มนตราหยาดทิพย์กษีราธารา ตอนที่ 29:จุดจบไสยดำอันชั่วร้าย
พริบตาที่ ฤาษีทมิฬ พ่นหมอกสีเลือดคุกคามชาวบ้าน พ่อครูธนู ก็ไม่รอช้า ร่างกำยำในชุดพราหมณ์สีขาวสะอาดสะอ้านพุ่งทะยานออกไปดุจพยัคฆ์ติดปีก พระขรรค์เทวฤทธิ์ ในมือขวาเปล่งแสงทองเจิดจ้าตัดผ่านความมืดมิด เข้าปะทะกับ ไม้เท้ากะโหลก ของฤาษีทมิฬอย่างรุนแรง!
"เปรี้ยง!!!"
เสียงปะทะกันของอาคมดังกึกก้องราวกับฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ ประกายไฟสีทองและสีแดงกระเด็นสาดกระจายไปทั่วลานวัด แรงอัดมหาศาลทำให้พื้นดินแตกร้าวเป็นเสี่ยง ๆ
ฤาษีทมิฬกวัดแกว่งไม้เท้าหัวกะโหลกที่บรรจุอาคมสูบโลหิต ทุกครั้งที่ไม้เท้ากวาดผ่านอากาศ จะเกิดเป็นรังสีสีดำแดงรูปเคียวพุ่งเข้าหาธนู "ตายซะเถอะไอ้หน้าอ่อน! เลือดของเจ้าจะกลายเป็นเครื่องสังเวยให้แก่ข้า!"
พ่อครูธนูใช้ความคล่องตัวและตบะบารมีที่เหนือกว่า ตวัดพระขรรค์ทองคำรับการโจมตีได้ทุกทิศทาง ท่านร่ายพระคาถามหาจักรพรรดิหนุนนำพลัง "พุทธะ สังขะ เมตตา... สยบมารร้ายให้พินาศ!"
พระขรรค์เทวฤทธิ์พุ่งเข้าแทงที่หน้าอกของฤาษีทมิฬ แต่ถูกอาคมหนังเหนียวสะท้อนกลับ ฤาษีทมิฬหัวเราะร่าและฟาดไม้เท้าลงพื้น ปล่อยวิญญาณสัมภเวสีนับร้อยพุ่งเข้าใส่ธนู หวังจะกัดกินวิญญาณของจอมขมังเวทย์ฝ่ายขาว
โอม ที่ยืนเฝ้ามองดูอยู่บนกุฏิหลวงพ่อเอก เห็นสามีตกอยู่ในวงล้อมของวิญญาณร้าย หน้าอกของเขาก็คัดแน่นจนทนไม่ไหว โอมตัดสินใจพนมมือตั้งจิตถึงพ่อครูธนู "พี่ธนู... รับพลังของโอมไป!"
ทันใดนั้น พลังจากน้ำนมทิพย์เทวาในกายโอมที่เปี่ยมไปด้วยเมตตามหานิยมและพลังกษีราบริสุทธิ์ ก็แผ่ซ่านออกมาเป็นออร่าสีขาวนวลพุ่งออกจากกุฏิไปครอบคลุมตัวธนูไว้ พลังนี้ช่วยล้างไอพิษจากวิญญาณสัมภเวสี ทำให้พวกมันไม่อาจเข้าใกล้ธนูได้แม้แต่ปลายผม
เมื่อได้รับพลังหนุนจากโอม ธนูรู้สึกได้ถึงพละกำลังมหาศาล ท่านสวม สร้อยประคำมุกนิลกาฬ ไว้ที่มือซ้ายแล้วกระชากพระขรรค์ขึ้นฟ้า อัญเชิญสายฟ้าเทวฤทธิ์ฟาดลงมาที่ปลายดาบ
"จงพินาศไปพร้อมกับวิชาชั่วของเจ้า! ยะธาพุทโมนะ!"
ธนูพุ่งตัวเข้าหาฤาษีทมิฬในจังหวะที่มันเสียหลักจากแรงสะท้อนของพลังโอม พระขรรค์ทองคำพุ่งวาบเข้าหาลำคอของฤาษีทมิฬทันที!
ประกายแสงสีทองจาก พระขรรค์เทวฤทธิ์ เจิดจ้าจนกลบแสงจันทร์ในคืนนั้น เมื่อพ่อครูธนูรวบรวมพลังตบะทั้งหมดบวกกับพลังกษีราที่ส่งมาจากโอม ฟาดฟันดาบศักดิ์สิทธิ์ลงไปเต็มเหนี่ยว
"เปรี้ยง!!! เพล้ง!"
