Ohmfany14 โพสต์ 4 วันที่แล้ว

มนตราหยาดทิพย์กษีราธารา ตอนที่ 28 :ขจัดสิ่งชั่วร้ายให้สิ้นไป



เช้าวันอังคารที่ควรจะสดใสกลับถูกปกคลุมด้วยบรรยากาศอึมครึมและกลิ่นอายแห่งความหวาดกลัว เมื่อมีเสียงประกาศตามสายประกาศผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่บ้านในตำบลนี้มารวมศาลาเอนกประสงค์ของบ้านของกำนันชัยวุฒิ ชาวบ้านต่างจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ด้วยอาการขวัญผวา เพราะมีการพบศพ หญิงสาวรายที่สาม เสียชีวิตอย่างปริศนาในสภาพที่ถูกสูบเลือดจนตัวซีดขาวไม่ต่างจากสองรายแรก

ณ ห้องประชุมสภาตำบล กำนันชัยวุฒิ นั่งหน้าเครียดอยู่หัวโต๊ะ พร้อมด้วยผู้ใหญ่บ้านจากทุกหมู่ในตำบลหนองดาวเหนือ และที่ขาดไม่ได้คือ พ่อครูธนู ที่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมประชุมในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านไสยเวทย์และผู้นำทางจิตวิญญาณของพื้นที่

"มันเป็นครั้งที่สามแล้วนะพ่อครู! รอบนี้เป็นลูกสาวบ้านท้ายทุ่ง สภาพศพเหมือนโดนสูบเลือดไปจนหมด" กำนันชัยวุฒิเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ชาวบ้านเริ่มจะอยู่กันไม่ได้แล้ว พวกเขาหาว่าหมู่บ้านเราโดนอาถรรพ์"

พ่อครูธนูนั่งนิ่งสงบ ดวงตาคมกริบมองดูรูปถ่ายสภาพศพและแผนที่จุดเกิดเหตุ ท่านสัมผัสได้ถึงไอสีดำที่รุนแรงขึ้นกว่าทุกครั้ง

"มันเป็นการตายที่ผิดธรรมชาติมากนะกำนัน" ธนูเอ่ยเสียงเรียบแต่ทรงพลัง "มันน่าเกี่ยวกับอาคมไสยดำที่ชื่อวิชาสูบโลหิตเป็นอาคมไสยดำที่ชั่วช้าที่สุด"

กำนันชัยวุฒิพยักหน้าเห็นด้วย "แล้วพ่อครูพอจะรู้ไหมครับว่าทำไมมันต้องฆ่าหญิงสาว” ธนูตอบไปว่า “ไอ้คนใช้อาคมนี้กำลังบาดเจ็บสาหัส มันต้องเลือดสาวพรหมจรรย์มารักษาอาการบาดเจ็บของมัน”

เสียงซุบซิบดังขึ้นทั่วศาลา บางคนถึงกับหน้าถอดสีเมื่อรู้ว่ากำลังรับมือกับสิ่งเหนือธรรมชาติที่โหดเหี้ยม

"แล้วเราจะทำยังไงดีครับพ่อครู? มนต์ป้องกันที่เรามีจะเอาอยู่ไหม?" ผู้ใหญ่บ้านหมู่บ้านหนึ่ง เอ่ยถาม

พ่อครูธนูยืนขึ้นเต็มความสูง กลิ่นธูปหอมจางๆ แผ่ออกมาจากกายท่านจนชาวบ้านที่กำลังตื่นตระหนกเริ่มรู้สึกสงบลงอย่างประหลาด ท่านกวาดสายตาคมกริบมองไปยังกำนันและผู้ใหญ่บ้านทุกคนด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด

"ในเมื่ออาคมไสยดำมันรุนแรงถึงเพียงนี้ ลำพังการกั้นเขตหรือตรวจตราเพียงอย่างเดียวคงไม่พอ" พ่อครูธนูเอ่ย "ข้าขอเสนอให้เราจัด พิธีชุมนุมเทวดา สวดพระปริตรและมนต์มหาจักรพรรดิเพื่อขับไล่สิ่งชั่วร้ายออกจากแผ่นดินหนองดาวเหนือทั้งหมด!"

