pauly99 โพสต์ 2026-2-25 19:03:01

[นิยายแปล] Cards on the Table บทที่ 4 เกหมดหน้าตัก

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย pauly99 เมื่อ 2026-2-25 19:19

Cards on the TableChapter 4 Up the Ante

Cards on the Table บทที่ 4 เกหมดหน้าตัก
เดิมพันสูงขึ้น... และคราวนี้ไม่มีลิมิต
เคนดัลล์ตื่นมาในเช้าวันอาทิตย์ด้วยเสียงฝนที่สาดซัดใส่หน้าต่างห้องนอน ไม่เหมือนวันก่อน...วันนี้เขารู้สึกตื่นตัวและพักผ่อนเต็มอิ่ม ความรู้สึกซึมเศร้าและสมเพชตัวเองที่จมปลักมาตลอดหายไปแล้ว เมื่อวานมันก็แค่การฆ่าเวลา
เขาไม่ได้ก้าวเท้าออกจากบ้านเลยด้วยซ้ำ ไม่อาบน้ำ นั่งหงอยอยู่อย่างนั้น เขาเคยคิดว่าตัวเองเปิดเผยทุกอย่างกับไมเคิลไปหมดแล้ว แต่เขาก็ไม่ได้เตรียมใจรับมือกับความรู้สึกเปราะบางที่ถาโถมเข้ามาหลังจากตอบคำถามแทงใจดำของไมเคิลที่ว่า 'เขาเริ่มรักมันตั้งแต่เมื่อไหร่' เขาไม่ได้แค่ตอบนะ แต่มันเหมือนได้กลับไปใช้ชีวิตในความทรงจำนั้นอีกรอบเลย
มื้อเช้าของเขาคือกาแฟหนึ่งกา ส่วนมื้อค่ำเขาโทรสั่งพิซซ่าตอนบ่ายแก่ ๆ เขาทำไปตามความเคยชินโดยไม่ทันคิดสั่งหน้าเปปเปอโรนี เห็ด และพริกหยวก เขาเกลียดพริกหยวกเข้าไส้ แต่ไมเคิลชอบมันมากและเพราะไมเคิลเป็นคนกินเยอะที่สุดเสมอ เขาเลยสั่งหน้านี้มาตลอด...แล้วค่อยมานั่งเขี่ยชิ้นใหญ่ออกเอง
พอพิซซ่ามาส่งเขาก็รู้สึกว่าตัวเองแม่งโคตรโง่ เขาควรจะโกรธตัวเองนะ แต่ความจริงคือเขาไม่มีเรี่ยวแรงพอจะขุดอารมณ์รุนแรงอะไรขึ้นมาได้อีกแล้ว อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้ร้องไห้ละกัน
แต่นั่นมันเรื่องเมื่อวาน วันนี้เขาจะไม่เช็คโทรศัพท์ทั้งวัน เขาจะไม่นั่งมองหน้าต่าง รอให้รถเชฟวี่สีน้ำเงินเข้มเลี้ยวเข้ามาจอดในที่จอดรถสำหรับแขก
เขาจะไม่สงสัยว่าไมเคิลคิดยังไงตอนที่เขาตัดสายใส่แบบนั้น เขาจะไม่คิดเรื่องการสูญเสียทุกอย่างซ้ำแล้วซ้ำเล่าเขาจะไม่สงสัยว่าไอ้บ้านั่นกำลังทำอะไรหรือเป็นยังไง เขาจะไม่นั่งจ้องหน้าจอทีวีว่าง ๆ เพียงเพราะดีวีดีทุกแผ่นที่มีเป็นเรื่องที่เขาดูซ้ำไปซ้ำมากับไมเคิล และเขาจะไม่มีวันสั่งพิซซ่าหน้าพริกหยวกเหี้ยนั่นอีกต่อไป! ไม่...
เขาจะลุกขึ้น อาบน้ำ โกนหนวด และไสหัวออกไปจากที่นี่ซะ เขาไม่ได้ไปยิมมาตั้งแต่เช้าวันพฤหัสเพราะฉะนั้นเขาจะไม่พลาดอีก และเขากำลังรอคอยการออกกำลังกายแบบหนักหน่วงเพื่อล้างสมองตัวเอง
เขาลุกจากเตียงอย่างมีจุดหมาย เดินแก้ผ้าโทง ๆ ไปที่ห้องน้ำ เริ่มโกนหนวด ใช้ผ้าชุบน้ำร้อนประคบ ทาครีมประคบอีกรอบ แล้วทาครีมซ้ำ...เขาพึ่งสังเกตเห็น "ควย" ที่จ้องหน้าเขาอยู่
"ไง ไอ้น้อง...อยากได้อะไรล่ะมึง? กี่วันแล้ววะ? สามหรือสี่วัน?"
