ซ่อนรักในไซต์งาน ตอนที่ 5
https://www.g4guys.com/data/attachment/album/202510/14/094330bh86j8jhqxj9t37m.jpgเวลาใกล้เที่ยง รถกระบะของนนท์ก็พร้อมออกเดินทางอีกครั้ง ทุกคนเพิ่งทานข้าวเช้าที่นนท์ไปซื้อมาอย่างเร่งด่วนจนอิ่มหนำสำราญ และใช้เวลาพักผ่อนเล็กน้อยเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางอีกราวๆ 2-3 ชั่วโมง
ทิม กลับมานั่งประจำที่เบาะหลังดังเช่นเมื่อวาน ในขณะที่นนท์อยู่หลังพวงมาลัยและ เก่ง นั่งเบาะหน้าข้างคนขับ ภายนอกรถเต็มไปด้วยแสงแดดเจิดจ้า แต่ภายในหัวของทิมกลับเต็มไปด้วยภาพความมืดสลัวในห้องพักเมื่อเช้า ภาพของเก่งในสภาพเปลือยกาย รูปร่างกำยำ พร้อมลำควยมี่ยังน่าจดจำ และการปลดปล่อยอารมณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นอย่างรุนแรง
ลำควยที่กำยำของเก่ง แม้จะเห็นเพียงเสี้ยววินาทีเมื่อประตูเปิด ก็เป็นภาพที่ฝังแน่นอยู่ในความทรงจำของทิมอย่างยากจะลบเลือน ความร้อนวูบวาบจากความเขินอายและความปรารถนายังคงทำให้ทิมรู้สึกปั่นป่วน
ทิมเอนหลังพิงเบาะ แต่สายตาของเขากลับจับจ้องไปที่เบาะหน้า เขาแอบจ้องมองแผ่นหลังที่แข็งแรงและลำคอที่ดูดีของเก่ง ผ่านช่องว่างระหว่างเบาะหน้ากับเบาะหลังอย่างเงียบๆ
ในจังหวะหนึ่งที่นนท์กำลังขับรถอยู่อย่างสบายๆ เขามองผ่านกระจกมองหลังรถ ทิมไม่ได้สังเกตว่านนท์กำลังมองอยู่ และแววตาของทิมที่เต็มไปด้วยความสนใจและความสับสนที่พุ่งตรงไปที่เก่งนั้น ได้ถูกนนท์จับได้โดยบังเอิญ
นนท์ไม่ได้แสดงท่าทีใดๆ เขากลับหันไปพูดกับเก่งด้วยน้ำเสียงปกติ
“เก่ง วันนี้พวกนั้นคงยังไม่เริ่มงานกันใช่ไหม” นนท์ถาม
“ได้คุยกับไอ้ยอดหรือเปล่า ว่าพวกเขาถึงไซต์งานเมื่อไหร่”
เก่งหันไปตอบนนท์ทันที
“คุยแล้วพี่นนท์ ไอ้ยอดบอกว่าถึงเมื่อคืนนี้แหละ แต่คงปล่อยให้พักผ่อนก่อน"
ทิมรับรู้ได้ว่า ยอด คือลูกน้องอีกกลุ่มหนึ่งของนนท์ และดูเหมือนยอดจะสนิทกับเก่งมากพอสมควร การเอ่ยถึงยอดทำให้ทิมเบี่ยงเบนความสนใจออกจากความหวั่นไหวส่วนตัว หันมาสนใจเรื่องงานที่กำลังจะเกิดขึ้นแทน. ทิม จึงใช้โอกาสนี้ถามนนท์ด้วยความอยากรู้
“พี่นนท์ครับ” ทิมเรียก
“แล้วที่ไซต์งานเรานี่... เราจะทำงานกันกี่คนเหรอครับ”
นนท์มองทิมผ่านกระจกมองหลัง เขายิ้มเล็กน้อย
“เยอะกว่าที่ทิมคิดไว้หน่อยนะ” นนท์ตอบ
