ชกให้ลงล็อก (ช่างกลXนักมวย)
กาลเวลาหมุนเปลี่ยนเวียนผัน... จากเด็กชายตัวน้อยในวันวาน ค่อยๆ เติบโตสะพรั่งกลายเป็นเด็กหนุ่มวัยใส ผู้พกพาความสดใสมาพร้อมกับแสงแดดอ่อนๆ
'เมษา'... ชื่อของเขาช่างสอดรับกับเดือนที่ร้อนแรงที่สุดของปี หากแต่ดวงตากลมโตคู่นั้นกลับทอประกายพริ้มละไม ราวกับหยาดน้ำค้างที่ต้องแสงอาทิตย์แรกของวัน เป็นความสดชื่นเพียงหนึ่งเดียวท่ามกลางไอร้อนของกรุงเทพฯ ในยุคเก้าศูนย์
ชีวิตของเขาคลุกคลีอยู่กับกลิ่นจางๆ ของน้ำมันมวยและเสียงสวมนวมที่กระทบกันซ้ำแล้วซ้ำเล่าในค่ายมวย 'ศิษย์ลุงวิชัย' สถานที่แห่งเดียวที่เขารู้จักมาเกือบทั้งชีวิต นับตั้งแต่โชคชะตาพรากอ้อมกอดของบุพการีไปตั้งแต่อายุเพียงสองขวบ ทิ้งไว้เพียงความทรงจำสีจางและสายเลือดนักสู้ที่ไหลเวียนอยู่ในตัว
ลุงวิชัย พี่ชายแท้ๆ ของพ่อ จึงรับหน้าที่ประคับประคอง 'ต้นกล้า' ต้นนี้ให้เติบโตขึ้นท่ามกลางเชือกกั้นเวทีและหยาดเหงื่อ จนกลายเป็นเด็กหนุ่มที่มองโลกด้วยหัวใจที่เบิกบานอย่างน่าอัศจรรย์
"ปั้ก! ปั้ก! ปั้ก!
เสียงแข้งเรียวเล็กกระทบเข้ากลางเป้าหนังเก่าๆ อย่างแม่นยำจนเกิดเสียงดังสนั่นไปทั่วโรงยิมสังกะสี เมษาละสายตาจากเป้ามวยก่อนจะยกหลังมือขึ้นปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผม พลางหันไปส่งยิ้มทะเล้นให้ชายวัยกลางคนรูปร่างกำยำที่นั่งกระดิกเท้าเคี้ยวหมากอยู่บนม้านั่งไม้ยาว
“เป็นไงลุงวิชัย... ลูกเตะหลานรักคนนี้ พอจะไปชิงแชมป์เวทีราชดำเนินกับเขาได้ยัง?”
ลุงวิชัย พี่ชายคนเดียวของพ่อถอนหายใจพรืด พ่นน้ำหมากทิ้งลงกระโถนข้างตัวก่อนจะหันมามองเจ้าหลานชายตัวแสบที่นับวันยิ่งหน้าตาสดใสเกินหน้าเกินตาบรรดานักมวยร่วมค่าย
“เออ! แรงดีไม่มีตกแบบนี้แหละถึงชื่อเมษา ร้อนแรงสมชื่อจริงๆ เอ็งน่ะ” ลุงวิชัยว่าพลางหัวเราะในลำคอ “แต่หน้าตาจิ้มลิ้มแบบเอ็งเนี่ยนะจะไปต่อยกับเขา? ข้าว่าคู่ต่อสู้เห็นหน้าเอ็งแล้วจะวางนวมมาขอเบอร์เพจเจอร์เอ็งมากกว่ามั้งไอ้หนู”
“โถ่ลุง! หน้าหวานแต่หมัดหนักนะจ๊ะจะบอกให้' เมษาหัวเราะร่วนพลางเดินเข้าไปบีบนวดไหล่ให้ลุงอย่างประจบประแจง “ถึงพ่อกับแม่จะไม่อยู่แล้ว แต่ผมก็มีลุงเป็นทั้งพ่อทั้งครูมวยนี่นา ใครจะกล้ามาจีบหลานนักมวยหุ่นเตะปี๊บดังปังแบบฉันล่ะ จริงมั้ย?”