เคนดัลล์รู้สึกได้ถึงความปวดหนึบที่คุ้นเคยในพวงไข่ที่เรียกร้องการเอาใจใส่ อาการไข่ระบม (Blue balls)ไม่มีอะไรเหมือนมันเลย มันรู้สึกดีและแย่ในเวลาเดียวกัน แต่ส่วนใหญ่จะไปทางแย่ มันคือเครื่องเตือนใจว่ามึงยังมีไข่อยู่นะและถ้ามึงเมินมัน มันจะมีวิธีทำให้มึงชดใช้อย่างสาสม
"อดทนหน่อยเพื่อน ขอโกนหนวดก่อน"
เคนดัลล์ฮัมเพลงเบา ๆ ขณะจัดการกับหนวดเคราที่ขึ้นมาสองวัน เขารู้สึกดีที่มีแผนในหัว นี่เป็นครั้งแรกตั้งแต่พฤหัสที่เขารู้สึกเหมือนเป็นตัวของตัวเอง เหมือนวาล์วที่อั้นแรงดันไว้ได้เปิดออกเสียที ตอนก้าวเข้าฝักบัว เขามีเป้าหมายสองอย่างทำความสะอาดร่างกาย และคลายความปวดหนึบ (ซึ่งเป้าหมายหลังสำคัญกว่า)
เขาจับท่อนควยที่สั่นระริกเต้นตุบๆ ตั้งแต่เขายังไม่ได้สัมผัส เคนดัลล์ครางออกมา เขารู้เลยว่าศึกนี้ไม่มียืดเยื้อเขาใกล้จะถึงขีดจำกัดแล้ว ห้า...หก...เจ็ด...เขาชักรูดด้วยมือข้างหนึ่ง ขณะที่อีกข้างประคองไข่ที่กำลังระบมไว้
เขามาครึ่งทางแล้ว แม้จะพยายามฝืนแค่ไหน แต่มันก็เลี่ยงไม่ได้ที่ภาพของไมเคิลจะผุดขึ้นมา ครั้งนี้เป็นภาพไมเคิลตอนล่อนจ้อนในห้องน้ำที่ยิม
โอ้โห เห็นแผ่นหลังชัด ๆ เลย มันแทรกซึมเข้าสมองส่วนที่รับรสสัมผัสความเสียว เจ็ด...แปด...เก้า...อ๊า...อีกสิบที แล้วเขาก็กำแน่นตรงใต้ส่วนหัวขณะที่น้ำกามพุ่งกระฉูดไปทุกทิศทาง ท่อนควยขยับตามจังหวะกระตุกครั้งแล้วครั้งเล่า
เหี้ย... ไวฉิบหาย
หลังจากหายใจหอบอยู่พักหนึ่ง เขาก็ฝืนใจสะบัดภาพเสียวนั้นทิ้งไป ใช้ฝักบัวฉีดน้ำล้างคราบน้ำรักบนผนังห้องน้ำแม่งเอ๊ย...เขาต้องการสิ่งนี้จริง ๆ เขาปฏิเสธไม่ได้ว่าการชักว่าวครั้งนี้มันรุนแรงและดีมาก แต่มันก็เหมือนงานบ้านที่เขาต้องทำให้เสร็จ ๆ ไป เขาต้องหาภาพอื่นมาแทนที่ให้ได้ แต่เท่าที่จำได้ มีแค่ภาพนี้ภาพเดียวที่ใช้ได้ผลเสมอมาถ้าพูดกันตามตรง ความคิดที่จะต้องหาภาพอื่นมาแทนที่เพื่อนรัก...เพื่อนเก่า...มันทำให้เขาใจหายฉิบหาย
ยี่สิบนาทีต่อมาเขาเดินออกจากบ้าน กระเป๋ายิมสะพายบ่า พร้อมที่จะเริ่มใช้ชีวิตใหม่เสียที เขาขับตรงไปที่ร้าน"Coffee Emporium" แล้วเลี้ยวเข้าลานจอดรถ แต่มันรู้สึกไม่ใช่ ถึงจะรู้ว่าไม่มีทางเจอสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกแต่มันก็ยังรู้สึกว่านี่คือ "ที่ของเรา" เขาทำตัวปัญญาอ่อนอยู่ปะวะ?
เขาลงจากรถยัยตาสวยแล้วเดินไปที่ประตู แต่ก็ชะงัก หันหลังกลับไปขึ้นรถเหมือนเดิม เขาหงุดหงิดแต่ก็แอบพอใจตัวเองแล้วขับรถออกไป ได้เวลาสร้างนิสัยใหม่แล้ว แมคโดนัลด์ก็มีกาแฟนี่หว่า ลองดูหน่อยละกัน
เขาไม่ผิดหวังตอนที่จัดการเบเกิล BLT จนเกลี้ยง และจิบกาแฟที่รสชาติถือว่าโอเคเมื่อเทียบกับราคา มันอาจจะไม่ใช่กาแฟพรีเมียมแบบร้านเดิม แต่ความจริงที่ว่าเขาไม่เคยมาที่นี่กับไมเคิลเลยมันทำให้เขากลืนลงคอได้ง่ายขึ้นเยอะ
หมายเหตุจากผู้แปล
BLT ย่อมาจาก
Bacon เบคอน
Lettuce ผักกาดหอมTomato มะเขือเทศ
เขาหวังว่าเบเกิลลูกนี้จะอยู่ท้องตอนออกกำลังกาย แล้วเขาก็ขับรถมุ่งหน้าไปยิม พอมาถึงยิม "The Spectrum"เขาก็รู้สึกแบบเดียวกับตอนอยู่ที่ร้านกาแฟ
นี่มันไร้สาระแล้วเคนดัลล์ เขาบอกตัวเอง
ยิมดี ๆ แถวนี้มีไม่กี่ที่หรอก ถ้าไม่ที่นี่ก็ต้องขับไปโคตรไกล แถมสมาชิกเขาก็จ่ายเงินล่วงหน้าไปถึงมกราคมแล้วเคนดัลล์นั่งนิ่งอยู่ในรถสองนาที ถอนหายใจ แล้วก็ลงจากรถ เขาแอบสงสัยว่ายิมใหม่ของไมเคิลอยู่ที่ไหนแล้วมันต้องเสียตังค์ทิ้งไปเท่าไหร่กับการย้ายยิม...ความรู้สึกผิดมาอีกแล้ว
ตอนก้าวผ่านประตูหน้า กลิ่นที่คุ้นเคยก็เตะจมูก กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อเลมอนผสมกับกลิ่นเหงื่อของผู้ชายที่กำลังออกกำลังกายมันสะอาดแต่นี่แหละคือของจริง และหอมกว่ากลิ่นยิมสมัยมัธยมเยอะ เขาอดไม่ได้ที่จะกวาดตามองหาเพื่อนรักทั้งรู้สึกโล่งใจและผิดหวังพร้อม ๆ กันที่มันไม่อยู่ที่นี่ แต่ถึงอย่างนั้น ที่นี่ก็เหมือนบ้าน เขา...พวกเขา...มาที่นี่เกือบสี่ปีแล้วมันสว่าง เป็นระเบียบ และดูร่าเริงดี เขาแตะบัตรที่เคาน์เตอร์ตอนที่แซนดี้เดินออกมาพอดี
"อ้าว เคนดัลล์ นึกว่าวันนี้จะไม่มาซะแล้ว ไมเคิลไม่มาด้วยเหรอ?"
