ






“แหม... หล่อใช้ได้นี่หว่าไอ้หลานชาย” ลุงวิชัยที่เดินผ่านมาเห็นถึงกับเอ่ยปากทักพลางเคี้ยวหมากหยับๆ “ไปเรียนวันแรก อย่าไปสร้างเรื่องให้ครูเขาปวดหัวล่ะ”






“จ้ะลุง ฉันจะทำตัวเป็นเด็กดีให้ลุงภูมิใจเลย!” เมษาตอบยิ้มแฉ่งพลางคว้าเป้ขึ้นพาดบ่า






ที่หน้าค่ายมวย โกสุม จอดมอเตอร์ไซค์คันเก่งรออยู่ก่อนแล้ว วันนี้เขาดูสะอาดสะอ้านเป็นพิเศษเพื่อมาส่งน้องชายคนสนิทไปเรียนวันแรก ใบหน้าคมเข้มลอบยิ้มออกมาเมื่อเห็นเมษาเดินแกมวิ่งออกมาหา






“พร้อมมั้ยเอ็ง?” โกสุมถามพลางยื่นหมวกกันน็อกให้






“พร้อมสุดๆ เลยพี่!” เขากระโดดขึ้นซ้อนท้ายอย่างคล่องแคล่ว “ไปเลยพี่โกสุม ซิ่งไปให้ถึงรั้ววิทยาลัยเลย!”






มอเตอร์ไซค์ของโกสุมแล่นฝ่าสายลมยามเช้าไปตามถนนลาดยาง ทิ้งควันจางๆ ไว้เบื้องหลัง จนกระทั่งมาหยุดกึกที่หน้าประตูใหญ่ของวิทยาลัยสารพัดช่าง บรรยากาศที่นี่คึกคักไปด้วยเด็กช่างหลากแผนกที่เดินกันขวักไขว่ เสื้อช็อปหลากสีสันบ่งบอกถึงสังกัดของแต่ละคน






“ตั้งใจเรียนนะเมษา มีอะไรก็รีบบอกพี่... ตอนเย็นพี่จะมารอรับที่เดิม” โกสุมกำชับพลางเอื้อมมือไปจัดปกเสื้อเชิ้ตของเมษาให้เข้าที่อีกครั้ง สายตาที่มองมานั้นเต็มไปด้วยความห่วงใยจนเมษาต้องรีบพยักหน้ารับ






“รู้แล้วจ้ะพี่ พี่ก็ขับรถกลับดีๆ นะ”






เมษาโบกมือลาโกสุมก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วก้าวเท้าเข้าสู่เขตรั้ววิทยาลัยอย่างมุ่งมั่น เขาเดินตรงไปยังอาคารโรงฝึกของ แผนกช่างกล ซึ่งตั้งอยู่ท้ายสุดของสถาบัน กลิ่นน้ำมันเครื่องและเสียงเครื่องจักรที่เริ่มทำงานดังแว่วมาแต่ไกล






แต่พอเดินเข้าเขตโรงฝึก บรรยากาศกลับเปลี่ยนไปทันที...






เมษาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามรวบรวมสมาธิเดินก้มหน้าเลี่ยวงทางเดินโรงฝึกช่างกลที่เต็มไปด้วยรุ่นพี่ชายฉกรรจ์ เขาตั้งใจไว้แล้วว่าจะมาเรียนให้ดีที่สุด ไม่อยากไปขัดแข้งขัดขาใครตั้งแต่วันแรก โดยเฉพาะเมื่อเห็นสายตาหลายคู่ที่จ้องมองมาอย่างกวนประสาท






“เฮ้ยๆ ดูสิพวกเรา... ปีหนึ่งห้อง ก. มี 'คุณหนู' หลงมาว่ะ หน้าตาสะอาดสะอ้านแบบนี้มาผิดแผนกเปล่าน้อง?” เสียงแซวดังมาจากมุมหนึ่ง เมษาทำเป็นไม่ได้ยิน เขาเพียงแค่กระชับสายเป้แล้วก้าวเดินต่ออย่างสุภาพ






แต่ทว่า... ทางเดินแคบๆ ระหว่างเครื่องจักรกลับถูกขวางไว้ด้วยร่างสูงใหญ่ของใครบางคน เมษาเกือบจะเดินชนแผงอกกว้างที่สวมเสื้อช็อปสีเข้มพาดบ่าอย่างมีเอกลักษณ์ เขาชะงักกึกแล้วรีบถอยออกมาก้าวหนึ่งทันที