เสียงไม้เท้ากะโหลกซึ่งเป็นที่สถิตของวิญญาณอาถรรพ์แตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ เศษกะโหลกที่บรรจุอาคมสูบโลหิตกระเด็นไปคนละทิศละทาง เสียงร้องโหยหวนที่ดังออกมาจากไม้เท้านั้นบาดลึกไปถึงขั้วหัวใจของทุกคนในลานวัด ก่อนจะเงียบหายไปพร้อมกับการพังทลายของสื่อนำไสยดำ
"อ๊ากกกกกกกก!"
ฤาษีทมิฬ แผดร้องด้วยความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส เมื่อเครื่องรางคู่กายถูกทำลาย พลังคุณไสยดำที่เขาสั่งสมมาจากการดื่มเลือดและสูบวิญญาณหญิงสาวก็เกิดการ "ตีกลับ" เข้าหาเจ้าของทันที รอยสักอักขระสีเลือดบนตัวของเขาลุกไหม้เป็นไฟสีดำสนิท
ร่างกำยำนั้นเริ่มสั่นเทิ้มและขยายพองออกด้วยแรงอัดของวิญญาณที่พยายามจะฉีกร่างเขาออกมาเพื่อล้างแค้น เพียงชั่วอึดใจ ร่างของฤาษีทมิฬก็ระเบิดออกดัง "ตู้ม!" กลายเป็นหมอกควันสีดำทมิฬที่เหม็นคาวเลือดและซากศพ ก่อนจะถูกแสงสว่างจากพระขรรค์ของธนูแผดเผาจนสลายไปในอากาศ ไม่เหลือแม้แต่ธุลีดิน
เมื่อควันดำสลายไป แสงจันทร์ก็สาดส่องลงมายังลานวัดอีกครั้ง บรรยากาศที่เคยหนักอึ้งและหนาวเหน็บมลายหายไปสิ้น ชาวบ้านที่เคยถูกมนต์ดำครอบงำต่างพากันได้สติและรู้สึกปลอดโปร่งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
พ่อครูธนู ยืนหอบหายใจน้อยๆ พลางเก็บพระขรรค์เข้าฝัก ท่านหันไปมองทางกุฏิของหลวงพ่อเอก และเห็น โอม วิ่งลงมาหาด้วยความดีใจ
"พี่ธนู! พี่ไม่เป็นอะไรนะครับ?" โอมโผเข้ากอดสามีด้วยความเป็นห่วง ทรวงอกมหาศาลที่ยังคงมีหยดน้ำนมซึมออกมาบางๆ ปะทะเข้ากับแผ่นอกกว้างของธนู ช่วยถ่ายเทพลังชีวิตให้ธนูฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว
"พี่ไม่เป็นไรโอม... มารร้ายพ่ายแพ้ต่อพุทธคุณและพลังบริสุทธิ์ของเจ้าแล้ว" ธนูลูบหัวโอมด้วยความรัก
ชาวบ้านในหมู่บ้านหนองดาวเหนือต่างกันพลอยดีใจไปด้วยที่เหตุการณ์ร้ายในหมู่บ้านจบลง ทุกคนพากันแยกย้ายกลับบ้านใครบ้านมันเหมือนกับธนูกับโอมที่กลับบ้านสวนมณีเทวา
หลังจากที่ความวุ่นวายและกลิ่นอายแห่งมนต์ดำถูกชำระล้างจนสิ้นซาก บ้านสวนมณีเทวากลับมาสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง แสงจันทร์วันเพ็ญสาดส่องผ่านหน้าต่างห้องพระที่ปิดสนิท โอม รู้ดีว่าพลังที่ พ่อครูธนู เสียสละไปในการดวลกับฤาษีทมิฬนั้นมหาศาล และไม่มีสิ่งใดจะเยียวยาธาตุขันธ์ของจอมขมังเวทย์ได้ดีไปกว่า "น้ำนมทิพย์เทวา" จากกายของเขาเอง
"พี่ธนูครับ... คืนนี้โอมจะเป็นของพี่เพียงคนเดียว โอมจะปรนนิบัติพี่ให้สมกับที่พี่ปกป้องโอมและชาวบ้านนะครับ" โอมเอ่ยเสียงพร่าพลางค่อยๆ ปลดสายคาดเอวผ้าซิ่นสีขาวออก จนร่างกายเปลือยเปล่าขาวผ่องราวกับสลักจากหยกปรากฏต่อหน้าสามี
ธนูที่นั่งพักผ่อนอยู่ในชุดนุ่งขาวห่มขาว ถึงกับหายใจติดขัดเมื่อเห็นปทุมถันมหาศาลที่คัดตึงจนเส้นเลือดฝอยสีเขียวจางๆ ปรากฏเด่นชัด ยอดอกสีทับทิมสั่นระริกพ่นหยดน้ำนมทิพย์ออกมาเป็นสายเล็กๆ ราวกับรอคอยการสัมผัส
"มาหาพี่เถิดโอม... พี่หิวกระหายในตัวเมียของพี่ยิ่งนัก" ธนูคำรามพลางคว้าเอวบางของโอมเข้ามากอดแนบชิด ใบหน้าคมเข้มซุกลงกับร่องอกที่กว้างขวางและนุ่มหยุ่นอย่างรุนแรง
"จ๊วบ! อึก... อึก... แฮ่ก..."
