มนตราหยาดทิพย์กษีราธารา ตอนที่ 33 : ความวุ่นวายวันวิชาการวันแรก
เช้าวันพุธที่รอคอยมาถึง บรรยากาศภายในโรงเรียนวัดหนองดาวเหนือถูกเนรมิตให้กลายเป็นเทศกาลแห่งความรู้ที่ยิ่งใหญ่ เสียงเพลงมาร์ชโรงเรียนดังสลับกับเสียงอังกะลุงจากซุ้มดนตรีไทย แขกเหรื่อและผู้ปกครองต่างทยอยเข้ามาชมงานอย่างหนาตา โดยมีคณะกรรมการจากเขตพื้นที่การศึกษาเดินตรวจเยี่ยมอย่างละเอียด
บรรยากาศภาพรวมของค่ายวิชาการตามซอกมุมต่างๆ ของหอประชุมและลานเอนกประสงค์ ถูกจัดวางด้วยซุ้มที่เต็มไปด้วยเอกลักษณ์ของครูแต่ละคน
ซุ้มภาษาไทยมีครูมีนากับครูรินรดาที่อยู่ประจำซุ้ม ซึ่งซุ้มตกแต่งด้วยผ้าไทยสีนวลสวยงาม มีกิจกรรมคัดลายมือและทายปริศนาคำพังเพย โดยมี ครูมาลาตี เสริมทัพด้วยการสาธิตการรำอ่อนช้อยประกอบการอ่านทำนองเสนาะ
ซุ้มคณิตศาสตร์มีครูชาญวิทย์กับครูนารีรัตน์ที่อยู่ประจำซุ้ม พวกเขาจัดวางโมเดลรูปทรงเรขาคณิตสามมิติอย่างเป็นระเบียบ ครูชาญวิทย์ที่ดูหนุ่มแน่นผิดตาใช้ไหวพริบสอนเด็กๆ แก้โจทย์เลขเร็วอย่างคล่องแคล่ว
ซุ้มวิทยาศาสตร์มีครูกรณ์กับครูสาวิตรีที่อยู่ประจำซุ้ม มีการทดลองภูเขาไฟจำลองและไฟฟ้าสถิต ครูกรณ์สวมชุดกาวน์สีขาวแววตาเป็นประกายจากการได้รับพลังกษีราเมื่อวาน ทำให้เขาสามารถอธิบายทฤษฎีที่ยากให้เข้าใจง่ายจนเด็กๆ รุมล้อม
ซุ้มการงานอาชีพและเทคโนโลยีมีครูปัทมากับครูวาริณีที่อยู่ประจำซุ้ม โชว์งานฝีมือประดิษฐ์จากวัสดุธรรมชาติ และมีการใช้คอมพิวเตอร์กราฟิกนำเสนอผลงานเด็กๆ อย่างทันสมัย
ซุ้มดนตรีและศิลปะมีครูพงษ์เทพที่อยู่ประจำซุ้ม ที่มีเสียงระนาดเอกดังกังวานดึงดูดใจผู้คน ครูพงษ์เทพนั่งคุมวงดนตรีไทยด้วยบุคลิกที่สง่างามและเปี่ยมไปด้วยสมาธิ
ซุ้มพละศึกษามีครูแมนคอยประจำซุ้มอยู่ ที่ตั้งอยู่กลางสนามหญ้า มีกิจกรรมทดสอบสมรรถภาพทางกาย ครูแมนเดินคุมงานด้วยความแข็งขัน กล้ามเนื้อเป็นมัดๆ ภายใต้เสื้อโปโลทำเอาผู้ปกครองสาวๆ แอบมองกันเป็นแถว
ที่ใจกลางหอประชุม คือซุ้ม "World of Languages" ของ โอม และ ครูเกษรา ซึ่งตกแต่งในธีมสวนสไตล์อังกฤษผสมผสานกับความอ่อนช้อยของไทย มีธงชาตินานาชาติประดับตกแต่ง และมีมุมถ่ายภาพที่สวยที่สุดในงาน