"เฮ้ แซนดี้ ไม่มาหรอก"
"อ้าว ทำไมล่ะ? วันนี้วันอาทิตย์นะ"
เขาชะงักกึกกับคำถาม ไม่รู้จะพูดอะไรดี แซนดี้จ้องเขาเพื่อรอคำตอบ พวกเขามาที่นี่ด้วยกันทุกเช้าวันอาทิตย์เสมอมันเป็นคำถามที่ตรรกะปกติมากสำหรับคนที่รู้จักกันดี แต่มันตอบยากฉิบหาย
"เอ่อ...มัน...กูคิดว่ามันเปลี่ยนยิมแล้วน่ะ...มันอยากลองที่ใหม่ ๆ ดูบ้าง"
มันฟังดูแปร่ง ๆ แม้แต่ในหูเขาเอง และเขารู้สึกได้ว่าหน้าตัวเองกำลังแดงเป็นลูกตำลึงสุก เขาไม่อยากโกหกแต่เขาก็ไม่อยากเล่าความจริง
"โห จริงเหรอ? แย่จัง เขาเป็นคนดีมากเลยนะ ฉันเสียใจด้วยนะ"สีหน้าลำบากใจของแซนดี้พิสูจน์ได้ว่าเธอมองออกว่าเคนดัลล์กำลังอึดอัด
"ไม่เป็นไรหรอกแซนดี้ มันไม่ได้ตายซักหน่อย"
เขาส่งยิ้มที่ดูดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ให้เธอ แล้วเดินหนีไปที่ห้องแต่งตัวชาย เหี้ยเอ๊ย...ทรมานฉิบหายใคร ๆ ก็รู้จักพวกเขาสองคนในฐานะคู่หูมหากาฬ บางครั้งพนักงานกับแขกคนอื่นยังเรียกพวกเขาว่า'แบทแมนกับโรบิน' เลยด้วยซ้ำ
เขาผลักประตูสปริงเข้าไปในห้องแต่งตัว เดินไปที่จุดประจำ เขาพยายามสลัดความคิดที่จะเปลี่ยนไปนั่งที่อื่นแล้วนั่งลงหน้าตู้ล็อกเกอร์เดิม มันน่าหงุดหงิดที่ต้องยอมรับว่าเขาคงต้องเจอคำถามเรื่องไมเคิลไปอีกสักพักไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว เขาบอกตัวเอง ต่อให้มันจะน่าอึดอัดแค่ไหน เขาก็ต้องฝ่าพายุนี้ไปให้ได้จนกว่ามันจะซา
โชคดีที่คนยังไม่เยอะ มีแค่ผู้ชายสองสามคนในห้องน้ำ เขาเลยรีบเปลี่ยนชุด ยัดเสื้อผ้ากับกระเป๋าลงล็อกเกอร์ในเวลาไม่กี่นาที
เขาเช็คให้แน่ใจว่ามีเหรียญ 25 เซนต์สองเหรียญครบ ก่อนจะหยิบกุญแจมากลัดไว้กับเสื้อกล้ามสีขาวยี่ห้อ Gym Shark ของเขา
พอเดินเข้าส่วนยิมจริง ๆ เขาก็เห็นว่าเกือบจะครองที่นี่คนเดียว มีผู้ชายคนหนึ่งที่เขาคุ้นหน้าลาง ๆนั่งอยู่ที่ม้านั่งยกน้ำหนัก (Bench Press) ดูเหมือนกำลังพักระหว่างเซต มีผู้ชายสูงอายุสองสามคนกำลังเล่นเครื่อง Universal...
พวก 'นักรบวันหยุด' (Weekend warriors) ไมเคิลชอบเรียกแบบนั้น เคนดัลล์รู้สึกเจ็บจี๊ดที่ไอ้บ้านั่นยังตามมาหลอกหลอนในความคิดได้ขนาดนี้ มีผู้หญิงสี่คนกำลังเล่นคาร์ดิโออยู่ฝั่งโน้น และมีคนอ้วนที่ใจกล้าคนหนึ่งกำลังเล่นท่า Lat Pull-downs แบบดึงลงหลังคอ ซึ่งท่านี้ดูท่าจะทำให้บาดเจ็บแน่ ๆ เคนดัลล์เลยบุ้ยปากบอกเทรนเนอร์ที่คุมพวกสาว ๆ อยู่ เทรนเนอร์เลยเดินเข้าไปหาชายคนนั้นตอนที่เคนดัลล์เดินเลี่ยงออกมา
"เฮ้...นายคือเคนดัลล์ใช่ไหม?" ผู้ชายตรงเครื่อง Bench Press ทักเขา
"ใช่ครับ...เรารู้จักกันด้วยเหรอ?"
"อ๋อ เปล่าหรอก ผมแค่เห็นคุณกับเพื่อนบ่อย ๆ น่ะ ไอ้หนุ่มผมดำ...ไมเคิลใช่ไหม?"
แม่งเอ๊ย...ไมเคิลอีกละ
"เอ่อ ใช่ครับ แล้ว...จะให้ผมช่วยเซฟให้เหรอ?"
"รู้ใจแฮะ" เขาคลิ้มยิ้มโชว์ฟันขาวสะอาด
"นั่นแหละที่ต้องการเลย ผมว่าเซตสุดท้ายนี้คงต้องให้ช่วยหน่อย...เมื่อกี้เกือบยกไม่ขึ้น คุณไม่รังเกียจนะ?"
เขาอดสังเกตไม่ได้ว่าผู้ชายคนนี้ 'ฮอตฉิบหาย' แถมหุ่นดีมาก ถึงจะไม่เท่าไมเคิลแต่ก็ใกล้เคียงเขาไม่แน่ใจว่ามันโอเคไหมที่ความรู้สึกพวกนี้แวบเข้ามาในหัว
"สรุปจะช่วยเซฟให้ผมได้ไหม?"เคนดัลล์เพิ่งรู้ตัวว่ายังไม่ได้ตอบ
"เหี้ย ขอโทษครับ ผมเหม่อไปหน่อย ไม่มีปัญหา ยินดีช่วยครับ...คุณ?"
