[นิยายแปล] Cards on the Table บทที่ 1: สองแต้มวัดดวง
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย pauly99 เมื่อ 2026-2-25 17:52Cards on the Table - 1. Chapter 1 Deuces Wild
บทที่ 1: สองแต้มวัดดวง (Deuces Wild)
จุดเริ่มต้นของเกมวัดใจ
เหลือเชื่อจริง ๆ ว่าเขาจะหล่อได้ขนาดนี้... เคนดัลล์ขยับตัวบนที่นั่ง พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่จ้องมองเพื่อนที่สนิทที่สุดในชีวิตเขาพยายามกลืนก้อนแข็ง ๆ ลงคอ รู้สึกถึงความกลัวที่เริ่มคืบคลานไปทั่วร่าง แต่ก็ต้องแข็งใจกับสิ่งที่กำลังจะทำ
เขาแอบเข้ามาร้าน Sticks and Suds ทางประตูข้าง แล้วสไลด์ตัวลงนั่งในคอกโดยไม่มีใครสังเกตเห็น คอร่า พนักงานเสิร์ฟที่เห็นเขาพอดีเดินยิ้มเข้ามาทัก แต่เขาโบกมือปฏิเสธ "ขอบใจคอร่า ผมโอเค"
พอเธอพยักหน้าแล้วเดินจากไป ไมเคิลก็สบตาเขาพอดี พร้อมกับส่งยิ้มละลายใจแบบที่มักจะเก็บไว้ให้เขาคนเดียวไมเคิลบุ้ยปากเป็นเชิงบอกว่าเกมพูลใกล้จะจบแล้ว
แคนดี้ อีสก๊อยที่โผล่มาช่วงเดือนสองเดือนนี้ เลือกจังหวะจู่โจมด้วยการระดมจูบไมเคิลฟอดใหญ่เธอเขย่งเท้าเอาแขนคล้องคอหนา ๆ ที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อนั่นไว้ เคนดัลล์เหยียดยิ้มสมเพชกับการแสดงความเป็นเจ้าของที่ออกนอกหน้า เขารู้ดีว่าเพื่อนเขาคิดยังไงกับพวกผู้หญิงที่ทำตัวงี่เง่าแบบนี้ แต่รอยยิ้มนั้นก็กลายเป็นบึ้งตึง เมื่อเขาเริ่มสงสัยว่าแคนดี้อาจจะต่างออกไป เพราะเธออยู่ทนมาได้นานกว่าคนอื่นตั้งหลายอาทิตย์
ความรู้สึกที่แล่นเข้ามานั่นแหละ คือเหตุผลที่เขาต้องทำตามแผนที่วางไว้ เหตุผลที่เขานัดไมเคิลมาที่นี่เขาเฝ้ามองชายหนุ่มแกะมือแคนดี้ออก ท่อนแขนทรงพลังนั้นประคองเธอวางไว้ข้าง ๆ อย่างสุภาพก่อนจะหันไปเตรียมแทงลูกต่อไป ท่าก้มตัวลงเหนือโต๊ะพูลนั่นมันเกินจะละสายตาแผ่นหลังที่ผายกว้างโชว์เด่นชัดตอนที่เขาเงื้อคิวเตรียมแทง และนั่น...ไอ้ก้นงอนงามนั่นแหละที่เคนดัลล์เฝ้าจ้องและเอาไปจินตนาการมาตลอด 6 ปีที่รู้จักกัน
ตั้งแต่เป็นรูมเมทกันปีแรกในโรงเรียนตำรวจ จนมานั่งอยู่ในคอกวันนี้ ไมเคิลไม่เคยหลุดไปจากความคิดเขาเลยและนั่นคือสิ่งที่ต้องจบลงเสียที แม้ความตั้งใจจะไม่สั่นคลอน แต่ร่างกายเขากลับประท้วงจากความเครียดมหาศาลเขาคลื่นไส้จนแทบจะอ้วก และมือก็สั่นจนสังเกตเห็นได้ เขาอยากให้ไมเคิลรีบ ๆ เล่นให้เสร็จเสียที
