ชีวิต18+ของผม EP4.
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Treasure เมื่อ 2026-4-4 22:27กริ่งหน้าบ้านดังรัวขึ้นสามสี่ครั้งติดต่อกันจนผมที่กำลังนอนพักผ่อนในวันหยุดต้องสะดุ้งตื่น
"แม่งคนจะนอนใครมากดนักหนาวะ" ผมบ่นพำพัมในใจ
ตอนเดินลงบันไดมาด้วยสภาพงัวเงีย แต่พอเปิดประตูออกไป หัวใจผมกลับหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม
เพราะคนที่ยืนเด่นอยู่หน้าบ้านคือ พี่มล แฟนสาวคนสวยของพี่เอกที่ยืนส่งยิ้มหวานมาให้ผม แต่ในใจผมตอนนี้กลับเต้นระรัวด้วยความกังวล ภาพเหตุการณ์ลึกซึ้งกับพี่เอกในห้องน้ำเมื่ออาทิตย์ก่อนฉายย้อนกลับมาเป็นฉากๆ จนผมเผลอกำชายเสื้อตัวเองแน่ชน
"มี... มีอะไรหรือเปล่าครับพี่มล?" ผมถามเสียงตะกุกตะกัก
ในหัวจินตนาการไปไกลว่าหรือพี่มลจะรู้เรื่องแล้ว หรือพี่เอกจะเผลอหลุดปากบอกอะไรไป
"อ้าว ภู ทำหน้าเหมือนเห็นผีเลยนะเรา" พี่มลหัวเราะเบาๆ ท่าทางดูสดใสผิดกับความฟุ้งซ่านในหัวของผม
"พอดีพี่จะมาชวนภูกับคุณพ่อไปกินข้าวที่บ้านพี่เอกเย็นนี้หน่อยจ่ะ"ผมชะงักไปครู่หนึ่ง
"กินข้าวเหรอครับ เนื่องในโอกาสอะไรเหรอพี่"
"อ๋อ พี่เพิ่งได้เลื่อนตำแหน่งน่ะจ่ะ เลยอยากจะจัดฉลองซักหน่อยแถวนี้พี่ก็รู้จักแต่ภูกับคุณพ่อพี่เลยแวะมาชวน พี่เอกเขาก็เห็นด้วย บอกว่าให้มาชวนเรากับพ่อไปให้ได้นะ"
คำตอบของพี่มลทำให้ผมถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกที่ความลับยังไม่แตก แต่ในขณะเดียวกัน ความรู้สึกผิดก็นิดๆ ก็แล่นขึ้นมาจุกที่อกเมื่อเห็นรอยยิ้มที่จริงใจของพี่มล
"อ๋อ... ยินดีด้วยนะครับพี่มล เดี๋ยวผมไปบอกพ่อให้ครับ"
"ขอบใจจ่ะ อย่าลืมนะ เย็นนี้เจอกันซัก6โมงนะ เดี๋ยวพี่เตรียมกับข้าวอร่อย ๆ ไว้รอจ๊ะ"
พี่มลโบกมือลาพรางเดินกลับเข้าบ้านไป ทิ้งให้ผมยืนเคว้งอยู่หน้าบ้าน ความรู้สึกสับสนประดังประเดเข้ามา ทั้งดีใจแทนพี่มลที่ได้เลื่อนขั้น แต่ก็ทำตัวไม่ถูกกับเหตุการณ์สุดเล้าร้อนระหว่างผมกับพี่เอก
พอตกเย็นประมาณ 4 โมงเย็น ผมทก็เดินไปกดกริ่งที่หน้าบ้านพี่เอกตามนัด ใจหนึ่งก็ประหม่าแต่อีกใจก็บอกให้ผมใจดีสู้เสือเข้าไว้
เสียงอ๊อดดังขึ้นไม่นาน ประตูก็ถูกเปิดออกโดยเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่ผมไม่คุ้นหน้า สวมแว่นหนาสีดำ สีผิวไม่ถึงกับขาวออกแทน ๆ แต่ดูสุขภาพดีแบบพี่เอก ดูจากส่วนสูงและทรงผมเกรียนๆ แบบนักเรียนไทย ผมคิดว่าน่าจะอยู่ประมาณ ม.4
"มาหาใครครับ?" น้องมองผมด้วยสายตาที่ดูสงสัยและประหม่านิด ๆ
"เอ่อ... พี่มลชวนพี่มากินข้าวน่ะครับ"
พูดจบน้องก็บอกให้ผมเดินตามเข้าบ้านตามน้องไป ผมเดินเข้าไปถึงโซนครัว ก็เห็นพี่มลกับพี่เอกกำลังช่วยกันจัดแจงจานชามและกับข้าว พี่มลในชุดลำลองดูสดใสพอเห็นผมพี่มลก็ละมือจากถาดอาหารทันที
"อ้าว ภู! ทำไมรีบมาจังล่ะเนี่ย นัดไว้ตั้งเกือบหกโมง" พี่มลทักพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะมองข้ามไหล่ผมไป
"แล้วคุณพ่อล่ะจ๊ะ ไม่มาด้วยกันเหรอ?"
"อ๋อ พ่อไม่ว่างครับ พอดีแกมีธุระด่วนที่ต่างจังหวัดกระทันหันพ่อเลิกฝากนี้มาให้ครับ"
ผมยื่นหินแกะสลักชิ้นเล็กรูปมงกรหยกที่พ่อฝากมาให้พี่มลและพยายามไม่โฟกัสไปที่ร่างสูงของพี่เอกที่ยืนอยู่ข้างหลังพี่มล
"ว๊ายยตายจริง สวยมากเลยภูแต่ไม่เห็นต้องให้ของที่ดูแพงแบบนี้เลย"
"พ่อบอกว่าได้มากจากตอนไปจีนครับ พ่อยังบอกแกว่าพี่มลไม่ต้องกลัวว่าแพงนะครับ หินอันนี้พ่อได้มาฟรีจากเพื่อนพ่อความหมายหินมันจะช่วยส่งเสริมเรื่องการงานครับ"
"ฝากขอบคุณคุณพ่อด้วยนะภู เอกดูซิสวยมากเลย"
พี่เอกที่กำลังถือทัพพีค้างอยู่หะนมาดูหินในมือพี่มล ก่อนจะหันมายิ้มกว้างให้ผม
"เออ มาก่อนเวลาก็ดี จะได้มาช่วยพี่จัดโต๊ะ" พี่เอกเปรยขึ้นขำๆ แต่พี่มลรีบขัดขึ้นมาเสียก่อน
"โธ่เอก น้องเป็นแขกนะ จะไปใช้งานน้องได้ไง" พี่มลหันมาหาผม
"ภูไปนั่งรอที่ห้องรับแขกก่อนไปจ้ะ แอร์เย็นๆ เดี๋ยวพี่จัดตรงนี้เสร็จแล้วตามไป... เอก พาภูไปนั่งรอที่ห้องรับแขกหน่อยดิแล้วก็เอาน้ำไปให้น้องกินก่อนด้วยละ"
"รับทราบครับเมีย"
พี่เอกตอบรับเสียงทีเล่นทีจริงพลางวางทัพพีลง เขาเดินเข้ามาหาผมแล้วตบไหล่เบา ๆ แต่แค่นั้นก็ทำให้ใจผมมันรู้สึกวูบวาบไปหมด
"มาดิภู...เดี๋ยวพี่พาไปหาที่นั่งรอ"
พี่เอกเดินนำไปทางห้องรับแขกที่อยู่ลึกเข้าไปในบ้าน ทิ้งให้พี่มลยุ่งอยู่กับกับข้าวในครัว ผมเดินตามแผ่นหลังกว้างนั้นไปอย่างเลี่ยงไม่ได้
"ภูมานั่งรอตรงนี้ก่อนนะครับ"
พี่เอกพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มสุภาพตามแบบฉบับพี่ชายที่แสนดี พร้อมกับผายมือไปที่โซฟาตัวยาว แต่ในจังหวะที่ผมเดินเข้าไปใกล้และกำลังจะอ้าปากพูดอะไรบางอย่างเพื่อทำลายความอึดอัด พี่เอกกลับขยับเข้ามาประชิดตัวในมุมที่ลับตาคนจากทางห้องครัว มือหนาที่เคยตบไหล่เมื่อกี้เลื่อนลงมาลูบผ่านเป้ากางเกงของผมอย่างรวดเร็วแต่หนักแน่น สัมผัสร้อนผ่าวจากฝ่ามือแกร่งทำเอาผมสะดุ้งจนตัวโยน ใจเต้นรัวเหมือนจะหลุดออกมานอกอก
"ทำไรเนี้ยพี่เอก"ผมรีบก้าวถอยหลังมาหนึ่งก้าวเพราะกลัวคนมาเห็น
พี่เอกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจะขยิบตาให้ผมหนึ่งทีด้วยท่าทางแมน ๆ ขี้เล่น ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีเริ่มตีรวนกับอารมณ์วาบหวามที่พี่เอกเพิ่งจุดชนวนขึ้น ผมได้แต่นั่งลงบนโซฟาอย่างคนทำตัวไม่ถูก
"น้ำครับน้องภู... " พี่เอกยื่นแก้วน้ำให้ พลางมองสบตาภูด้วยสายตาที่มีความหมายลึกซึ้งเกินกว่าคำว่าพี่น้องข้างบ้าน
ผมนั่งรออยู่ที่โซฟาได้ไม่นาน กลิ่นหอมกรุ่นของกับข้าวหลายอย่างก็ลอยมาเตะจมูก พี่มลกับพี่เอกช่วยกันยกจานอาหารออกมาวางเรียงรายจนเต็มโต๊ะตัวยาว
"โห พี่มล ทำเยอะขนาดนี้กินหมดเหรอครับเนี่ย น่ากินมาก" ผมอุทานออกมาพร้อมกับรีบลุกขึ้นจะไปช่วยประคองจาน
"มาครับพี่ ผมช่วยยก"
"อุ๊ย ไม่ต้องหรอกจ่ะภู นั่งรอเฉย ๆ เถอะ"พี่มลรีบปรามพร้อมรอยยิ้มใจดี
"วันนี้วันดีของพี่ ภูเป็นแขกคนสำคัญนะ นั่งลงเลยจ้ะ เดี๋ยวพวกพี่บริการให้เอง" พี่มลหันไปจัดแจงวางถ้วยน้ำจิ้มต่ออย่างอารมณ์ดี
"ใช่ ๆ เองน่ะนั่งเฉย ๆ ไปเถอะภู"
พี่เอกเสริมขึ้นมาทันควัน น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นฟังดูเผิน ๆ เหมือนพี่ชายดูแลน้องชาย แต่สายตาคมกริบกลับกวาดมองร่างของผมตั้งแต่หัวจรดเท้า
"วันนี้พวกพี่จะ 'บริการให้แบบถึงใจ' เอง... รับรองว่าถูกใจแขกแน่นอน"
คำว่า 'ถึงใจ' ที่พี่เอกเน้นย้ำพร้อมกับการยักคิ้วให้หนึ่งทีในจังหวะที่พี่มลหันหลังไปหยิบช้อน ทำเอาผมแทบสำลักอากาศ รอยยิ้มมุมปากของพี่เอกดูมีเลศนัยจนผมรู้ดีว่าคำว่าบริการของพี่เขามันไม่ได้หมายถึงแค่เรื่องอาหารบนโต๊ะแน่ ๆ
พอจัดวางอาหารจนเต็มโต๊ะเรียบร้อย พี่มลก็ปาดเหงื่อเบาๆ พลางหันมาบอกกับผม
"ภูนั่งคุยกับพี่เอกไปก่อนนะจ๊ะ เดี๋ยวพี่ขอขึ้นไปดูลูกหน่อย ป่านนี้น่าจะตื่นแล้ว แล้วเดี๋ยวเรียก 'เจ้าขุน' ลงมากินข้าวด้วยกันเลย"
ภูพยักหน้ารับคำพี่มล ก่อนจะขมวดคิ้วสงสัยพลางหันไปถามพี่เอกที่กำลังรินน้ำใส่แก้วอยู่
"พี่เอก... เจ้าขุนนี่ใครเหรอครับ ผมไม่เคยเห็นหน้าเลย"
"อ๋อ ขุนเป็นลูกของพี่ชายพี่เอง พ่อกับแม่มันหย่ากันน่ะ พ่อมันเลยฝากให้พี่ช่วยเลี้ยง อย่างน้อยส่งมันมาเรียนอยู่กรุงเทพฯ มันก็ดูมีอนาคตกว่าปล่อยให้มันเตลิดอยู่ต่างจังหวัดคนเดียว"
"อ๋อ... มิน่าล่ะ หน้าตาพี่น้องบ้านพี่นี่พิมพ์เดียวกันเลยนะเนี่ย" ภูตอบยิ้มๆ พยายามชวนคุยเรื่องทั่วไปเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่าที่ยังหลงเหลืออยู่
"หล่อเหมือนพี่ใช่ไหมล่ะ"
พี่เอกหัวเราะในลำคอพลางทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้ข้าง ๆ ผม
"แต่มันยังเด็ก ม.4 เอง ยังต้องสอนอีกเยอะ... ไม่เหมือนเราหรอก ที่โตแล้ว... สอนง่ายกว่าเยอะ"
"สอนอะไรพี่ จำได้ว่าวันนั่นผมไม่ใข่หรอที่สอนพี่" ผมหันไปยิ้มกวน ๆ ใส่พี่เอก
พี่เอกขยับเท้าใต้โต๊ะมาเขี่ยที่หน้าแข้งของผมเบา ๆ อย่างจงใจในขณะที่เสียงฝีเท้าของพี่มลกำลังเดินลงบันไดมาพร้อมกับเสียงอ้อแอ้ของเด็กเล็ก
"พี่เอก... อย่าดิ เดี๋ยวพี่มลลงมาเห็น" ผมซิบดุเสียงเบา พยายามหดขาหนีแต่พี่เอกกลับยิ้มกริ่มอย่างไม่สะทกสะท้าน
"เห็นอะไร? พี่ก็แค่นั่งคุยกับภู... จริงไหม?"
พอนั่งล้อมวงกันพร้อมหน้าพร้อมตา บรรยากาศบนโต๊ะอาหารก็ดูครึกครื้นขึ้นมาทันที พี่มลนั่งยิ้มกว้างอยู่ที่หัวโต๊ะในฐานะเจ้าภาพของงาน ฝั่งขวามือของพี่มลคือพี่เอกที่มีเจ้าขุนนั่งถัดไป ส่วนผมนั่งฝั่งซ้ายมือตรงข้ามกับพี่เอกพอดีเป๊ะ
"เอาล่ะ ก่อนจะลงมือกินกัน พี่ขอพูดอะไรหน่อย"
พี่เอกขยับตัวนั่งตัวตรงพลางยกแก้วน้ำขึ้น
"ยินดีด้วยนะมล สำหรับตำแหน่งใหม่ผมรู้ว่ามลเหนื่อยมาเยอะ ตั้งใจทำงานมาตลอด วันนี้สำเร็จแล้วผมภูมิใจในตัวคุณมากกกมากนะ"
"ขอบคุณค่ะเอก" พี่มลยิ้มหวานตอบรับสายตาซึ้งใจ
ผมเห็นบรรยากาศคนรักกันตรงหน้าก็รู้สึกวูบไหวในใจเล็กน้อย แต่ก็รีบปั้นหน้ายิ้มอวยพรตามมารยาท
"ยินดีด้วยจริงๆ ครับพี่มล พี่มลเก่งมากเลย ผมขอให้พี่มีความสุขกับการทำงานตำแหน่งใหม่นะครับ"
ในจังหวะที่คำพูดอวยพรยังไม่ทันจะจบประโยคดี ผมก็ต้องสะดุ้งสุดตัวจนเกือบจะสำลักน้ำลาย เมื่อสัมผัสได้ถึงปลายเท้าหนาที่จงใจสอดแทรกเข้ามาสะกิดเข้าที่หลังเท้าของผมใต้โต๊ะ พี่เอกไม่ได้แค่สะกิดผ่านๆ แต่กลับค่อย ๆ ลากวนเบา ๆ อย่างมีจังหวะ
"เป็นอะไรเปล่าภู หน้าแดงเชียวร้อนหรอจ๊ะ" พี่มลทักขึ้นด้วยความสงสัยเพราะเห็นผมทำตัวแปลก ๆ
"อ๋อ... ใช่ครับพี่ พอดี...ภูร้อนนิดหน่อยครับ"
ผมตอบตะกุกตะกัก พยายามหดเท้าหนีแต่เท้าของพี่เอกกลับขยับตามมาล็อกไว้แน่นกว่าเดิม แถมยังเริ่มลามขึ้นมาเขี่ยที่หน้าแข้งของผมอีกต่างหาก
เจ้าขุนที่นั่งข้างพี่เอกก้มหน้าก้มตากินอย่างเดียวไม่รู้เรื่องรู้ราว ส่วนพี่มลก็มัวแต่ตักอาหารให้หลานชายโดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่าใต้โต๊ะตอนนี้กำลังมีเท้าของมัจจุราชจ้องจะกวนใจผมอยู่
พี่เอกยังคงตีเนียนคุยเรื่องสัพเพเหระกับพี่มลและเจ้าขุนอย่างเป็นธรรมชาติ มือหนึ่งตักกุ้งเผาตัวโตวางลงในจานของแฟนสาวพลางยิ้มเอาใจ แต่ท่อนขาแกร่งใต้โต๊ะกลับเริ่มรุกหนักขึ้นอย่างจงใจ
จากที่แค่สะกิดหน้าแข้ง พี่เอกเริ่มสอดเท้าเข้ามาแทรกระหว่างขาของผมช้า ๆ ปลายเท้าหนาที่ซุกซนลากไล้ขึ้นมาตามแนวน่องจนถึงหัวเข่า ก่อนจะกดน้ำหนักลงเบาๆ ตรงจุดที่ทำเอาผมถึงกับต้องเม้มปากแน่นเพื่อกลั้นเสียงประหลาดที่เกือบจะหลุดออกมา
"เอ้อ ภู... กินเยอะๆ ดิมัวแต่เขี่ยข้าวทำไม วัตถุดิบวันนี้พี่เลือกมาเองกะมือเลยนะ 'สดๆ แน่นๆ' ทั้งนั้น" พี่เอกพูดพลางจ้องลึกเข้าไปในตาผม
"คะ... ครับพี่เอก ผมกำลังกินอยู่นี่ไง"
ผมตอบเสียงพร่า พยายามรวบรวมสมาธิตักอาหารเข้าปาก แต่สัมผัสใต้โต๊ะกลับยิ่งซุกซนหนักกว่าเดิม เท้าของพี่เอกขยับสูงขึ้นเรื่อยๆ จนเกือบจะถึงโคนขาอ่อน ผมพยายามจะหดขาหนีแต่พื้นที่ใต้โต๊ะมันมีจำกัด แถมพี่เอกยังขยับเก้าอี้เข้ามาใกล้โต๊ะมากขึ้นจนผมแทบจะหนีไปไหนไม่ได้ ผมรู้สึกได้ถึงความร้อนจากฝ่าเท้าที่เสียดสีผ่านเนื้อผ้ากางเกง สัมผัสนั้นจงใจวนเวียนอยู่ตรงจุดอ่อนไหวจนใจผมเต้นโครมครามปรนไปกับความเสียวที่เริ่มก่อตัวขึ้นที่ละนิด
สุดท้ายผมก็กลั่นไม่อยู่เท่าของพี่เอกสัมผัสผมจนเกิดความแข็งขึงที่พองนูนอยู่ใต้กางเกงผ้าเนื้อดีของผม
"กุ้งวันนี้ตัวใหญ่ดีนะมล ดูดิ... เนื้อแน่นจนล้นเปลือกเลย"
พี่เอกเปรยขึ้นพร้อมกับจ้องมองหน้าผมตาไม่กะพริบ คำชมนั้นฟังดูปกติสำหรับพี่มล แต่สำหรับรผมคำว่า'กุ้งตัวใหญ่' ที่พี่เอกหมายถึงคือสิ่งที่เขากำลังเหยียบย่ำอยู่ใต้โต๊ะตอนนี้
ความเสียวซ่านบวกกับความท้าทายในสายตาพี่เอกทำให้ผมตัดสินใจทำในสิ่งที่ผมและพี่เอกไม่คาดคิดแน่ ๆ ผมรูดซิปกางเกงตัวเองออกอย่างเงียบกริบก่อนจะควักแก่นกายที่ขยายตัวจนเต็มที่ออกมาสัมผัสกับอากาศเย็นภายนอก
พี่เอกที่กำลังตักข้าวเข้าปากอยู่ถึงกับเบิกตากว้างจนเกือบจะเสียอาการ พี่เอกคงไม่คิดว่าผมจะกล้าทำอะไรแบบนี้ต่อหน้าพี่มลแน่ ๆผมอาศัยจังหวะที่มือยังอยู่ใต้โต๊ะ คว้าหมับเข้าที่ข้อเท้าหนาของพี่เอกแล้วดึงให้ฝ่าเท้าสากนั้นมาสัมผัสกับส่วนหัวที่ฉ่ำวาวของตัวเองโดยตรง
"อึก..." พี่เอกครางในลำคอเบาๆ จนพี่มลต้องหันมามอง
"เป็นอะไรคะพี่เอก? กุ้งติดคอเหรอ?"