"เชต...ผมชื่อเชต ยินดีที่ได้รู้จัก จริง ๆ นะเคนดัลล์ ผมมาที่นี่ได้ปีนึงแล้ว"
เขายื่นมือหนามาให้ เคนดัลล์เลยจับมือทักทายอย่างหนักแน่น เขารู้สึกอายเล็กน้อยที่ปกติไม่เคยสนใจจะคุยกับหมอนี่เลย แต่เคนดัลล์แทบจะไม่เคยมองใครหน้าไหนทั้งนั้นเวลาอยู่กับไมเคิล...แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว
"ยินดีที่ได้รู้จักเหมือนกันเชต"
เขาพบว่าตัวเองกำลังจ้องเข้าไปในดวงตาสีเขียวมรกตที่ดูสดใส มันดูเป็นประกายเวลาเขายิ้มเคนดัลล์ยิ้มตอบและพบว่าตัวเองกำลังคิดอยู่สองอย่าง...ตาหมอนี่สวยชะมัด...และขอบคุณพระเจ้าที่มันไม่ใช่สีน้ำเงิน
หลังจากช่วยเซฟให้เชตเสร็จ เขาก็ไปยืดเส้นยืดสายวอร์มอัพ แต่ตลอดเวลาเขารู้สึกได้ว่าผู้ชายคนนั้นอยู่ตรงไหนและทำอะไรอยู่ ความรู้สึกสับสนแล่นพล่านไปทั่ว เขาได้รับ 'สัญญาณ' บางอย่างจากหมอนี่ แต่ไม่แน่ใจว่ามันคืออะไร
บางครั้งเขารู้สึกเหมือนถูกจ้องมอง ซึ่งมันทำให้เขาประหม่านิดหน่อย หรือว่ามันคือความตื่นเต้นกันแน่?เขารู้สึกเหมือนคนทำตัวไม่ถูก แค่คิดว่าจะเริ่มรู้สึกดึงดูดกับคนอื่นที่ไม่ใช่ไมเคิลเขาก็สับสนแล้ว แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเชตเป็นผู้ชายที่ดูดีมาก น่าจะอายุพอ ๆ กับเคนดัลล์หรือแก่กว่านิดหน่อย ผมสีน้ำตาลอ่อนตัดสั้นเกือบเกรียนแบบทหาร และหนวดเคราจาง ๆ บนหน้าก็ช่วยเน้นลักยิ้มที่แก้มและคางให้ดูเด่นขึ้นต่อให้มึงไม่ใช่เกย์ มึงก็ต้องมองออกว่าหมอนี่แม่งโคตรแมนดูดีสัด ๆ ดูจากหุ่นแล้วคงใช้เวลาอยู่ที่นี่บ่อยน่าดู
อย่างที่เขาสัญญากับตัวเองไว้ การออกกำลังกายครั้งนี้มันโหดเหี้ยมมาก เขาแทบไม่พักระหว่างเซตเลยตอนที่เขากำลังเตรียมเล่น Bench Press เซตที่สาม เชตก็เดินเข้ามาช่วยเซฟให้โดยไม่ต้องขอ
"นี่คุณกะจะฆ่าตัวตายเหรอ? เล่นหนักฉิบหายเลยนะเนี่ย ขนาดเป็นคุณนะเนี่ย"
"ขนาดเป็นผม?" เขาหอบหายใจหนัก แต่งงกับคำพูดนั้น
"ก็ใช่ไง ผมเห็นคุณกับเพื่อนเล่นหนักตลอดนะ แต่ครั้งนี้มันดูสุดโต่งไปหน่อย มีปีศาจที่ไหนไล่กวดมาหรือเปล่า?"
เคนดัลล์เคยเห็นสายตาห่วงใยแบบนี้มาหลายครั้ง เพียงแต่มันมาจากใบหน้าคนละคน
"ผมยังเล่นไม่จบครับ และไม่มีปีศาจที่ไหนหรอก...แค่รู้สึกผิดที่โดดไปหลายวันน่ะ"
พูดจบเขาก็เดินไปที่ Preacher's Bench เพื่อลงโทษกล้ามหน้าแขน (Biceps) ของตัวเองต่อคำถามนั้นมันแทงใจดำเกินไป
"โอเค...ถือว่าผมไม่ได้พูดละกัน แต่จะบอกให้ว่าสภาพคุณดูไม่เหมือนคนที่โดดไปเลยสักนิดถ้ายังต้องการคนเซฟผมจะอยู่ต่อ แต่ถ้าไม่ ผมก็เสร็จละ"
โอเค...นี่มันการอ่อยชัด ๆ หมอนี่ยืนรอจนเคนดัลล์เงยหน้าขึ้นมาสบตา
"ขอบใจนะ นี่เซตสุดท้ายของวันแล้วล่ะ ผมก็หมดสภาพเหมือนกัน"
ความรู้สึกแสบกล้ามเนื้อตอนยกสองทีสุดท้ายมันทรมานสัด ๆ แต่มันรู้สึกดี เขาเบือนหน้าหนี แล้วก็หันกลับมามองใหม่
"โอเค งั้นหวังว่าคงได้เจอกันอีกนะ ไว้วันหลังมาเล่นด้วยกันไหมล่ะ? ถ้าคุณอยากนะ?"
ดวงตาคู่นั้นเหมือนกำลังค้นหาอะไรบางอย่างบนใบหน้าของเขา
"เออ ก็ดีนะ เล่นคนเดียวมันก็น่าเบื่อ ยินดีที่ได้เจอเพื่อน ขอบใจที่ช่วยนะ"
"เช่นกัน งั้นเดี๋ยวผมเอานามบัตรให้ในห้องแต่งตัวนะ คุณโทรหาผมได้เลยแล้วค่อยนัดกัน คุณจะเข้าไปยัง?"
"ครับ เดี๋ยวตามไป" เคนดัลล์แปลกใจที่ตัวเองรู้สึกผ่อนคลายขึ้นเยอะ แม้แต่สายตาที่จ้องมองมาอย่างรุนแรงก็ไม่ทำให้เขารำคาญ ความประหม่าหายไปหมดและเขารู้สึกสนใจหมอนี่ขึ้นมา เขาชอบแม้กระทั่งเสียงของเชตด้วยซ้ำ
เคนดัลล์มองตามแผ่นหลังของเชตที่เดินเข้าห้องแต่งตัวไป เขาไม่แน่ใจว่าตัวเองรู้สึกอะไรกันแน่ แต่เขาค่อนข้างมั่นใจว่าเชตสนใจในตัวเขา ดวงตาคู่นั้นตอนมองเคนดัลล์เหมือนพยายามจะส่งข้อความบางอย่างมาให้ ถ้าเขาเดาถูกและเป็นแบบนั้นจริงเขาก็ไม่แน่ใจว่าอยากจะรับมันไว้หรือเปล่า แต่อย่างว่า วันนี้คือเรื่องของการก้าวต่อไป เขาเททุกอย่างให้ไมเคิลเห็นหมดแล้วเพื่อที่เขาจะได้มูฟออน สิ่งเดียวที่หยุดเขาไว้ได้ก็คือตัวเขาเองนั่นแหละ เขาเดินเข้าห้องแต่งตัวด้วยความคิดที่จมดิ่ง