“เออๆ ปากหวานแบบนี้ไงข้าถึงไล่เอ็งไปไหนไม่ลง” ลุงวิชัยมองหลานชายด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความเอ็นดู ท่ามกลางกลิ่นน้ำมันมวยและไอร้อนของวัน เมษาคือความภูมิใจเดียวที่ทำให้ค่ายมวยเก่าๆ แห่งนี้ยังมีรอยยิ้มอยู่เสมอ"
บรรยากาศในค่ายมวยที่เคยมีแต่เสียงเตะกระสอบทราย เริ่มเงียบลงเหลือเพียงเสียงพัดลมโคจรตัวเก่าที่ส่ายไปมาส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าด เมษาลดมือที่บีบนวดไหล่ลุงลง เปลี่ยนมานั่งขัดสมาธิกับพื้นปูนข้างม้านั่งแทน ใบหน้าทะเล้นเมื่อครู่ดูจริงจังขึ้นมาถนัดตา
"ลุงวิชัย... คือว่าจบ ม.3 เทอมนี้ ฉันกะว่าจะไปสมัครเรียนต่อ ปวช. ที่วิทยาลัยสารพัดช่างนะลุง"
ลุงวิชัยที่กำลังจะคีบยาเส้นเข้าปากถึงกับชะงัก หรี่ตามองหลานชายตัวดีผ่านกลุ่มควันจางๆ "หือ? สารพัดช่างเรอะ... ทำไมไม่อยู่ซ้อมมวยกินข้าวแกงกับข้าที่ค่ายต่อล่ะวะ ฝีมือเอ็งกำลังไปได้สวยแท้ๆ"
"โถ่ลุง มวยฉันก็ไม่ทิ้งหรอกจ้ะ แต่ฉันอยากมีวิชาติดตัวไว้บ้าง" เมษาขยับเข้าไปใกล้พลางทำตาปริบๆ อ้อนวอน "ยุคนี้ใครๆ เขาก็เรียนสายอาชีพกันทั้งนั้นแหละลุง จบมาจะได้มีงานทำเป็นหลักเป็นแหล่ง เผื่อวันไหนลุงแก่ตัวไป ฉันจะได้เลี้ยงลุงได้ไง อีกอย่าง... ไปเรียนที่นั่นเผื่อได้วิชาซ่อมไฟ ซ่อมรถ มาช่วยซ่อมค่ายมวยโทรมๆ ของลุงด้วยไงจ๊ะ"
ลุงวิชัยถอนหายใจยาว พ่นควันออกมาจนฟุ้งกระจาย "เออ... ไอ้เรามันก็ตัวคนเดียว พ่อแม่เอ็งเขาก็ฝากฝังให้ข้าดูใจเอ็งให้ดี ข้าก็ไม่ได้กะจะให้เอ็งมาเจ็บตัวบนสังเวียนไปตลอดชีวิตหรอก"
มือสากที่กร้านไปด้วยรอยแผลจากการชกมวยมาทั้งชีวิต วางลงบนกลุ่มผมนุ่มของหลานชายอย่างแผ่วเบา
"อยากเรียนก็ไปเถอะ... ข้าส่งเอ็งไหวอยู่แล้ว แต่อย่าไปเรียนตีเรียนต่อยกับใครเขาดูล่ะ ที่นั่นน่ะแหล่งนักเลงหัวไม้ทั้งนั้น ถ้าเอ็งเจ็บตัวกลับมาเพราะเรื่องวิวาท ไม่ใช่เรื่องบนเวทีล่ะก็... ข้าจะให้เอ็งเตะกระสอบทรายจนขาขวิดเลยเชียว!"
เมษาฉีกยิ้มกว้างจนตาปิด กระโดดกอดเอวลุงวิชัยจนเกือบตกม้านั่ง "รับรองเลยลุง! ฉันจะตั้งใจเรียน จะไม่ไปมีเรื่องกับใครเด็ดขาดจ้ะ!"