"เปล่าๆ... พอดีน้ำจิ้มมันแซ่บไปหน่อย"
พี่เอกตอบเสียงพร่า สายตายังคงจับจ้องมาที่ผมที่ตอนนี้แกล้งตักกับข้าวเข้าปากอย่างใจเย็น
พี่เอกเริ่มขยับเท้าที่ถูกกุมไว้ เขาใช้นิ้วเท้าคีบและคลึงส่วนหัวที่เปียกเยิ้มช้าๆ อย่างชำนาญ สัมผัสหยาบโลนจากฝ่าเท้าผู้ชายที่ทำงานหนักทำให้ผมแทบจะคุมสติไม่อยู่
"เออจริงด้วยภู... กุ้งตัวนี้นอกจากตัวใหญ่แล้ว หัวมันยังเยิ้มหน้ากินมาก ๆ เลยเนอะ" พี่เอกพูดย้ำพลางเน้นน้ำหนักเท้าลงไปแรงๆ
"เห็นแล้ว... พี่อยากจะลอง 'ชิม' ดูจริงๆ ว่ามันจะหวานเหมือนที่คิดไหม"
ผมได้แต่ก้มหน้ากัดริมฝีปากตัวเองแน่นจนเจ็บ ความรู้สึกเสียวซ่านแทบขาดใจผสานกับความตื่นเต้น แต่ก็มีเสียงร้องไห้ของน้องบีร้องดังลั่นขึ้นมาจากชั้นบนจนสะดุ้งกันไปทั้งแถบพี่เอกรีบดึงขาออกจากควยผมในทันที พี่มลรีบวางช้อนทันทีด้วยสัญชาตญาณความเป็นแม่
"สงสัยลูกพี่ตื่นมาละไม่เจอใคร เดี๋ยวพี่ขอขึ้นไปดูลูกแป๊บ" พี่มลลุกขึ้นอย่างรวดเร็วพลางดูนาฬิกาที่ฝาผนัง
"นี่จะสามทุ่มครึ่งแล้วเหรอเนี่ย มัวแต่คุยกันเพลินจนลืมดูเวลาเลย"
"เดี๋ยวผมขึ้นไปช่วยดูด้วย เผื่อต้องเปลี่ยนแพมเพิร์ส"
พี่เอกอาสา แต่อดไม่ได้ที่จะปัดสายตาคมกริบมามองผม ที่กำลังพยายามจัดระเบียบกางเกงและรูดซิปกลับคืนอย่างลนลานภายใต้โต๊ะ
"ภูจ๊ะ กินต่อตามสบายเลยนะ เดี๋ยวดูน้องเสร็จแล้วจะลงมาดูอีกที เจ้าขุน... ดูแลพี่ภูเขาด้วยนะลูก อย่ามัวแต่เล่นเกมกินข้าวด้วย"
พี่มลหันไปสั่งหลานชายก่อนจะรีบเดินนำพี่เอกขึ้นบันไปชั้นสอง
ทิ้งให้ห้องครัวที่เคยคึกคักเหลือเพียงความเงียบ ผมนั่งตัวเกร็ง หัวใจยังเต้นโครมครามจากสัมผัสที่ค้างคาเมื่อกี้ เขาลอบถอนหายใจยาวพลางมองไปที่ "เจ้าขุน" เด็ก ม.4 ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
เจ้าขุนไม่ได้สนใจผมนัก เขายังคงก้มหน้าก้มตากินข้าวสลับกับไถหน้าจอโทรศัพท์มือถือไปมาตามประสาวัยรุ่น ท่าทางนิ่ง ๆของเด็กคนนี้ทำให้ผมรู้สึกประหม่าไปอีกแบบ เพราะไม่รู้ว่าเจ้าขุนที่นั่งข้าง ๆ พี่เอกจะสังเกตุเห็นอะไรหรือเปล่า
"พี่ภู... กินกุ้งต่อดิ อาเอกไปเลือกมาเองกับมือเลยนะ"
เจ้าขุนพูดขึ้นลอยๆ โดยไม่เงยหน้าจากจอโทรศัพท์ น้ำเสียงเรียบเฉยนั้นทำเอาภูสะดุ้งโหยง
"อะ... อ๋อ เออ กินอยู่ เจ้าขุนก็กินเยอะ ๆ นะ" ผมตอบแก้เขินพลางคว้าแก้วน้ำขึ้นมาจิบ
บรรยากาศในห้องครัวเงียบจนได้ยินเสียงช้อนกระทบจาน ผมเลยชวนเจ้าขุนคุบเพื่อทำลายบรรยากาศ
"เอ้อ... เจ้าขุน เราอายุเท่าไหร่แล้ว" ผมถามขึ้นพลางขยับท่านั่งให้ดูผ่อนคลายที่สุด
"สิบห้าครับพี่... กำลังจะสิบหกเดือนหน้า" เจ้าขุนตอบสั้น ๆ น้ำเสียงห้าวตามประสาวัยรุ่นที่เริ่มแตกหนุ่ม แต่ยังมีความเกรงใจอยู่ในคำพูด
"อ๋อ... งั้นตอนนี้ก็อยู่ ม.4 แล้วดิ?"
"กำลังครับ ตอนนี้กำลังเตรียมตัวสอบเข้า ม.4 อยู่ครับ" เด็กหนุ่มวางช้อนลง สายตาดูหม่นลงเล็กน้อยเมื่อพูดถึงเรื่องเรียน
"อ้าวเหรอ แล้วตั้งใจจะเข้าที่ไหนล่ะ?" ผมถามต่อเพื่อให้ประโยคสนทนาไม่จบลงง่าย ๆ
พอเจ้าขุนบอกชื่อโรงเรียนดังที่อยู่แถวนี้ออกมา ผมถึงกับเบิกตากว้างเล็กน้อย
"เห้ย... นั่นมันโรงเรียนเก่าพี่เลยนะเจ้าขุน สอบเข้ายากอยู่นะนั่น คู่แข่งเยอะมากเลยนะ"
คำพูดของผมทำให้เจ้าขุนแสดงสีหน้ากังวลออกมาอย่างชัดเจน คิ้วหนาขมวดเข้าหากัน ผมเห็นแล้วก็เข้าใจความรู้สึกทันที เด็กต่างจังหวัดที่ต้องสู้ในเมืองกรุงคนเดียว แถมยังต้องมาอยู่ในบ้านที่ตัวเองอาจจะยังไม่คุ้นเคยดีนัก คงจะเครียดไม่น้อย
"เอ้ย... พี่ไม่ได้ขู่ให้น่ากลัวนะ" ผมรีบพูดแก้เมื่อเห็นท่าทางของเด็กหนุ่ม
"คือมันยากแต่ก็ไม่เกินความสามารถหรอก เห็นแบบนี้พี่ก็เรียนเก่งนะจะบอกให้ สนใจให้พี่ติวให้ไหมล่ะ? พี่มีทริคสอบเข้าของที่นี่เยอะเลยนะ"
ผมไม่ได้โกหกน้องเพราะผมตอนเรียนอยู่ม.6ผมเคยรับสอนติวเด็กแถวบ้านนี้แหละจนสอบติดมาแล้วหลายคน
เจ้าขุนเงยหน้าขึ้นสบตาผมทันที แววตาที่ดูกังวลเริ่มมีความหวังขึ้นมาวูบหนึ่ง
"จริงเหรอครับพี่ภู? พี่จะติวให้ผมจริงๆ เหรอ?"
"จริงพี่จะโกหกทำไม ถ้าเจ้าขุนสนใจอะนะ" ผมยิ้มกว้างอย่างจริงใจ เพราะผมเข้าใจดีความรู้สึกกดดันมันเป็นยังไง ตอนเด็กมันเครียดมากกลัวพ่อจะเสียใจที่ผมสอบไม่ติด จนผมอ่านหนัฃสือทั้งวันกินไม่ได้นอนไม่หลับ
"ขอบคุณมากครับพี่ภู... ผมกลัวจะสอบไม่ได้จริง ๆ ผมกล้าอาเอกกับน้ามลจะผิดหวัง"
"ไม่หรอก สองคนนั้นใจดีจะตาย"
บทสนทนาเรื่องการเรียนเริ่มลื่นไหลขึ้น ทำให้บรรยากาศบนโต๊ะกินข้าวเริ่มดีขึ้น ผมก็ถามไปเรื่อยว่าเจ้าขุนกำลังเล่นเกมอะไร เผื่อมีเกมที่เล่นตรงกันจะได้ชวนมาเล่นด้วยกันได้ แล้วพี่เอกเดินลงบันไดมาพร้อมกับพี่มล
"ภู พี่ขอโทษทีนะจ๊ะ ทำเสียบรรยากาศหมดเลย"
"ไม่เป็นไรเลยครับพี่มล ผมอิ่มพอดีครับ อาหารอร่อยมาก" ภูยิ้มตอบเพื่อให้พี่มลสบายใจ
"แล้วคุยอะไรกับเจ้าขุนหรอ? พี่เห็นเมื่อกี้คุยกันน่าสนุกเชียว ท่าทางจะถูกคอกันนะเราสองคน"
"พี่ภูบอกจะติวหนังสือให้ผมครับอาเอก" เจ้าขุนรีบตอบด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
"พี่เขาบอกว่าเขาเรียนจบจากโรงเรียนที่ผมจะไปสอบเข้าด้วย" พอได้ยินแบบนั้น พี่มลถึงกับตาเป็นประกาย
"จริงเหรอภู! โห... ดีเลยจ้ะ พี่กำลังมองหาติวเตอร์ให้เจ้าขุนอยู่พอดีเลย เพราะพี่กลัวว่ามาจากต่างจังหวัดพื้นฐานจะสู้เด็กกรุงเทพฯ เขาไม่ได้ ถ้าได้ภูมาช่วยพี่ก็เบาใจ เรื่องค่าใช้จ่ายไม่ต้องห่วงนะ เดี๋ยวมาคุยรายละเอียดกันอีกที พี่สู้เต็มที่เพื่ออนาคตหลาน"
"ได้ครับพี่มล งั้นเดี๋ยวเรื่องรายละเอียดค่าใช้จ่ายหรือตารางเวลา ผมขอทักไปหาพี่เอกได้ไหมครับ? พอดีมีไลน์พี่เอกยู่แล้ว"
"เอาดิ ทักมาได้ตลอด" พี่เอกตอบเสียงเรียบแต่แฝงความหมายบางอย่างในน้ำเสียง
"เรื่อง 'ค่าใช้จ่าย' น่ะ เดี๋ยวพี่จะเป็นคน 'จัดการ' ให้ภูเองกับมือ... รับรองว่าคุ้มค่าเหนื่อยแน่นอน"
พี่เอกเน้นประโยคหลังพลางยิ้มมุมปากให้ผม เป็นรอยยิ้มที่ทำให้ผมรู้ทันทีว่า 'ค่าตอบแทน' ที่พี่เอกพูดถึงนั้น อาจจะไม่ใช่แค่เรื่องเงินแน่ ๆ
"งั้นตามนี้นะจ๊ะ ฝากเจ้าขุนด้วยนะภู" พี่มลสรุปอย่างอารมณ์ดี
งั้นเดี๋ยวเอกเดินไปส่งน้องที่บ้านนะมล ดึกแล้ว ทางเดินมันมืด" พี่มลก็พยักหน้าเห็นดีเห็นงามด้วย
"ได้ ๆ ฝากดูน้องด้วยนะ... เจ้าขุน มาช่วยอาเก็บจานเร็วเข้า จะได้รีบไปนอน" พี่มลหันไปเรียกเจ้าขุนที่กำลังงัวเงียลุกขึ้นจากโต๊ะ
ผมดินตามหลังพี่เอกออกมาจากตัวบ้าน ลมกลางคืนพัดมาเอื่อย ๆ ทำให้อากาศที่เคยร้อนในตอนเย็นตอนนี้กลายเป็นเย็นสบาย แต่หัวใจของผมยังคงเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ ยิ่งพอพ้นรั้วบ้านพี่เอกมาเพียงไม่กี่ก้าว พี่เอกที่เดินนำหน้าก็ชะลอฝีเท้าลงจนผมกับพี่เอกมาเดินเคียงกันในความมืด
"ติวหนังสือให้เจ้าขุนเหรอ... แหม ใจดีจังนะเรา" พี่เอกพูดเสียงทุ้มต่ำพลางหัวเราะในลำคอ
"ก็...เห็นว่าน้องอยากเข้าที่เดียวกับผมพอดี" ภูตอบกลับพี่เอกไป
"เหรอ... แล้วที่อาสาจะทักไลน์พี่มาคุยเรื่องค่าใช้จ่ายเนี่ย ตั้งใจจะคุยแค่เรื่องค่าติวอย่างเดียวหรอ?"
