FatherandSon โพสต์ 2026-2-22 05:03:23

ซ่อนรักในไซต์งาน ตอนที่ 4

https://www.g4guys.com/data/attachment/album/202510/14/094330bh86j8jhqxj9t37m.jpg

ในเช้าวันใหม่ ห้องพักของทิมยังคงเงียบสงบและมืดสลัว ผนังทึบและม่านที่ปิดสนิทกั้นแสงภายนอกเอาไว้อย่างมิดชิด มีเพียงแสงส้มอ่อนๆ จากโคมไฟหัวเตียงที่ถูกเปิดทิ้งไว้เมื่อคืนเท่านั้นที่ให้ความสว่าง
ทิมพลิกตัวอยู่บนเตียงอย่างไม่สบายตัวนัก ก่อนจะลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกสับสนในสถานที่ เขาเอื้อมมือไปควานหาโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ข้างหมอน จอแสดงผลสว่างวาบขึ้นมาบอกเวลา แปดโมงเช้า!
ดวงตาของทิมเบิกกว้างด้วยความตื่นตัว
เขาดีดตัวลุกขึ้นจากเตียงอย่างรวดเร็ว ในสภาพที่สวมเพียงกางเกงบ็อกเซอร์สีดำตัวเดียวที่หลวมโครก
ทิมรีบเดินไปยังหน้าต่างห้องทางด้านหน้า เขาดึงม่านทึบให้เปิดออกอย่างรวดเร็ว
แสงแดดยามสายสาดกระทบใบหน้าของเขาอย่างจัง ทิมหรี่ตามองออกไปที่โล่งๆหน้าห้องและเงียบสงบของรีสอร์ตแห่งนี้
ขณะที่ทิมกำลังขมวดคิ้วอย่างงงงวย เสียงเครื่องยนต์ก็ดังมาจากทางด้านข้าง
ครืนนนน...
เป็นเสียงรถกระบะของนนท์ที่กำลังขับออกไปจากบริเวณห้องพักด้านข้างของทิม เสียงนั้นดังแผ่วลงเรื่อยๆ จนกระทั่งเงียบหายไปในที่สุด
ความกังวลจู่โจมทิมในทันที เขาทำท่าเหมือนจะรีบวิ่งออกไปทั้งที่ยังใส่กางเกงบ็อกเซอร์ แต่ก็ยั้งตัวเองไว้ได้ทัน ทิมรีบคว้าเสื้อยืดตัวโปรดและกางเกงยีนส์มาสวมอย่างลวกๆ แล้วเดินออกจากห้องพักไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อก้าวออกมายืนอยู่หน้าห้องพักของตัวเอง ทิมมองไปยังห้องข้างๆ ที่นนท์กับเก่งพักอยู่ รถกระบะที่จอดอยู่ตรงหน้าห้องนั้นหายไปแล้วจริงๆ
ความรู้สึกผิดที่ตื่นสายถูกบดบังด้วยความรู้สึกโดดเดี่ยวที่เข้ามาแทนที่ พวกเขาทิ้งเขาไว้ข้างหลังงั้นหรือ? หรือว่านนท์รีบไปรับงานด่วน? คำถามมากมายตีกันอยู่ในหัวของเด็กหนุ่มผู้ซึ่งเพิ่งจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้เพียงคืนเดียว.
ทิมยืนนิ่งอยู่หน้าห้องพักที่ว่างเปล่าของนนท์และเก่ง ความรู้สึกเคว้งคว้างเข้าครอบงำ ทันใดนั้น สายตาของเขาก็กวาดไปเห็น รองเท้าผ้าใบหุ้มข้อสีดำหนึ่งคู่วางอยู่
ความเข้าใจแล่นวาบเข้ามาในความคิดของทิม
ถ้าเก่งไม่ไปด้วย นนท์คงขับรถออกไปรับข้าวเช้า หรือไปทำธุระใกล้ๆ แล้วจะกลับมารับพวกเขาพร้อมกัน แต่ในเมื่อรถไม่อยู่ แล้วรองเท้าของเก่งยังอยู่... นั่นหมายความว่า นนท์ขับรถออกไปคนเดียว และเก่งยังอยู่ในห้อง!
ความรู้สึกโดดเดี่ยวที่เกิดขึ้นเมื่อครู่พลันหายไป กลายเป็นความโล่งอกอย่างบอกไม่ถูกที่เขาไม่ได้ถูกทิ้งไว้ข้างหลังเพียงลำพัง
ทิมเดินเข้าไปประชิดประตูห้องนั้น เขาเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ แต่ก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรเล็ดลอดออกมา
