⚠️ คำเตือน เรื่องนี้เป็นเรื่องแต่ง ที่ไม่ได้มีเจตนาบิดเบือนหรือส่งเสริมความเชื่อในทางที่ผิด
เหตุการณ์และบุคคลไม่ได้มีตัวตนจริง เรื่องนี้เป็นแนว Taboo มีเหตุการณ์เกี่ยวกับพระ
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน งดดราม่าครับ
*** เน้นอีกทีคับ เรื่องแต่งนะคับ ย้ำแรงๆเลย 55555 ***
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------
หลังจากเสร็จกิจทางกาม ความเงียบเข้าปกคลุมกุฏิสี่เหลี่ยมเล็กๆ อีกครั้งมีเพียงเสียงหอบหายใจแผ่วเบา
และกลิ่นคาวโลกีย์ที่ยังไม่จางหายแสงแดดรำไรที่ลอดผ่านช่องลมเข้ามาดูเหมือนจะเป็นพยานที่คอยตอกย้ำ
ความผิดบาปที่เพิ่งเกิดขึ้น
หลวงพี่ขยับผ้าจีวรที่ยับยู่ยี่ขึ้นมาปกปิดร่างกายที่เปื้อนคราบน้ำกามความเย็นของเนื้อผ้าไม่ได้ช่วยให้ใจที่ร้อนรุ่ม
สงบลงเลยจิตสำนึกที่เคยนิ่งสงบดั่งน้ำในแจกันกลับขุ่นมัวและสั่นคลอน
"เอ่อ...กล้า หลวงพี่ว่า...กล้ากลับไปก่อนนะ" เสียงของหลวงพี่แหบพร่าและสั่นเครืออย่างเห็นได้ชัด
สายตาหลบเลี่ยงไม่กล้ามองร่างกำยำที่นั่งอยู่ตรงหน้า
ไอ้กล้าที่เพิ่งจะได้สติขยับตัวลุกขึ้นนั่งในท่าคุกเข่าแววตาที่เคยหิวกระหายบัดนี้ถูกแทนที่ด้วย
ความตื่นตระหนกและรู้สึกผิดมันก้มลงหมอบกราบลงบนพื้นไม้กระดานเสียงดังปึก
"หลวงพี่ครับ...ผมขอโทษด้วยนะครับ" มันพูดทั้งที่หน้ายังแนบพื้น
"ผม...ผมไม่น่าทำให้หลวงพี่มัวหมองเลยผมมันเลวแท้ๆ"
"ช่างมันก่อนนะกล้า หลวงพี่เองก็เหมือนกันที่ขาดสติเรื่องนี้มันโทษใครคนเดียวไม่ได้
หลวงพี่ขอตกผลึกคืนนี้ก่อนนะกล้ากลับไปก่อน"
"หลวงพี่ครับ..." ไอ้กล้าเงยหน้าขึ้นแววตาตัดพ้อและเป็นห่วงมันฉายชัด ผิวสีทองแดงของมันยังมีเหงื่อซึม
และความอุ่นร้อนจากร่างกายมันยังแผ่มาถึงจนหลวงพี่ต้องเบือนหน้าหนีเพราะกลัวว่าถ้าจ้องตานานกว่านี้
กำแพงที่เพิ่งสร้างขึ้นมาใหม่จะพังทลายลงอีกรอบ
"กลับไปก่อนนะกล้า...หลวงพี่ขอร้อง"
ทุกครั้งที่หลับตาผมจะรู้สึกถึงสัมผัสร้อนจัดจากฝ่ามือหยาบกร้านของไอ้กล้าที่บีบเฟ้นบนผิวหนังกลิ่นสาบหนุ่ม
ที่เจือไปด้วยกลิ่นเหงื่อดิบๆ ของมันยังคงติดอยู่ที่ปลายจมูกไม่จางหาย
ผมพลิกตัวไปมาบนอาสนะที่ยังหลงเหลือคราบคาวของความผิดบาปความรู้สึกผิดกัดกินใจผมจนปวดมวนในท้อง
ผมเกลียดตัวเองที่เผลอไผลไปตามอารมณ์ใฝ่ต่ำแต่ในขณะเดียวกัน... ส่วนลึกในใจกลับโหยหาสัมผัสที่จาบจ้วงนั้น
อย่างน่าละอายยามที่นึกถึงตอนที่มันกระแทกกระทั้นเข้ามาจนสุดลำตัวร่างกายของผมกลับสั่นสะท้านและตอบสนอง
ขึ้นมาเองอย่างควบคุมไม่ได้
"นรก... ผมกำลังจะตกนรก" ผมพึมพำกับความมืด
เช้าวันถัดมาผมออกเดินบิณฑบาตด้วยอาการเหมือนคนไร้วิญญาณเท้าที่เปลือยเปล่าเหยียบลงบนพื้นดินเย็นแฉะ
แต่ใจผมกลับลอยกลับไปหาแผ่นหลังกว้างและมัดกล้ามสีทองแดงของไอ้กล้าตลอดเวลา
ยามที่ชาวบ้านใส่บาตรและก้มลงกราบ ผมกลับรู้สึกละอายใจจนไม่กล้าสบตาใครมือที่ถือบาตรสั่นเทา
จนแทบประคองไม่อยู่
ในหัวผมมันตีกันไปหมด ระหว่าง "ศีลธรรมที่ร่ำเรียนมา" กับ "ความกระสันที่ไอ้กล้าจุดขึ้น"
ผมพยายามหาจังหวะที่จะเข้าไปกราบเรียนท่านเจ้าอาวาสเรื่องขอลาสึกเสียให้พ้นจากความทรมานนี้
แต่ดูเหมือนโชคชะตาจะแกล้ง ท่านมีกิจนิมนต์และมีญาติโยมเข้าหาตลอดทั้งวันความอึดอัดมันสุม
อยู่ในอกจนผมแทบจะระเบิดออกมา
ผมเดินเลี่ยงมาทางหลังวัดหวังจะใช้ความเงียบสงบสงบสติอารมณ์แต่แล้วสายตาเจ้ากรรมกลับเหลือบไปเห็น
ร่างกำยำที่คุ้นเคยไอ้กล้ากำลังแบกกระสอบปุ๋ยอยู่ไกลๆลำแขนที่ปูดโปนด้วยเส้นเลือดและกางเกงที่เกาะอยู่ที่หมิ่นเหม่นั้น...
