มาค่ายดันเจอเด็กสู้มือ - วันที่ 1: ช่วงเช้า
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ShowDD เมื่อ 2026-3-10 21:59"ไอ้เหี้ย... ร้อนชิบหาย"ผมสบถเบาๆ พลางใช้นิ้วดันแว่นสายตากรอบเหลี่ยมที่เกาะอยู่บนสันจมูกให้เข้าที่ แสงแดดเดือนมีนาคมที่แผดเผาผ่านกระจกห้องโถงทำเอาหงุดหงิดชะมัด ปิดเทอมใหญ่ช่วง ม.1 ที่ผมในวัย 12 ปีควรจะได้นอนตากแอร์เล่นเกมอยู่ที่บ้าน กลับต้องถูกพ่อบังคับส่งมาเข้า ‘ค่ายเขียนโปรแกรมหุ่นยนต์’ เป็นเวลา 5 วัน 4 คืนที่มหาวิทยาลัยชื่อดัง พ่อบอกว่าอยากให้ผมมาดัดนิสัยไม่สุงสิงกับคน แต่จริงๆ ผมว่าเขาแค่รำคาญที่เห็นผมขลุกอยู่แต่หน้าคอมจนดึกดื่นมากกว่าแต่เอาเถอะ... อย่างน้อยในเป้ผมก็มีคอม และไอแพด รุ่นท็อปติดมาด้วย ผมชอบการทดลองอะไรใหม่ๆ โดยเฉพาะการเขียนโค้ดท้าทายดี... อ้อ อีกอย่างที่ผมชอบ 'ทดลอง' คือร่างกายตัวเอง ผมรู้ตัวดีว่าผมเป็นพวก 'อารมณ์ขึ้นง่าย' แค่อ่านฟิคเรทๆ หรือเห็นภาพวับๆ แวมๆ นิดเดียว เลือดลมแม่งก็สูบฉีดจนต้องหาที่ระบายในห้องน้ำแบบไม่เลือกที่
หลังจากฟังระเบียบการในห้องโถงใหญ่เสร็จ ผมก็รีบปลีกตัวออกมาหาข้าวกิน ผมเลือกโต๊ะมุมอับที่สุดในโรงอาหาร กะว่าจะนั่งกินข้าวเงียบๆ พร้อมเช็กโค้ดในไอแพดไปพลางๆ"สวัสดีครับพี่... พี่ชื่อ 'กี้' เหรอครับ? เห็นที่ป้ายชื่อเขียนไว้"เสียงใสๆ ดังขึ้นพร้อมกับกลิ่นหอมอ่อนๆ เหมือนแป้งเด็กที่ลอยมาปะทะจมูก ผมเงยหน้าจากจอไอแพดกะจะพ่นคำด่าไล่ส่ง แต่ภาพที่เห็นตรงหน้าทำเอาผมชะงักไปวิหนึ่ง เด็กผู้ชายตัวเล็กชิบหาย ผิวขาวเนียนจนดูนุ่มนิ่ม หน้าตาแม่งหวานหยดย้อยเหมือนพวกเด็กพรีเซนเตอร์โฆษณานมข้นหวานในทีวีไม่มีผิด"ส่วนผมชื่อ 'คิน' นะคร้าบ... นี่ไง ป้ายชื่อผม" มันยิ้มแฉ่งพลางชูป้ายชื่อสีเหลืองอ๋อยที่คล้องคออยู่ขึ้นมาให้ผมดูใกล้ๆ จนแทบจะทิ่มตา"กูจะชื่ออะไรก็เรื่องของกู อย่าเสือก... แล้วมึงไปนั่งที่อื่นไม่ได้เหรอวะ กูชอบอยู่คนเดียว" ผมตอบเสียงนิ่ง พยายามทำหน้านิ้วคิ้วขมวดใส่"โถ่พี่กี้... โต๊ะตั้งกว้างแบ่งกันนั่งหน่อยดิครับ" มันไม่ฟังคำทักท้วง แถมยังหย่อนก้นลงนั่งฝั่งตรงข้ามหน้าตาเฉย "พี่ดูไอแพดอยู่เหรอ? โค้ดที่พี่เขียนน่ะ... บรรทัดที่สิบสองพี่ลืมปิดเซมิโคลอน (;) หรือเปล่าครับ? เดี๋ยวคอมไพล์ไม่ผ่านนะ"ผมขมวดคิ้วฉับ พลิกหน้าจอดูก็เห็นว่าจริงอย่างที่มันว่า ไอ้เด็กนี่ตาดีชิบหาย"มึงจะรู้มากไปละไอ้น้อง กินข้าวของมึงไปเหอะ อย่ามาเสนอหน้าแถวนี้ รำคาญ" ผมกดเสียงต่ำ หวังจะให้มันกลัวจนลุกหนี"ปากแจ๋วจังนะพี่ ใส่แว่นดูเนิร์ดๆ ไม่คิดว่าจะพูดจาหยาบคายใส่เด็กตัวเล็กๆ แบบผมได้" มันไม่สะทกสะท้าน แถมยังเท้าคางจ้องหน้าจอผมยิ้มๆ "พี่เขียนโปรแกรมมานานยังเหรอ? ดูท่าทางพี่จะเก่งนะ... แต่ผมว่าพี่น่าจะ 'เก่ง' เรื่องอื่นมากกว่าเรื่องหุ่นยนต์นะเนี่ย""เรื่องเหี้ยอะไรของมึง?" ผมเริ่มโมโหจริงๆ ละ "กูบอกให้ไปไกลๆ ตีนกูไงสัส! เดี๋ยวเตะกระเด็นเลยไอ้เด็กเปรต มึงคิดว่าหน้าตาเหมือนเด็กอนุบาลแล้วกูจะไม่กล้าทำเหรอ?"ผมด่ากราดไปชุดใหญ่ กะว่ายังไงแม่งต้องเบะปากร้องไห้หรือรีบวิ่งหนีแน่ๆ แต่ผิดคาด... มันกลับหัวเราะเบาๆ แววตามันเปลี่ยนไปครู่หนึ่ง มันเลื่อนหน้าเข้ามาใกล้ผมจนจมูกแทบชนกัน"โห... ดุจังครับพี่ ยิ่งพี่ด่าแรงๆ แบบนี้ ผมยิ่งรู้สึกว่าพี่น่าสนใจนะ" มันลดเสียงลงจนเหลือแค่เสียงกระซิบ "ถ้าผมเป็นเด็กเปรตอย่างพี่ว่าจริง เจี๊ยวผมคงยาวมากแน่ๆ เผลอๆ จะยาวกว่าของพี่อีกด้วยมั้งครับ?"สายตามันเลื่อนลงไปมองต่ำกว่าโต๊ะแวบหนึ่ง ก่อนจะช้อนตาขึ้นมามองผมแบบเยาะเย้ย พลางยิ้มมุมปากเหมือนเป็นผู้ชนะผมใจเต้นรัว หน้าเริ่มร้อนวูบวาบเพราะโดนเด็กคราวลูกมาพูดจาลามกใส่ในที่สาธารณะแบบนี้ ความรู้สึกแปลกๆ จนผมนึกในใจไปว่า... 'ส้นตีนเหอะ... ไอ้เด็กโรคจิต!'"มึงแม่งบ้าไปแล้ว! อย่าให้กูเห็นหน้ามึงอีกนะสัส!"ผมรีบจ้ำอ้าวหนีออกมาจากโรงอาหารโดยไม่หันกลับไปมอง ทิ้งให้ไอ้เด็กหน้าโฆษณานมนั่นนั่งยิ้มแฉ่งอยู่ข้างหลังเชี่ยเอ๊ย... ผมคิดในใจพลางพยายามคุมสติที่เริ่มเตลิด ไอ้เด็กเหี้ยนี่เป็นใครวะ? หน้าหยั่งกับเด็กอนุบาลแต่แม่งสู้มือจัดๆ! นี่แค่วันแรก... ชีวิตกูในค่ายนี้คงไม่สงบสุขแล้วแน่ๆ
ผมรีบเดินไปห้องน้ำหัวใจเต้นโครมครามพลางยัดไอแพดลงเป้อย่างลนลาน ไอ้เด็กนั่นแม่งทำระบบผมรวนไปหมด อยากระบายอารมณ์เพื่อกำจัดความหงุดหงิด ผมรู้ตัวดีว่าอาการแบบนี้ถ้าไม่รีบจัดการ ‘รีเซ็ต’ ตัวเอง ชีวิตที่เหลือของวันคงไม่มีสมาธิทำหุ่นยนต์เหี้ยอะไรทั้งนั้นตอนนั้นเลยพุ่งตัวไปที่ห้องน้ำหลังตึกเรียน แต่แม่งเอ๊ย! คนเยอะชิบหาย เด็กในค่ายเข้าแถวรอกันยาวเหยียด