โอม ในชุดราชปะแตนสีขาวครึ่งท่อน นุ่งโจงกระเบนสีน้ำเงินเข้ม ร่างกายของเขาในวันนี้ดูผุดผ่องจนแทบจะมีออร่าแผ่ออกมา หน้าอกที่หนาแน่นถูกจัดทรงภายใต้เสื้ออย่างมิดชิด แต่กลิ่นหอกายของโอมกลับโชยอ่อนๆ ออกมาจนใครที่เดินผ่านซุ้มนี้ต่างต้องหยุดชะงักและรู้สึกสดชื่นอย่างประหลาด
"Welcome to our booth! เรียนเชิญทุกท่านมาร่วมกิจกรรมตอบคำถามภาษาอังกฤษรับของรางวัลนะครับ" โอมเอ่ยด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ สำเนียงภาษาอังกฤษที่ไพเราะบวกกับบุคลิกที่สุภาพทำให้ซุ้มนี้เนืองแน่นไปด้วยผู้คน
ครูเกษรา รุ่นพี่คนสนิท คอยช่วยอำนวยความสะดวกและสังเกตอาการของโอมอยู่ห่างๆ "โอมจ๊ะ คนเยอะขนาดนี้ ไหวไหม? ถ้าเริ่มรู้สึกอึดอัดหรือหน้ามืด บอกพี่นะ พี่จะให้ครูแมนมาช่วยอีกคนให้"
"ยังไหวครับพี่เกษ โอมมีความสุขมากครับที่เห็นเด็กๆ สนุกกัน" โอมตอบพลางแจกขนมให้เด็ก ๆ
ท่ามกลางความวุ่นวายของงานค่ายวิชาการ โอม เริ่มรู้สึกถึงความชื้นแฉะที่หน้าอกเสื้อราชปะแตนสีขาว กลิ่นหอมของกษีราเทวาเริ่มรุนแรงขึ้นจนเขาเกรงว่าแขกเหรื่อจะสังเกตเห็น เขาจึงรีบขอตัวจากครูเกษราแวบออกมายังห้องปฏิบัติการภาษาต่างประเทศเพื่อเปลี่ยนชุดเป็นเสื้อยืดสีชมพูเข้ารูปและกางเกงที่เตรียมมา เพื่อให้คล่องตัวในการจัดกิจกรรมช่วงบ่าย
โอมล็อกประตูห้องอย่างเร่งรีบ เขาจัดการถอดเสื้อราชปะแตนและผ้าพันอกออก เผยให้เห็นปทุมถันมหาศาลที่ขาวผ่องและสั่นระริก ยอดอกสีทับทิมมีหยดน้ำนมทิพย์ซึมออกมาจนเปียกโชก เขาใช้ทิชชูซับอย่างรวดเร็วก่อนจะสวมเสื้อยืดสีชมพูตัวเก่งลงไป ซึ่งเนื้อผ้าที่บางเบาทำให้เห็นรอยนูนเด่นชัดของหน้าอกมหาศาลอย่างเลี่ยงไม่ได้
ในขณะที่โอมกำลังจะจัดแจงกางเกงอยู่นั้นเอง เสียงปลดล็อกประตู (ซึ่งเขาล็อกไม่สนิท) ก็ดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของชายหนุ่มร่างสูงใหญ่คนหนึ่ง
"เกษ... พี่เอาของว่างที่อยากกินมาส่งให้แล้วนะ เห็นงานยุ่งๆ เลยแวบเข้ามา..."