เขาตัดสินใจรวบรวมความกล้าและยกมือขึ้น เคาะประตูเบาๆ
ก๊อก... ก๊อก...
เงียบ... ไม่มีเสียงตอบรับ ทิมคิดว่าเก่งอาจจะยังหลับอยู่ เขาเคาะซ้ำอีกครั้ง คราวนี้ดังขึ้นเล็กน้อย
ก๊อก! ก๊อก!
ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังขึ้นจากภายในห้องพัก แล้วก็เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่กลไกลูกบิดประตูจะหมุนอย่างแผ่วเบา
แกร๊ก...
ประตูถูกเปิดออก แต่ไม่ได้เปิดกว้างนัก เก่ง เข้าใจว่าคงเป็นนนท์ที่กลับมาจากซื้อข้าวเช้าตามที่คุยกันไว้ เขาจึงไม่ได้สนใจมองออกไปข้างนอกด้วยซ้ำ
เก่งผลักประตูออกไปเพียงเล็กน้อยเพื่อให้มีช่องว่างพอเดินได้ ก่อนที่เขาจะหมุนตัวหันหลังให้กับประตู แล้วก้าวเดินไปทางเตียงในห้องอย่างสบายอารมณ์ ในสภาพที่เพิ่งตื่นนอนและ เปลือยกายทั้งตัวอย่างสมบูรณ์
ทิมที่ยืนรออยู่หน้าห้องเห็นว่าประตูเปิดออกแล้ว แต่เก่งกลับเดินหันหลังให้ ทิมจึงตัดสินใจ พลักประตูให้เปิดออกกว้างขึ้น แล้วก้าวเข้าไปในห้องอย่างรวดเร็ว
บรรยากาศภายในห้องมืดสลัวกว่าห้องของทิมมาก มีเพียงแสงไฟดวงเล็กๆ ที่มุมห้องเท่านั้นที่ส่องสว่าง ทันทีที่ทิมหันไปมองร่างที่นั่งอยู่บนเตียง ภาพที่เห็นทำให้ทิมถึงกับหายใจติดขัด
เก่งนั่งอยู่บนเตียงในสภาพเปลือยกาย ร่างกายของเขากำยำและแข็งแรงตามที่ทิมสังเกตได้เมื่อวาน แต่ตอนนี้มันถูกเปิดเผยอย่างชัดเจนภายใต้แสงไฟสลัวๆ ทิมมองเห็นกล้ามเนื้อที่คมชัดและรูปร่างที่สมบูรณ์แบบนั้นอย่างเต็มตา ความตกใจที่ได้เห็นภาพที่ไม่ควรเห็นทำให้ทิมนิ่งค้างไปชั่วขณะ ความรู้สึกหวั่นไหวที่เคยมีเมื่อวานกลับมาจู่โจมอย่างรุนแรงผสมกับความรู้สึกผิดที่บุกรุกเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต
“พ... พี่เก่ง!”
เสียงอุทานที่ดังขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ของทิมทำให้เก่งที่กำลังจะเอนตัวลงนอนถึงกับสะดุ้งสุดตัว เขาหันขวับกลับมามองต้นเสียงด้วยความตกใจและไม่คาดคิดว่าจะมีคนอื่นที่ไม่ใช่นนท์อยู่ในห้อง
เก่งที่เพิ่งจะตื่นเต็มตาจากการอุทานของทิมถึงกับตกใจจนหน้าถอดสี แต่สัญชาตญาณก็ทำให้เขามีปฏิกิริยาตอบสนองอย่างรวดเร็ว เขาใช้มือคว้าหมอนข้างที่วางอยู่บนเตียงมาปิดท่อนเอ็นที่ยังไม่ตื่นตัวของตนเองเอาไว้ทันที เขามั่นใจว่าทิมจะต้องเห็นสิ่งที่เขาไม่ตั้งใจจะให้เห็นไปแล้วอย่างแน่นอน
“ท... ทิม!” เก่งอุทานด้วยความกระอักกระอ่วน ใบหน้าของเขาแดงด้วยความเขินอาย แต่มากกว่านั้นคือเรื่องลับๆระหว่างเขากับนนท์ที่กลัวว่าทิมจะสงสัยจากสภาพที่ตนเปลือยกายอยู่
ทิมเองก็รู้สึกเขินอายไม่แพ้กัน เขารีบก้มหน้าลงต่ำ พยายามทำตัวให้เล็กลงที่สุด และพูดด้วยเสียงติดขัดอย่างหนัก