พี่เอกหยุดเดินกะทันหันตรงมุมมืดก่อนจะถึงประตูรั้วบ้านของผม เขาคว้าข้อมือภูไว้แล้วดึงเข้าหาตัวเบา ๆ จนแผ่นอกของพวกเราเกือบแนบชิดกันจนผมได้กลิ่นหอมของโลออนพี่เอกชัดเจน
"พี่เอก... เดี๋ยวพี่มลออกมาเห็น"
"มลล้างจานอยู่ข้างใน ไม่เห็นหรอก" พี่เอกโน้มหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน มือหนาข้างหนึ่งล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงของผม แกล้งสะกิดเบาๆ ตรงจุดที่เขารู้ดีว่ามันยัง 'ค้างคา' มาจากบนโต๊ะอาหาร
"ว่าไง... จะให้พี่จ่ายค่าติวให้เจ้าขุนเป็นอะไรดี? เป็นเงิน... หรือเป็นอย่างอื่นที่ 'เร้าใจ' กว่านั้นดีล่ะภู?"
ภูคว้าข้อมือหนาของพี่เอกแล้วออกแรงดึงเบา ๆ ให้เดินตามเข้ามาในมุมอับสายตาบริเวณสวนข้างบ้าน พุ่มไม้สูงช่วยกำบังเราจากสายตาคนนอก มีเพียงแสงไฟสลัวสีส้มอ่อน ๆ จากหน้าต่างชั้นล่างของบ้านผมที่สาดส่องลงมาพอให้เห็นเค้าโครงใบหน้าคมเข้มของพี่เอกที่กำลังจ้องมองผมด้วยสายตาคาดหวังบางอย่าง
เราทั้งคู่ยืนประจันหน้ากันในระยะที่สัมผัสได้ถึงไออุ่นจากลมหายใจ ผมไม่รอช้าขยับเข้าไปชิดแผงอกกว้างที่สะท้อนขึ้นลงตามจังหวะหายใจที่เริ่มถี่ขึ้น มือเรียวเอื้อมไปลูบไล้ผ่านเนื้อผ้ากล้ามสีขาวตัวบางที่พี่เอกใส่อยู่
"พี่เอก... จ่ายมัดจำก่อนดิ" ผมพึมพำเสียงพร่า
ก่อนที่นิ้วชี้และนิ้วหัวแม่มือของผมจะเริ่มบีบเค้นลงบนยอดอกแกร่งที่แข็งเป็นไตดันเนื้อผ้าออกมาอย่างชัดเจน ผมไม่ได้แค่ลูบผ่าน แต่จงใจใช้นิ้วบดคลึงและสะกิดวนไปมาอย่างหนักหน่วงเหมือนที่ทำในห้องน้ำวันนั้น
"อื้ม..." พี่เอกครางต่ำในลำคอ ร่างหนากระตุกวูบพลางขบกรามแน่นจนเห็นสันกรามเด่นชัด
"ผมทนไม่ไหวตั้งแต่ตอนกินข้าวแล้วนะพี่" ผมย้อนถามพลางเปลี่ยนมาใช้เล็บสะกิดผ่านเนื้อผ้าเบา ๆ ยิ่งเห็นพี่เอกพยายามสะกดอารมณ์ผมยิ่งได้ใจ เขาโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ซอกคอของคนพี่จนได้กลิ่นเหงื่อจาง ๆ แบบลูกผู้ชายที่ปลุกเร้าอารมณ์ดิบในตัวเขาให้พลุ่งพล่าน
มือหนาของพี่เอกจับที่เอวผมแล่วกระชากเข้าหาตัวจนร่างกายท่อนล่างของเราเบียดเสียดกันอย่างรุนแรง ผมรู้สึกได้ถึงความแข็งขึงของพี่เอกที่ดุนดันอยู่ตรงหน้าขา มันใหญ่และร้อนระอุจนเขาเผลอครางออกมาเบา ๆ
"มัดจำแค่นี้ไม่พอหรอก..." พี่เอกกระซิบชิดใบหู ลมหายใจร้อนรดต้นคอจนภูขนลุกซู่
ท่ามกลางความมืดสลัวในสวนข้างบ้าน ผมขยับกายเข้าเบียดชิดจนแผ่นอก มือผมยังคงทำหน้าที่บดคลึงยอดอกแข็งไตผ่านเสื้อกล้ามของพี่เอกอย่างมันมือ จนคนตัวสูงกว่าต้องเงยหน้าขึ้นพิงต้นไม้พลางขบกรามแน่น
"อื้มมซี๊ดดด... ภู... เบาหน่อย" พี่เอกครางต่ำในลำคอ เสียงทุ้มสั่นพร่าอย่างควบคุมไม่อยู่
ผมโน้มใบหน้าลงซุกไซ้ซอกคอแกร่งที่ร้อนระอุ ลิ้นผมค่อย ๆ ลากเลียไปตามลำคอหนาที่มีเส้นเลือดปูดโปนตามอารมณ์ที่พุ่งพล่าน ก่อนจะจงใจดูดเม้มผิวเนื้อตรงซอกคอจนเกิดเสียง จ๊วบ ดังก้องในความเงียบผมออกแรงดูดเบา ๆ เพื่อทิ้งรอยไว้ที่คอพี่เอกแสดงความเป็นเจ้าของ
"ซี๊ดดด... มึงนี่มัน..." พี่เอกซี้ดปากออกมาอย่างสุดกลั้น มือหนาทั้งสองข้างขยำเข้าที่สะโพกของผมแล้วบีบเค้นจนเต็มมือ
ผมไล่ปลายลิ้นอุ่นชื้นจากซอกคอขึ้นมาถึงใบหู แกล้งพ่นลมหายใจรดวนไปมาแล้วขบเม้มติ่งหูเบาๆ ทำเอาพี่เอกตัวสั่น ความเสียวซ่านแล่นพล่านไปทั่วร่างจนควยพี่เอกพองขยายจนคับกางเกงกระตุก อยู่ตรงหน้าขาของผมตามจังหวะลิ้นที่หยอกล้อตรงหู
"อ่าาาา... ภู... พอเถอะ เดี๋ยวพี่ทนไม่ไหวตรงนี้" พี่เอกครางประท้วงพลางหอบหายใจถี่ สายตาคมกริบที่ปรือปรอยจ้องมองใบหน้าของคนน้องที่กำลังซุกไซ้อย่างหิวกระหาย
ควยแข็งขึงของพี่เอกดุนดันอยู่ตรงเป้ากางเกงของผมทุกครั้งที่ผมขยับตัวเสียดสี ความร้อนแรงนั้นก็ยิ่งตอกย้ำว่าอารมณ์ของชายชาตรีตรงหน้ามันพุ่งสูงจนกู่ไม่กลับแล้ว
ผมอาศัยจังหวะที่พี่เอกกำลังเคลิ้มกับรสสัมผัสที่ซอกคอ ออกแรงผลักแผงอกแกร่งให้ถอยห่างออกไปก้าวหนึ่ง
"ทนไม่ไหวตรงนี้ก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลยนี่ครับพี่เอก.."ผมกระสิบเสียงกระเส่าใส่หูพี่เอก "เรามาเอากันตรงนี้เลยดีกว่าครับ"
"พูดอะไรเนี้ยภู"พี่เอกคลึงตาใส่ผม
"เอ้า... หรือพี่ไม่ชอบ? ผมว่ามันตื่นเต้นดีออกพี่ แค่คิดก็เสียวฉิบหายแล้ว"
คำท้าทายนั้นทำเอาพี่เอกขบกรามจนเป็นสันนูน แววตาคมกริบจ้องเขม็งมาที่ผมราวกับจะกินเลือดกินเนื้อแต่ผมไม่รอช้า ขยับขาให้กว้างขึ้นเล็กน้อยพลางกระดกเอวของตัวเองส่งผลให้แก่นกายที่แข็งขึงจนดันผ้ากางเกงหนาเป็นลำยาวกระดุกโชว์ให้พี่เอกเห็นชัด ๆ ใต้แสงไฟสลัว
"ดูดิพี่... ของผมมันยังอยากทักทายพี่ขนาดนี้เลย" ผมเลิกคิ้วกวน ๆ พลางมองต่ำไปที่เป้ากางเกงของตัวเองสลับกับจ้องตาพี่เอก
"มึงมันร้ายนักนะภู" พี่เอกสาวเท้าเข้าหาผมอย่างรวดเร็ว
มือหนาคว้าหมับเข้าที่คอเสื้อของผมแล้วดึงท้ายทอยผมให้หน้าเราสองคนใกล้กันก่อนจะจบด้วยริมฝีปากของผมกับพี่เอกแนบชิดบดเบียดใส่กัน ด้วยประสบการณ์ของพี่เอกทำให้การจูบครั้งนี้พี่เขาเป็นคนคุมเกม ลิ้นหน้าแทรกเข้ามาในปากผมจนตอนนี้ลิ้นเราทั้งคู่พันกันมั่วไปหมด
"ถ้ากูเอามึงตรงนี้... อย่ามาร้องขอชีวิตแล้วกัน" พี่เอกพูด หลังถอนปากออกจากปากผมน้ำลายเหนียวใส่ยึดติดออกตามมาเป็นสายยาวระหว่างปากผมกับพี่เอก
"อ๊ะ..อ๊าาาพี่เบา" พี่เอกเขาเอื้อมมือลงไปตะปบเข้าที่ลำแข็งขึงของผมผ่านกางเกงแล้วบีบเค้นอย่างรุนแรงจนผมหลุดครางออกมาเสียงหลง มือพี่เอกจับี่หัวควยผมแว่วตาพี่แกดูมีประการ แสดงออกถึงความต้องการของพี่เอกทั้งที่ตอนแรกพี่เอกทำเหมือนจะไม่ชอบการทำข้างนอกแบบนี้
"หึ... พี่จะเอาผม หรือผมจะเอาพี่กันแน่" ผมย้อนถามพร้อมรอยยิ้มยั่วประสาทที่มุมปาก