ชายผู้มาใหม่คือ "พี่วี" สามีของครูเกษรา เขาหิ้วถุงขนมเข้ามาด้วยรอยยิ้ม แต่แล้วคำพูดก็หยุดกะทัดรัด เมื่อพบว่าคนที่อยู่ในห้องไม่ใช่ภรรยาของตน แต่เป็นโอมที่อยู่ในสภาพกึ่งเปลือยท่อนล่างและสวมเพียงเสื้อยืดสีชมพูที่เน้นหน้าอกหน้าใจจนดูอวบอัดผิดมนุษย์มนา
"เอ่อ... ครูโอม! ขอโทษครับ ผมนึกว่าเกศอยู่ในห้องนี้" วีเอ่ยเสียงตะกุกตะกัก แต่สายตาของเขากลับจับจ้องไปที่ "หน้าอกมหาศาล" ของโอมที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหายใจที่ตื่นตระหนก
ภายในห้องปฏิบัติการภาษาต่างประเทศที่เงียบสงัด วีรชัช หรือ พี่วี สามีของครูเกษราที่กำลังจะหมุนตัวเดินออกจากห้องไปนั้น จู่ ๆ ร่างกายของเขาก็เกิดอาการชะงักงัน ใบหน้าคมเข้มซีดเผือดลงอย่างรวดเร็วอันเนื่องมาจากโรคประจำตัวที่มักจะวูบหมดสติอยู่บ่อยครั้ง
"พี่วี! พี่วีครับ!" โอมร้องเรียกด้วยความตกใจเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ของนายทะเบียนหนุ่มทรุดฮวบลงกับพื้นห้อง โชคดีที่โอมเข้าไปประคองไว้ทัน ร่างของวีหมดสติไปนิ่งสนิทหายใจรวยริน
โอมประคองร่างของวีให้เอนพิงกับโซฟารับแขกในห้อง ในขณะนั้นเองความลับที่โอมแบกรับไว้ก็เริ่มประทุขึ้น หน้าอกมหาศาลภายใต้เสื้อยืดสีชมพูคัดตึงจนเจ็บแปลบ น้ำนมทิพย์เทวาพุ่งซ่านจนโอมรู้ดีว่านี่คือโอกาสเดียวที่จะช่วยเยียวยาชายผู้มีปัญหาด้านสุขภาพและช่วยเหลือครอบครัวของครูเกษราที่อยากมีลูกมานาน
โอมค่อยๆ เลิกเสื้อยืดสีชมพูขึ้น เผยให้เห็นปทุมถันขาวผ่องมหาศาลที่ตึงเปรี๊ยะราวกับจะปริแตก ยอดอกสีแดงทับทิมชูชันมีน้ำนมสีขาวบริสุทธิ์ไหลซึมออกมาเป็นทาง โอมประคองศีรษะของวีที่ยังคงหมดสติให้ซบลงที่ทรวงอกนุ่มหยุ่น ก่อนจะจ่อหัวนมเข้าที่ริมฝีปากของเขา
"อึก... อึก... อึก..."
ด้วยสัญชาตญาณของการเอาชีวิตรอด แม้วีจะหมดสติแต่ริมฝีปากกลับเผยอออกและเริ่มดูดกลืนน้ำนมทิพย์ที่พุ่งเข้าสู่ลำคออย่างเป็นจังหวะ โอมกอดศีรษะวีไว้แนบอก พลางลูบผมเขาอย่างเมตตา
น้ำนมทิพย์เทวาจากกายโอมไม่ใช่เพียงอาหาร แต่มันคือ "ยาทิพย์" ที่เปี่ยมไปด้วยพลังชีวิต ทันทีที่วีได้ดื่มกิน พลังงานความร้อนรุ่มเริ่มไหลเวียนไปตามเส้นเลือดของนายทะเบียนหนุ่ม ใบหน้าของเขาที่เคยซีดเซียวเริ่มมีเลือดฝาด ผิวพรรณดูเปล่งปลั่งขึ้น พลังแห่งน้ำนมทิพย์เทวากำลังเข้าไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอและปรับสมดุลฮอร์โมนในร่างกายที่ทำให้เขามีลูกยากให้กลับมาแข็งแรงสมบูรณ์ดั่งชายชาตรี
โอมนั่งให้นมวีอยู่นานนับสิบนาที หน้าอกมหาศาลค่อยๆ นุ่มนวลลงตามจังหวะการดูดของชายที่นอนนิ่ง กลิ่นหอมของน้ำนมทิพย์เทวาอบอวลไปทั่วห้อง ปิดกั้นโลกภายนอกไว้อย่างสมบูรณ์