เหมือนไมเคิลจะรู้ใจ เขาเก็บไม้คิวเข้าที่แล้วหันมายิ้มแบบผู้ชนะ ชัยชนะอีกครั้งของไอ้ตำรวจลูกครึ่งไอริช-อิตาลีตัวยังกับควายที่ไม่เคยมีใครถือสาเวลาแพ้มัน เคนดัลล์พยายามไม่จมลงไปในดวงตาสีฟ้าเข้มคู่นั้นเขาหลบตาตอนที่ไมเคิลเริ่มเดินตรงมาหา ตามนิสัยของมัน ไมเคิลหยุดทักทายคนโน้นคนนี้ไปทั่วเสียงหัวเราะทุ้มต่ำดังกังวานทำให้เคนดัลล์ต้องเงยหน้ามองอีกครั้ง
เสน่ห์ตามธรรมชาติและความเป็นกันเองนั้นเปิดโอกาสให้เคนดัลล์ได้ชื่นชมความน่าหลงใหลนั้นอีกไม่กี่วินาทีขาล่ำ ๆ ภายใต้กางเกงยีนส์ที่มี "ห่อหมก" นูนเด่นจนปิดไม่มิด ไล่ขึ้นมาที่กล้ามท้องเป็นลอนสวยจนถึงแผงอกแน่นปึ้กที่เบียดจนเสื้อยืดสีกรมท่าสกรีนลาย POLICE แทบปริ เขาหลงทางอยู่ในความสมบูรณ์แบบของเพศชายที่ชื่อไมเคิลจนกระทั่งเห็นหัวคิ้วของไมเคิลขมวดมุ่นขณะจ้องกลับมาที่เขา
เขาเลิ่กลั่กหลบตา สงสัยว่าหน้าตัวเองแสดงอะไรออกไป ปกติเขาซ่อนความรู้สึกเก่งจะตาย แต่พอนึกว่านี่อาจจะเป็นโอกาสสุดท้ายที่จะได้ชื่นชมคนที่เขารักที่สุด กำแพงที่สร้างไว้มันเลยพังลงชั่วขณะ เขายิ้มสมเพชตัวเองเมื่อรู้ว่าไม่มีอะไรต้องซ่อนอีกต่อไป และความตระหนักนั้นก็ย้ำเตือนว่าเขากำลังจะสูญเสียอะไรไป
พอเงยหน้าขึ้นอีกที ไมเคิลก็มานั่งฝั่งตรงข้ามแล้ว มือใหญ่เสยผมสีดำขลับที่มันวาวนั่นอย่างลวก ๆสีหน้าของไมเคิลดูเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด และนั่นทำให้เคนดัลล์รู้สึกเจ็บแปลบเข้าไปถึงขั้วหัวใจ
"เฮ้ย เพื่อน เป็นอะไรวะ? โอเคเปล่า?"
ความห่วงใยนั้นชัดเจนจนเคนดัลล์เริ่มหวั่นไหว เขาจมลงไปในห้วงอารมณ์จนพูดไม่ออก
"เฮ้ย? เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า? เอาอะไรดื่มหน่อยไหม? หน้ามึงดูไม่จืดเลยนะ"
เคนดัลล์เค้นความเด็ดเดี่ยวออกมาจนส่งยิ้มจาง ๆ ได้
"กูไม่เป็นไร... แค่มีเรื่องจะคุยด้วย... เรื่องสำคัญ" เขาหายใจเข้าลึก ๆ สองสามครั้งเพื่อตั้งสติ
"กูไม่ได้ป่วยหรืออะไรหรอก แต่เรื่องที่จะพูดมันพูดยากว่ะ มึงช่วยฟังให้จบก่อนนะ โอเคไหม?"