เสียงหัวเราะและบทสนทนาที่สอดแทรกไปกับเสียงหอบเหนื่อยจากการซ้อมมวย เริ่มดังขึ้นเมื่อข่าวเรื่อง "ไอ้หนูเมษา" จะไปเรียนต่อกระจายออกไป บรรยากาศในค่ายศิษย์ลุงวิชัยยามเย็นช่างดูคึกคักและอบอุ่น ราวกับเป็นครอบครัวใหญ่ที่รวมเอาชายฉกรรจ์ใจนักเลงมาไว้ด้วยกัน
"จริงเรอะไอ้เมษา! เอ็งจะไปเรียนสารพัดช่างจริงเรอะวะ!" พี่เข้ม นักมวยรุ่นพี่ตัวล่ำบึ้กตะโกนถามพลางวางกระบอกน้ำลง ก่อนจะเดินมาตบไหล่เมษาจนตัวคอน
"จริงพี่... ฉันกะว่าจะไปต่อสายอาชีพ อยากหาความรู้ใส่ตัวไว้บ้าง" เมษาตอบพลางยิ้มตาหยี จนพวกรุ่นพี่รุ่นน้องในค่ายต่างพากันเดินเข้ามาล้อมวง
"เออดี! งั้นเอ็งไปลงสาขาช่างยนต์กับข้าเลยเมษา ที่นั่นพวกข้าเรียนกันอยู่หลายคน ใครรังแกเอ็ง ข้าจะเอาประแจเบอร์โตๆ ไปฟาดหน้ามันให้เอง" รุ่นพี่อีกคนตะโกนเสริมขึ้นมาเรียกเสียงฮือฮา
"ไม่ได้ๆ หน้าตาจิ้มลิ้มแบบนี้ต้องไปเรียนช่างไฟกับพวกข้าโว้ย ดูแลกันง่ายหน่อย งานไม่หนักเท่าช่างยนต์ด้วย เดี๋ยวผิวขาวๆ ของเอ็งจะเปื้อนน้ำมันเครื่องหมด" เสียงแซวจากพวกรุ่นพี่ฝั่งช่างไฟฟ้าดังแทรกขึ้นมา
บรรยากาศเต็มไปด้วยความครื้นเครง รุ่นพี่บางคนถึงกับเดินไปขุดเอาเสื้อช็อปเก่าๆ ที่พาดไว้มาลองทาบตัวให้เมษา พลางอวดอ้างสรรพคุณวิทยาลัยตัวเองกันยกใหญ่ ทุกคนต่างแสดงออกถึงความเอ็นดูที่มีต่อเด็กหนุ่มคนนี้อย่างเห็นได้ชัด เพราะเมษาคือแก้วตาดวงใจของค่ายมวยที่ใครก็อยากจะปกป้อง
ท่ามกลางวงล้อมที่ดูวุ่นวายนั้น โกสุม รุ่นพี่คนสนิทที่เพิ่งซ้อมมวยเสร็จ เดินเข้ามาพร้อมกับผ้าขนหนูผืนสะอาดในมือ เขาไม่ได้ตะโกนโวยวายเหมือนคนอื่น แต่กลับเดินมาหยุดอยู่ข้างๆ เมษาด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยนที่สุด
"ไปเรียนที่ไหนก็ได้ที่เอ็งอยากเรียนเถอะเมษา... ถ้าใครมาทำอะไรเอ็ง หรือถ้าเรียนหนักจนเหนื่อย ก็กลับมาบอกพี่ พี่จะคอยรับคอยส่งเอ็งเอง" โกสุมพูดพลางใช้ผ้าขนหนูซับเหงื่อที่ข้างขมับให้เมษาอย่างเบามือ สายตาที่เขามองเด็กหนุ่มนั้นเต็มไปด้วยความอาทรเกินกว่าคำว่าพี่น้องร่วมค่าย
"ขอบคุณจ้ะพี่โกสุม... ฉันรู้ว่าพวกพี่ๆ รักฉัน แต่ไม่ต้องห่วงหรอกจ้ะ มือเท้าฉันก็มี ใครกล้ามาแหยมกับหลานลุงวิชัยก็ให้มันรู้ไป!" เมษาตอบกลับด้วยท่าทีทีเล่นทีจริง แต่คำพูดนั้นกลับทำให้ลุงวิชัยที่นั่งมองอยู่ไกลๆ ถึงกับหลุดขำออกมาด้วยความภูมิใจ
“เอาล่ะๆ นี่ก็เย็นมากแล้ว พวกเอ็งรีบแยกย้ายไปพักผ่อนกันเถอะ” ลุงวิชัยตะโกนสำทับ