ห้องแต่งตัวว่างเปล่า แต่เขาได้ยินเสียงน้ำไหล แสดงว่าเชตอยู่ในห้องน้ำ เคนดัลล์ลังเลว่าจะเข้าไปเลยหรือกลับไปอาบที่บ้านปกติเขาไม่เคยต้องคิดซ้ำซ้อนแบบนี้ แล้วทำไมตอนนี้ต้องคิดวะ? เขารู้คำตอบดี และเขาก็ไม่ชอบมัน เชตก็แค่ผู้ชายคนนึงในยิมนั่นแหละ
พอตัดสินใจได้เขาก็ถอดชุดแล้วเดินเข้าห้องน้ำ เขาเลือกฝักบัวที่เว้นระยะห่างหนึ่งตัว แล้วก็เริ่มจัดการตัวเองเขาบีบครีมอาบน้ำถูไปตามตัวตั้งแต่หัวจรดเท้า และสังเกตเห็นว่าเชตก็กำลังแอบมองเขาอยู่เหมือนกัน
มีการสบตาและหลบสายตากันอย่างรวดเร็วและแนบเนียน พร้อมกับคุยเรื่องสัพเพเหระอย่าง
'น้ำร้อนสะใจดีว่ะ' 'ยิมที่นี่สะอาดดีนะ' 'ฝนจะตกอีกนานไหม'
พอล้างตัวเสร็จพวกเขาก็เสร็จพร้อมกันพอดี และกลับมาแต่งตัว เคนดัลล์อยู่ฝั่งหนึ่ง เชตอยู่อีกฝั่ง การคุยเล่นยังดำเนินต่อไปและบรรยากาศเริ่มผ่อนคลายขึ้น เคนดัลล์พบว่าตัวเองสนุกกับการคุยกับหมอนี่จริง ๆ และมันไม่ได้เกี่ยวเลยว่าเชตตอนแก้ผ้าจะดูน่าประทับใจแค่ไหน หมอนี่ดูเป็นคนสบาย ๆ เป็นกันเอง และดูจริงใจ พูดตรง ๆ คือบุคลิกแม่งเหมือนไมเคิลมาก
ในเวลาไม่นานพวกเขาก็แต่งตัวเสร็จ ยืนเผชิญหน้ากัน คุยเรื่องฮอกกี้และความหวังลมๆ แล้งๆ ของทีม Toronto Maple Leafsเคนดัลล์เริ่มไม่อยากเดินจากไป และเห็นชัดเลยว่าอีกฝ่ายก็รู้สึกแบบเดียวกัน
"งั้นเราไปหากาแฟกินกันหน่อยไหมก่อนแยกย้าย?"
คำถามของเชตทำให้เคนดัลล์ตั้งตัวไม่ติด แต่มันก็ดูเป็นไอเดียที่เข้าท่า
"เข้าท่าแฮะ คาเฟอีนมันช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกาย เท่าที่เคยได้ยินมาน่ะ"
เชตพยักหน้าเห็นด้วย
"มีที่ไหนในใจไหม?"
"เคยได้ยินมาเหมือนกัน เอ่อ...งั้นขับตามผมมาไหม? ไม่ไกลจากนี่หรอก"
พวกเขาเดินออกไปด้วยกัน คุยกันเหมือนเพื่อนเก่า โบกมือลาแซนดี้ที่กำลังเช็ดเครื่องออกกำลังกายอยู่ฝั่งโน้นตอนเดินไปที่รถ พวกเขาคุยกันจนแทบจะพูดแทรกกันแล้วก็หัวเราะออกมา เชตหยุดเดิน รูดซิปกระเป๋ายิมแล้วหยิบนามบัตรส่งให้เคนดัลล์
"เผื่อผมขี้ลืมตอนมัวแต่พล่ามให้คุณฟัง"เคนดัลล์หัวเราะแล้วรับมาใส่กระเป๋าเสื้อคลุม
เชตเดินต่อไปที่รถ Jeep Cherokee สีขาวสุดเท่ที่แต่งล้อมาอย่างสวย
"ขับตามมานะ พยายามตามให้ทันละ"
เขาพูดพร้อมยิ้มกว้างนั่นทำให้เคนดัลล์ทำเสียงหึในจมูกขณะปีนขึ้นรถยัยตาสวย ระหว่างรอเชตออกรถเขาหยิบนามบัตรขึ้นมาอ่าน
'เชต ลิตเติ้ล - นักออกแบบสถาปัตยกรรม'
เคนดัลล์หลุดขำออกมาดัง ๆ หมอนี่ไม่มีอะไรที่ 'ลิตเติ้ล' (เล็ก) เลยสักนิด เคนดัลล์หน้าแดงวาบกับความคิดนั้น
ห้านาทีต่อมา เชตเลี้ยวเข้าที่จอดรถของ Coffee Emporium โดยมีเคนดัลล์ตามมาติด ๆ เขาเพิ่งรู้ว่าเชตจะพามาที่นี่แต่มันก็สายเกินจะถอยแล้ว ความรู้สึกหวาดหวั่นแล่นพล่านไปทั่วจนเขารู้สึกโมโหตัวเอง เขาทำตัวเหมือนเด็กขี้แยที่กลัวผีสางเทวดา ซึ่งมันงี่เง่าสัด ๆ ความโกรธตัวเองช่วยให้เขาลงจากรถได้
"เคยมาที่นี่หรือยัง?"
"เออ... ผมกับไมเคิลเคยมาบ่อยน่ะ"
ร่างกายเขาตึงเครียดไปหมด และเชตคงเป็นไอ้โง่ถ้ามองไม่ออก
"อ๋อ ดีเลย งั้นคุณก็รู้ดิว่ากาแฟที่นี่แม่งเทพขนาดไหน"
เคนดัลล์โล่งใจที่เพื่อนใหม่ไม่ได้ทักเรื่องที่เขาดูจะลำบากใจกับอะไรบางอย่าง
"เออ ดีที่สุดแล้วล่ะ พันธุ์โคน่า (Kona) ของโปรดผมเลย ฮาวายของเขาดีจริง ๆ"
"โอเค เข้าไปข้างบนกัน ผมเลี้ยงเอง เดี๋ยวผมกะจะจัดบิสกิตชาหน้าชีสกับเบคอนซักหน่อยบอกตรง ๆ ว่าแพ้ทางของพวกนี้มาก อายว่ะ"
"คุณไม่ได้เป็นคนเดียวหรอก ของพวกนี้แม่งละลายในปาก ยิ่งทาเนยนิด ๆ นะ หืม..."