“ผะ... ผมต้องขอโทษด้วยครับพี่เก่ง ที่เข้ามาแบบนี้... คือ... คือผมได้ยินเสียงรถพี่นนท์ขับออกไป” ทิมพูดอย่างตะกุกตะกัก พยายามเปลี่ยนหัวข้อคุยเพื่อลดความตึงเครียด
“เอ่อ... แล้ว... แล้วพี่นนท์ไปไหนเหรอครับ”
“พี่นนท์..ออกไปซื้อข้าวเช้าให้นายกับฉันนี่แหละ” เก่งตอบ
ทิมเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยด้วยแววตาที่โล่งใจ
“โอ้... ผมโล่งใจหมดเลยครับพี่ ผมนึกว่าผมตื่นสายแล้วถูกทอดทิ้งไว้ที่นี่คนเดียวเสียอีก”
เก่งมองทิมอย่างพิจารณาเห็นถึงความกังวลอย่างแท้จริงในดวงตาของเด็กหนุ่ม
“จะทิ้งไปได้ไงล่ะ”
เก่งพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลงมาก
“นายไม่ใช่ใครที่ไหนนะ นายเป็นลูกชายของเทิด เป็นลูกชายของช่างคนเก่งของพวกเราเลยนะ”
ทิมแปลกใจที่เก่งเรียกชื่อพ่อของเขาอย่างคุ้นเคย
“พี่เก่งก็รู้จักพ่อผมด้วยเหรอครับ” ทิมถาม
เก่งพยักหน้าเบาๆ พลางจัดหมอนให้เข้าที่
“รู้จักสิ! เทิดเป็นคนสอนงานฉันตั้งแต่แรกๆ ที่ฉันเริ่มมาทำงานใหม่ๆ เลยนะ”
ความตกใจในเรื่องส่วนตัวเมื่อครู่ถูกบรรเทาลงด้วยความเชื่อมโยงที่คาดไม่ถึงนี้ ทิมรับรู้ได้ทันทีว่าความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขากับพ่อของเขาสนิทลึกซึ้งกว่าที่แม่เดือนเคยบอกไว้มาก.
เก่งยังคงนั่งปิดท่อนล่างของตัวเองด้วยหมอน แต่สีหน้าดูผ่อนคลายลงมากหลังจากที่ได้พูดถึงพ่อของทิม เก่งมองไปยังเก้าอี้ตัวเล็กๆ ที่วางอยู่ใกล้ประตูห้อง
“ทิมช่วยหยิบผ้าเช็ดตัวที่พาดอยู่บนเก้าอี้ตรงนั้นมาให้ฉันหน่อยได้ไหม”
ทิมพยักหน้ารับอย่างรวดเร็ว เขาเดินไปที่เก้าอี้อย่างช้าๆ ในใจยังคงเต้นระรัว เขาพยายามไม่มองตรงไปยังร่างของเก่ง แต่สายตาก็อดไม่ได้ที่จะเหลือบมอง
ในขณะที่เอื้อมมือไปหยิบผ้าเช็ดตัวสีขาวผืนใหญ่ ทิมเผลอจ้องมองไปที่ แผงอกกำยำและกล้ามเนื้อหน้าท้องที่แข็งแรงของเก่ง ซึ่งไม่ถูกปิดบังด้วยสิ่งใด ร่างกายที่ดูสมบูรณ์แบบนั้นทำให้ทิมรู้สึกร้อนวูบวาบ
แม้ว่าหมอนจะบังท่อนล่างของเก่งไว้ แต่ภาพของท่อนเอ็นที่เขาเห็นเพียงเสี้ยววินาทีเมื่อตอนเปิดประตู ก็ยังคงฉายชัดอยู่ในจินตนาการของทิม ทำให้หัวใจของเขายิ่งเต้นแรงขึ้นไปอีก
ทิมยื่นผ้าเช็ดตัวให้เก่งอย่างรวดเร็ว แล้วถอยไปยืนอยู่ที่ปลายเตียง เก่งรับผ้าเช็ดตัวมาแล้วเริ่มคลายหมอนออก ก่อนจะพยายามสวมผ้าเช็ดตัวนั้นต่อหน้าทิมที่ยืนอยู่ตรงนั้น การกระทำที่เปิดเผยและไม่ปิดบังนี้ทำให้ทิมต้องรีบก้มหน้าลงต่ำทันที แต่ภาพการเคลื่อนไหวของร่างกายเก่งก็ยังคงติดอยู่ในหางตาของเขา
เมื่อเก่งจัดผ้าเช็ดตัวเสร็จเรียบร้อย เขาก็ลุกขึ้นจากเตียงและเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเดิมที่ทิมเพิ่งหยิบผ้ามาให้ ด้วยท่าทางที่กลับมาเป็นปกติ ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เมื่อเห็นว่าเก่งจัดผ้าเช็ดตัวเรียบร้อยและนั่งลงบนเก้าอี้อย่างสบายอารมณ์แล้ว แต่หัวใจของตัวเองยังเต้นไม่เป็นจังหวะ ทิมก็ตัดสินใจว่าเขาจะต้องออกไปจากตรงนี้ เดี๋ยวนี้แหละ!