“กลุ่มของเรามีคนงานที่เดินทางมาก่อนแล้วประมาณเจ็ดถึงแปดคน พวกเขาเดินทางล่วงหน้าไปกับไอ้ยอด”
“แล้วใครเป็นคนดูแลคนกลุ่มนั้นเหรอครับ” ทิมถามต่อ
“เพื่อนของพี่เอง” นนท์ตอบพลางมองไปที่กระจกมองหลังอีกครั้ง “ชื่อ พี่เมฆ เป็นเพื่อนสนิทรุ่นพี่ที่ทำงานรับเหมากับพี่มานานแล้ว พี่เมฆจะคอยจัดการเรื่องการจัดหาลูกน้องและซัพพอร์ตงานในพื้นที่”
ทิมหันไปมองเก่งด้วยความแปลกใจ
ความจริงที่นนท์ไม่ได้บอกทิม คือ เก่งได้ขอแยกตัวออกมาจากกลุ่มใหญ่ของพี่เมฆ เพื่อมาเดินทางและพักค้างคืนกับนนท์โดยเฉพาะ นนท์รู้ว่าการมีเก่งอยู่ข้างๆ จะช่วยให้เขาจัดการงานได้ง่ายขึ้นมาก แต่ที่สำคัญกว่านั้น คือเป็นเพราะความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งระหว่างพวกเขาทั้งสองคน. นนท์เพียงแค่ยิ้มอย่างมีความหมาย แต่เลือกที่จะไม่ลงรายละเอียดนั้นกับทิม
หลังจากใช้เวลาเดินทางมาอย่างยาวนาน รถกระบะของนนท์ก็แล่นเข้าสู่ตัวเมืองเล็กๆ ในจังหวัดปลายทาง
ทิมมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยความคาดหวังว่ากำลังจะได้เห็นพื้นที่ก่อสร้าง และที่พักคนงานที่คุ้นตาจากในทีวี แต่เมื่อนนท์เลี้ยวรถเข้าไปในซอยแคบๆ ของชุมชนเก่าๆ แห่งหนึ่ง ทิมก็เริ่มรู้สึกแปลกใจ
นนท์จอดรถหน้าบ้านชั้นเดียวสองหลังที่ติดกัน ผนังทาด้วยสีฟ้าซีดๆ ดูเก่าและทรุดโทรม
“ถึงแล้วทิม” นนท์พูดพลางปลดเข็มขัดนิรภัย
ทิมลงจากรถด้วยท่าทางงุนงง
“นี่... ที่พักเหรอครับพี่นนท์”
“ใช่” นนท์ตอบพลางยิ้ม
“พี่รู้ว่านายคงคิดว่าเราจะพักในแคมป์คนงานใกล้ไซต์งาน แต่ว่างานที่เรากำลังจะทำนี้ มันไกลจากพื้นที่ชุมชนมาก พื้นที่ก่อสร้างก็เพิ่งปรับพื้นที่เสร็จ”
นนท์ชี้ไปที่บ้านเช่าทั้งสองหลัง “พี่เลยตัดสินใจเช่าบ้านราคาถูกๆ สองห้องนี้ไว้ก่อน ลูกน้องกลุ่มของพี่ยอร์ชเข้ามาพักเมื่อคืนแล้ว”
“ห้องซ้ายจะอยู่กันหลายคนหน่อย”
“ส่วนห้องขวาก็เป็นห้องของพี่กับพี่เมฆ แต่พี่เมฆยังไม่มา คงอีกสองสามวันคงจะตามมา ถ้าทิมยังไม่ชินหรือไม่ชอบกับการอยู่รวมกันหลายๆคน ก็มาพักกับพี่ก็ได้
เก่งที่ยืนฟังอยู่ข้างๆ สังเกตเห็นความลังเลในสีหน้าของทิม เขาก้าวเข้ามาเสริมข้อเสนอสำหรับทิม
“จริงอย่างที่พี่นนท์พูดนั่นแหละทิม” เก่งรีบเอ่ยปาก “นายพักห้องเดียวกับพี่นนท์ก่อนก็ได้!”