“จ้ะลุงวิชัย... งั้นพวกฉันลานะจ๊ะ!” เสียงพวกรุ่นพี่รุ่นน้องในค่ายขานรับพร้อมกันเป็นทอดๆ ก่อนจะพากันทยอยไหว้ลาเจ้าของค่ายมวย แล้วเดินไปสตาร์ทมอเตอร์ไซค์เสียงดังกระหึ่มออกไปทีละคัน ทิ้งให้เมษายืนโบกมือส่งพี่ๆ อยู่หน้าค่ายท่ามกลางแสงอาทิตย์อัสดงที่อาบไล้โรงยิมสังกะสีจนเป็นสีส้มทอง
ช่วงปิดเทอมใหญ่ปีนั้นจึงกลายเป็นช่วงเวลาที่วุ่นวายที่สุดสำหรับเมษา ทั้งต้องวิ่งร่อนเอาใบสมัคร แถมยังต้องเตรียมตัวสอบเข้าวิทยาลัยสารพัดช่างให้ได้ตามที่ตั้งใจไว้ และคนที่เป็นธุระปะปังให้ทุกอย่างก็ไม่ใช่ใครที่ไหน... แต่เป็น โกสุม ที่ขี่มอเตอร์ไซค์คันเก่ามารับเมษาจากค่ายมวยไปส่งที่วิทยาลัยทุกครั้งอย่างไม่มีอิดออด
“เหนื่อยมั้ย เห็นวิ่งวุ่นทั้งวันเลย”
โกสุมเอ่ยถามตอนที่เห็นเมษาเดินหอบแฮ่กกลับมาที่รถ ใบหน้าแดงก่ำเพราะแดดจัด โกสุมส่งถุงน้ำอัดลมแช่เย็นที่มีน้ำแข็งพูนๆ ที่ซื้อรอไว้ก่อนแล้วยื่นให้
“อ่ะ แก้กระหายก่อน อากาศมันร้อนดูซิ... เหงื่อซกไปทั้งตัวแล้ว”
โกสุมเขี่ยหูหิ้วถุงพลาสติกส่งให้ เมษารีบรับมาถือไว้ ความเย็นจัดจากน้ำแข็งบดที่เกาะขอบถุงทำให้เขารู้สึกดีขึ้นเป็นกอง เด็กหนุ่มจัดการก้มลงดูดน้ำสีหวานผ่านหลอดกาแฟดัง จ๊วบๆ เพียงไม่กี่อึดใจ น้ำในถุงก็พร่องหายไปเกือบครึ่ง
“อ่าาา... ชื่นใจสุดๆ เลยพี่!”
เมษาเงยหน้าขึ้นยิ้มแฉ่งพลางเอาถุงน้ำอัดลมมาแนบแก้มระบายความร้อนโกสุมมองภาพนั้นแล้วก็ได้แต่ลอบยิ้มออกมาบางๆ
บรรยากาศยามเย็นที่ค่ายมวยศิษย์ลุงวิชัยดูคึกคักเป็นพิเศษ เมื่อพวกรุ่นพี่นัดแนะกันลงขันซื้อหมูกระทะชุดใหญ่มาฉลองปิดท้ายช่วงวุ่นๆ ของเมษา กลิ่นมันหมูที่โดนความร้อนบนเตาถ่านหอมฟุ้งไปทั่วบริเวณสลับกับเสียงซ่าเวลาเนื้อแตะกระทะเหล็ก
เมษานั่งยงโย่ยงหยกช่วยลุงวิชัยพัดเตาถ่านจนควันโขมง ในขณะที่พวกพี่เข้มและรุ่นพี่คนอื่นๆ กำลังล้อมวงเตรียมตะเกียบกันอย่างพร้อมเพรียง
เสียงตะเกียบกระทบจานสลับกับเสียงซ่าของมันหมูบนเตาถ่านดังระงมไปทั่วค่ายมวย พี่เข้ม นักมวยรุ่นใหญ่ประจำค่ายซดน้ำซุปดังโฮกก่อนจะหันมาหรี่ตามองเมษาที่นั่งเคี้ยวตุ้ยๆ อยู่ข้างเตา
"สรุปเอ็งตัดสินใจได้ยังเมษา ว่าจะลงแผนกไหนเป็นอันดับหนึ่ง" พี่เข้มถามพลางเคี้ยวตุ้ย ขณะส่งน้ำจิ้มรสเด็ดให้รุ่นน้อง
เมษาที่กำลังคีบผักกาดขาวลงในร่องน้ำซุปพยักหน้าหงึกๆ "ตัดสินใจแล้วพี่ ฉันเลือกช่างกลเป็นอันดับหนึ่ง ส่วนอันดับสองเลือกช่างยนต์จ้ะ"
พอคำตอบหลุดออกมา พวกรุ่นพี่ที่กำลังซดน้ำซุปถึงกับชะงัก ลุงวิชัยที่นั่งเคี้ยวหมากอยู่วงนอกถึงกับขมวดคิ้ว "หือ? ช่างกลเรอะไอ้เมษา... เอ็งแน่ใจนะ แผนกนั้นมันดงเสือทังนั้นเลยนะเว้ย พวกพี่ๆ ในค่ายเขาก็ไปลงช่างยนต์ ช่างไฟกันหมด ทำไมเอ็งไปลงช่างกลคนเดียวล่ะหือ?"