กำนันชัยวุฒิรีบพยักหน้าเห็นพ้อง "ดีครับพ่อครู แล้วเราต้องเตรียมการอย่างไรบ้างครับ?"

"พิธีนี้ต้องใช้พลังงานบริสุทธิ์จากทุกทิศ" พ่อครูธนูเริ่มวางแผน "ผมจะให้ชาวบ้านทุกคนมารวมตัวกันที่ลานหน้าวัดหนองดาวเหนือในวันพรุ่งนี้ เตรียมเครื่องบวงสรวงชุดใหญ่”

เมื่อโอมเดินทางกลับจากวัดหนองดาวเหนือหลังจากค้างคืนปรนนิบัติหลวงพ่อเอก กลิ่นอายแห่งบุญบารมีและพลังกษีราที่เพิ่งผ่านการชำระล้างจากต้นกำเนิดมานั้น แผ่ซ่านออกมาจนทำให้บ้านสวนมณีเทวาดูสว่างไสวผิดตา โอมเดินเข้าบ้านด้วยท่าทางนอบน้อมและสงบเสงี่ยม

เขาค่อยๆ ผลักประตูห้องพระเข้าไปอย่างแผ่วเบา พบว่า พ่อครูธนู กำลังนั่งขัดสมาธิอยู่หน้าโต๊ะหมู่บูชา ร่างกายหนาบึกบึนของท่านนิ่งสนิทดุจรูปปั้นหิน ทว่ารอบกายกลับมีรัศมีสีทองจางๆ วนเวียนอยู่ กลิ่นกำยานและกลิ่นว่านยาหอมฟุ้งไปทั่วห้อง เพื่อรวบรวมสมาธิจิตเตรียมรับมือกับไสยดำที่กำลังคุกคามหมู่บ้าน

โอมไม่ได้เข้าไปขัดจังหวะ เขาเพียงแต่ทรุดตัวลงกราบที่หน้าประตูห้องพระ แล้วนั่งพับเพียบพนมมือหลับตาลงข้างๆ สามี เพื่อส่งกระแสจิตร่วมอนุโมทนาในการทำสมาธิครั้งนี้

ในห้องพระที่อบอวลไปด้วยกลิ่นธูปและมนต์ขลัง พ่อครูธนู ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นจากการทำสมาธิอันล้ำลึก ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อจากสภาวะจิตที่ต้องต่อสู้กับภาพนิมิตอันรุนแรง เมื่อเขาเห็นโอมนั่งพับเพียบอยู่เคียงข้างด้วยความสงบ ธนูก็รู้สึกถึงความผูกพันและพลังชีวิตที่แผ่ออกมาจากตัวเมียรัก

"โอม..." ธนูเอ่ยเสียงพร่า แววตาที่เคยแข็งกร้าวขณะทำสมาธิกลับดูอ่อนแสงลงและเต็มไปด้วยความต้องการ "พี่รวบรวมสมาธิเพื่อแผ่เมตตาและกางอาคมจนธาตุในกายพี่มันปั่นป่วนไปหมด ลำพังแค่สมาธิจิตอย่างเดียวคงไม่พอ พี่ต้องพึ่งพาพลังน้ำนมทิพย์เทวาจากตัวเมียของพี่ช่วยปรับสมดุลธาตุในตัวพี่ให้มั่นคง ก่อนที่จะต้องออกไปสู้กับไสยดำที่ชั่วร้ายในคืนนี้"

ธนูเอื้อมมือมากุมมือโอมไว้แน่น "โอม... ช่วยพี่หน่อยเถอะนะครับ พี่ต้องการพลังน้ำนมทิพย์เทวาของเจ้าตอนนี้"