ผมไม่มีเวลามาต่อคิวอะไรทั้งนั้น สุดท้ายเลยต้องเสี่ยงเดินเลาะไปทางบันไดหนีไฟเงียบๆ ที่ชั้นบนสุด บรรยากาศเงียบกริบ แสงแดดรำไรผ่านหน้าต่างบานเกล็ดดูเป็นส่วนตัวพอที่ผมจะทำภารกิจลับจากนั้นวางกระเป๋าเป้ลง พิงหลังกับกำแพงปูนเย็นๆ พลางรูดซิปกางเกงลงอย่างไว ควักเอา ‘แท่งลำ’ ขนาดไม่ใหญ่นักออกมาสู่โลกภายนอก ผิวของมันขาวจัดและแทบจะไร้ขนตามประสาเด็กวัยสิบสองที่เพิ่งเริ่มโต ผมรีบเปิดไอแพดเข้าเว็บที่คุ้นเคย เลือกการ์ตูนโป๊ลายเส้นญี่ปุ่นที่ชอบดูเป็นประจำ“อืม...”ผมครางเบาๆ ในลำคอ มือขวาขยับรูดรั้งลำสีขาวนั่นขึ้นลงอย่างรวดเร็ว สายตาจับจ้องไปที่หน้าจอที่ตัวละครกำลังทำกิจกรรมสุดเสียว จินตนาการมันเริ่มเตลิดไปไกล แต่ภาพในหัวกลับมีใบหน้าใสๆ ของไอ้เด็กโฆษณานมที่โรงอาหารแทรกเข้ามาเป็นระยะ ยิ่งนึกถึงประโยคที่มันท้าทายเรื่องขนาดของเจี๊ยว มือผมก็ยิ่งรัวเร็วขึ้นตามแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่าน“ซี๊ด... จะออกแล้ว...”ผมเกร็งตัวจนสุดลมหายใจ ก่อนที่น้ำสีขาวขุ่นจะพุ่งกระฉูดออกมาเป็นทาง เลอะเปรอะเปื้อนตามขั้นบันไดหนีไฟไปหลายหยด ผมหอบหายใจถี่อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบใช้ทิชชู่เช็ดคราบตามตัวอย่างลนลาน เก็บไอแพดเข้าเป้แล้วรีบชิ่งออกจากสถานที่เกิดเหตุทันที กลัวว่าใครจะมาเห็นเข้าแล้วจะหาว่าผมเป็นไอ้โรคจิตประจำค่าย
ตอนบ่ายๆ พวกรุ่นพี่สตาฟให้เราเอาของไปเก็บที่ห้องพักก่อน บรรยากาศในห้องนอนรวมชั้นล่างของหอพักมหาวิทยาลัยค่อนข้างวุ่นวาย ทุกคนเอากระเป๋ามากองนอนเรียงรายกันบนพื้นปูนที่ปูด้วยเสื่อและหมอนตามที่ค่ายจัดให้ ผมเลือกมุมอับสายตาที่ลึกที่สุด กะจะนอนห่างจากคนอื่นเพื่อตัดความรำคาญ“โถ่พี่... ทำไมหน้าซีดจังอะ ไปทำไรมา? ไปชักว่าวมาเหรอครับ?”ผมชะงักกึกจนแทบเสียหลัก ความเย็นวาบแล่นขึ้นมาถึงสันหลัง ผมหันไปมองเจ้าของเสียง... ไอ้เด็กโฆษณานมคนเดิม! มันนั่งยิ้มแฉ่งอยู่บนเสื่อข้างกระเป๋าผม ตากลมโตนั่นจ้องผมเหมือนเห็นทะลุเข้าไปถึงไส้ใน“เรื่องของกู มึงอย่ามาเสือก!” ผมรีบขยับแว่นทำหน้าขรึมกลบเกลื่อนความลนลาน มันจะไปรู้ได้ไงวะ? หรือแม่งเดาสุ่ม?“พี่ครับ... ผมขอนอนด้วยคนได้มั้ยครับ?” มันเริ่มทำตาละห้อยอ้อนวอน“ไม่! ที่ตั้งเยอะตั้งแยะ มึงจะมานอนเบียดกูทำไมสัส ไปนอนที่อื่นไป!”“ก็พี่ดูท่าทางเก่งดีออก ผมอยากอยู่ใกล้คนเก่งๆ ไงคร้าบ เผื่อพี่จะสอน... อะไรผมบ้าง”“ไม่ต้องมาอวยกู ไปนอนตรงนู้นเลยไป!” ผมโบกมือไล่ส่งอย่างไม่ใยดี