บรรยากาศช่วงบ่ายภายในหอประชุมโรงเรียนวัดหนองดาวเหนือเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและเสียงปรบมือกึกก้อง การแสดงบนเวทีเริ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยมี ครูมาลาตี คอยกำกับการแสดงนาฏศิลป์ของนักเรียนที่ดูอ่อนช้อยสวยงาม สลับกับการบรรเลงดนตรีไทยที่เร้าใจจากวงของ ครูพงษ์เทพ
ท่ามกลางแสงไฟที่สลัวลงเพื่อให้ความสำคัญกับบนเวที โอม และ ครูเกษรา นั่งพักเหนื่อยอยู่บริเวณที่นั่งรับรองข้างซุ้มภาษาต่างประเทศ ทั้งคู่กำลังนั่งแกะถุงขนมทองหยิบทองหยอดและฝอยทองที่ วีรชัช เพิ่งนำมาให้
"โอมจ๊ะ ลองกินนี่ดูสิ พี่วีเขาอุตส่าห์ขับรถไปซื้อเจ้าดังในเมืองมาให้เลยนะ" ครูเกษราส่งขนมให้โอมพลางยิ้มอย่างมีความสุข "แปลกจัง วันนี้พี่วีเขาดูอารมณ์ดีผิดปกติ แถมดูหน้าตาแจ่มใสเหมือนคนไม่ได้อดหลับอดนอนทำงานทะเบียนมาทั้งอาทิตย์เลย"
โอมรับขนมเข้าปากพลางยิ้มละไม รู้สึกยินดีอยู่ลึก ๆ ที่เห็นผลลัพธ์ของน้ำนมทิพย์เทวาที่ช่วยฟื้นฟูร่างกายให้พี่ชายคนสนิท "สงสัยพี่วีเขาคงดีใจที่ได้มาเห็นงานสวยๆ ของพี่เกษมั้งจ๊ะ งานออกมาดีขนาดนี้ ใครเห็นก็ต้องสดชื่นเป็นธรรมดา"
"ก็น่าจะจริงจ๊ะ" เกษราหัวเราะเบาๆ ก่อนจะกระซิบข้างหูโอม "แต่เมื่อกี้ก่อนเขาจะไป เขาเข้ามากอดพี่แน่นเชียวล่ะ แถมยังบอกว่าคืนนี้จะรีบกลับบ้านมาช่วยพี่ 'ปั๊มลูก' จริงๆ จังๆ เสียที พี่ล่ะงงจริงๆ ไปเอาแรงมาจากไหน"
โอมแสร้งทำเป็นหัวเราะกลบเกลื่อน ทั้งที่ในใจรู้ดีว่าแรงมหาศาลนั้นมาจากไหน "แหม่... พี่เกษก็ พี่วีเขาคงเห็นพี่เกศเหนื่อยเลยอยากให้กำลังใจน่ะจ๊ะ"
หอประชุมโรงเรียนวัดหนองดาวเหนือกลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อถึงช่วงเวลาไฮไลท์ที่ทุกคนรอคอย นั่นคือการแสดงละครภาษาอังกฤษเรื่อง "Cinderella" ซึ่งเป็นการร่วมมือกันระหว่าง โอม และ ครูเกษรา โดยมีนักเรียนชั้นประถมที่เป็นลูกศิษย์ตัวน้อยร่วมแสดงอย่างตั้งใจ
ก่อนเริ่มการแสดง โอมและครูเกษราต้องช่วยกันแต่งตัวให้นักเรียนอยู่หลังม่าน ครูเกษรา คอยเช็กความเรียบร้อยของชุดราตรีฟูฟ่องของซินเดอเรลล่าตัวน้อย ส่วน โอม ในเสื้อยืดสีชมพูที่บัดนี้รัดตึงจนเห็นกล้ามเนื้อและทรวงอกมหาศาลเด่นชัด กำลังก้มลงช่วยจัดมงกุฎให้เจ้าชาย
"โอมจ๊ะ... ไหวไหม? เหงื่อออกเยอะเชียว" เกษราถามด้วยความเป็นห่วง เมื่อเห็นโอมเริ่มมีอาการหายใจติดขัด เพราะแรงดันกษีราเทวาในอกเริ่มพุ่งสูงขึ้นจากการที่เขาต้องขยับตัวทำกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง
"ไหวครับพี่เกษ แค่ลุ้นกับเด็กๆ น่ะครับ" โอมตอบพลางซ่อนความทรมานจากการคัดเต้าไว้ใต้รอยยิ้ม