ตอนยืนที่เคาน์เตอร์ ขณะที่เชตกำลังสั่งออร์เดอร์ สายตาของเคนดัลล์ก็เหลือบไปเห็นมุมโปรดของเขากับไมเคิลและความรู้สึกผิดก็เอ่อล้นขึ้นมา เขาเกือบจะรู้สึกเหมือนตัวเองกำลัง 'นอกใจ' ไมเคิล ซึ่งมันโคตรจะปัญญาอ่อนเลยเขาเลยสะบัดหน้ากลับมาเพื่อโฟกัสสิ่งตรงหน้าแทนที่จะไปรื้อฟื้นความทรงจำ เขาต้องเตือนตัวเองว่าชีวิตตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว
"ไปหาที่นั่งกันเถอะ คุณจะใส่อะไรเพิ่มในกาแฟไหม? ผมกินกาแฟดำ"
"ไม่ล่ะ ผมก็กาแฟดำเหมือนกัน"
เขาชะงักเมื่อเชตเดินมุ่งหน้าไปที่มุมนั้น เชตหันกลับมาเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม
"รังเกียจไหมถ้าเราจะนั่งฝั่งโน้นแทน?" เคนดัลล์ถามพลางชี้ไปอีกด้าน
"ได้ดิ ไม่มีปัญหา พอดีตอนนี้แดดออก ผมเลยนึกว่าคุณอยากนั่งตรงที่มันสว่าง ๆ หน่อย"
"นั่งตรงนี้ดีกว่าครับ ถ้าคุณไม่ว่าอะไร"
เชตพยักหน้าตกลง เดินไปอีกฝั่งแล้วหยุดที่โต๊ะตัวหนึ่ง
"ตรงนี้โอเคไหม?"เคนดัลล์รู้สึกว่าตัวเองโง่ฉิบหาย เมื่อไหร่เรื่องพวกนี้มันจะง่ายขึ้นวะ?
"ตรงนี้แหละดี โทษทีนะ" เคนดัลล์ก้มหน้าดูบิสกิตที่ทาเนย พยายามหลบสายตาที่จ้องมองมา
"เคนดัลล์?" เชตรอจนเขาเงยหน้าขึ้นมา สายตาหมอนั่นดูเห็นใจมาก
"คุณอึดอัดที่นี่เหรอ? มีความทรงจำแย่ ๆ หรือว่า...?"เขาครางเบา ๆ ในลำคอ
"เปล่า...ความทรงจำดี ๆ ต่างหาก ทำไมถึงถามล่ะ?" เขาอยากคุยเรื่องนี้จริง ๆ เหรอวะ?
เชตถอนหายใจและสบตาเขาตรง ๆ
"ฟังนะ...ผมชอบคุณนะ คุณดูเป็นคนดีมาก และผมไม่ได้อยากจุ้นจ้านหรือล้ำเส้น เพราะงั้นถ้าอยากให้ผมหุบปากก็บอกได้เลยนะ แต่ผมดูออกว่ามันมีบางอย่างผิดปกติ และผมพอจะเดาได้ว่ามันคืออะไร ถ้าคุณไม่รังเกียจที่ผมจะถามคุณกับเพื่อนทะเลาะกันเหรอ?"
เคนดัลล์อยากจะบอกให้หมอนี่หุบปากไปซะแวบหนึ่ง แต่มันก็แค่แวบเดียว เรื่องทั้งหมดนี้ต่อให้เขาพยายามแค่ไหนมันก็ยังหนักอึ้งอยู่ในใจ เขาเลยตัดสินใจจะไม่มีการซ่อนเร้นอีกต่อไป
"ไม่รังเกียจหรอก"
เขาถอนหายใจเบา ๆ สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วพูดต่อ
"ไม่ได้ทะเลาะกัน...แต่เราไม่ใช่เพื่อนกันอีกแล้ว ผมเป็นคนบอกเขาเองว่าเราต้องเลิกเจอกันและตอนนี้ผมก็รู้สึกแย่ฉิบหายเลย"
"โอเค...ผมรู้ว่าผมจุ้นจ้านนะ แต่พวกคุณเป็น 'มากกว่าเพื่อน' กันหรือเปล่า?"
คำถามนั้นมันเหนือความคาดหมายและทำให้เขาเสียอาการนิดหน่อย ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว เขาควรเอาคำนี้มาเป็นสโลแกนชีวิตใหม่จริงๆ
"เอ่อ เปล่า...ไม่ใช่แน่นอน" เคนดัลล์ลังเลก่อนจะพูดต่อ
"ไมเคิล...มันเป็นชายแท้" การเปิดตัวว่าเป็นเกย์เริ่มกลายเป็นนิสัยของเขาไปแล้ว
"แต่คุณไม่ใช่" เชตพูด ไม่ใช่คำถาม
"เออ ไม่ใช่"
"ผมก็เหมือนกัน"
พวกเขาสบตากันด้วยความเข้าใจ และเคนดัลล์ก็พบว่ามันก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น เชตยิ้มและเขาก็ยิ้มตอบ
"แล้วไมเคิลรู้ไหม?"
"เออ บอกไปเมื่อวันพฤหัส...ในที่สุดก็ได้บอก"
"เขารับได้ไหม?"
"ไม่เลย...เขาโอเคมากเมื่อเทียบกับทุกอย่าง เขาเป็นผู้ชายที่เจ๋งมากและเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดเท่าที่ใครจะขอได้เลย"
"อ้าว แล้วปัญหาคืออะไรล่ะ? ทำไมถึงเป็นเพื่อนกันต่อไม่ได้ ในเมื่อเขาโอเคและไม่มีปัญหากับการที่นายเป็นเกย์?"
"ประเด็นคือมันซับซ้อนกว่านั้น" เอาอีกละ เขาคิด
"ผมรักไมเคิล รักมานานมากแล้ว และผมต้องตัดใจให้ได้ ซึ่งผมทำไม่ได้หรอกถ้าผมยังต้องเจอเขาตลอดเวลา"
ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่เขาเริ่มระบายความในใจให้คนแปลกหน้าฟังแบบนี้? และนั่นคือสีหน้าผิดหวังของอีกฝ่ายหรือเปล่านะ?
"แล้วไมเคิลรู้เรื่องนี้ไหม...เรื่องที่นายรู้สึกกับเขายังไง?"
"เออ รู้ บอกไปวันพฤหัสเหมือนกันนั่นแหละ" จัดหนักสองเด้ง
"แล้วปฏิกิริยาเขาเป็นไง? เขาเหวอไปเลยปะ?"