ราเชน ยืนพิงเครื่องกลึงตัวเขื่อง ใบหน้าคมเข้มดุดันจ้องมองเมษาด้วยสายตาที่เย็นชาและตั้งแง่มาแต่ไกล






“ชื่ออะไร?” ราเชนเอ่ยถามเสียงทุ้มต่ำที่ฟังดูน่าเกรงขามจนเด็กปีหนึ่งคนอื่นๆ ที่เดินตามมาถึงกับชะงักกึก






เมษารีบยกมือไหว้พุ่มสวยอย่างนอบน้อม ก้มหัวให้รุ่นพี่ตามธรรมเนียมที่ลุงวิชัยพร่ำสอน “สวัสดีจ้ะพี่... ฉันชื่อเมษาจ้ะ ปีหนึ่งห้อง ก. รายงานตัวเข้าฝึกจ้ะพี่”






ราเชนหรี่ตาแคบลง มองการไหว้ที่ดูอ่อนช้อยและใบหน้าจิ้มลิ้มที่ดูไม่เข้ากับกลิ่นน้ำมันเครื่องเอาเสียเลย เขาแค่นยิ้มมุมปากที่เป็นรอยยิ้มแบบดูแคลน






“เมษา... หึ ชื่อหวานเหมือนหน้าเลยนี่” ราเชนกวาดสายตามองตั้งแต่หัวจรดเท้า “ที่นี่คือแผนกช่างกล งานมันหนักและสกปรกกว่าที่เอ็งคิดเยอะ ถ้าคิดจะมาทำตัวหน่อมแน้ม สำอางกลัวเลอะเหมือนอยู่ที่บ้าน... ข้าแนะนำให้รีบถอนตัวไปซะตอนนี้ ดีกว่าต้องมานั่งร้องไห้ขี้มูกโป่งกลางโรงฝึกให้เป็นภาระคนอื่น!”






เมษานิ่งไปชั่วครู่ เขาไม่ได้โต้ตอบกลับด้วยคำพูดกวนประสาทอย่างที่ใจคิด เพียงแต่เงยหน้าสบตาคนตัวโตกว่าด้วยแววตาที่หนักแน่นแต่ยังคงความสุภาพ






“ขอบคุณที่เตือนจ้ะพี่... ฉันเตรียมใจมาแล้วจ้ะว่าต้องลำบาก ฉันจะพยายามทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ไม่ให้เป็นภาระใครแน่นอนจ้ะ”






เมษาตอบเพียงเท่านั้นก่อนจะก้มหัวให้เล็กน้อยเป็นเชิงขอทาง “ถ้าพี่ไม่มีอะไรแล้ว... ฉันขอตัวไปรวมกลุ่มกับเพื่อนก่อนนะจ๊ะ”






ราเชนไม่ได้หลีกทางให้ในทันที เขาจ้องมองเด็กใหม่ที่ดู 'นิ่ง' เกินคาดด้วยความรู้สึกขัดใจลึกๆ เหมือนเห็นสิ่งแปลกปลอมที่เขาไม่ชอบหน้าตั้งแต่แรกเห็น ก่อนจะค่อยๆ เบี่ยงตัวหลบให้เพียงนิดเดียวพอให้เดินผ่านไปได้






เมษารีบเดินกึ่งวิ่งออกไปทันที โดยไม่รู้เลยว่าสายตาคมดุของราเชนยังคงจ้องตามแผ่นหลังของเขาไปจนสุดทาง พร้อมกับความคิดที่ตั้งแง่ไว้ในใจว่า... เด็กคนนี้ไม่มีทางทนอยู่ในโลกของเขาได้นานแน่ๆ






“ลูกพี่... ไอ้เด็กนั่นมันตั้งใจเมินลูกพี่ชัดๆ ดูท่าทางมันสิ ไหว้ซะสวยแต่ตาไม่หลบเลย ให้ฉันจัดการสั่งสอนมันให้รู้สำนึกเลยมั้ย” เสียงกวนประสาทของลูกน้องคนสนิทดังขึ้นข้างกาย พร้อมกับท่าทางที่เตรียมจะเดินตามไปหาเรื่อง