มันทำให้ความพยายามที่จะสำรวมของผมพังทลายลงในพริบตา
ตลอดทั้งวันมันทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น พยายามเข้ามาพูดคุยสอบถามเรื่องกิจวัตรด้วยน้ำเสียงปกติที่สุด
เพื่อไม่ให้พระรูปอื่นสงสัยแต่ทุกครั้งที่สายตาเราสบกันเพียงชั่วครู่ แววตาวูบไหวของมันและอาการหลบตาของผม
มันฟ้องชัดเจนว่าความสัมพันธ์ระหว่าง "หลวงพี่" กับ "เด็กวัด"มันพังทลายลงไปพร้อมกับศีลข้อสามเมื่อวานนี้แล้ว
ผมประคองตัวให้เป็นพระที่น่าเคารพของมันไม่ได้อีกต่อไป...เพราะในใจผมตอนนี้
มันเต็มไปด้วยภาพร่างกายกำยำของมันที่บดเบียดอยู่บนตัวผม
จนกระทั่งพลบค่ำ... ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมวัดป่าแห่งนี้จนได้ยินแม้กระทั่งเสียงจิ้งหรีดเรไร
พระลูกวัดรูปอื่นจำวัดกันหมดแล้ว แม้แต่พวกเด็กวัดก็แยกย้ายกันเข้าเรือนนอนผมนั่งอยู่ในกุฏิสลัวๆ
จุดตะเกียงน้ำมันหวังจะพึ่งพาแสงสว่างและพระธรรมบทเพื่อข่มใจที่ร้อนรุ่มผมจ้องตัวอักษรในคัมภีร์
ปากก็พึมพำบทสวดไปตามสัญชาตญาณแต่มันกลับไม่เข้าสมองเลยแม้แต่นิดเดียว
ในหัวผมมีแต่ภาพ "ควยลำเขื่อง" ของไอ้กล้าที่แข็งขึงท้าทายสายตาผม...
ผมถอนหายใจยาวก่อนจะเผลอเหลือบมองลอดหน้าต่างกุฏิลงไปทางท่าน้ำหลังวัดแสงตะเกียงรำไรสะท้อนให้เห็น
ร่างหนาที่คุ้นเคย ไอ้กล้านั่งอยู่ตรงนั้น...มันถอดเสื้อนุ่งเพียงกางเกงตัวเดิมที่เปื้อนคราบดินคราบเหงื่อ
ผิวสีทองแดงของมันสะท้อนกับแสงจันทร์และแสงไฟเรื่อๆ จนดูเป็นเงามันปลาบมัดกล้ามหลังที่ขยับเขยื้อน
ตามจังหวะการหายใจของมันดูดึงดูดใจจนผมเผลอจ้องมองอย่างลืมตัว
"อึก..." ผมลอบกลืนน้ำลายที่เหนียวหนืดลงคอความร้อนรุ่มที่หวังจะดับด้วยพระธรรมกลับลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง
ในจังหวะนั้นเอง เหมือนมันจะมีเซนส์ไอ้กล้าหันขวับมาทางกุฏิสายตาที่คมปลาบของเด็กหนุ่มวัยฉกรรจ์
สบเข้ากับดวงตาของผมพอดี!
ผมรีบหันหน้าหนีแทบไม่ทันหัวใจเต้นรัวโครมครามจนแทบจะหลุดออกมานอกอก ผมนั่งก้มหน้าหอบหายใจถี่
มือที่ถือคัมภีร์สั่นเทาจนเห็นได้ชัด
"หลวงพี่ครับ... ยังไม่จำวัดเหรอครับ?"