ธนูครอบริมฝีปากลงบนยอดอกข้างซ้ายแล้วดูดดื่มอย่างมูมมามพละกำลังของจอมขมังเวทย์กลับมาพุ่งพล่านทันทีที่น้ำนมรสหวานหอมไหลเข้าสู่ลำคอ สองมือหนาบีบเค้นเต้านมขนาดใหญ่โตจนมันปลิ้นล้นออกมาตามง่ามนิ้ว โอมเชิดหน้าขึ้นระบายลมหายใจยาว ขยุ้มผมของสามีไว้แน่นพลางแอ่นอกรับความเร่าร้อน
"อ๊าาา... พี่ธนู... แรงอีกจ้ะ ดูดให้หมดเต้าเลย โอมคัดไปหมดแล้ว อื้อออ!" โอมครางเสียงสั่น เมื่อธนูสลับมาจัดการกับเต้าขวาอย่างรวดเร็ว ลิ้นร้อนตวัดรัวรอบยอดอกจนโอมตัวสั่นเทิ้มด้วยความกระสัน
ธนูไม่ปล่อยให้เวลาเสียเปล่า เขาอุ้มโอมขึ้นไปบนแท่นไม้แกะสลักกลางห้องพระ ท่ามกลางเสียงบทสวดที่ยังแว่วอยู่ในโสตประสาท ธนูแยกขาเรียวขาวของโอมออกกว้าง เผยให้เห็นส่วนอ่อนไหวที่เปียกชื้นและสั่นระริก เขาแทรกกายที่กำยำเข้ากลางหว่างขาโอม แล้วกดแทรกความเป็นชายที่แข็งขึงและเปี่ยมด้วยอาคมเข้าสู่กายโอมอย่างหนักหน่วงในคราวเดียว
"ปึก!!!... อ๊างงงงง!"
โอมแผดเสียงร้องด้วยความเสียวซ่านถึงขีดสุด ร่างกายโอบรับตัวตนของสามีไว้แน่นหนา ธนูเริ่มขยับโยกคลอนกายอย่างรวดเร็วและรุนแรงตามจังหวะความกระหายที่สั่งสมมา ทุกครั้งที่กระแทกกระทั้น น้ำนมจากอกโอมก็พุ่งกระฉูดออกมาเลอะหน้าอกของธนูและใบหน้าของโอมเอง กลิ่นหอมของน้ำนมทิพย์เทวาผสมผสานกับกลิ่นเหงื่อและคาวกามจนอบอวลไปทั่วห้อง
"โอม... เจ้าคือชีวิตของพี่... อึก... เจ้าคือพลังของพี่!" ธนูคำรามพร้อมกับเร่งจังหวะให้เร็วขึ้นจนเกิดเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสนั่น "พั่บๆๆๆๆ!"