สายตาคมกริบกวาดมองร่างแกร่งของคนตรงหน้าอย่างท้าทาย ก่อนจะจงใจกระดกเอวส่งแรงกระแทกให้แก่นกายที่แข็งขึงใต้กางเกงกระตุกโชว์ต่อหน้าพี่เอกชัดๆ อีกครั้ง ไม่รอให้พี่เอกได้ตั้งตัว ผมคว้าหมับเข้าที่สะโพกพี่เอกแล้วออกแรงตบลงไปที่ก้นแน่นๆ ของชายชาตรีเต็มแรงจนเกิดเสียง เพียะ! ดังก้องสวน
"ซี๊ดดด... ภู! มึง..." พี่เอกสะดุ้งสุดตัว ร้องซี้ดออกมาอยความเจ็บปนเสียวซ่านคงแล่นพล่านไปทั่วสันหลัง
ผมยิ้มออกมาอย่างพอใจเพราะสิ่งที่ผมเดาไว้มันถูกต้องยังไงละ ผมไม่หยุดแค่นั้น ผมใช้มือทั้งสองข้างตะปบบีบเค้นก้อนเนื้อแน่นตึงของพี่เอกอย่างมันมือ ออกแรงบดขยี้จนพี่เอกตัวสั่น ผมโน้มหน้าเข้าไปกระซิบชิดใบหูด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่เต็มไปด้วยความกำหนัด
"ทำเป็นจะเย็ดผมแต่จริง ๆ แล้ว รูตรงนี้ของพี่มันกำลังคันยิบ ๆ อยากให้ผมกระแทกจนใจจะขาดอยู่ใช่ไหมครับ"
คำพูดจาบจ้วงนั้นเหมือนสวิตช์ที่เปิดอารมณ์ดิบของพี่เอกให้ระเบิดออกมา เขาขบกรามแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของผมแล้วบิดไพร่หลังดึงเข้าหาตัวจนอกแกร่งเบียดชิดกัน
ผมเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปของรุ่นพี่ร่างยักษ์ก็ยิ่งได้ใจ ผมออกแรงบีบเค้นก้นแน่น ๆ ของพี่เอกหนักกว่าเดิม จนร่างหนาของคนพี่แอ่นเข้าหาอย่างลืมตัว
"ทำไมครับพี่เอก... โดนจี้จุดเข้าหน่อยถึงกับไปไม่เป็นเลยเหรอ?" ผมหัวเราะหึในลำคอพลางบดเบียดแก่นกายที่แข็งขึงของตัวเองเข้ากับหน้าขาของพี่เอก
"ที่ทำเป็นเข้มเนี่ย... จริง ๆ อยากให้ผม 'กระแทก' เข้าไปแรง ๆ จนร้องขอชีวิตใช่ไหมล่ะ?" ผมเพียงแค่บีบก้นพี่เอกแต่ยังใช้ฝ่ามือรูดไปตามร่างก้นพี่เองจนพี่เอกสะดุ้ง
พี่เอกขบกรามแน่นจนเส้นเลือดปูด แต่คราวนี้เขาไม่ได้ขยับหนี กลับกลายเป็นว่าร่างกายแกร่งกำยำนั้นเริ่มสั่นสะท้าน เสียงลมหายใจที่เคยหนักแน่นเปลี่ยนเป็นเสียงหอบพร่าปนสะอื้นเล็ก ๆ ในลำคอ
"ซี๊ดดด... ภู... มึง... อย่าแกล้งพี่" พี่เอกครางเรียกชื่อผมด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด
ใบหน้าคมเข้มเริ่มแดงซ่านลามไปถึงหู เขาซบหน้าลงกับไหล่ของผมอย่างคนหมดทางสู้
"เออ... กูยอมแล้ว... มึงแม่ง..."ผมยิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะ
เขาคว้าหมับเข้าที่กลุ่มผมของพี่เอกแล้วดึงให้เงยหน้าขึ้นสบตา ก่อนจะใช้นิ้วโป้งคลึงริมฝีปากหนาของคนพี่เบา ๆ
"ยอมก็ดีครับ... เดี๋ยวเตรียม 'รับ' รางวัลจากผมได้เลย"
ผมไม่พูดเปล่า ผมโน้มตัวลงไปกระซิบชิดรูหูของพี่เอกที่ตอนนี้ยืนตัวอ่อนปวกเปียกอยู่ในอ้อมกอดของผม
"เตรียมตัวไว้ให้ดีนะพี่เอก... เพราะผมจะ 'จัด' ให้จนพี่ลืมทางกลับบ้านตัวเองไปเลย"
มือหนาของผมถกเสื้อกล้ามสีขาวของพี่เอกขึ้นไปกองที่ราวนม เผยให้เห็นแผงอกตันที่มีมัดกล้ามสวยงามตามฉบับชายฉกรรจ์
"ซี๊ดดดโคตรน่ากินอะพี่เอก" ผมอ้าปากงับเข้าที่ยอดอกแข็งไตของพี่เอกอย่างแรงก่อนจะใช้ฟันขบเบา ๆ
"ซี๊ดดด! อื้อออ... ภู!" พี่เอกสะดุ้งสุดตัว
แผ่นหลังแกร่งพี่เอกแอ่นโค้งเข้าหาลำตัวของผมโดยอัตโนมัติ มือหนาที่เคยพยายามผลักไสเปลี่ยนมาขยุ้มกลุ่มผมของผมไว้แน่นเพื่อระบายความเสียวซ่าน
ผมไม่หยุดแค่ขบผมใช้ลิ้นร้อนรัวเลียสลับกับดูดเม้มจนเกิดเสียงดังแว่วในสวนที่เงียบสงัด ยิ่งพี่เอกบิดเร้าและครางกระเส่า ผมก็ยิ่งได้ใจผมเงยหน้าขึ้นมายิ้มกวน ๆ ใส่พี่เอกที่ตอนนี้ยืนขาอ่อนพิงต้นไม้
"ผมเปลี่ยนข้อตกลงกะทันหันแบบนี้แหละตื่นเต้นดีว่าไหมพี่หรือพี่ไม่ชอบเหรอครับ... เมียพี่เอก"
"ไอ้... ไอ้เด็กเปรต..." พี่เอกด่าเสียงสั่น แต่กลับโน้มคอผมลงมาหาตัวเองเหมือนจะเรียกร้องมากกว่าเดิม "มึง... มึงรีบพาเข้าบ้านดิ... กูทนไม่ไหวแล้ว"
"เข้าบ้านอะไรกันล่ะพี่... มัดจำน่ะเขาจ่ายกันตอนนี้แหละ" ผมแสยะยิ้มร้ายพลางออกแรงผลักร่างหนาของพี่เอกจนแผ่นหลังกว้างกระแทกเข้ากับกำแพงปูนเย็นเยียบอย่างจงใจ
ผมไม่รอช้า เขาคว้าชายเสื้อกล้ามของพี่เอกแล้วถกพรวดเดียวข้ามหัวคนพี่ ก่อนจะโยนทิ้งลงบนสนามหญ้าอย่างไม่ใยดี พี่เอกพยายามจะประท้วงแต่ก็ช้ากว่าภูที่รวบข้อมือหนาทั้งสองข้างของเขาชูขึ้นเหนือหัวแล้วกดตรึงไว้กับกำแพงด้วยมือเพียงข้างเดียว
"ภู... มึงจะทำอะไร ตรงนี้มัน..." พี่เอกพยายามดิ้นรนแต่น้ำเสียงกลับสั่นพร่าอย่างคนหมดแรง
"ชู้วววววว" ผมใช้นิ้วชี้วางปิดปากพี่เอกไว้
ผมโน้มใบหน้าเข้าไปหาซอกรักแร้ของพี่เอกที่มีขนดกดำตามประสาชายชาตรีพร้อมกับสูดดมกลิ่นอายเหงื่อจางๆ ที่ผสมกับน้ำหอมจนหัวใจเต้นโครมคราม ก่อนจะส่งลิ้นร้อนลากเลียไปตามความยาวของขนรักแร้และผิวเนื้อที่ชื้นเหงื่ออย่างหิวกระหาย
"ซี๊ดดดด! อื้อออ... ภู! อย่าเลียตรงนั้น... ฮ๊าาา" พี่เอกร้องเสียงหลง ร่างหนาบิดเร้าดิ้นพล่านด้วยความเสียวซ่านที่พุ่งทะลุขีดจำกัด
ลิ้นของผมยังคงทำหน้าที่อย่างซื่อสัตย์ ผมจงใจตวัดเลียเน้นหนักตรงกลางซอกรักแร้ จนพี่เอกถึงกับเข่าอ่อนเกือบจะทรุดลงกับพื้นถ้าไม่มีมือของผมที่ตรึงเขาไว้
"หอมดีนะพี่เอก... กลิ่นชายแท้แม่งโครตปลุกอารมณ์เงี่ยนผมเลย" ผมพึมพำขณะเรียรักแร้พี่เอก พลางหันมามองใบหน้าคมเข้มของพี่เอกที่ตอนนี้หลับตาพริ้ม กัดริมฝีปากตัวเองจนห่อเลือด
"ยอมรับมาเหอะพี่... ว่าพี่ก็ชอบที่ผมทำแบบนี้" ผมย้ำพลางลากลิ้นต่ำลงมาที่แผงอกอีกครั้ง ทิ้งให้พี่เอกได้แต่ยืนหอบหายใจกระเส่า
"มะ... ไม่ได้ชอบเว้ย!" พี่เอกยังคงเค้นเสียงด่าออกมาทั้งที่หอบหายใจจนตัวโยน
เหงื่อกาฬผุดซึมตามไรผมและแผงอกกว้างที่สะท้อนขึ้นลงอย่างรุนแรง ใบหน้าคมเข้มแดงก่ำไปถึงใบหู แต่ก็ยังพยายามจะรักษามาดชายชาตรีไว้เป็นเฮือสุดท้าย
ผมแค่นหัวเราะในลำคอพลางสะแยะยิ้มเย็น
"ท่าทางพี่ดู 'ร่าน' ขนาดนี้แล้ว... ยังจะไม่ยอมรับอีกเหรอครับ?"