“พะ... พี่เก่งครับ ถ้าอย่างนั้น... ผมขอตัวกลับไปที่ห้องก่อนนะครับ!”
ทิมพูดเสียงเร็วปรื๋อ แทบจะพูดรวดเดียวจบ เหมือนกลัวว่าเก่งจะเปลี่ยนใจไม่ให้เขาไป
เก่งที่ตอนนี้กลับมาดูเป็นพี่ชายที่สุขุมแล้วก็ยิ้มอย่างใจดี
“โอเค ๆ ทิม... แต่รีบแต่งตัวให้เรียบร้อยเลยนะ”
เก่งมองไปยังนาฬิกาบนผนัง
“เดี๋ยวสักพักนนท์ก็คงกลับมาพร้อมอาหารเช้า แล้วเราจะได้กินข้าวด้วยกัน”
“ครับ!” ทิมรับคำแล้วรีบหมุนตัวกลับหลัง เดินออกจากห้องพักนั้นทันทีด้วยความเกร็งตัวไปทั้งร่าง! ทิมรีบปิดประตูห้องของเก่งลงอย่างแผ่วเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วรีบก้าวกลับไปยังห้องของตัวเองอย่างรวดเร็ว
ทิมเปิดประตูห้องของตัวเองแล้วรีบก้าวเข้าไปข้างในอย่างรวดเร็ว ราวกับกำลังหนีความรู้สึกบางอย่างที่ไล่ล่าเขาอยู่ ทันทีที่เข้าไปถึง เขาก็หมุนตัวหันกลับไปที่ประตู และ บิดลูกบิดเพื่อล็อคประตู อย่างแน่นหนา ราวกับต้องการสร้างปราการกั้นระหว่างโลกภายนอกกับความสับสนอลหม่านที่เกิดขึ้นภายในใจ
ความร้อนวูบวาบยังคงแผ่ซ่านไปทั่วร่างกายที่เกร็งอยู่ ทิมเดินไปยังกระจกบานใหญ่ที่ติดอยู่บนผนังห้อง เขาเงยหน้ามองตัวเองในกระจก เด็กหนุ่มวัยสิบแปดปี ใบหน้าแดงก่ำ เหงื่อซึมที่ไรผม ดวงตาเต็มไปด้วยความสั่นไหวและตื่นเต้น
เขาใช้ปลายนิ้วที่สั่นเทา ค่อยๆ รูดซิปกางเกงยีนส์ที่เพิ่งสวมเมื่อครู่ลงอย่างช้าๆ แล้ว ปลดกระดุมออก
ทิมปล่อยให้กางเกงยีนส์หนักๆ ไหลลงไปกองที่พื้น เขาเหลือเพียงเสื้อยืดสีซีดและกางเกงบ็อกเซอร์สีดำตัวเดียวที่หลวมโครก เขายืนนิ่งอยู่หน้ากระจก มองความตื่นเต้นที่เกิดขึ้นในร่างกายตัวเอง
ภาพของ เก่ง ร่างกายกำยำที่เปลือยเปล่าใต้แสงไฟสลัวๆ ผุดขึ้นมาในความคิดอย่างชัดเจน ภาพร่างกายที่สมบูรณ์แบบนั้นกระตุ้นความรู้สึกที่ทิมไม่เข้าใจและไม่เคยสัมผัสมาก่อน ความรู้สึกที่ร้อนรุ่มและอัดอั้นที่มาจากการได้เห็นสิ่งที่ถูกห้ามกำลังท่วมท้นไปทั้งตัว
ทิมกัดริมฝีปากแน่น เขากำลังจะปลดปล่อยความรู้สึกร้อนวูบวาบและความตื่นเต้นที่เขาสะสมมาตั้งแต่เช้า เพื่อให้หัวใจที่เต้นรัวกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง.
ทิมยืนอยู่หน้ากระจกในสภาพที่ร่างกายถูกกระตุ้นอย่างรุนแรง ความคิดถึงภาพของเก่งเมื่อครู่ยังคงชัดเจนราวกับเพิ่งเกิดขึ้น ภายในกางเกงบ็อกเซอร์สีดำตัวเดียวที่หลวมโครก ท่อนเอ็นของทิมค่อยๆ แข็งตัวขึ้นอย่างช้าๆ มันขยับขยายตัวจนรู้สึกอึดอัดและตึงแน่น ทิมใช้มือข้างหนึ่งจับชายเสื้อยืด แล้ว ถอดมันออกโยนลงไปกองบนพื้น ตามด้วยกางเกงยีนส์ที่ถูกถอดออกไปก่อนหน้า