เก่งตบบ่าทิมเบาๆ เพื่อให้กำลังใจ “ห้องโน้นน่ะมันเสียงดังทั้งคืน ทั้งคุย ทั้งเล่นไพ่ มันจะนอนไม่หลับเอาได้”
“นายเพิ่งมาถึง ยังไม่คุ้นเคยกับพวกนั้น”
เก่งขยั้นขยอต่อ
“อยู่กับพี่นนท์ไปก่อนสักสองสามวันก็ได้ทิม พอชินแล้ว... ค่อยย้ายมาอยู่รวมกันกับพวกเรา”
ทิมก็เกิดความขัดแย้งในใจอย่างรุนแรง
อีกใจหนึ่งของทิม... เขากำลังคิดถึงบรรยากาศในห้องของเก่งเมื่อเช้า ความรู้สึกร้อนวูบวาบและความปรารถนาที่ถูกปลุกขึ้นมาจากการได้เห็นร่างกายของเก่ง ทำให้เขารู้สึกว่าถ้าได้พักห้องเดียวกับเก่ง เขาอาจจะได้ใกล้ชิดกับชายหนุ่มผู้มีเสน่ห์บ้านๆ คนนั้นมากขึ้น และอาจจะได้สำรวจความรู้สึกใหม่ๆ ของตัวเองต่อไป
แต่ด้วยความประหม่า ความสุภาพ และความตื่นตระหนกที่ถูกกดดันจากสถานการณ์ตรงหน้า ทำให้
ทิมพยักหน้าตอบรับทั้งนนท์และเก่งอย่างรวดเร็ว
“งั้น... ผมขอพักกับพี่นนท์ก่อนนะครับ” ทิมพลั้งปากพูดออกไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่ทันให้โอกาสตัวเองได้ทบทวนความรู้สึกที่แท้จริง
การตัดสินใจครั้งนี้ทำให้เก่งยิ้มอย่างโล่งใจและพึงพอใจ ขณะที่นนท์ก็ยิ้มอย่างมีความหมาย แต่สายตาของทิมยังคงจับจ้องไปที่เก่งอย่างไม่รู้ตัว ราวกับว่าเขาเพิ่งพลาดโอกาสบางอย่างไปอย่างน่าเสียดาย.
ทิมกับเก่งก็เดินไปท้ายรถกระบะเพื่อหยิบสัมภาระของตัวเองออกมา
ทันใดนั้นเอง ประตูห้องเช่าทางซ้ายที่เก่งเพิ่งบอกว่าลูกน้องกลุ่มใหญ่พักอยู่ ก็ถูกเปิดออก
ชายหนุ่มสองคน ก้าวออกมาจากห้องในสภาพสบายๆ หลังเพิ่งตื่นนอนหรือพักผ่อนยามบ่าย คนหนึ่งสวมเพียง กางเกงบ็อกเซอร์สีดำ ส่วนอีกคนสวม กางเกงบ็อกเซอร์สีแดง ทั้งสองคนมีรูปร่าง กำยำ แข็งแรง ผิวของพวกเขาก็ ดำเข้ม
ทิมหันไปมองร่างทั้งสองที่ยืนอยู่กลางแดดทักทายนนท์โดยไม่ได้ตั้งใจ
หัวใจของทิมกลับมาเต้นแรงอีกครั้ง ภาพของเก่งเมื่อเช้ายังไม่จางหายไปไหน แต่ตอนนี้เขากำลังเผชิญหน้ากับผู้ชายที่แข็งแรงในสภาพคล้ายคลึงกันถึงสองคน ความรู้สึกร้อนวูบวาบและความตื่นเต้นที่เคยถูกกดไว้ก็พลุ่งพล่านขึ้นมาอีกครั้ง
พวกเขาไม่ได้ดูอันตราย แต่รูปร่างที่สมบูรณ์แบบและการแต่งกายที่เปิดเผยของพวกเขากระตุ้นความรู้สึกที่ไม่คุ้นเคยในตัวทิม
ในเสี้ยวความคิดนั้น ทิมรู้สึก เสียดาย อย่างรุนแรงที่ได้ พลั้งปากตกลงที่จะพักห้องเดียวกับนนท์ ความคิดแวบขึ้นมาว่า ถ้าเขาเลือกพักรวมกับคนกลุ่มนี้ เขาอาจจะได้ใกล้ชิดกับโลกที่เพิ่งค้นพบเมื่อเช้ามากกว่านี้.