ผมโน้มหน้าเข้าไปกระซิบชิดใบหูที่ร้อนผ่าว
"มีที่ไหน...ผู้ชายที่มีลูกมีเมียแล้วแท้ ๆ แต่กลับมาแอบยืนควยแข็งเป๊ก ให้เด็กรุ่นน้องดูในสวนมืด ๆ แบบนี้ ถ้าเมียพี่มาเห็นสภาพพี่ตอนนี้... พี่ว่าเขาจะคิดยังไงครับพี่เอก อ๊าาาา" พูดจบผมก็เลียซอกหูพี่เอก
"ได้... ถ้าพี่ปากแข็งมาก ผมจะทำให้พี่ยอมรับเองว่าพี่น่ะ...รู้ตัวว่าพี่มันร่านควยแค่ไหน"
พูดจบ ผมขยับมือที่รวบข้อมือพี่เอกไว้ออก แล้วเปลี่ยนมากดไหล่หนาทั้งสองข้างของรุ่นพี่ร่างยักษ์ให้ทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นหญ้าอย่างแรงจนเข่าพี่เอกกระแทกพื้นดิน พี่เอกเงยหน้าขึ้นมองภูด้วยสายตาตื่นตระหนกและอารมณ์ที่พุ่งพล่าน ตอนนี้ใบหน้าของพี่เอกอยู่ระดับเดียวกับเป้ากางเกงของผมพอดีเป๊ะ
แก่นกายของผมที่แข็งขึงจนดันผ้ากางเกงเป็นลำหนาอยู่ตรงหน้าพี่เอกเพียงไม่กี่นิ้ว มันกระตุกทักทายราวกับรู้หน้าที่
"การทำให้คนเชื่องมันไม่ยากหรอกนะครับพี่เอก"
ผมพูดพลางเอื้อมมือไปจับที่ขอบกางเกงตัวเองช้า ๆ
"ไหนลองทำหน้าที่ 'เมีย' ที่ดี... ใช้ปากของพี่พิสูจน์หน่อยซิว่าพี่ไม่ได้ชอบจริง ๆ อย่างที่ปากว่า"
พี่เอกจ้องมองเป้ากางเกงของผมพลางกลืนน้ำลายอึกใหญ่ แววตาที่เคยแข็งกร้าวบัดนี้สั่นระริกและเต็มไปด้วยความโหยหาอย่างปิดไม่มิด ผมใช้เท้าที่สวมร้องเท้าผ้าใบเขี่ยไปตามควยพี่เอกที่นั่งคุกเข่าควยแข็งสวนทางกับคำพูดพี่แก
ผมแกล้งขยับเป้ากางเกงที่ตุงจนเห็นเป็นลำชัดเจนให้ไปจ่อชิดริมฝีปากของพี่เอก
"ผมว่าผมไม่ต้องใช้มือช่วยพี่แล้วมั้ง..." ภูพึมพำเสียงต่ำพลางเลิกคิ้วท้าทาย
"จำได้ไหมพี่... ครั้งก่อนที่พี่ทำให้ผม พี่ทำไว้โครตดีเลยนะ ผมแม่งโดนใจฉิบหาย ตอนที่พี่ใช้ปากดึงกางเกงในผมลงมาน่ะ"
พี่เอกเงยหน้ามองภู แววตาที่เคยแข็งกร้าวตอนนี้สั่นระริก ลมหายใจร้อนผ่าวของเขาเป่ารดเป้ากางเกงของภูจนเนื้อผ้าชื้นเป็นวงกว้าง
"ไหน... พี่ลองทำอีกรอบให้ผมดูหน่อยได้ไหมครับ 'พี่เอกคนเก่ง' ของผม?"
ผมโน้มตัวลงไปกระซิบชิดหูพลางบดเบียดส่วนแข็งขึงเข้ากับแก้มของพี่เอกเบาๆ
"ผมแม่งโครตเงี่ยนเลยว่ะพี่ตอนนี้ น้ำมันเยิ้มจนเปียกออกมาข้างนอกแล้วเนี่ย... ถ้าพี่ช้ากว่านี้ระวังผมเปลี่ยนใจเดินหนีเข้าบ้านนะครับ"
พอได้ยินคำขู่ว่าจะเปลี่ยนใจ พี่เอกที่เหมือนจะหมดความอดทนอยู่แล้วก็ไม่รอช้า เขาหลับตาลงข่มความอายก่อนจะอ้าปากงับเข้าที่ขอบกางเกงของภ
ผมอย่างแรง
"อื้มมม... ซี๊ดดด" ภูครางออกมาอย่างพอใจเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงดึงจากปากหนาของพี่เอก
พี่เอกใช้ฟันและริมฝีปากค่อยๆ ทึ้งรั้งทั้งกางเกงและกางเกงในของผมลงมาพร้อมกันอย่างดูชำนาญ แรงดึงที่สม่ำเสมอทำให้ควยขนาดใหญ่ของผมที่อัดอั้นอยู่ข้างในค่อยๆ ดีดอกมาปะทะกับใบหน้าของพี่เอกจังๆ
"อาาา... นั่นแหละพี่เอก... ของผมหอมถูกใจพี่ไหมครับ" ผมใช้มือขยำกลุ่มผมของพี่เอกแล้วกดใบหน้าคมเข้มให้ซุกเข้าหาควยที่สั่นระริกของผม
"ดูสิพี่... หัวแฉะขนาดนี้แล้ว พี่ไม่อยากทำความสะอาดให้ผมหน่อยเหรอครับ?"
พี่เอกหลับก่อนจะอ้าปากรับเอาส่วนหัวที่หยาดเยิ้มของผมเข้าไปสัมผัสกับความอุ่นชื้นภายใน ลิ้นสากของชายวัยทำงานเริ่มตวัดเลียวนรอบรอยแยกตรงส่วนปลายอย่างเชี่ยวชาญ เก็บกินทุกหยดน้ำหล่อลื่นที่ไหลออกมาจากรูบนหัวควยผม
"ซี๊ดดด... อื้มมม พี่เอก... แบบนั้นแหละ" ผมครางต่ำพลางขยุ้มกลุ่มผมของพี่เอกแน่นขึ้น กดใบหน้าของรุ่นพี่ให้แนบชิดกับโคนขาของผมจนจมูกโด่งของพี่เอกลงไปกับเส้นขนอ่อน ๆ เสียงครางอื้ออึงในลำคอของพี่เอกดังระงมไปทั่วสวนข้างบ้าน ลิ้นหนายังคงทำหน้าที่อย่างซื่อสัตย์ เขาห่อลิ้นรูดไล้จากโคนขึ้นมาจนถึงส่วนปลายที่เต้นตุบ ๆ ตามจังหวะหัวใจ พี่เอกดูดเม้มส่วนหัวจนเกิดเสียง จ๊วบ ดังฟังชัดในความเงียบสลัว
ผมรู้สึกได้ถึงแรงดูดที่รุนแรงและหิวกระหาย ราวกับว่าพี่เอกเองก็รอคอยสัมผัสนี้มาตลอดทั้งวันไม่แพ้กัน
"อาาา... ลิ้นพี่แม่งโครตดีเลยว่ะ" ผมบดเอวเข้าหาปากของพี่เอกอย่างย่ามใจ
"เลียให้ทั่วดิพี่... เลียไข่ผมด้วยรู้นะว่าพี่อยากทำใจจะขาด"
พี่เอกเงยหน้าขึ้นมองภูด้วยสายตาปรือปรอย น้ำลายใสเปียกชุ่มไปตามมุมปากและคางหนา เขาไม่ตอบแต่กลับใช้ลิ้นลากไล้ลงไปสัมผัสกับพวงสวรรค์ด้านล่างตามคำสั่งของผมอย่างว่าง่าย พี่เอกใช้มือหนาทั้งสองข้างโอบรอบต้นขาของผมไว้แน่นเพื่อพยุงตัวพลางระรัวลิ้นใส่จุดยุทธศาสตร์ของผม
"ซี๊ดดด... พี่เอก... พี่แม่ง... ร่านฉิบหายเลยว่ะ" ผมสบถออกมาด้วยความเสียวซ่านที่พุ่งทะลุปรอท ยิ่งเห็นคนแมน ๆ อย่างพี่เอกมาคุกเข่ารับใช้ผมด้วยปากแบบนี้ ผมก็ยิ่งอยากจะกระแทกสวนเข้าไปให้มิดลำ
"อืม... ลิ้นดีใช้ได้เลยนี่พี่เอก" ผมพึมพำพลางใช้นิ้วเขี่ยคางคนพี่ให้เงยหน้าขึ้นสบตา
"แต่ผมว่ามันยังเร้าใจไม่พอว่ะ ผมมีข้อเสนอให้พี่... อยากลองไหม?" พี่เอกมองผมด้วยสายตาปรือปรอย ลมหายใจร้อนระอุเป่ารดหน้าขาของผม
"ภู...จะให้พี่ทำอะไรอีก..."
"มือพี่น่ะ... อย่าเอาแต่จับขาผมดิ" ผมสั่งเสียงเข้ม
"พี่ช่วยเอาไปขยี้หัวนมตัวเองแรง ๆ ไปด้วยตอนที่ใช้ปากให้ผมหน่อยดิพี่... แบบ... ทำให้ผมเห็นหน่อยว่าพี่ก็เงี่ยนจนทนไม่ไหวแล้วเหมือนกัน"
ผมโน้มตัวลงไปกระซิบชิดใบหูที่ร้อนจัดของพี่เอก
"ถ้าพี่ยอมทำตามที่ผมสั่ง... ผมสัญญาว่าจะ 'เย็ดปาก' พี่เป็นการตอบแทนที่พี่เชื่อฟังดีไหมครับ เอาให้มิดโคน ให้ถึงใจพี่ไปเลย... ดีไหมพี่" พูดจบผมก็จับควยตัวเองขึ้นมาเขี่ยปากอวบอิ่มของพี่เอก
"ซี๊ดดดดดดปากพี่โคตรนุ่ม ถ้าได้เอาควยมุดเข้าไปจะเสียวขนาดไหนน๊าา อ๊าาาาแค่คิดน้ำผมก็จะแตกแล้ววะพี่ ซี๊ดดดพี่เอกค้าบบ" ผมจงใจพูดอ่อยพี่เอกไปด้วยใช้ควยสวยของผมหลอกล่อพี่เอกไปด้วย
และสุดท้าย... ความต้องการดิบเถื่อนก็ชนะทุกสิ่ง
มือหนาสากของพี่เอกค่อย ๆ เลื่อนขึ้นไปที่แผงอกเปลือยเปล่าของตัวเอง เขาใช้นิ้วโป้งและนิ้วชี้บีบเค้นลงบนยอดอกที่แข็งเป็นไตของตัวเองแรง ๆ จนเนื้อแดงก่ำ พี่เอกร้อง "ซี๊ด..." ออกมาอย่างสุดกลั้นพลางบดขยี้วนไปมาตามคำสั่งของภู
"บะ..แบบนี้หรอภู อื้ออ"
"อาาา... นั่นแหละพี่เอกดีมากครับ" ผมยิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะเมื่อเห็นภาพชายฉกรรจ์ร่างยักษ์คุกเข่าบีบหัวนมตัวเองโชว์
"มานี่มา... ถึงเวลาให้รางวัลคนเก่งแล้ว"
ผมคว้าหมับเข้าที่กลุ่มผมของพี่เอกแล้วกดหัวพี่เอกใสาควยแข็งของผม ก่อนจะเริ่มสวนเอวสอบกระแทกแก่นกายเข้าสู่โพรงปากของพี่เอกอย่างรุนแรงและเน้นหนัก จนพี่เอกต้องเบิกตากว้างพลางครางอื้ออึงในลำคอเพราะความยิ่งใหญ่ที่สอดลึกเข้าไปถึงคอหอยพี่เอก
"วู้ววว... ซี๊ดดด! โคตรเสียวเลยว่ะไอ้สัดพี่เอก!" ผมสบถออกมาเสียงดังอย่างลืมตัว ความเสียวซ่านจากโพรงปากอุ่นที่ตอบรับควยผมด้วยความยินดี ผมขยับมือขยำกลุ่มผมของพี่เอกแน่นจนนิ้วแทรกเข้าไปในหนังศีรษะ กดใบหน้าคมเข้มให้แนบชิดโคนขาจนจมูกพี่เอกบี้แบนลงกับดงหมอยและหน้าท้องแกร่งของผม
"กูไม่ไหวแล้วพี่... "
สิ้นคำราม ผมเริ่มสวนเอวสอบกระหน่ำเย็ดรัวเข้าใส่ปากพี่เอกอย่างบ้าคลั่ง เสียงเนื้อกระทบหน้าดัง
ตับ ตับ ตับ
ดังระงมไปทั่วสวนข้างบ้าน พี่เอกตาเบิกโพลง น้ำตาซึมออกมาที่หางตาเพราะความลึกที่กระแทกเข้าไปถึงคอหอยจนหายใจแทบไม่ทัน แต่มือหนาทั้งสองข้างของพี่เอกก็ยังทำหน้าที่ได้กีด้วยการบีบขยี้หัวนมตัวเองจนแดงเถือกตามคำสั่ง มันน่าจะช่วบเพิ่มความเสียวซะใจให้พี่เอกมากแน่ ๆ
"อื้อออ! อัก... อื้มมม!" พี่เอกครางอื้ออึงในลำคอ ร่างกายกำยำสั่นคลอนไปตามแรงส่งของผมที่โถมเข้าใส่ไม่ยั้ง
ผมหลับตาพริ้ม กัดฟันแน่นจนกรามแทบแตก จังหวะสุดท้ายเขาเร่งความเร็วขยี้ส่วนปลายเข้ากับเพดานปากของพี่เอกอย่างหนักหน่วง ก่อนที่ตัวผมจะกระดุกจนตัวโยนหลายครั้ง ผมแช่ค้างแก่นกายไว้มิดโคนในลำคอของพี่เอก
"อาาาาส์... ซี๊ดดดดด! แตกแล้วพี่... แตกแล้ว!"