เขายืนอยู่หน้ากระจกอย่างเปิดเผย เผชิญหน้ากับความรู้สึกที่ซัดเข้ามา เขามองตัวเองที่เหลือเพียงกางเกงบ็อกเซอร์ตัวสุดท้าย ด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย ทิมค่อยๆ ใช้ปลายนิ้วจับขอบกางเกงบ็อกเซอร์สีดำ แล้วดึงมันลงไปกองรวมกับเสื้อผ้าที่พื้นอย่างช้าๆ
ทันทีที่ปลดปล่อยจากพันธนาการ ท่อนเอ็นของทิมก็ตั้งตรงและยาว หัวเห็นสีชมพูบานสวย ผิวของมันดูอ่อนเยาว์และมีสีสวยสีน้ำผึ้งตัดกับสีผิวของเขา มันตั้งตระหง่านอยู่กลางลำตัว
เขาหลับตาลง ภาพร่างกายที่กำยำและเปลือยเปล่าของ เก่ง ก็พุ่งเข้ามาในความคิดอย่างรุนแรง ภาพนั้นแจ่มชัดราวกับว่าเขายังคงยืนอยู่หน้าประตูห้องพักเมื่อครู่ ทิมจมดิ่งลงไปในจินตนาการ ที่เต็มไปด้วยความรู้สึกหวั่นไหวที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน
เขาตระหนักว่าร่างกายที่แข็งแกร่งและรูปลักษณ์ของเก่งนั้น แตกต่างอย่างสิ้นเชิง จากร่างกายที่ผอมบางและอ่อนเยาว์ของตนเอง ความแตกต่างนี้ยิ่งกระตุ้นให้ความรู้สึกอยากรู้อยากเห็นและความปรารถนาที่ถูกปลุกขึ้นมานั้นรุนแรงยิ่งขึ้น เขาใช้มือชักท่อนเอ็นของตัวเองไปอย่างช้าๆ ในความมืดมิดใต้เปลือกตา ทิมปล่อยให้ตัวเองได้สำรวจความรู้สึกใหม่ๆ ที่กำลังท่วมท้นนี้ ความรู้สึกที่มาจากความโดดเดี่ยว การเสียสละ และการเผชิญหน้ากับโลกของผู้ใหญ่ที่น่าตื่นเต้นแต่ก็น่าหวาดหวั่นไปพร้อมๆ กัน. ทิมปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งในห้วงจินตนาการนั้นนานหลายนาที ความรู้สึกตื่นเต้นที่สั่งสมมาตั้งแต่เช้าเริ่มถึงจุดสูงสุด ความปรารถนาที่รุนแรงและร้อนรุ่มได้พุ่งขึ้นมาจนสุดทาง ร่างกายของทิมกระตุกเกร็งไปทั้งตัว เขาสูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่ พร้อมกับเสียงครางที่หลุดออกมาจากลำคอ
ในห้วงสุดท้ายของการปลดปล่อยนั้น คำว่า "พี่... เก่ง!" ก็หลุดออกมาจากปากของทิมอย่างแผ่วเบา เป็นการเรียกชื่อผู้ที่จุดประกายประสบการณ์ครั้งใหม่นี้ให้กับเขา
ในวินาทีต่อมา ความตึงเครียดทั้งหมดก็แตกสลาย น้ำเงี่ยนข้นๆ สีขาว ก็พุ่งออกมาอย่างแรง ไปกระทบกับพื้นผิวของกระจกที่อยู่ตรงหน้าทิมอย่างจัง
ทิมทรุดตัวลงเล็กน้อยด้วยความอ่อนแรง เขากะพริบตาถี่ๆ และ ลืมตาขึ้นมอง
สายตาของเขามองเห็นหยดน้ำสีขาวขุ่นที่ติดอยู่บนกระจก เป็นพยานถึงการสำเร็จความใคร่ที่รุนแรงและฉับพลันที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต
มันไม่ใช่เพียงแค่การปลดปล่อยทางกายเท่านั้น แต่มันเป็นประสบการณ์ทางอารมณ์และจิตใจครั้งใหม่ ที่เป็นครั้งแรก ที่ความรู้สึกภายในและความหวั่นไหวต่อใครบางคนได้ถูกนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในการสำเร็จความใคร่ของเขาอย่างเต็มรูปแบบ ทิมมองภาพสะท้อนของตัวเองที่มีเหงื่อซึมและหายใจหอบถี่ๆ ด้วยความรู้สึกที่ผสมผสานกันระหว่างความโล่งใจและการค้นพบตัวเองครั้งใหม่.