เคนดัลล์แปลกใจกับคำถาม เหมือนเชตสรุปไปเองว่าไมเคิลต้องรับไม่ได้แน่ ๆ นั่นทำให้เขาอยากปกป้องเพื่อนรักขึ้นมา
"เปล่าเลย ตรงกันข้ามเลยล่ะ เขาโอเคมากและคอยช่วยเหลือผมทุกอย่าง นายไม่รู้จักเขาหรอก ไมเคิลเป็นคนเจ๋งมากใจใหญ่สัส ๆ และเขายอมทำทุกอย่างเพื่อผมถ้าผมขอ...ต่อให้ผมไม่ขอเขาก็ทำให้" เขาพึมพำ
"ถ้าไม่รังเกียจนะ นาย 'เปิดตัว' มานานแค่ไหนแล้ว?" เคนดัลล์ยิ้ม
"ตั้งแต่เย็นวันพฤหัสน่ะ นายเป็นคนที่สองที่รู้...และผมแทบไม่เชื่อตัวเองเลยว่าผมจะบอกนายแต่ผมก็ดีใจนะที่บอกไป ตอนนี้นายคงรู้เหตุผลที่ผมไม่อยากนั่งมุมนั้นแล้วล่ะ ตรงนั้นคือที่นั่งประจำของผมกับไมเคิลถ้ามันว่าง และผมว่ามันยังเร็วไปหน่อยว่ะ"
เคนดัลล์เห็นเชตพยักหน้าเข้าใจ "แล้วนายล่ะ? เปิดตัวมานานแค่ไหนแล้ว? หรือยังไม่เปิด?"
"อ๋อ เปิดดิ ตั้งแต่อายุยี่สิบ ตอนนี้ผ่านมาเจ็ดปีละ ยิ่งนานไปมันยิ่งง่ายขึ้นว่ะ กูว่าเราโชคดีนะที่เกิดในยุคนี้โดยรวมแล้วคนเขาก็ยอมรับกันมากขึ้น นายว่าไหม?"
เคนดัลล์พยักหน้า แม้ความจริงเขาจะไม่ได้แคร์เรื่องคนอื่นจะยอมรับหรือไม่ก็ตาม
"งั้นผมเดานะว่านายไม่มีเพื่อนเป็นเกย์เลยใช่ไหม?"
เคนดัลล์ส่ายหัวว่าไม่มี
"อยากได้สักคนไหมล่ะ? เอาแบบ 'ตัวท็อป หุ่นล่ำ' สักคนไหม?"
เคนดัลล์ระเบิดหัวเราะออกมา
"ใครบอกนายว่านายตัวท็อปหุ่นล่ำวะ?"
เชตทำหน้าหล่อเก๊กแบบกวนประสาท
"ก็ทุกคนแหละ"เคนดัลล์ทำเสียงหึในจมูกพร้อมกลอกตา แล้วพวกเขาก็หัวเราะออกมาพร้อมกัน
เขารู้สึกดีตอนที่ออกจากร้านกาแฟ พวกเขานั่งคุยกันสารพัดเรื่อง จากเรื่องหนึ่งไปอีกเรื่องหนึ่งกาแฟแก้วเดียวกลายเป็นสองแก้ว รู้ตัวอีกทีก็สี่โมงเย็นแล้วและต้องแยกย้ายกัน พวกเขาคุยกันอีกนิดที่ลานจอดรถเหมือนเพื่อนสนิท แล้วเชตก็เมมเบอร์เคนดัลล์ลงมือถือพร้อมสัญญาว่าจะโทรหาเพื่อขอนัดเจอกันอีก
เคนดัลล์ทำท่าจะยื่นมือไปเชคแฮนด์เพื่อลา แต่เชตกลับดึงเขาเข้าไปกอดแทน มันรู้สึกดีนะตอนที่เขากอดตอบมันไม่เหมือนกอดจากไมเคิล แต่มันก็ดี...และเขาก็คงโกหกถ้าจะบอกว่า 'ควย' ของเขาไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย
เชตขึ้นรถจี๊ปของเขา รู้สึกดีกับเวลาที่ได้ทำความรู้จักเคนดัลล์ ให้ตายเถอะ หมอนี่แม่งโคตรหน้าตาดีการได้เห็นดวงตาสีเทอร์ควอยซ์นั่นกลางแสงแดดเป็นครั้งแรกเป็นสิ่งที่เขาจะไม่มีวันลืมเลยและรอยยิ้มกว้าง ๆ กับริมฝีปากที่ได้รูปนั่นก็เป็นสิ่งที่ทำให้เขาเสพติดได้ง่าย ๆ
เขาต้องใช้การควบคุมตัวเองอย่างมหาศาลตอนที่เคนดัลล์เดินเข้ามาในห้องน้ำด้วยกัน หมอนี่มันคือผลงานศิลปะที่มีชีวิตชัด ๆ สมบูรณ์แบบไปหมดทุกอย่าง และเขาต้องใช้ทุกกลเม็ดทางจิตวิทยาที่เขารู้เพื่อไม่ให้ตัวเอง 'ควยแข็ง'ขึ้นมาตอนเห็นเคนดัลล์
เคนดัลล์ต้องการเพื่อน และเขาก็อยากเป็นคนคนนั้นให้ แต่เขาก็รู้ว่าตัวเองกำลังเดินอยู่ในจุดที่อันตรายเขาคงต้องเก็บความรู้สึก และอาจจะรวมถึงหัวใจของเขาไว้ข้าง ๆ ก่อนในตอนนี้ สิ่งสุดท้ายที่เคนดัลล์ต้องการคือแรงกดดันจากเขา หมอนี่กำลังเจ็บปวด และอาจจะเป็นแบบนี้ไปอีกนาน ความรักที่เขามีต่อไมเคิลมันซึมออกมาตามรูขุมขนเลยและเชตก็ฉลาดพอจะรู้ว่าในตอนนี้ เขาไม่มีทางไปสู้กับความรู้สึกนั้นได้หรอก เป็นเพื่อนกันไปก่อนละกัน...อย่างน้อยก็ในตอนนี้
เคนดัลล์กำลังเผชิญกับอารมณ์ที่หลากหลายขณะนอนแผ่อยู่บนโซฟา วันนี้มันเป็นวันที่น่าสนใจ เขาใจชื้นที่ได้เจอเชตแต่มันก็ทำให้เขาว้าวุ่นในเวลาเดียวกัน เชตเป็นคนดีมาก ดูอ่อนโยนด้วยซ้ำ และไม่ต้องสงสัยเลยว่าร่างกายของเคนดัลล์มีปฏิกิริยาตอบสนองต่อหมอนั่น แต่นั่นแหละคือปัญหา เขาควบคุมตัวเองลำบากมากตอนอยู่ในห้องน้ำที่มีเชตแก้ผ้าอยู่ด้วยและร่างกายเขาก็มีปฏิกิริยาตอนที่พวกเขากอดกัน
แต่ในเชิงอารมณ์ เขากลับมองเชตว่าเป็นแค่ 'ผู้ชายที่นิสัยดีมากคนหนึ่ง' และเขาก็รู้สึกผิดกับเรื่องนั้นยิ่งคุยกันเขาก็ยิ่งดูออกว่าผู้ชายตาสีเขียวคนนี้รู้สึกยังไงกับเขา เชตสนใจเขาเข้าเต็มเปาและเคนดัลล์ก็รู้ดีว่าความรู้สึกแบบนั้นมันเป็นยังไง
เขาเพิ่งจะมาเริ่มชีวิตแบบนี้ ความคิดเลยตีกันยุ่งจนหาบทสรุปไม่ได้ เขาพร้อมจะมีเซ็กส์กับผู้ชายหรือยัง?ผู้ชายที่ไม่ใช่ไมเคิล? แค่เซ็กส์มันพอไหม? เขาจะเป็น 'คู่เย็ด' (Fuck buddy) ของใครได้หรือเปล่า?เชตมองเรื่องพวกนี้ยังไง? หมอนั่นต้องการแค่เซ็กส์ไหม? แค่เซ็กส์อย่างเดียวเหรอ?