ผมคำรามลั่นพร้อมกับปลดปล่อยน้ำกามสีขาวขุ่นอุ่นจัดฉีดพุ่งเข้าสู่ลำคอของพี่เอกระลอกแล้วระลอกเล่า พี่เอกสำลักจนตัวโยนแต่ก็ต้องจำใจกลืนกินลาวาสีขาวเข้มข้นนั้นลงคอไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ ผมหอบหายใจถี่พลางกดหัวพี่เอกค้างไว้แบบนั้นจนกว่าจะรีดออกให้หมดทุกหยด
"เชี้ยพี่เอก กินเกือบหมดเลยหรอครับ" ผมมองภาพลำคอพี่เอกกลืนน้ำรักสีขาวขุนผมลงคอเป็นจังหวะ ๆ
"อร่อยไหมครับพี่เอก"
"อื้อมม โคตรคาวเลยสัดภู" พี่เอกใช้มือเช็ดคราบน้ำตามขอบปากแต่หน้าตาแกดูมีความสุขสวนทางกับคำพูดแกมาก
แต่ความเสียวนั้นก็ต้องทวีคูณขึ้นไปอีกเพราะผมมัวแต่เย็ดปากพี่เอกจนไม่ทันได้สังเกตุ....
"เชี้ยพี่เอก ฮ่า ฮ่า... นี่พี่เตรียมตัวมาพร้อมขนาดนี้เลยเหรอครับพี่เอก?"
ผมเลิกคิ้วสูงพลางระเบิดหัวเราะออกมาอย่างผู้ชนะ เมื่อกางเกงของพี่เอกถูกดึงลงไปกองที่ข้อเท้า ภาพตรงหน้าทำเอาผมถึงกับตาค้างและอารมณ์พุ่งปรี๊ดขึ้นมาอีกครั้งทันที
เพราะภาพตรงหน้าคือ กางเกงในสีดำสนิทที่พี่เอกใส่อยู่ที่ดูเหมือนกางเกงในชายทั่วไป แต่พอผมเพ่งดี ๆ มันกลับเป็น "กางเกงในเปิดเป้าเปิดก้น" (Jockstrap) ที่โชว์แก้มก้นแน่นตึงเนียนของชายวัยทำงานออกมาเต็มสองข้างรับลมรับแสงสลั่วในสวนหลังบ้านยามค่ำคืน
"ปากบอกไม่ชอบ... แต่พี่เตรียมรอรับควยผมไว้แต่แรกแล้วนี่หว่า" ผมสบถเสียงพร่าพลางพรางจับพี่เองยืนขึ้นและหมุนพี่เอกกลับหลังพร้อมกับดันให้พี่เขาไปเกาะกำแพงบ้านแทน
ผมฟาดมือลงบนก้นแน่นๆ ของพี่เอกจนเกิดเสียง เพียะ! ดังสนั่นสวน
"เด้งสู้มือฉิบหายพี่เอก" เพียะ เพียะ!! ผมกระทำฟาดมือลงไปไม่ยั้งใส่ตูดร่าน ๆ พี่เอก
"ซี๊ดดด! ภู... มึง... อย่าเสียงดังดิ" พี่เอกร้องประท้วงพลางรีบก้มหน้าซบกำแพงเย็น แผ่นหลังกว้างของพี่เอกสั่นสะท้านด้วยความเสียวและตื่นเต้น
"กู... กูแค่ลองใส่ดูเฉย ๆ..." เพียะ
"อ๊ะ..อ๊าา"
"ลองใส่ดูเฉยๆ หรือตั้งใจจะมาอ่อยผมแล้วหวังอะไรกันแน่ครับ" ผมไม่ปล่อยให้แก้ตัว ผมคว้าหมับเข้าที่เอวของพี่เอกแล้วดึงกระแทกเข้าหาตัวจนควยของผมที่อ่อนตัวมันกลับมาแข่งอีกรอบใส่ร่องก้นแน่นพี่เอก
"ซี๊ดดด พี่เอก เมียพี่คงไม่เคยทำให้พี่เสียวถึงใจแบบนี้ใช่ไหมล่ะดูพี่คงจะติดใจตอนอาบน้ำวันนั้นน่าดู มานี่มา... เดี๋ยวคืนนี้ 'ชู้' อย่างผมจะจัดหนักให้พี่ลืมวิธีเย็ดเมียไปเลยครับ
ผมหยิบคว้าเจลหล่อลื่นแบบซองที่แอบพกติดตัวไว้ (เพราะเผื่อว่าจะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น)
ผมฉีกออกด้วยฟันแล้วชโลมลงบนนิ้วเรียว ก่อนจะจ้วงแทงเข้าไปในรูก้นที่กำลังขยับหยอกล้อของพี่เอกรวดเดียวสองนิ้ว!
"อ๊างงงง! ภู! เบา... อื้อออ!" พี่เอกครางลั่นพลางโก่งตูดรับนิ้วของผมอย่างลืมตัว มือหนาขยำกำแพงจนปูนแทบหลุด
"บอกให้ผมเบา แต่ดูดิพี่... ตอดนิ้วผมซะแน่นเลยนะ 'อีร่าน' ของผม" ผมพึมพำชิดซอกคอพลางรัวนิ้วคว้านหาจุดกระสันข้างในจนพี่เอกตัวอ่อนปวกเปียกเหมือนคนไม่มีแรงยืนเพราะความเสียว
"อื้อออ ภู มันเสียว อ๊าาาา"
"เตรียมตัวนะพี่เอก... ของจริงมันฟินกว่านิ้วเยอะ"
"เย็ดพี่ซักทีซิครับภู อ๊าาาพี่อยากได้มสกกว่านิ้วแล้วครับ อื้ออออจุก"
"ใจเย็นซิครับคนเก่งของผม อดทนอีกนิดนะครับจะได้ไม่เจ็บมาก ซี๊ดดดด ภูก็เงี่ยนจะตายอยู่แล้วครับ" ไม่ได้ล้อเล่นเพราะใช้นิ้วแหย่รู้พี่เอกไปควยผมมันก็กระตุกเรียกร้องอยากเข้าถ้ำแสนสวยของพี่เอกใจจะขาด
ผมนึกอะไรสนุก ๆ ออก ยกยิ้มร้ายพลางล้วงหยิบสมาร์ทโฟนเครื่องหรูออกมาจากกระเป๋ากางเกง จัดแจงเปิดกล้องวิดีโอแล้วจ่อไปที่บั้นท้ายแกร่งของพี่เอกที่กำลังสั่นระริกอยู่ในกางเกงในเปิดก้นสีดำสนิท แสงแฟลชจากมือถือสะท้อนผิวเนื้อเนียนละเอียดของรุ่นพี่ร่างยักษ์จนเห็นรายละเอียดชัดเจนไปถึงรูรักที่กำลังขยับตอดรัดอากาศอย่างน่าอาย
"เห้ย ภูทำไร" แสงแฟรชทำให้พี่เอกที่ยืนครางติดกำแพงต้องหันมาดู
"มาทำเรื่องตื่นเต้น ๆ กันครับพี่เอก"
"ภู... มะ... มึง อย่าถ่าย อื้อออ!" พี่เอกพยายามจะหันมาห้ามด้วยใบหน้าที่แดงก่ำและคงจะกลัวว่าคลิปเด็ดคลิปนี้จะไปหลุดจนใครต่อใครเห็นพี่แกในสภาพนี้ไหม เพราะถ้าคนรู้จักพี่เอกเห็นคลิปนี้คงจะมองพี่เอกเปลี่ยนไปแน่ ๆ และแน่นอนว่าคนที่พี่เอกกลัวที่สุดก็คงหนีไม่พ้น...พี่มล
"อย่าถ่ายนะภู.."
ผมเอื้อมมือหนาไปตะปบปิดปากพี่เอกไว้แน่นจากด้านหลังจนเสียงประท้วงกลายเป็นเพียงเสียงอื้ออึงในลำคอ
"ไม่ต้องกลัวครับที่พี่เอก... ผมแค่ถ่ายไว้ดูตอนเงี่ยน ๆ เวลาพี่ไม่อยู่บ้านไง เก็บไว้ดูคนเดียว...ตอนที่ผมเงี่ยนแล้วคิดถึงรูร่าน ๆ ตูดเด้ง ๆ ของพี่ไงครับ ผมว่ามันน่าจะเสียวกว่าคลิปโป๊ในเน็ตเยอะเลยพี่"
ผมไม่ปล่อยให้พี่เอกได้ตั้งตัว ผมจ่อแก่นกายขนาดใหญ่ที่อาบไปด้วยน้ำลื่น ๆ ตรงปากทางรักที่กำลังเชื้อเชิญ ก่อนจะออกแรงกระแทกเอวสอบยัดสวนเข้าไปรวดเดียวจนมิดโคน!
"อ๊ากกกกก! อื้อออออ!" พี่เอกเบิกตาโพลง
ร่างแกร่งสะดุ้งสุดตัวจนแทบจะถลาไปติดกำแพงปูน ความใหญ่โตที่สอดแทรกเข้ามาอย่างรุนแรงทำให้เขาจุกจนพูดไม่ออก พี่เอกน้ำตาคลอเบ้า
"อื้ออออ๊าาภู เบาก่อน ๆ อ๊าาา" พี่เองครางออกมาด้วยความเสียวมันเป็นเสียงที่ฟังแล้วโคตรเพราะ
"ซี๊ดดทนอีกนิดนะครับพี่เอก กำลังจะเข้าสุดแล้วครับ..."