เก่งสังเกตเห็นทิมยืนนิ่งอยู่ท้ายรถ ดวงตาของเด็กหนุ่มจับจ้องไปที่ลูกน้องสองคนที่เพิ่งออกมาจากห้องพัก เก่งรู้ดีว่าทิมคงกำลังประหม่ากับการเจอผู้คนใหม่ๆ
“มานี่สิทิม” เก่งเอ่ยชวนอย่างเป็นกันเอง “มาทำความรู้จักเพื่อนร่วมงานของเราหน่อย”
ทิมสะดุ้งเล็กน้อย แต่ก็รีบเดินตามเก่งไป เมื่อทิมมายืนใกล้กับชายฉกรรจ์สองคนนั้น ความรู้สึกร้อนวูบวาบก็แผ่ซ่านไปทั่วร่างอย่างที่เคยเป็น ทิมทำเป็นหลบสายตาโดยหันไปมองนนท์ที่กำลังเดินไปท้ายรถอยู่ แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็พยายามเหลือบมองไปยังรูปร่างที่กำยำและผิวสีเข้มของชายสองคนตรงหน้า อย่างไม่ละสายตา
“นี่ ทิม ลูกชายพี่เทิดนะ ไอ้ยอด "
เก่งตบบ่าทิมเบาๆในขณะแนะนำทิมให้เพื่อนรู้จัก
ยอด มีท่าทีตื่นตัวเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อพ่อของทิม เขามองทิมตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาที่แสดงความสนใจ
“อ้าว! ลูกชายพี่เทิดเหรอเนี่ย” ยอดเอ่ยปากพูดด้วยน้ำเสียงเป็นกันเอง “หล่อเหมือนพ่อเลยแฮ่ะ”
เก่งหันไปแนะนำอีกคน
“ส่วนนี่ อาม เป็นคนงานรุ่นใหม่ เพิ่งเข้ามาทำงานกับพวกเราได้ไม่นาน” เก่งผายมือไปทางชายที่ใส่บ็อกเซอร์สีแดง
อามพยักหน้าให้ทิมเบาๆ แต่ไม่ได้พูดอะไร ท่าทางของเขาดูนิ่งเงียบกว่ายอด ทิมพยายามควบคุมอาการประหม่า แล้วพยักหน้าตอบรับ
"ยินดีที่ได้รู้จักครับ พี่ยอด พี่อาม"
นนท์เดินนำทิมตรงไปยังประตูห้องเช่าหลังขวา ทิมเดินตามเข้าไปอย่างเงียบๆ ทันทีที่ก้าวพ้นประตู ทิมก็พบว่าภายในห้องหลังนี้ไม่ได้ถูกแบ่งเป็นสัดส่วนมากนัก มันเป็นห้องโล่งๆ ไม่มีหน่าต่าง
ห้องนั้นว่างเปล่า มีเพียงเสื่อผืนใหญ่พับไว้อยู่ที่มุมห้องและโต๊ะพับเก่าๆ ตัวหนึ่งตั้งอยู่เท่านั้น
นนท์เดินตรงไปยังประตูบานหนึ่งที่อยู่ด้านในสุดของห้อง ซึ่งเป็นห้องเดียวที่มีอยู่
นนท์เปิดประตูนั้นออก เผยให้เห็นห้องนอนเล็กๆ ที่มีผ้านวมไว้ปูนอนพับอย่างเรียบร้อยสองที่วางอยู่
“พี่กับพี่เมฆจะนอนในห้องนี้”
“ส่วนทิม... แล้วแต่สะดวกเลยนะ จะมานอนในห้องกับพี่ก็ได้ หรือจะปูเสื่อนอนตรงพื้นที่ว่างๆ ข้างนอกนี้ก็ได้”
คำพูดของนนท์เป็นการให้ทางเลือกที่ดูเหมือนให้ความสบายใจ แต่สำหรับทิมแล้ว การเสนอให้มานอนรวมในห้องนอนเล็กๆ กับนนท์และเมฆยิ่งทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงและรู้สึกกดดันอย่างประหลาด.