"ก็ฉันชอบนี่ลุง" เมษาตอบยิ้มๆ "อีกอย่าง ช่างกลมันดูเท่ดีออก ได้จับเครื่องจักรใหญ่ๆ ฉันว่ามันท้าทายดี ถ้าพลาดจากช่างกลค่อยไปช่างยนต์ตามพวกพี่เขาก็ได้"
โกสุม ที่นั่งอยู่ข้างๆ คอยคีบหมูชิ้นนุ่มๆ ที่สุกกำลังดีวางลงในจานของเมษาอย่างรู้ใจ เขาไม่ได้คัดค้านเหมือนคนอื่น แต่ในแววตากลับมีความกังวลฉายออกมาวูบหนึ่ง
"ช่างกลน่ะเรียนหนักนะเมษา งานก็สกปรกเลอะเทอะกว่าแผนกอื่นด้วย" โกสุมพูดเสียงนุ่มพลางส่งแก้วน้ำแข็งให้ "แต่ถ้าเอ็งเลือกแล้ว พี่ก็ไม่ขัดหรอก... แค่เป็นห่วงว่าไปอยู่คนเดียวในแผนกนั้นจะลำบาก"
"โถ่พี่โกสุม... ฉันน่ะหลานลุงวิชัยนะ ใครจะกล้ามาทำอะไร" เมษาหัวเราะร่วนพลางตบไหล่โกสุมเบาๆ "ถึงจะไม่มีพวกพี่อยู่ด้วยในห้องเรียน แต่ตอนเลิกเรียนฉันก็กลับมาซ้อมมวยที่นี่อยู่ดี ใครรังแกฉัน พี่ก็แค่ขี่มอเตอร์ไซค์ไปรับฉันให้ไวหน่อยก็พอแล้ว"
“ไอ้เมษาน่ะ ถ้ามันตั้งใจจะทำอะไรแล้ว ใครก็เปลี่ยนใจมันยาก” ลุงวิชัยเอ่ยขึ้นพลางคีบหมูส่งให้หลานรัก “ไม่ต้องเป็นห่วงมันนักหรอก ดูจากวิชามวยที่ข้าเคี่ยวกรำมา มันคงเอาตัวรอดได้สบาย... ขอแค่อย่าไปเที่ยวชกต่อยมีเรื่องกับใครเขาก็พอแล้ว”
“พวกฉันเป็นห่วงน้องนี่จ๊ะ แต่ยังไงจะคอยแวะไปดูบ่อย ๆ ถึงไม่ค่อยชอบขี้หน้าไอ้พวกแผนกนั้นก็ตามเถอะ”
พี่เข้มสำทับพลางกระดกน้ำแข็งเคี้ยวเสียงดังกรวบ เรียกเสียงหัวเราะจากคนทั้งวงที่ต่างก็พยักหน้าเห็นพ้องเป็นเสียงเดียวกัน
วันประกาศผลสอบที่วิทยาลัยสารพัดช่าง บรรยากาศเต็มไปด้วยความลุ้นระทึกของเหล่าวัยรุ่นยุค 90 ในชุดไปรเวท บ้างก็ใส่เสื้อยืดกางเกงยีนส์ขาม้า บ้างก็ใส่เสื้อลายสก๊อตพับแขน ยืนเบียดเสียดกันอยู่หน้าบอร์ดไม้แผ่นใหญ่ที่มีกระดาษรายชื่อแปะเรียงราย
โกสุม ขี่มอเตอร์ไซค์คันเก่งพาเมษามาจอดที่หน้าตึกอำนวยการตั้งแต่นกกระจอกยังไม่ทันออกจากรัง เมษากระโดดลงจากรถด้วยท่าทางกระตือรือร้นพลางรีบวิ่งฝ่าฝูงชนเข้าไปดูประกาศ
“ฝากหมวกกันน็อกหน่อยนะพี่!” เมษาตะโกนบอกก่อนจะมุดหายเข้าไปในกลุ่มคน
โกสุมยืนรออยู่ห่างๆ มองตามหลังรุ่นน้องด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความลุ้นไม่แพ้กัน เขาเห็นเมษาไล่นิ้วไปตามรายชื่อในกระดาษแผ่นที่เขียนว่า ‘แผนกวิชาช่างกลโรงงาน’ จนกระทั่งหยุดกึกที่ลำดับต้นๆ
“พี่โกสุม! พี่! ฉันติดแล้ว! ชื่อฉันอยู่ตรงนี้!”