ราเชนยกมือขึ้นห้ามช้าๆ ใบหน้าคมเข้มยังคงเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยความกดดัน “ไม่ต้อง... มันทนอยู่ที่นี่ได้ไม่นานหรอก เอ็งจะเปลืองแรงไปทำไม”






เขาแค่นยิ้มเย็นชาพลางมองไปที่เครื่องจักรหนักๆ และกองเหล็กที่วางระเกะระกะอยู่ในโรงฝึก “แผนกเรามันไม่ใช่ที่ของพวกหน้าสวยใจปลาซิว เดี๋ยวโดนรับน้องหนักๆ เข้าหน่อย หรือต้องแบกเหล็กตากแดดทั้งวัน พรุ่งนี้มันก็หอบผ้าหอบผ่อนกลับไปฟ้องแม่แล้ว คนแบบนี้... ไม่ต้องลงมือให้เสียเวลาหรอก แค่ปล่อยให้มันเจอกับ ‘ความจริง’ ของช่างกล เดี๋ยวก็ไสหัวไปเอง”






ลูกน้องพยักหน้ารับอย่างเสียไม่ได้ แต่ในใจก็แอบหมายหัวเมษาไว้แล้วว่าถ้ามีโอกาสคงต้อง "ลองของ" ดูสักหน่อย






ขณะเดียวกัน เมษาที่เดินพ้นรัศมีสายตาของกลุ่มราเชนมาได้ ก็ลอบถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เขาพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติพลางมองหาแถวรายงานตัวของห้อง ก. ท่ามกลางเสียงโวยวายและบรรยากาศที่ดูป่าเถื่อนรอบตัว






“เก่งมากเมษา... ใจเย็นๆ ไว้ อย่าไปมีเรื่อง” เมษาพึมพำกับตัวเองเบาๆ นึกถึงคำสั่งเสียของลุงวิชัยกับสายตาห่วงใยของพี่โกสุมขึ้นมาทันที






แต่ในจังหวะที่เขากำลังจะก้าวเข้าไปรวมกลุ่มกับเพื่อนร่วมรุ่น สายตาเขาก็เหลือบไปเห็นความวุ่นวายเล็กๆ ที่มุมหลังโรงฝึก รุ่นพี่ปีสามกลุ่มหนึ่งกำลังล้อมวงแกล้งใครบางคนอยู่ มีทั้งเสียงหัวเราะเยาะและเสียงของหนักกระทบพื้นปูน






เมษาชะงักกึก... ภาพที่เห็นคือรุ่นพี่ร่างบางคนหนึ่งในเสื้อช็อปปีสองที่ดูเก่าและซืดจาง กำลังก้มหน้าก้มตาเก็บสมุดจดที่กระจายเกลื่อนพื้นปูนที่เต็มไปด้วยคราบน้ำมันเครื่อง ท่าทางที่ดูอ่อนแอและไม่สู้คนของรุ่นพี่คนนั้น ทำให้เมษาที่โตมาในค่ายมวยและถูกสอนให้ปกป้องคนอ่อนแอเริ่มรู้สึกใจคอไม่ดี






เขาพยายามดึงสติบอกตัวเองให้ใจเย็นที่สุด ลุงวิชัยเพิ่งกำชับมาหยกๆ ว่าอย่าไปแกว่งเท้าหาเสี้ยน พี่โกสุมก็กำชับว่าให้เรียนอย่างเดียว เขาเลยได้แต่แสร้งทำเป็นก้มหน้าจัดสายเป้ แต่สายตากลับลอบมองเหตุการณ์ตรงหน้าอยู่เงียบๆ เพื่อประเมินสถานการณ์






"เร็วๆ สิครับ 'พี่ดาวเหนือ' เก็บช้าแบบนี้ เดี๋ยวผมก็ช่วยสงเคราะห์เอาเท้าช่วยกวาดให้หรอก" เสียงรุ่นพี่ปีสามคนหนึ่งพ่นหัวเราะพลางเอาปลายเท้าเขี่ยๆ ไปที่มือของรุ่นพี่ร่างบางคนนั้น






'ดาวเหนือ...' เมษาเม้มปากแน่น ชื่อนี้สะดุดหูเขาอย่างบอกไม่ถูก






ภาพตรงหน้ามันช่างขัดกับความรู้สึกของเด็กค่ายมวยที่ถูกสอนมาว่า 'คนเก่งจริงเขาไม่รังแกคนที่ไม่มีทางสู้' เมษาเห็นดาวเหนือถูกผลักจนไหล่ไปกระแทกกับขอบเหล็ก แต่รุ่นพี่คนนั้นกลับไม่ปริปากด่าสักคำ ทำเพียงแค่ก้มหน้ายอมรับชะตากรรมด้วยแววตาที่หม่นหมองจนน่าใจหาย