ball3225 โพสต์ 2026-2-22 08:20:24

ขอบคุณมากครับ

nuangnut1996 โพสต์ 2026-2-22 12:24:05

สนุกมากครับ

papae5za โพสต์ 2026-2-23 05:59:57

ใจจ้า

pai_2552 โพสต์ 2026-2-23 06:19:40

ขอบคุณครับ

watkrub โพสต์ 2026-2-23 06:35:17

ขอบคุณมากครับผม

armokung โพสต์ 2026-3-3 11:22:02

{:5_146:}

LoongK โพสต์ 2026-3-3 11:38:58

ขอบคุณมากๆครับ น่ารักมาก

wat009 โพสต์ 2026-3-5 21:21:07

👍👍👍

popn โพสต์ 2026-3-7 04:39:12

ขอบคุณครับ

st20167 โพสต์ 2026-3-7 15:07:08

ขอบคุณครับ

oldman โพสต์ 2026-4-12 11:52:52

เสียวมากประสบการณ์แบบนี้ เจอคนที่อยากโดนมากๆ จนต้องรีบไปช่วยตัวเอง {:5_122:}{:5_120:}{:5_120:}{:5_120:}

x-2008 โพสต์ 2026-4-13 19:24:51

ขอขอบคุณมากๆนะครับ

yusu08 โพสต์ 2026-4-13 22:16:34

{:5_138:}

Bankcare10 โพสต์ 2026-5-3 10:56:17

สนุกมากครับ

Navar โพสต์ 2026-5-3 21:07:05

ขอบคุณครับ

fukduk โพสต์ 2026-5-7 01:13:40

รูดควยตามเกือบแตก ผมชักอยากเป็นเก่งแล้วสิครับ

Tum9788 โพสต์ 2026-5-11 08:22:31

ขอบคุณ

Khoma โพสต์ 2026-5-11 10:58:08

{:5_119:}

Ton8Ton โพสต์ 2026-5-12 17:47:14

😆😉😆😘😉
หน้า: [1] 2
ดูในรูปแบบกติ: ซ่อนรักในไซต์งาน ตอนที่ 4