ไมเคิลดูงง ๆ แต่ก็พยักหน้าตกลง
"โอเค... อย่างแรก มึงต้องรู้ก่อน และกูขอโทษที่ไม่ได้บอกมึงเร็วกว่านี้ มึงเป็นเพื่อนรักกูมานานมากและกูไม่แฟร์กับมึงเลย... ไม่สิ กูไม่แฟร์กับเราทั้งคู่"
เขาหลบตาคมเข้มคู่นั้น หัวใจเริ่มเต้นรัว เหงื่อกาฬไหลซึมไปทั่วแผ่นหลัง แม่งเอ๊ย... ทำไมมันยากขนาดนี้วะ
"พูดมาเถอะ 'ดิวซ์' (ไพ่ 2 แต้ม)" ไมเคิลปลอบเสียงนุ่ม "ไม่ว่าเรื่องอะไรมันก็ไม่แย่ขนาดนั้นหรอก เพื่อนรักตลอดไปใช่ไหมล่ะ?"
คำเรียกชื่อเล่นที่ไมเคิลตั้งให้ช่วยดึงสติเขากลับมาได้นิดหน่อย เขาพยายามยิ้มตอบทั้งที่ใจพัง
"กูก็หวังงั้นนะ 'เอซ' (ไพ่ 1 แต้ม) หวังจริง ๆ ว่ะ"
ไมเคิลทำท่าจะถามต่อ แต่เคนดัลล์เบรกไว้ด้วยคำว่า "รอเดี๋ยว" จนไมเคิลนิ่งกึกเพื่อนเขาน่าจะเริ่มรู้แล้วว่าบรรยากาศมันซีเรียสแค่ไหน
เคนดัลล์ไม่เคยแสดงด้านนี้ให้ใครเห็นเพราะเขาไม่เคยอนุญาตให้ตัวเองอ่อนแอ แม้จะพยายามคุมสติแต่มือที่สั่นเทาก็กำผมตัวเองแน่นขณะต่อสู้กับความกลัวในใจ สีหน้ากระสับกระส่ายของไมเคิลยิ่งทำให้ทุกอย่างแย่ลงแต่เขาต้องทำ... ต้องจบเรื่องนี้
"กูขอโทษ เอซ... อดทนฟังหน่อยนะ" เขาขอร้องอีกครั้งเมื่อเห็นไมเคิลเริ่มกระวนกระวาย
"กูควรบอกมึงตั้งนานแล้ว ไม่มีข้ออ้างเหรอ... กูแค่บอกตัวเองว่าไม่รู้จะบอกยังไงแต่ความจริงคือคือกูแม่งป๊อดว่ะ... กูเป็นเกย์"
สองคำนั้นหลุดออกมาเบาหวิว ตามด้วยเสียงสะอื้นที่เขาต้องรีบกลืนกลับลงไป เขาจ้องหน้าเพื่อนที่ตอนนี้กลายเป็นว่างเปล่าเขาพยายามอ่านใจไมเคิลอย่างที่เคยทำได้เสมอ แต่ครั้งนี้เขาอ่านอะไรไม่ออกเลย จนความกลัวเริ่มกัดกินใจเขาไมเคิลถึงได้สติกลับมา
"เป็นไปได้ไงวะ? มึงล้อเล่นใช่ไหม? กูก็เห็นมึงนอนกับผู้หญิงมาตั้งเยอะ"
ไมเคิลเอามือลูบหน้าเหมือนพยายามจะตื่นจากฝัน
"เราเคยเย็ดผู้หญิงในห้องเดียวกันด้วยซ้ำ จำยัยเคลลี่ได้ไหม? มึงทำยัยนั่นครางลั่นบ้าน กูยังได้ยินอยู่เลย"
น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความสับสน
"นั่นแหละ มึงถึงอยู่ตรงนั้นไง" เขาตอบเสียงอ่อย
"แต่มันไม่ได้มีเยอะหรอกนะเอซ ความจริงคือกูไม่ได้นอนกับผู้หญิงมาสองสามปีแล้วตั้งแต่อะแมนด้า กูแค่ปล่อยให้มึงคิดไปเองเพราะมันง่ายกว่าที่จะต้องมา...มาพูดเรื่องนี้"
เคนดัลล์หยุดหายใจลึก ๆ อีกครั้ง เขาใกล้จะพังเต็มที