เมษายืนกำสายเป้แน่นจนข้อนิ้วขึ้นสีขาว ใจหนึ่งก็อยากจะเดินหนีไปรายงานตัวให้จบๆ แต่อีกใจมันกลับก้าวขาไม่ออก






'ถ้าเราเฉย... เขาก็คงโดนแบบนี้ไปตลอดงั้นเหรอ?' เมษายังคงนิ่งดูสถานการณ์อยู่ห่างๆ เขาเห็นพวกปีสามเริ่มสนุกกันเกินขอบเขต มีคนหนึ่งหยิบกระป๋องน้ำดื่มที่กินเหลืออยู่เตรียมจะเทราดลงบนหัวของดาวเหนือที่กำลังนั่งคุกเข่าเก็บของอยู่






บรรยากาศในโรงฝึกช่างกลที่ว่าร้อนระอุอยู่แล้ว ตอนนี้ในอกของเมษากลับร้อนรุ่มยิ่งกว่า แววตาที่เคยนิ่งสงบเริ่มสั่นไหวด้วยความรู้สึกขัดใจ... เขาไม่ได้อยากมีเรื่อง แต่การเห็นคนโดนรังแกต่อหน้าต่อตาแบบนี้ มันช่างท้าทาย 'สันดานนักสู้' ที่อยู่ในสายเลือดเขาเหลือเกิน






เมษายืนมองเหตุการณ์อยู่ครู่หนึ่ง มือที่กำสายเป้ค่อยๆ คลายออก เขาตัดสินใจสลัดความลังเลทิ้งไป แต่จะให้พุ่งเข้าไปซัดกันนัวเนียตั้งแต่วันแรกก็คงไม่ใช่เรื่องดีแน่ เด็กหนุ่มจึงแสร้งทำเป็นเดินสะดุดขาตัวเองจนเซเข้าไปกลางวงล้อมนั้นพอดี






เคร้ง!






เท้าของเขาเตะเข้าที่ถังเหล็กใบเก่าจนมันกลิ้งหลุนๆ ไปขวางทางปืนของรุ่นพี่คนที่จะเทน้ำพอดี เสียงโลหะกระทบพื้นดังสนั่นจนทุกคนในวงสะดุ้งโหยง






“เฮ้ย! ไอ้เด็กใหม่ เดินภาษาอะไรของมึงวะ!” รุ่นพี่คนหนึ่งตวาดเสียงดังพลางชักเท้าหลบเศษเหล็ก






"อุ๊ย! ขอโทษจ้ะพี่ พอดีฉันรีบไปหน่อย กลัวจะไปรายงานตัวไม่ทันจ้ะ" เมษาตอบด้วยน้ำเสียงนอบน้อมที่สุดเท่าที่จะทำได้ มือก็คว้าสมุดเล่มสุดท้ายส่งคืนให้ดาวเหนือ “นี่จ้ะพี่... ของพี่หรือเปล่าจ๊ะ? หน้าตาดูสำคัญนะเนี่ย เลอะน้ำมันหมดแล้วเสียดายแย่เลย”






ดาวเหนือที่นั่งตัวสั่นอยู่บนพื้นเงยหน้ามองเมษาด้วยความงุนงง เขาเห็นดวงตาคู่สวยนั้นขยิบให้แวบหนึ่งแบบที่พวกรุ่นพี่ไม่มีทางสังเกตเห็น






“เออๆ ไอ้ซุ่มซ่าม! รีบไสหัวไปไกลๆ เลยไป๊!” รุ่นพี่ปีสามเริ่มเสียอารมณ์ที่จังหวะกลั่นแกล้งถูกขัดจนขาดตอน แถมคนทำยังมายืนไหว้ปลกๆ ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้จนหาเรื่องต่อไม่ถูก






"รีบไปกันเถอะจ้ะพี่ เมื่อกี้ฉันเดินผ่านหน้าตึกมา เห็นอาจารย์ฝ่ายปกครองท่านกำลังเดินเช็กชื่อเด็กใหม่ทางนี้พอดีเลยจ้ะ เห็นท่านบ่นๆ ว่าวันนี้วันแรก ใครมายืนออหน้าโรงฝึกท่านจะกาหัวไว้ก่อนเลยจ้ะ"






เมษาทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มใสซื่อที่สุดในชีวิต ก่อนจะรีบประคองดาวเหนือให้ลุกขึ้นแล้วกึ่งเดินกึ่งลากรุ่นพี่ร่างบางออกมาจากตรงนั้นทันที






“ขอบใจน้องมากนะ...” ดาวเหนือเอ่ยขึ้นเบาๆ เมื่อเดินมาถึงมุมที่ลับตาคน “ถ้าไม่ได้น้อง พี่คง...”