ระหว่างที่ผมกับเด็กนั่นกำลังเถียงกันอยู่ จู่ๆ ก็มีรุ่นพี่ ม.3 ตัวโต หน้าตาออกแนวเจ้าเล่ห์เดินเข้ามาแทรกวงสนทนา เขามองคินด้วยสายตาที่ผมดูแล้วรู้สึกไม่ค่อยน่าไว้ใจเท่าไหร่“น้องอยู่ ป. ไหนครับเนี่ย น่ารักจัง?” รุ่นพี่คนนั้นถามเสียงนุ่ม“ป.4 ครับผม” เจ้านั่นตอบกลับไปอย่างสุภาพ แต่ท่าทางดูอ้ำอึ้งขึ้นมาทันที“นอนที่นี่จะสบายเหรอ? ไปนอนกับพี่มั้ย เดี๋ยวพี่ดูแลอย่างดีเลย มีขนมให้กินด้วยนะ” เขาพูดพลางขยับเข้าไปใกล้น้องจนดูน่าเกลียดผมนั่งมองอยู่ครู่หนึ่ง ในใจมันบอกว่า ไอ้นี่แม่งไม่น่าใช่ละ ถึงผมจะรำคาญไอ้เด็กนี่แค่ไหน แต่มันก็เป็นแค่เด็ก ป.4 จะปล่อยให้ไปอยู่กับไอ้หื่นนี่ได้ไงวะ?“พอดีน้องคนนี้มันมากับผม!” ผมพูดโพล่งออกไปเสียงดังจ้องหน้าไอ้ ม.3 นั่นเขม็ง “น้องเขาต้องนอนตรงนี้แหละ”รุ่นพี่คนนั้นหน้าเสียไปทันที มันทำท่าขอโทษขอโพยแบบเก้ๆ กังๆ ก่อนจะรีบเดินหนีไปมุมอื่นของห้อง คินมองตามหลังมันไปก่อนจะหันกลับมามองผมด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป“พี่ก็ดูใจดีเหมือนกันนะเนี่ย แอบห่วงผมเหรอครับ?”“ใจดีเหี้ยไรล่ะ!” ผมตอบแก้เขินพลางถอนหายใจยาว “กูแค่รำคาญพวกมึงเถียงกัน ให้มึงนอนตรงนี้แหละจะได้จบๆ สรุปมึงจะนอนมั้ย?”“นอนค้าบพี่! ขอบคุณคร้าบพี่กี้!”เด็กนั่นรีบตอบกลับเสียงใสพร้อมรอยยิ้มกว้างจนตาปิด มันรีบวางกระเป๋าจองที่ข้างเสื่อผมอย่างรวดเร็วเหมือนกลัวผมจะเปลี่ยนใจ ดูมันดีใจออกนอกหน้าจนผมเริ่มรู้สึกว่า... คืนนี้ผมอาจจะคิดผิดที่ยอมให้มันนอนข้างๆ ก็ได้ไอ้เด็กนี่แม่ง... ดูอันตรายกว่ารุ่นพี่ ม.3 เมื่อกี้อีกมั้ง ผมคิดในใจพลางจัดที่นอนเตรียมทำกิจกรรมในวันแรกต่อหลังจากนี้...
ให้เสียวกอนสิ ขอบคุณมากครับ สนุกมากครับ {:5_119:}{:5_119:}{:5_119:} ขอบคุณครับ ชอบบบบมากกกกกกครับบบบบบบบบบบบบบ เอาเเนวนี้อีกๆๆๆ
ขอบคุณครับ ขอบคุณ {:5_131:} ขอบคุณมากครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณมากครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณมากครับ เริ่มเรื่องเหมือนนิยายเลยทะเลาะกันก่อน ขอบคุณครับ