"กูรู้ว่าสิ่งที่กูทำมันไม่ถูก กูเลยหยุด การลากความรู้สึกคนอื่นมาพัวพันกับชีวิตเน่า ๆ ของกูมันเลวเกินไปและมันยิ่งทำให้กูรู้สึกแย่ กูกลายเป็นเกย์ และกูไม่ได้มานัดมึงมาเพื่อโน้มน้าวใจอะไรทั้งนั้น นี่ไม่ใช่เรื่องตลกกูอยากให้มันเป็นนะ แต่มันไม่ใช่"
ความเศร้าที่แผ่ออกมาจากตัวเคนดัลล์กระแทกใส่ไมเคิลเต็ม ๆ เขาอยากจะดึงเพื่อนตัวโตคนนี้มากอดเหลือเกิน
"ไม่เป็นไร" ไมเคิลพูดเสียงนุ่ม
"กูไม่รู้เลยจริง ๆ แต่มันไม่เป็นไร กูไม่สนหรอก เพราะมึงยังเป็นเพื่อนรักของกูเสมอ มึงไม่ได้คิดว่าเรื่องแค่นี้จะทำให้เราเลิกคบกันใช่ไหม?"
เขาคอยให้เพื่อนสบตา และสิ่งที่เขาเห็นในดวงตาคู่นั้นคือความสิ้นหวังอย่างที่สุด
"ประเด็นคือ เราเป็นเพื่อนรักกันแบบนี้ไม่ได้... อย่างน้อยก็ตอนนี้... ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว..."
จังหวะนั้นเอง แคนดี้ก็เสนอหน้าเข้ามาแทรกในคอกแล้วเบียดตัวเข้าหาไมเคิลเขาไม่เห็นหรือได้ยินตอนเธอเดินมาด้วยซ้ำ
"ที่รักคะ คุณเมินฉันนะ ฉันไม่ชอบเลย ไหนบอกจะสอนฉันแทงพูลไง"
ไมเคิลหันไปมองแฟนสาวด้วยสายตาว่างเปล่า
"พูดเรื่องบ้าอะไรของเธอ? ไม่ใช่ตอนนี้ โอเคไหม? ผมบอกแล้วไงว่าเคนดัลล์มีเรื่องจะคุยด้วยเพราะฉะนั้น...ไสหัวไปซะ"
มันไม่ใช่คำถาม แต่มันคือการไล่ส่งอย่างรุนแรง เขาแยกเขี้ยวใส่เธอก่อนจะหันกลับมาหาเพื่อนบรรยากาศอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก แต่เขาต้องการให้แคนดี้ออกไป เขาถลึงตาใส่เธออีกรอบจนเธอหน้าเจื่อนสะบัดก้นเดินหนีไปพร้อมทิ้งระเบิดลูกสุดท้าย
"เออ! งั้นก็นั่งอยู่กับ 'ผัว' มึงไปเถอะ เดี๋ยวกูไปหาคนอื่นสอนก็ได้!"
"อีร่าน" ไมเคิลสบถเบา ๆ ก่อนหันกลับมาหาเคนดัลล์
"มึงหมายความว่าไงวะ? กูบอกแล้วไงว่ากูโอเค แล้วมึงจะมาบอกว่าเราเป็นเพื่อนกันไม่ได้เนี่ยนะ?"
คำพูดเขาเต็มไปด้วยความโกรธและเสียใจ เขาทำใจยอมรับไม่ได้ เขาไม่เคยสนิทกับใครเท่าเคนดัลล์มาก่อนนอกจากพ่อแม่เขาต้องพึ่งพาการมีอยู่ของเคนดัลล์ในทุก ๆ วัน เราทำทุกอย่างด้วยกัน กาแฟตอนเช้า ข้าวเย็น ยิม ดูหนัง ดูฮอกกี้แคมป์ปิ้ง ตกปลา... แม่งเอ๊ย แม้แต่ชอปปิ้ง! เราไม่เคยห่างกันเกินสองวัน และเราเล่าให้กันฟังทุกเรื่อง
โอเค... อาจจะไม่ใช่ทุกเรื่อง แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นตอนนี้
"มึงพูดจริงเหรอ? ล้อเล่นใช่ไหมวะ? ทำไมมึงถึงคิดว่าเราเป็นเพื่อนกันไม่ได้? กูไม่เคยสนับสนุนมึงเหรอ?ไอ้เหี้ย... อย่าพูดงั้นสิ กูเริ่มจะหลอนแล้วนะเนี่ย! กูบอกว่ากูไม่สนไงว่ามึงจะชอบผู้ชาย กูพูดจริง ๆ!"