“ไม่เป็นไรจ้ะพี่ ฉันแค่ซุ่มซ่ามจริงๆ” เมษาตอบพลางปัดฝุ่นออกจากกางเกงให้รุ่นพี่ “ฉันชื่อเมษาจ้ะพี่... ส่วนพี่ ชื่อดาวเหนือใช่ไหมจ๊ะ?”






ดาวเหนือพยักหน้าช้าๆ เขามองเด็กใหม่หน้าจิ้มลิ้มตรงหน้าที่ดูภายนอกนุ่มนิ่ม แต่กลับมีความ "แสบ" ซ่อนอยู่ข้างในอย่างที่ใครก็คาดไม่ถึง






หลังจากผ่านช่วงวุ่นวายของการรายงานตัวและปฐมนิเทศในช่วงเช้าไปได้ บรรยากาศช่วงบ่ายในวิทยาลัยสารพัดช่างก็เริ่มผ่อนคลายลง อาจารย์ประจำแผนกปล่อยให้เด็กใหม่จัดการธุระส่วนตัวและสำรวจโรงฝึกกันตามอัธยาศัย ก่อนจะถึงเวลาเลิกเรียนอย่างเป็นทางการ






เมษากอดอกยืนพิงเสา มองไปรอบๆ โรงฝึกที่มีแต่กลิ่นน้ำมันเครื่องและเสียงเหล็กกระทบกัน เพื่อนร่วมรุ่นแผนกช่างกลส่วนใหญ่มีแต่คนตัวโตๆ ผิวเข้ม หน้าตาถมึงทึง บางคนก็เริ่มจับกลุ่มกันสูบบุหรี่หลังโรงฝึก ดูทรงแล้วแต่ละคนก็ถอดแบบมาจากไอ้รุ่นพี่ชื่อ ราเชน นั่นไม่มีผิดเพี้ยน






‘ไม่แปลกใจเลยที่หมอนั่นจะเดินเข้ามาดูถูกกันตั้งแต่วันแรก’ เมษาคิดในใจพลางส่ายหน้าเบาๆ ถ้าเทียบไซซ์กันแล้ว เขาก็ดูเหมือนหลงฝูงมาจริงๆ นั่นแหละ






“เมษา... มานั่งตรงนี้ไหมจ๊ะ ตรงนี้ลมโกรกดีนะ” เสียงเรียกเบาๆ ของ ดาวเหนือ ดังขึ้นจากมุมหนึ่งของโรงฝึก






เมษาเดินตามรุ่นพี่ปีสองไปที่ม้านั่งไม้เก่าๆ ตัวหนึ่งที่ตั้งอยู่ข้างโรงฝึก พื้นที่ตรงนี้ค่อนข้างรก มีเศษเหล็กและเครื่องจักรเก่าที่ไม่ได้ใช้งานวางทับถมกันจนกลายเป็นเหมือนกำแพงธรรมชาติกั้นสายตาคนภายนอก แต่มันกลับเป็นมุมที่สงบและสบายใจที่สุดในเขตรั้ววิทยาลัยสำหรับคนที่ไม่ชอบความวุ่นวาย






“ขอบใจจ้ะพี่... มุมนี้ดีจังนะ ไม่ค่อยมีใครเดินผ่านมาเลย” เมษาหย่อนตัวลงนั่งพลางวางเป้ลงข้างข้าง พลางสูดอากาศที่มีกลิ่นไอดินผสมกลิ่นน้ำมันเครื่องจางๆ