เมื่อม่านเปิดออก แสงไฟสปอร์ตไลท์ส่องสว่างไปยังกลางเวที โอมและครูเกษราก้าวออกมาในฐานะผู้บรรยาย (Narrator) เพื่อนำเข้าสู่เรื่องราว
โอมยืนนสง่างามอยู่ฝั่งซ้ายของเวที เขาใช้เสียงทุ้มนุ่มนวลบรรยายเป็นภาษาอังกฤษสำเนียงเป๊ะจนคณะกรรมการเขตต้องพยักหน้าชม
ครูเกษรายืนอยู่ฝั่งขวา คอยกำกับจังหวะการเข้าออกของเด็กๆ อย่างคล่องแคล่ว
ในจังหวะที่ซินเดอเรลล่ากำลังเต้นรำกับเจ้าชาย โอมต้องใช้พลังเสียงและความรู้สึกในการพากย์เสียงสดประกอบการแสดง ความตื่นเต้นทำให้หัวใจเขาเต้นรัว ส่งผลให้กระบวนการผลิตน้ำนมทิพย์เทวายิ่งเร่งความเร็วขึ้น ภายใต้เสื้อยืดสีชมพูตัวบาง ปทุมถันมหาศาลเริ่มขยายตัวจนเสื้อแทบปริ ยอดอกที่แข็งชันเริ่มเสียดสีกับเนื้อผ้าจนโอมรู้สึกเสียวซ่านไปถึงขั้วหัวใจ
เมื่อถึงฉากที่เจ้าชายสวมรองเท้าแก้วให้ซินเดอเรลล่า และการแสดงจบลงด้วยเสียงปรบมือกึกก้อง โอมและครูเกษราจูงมือนักเรียนทุกคนออกมาโค้งคำนับขอบคุณผู้ชม
"Thank you everyone for coming to our show!" โอมกล่าวปิดท้ายด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าเล็กน้อยเพราะความคัดตึงที่พุ่งถึงขีดสุด
ท่ามกลางความวุ่นวายหลังเวทีที่เด็กนักเรียนต่างวิ่งกรูกันออกไปหาผู้ปกครอง โอม ยืนพิงเสาเวทีไม้ที่สั่นไหวเล็กน้อย ร่างกายของเขาบิดเร่าด้วยความทรมานที่พุ่งทะลุขีดจำกัด เสื้อยืดสีชมพูตัวบางบัดนี้เปียกชุ่มเป็นวงกว้างจากน้ำนมทิพย์ที่พุ่งกระฉูดออกมาไม่หยุด แรงดันมหาศาลทำให้โอมหน้ามืดจนเกือบจะล้มลง
"อื้อออ... ไม่ไหว... ใครก็ได้... ช่วยโอมที..." โอมครางแผ่ว ปลายนิ้วพยายามจะตะเกียกตะกายปลดเสื้อออกแต่ไร้เรี่ยวแรง
ในจังหวะที่สติของโอมกำลังจะหลุดลอย "พระเอกตัวจริง" ก็ปรากฏกายขึ้นท่ามกลางเงาสลัวหลังม่าน ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีเข้มที่ดูภูมิฐานแต่แฝงไปด้วยไออาคมอันทรงพลังก้าวเข้ามาประคองร่างของโอมไว้ได้ทันท่วงที
"พ่อครูธนู!"
ใช่แล้ว... ธนูไม่ได้กลับบ้านไปตามที่โอมคิด แต่เขาแอบเฝ้าดูเมียรักอยู่หลังเวทีตลอดเวลาด้วยความเป็นห่วง และเมื่อเห็นว่าพลังน้ำนมทิพย์เทวาในตัวโอมกำลังจะระเบิดออกมา เขาก็ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนทั้งสิ้น
"พี่บอกโอมแล้วใช่ไหม.. ว่าอย่าฝืนเกินกำลังของตัวเอง" ธนูเอ่ยเสียงต่ำพลางร่ายมนต์บดบังสายตาคนรอบข้าง (กำบังตน) ทำให้คนภายนอกมองเข้ามาเห็นเพียงม่านว่างเปล่า
ธนูช้อนอุ้มร่างที่อ่อนระทวยของโอมเข้าไปในมุมลับหลังเวทีที่เงียบที่สุด เขาไม่รอช้าจัดการเลิกเสื้อยืดสีชมพูขึ้น เผยให้เห็นปทุมถันมหาศาลที่ขาวผ่องจนเรืองรองในที่มืด ยอดอกสีทับทิมสั่นระริกพ่นน้ำนมทิพย์ออกมาเป็นสายราวกับน้ำพุ
"จ๊วบ!!! อึก... อึก... อึก... อึก!"