"พี่ธนู... แรงๆ จ้ะ... โอมจะแตกแล้ว... โอ๊ยยย... น้ำนมมันพุ่งไม่หยุดเลยพี่!" โอมสะบัดหน้าไปมา ปทุมถันคู่โตส่ายไหวรุนแรงตามจังหวะกระแทก ธนูโน้มตัวลงไปงับยอดอกโอมไว้แน่นขณะที่ท่อนล่างยังคงทำหน้าที่อย่างดุดัน
ในวินาทีสุดท้าย ธนูกระแทกเน้นๆ เข้าไปจนสุดทางพร้อมกับปลดปล่อยหยาดพลังงานสีขาวขุ่นที่เข้มข้นด้วยตบะบารมีเข้าสู่ภายในของโอม ในขณะที่โอมเองก็เกร็งกระตุก พ่นน้ำนมทิพย์ออกมาเปรอะเปื้อนจนชุ่มโชกไปทั้งร่างของกันและกัน
ทั้งคู่ซบหน้าเข้าหากันหอบหายใจถี่ท่ามกลางความเงียบของราตรี พลังงานที่แลกเปลี่ยนกันในคืนนี้ทำให้ทั้งธนูและโอมแข็งแกร่งขึ้นอย่างมหาศาล และเป็นพันธสัญญาใจว่าพวกเขาจะอยู่เคียงข้างกันตลอดไป
แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าส่องลอดผ้าม่านเข้ามายังห้องนอนที่ยังอบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความรัก แต่เมื่อ โอม พยายามจะขยับกายลุกขึ้นเพื่อเตรียมตัวไปโรงเรียนตามหน้าที่ เขากลับถูกวงแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของ พ่อครูธนู รวบเอวบางเอาไว้แน่นแล้วดึงกลับลงมาจมกับฟูกนุ่มอีกครั้ง
"พี่ธนู... เช้าแล้วนะครับ โอมต้องไปสอนเด็กๆ เดี๋ยวจะสายเอา" โอมเอ่ยเสียงเบาพลางหันมามองสามีที่ยังคงหลับตาพริ้ม แต่รอยยิ้มที่มุมปากกลับดูเจ้าเล่ห์นัก
"วันนี้พี่ไม่ให้ไป... พี่สั่งหยุดให้เจ้าเป็นกรณีพิเศษ" ธนูเอ่ยเสียงทุ้มต่ำพลางพลิกตัวขึ้นมาคร่อมร่างโอมไว้ "เมื่อคืนโอมโคตรวิเศษมากเลยรู้ไหม จนพี่อยากจะกักเก็บมันไว้กับตัวพี่คนเดียวทั้งวัน"
ธนูไม่พูดเปล่า เขาก้มลงซุกไซ้ซอกคอขาวผ่องของโอม มือหนาเลื่อนขึ้นมากุมปทุมถันมหาศาลที่เริ่มกลับมาคัดแน่นเพราะกลไกของร่างกายของโอมที่ผลิตน้ำนมออกมาไม่หยุดหย่อน ยิ่งถูกสัมผัสยอดอกสีหวานก็ยิ่งชูชันพุ่งหยดน้ำนมออกมาเปรอะเปื้อนผ้าปูที่นอน
"อื้อออ... พี่ธนู... ใจคอจะไม่ให้โอมได้พักเลยหรือจ๊ะ" โอมครางแผ่วพลางแอ่นอกขึ้นเบียดเสียดกับแผ่นอกกว้างของสามีอย่างลืมตัว
"จ๊วบ... จ๊วบ..."
ธนูเริ่มดูดดื่มน้ำนมยามเช้าจากอกโอมอย่างใจเย็นแต่หนักหน่วง พลังน้ำนมทิพย์ที่เพิ่งผลิตออกมาใหม่ๆ ในเช้านี้ช่างหอมหวานและสดชื่นจนธนูถอนตัวไม่ขึ้น เขาใช้มือบีบเค้นฐานอกนุ่มหยุ่นจนน้ำนมพุ่งกระฉูดเลอะเต็มหน้าแขนของเขา
"วันนี้โอมต้องอยู่ปรนนิบัติพี่... ทั้งในห้องนอนและในสวน พี่จะให้คนงานไปบอก ผอ. เองว่าเจ้าไม่สบาย" ธนูเงยหน้าขึ้นมาสบตาโอมด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยตัณหาและอาคม "พี่อยากจะเสพสมกับเจ้าให้หนำใจ ให้สมกับที่พี่ปกป้องเจ้ามาได้"
โอมได้แต่พยักหน้ายอมรับชะตากรรมที่แสนหวาน เขาโอบรอบคอสามีไว้แน่น เตรียมรับบทรักที่เร่าร้อนยาวนานไปตลอดทั้งวันโดยไม่ต้องพะวงถึงภาระทางโลกใด
ธนู ไม่ปล่อยให้เวลาเช้าอันเงียบสงบผ่านไปเปล่าๆ เขาจัดแจงพลิกกายขาวผ่องของ โอม ให้ยันกายไปกับเตียงนุ่มในท่าคลานเข่า เผยให้เห็นสะโพกกลมมนผุดผ่องราวกับสลักจากหินอ่อนสีขาว
"พี่ธนู... อื้ออ... โอมเสียวเหลือเกินครับ" โอมครางเครือ ใบหน้าซุกลงกับหมอน ปทุมถันมหาศาลทิ้งตัวลงตามแรงโน้มถ่วงส่ายไหวรุนแรง ยอดอกที่เปียกชุ่มด้วยน้ำนมทิพย์พ่นหยดสีขาวบริสุทธิ์ออกมาเปรอะเปื้อนผ้าปูที่นอนตามจังหวะการหายใจที่หอบถี่
ธนูมองดู "รูทวารสวรรค์" สีระเรื่อที่สั่นระริกอยู่ตรงหน้าด้วยความโหยหา เขาใช้พระขรรค์แห่งกามารมณ์ที่แข็งขึงปานแท่งเหล็กร้อน ถูไถไปตามร่องก้นเนียนละเอียด ก่อนจะกดแทรกตัวตนอันมหึมาเข้าสู่กายโอมอย่างรวดเร็วและหนักหน่วง
"สวบ!!!... อ๊างงงงงงง!"