“อื้อ... ปกติไม่มีใครสนใจมุมนี้หรอกจ้ะ เพราะมันรก แล้วก็อยู่ไกลจากที่พวกปีสามเขาชอบไปรวมตัวกัน” ดาวเหนือตอบพร้อมรอยยิ้มบางๆ ที่ดูผ่อนคลายขึ้นกว่าเมื่อเช้า “เมื่อกี้พี่เห็นพวกเพื่อนๆ ร่วมห้องของเมษาแต่ละคน... พี่ว่าเมษาต้องระวังตัวหน่อยนะ แผนกเรามันเน้นกำลังกันซะส่วนใหญ่”






เมษาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ สายตามองออกไปที่ลานกว้างหน้าโรงฝึก “ฉันชินแล้วจ้ะพี่... อยู่ค่ายมวยมาตั้งแต่เกิด เจอคนตัวโตๆ หน้าดุๆ มานับไม่ถ้วน แต่ที่นี่มันแค่... แปลกที่ไปหน่อยเท่านั้นเอง”






“ค่ายมวยเหรอ?” ดาวเหนือตาโตด้วยความแปลกใจ พลางกวาดสายตามองรูปร่างโปร่งบางของรุ่นน้องตรงหน้า “เมษาเนี่ยนะ... อยู่ค่ายมวย?”






“จ้ะ... ค่ายมวยศิษย์ลุงวิชัยไงพี่ ไว้ว่างๆ พี่แวะไปเที่ยวสิ พี่ๆ ในค่ายใจดีทุกคนนะจ๊ะ... ถึงหน้าตาจะดูไม่ค่อยรับแขกเหมือนไอ้คนชื่อราเชนนั่นก็เถอะ”






เมษาพูดติดตลกพลางหยิบขวดน้ำขึ้นมาจิบ ท่าทางที่ดูสบายๆ ของเขาเริ่มทำให้ดาวเหนือรู้สึกเบาใจขึ้นอย่างประหลาด ท่ามกลางดงเหล็กและกลุ่มคนใจร้อน เมษาหน้าใสคนนี้กลับดูเหมือนเป็นพื้นที่สีเขียวเล็กๆ ที่ทำให้เขารู้สึกปลอดภัยขึ้นมาเสียดื้อๆ






โดยที่ทั้งสองคนไม่รู้เลยว่า ที่ชั้นสองของอาคารปฏิบัติการเหนือม้านั่งตัวนั้นไปไม่ไกล สายตาคมกริบคู่เดิมยังคงยืนมองลงมาผ่านหน้าต่างกระจกฝุ่นเขรอะ... ราเชน ยืนกอดอกมองภาพ "แกะหลงฝูง" สองตัวที่นั่งคุยกันกะหนุงกะหนิงด้วยสีหน้าที่ยากจะคาดเดาความรู้สึก






“แล้วทำไมพี่ถึงยอมให้พวกนั้นแกล้งล่ะจ้ะ” เมษาถามขึ้นเสียงเรียบ ท่าทางนิ่งสงบแต่แฝงไปด้วยความสงสัยตามประสาคนค่ายมวยที่ไม่เคยยอมให้ใครมารังแกฟรีๆ






“ไม่รู้สิ... พี่ก็ไม่ได้เต็มใจหรอกนะ แต่ว่าพี่ก็ทำอะไรไม่ได้ ใครจะอยากโดนแกล้งกันล่ะ” ดาวเหนือตอบพลางแค่นยิ้มขื่นๆ มือเรียวถูไปมาบนกางเกงสแล็คที่เลอะคราบน้ำมัน






“งั้นก็ต้องโดนอยู่ทุกวันน่ะสิ”






“ชินแล้วล่ะ...”






“อย่าพูดเหมือนมันเป็นเรื่องปกติสิจ้ะ” เมษาขัดขึ้นทันควัน คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเล็กน้อย “การถูกรังแกมันไม่ใช่เรื่องที่ใครควรจะชินนะพี่”






ดาวเหนือเงยหน้ามองฟ้าพลางทอดถอนใจ “พี่ก็เหมือนแกะหลงฝูงนั่นแหละเมษา... ที่นี่มีแต่พวกใช้กำลัง แถมพวกอ่อนแอยังถูกมองว่าเป็นจุดอ่อน เป็นเป้านิ่งให้พวกนั้นระบายอารมณ์”






“แล้วทำไมพี่ยังเลือกเรียนแผนกนี้ล่ะจ๊ะ ในเมื่อพี่ก็รู้ว่ามันไม่เข้ากับพี่เลยสักนิด”