ธนูครอบครองยอดอกของโอมทันที เขาดูดดื่มน้ำนมที่อัดอั้นมาตลอดบ่ายอย่างหนักหน่วงและรวดเร็ว สองมือหนาบีบเค้นเต้านมที่นุ่มหยุ่นแต่ตึงเปรี๊ยะเพื่อให้ยาทิพย์ไหลเข้าสู่ลำคอของเขาได้สะดวกที่สุด โอมแหงนหน้าขึ้นพิงอกกว้างของสามีพลางครางระเส่าด้วยความเสียวซ่านและโล่งอกในเวลาเดียวกัน
"อ๊างงง... พี่ธนู... ดูดอีกครับ... เอาออกไปให้หมด... โอมทรมานเหลือเกิน"
ธนูเปลี่ยนมาดูดอีกข้างอย่างรู้งาน เขาใช้ลิ้นตวัดหยอกล้อกับหัวนมที่แข็งชันจนโอมเกร็งกระตุกไปทั้งร่าง แรงดูดของพ่อครูผู้ทรงอาคมนั้นรุนแรงจนหน้าอกของโอมยุบลงตามแรงชักนำ น้ำนมทิพย์เทวาสีขาวบริสุทธิ์ไหลเลอะตามมุมปากและหน้าอกของทั้งคู่จนขาวโพลน
หลังม่านเวทีที่ดูเหมือนจะเงียบสงบในสายตาคนนอก แต่ความจริงกลับเป็นสมรภูมิแห่งความเสียวซ่านและแรงศรัทธา พ่อครูธนู ยังคงทำหน้าที่ "ระบายยาทิพย์" ให้กับเมียรักอย่างต่อเนื่อง เสียงดูดดื่ม "จ๊วบ... จ๊วบ..." ดังคลอไปกับเสียงเพลงปิดงานเบาๆ โดยที่ไม่มีใครมองเห็นรอยเปียกชื้นหรือร่างของธนูที่กำลังซบหน้ากับอกมหาศาลของโอมเลยแม้แต่น้อย
ครูเกษรา เดินเข้ามาใกล้จนห่างจากโอมเพียงไม่กี่ก้าว เธอเห็นโอมนั่งพิงเก้าอี้ไม้หลังเวที หลับตาพริ้ม ใบหน้าแดงก่ำ และหอบหายใจถี่ประหนึ่งคนเพิ่งวิ่งระยะไกลมา
"โอมจ๊ะ... เป็นอะไรหรือเปล่า นั่งหอบเชียว" เกศราเอ่ยถามด้วยความสงสัย เธอเห็นโอมนั่งตัวสั่นน้อยๆ แต่ในสายตาเธอก็เห็นเพียงโอมนั่งอยู่คนเดียว "งานเสร็จแล้วนะจ๊ะ ผอ. เรียกให้ไปถ่ายรูปหมู่ปิดงานที่หน้าซุ้มภาษาไทยจ้ะ"
โอมที่กำลังถูกธนูบีบเค้นเต้านมอย่างหนักอยู่ใต้มนต์บังตา ถึงกับสะดุ้งสุดตัว เขาพยายามกลั้นเสียงครางประหลาดเอาไว้ในลำคอ ใบหน้าเหยเกเพราะความเสียวที่สามีมอบให้สลับกับการต้องปั้นหน้าตอบรุ่นพี่
"อะ... อ้อ... พี่เกษ โอมขอพักสักครู่นะครับ พอดี... อึก... หน้ามืดนิดหน่อย เดี๋ยวโอมตามไปนะครับ" โอมตอบเสียงสั่นพร่า มือเรียวที่วางอยู่บนตักขยำกางเกงจนยับย่นเพื่อระบายความสยิว
"จมูกพี่เป็นอะไรนะ... ทำไมได้กลิ่นหอมเหมือนน้ำนมข้นหวานเลย" เกษราทำจมูกฟุดฟิดพลางมองไปรอบๆ ตัวโอม "หรือว่าขนมที่พี่วีเอามาให้มันหกเลอะเสื้อโอมจ๊ะ?"
โอมใจตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม เพราะตอนนี้น้ำนมทิพย์เทวากำลังพุ่งกระฉูดเข้าปากธนูจนแทบจะล้นออกมา แต่เพราะอาคมบังตาที่กล้าแกร่งของพ่อครู ทำให้เกษรามองเห็นเพียงเสื้อยืดสีชมพูที่ดูเรียบร้อยดี (ทั้งที่ความจริงธนูเปิดมันขึ้นจนเห็นยอดอกหมดแล้ว)
"สงสัยจะใช่ครับ พี่เกษ... พี่เกศไปก่อนเลยนะจ๊ะ เดี๋ยวโอมจัดการตัวเองเสร็จแล้วจะรีบตามไปครับ"
เมื่อครูเกษราเดินคล้อยหลังไปพร้อมกับความฉงนเล็กน้อย ธนูก็ถอนริมฝีปากออกจากยอดอกที่บัดนี้แดงช้ำและนุ่มนิ่มลง เขาเงยหน้าขึ้นมองโอมด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ คราบน้ำนมสีขาวขุ่นยังติดอยู่ที่ริมฝีปากของพ่อครู
"เกือบไปแล้วนะโอม... ถ้าพี่ไม่ใช่อาคมเก็บเสียงของเมียพี่ ป่านนี้ครูเกษราคงได้ยินเสียงครางของโอมไปแล้ว" ธนูพึมพำพลางช่วยจัดแจงปิดเสื้อยืดสีชมพูให้โอมอย่างเบามือ "ไปเถอะ... ไปถ่ายรูปหมู่ให้เสร็จ พี่จะไปสตาร์ทรถรอที่หน้าอาคาร"
เมื่อแสงอาทิตย์ยามเย็นเริ่มทอแสงสีทองพาดผ่านสนามหญ้า งานวิชาการวันแรกของโรงเรียนวัดหนองดาวเหนือก็ปิดฉากลงอย่างสวยงาม คณะกรรมการเขตต่างเดินทางกลับด้วยรอยยิ้มและความประทับใจ โดยเฉพาะความลับที่ซ่อนอยู่ในตัวของครูภาษาอังกฤษหน้าหวานที่ทำให้พวกเขาได้กลิ่นอายแห่งสรวงสวรรค์ตลอดทั้งวัน
คณะครูคนอื่นๆ เริ่มแยกย้ายกันเก็บของและเตรียมตัวกลับบ้าน ครูเกษรา เดินมาส่งโอมที่หน้าอาคารพร้อมกับขอบคุณอีกครั้งสำหรับขนมและมิตรภาพ
โอมก้าวขึ้นรถกระบะของ พ่อครูธนู ที่จอดรออยู่ด้วยความรู้สึกโล่งอกอย่างบอกไม่ถูก หน้าอกมหาศาลที่เคยคัดตึงจนแทบระเบิด บัดนี้กลับมานุ่มหยุ่นและสบายตัวเพราะการ "ระบาย" อย่างทันท่วงทีของสามีหลังม่านเวที
"เหนื่อยไหมโอม?" ธนูเอ่ยถามพลางยื่นขวดน้ำเย็นๆ ให้เมียรัก ในขณะที่รถเคลื่อนตัวออกจากโรงเรียนผ่านทุ่งนาสีเขียวขจี
"เหนื่อยครับ พี่ธนู แต่โอมก็ภูมิใจที่เห็นเด็กๆ มีความสุข" โอมตอบพลางพิงศีรษะลงบนไหล่แกร่ง "วันนี้ถ้าไม่ได้พี่ธนูช่วยไว้ โอมคงแย่แน่ ๆ"
ธนูยิ้มที่มุมปาก มือหนึ่งกุมพวงมาลัย อีกมือหนึ่งเอื้อมมาลูบไล้ไปที่ต้นขาของโอมอย่างรักใคร่
สุดยอดเลยครับ ตอนนี้มีอะไรมาให้สยิวอารมณ์ ได้ผชเพิ่มแล้ว ชอบจัง สนุกมากครับ ขอบคุณมากๆนะครับ ขอบคุณครับ สุดจัด ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ
หน้า:
[1]