โอมพยักหน้าด้วยความเต็มใจ เพราะเขารู้ดีว่าพลังน้ำนมในอกของเขานั้นคือ 'โอสถทิพย์' ที่ดีที่สุดสำหรับผู้ทรงอาคมอย่างธนู โอมค่อยๆ ขยับตัวเข้าไปนั่งตรงหน้าสามี แล้วปลดกระดุมเสื้ออย่างช้าๆ จนปทุมถันมหาศาลคู่โตที่เพิ่งผ่านการบ่มเพาะพลังศักดิสิทธิ์ของสวรรค์มาอย่างเต็มเปี่ยม ได้ดีดตัวออกมาส่ายไหวขาวผ่องท่ามกลางแสงเทียน

"จ๊วบ! อึก... อึก... อึก...!"

ธนูไม่รอช้า เขาโน้มตัวลงครอบครองยอดอกของโอมด้วยความกระหาย แต่เป็นการดูดดื่มที่เต็มไปด้วยการประสานอาคม เขาใช้ลิ้นตวัดวนรอบยอดปทุมถันเพื่อกระตุ้นให้สายน้ำนมทิพย์พุ่งทะลักเข้าสู่ลำคอ โอมเชิดหน้าขึ้นระบายลมหายใจ พลางใช้มือโอบกอดศีรษะของสามีไว้แนบอก

"อื้อออ... พี่ธนู... เอาพลังไปให้หมดเลยครับ" โอมครางเบาๆ เมื่อรู้สึกได้ว่าพลังร้อนจากกายธนูเริ่มถูกปรับให้เย็นลงด้วยน้ำนมของเขา

ธนูดูดดื่มสลับไปมาทั้งสองข้างอย่างหนักหน่วง เสียงดูดกลืนน้ำนม "อึก... อึก..." ดังสะท้อนอยู่ในห้องพระที่เงียบสงัด น้ำนมทิพย์ที่ได้รับความขลังมาจากหลวงพ่อเอกเมื่อคืนก่อน ผสมผสานกับความรักของโอม ทำให้ธนูรู้สึกได้ถึงพละกำลังและตบะที่พุ่งทะยานขึ้นมากกว่าเดิม ร่างกายที่เคยล้าจากการเพ่งสมาธิกลับมาตึงเปรี๊ยะด้วยมัดกล้ามและอาคม

หลังจากดูดจนเต้าของโอมเริ่มหย่อนนุ่มลง ธนูจึงถอนริมฝีปากออก เขาประคองใบหน้าโอมมาจูบที่หน้าผากอย่างรักใคร่ "ขอบใจมากนะโอม ตอนนี้พี่พร้อมแล้ว พลังของเมียของพี่ทำให้พี่เห็นทางสว่างในการปราบพวกมัน"

ธนูอุ้มโอมไปนอนพักผ่อนที่ห้องนอนที่วันนี้เสียพลังน้ำนมทิพย์เทวาไปมาก เพราะ ตัวเขาเอง พิธีชุมนุมเทวดาคืนนี้จะต้องใช้พลังศักดิ์สิทธิ์และศรัทธาจำนวนมาก ในขณะเดียวกันเขาก็เรียก เข้ม มาสั่งการให้จัดเตรียม 'ธงขาวสลักยันต์' ไปปักไว้รอบวัดหนองดาวเหนือ ธนูเตรียมศัสตราวุธของตน พระขรรค์เทวฤทธิ์ และ สร้อยประคำมุกนิลกาฬ