โอมแผดเสียงร้องลั่นเมื่อความใหญ่โตอัดแน่นเข้ามาจนสุดทาง ความรู้สึกคับแน่นและเสียวซ่านแล่นพล่านไปตามกระดูกสันหลัง ธนูไม่รอช้า เขาขยับโยกสะโพกกำยำกระแทกกระทั้นเข้าใส่รูทวารสวรรค์ของเมียหนุ่มอย่างบ้าคลั่ง
"พั่บ! พั่บ! พั่บ! พั่บ!"
เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสนั่นสะท้อนก้องห้องนอนไม้ ธนูขยุ้มเอวบางของโอมไว้แน่นเพื่อเป็นหลักยึดในการส่งแรงกระแทก ทุกจังหวะที่โถมกายเข้าใส่ ปทุมถันคู่โตของโอมก็เหวี่ยงกระแทกไปมา น้ำนมทิพย์เทวาพุ่งกระฉูดออกมาจากอกไม่ขาดสายราวน้ำพุที่พังทลาย
"อื้อออ... พี่ธนู... แรงอีกจ๊ะ! กระแทกโอมแรง ๆ อ๊าาา... พลังของพี่มันร้อนเหลือเกิน!" โอมครางกระเส่าพลางแอ่นสะโพกรับแรงส่งอย่างไม่ยอมแพ้
ธนูยิ่งได้ใจ เขาโน้มตัวลงมาหมอบทับแผ่นหลังเนียน สองมือเอื้อมไปใต้ร่างเพื่อบีบเค้นเต้านมมหาศาลทั้งสองข้างอย่างมันมือ พร้อมกับเร่งจังหวะท่อนล่างให้ถี่รัวจนโอมหัวสั่นหัวคลอน
"อึก... โอม... เจ้าช่างหวานไปทั้งตัวจริงๆ!" ธนูคำรามก่อนจะสะบัดกายเร่งเครื่องถึงขีดสุด เขาคุมธาตุในกายให้พุ่งพล่านเข้าสู่จุดยึดเหนี่ยวภายในของโอม
ในนาทีสุดท้าย ธนูกระแทกเน้นๆ เข้าไปสามสี่ครั้งซ้อนจนโอมตัวโก่งสะดุ้งสุดตัว กายแกร่งปลดปล่อยลาวาร้อนสีขาวขุ่นเข้าสู่รูทวารสวรรค์จนล้นปรี่ ในขณะที่โอมเองก็เกร็งกระตุก พ่นน้ำนมทิพย์ออกมาจนท่วมอกและไหลนองไปตามลำตัว ทั้งคู่ฟุบลงแนบชิดกัน ลมหายใจอุ่นๆ รดรินต้นคอท่ามกลางความสุขสมที่เปี่ยมล้น
ธนูยังคงสวมกอดโอมไว้จากด้านหลัง ไม่ยอมถอดถอนกายออกไปง่าย ๆ เขารู้สึกได้ถึงพลังที่ได้รับการฟื้นฟูอย่างสมบูรณ์ในครั้งนี้โอมนอนหอบหายใจรวยริน ใบหน้าแดงซ่านด้วยพิษรัก ผิวพรรณดูเปล่งปลั่งและดูอ่อนวัยลงไปอีกจากการได้รับน้ำวิสุทธิ์ของธนูเข้าสู่ร่างกายโดยตรง
สนุกมากครับ ขอบคุณครับ เสียววว ขอบคุณมากครับ ขอบคุณมากๆนะครับ ขอบคุณครับ สนุกดี ขอบคุณมากครับ ขอบคุณครับ
หน้า:
[1]