"ซี๊ดดดภู มันลึก..ลึกไปปอ๊าาาา"
"เชี้ยยยอ๊าาาา สุดแล่วครับพี่เอกโคตรแน่นเลยสัด"
"อื้อออออออ"
"ผมจะเริ่มขยับแล้วนะครับ"
ไม่รอช้า มือหนึ่งยังคงถือโทรศัพท์นิ่งๆ บันทึกภาพจังหวะที่ลำเนื้อของเขาหายลับเข้าไปในตัวรุ่นพี่ร่างยักษ์ ส่วนอีกมือก็ล็อคเอวพี่เอกไว้แน่นแล้วเริ่มกระหน่ำซอยเอวเข้าใส่ไม่ยั้ง
ตับ! ตับ! ตับ! ตับ!
เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องสวนข้างบ้าน ผสมกับเสียงครางระงมในลำคอของพี่เอกที่โดนปิดปากไว้ ผมมองภาพในหน้าจอมือถือสลับกับมองแผ่นหลังที่ชุ่มเหงื่อของพี่เอกอย่างพึงพอใจ
"ดูดิพี่เอก... ในคลิปแม่งโครตเซ็กซี่เลยว่ะ รูพี่แม่งกินควยผมเก่งฉิบหาย" ภูพึมพำพร่าชิดใบหูพลางเร่งจังหวะกระแทกเน้นๆ จนพี่เอกตัวโยน "ร่านแบบนี้... ต้องโดนจัดหนักๆ ให้เข็ด!"
"อื้ออ อื๊ออ "
"ซี๊ดดด... รูร่านพี่ตอดควยผมแน่นฉิบหายเลยรู้ปะพี่เอก!" ผมสบถออกมาอย่างหิวกระหายพลางโถมแรงกระแทกเข้าใส่บั้นท้ายเนียนที่เปิดโล่งอยู่ในจ็อกสแตรปอย่างบ้าคลั่ง
"แม่ง... เผลอๆ พี่จะตอดแรงกว่าหีเมียพี่อีกนะเนี่ย! โคตรเด็ดถึงใจผมเลยว่ะ"
"อ๊ะ... อ๊าส์! ภู... ซี๊ดดดด... ตรงนั้นแหละ แรงๆ เลยมึง อื้อออ!" พี่เอกที่เคยทำเป็นเข้มตอนนี้หลุดครางระงม เขาแอ่นก้นรับแรงกระแทกจากผมอย่างลืมอาย มือหนาขยำกำแพงจนเล็บแทบหัก
"ดี... ดีฉิบหายเลยภู... เย็ดพี่แรงๆ แบบนั้นแหละ... อาาาส์!"
ผมยิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะ มือหนึ่งยังคงถือโทรศัพท์ถ่ายคลิปจังหวะที่แก่นกายของเขาหายวับเข้าไปในตัวรุ่นพี่ร่างยักษ์รัวๆ
"ผมชอบนะที่พี่ใส่กางเกงในแบบนี้มาอ่อย... โคตรเซ็กซี่เลยว่ะพี่ คราวหลังใส่บ่อยๆ ดิ จะได้ 'สะดวก' แบบวันนี้อีก... ไม่ต้องเสียเวลาถอดให้ยาก"
ตับ! ตับ! ตับ! ตับ!
เสียงเนื้อกระทบดังสนั่นสวนข้างบ้านสลับกับเสียงครางซี๊ดปากอย่างเป็นสุขของพี่เอกที่โดนจัดหนักจนตัวสั่นเทิ้ม
"ซี๊ดดด... ภู... มึงแม่ง... สุดยอด... อูยยยย แรงอีก! กระแทกเข้ามาลึกๆ เลย!" พี่เอกร้องขออย่างไม่อายปากพลางบิดเร้าสะโพกสวนกลับแรงกระแทกของผมอย่างร่านร้อน ทิ้งมาดชายชาตรีไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงพี่เอกคนเงี่ยนที่กำลังเสพติดรสกามจากรุ่นน้องบ้านข้าง ๆ อย่างถอนตัวไม่ขึ้น
"ได้เลยพี่... เดี๋ยวจัดให้ลืมทางกลับบ้านเลย!"
ผมคำรามก่อนจะรวบเอวพี่เอกไว้แน่นแล้วกระหน่ำแทงยับเน้น ๆ จนพี่เอกหัวสั่นหัวคลอนน้ำตาคลอด้วยความเสียวซ่านที่พุ่งทะลุขีดจำกัด
"ซี๊ดดดด... พี่เอก! รูพี่แม่งโครตตอดเลยว่ะ แรง ๆ แบบนี้ชอบใช่ไหมพี่!" ผมสบถออกมาด้วยความสะใจ พลางโถมแรงกระแทกเอวสอบเข้าใส่บั้นท้ายเนียนที่เปิดโล่งอยู่ในจ็อกสแตรปอย่างบ้าคลั่ง มือซ้ายล็อคเอวหนาของพี่เอกไว้แน่นจนนิ้วแทรกเข้าไปในเนื้อ ส่วนมือขวาก็ยังคงชูโทรศัพท์ถ่ายคลิปจังหวะที่แท่งร้อนมุดหายเข้าไปในรูกลางสวนอย่างต่อเนื่อง
"อ๊ะ... อ๊าส์! ภู... เย็ดพี่แรงๆ แบบนั้นแหละ... ซี๊ดดดด ดีฉิบหายเลยมึง!" พี่เอกครางระงมพลางแอ่นก้นรับแรงกระแทกจนตัวโยน ใบหน้าคมเข้มซบลงกับกำแพงปูนเย็น ๆ แต่อารมณ์กลับร้อนรุ่มจนกู่ไม่กลับ
"อาาาส์... ตรงนั้น... เน้นๆ เลยภู... อื้ออออ!"
ตับ! ตับ! ตับ! ตับ!
เสียงเนื้อกระทบดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วบริเวณ ผมเร่งจังหวะจนหัวสั่นหัวคลอน เหงื่อไหลซึมตามแผ่นหลังแกร่ง
"อาาา... พี่เอก... ผมจะไปแล้ว... จะแตกแล้วพี่!ซี๊ดดดด!"
พี่เอกที่โดนกระหน่ำจนสติกระเจิง เอื้อมมือสั่น ๆ ลงไปกุมแก่นกายของตัวเองที่แข็งจนปวดหนึบแล้วรูดรัวตามจังหวะกระแทกของผม
"แตกเลยภู... ซี๊ดดด แตกใส่ตัวพี่เลย... แตกพร้อมกันนะมึง... อ๊าาาาาส์!"
จังหวะสุดท้ายภูโถมแรงทั้งหมดเข้าใส่จนมิดโคน ก่อนจะรีบกระชากแก่นกายที่เปียกชุ่มออกมาจากรูร่านของพี่เอกจังหวะเดียวกับที่พี่เอกฉีดพ่นน้ำกามขาวขุ่นออกมาเลอะกำแพง ผมใช้มือชักรัวแก่นกายของตัวเองเพียงไม่กี่ที น้ำรักอุ่นจัดก็พุ่งทะลักออกมาเป็นสาย ตกกระทบลงบนแผ่นหลังกว้างและบั้นท้ายของพี่เอกจนขาวโพลนไปหมด
"อ๊าาาาาาาาาาส์... ซี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!"
ผมครางยาวเหยียดด้วยความเสียวซ่านที่พุ่งทะลุขีดจำกัด ร่างสูงโปร่งสั่นสะท้านพลางทิ้งตัวลงซบแผ่นหลังที่ชุ่มเหงื่อของพี่เอก หอบหายใจถี่กระชั้นเหมือนคนเพิ่งวิ่งทางไกลมา
"โครตเด็ดเลยว่ะพี่... ทั้งคนทั้งคลิปนี้แม่ง... ที่สุดแล้ว" ผมพึมพำเสียงพร่าพลางกดบันทึกวิดีโอหลักฐานชิ้นสำคัญที่เห็นน้ำกามของผมราดเต็มแผ่นหลังพี่ชายข้างบ้าน
พอจับกิจกรรมอันร้อนแรงพวกผมยืนพักหายเหนื่อยกันซักครู่ ก่อนที่ผมจัดการใช้เสื้อยืดของตัวเองซับคราบน้ำกามและเหงื่อที่เปรอะเปื้อนตามแผ่นหลังและบั้นท้ายของพี่เอกอย่างเบามือ
ทุกสัมผัสแฝงไปด้วยความทะนุถนอมผิดกับความดิบเถื่อนเมื่อครู่ พี่เอกยืนนิ่งปล่อยให้ผมจัดการร่างกายให้พลางรีบสวมกางเกงกลับเข้าที่ แววตาคมเข้มฉายแวววิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัดจนสังเกตเห็นรอยสั่นที่ปลายนิ้ว
"ภู... เรื่องคลิปนั่น... มึงลบเถอะนะถือว่าพี่ขอ" พี่เอกพูดด้วยเสียงแหบพร่าและสั่นเครือ
"ถ้ามลมาเห็นเข้า พี่... พี่ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหนจริงๆ"
ผมยิ้มมุมปากอย่างอ่อนโยนพลางตบไหล่หนาของพี่เอกเบา ๆ เพื่อปลอบประโลม
"ไม่ต้องกลัวหรอกครับพี่เอก ผมไม่ทำหลุดหรอก... พี่ดูดิ ในคลิปน่ะมันติดทั้งหน้าผม ทั้งเสียงผมชัดขนาดนี้ ถ้าพี่พัง ผมก็พังเหมือนกันนะพี่ สบายใจได้ครับ"
คำยืนยันของผมทำให้พี่เอกผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก แววตาที่เคยหวาดหวั่นเริ่มกลับมาอ่อนแสงลง ผมไม่ปล่อยให้จังหวะนี้เสียเปล่า ผมโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อน ๆ ของกันและกัน ก่อนจะกดริมฝีปากลงจูบเบา ๆ ที่ปากหนาของพี่เอกหนึ่งทีเป็นการย้ำคำมั่นสัญญา
"จูบนี้แทนคำสัญญาครับ... ว่าความลับของเราจะอยู่แค่ตรงนี้"
พี่เอกชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้ารับอย่างจำนน "เออ... ขอบใจมึงมากนะภู"
หลังจากตรวจสอบความเรียบร้อยจนมั่นใจว่าไม่มีร่องรอยคาวโลกีหลงเหลือให้พี่มลต้องสงสัยผมกับพี่เอกก็แยกย้ายกันเดินกลับเข้าบ้านของตัวเอง ทิ้งไว้เพียงกลิ่นอายความร้อนแรงที่ยังคงอบอวลจาง ๆ อยู่ใต้เงามืดของต้นไม้ในสวนหลังบ้าน
คืนนั้นหลังจากแยกย้ายกันไป พี่เอกแอบส่งสติกเกอร์ไลน์มาหาผมตอนดึก ๆ เป็นสติ๊กเกอร์ที่บอกว่า
'ฝันดี'
สนุกมากครับ สนุกเสววววววว ขอบคุณครับ รอต นต่อไก ขอบคุณมากครับ ขอบคุณครับ
{:5_120:}{:5_120:}{:5_120:}{:5_120:} ข อ บ คุ ณ ค รั บ แตกหละ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ เสียวมาก ขอบคุณมากครับ {:5_120:} ขอบคุณครับ {:5_120:}{:5_120:}{:5_120:} เสียวสุดๆ ไปเลย เสียว คิดถึงง อ่านตอนเก่านไป เสวว {:5_133:}
หน้า:
[1]
2