ความเงียบปกคลุมอยู่นาน เคนดัลล์ดูเหมือนกำลังตายทั้งเป็น ทำไมวะ? เกิดเหี้ยอะไรขึ้น?
"พูดอะไรหน่อยดิ บอกกูว่ามึงไม่ได้หมายความงั้นจริง ๆ ได้โปรด ดิวซ์"
ไมเคิลอ้อนวอน ทั้งความสับสนและความกลัวที่มากกว่าครั้งไหน ๆ เริ่มเกาะกุมหัวใจ... เรื่องแบบนี้ต้องไม่เกิดขึ้นสิ
นี่คือช่วงที่เคนดัลล์ลำบากใจที่สุด สิ่งที่ทำให้เขาไม่กล้าบอกเพื่อนรักมาตลอด...สิ่งที่ทำให้ชีวิตเขาหยุดชะงักมาแสนนาน
"เอซ... มึงต้องเข้าใจทุกอย่าง กูต้องมีชีวิตของตัวเอง สิ่งสุดท้ายที่กูอยากทำคือเลิกเป็นเพื่อนกับมึงแต่มันไม่มีทางอื่นแล้ว"
น้ำตาเริ่มคลอเบ้า...และเขาไม่คิดจะเช็ดมันออก เขารู้สึกเหมือนถูกถลกหนังทั้งเป็น การตัดมือตัวเองทิ้งยังไม่เจ็บเท่านี้เลย
"กูต้องหาใครสักคนที่เป็นของกูจริง ๆ และกูทำไม่ได้ตราบใดที่กูยังเจอมึงอยู่ทุกวันแบบนี้ กูขอโทษ...มึงเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดเท่าที่คน ๆ นึงจะมีได้ กูเองก็สูญเสียเหมือนกัน"
คราวนี้เขาร้องไห้ออกมาอย่างหนักจนไม่อาจสบตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดสีฟ้าคู่นั้นได้อีก
"เฮ้ย กูทำพลาดอะไรไปเปล่าวะ? กูไม่เข้าใจ ถ้ากูรบกวนเวลามึงมากไป กูก็จะถอยให้มึงเป็นเกย์กูก็โอเค...เหี้ยเอ๊ย...กูจะช่วยมึงหาแฟนด้วยซ้ำ ถ้ามึงต้องการ แค่อย่าเลิกเป็นเพื่อนกับกูเลยมันไม่มีเหตุผลเลยนะ แล้วอย่าร้องไห้ดิ เราผ่านมันไปได้ กูจินตนาการภาพที่เราไม่เป็นเพื่อนกันไม่ออกเลยว่ะไอ้เหี้ยดิวซ์...กูต้องการมึงนะ"
"กูรักมึง เอซ" เคนดัลล์กระซิบ เสียงแผ่วจนเขาสงสัยว่าอีกฝ่ายจะได้ยินไหม
แน่นอนว่าได้ยิน
"เฮ้ย กูก็รักมึง มึงมีความหมายกับกูมากกว่าพี่น้องคลานตามกันมาซะอีก... มึงก็น่าจะรู้"
"ไม่..."