“ที่บ้านพี่มีกิจการให้ต้องสืบทอดน่ะสิ” ดาวเหนืออธิบายพลางขยับแว่นสายตา “ที่บ้านทำโรงงานกลึงเหล็ก พ่ออยากให้พี่รู้เรื่องเครื่องจักรจริงๆ ไม่ใช่แค่บริหารอย่างเดียว ท่านเลยส่งมาเรียนที่นี่”






“โห้... เถ้าแก่น้อย สินะจ๊ะเนี่ย” เมษาแกล้งเย้าเพื่อทำลายบรรยากาศตึงเครียด แต่อีกฝ่ายกลับไม่ขำด้วย






“อืม... เพราะบ้านรวย ก็เลยโดนรีดไถอยู่บ่อยๆ” ดาวเหนือพูดเสียงแผ่ว “พวกปีสามน่ะ เห็นพี่เป็นตู้เอทีเอ็มเคลื่อนที่ ถ้าวันไหนพี่ไม่ยอมจ่าย หรือทำตัวมีปัญหา พี่ก็โดนหนักกว่าเดิม พี่เลยเลือกที่จะ... จ่ายๆ ไปให้เรื่องมันจบ จะได้เรียนให้จบไปวันๆ”






เมษานิ่งไปชั่วครู่ สายตามองออกไปที่กลุ่มรุ่นพี่ร่างใหญ่ที่ยืนหัวเราะกันอยู่ไกลๆ ความรู้สึกอัดอั้นเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ ในโลกของเขา... ความแข็งแกร่งมีไว้เพื่อปกป้อง ไม่ใช่เพื่อข่มเหง แต่ในโลกของช่างกลแห่งนี้ ดูเหมือนทุกอย่างจะบิดเบี้ยวไปหมด






“พี่ดาวเหนือ...” เมษาเรียกเสียงนุ่มแต่หนักแน่น “จากนี้ไป ถ้าพวกนั้นมาวุ่นวายกับพี่อีก พี่ไม่ต้องจ่ายให้พวกมันแล้วนะจ๊ะ”






“ทำไมล่ะเมษา? เดี๋ยวพวกนั้นก็มาเอาเรื่องน้องไปด้วยหรอก” ดาวเหนือทำสีหน้ากังวล






“ฉันบอกแล้วไงจ๊ะ ว่าฉันอยู่ค่ายมวย...” เมษาหันไปส่งยิ้มให้รุ่นพี่ แววตามีประกายความซนซ่อนอยู่ “วิชามวยของฉันน่ะ ไม่ได้มีไว้แค่โชว์บนเวทีหรอกนะ... อีกอย่าง ฉันว่าน้ำมวยของฉัน น่าจะช่วยให้พวกรุ่นพี่แถวนี้หาย ‘หิวกระหาย’ เงินของพี่ไปได้เยอะเลยล่ะจ้ะ!”




------------------------------------
เริ่มงงแล้วว่าเรื่องนี้ใครเป็นพระเอก
แล้วเพื่อนๆเชียร์ใครครับ
ระหว่างโกสุม กับ ราเชน


nuangnut1996 โพสต์ 2026-4-7 13:44:31

สนุกมากครับ

princo78 โพสต์ 2026-4-7 16:26:52

ขอบคุณครับ

thai_boys โพสต์ 2026-4-7 20:13:06

ขอบคุณมากๆนะครับ

ninenut โพสต์ 2026-4-7 21:49:27

ขอบคุณครับ

yaiwong โพสต์ 2026-4-8 07:09:44

ชอบมาก สนุก ลุ้นตาม

Navar โพสต์ 2026-4-8 21:08:03

ขอบคุณครับ

คำปุ้ย โพสต์ 2026-4-9 00:08:39

ลุ้นยุคับว่าเชียรใคร ถ้าให้เดาน่าจะราเชนคับ555 ลุ้นต่อตอนต่อไปคับ

ore โพสต์ 2026-4-10 06:23:36

ชอบ

reawreaw โพสต์ 2026-4-11 15:41:27

ขอบคุณครับ

เขียด1 โพสต์ 2026-4-12 05:06:10

ราเชน

tjkung โพสต์ 2026-4-26 06:22:47

ข อ บ คุ ณ ค รั บ

Siva1419 โพสต์ 2026-6-20 15:11:42

ขอบคุณครับ
หน้า: [1]
ดูในรูปแบบกติ: ชกให้ลงล็อก (ช่างกลXนักมวย) 2