ทิมยืนอยู่หน้าห้องนอนอย่างไม่ถูกที่ถูกทาง ในมือยังคงถือกระเป๋าเสื้อผ้าใบเล็กๆ แน่น ราวกับมันเป็นเกราะป้องกันความประหม่าของเขาได้
นนท์เห็นทิมยืนนิ่งอยู่แบบนั้น ก็เพิ่งนึกขึ้นได้ถึงบางสิ่งที่ขาดหายไป
“อ่อ... นั่นสิ” นนท์พูดพลางเกาหัวเบาๆ
“ที่นอนนายยังไม่มีนี่นา! พี่ลืมคิดไปเลยว่านายไม่ได้หอบหิ้วที่นอนมาจากบ้าน”
นนท์มองเข้าไปในห้องนอนเล็กๆที่เขาเพิ่งเปิดประตูให้ทิมดู
“งั้น... คืนนี้นาย นอนที่ของพี่เมฆไปก่อนก็ได้”
นนท์ตัดสินใจอย่างง่ายๆ
“พรุ่งนี้เราค่อยหาเวลาเข้าเมืองไปซื้อฟูกหรือผ้านวมใหม่ให้นาย”
ทิมลังเลเล็กน้อย ความเกรงใจต่อพี่เมฆที่ยังไม่มาถึงและต่อข้าวของส่วนตัวของคนอื่นทำให้เขารู้สึกลำบากใจที่จะตอบรับ แต่สถานการณ์ก็บีบบังคับ
“เอ่อ... ครับ” ทิมตอบรับอย่างเกรงใจ
“ขอบคุณพี่นนท์มากครับ”
เขาเดินเข้าไปในห้องนอนอย่างเงียบๆ แล้ววางกระเป๋าเสื้อผ้าของตัวเองลงอย่างเบามือ ใกล้กับที่นอนของพี่เมฆ
นนท์วางกระเป๋าเสื้อผ้าของตนลง แล้วก็หันหลังให้ทิม นนท์เริ่มถอดเสื้อเชิ้ตออกอย่างไม่ถือตัว ท่ามกลางสายตาของทิมที่กำลังยืนมองอยู่
ทิมมองดูร่างของนนท์ด้วยความเปรียบเทียบในใจทันที นนท์มีรูปร่างที่ ค่อนข้างผอมบาง ขนาดตัวใกล้เคียงกับทิม ไม่มีกล้ามเนื้อที่หนาแน่นหรือกำยำเหมือนอย่างเก่ง ผิวของเขาก็ขาวสะอาด ไม่ได้คล้ำแดด ทำให้ดูแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับภาพลักษณ์ของคนงานที่ทิมเพิ่งได้เจอ
นนท์ไม่รู้ว่าทิมกำลังเปรียบเทียบอะไรอยู่ เขาหันมาพูดกับทิมด้วยท่าทางสบายๆ ขณะที่กำลังหาที่แขวนเสื้อที่เพิ่งถอดออกไป
“ทำตัวตามสบายได้เลยทิม” นนท์พูดพลางยิ้ม
“กลางวันอาจจะรู้สึกร้อนนิดหน่อย แต่กลางคืนอากาศเย็นสบายกำลังดี”
นนท์พูดจบก็เดินไปเปิดพัดลมตั้งพื้นที่วางอยู่มุมห้องให้พัดโบกไล่ความอบอ้าว ก่อนจะหันมาพูดต่อ
“ไงก็ลองออกไปนั่งคุย นั่งเล่นที่ห้องโน้นได้นะ จะได้ทำความรู้จักกับเพื่อนๆ พี่ๆ ที่จะทำงานด้วยกัน” นนท์แนะนำ
ทิมมองนนท์ที่เดินไปมาอยู่ในห้องด้วยร่างกายเปลือยท่อนบนนั้น แม้จะไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นเหมือนตอนเห็นเก่ง แต่ก็รับรู้ถึงความใกล้ชิดที่กำลังจะเกิดขึ้น
“ครับพี่นนท์”
ทิมตอบรับสั้นๆ พยายามเก็บความรู้สึกที่หลากหลายเอาไว้ในใจ.
ขอบคุณครับ สนุกมากครับ {:5_146:} ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ น่ารักจัง ขอบคุณครับ สู้ๆนะทิม ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ ขอขอบคุณมากๆนะครับ {:5_120:} สนุกมากมายครับขอบคุณนะครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณ 😆😉😘😆😉😘 ขอบคุณ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ
หน้า:
[1]
2