เมษากระโดดตัวลอยพลางวิ่งหน้าตั้งกลับมาหาโกสุม ใบหน้าใสทอประกายสดใสยิ่งกว่าแสงแดดตอนสาย เขาดีใจจนเผลอคว้าแขนรุ่นพี่มาเขย่ารัวๆ “ฉันติดอันดับหนึ่งเลยพี่! ช่างกลของจริงว่ะ!”
“เออๆ พี่เห็นแล้ว เก่งมากเมษา” โกสุมยิ้มกว้างจนตาปิด มือหนาเอื้อมไปลูบหัวเมษาด้วยความเอ็นดู “ในที่สุดเอ็งก็ทำได้นะ... ว่าที่ช่างกลคนเก่งของค่ายมวย”
“รีบกลับไปบอกลุงวิชัยกับพวกพี่ๆ เถอะพี่ ป่านนี้รอฟังข่าวจนไม่เป็นอันทำอะไรแล้วมั้ง!” เมษาหัวเราะร่วนพลางรีบขึ้นซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์อย่างไว
ระหว่างทางกลับบ้าน ลมเย็นๆ ปะทะหน้าเมษาที่นั่งยิ้มแฉ่งอยู่เบาะหลัง เขาตะโกนแข่งกับเสียงลม “พี่โกสุม! เดี๋ยวไปถึงค่าย ฉันจะขอเลี้ยงน้ำแข็งใสทุกคนเลย!”
แต่ความดีใจนั้นกลับทำให้เมษาลืมสังเกตไปว่า ที่ม้านั่งยาวสลัวๆ ใต้ต้นจามจุรีใกล้บอร์ดประกาศผล มีสายตาคมดุของใครคนหนึ่งจ้องมองภาพความสนิทสนมนั้นอยู่เงียบๆ
ชายหนุ่มในเสื้อช็อปสีเข้มพาดบ่า ผิวเข้ม หน้าตาบึ้งตึงดูเป็นอันตรายอย่างชัดเจน... ราเชน ขยับบุหรี่ในปากพลางพ่นควันจางๆ ออกมา สายตาเขามองตามมอเตอร์ไซค์คันนั้นไปจนสุดทาง
"หน้าตาจิ้มลิ้มแบบนั้นน่ะเหรอ... จะมาเรียนช่างกล"
ในสายตาของราเชน เมษาดูเหมือน "แกะหลงฝูง" ที่พลัดหลงเข้ามาในดงเสือ
"สั่งพวกรุ่นพี่ปีสองปีสามไว้ด้วย... ถ้าเด็กนี่เข้ามาเรียนจริง จัดให้หนัก อย่าให้เสียชื่อช่างกล"
-----------------------------------------------
ฝากติดตามหน่อยนะครับ
รักคนอ่าน
สนุกมากครับ ขอบคุณมากเลยครับ ขอบคุณมากเลยครับ ตั้งตารอเลยครับนักมงยกับช่างกลใครจะแน่กว่ากัน ลุ้นจน ขนตั้งเลย😀😄😁😆😛😜🤪 ขอบคุณครับ k-pho-dam ตอบกลับเมื่อ 2026-4-6 16:03
ตั้งตารอเลยครับนักมงยกับช่างกลใครจะแน่กว่ากัน ลุ้นจน ขนตั้งเลย😀😄😁😆😛😜🤪
ขอบคุณค้าบบ ไปต่อตอนที่ 2 ได้เลยนะ ไม่สน ขอบคุนครับ ข อ บ คุ ณ ค รั บ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ น่าสนุกครับ น่าติดตามดีครับ ขอบคุณมากเลยครับ ขอบคุณมากๆครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณมากครับ
หน้า:
[1]