ท่ามกลางความมืดมิดที่แฝงไปด้วยไออาถรรพ์อันหนาวเหน็บ พ่อครูธนู ตระเตรียมองค์ประกอบขั้นสุดท้ายเพื่อเข้าห้ำหั่นกับไสยดำที่คุกคามหมู่บ้าน ท่านหยิบ พระขรรค์เทวฤทธิ์ พระขรรค์ทองคำเนื้อเกลี้ยงที่ส่องแสงเรืองรองดุจรัศมีสุริยันออกมากุมไว้ พลังจากพระขรรค์เล่มนี้มีอานุภาพทำลายล้างคุณไสยและตัดวิญญาณชั่วร้ายให้ขาดสะบั้น จากนั้นท่านจึงสวม สร้อยประคำมุกนิลกาฬ สร้อยประคำสีดำขลับที่ส่องประกายวาววับดุจท้องฟ้ายามไร้ดาว ซึ่งเป็นแหล่งรวมพลังสมาธิจิตชั้นสูงสุดที่สามารถสะกดวิญญาณและเปิดทางเชื่อมต่อกับภพภูมิเทวดาได้

เมื่อถึงเวลาฤกษ์ยามที่เหมาะสม พ่อครูธนูเริ่มประกอบ พิธีชุมนุมเทวดา ณ ลานพิธีกลางวัด เสียงบริกรรมคาถาของท่านดังกังวานกึกก้องไปทั่วป่า พลังจากพระขรรค์และสร้อยประคำแผ่รังสีเป็นม่านพลังสีทองและม่วงเข้มปกคลุมไปทั่วอาณาบริเวณ ลมพายุพัดกระโชกแรงราวกับทวยเทพกำลังลงมาสถิตตามคำอัญเชิญ

ในขณะที่การปะทะกันทางอาคมกำลังเริ่มต้นขึ้น โอม นั่งสงบนิ่งอยู่ภายในกุฏิไม้หลังเก่าของ หลวงพ่อเอก ซึ่งเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดในขณะนี้ หลวงพ่อเอกได้กางเขตอาคม "ข่ายเพชรพระพุทธเจ้า" ไว้รอบกุฏิ แสงสีขาวนวลล้อมรอบตัวกุฏิไว้จนมองดูเหมือนโดมแก้วศักดิ์สิทธิ์

"โยมโอม... ตั้งจิตให้มั่นนะ" หลวงพ่อเอกเอ่ยพลางนั่งสมาธิคุมธาตุอยู่ในกุฏิ "น้ำนมในอกของเจ้านั้นคือพลังแห่งเทพที่เข้มข้นที่สุด อาตมาจะสวดมนต์ช้ำนาจพุทธคุณสร้างเกราะเพชรปกป้องโยม"

โอมพนมมือหลับตาลง เขาสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากพื้นดินที่เกิดจากการทำพิธีของพ่อครูธนู และในขณะเดียวกัน เขาก็รู้สึกได้ว่า หน้าอกทั้งสองข้าง ของเขาเริ่มกลับมาคัดแน่นและร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครั้ง พลังน้ำนมทิพย์เทวากำลังตื่นตัว

ณ ลานกว้างหน้าอุโบสถวัดหนองดาวเหนือ บรรยากาศเต็มไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์และทรงพลัง พ่อครูธนู ยืนตระหง่านเป็นประธานในพิธี มือขวากระชับ พระขรรค์เทวฤทธิ์ ชูขึ้นฟ้าจนปลายยอดส่องแสงสีทองสว่างจ้า ในขณะที่มือซ้ายกำ สร้อยประคำมุกนิลกาฬ บริกรรมพระคาถามหาจักรพรรดิเสียงกังวานกึกก้อง

รอบข้างมี พระสงฆ์ผู้ทรงพุทธคุณสูง อีก 9 รูป นั่งล้อมวงบนอาสนะส่งกระแสจิตแผ่เมตตาและสวดพระปริตรข่มอาถรรพ์ ชาวบ้านนับร้อยต่างพนมมือตั้งจิตมั่น เสียงสวดมนต์ "สัคเค กาเม จะ รูเป..." ดังประสานกันจนเกิดเป็นคลื่นพลังงานสีขาวสะอาดตาแผ่กระจายออกจากวัด มุ่งตรงไปขจัดปัดเป่าไอสีดำที่ลอยวนเวียนอยู่รอบหมู่บ้าน