คำพูดนั้นเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่หยั่งรากลึกถึงวิญญาณ นี่แหละ... สิ่งที่เขากลัวและเลี่ยงมาตลอด
"มึงไม่เข้าใจหรอก...โธ่เว้ย! กู้รู้ว่ามึงรักกู แต่ที่กูพูดน่ะมันคนละอย่างกัน... กูหลงรักมึงกูรักมึงมาตั้งแต่ปีหนึ่งที่วิทยาลัยแล้ว กูไม่มีชีวิตใหม่ได้ก็เพราะในหัวกูมีแต่เรื่องของมึง กูโหยหาการได้อยู่ใกล้ ๆ มึงและกูแทบบ้าเวลาที่ไม่มีมึงอยู่ด้วย กูคิดถึงมึงทั้งวัน ฝันถึงมึงทั้งคืน นั่นแหละเหตุผลที่กูอยู่ใกล้มึงไม่ได้อีกต่อไปมันไม่ใช่สิ่งที่กูอยากทำ...แต่มันคือสิ่งที่กู 'ต้องทำ' เข้าใจหรือยัง?
กูตกหลุมรักคนที่ไม่มีวันรักกูตอบได้ กูมองหน้ามึง แล้วกูก็รู้สึกถึงความรักทั้งหมดที่กูต้องกดมันไว้ ต้องฝังมันลงไปและแม่งกำลังฆ่ากูให้ตายทั้งเป็น"
เคนดัลล์ไม่เคยคิดว่าเขาจะรู้สึกเหมือนตัวเองเปลือยเปล่าและเปราะบางขนาดนี้ แต่มันเกิดขึ้นแล้ว และไม่มีทางย้อนกลับ
ไมเคิลถึงกับมึนตึ้บ คำสารภาพที่เต็มไปด้วยความทุกข์ระทมของเคนดัลล์ฉีกร่างเขาเป็นชิ้น ๆและความช็อกก็กระแทกเขาเหมือนโดนสาดกระสุนใส่ สิ่งเดียวที่เขาได้ยินชัดเจนคือ เคนดัลล์รักเขาและนั่นคือสิ่งที่กั้นไม่ให้เพื่อนเดินหน้าต่อ คำว่า 'คนที่ไม่มีวันรักตอบได้' มันดังก้องอยู่ในหัว เขาควรจะพูดอะไรดี?
เขารักเคนดัลล์ และการเห็นเคนดัลล์เจ็บปวดขนาดนี้...การรู้ว่าเขาคือสาเหตุที่ทำให้ชายร่างใหญ่สูง 6 ฟุต 3 นิ้วคนนี้กลายเป็นไอ้ขี้แพ้ที่แตกสลาย...มันทำให้เขาสิ้นคิดจนหาทางออกไม่เจอ เขาทำได้แค่นั่งนิ่ง ๆ รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบถล่มลงตรงหน้า เขาพ่ายแพ้ เขาไม่เคยเตรียมใจรับเรื่องนี้ และเขารู้สึกทุเรศตัวเองที่แม่งโง่จนมองไม่ออกว่าเพื่อนรักต้องทนเจ็บปวดมานานแค่ไหน
เคนดัลล์รอให้ไมเคิลตอบโต้อะไรสักอย่างแต่กลับไม่มี เขาเข้าใจดี...ไมเคิลคงกำลังช็อก... หรืออาจจะรู้สึกเหมือนถูกหักหลังและเขานี่แหละที่เป็นคนทำ
"กูไปก่อนนะ กูขอโทษจริง ๆ ที่เอาเรื่องนี้มาโยนใส่มึง กูหวังว่ามึงจะไม่เป็นไร มึงคงโกรธกู และกูไม่โทษมึงเลยบางทีสักวันหนึ่งเราอาจจะกลับมาเป็นเพื่อนกันได้อีก...ถึงมันจะยากแค่ไหน แต่กูขอให้มึงเคารพการตัดสินใจของกูกูต้องตัดใจจากมึงให้ได้...กูพยายามมาหลายปีแล้วแต่มันไม่สำเร็จ มึงก็รู้เหมือนที่เขาว่า...พอไม่เห็น เดี๋ยวก็ลืมไปเอง"