เขาจะยอมรับความสัมพันธ์แค่เพื่อนได้ไหม? หมอนั่นเป็นพวกวันไนท์สแตนด์ หรือเปลี่ยนคู่ไปเรื่อยแบบที่ไมเคิลทำหรือเปล่า?หรือเขาเป็นพวกตกหลุมรักง่ายแต่เบื่อเร็ว? เชี้ย... หรือเขามีแฟนอยู่แล้ว หรือเพิ่งเลิกกับแฟนมา ให้ตายเถอะเคนดัลล์ยังไม่เคยแม้แต่จะจูบผู้ชายเลยด้วยซ้ำ แล้วเชตจูบผู้ชายมาแล้วกี่คนวะ? แม่งเอ๊ย เคนดัลล์! ใจเย็น ๆ ก่อนโว้ย!
เขาลุกขึ้นไปทำแซนด์วิชพลางตำหนิตัวเองในใจที่คิดอะไรซับซ้อนเกินไป ประเด็นคือเขาเจอคนที่เขาสามารถเป็นเพื่อนด้วยได้และคนคนนั้นบังเอิญเป็นเกย์ แต่เหนือสิ่งอื่นใดเขาเป็นคนนิสัยดีและเป็นคนที่เคนดัลล์รู้สึกว่าไว้ใจได้ เรื่องที่เป็นเกย์เหมือนกันน่ะเป็นเรื่องรอง มันไม่ได้หมายความว่าพวกเขาต้องเริ่มเย็ดกันทันทีหรือเริ่มวางแผนแต่งงานกัน
การเจอเพื่อนใหม่แบบเชตคือก้าวเล็ก ๆ สู่การมูฟออน และนั่นคือทั้งหมดที่เขาอยากทำให้สำเร็จในวันนี้แค่ก้าวไปสู่ชีวิตใหม่ ชีวิตที่ไม่ต้องหมุนรอบผู้ชายที่รักเขาตอบในแบบที่เขาต้องการไม่ได้
บางทีเขาอาจจะได้บัดดี้ออกกำลังกายคนใหม่ ถ้าเป็นแบบนั้นมันก็เพียงพอแล้ว สำหรับตอนนี้ล่ะนะถ้าเขาสามารถหาเพื่อนใหม่ได้ บางทีวันหนึ่งเขาอาจจะเจอคนที่เขาสามารถรักได้จริง ๆ คนที่รักเขากลับความคิดนั้นคือสิ่งที่เขาจะยึดเหนี่ยวไว้ คือสิ่งที่เขาหวัง ความมองโลกในแง่ดีเริ่มแทรกซึมเข้ามาในหัวและมันทำให้เขาไม่ตัดชื่อเชตออกจากการเป็น 'ความเป็นไปได้' ในอนาคต ลองคิดดูสิ
เขายิ้ม รู้สึกดีขึ้นกว่าที่เคยเป็นมานาน บางทีเขาอาจจะทำสิ่งที่ถูกต้องแล้วก็ได้ ไมเคิลยังคงวนเวียนอยู่ในความคิดของเขาเขาไม่หลอกตัวเองหรอก แต่บางที...แค่บางทีนะ...เขาอาจจะกำลังเริ่มเลี้ยวเข้าสู่เส้นทางใหม่แล้วก็ได้
หลังจากดูทีวีไร้สาระอยู่สองสามชั่วโมง เขาก็ตัดสินใจนอนเร็ว ปิดไฟแล้วมุ่งหน้าไปที่เตียง เขาเพิ่งแปรงฟันเสร็จตอนที่ได้ยินเสียงแจ้งเตือนข้อความ เขานึกว่าจะเป็นไมเคิล แต่พอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูก็ไม่ใช่...เป็นข้อความจากเชต
"วันนี้สนุกมากเลย...รู้สึกเหมือนได้เพื่อนใหม่เลยว่ะ"
"เหมือนกัน ขอบใจสำหรับกาแฟนะ คราวหน้าตาผมเลี้ยงมั่ง"
เขาวางโทรศัพท์ลงแล้วหันหลังกลับ ทันใดนั้นเสียงแจ้งเตือนก็ดังขึ้นอีกรอบ
"ดีล" เคนดัลล์หัวเราะเบา ๆ แล้วเข้านอน
เขายืดตัวหาวแล้วล้มตัวลงบนหมอน ปิดเปลือกตาที่หนักอึ้ง คืนนี้คงหลับง่ายแน่ ๆความคิดสุดท้ายของเขาก็คือ... 'สงสัยจัง วันนี้ไมเคิลทำอะไรอยู่นะ?'

ถ้าชื่นชอบก็ขอเม้นท์เป็นกำลังใจให้ด้วยนะครับ จะได้มีแรงแปลมาให้อ่านเรื่อย ๆ

nuangnut1996 โพสต์ 2026-2-25 19:24:57

สนุกมากครับ

guwin001 โพสต์ 2026-2-26 02:06:50

ขอบคุณครับ

thai_boys โพสต์ 2026-2-27 17:28:10

ขอบคุณมากๆนะครับ

Nukinho โพสต์ 2026-5-6 17:06:42

รอติดตามต่อนะครับ
หน้า: [1]
ดูในรูปแบบกติ: [นิยายแปล] Cards on the Table บทที่ 4 เกหมดหน้าตัก