เมื่อบทสวดชุมนุมเทวดาดังถึงขีดสุด ท้องฟ้าที่เคยมืดมิดกลับปรากฏแสงวาบวับราวกับสายฟ้า พลังจากพระขรรค์ของธนูพุ่งทะยานขึ้นสู่เบื้องบน อัญเชิญเหล่าเทวฤทธิ์ลงมาสถิตคุ้มครอง

"เหล่าสัมภเวสีและเดรัจฉานวิชาทั้งหลาย! จงพินาศด้วยบารมีแห่งพระพุทธคุณ!" ธนูตะโกนกึกก้องพร้อมตวัดพระขรรค์ฟันลงไปที่อากาศเบื้องหน้า เงาดำที่พยายามจะรุกคืบเข้ามาถูกแสงสีทองเชือดเฉือนจนแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ เสียงกรีดร้องโหยหวนของวิญญาณชั่วร้ายดังแว่วมาตามลม ก่อนจะค่อยๆ จางหายไป

เมื่อการสวดมนต์สิ้นสุดลง เมฆหมอกสีดำที่เคยปกคลุมหมู่บ้านสลายตัวไปจนหมดสิ้น เผยให้เห็นแสงจันทร์ที่สว่างนวลตา ชาวบ้านต่างรู้สึกเบาสบายและปลอดภัยอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ธนูเดินนำขบวนพระสงฆ์และชาวบ้านมาหยุดที่หน้ากุฏิหลวงพ่อเอก เขาเห็นโอมเดินออกมาต้อนรับด้วยใบหน้าที่อิ่มเอิบสดใส ทั้งสองสบตากันด้วยความโล่งอกที่สามารถปกป้องหมู่บ้านไว้ได้

ทันทีที่เสียงสวดมนต์เงียบลงและความสงบเข้าครอบคลุมได้เพียงครู่เดียว บรรยากาศรอบลานวัดหนองดาวเหนือก็กลับมาหนาวเยือกอย่างกะทันหัน หมอกควันสีดำสนิทลอยม้วนตัวขึ้นมาจากใต้พื้นดิน ก่อนจะปรากฏร่างของชายผู้หนึ่งที่ทำให้ชาวบ้านถึงกับร้องอุทานด้วยความหวาดกลัว

ชายผู้นั้นคือ "ฤาษีทมิฬ" ร่างกายของเขากำยำล่ำสันผิดมนุษย์ ผิวกายดำคล้ำราวกับนิลและเต็มไปด้วยรอยสักอักขระเลขยันต์สีเลือดทั่วตัว เขาสวมชุดผ้าหนังเสือขาดวิ่นคล้ายฤาษีสายดำ ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำส่องประกายวาวโรจน์ราวกับถ่านไฟที่กำลังลุกโชน แผ่ซ่านรังสีอำมหิตจนใบหญ้าในรัศมีรอบตัวเหี่ยวเฉาลงทันที

"หึ... ชุมนุมเทวดารึ? พุทธคุณพวกนี้ทำอะไรข้าไม่ได้หรอก!" ฤาษีทมิฬคำราม เสียงของเขาดังกังวานจนแผ่นดินสะเทือน




nuangnut1996 โพสต์ 4 วันที่แล้ว

สนุกมากครับ

ball3225 โพสต์ 3 วันที่แล้ว

ขอบคุณมากครับ

J.Scot โพสต์ 3 วันที่แล้ว

ขอบคุณมากครับ

thai_boys โพสต์ 3 วันที่แล้ว

ขอบคุณมากๆนะครับ

sengjit โพสต์ เมื่อวานซืน 05:44

ขอบคุณครับ

Yaiyra โพสต์ เมื่อวาน 06:39

สนุก

popn โพสต์ เมื่อวาน 20:40

ขอบคุณครับ
หน้า: [1]
ดูในรูปแบบกติ: มนตราหยาดทิพย์กษีราธารา ตอนที่ 28 :ขจัดสิ่งชั่วร้ายให้สิ้นไป