เขาส่งยิ้มฝืน ๆ ที่ไม่มีใครยิ้มตอบ
"ดูแลตัวเองนะ เอซ"
ไม่มีอะไรต้องพูดอีก เขาลุกขึ้นแล้วเดินออกประตูข้างไป ทิ้งท้ายด้วยการมองชายที่ดูเหมือนเพิ่งสูญเสียเพื่อนรักที่สุดไปความเจ็บปวดกระแทกเข้าที่ท้องเมื่อเขาเห็นน้ำตาหยดหนึ่งร่วงจากกรามที่ได้รูปของไมเคิลลงบนโต๊ะ
ไมเคิลนึกไม่ออกเลยว่าเขาควรจะทำอะไรหรือทำอะไรได้บ้าง เขาไม่เคยรู้สึกหลงทางขนาดนี้ในชีวิตเขาพยายามจะพูด... จะบอกอะไรสักอย่าง... แต่ไม่มีเสียงออกมา และตอนนี้มันก็สายไปแล้ว เพื่อนรักของเขาจากไปแล้ว
เคนดัลล์เดินโซซัดโซเซไปที่รถพร้อมภาพสุดท้ายในหัว การเห็นไมเคิลร้องไห้คือสิ่งที่เขาไม่ได้เตรียมใจไว้เขาไม่เคยเห็นเพื่อนร้องไห้มาก่อน และมันทำให้เขาพังทลายที่รู้ว่าเขาคือสาเหตุ เขาเคยปลอบตัวเองว่าถ้าพูดความจริงออกไปแล้วจะรู้สึกดีขึ้น...จะเป็นอิสระและเดินหน้าต่อไปได้ บางทีวันนั้นอาจจะมาถึง แต่ตอนนี้เขารู้สึกแย่มากเหลือเกิน
ประตูหัวใจของเขาเพิ่งปิดตายใส่ผู้ชายที่เขารักสุดหัวใจ ความคิดที่จะเอาใครมาแทนที่ไมเคิลมันเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้และความจริงก็ตบหน้าเขาอย่างจังตอนที่ขับรถออกจากลานจอด เสียงสะอื้นที่ดังมาจากส่วนลึกของวิญญาณเริ่มพรั่งพรูออกมาเขารู้ว่าทุกอย่างจะไม่มีวันเหมือนเดิมอีก และเขาทำตัวเองทั้งนั้น ความคิดที่ว่าไมเคิลอาจจะไม่มีวันยกโทษให้เขาที่เดินหนีจากความเป็นเพื่อนมันผุดขึ้นมา
เสียงสะอื้นกลายเป็นเสียงโหยหวนแหบพร่าที่รุนแรงจนหัวใจแทบหยุดเต้น เขาขับรถต่อไม่ไหวจนต้องจอดข้างทางที่มีแต่พงหญ้า กระชากประตูรถออกทันเวลาก่อนจะขย้อนสิ่งที่อยู่ในกระเพาะลงบนพื้นถนน ร่างกายเขาสั่นเทิ้มซ้ำแล้วซ้ำเล่านี่เหรอ... จุดเริ่มต้นของชีวิตใหม่? ในหัวเขามีแต่ใบหน้าหล่อเหลาที่เปื้อนน้ำตานั่น...หลักฐานของความเจ็บปวดที่เขาเป็นคนก่อคำถามเดิม ๆ วนเวียนอยู่ในหัว จนเขาต้องหลุดปากพึมพำออกมาคนเดียวว่า
"กูทำอะไรลงไปวะ?"
ถ้าชื่นชอบก็ขอเม้นท์เป็นกำลังใจให้ด้วยนะครับ จะได้มีแรงแปลมาให้อ่านเรื่อย ๆ
สนุกมากครับ nuangnut1996 ตอบกลับเมื่อ 2026-2-25 18:57
สนุกมากครับ
ขอบคุณครับ ถ้าแปลไม่ดียังไงบอกได้นะ จะพยายามแปลให้อ่านแล้วไหลลื่นที่สุด ขอบคุณมากๆนะครับ ขอบคุณครับ {:5_146:} ขอบคุณครับ ขอบคุณมากๆครับ สนุกมากครับ
หน้า:
[1]