Ohmfany14 โพสต์ 4 วันที่แล้ว

มนตราหยาดทิพย์กษีราธารา ตอนที่ 23 : ระแวงระวังภัย


สถานการณ์ในตำบลหนองดาวเหนือเริ่มตึงเครียดถึงขีดสุด เมื่อข่าวการตายปริศนารายที่สองแพร่สะพัดออกไป กำนันชัยวุฒิ (อาชัย) ไม่นิ่งนอนใจ รีบส่งสารเรียกประชุมด่วนที่ศาลาอเนกประสงค์กลางหมู่บ้าน โดยมีผู้ใหญ่บ้านจากทุกหมู่บ้านเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียงเพื่อหาทางรับมือ

ในบรรดาผู้ใหญ่บ้านที่มาถึง คนที่ดูเคร่งเครียดที่สุดคือ ผู้ใหญ่บ้านนพ ผู้ใหญ่บ้านหนองดาวเหนือคนปัจจุบัน ซึ่งเป็นสามีของ อร (อรสา) อาแท้ๆ ของโอมนั่นเอง อานพถือเป็นญาติผู้ใหญ่ที่โอมให้ความเคารพรัก และบ้านของผู้ใหญ่บ้านนพเองก็อยู่ไม่ไกลจากจุดที่พบศพรายล่าสุดนัก

"ทุกคนฟังทางนี้!" กำนันชัยวุฒิเอ่ยด้วยเสียงอันดังปนความกังวล "คดีนี้มันไม่ธรรมดา ตำรวจยังมืดแปดด้าน แต่ชาวบ้านต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่านี่คือฝีมือของพวกเล่นของกินเลือด ผมอยากให้ผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่บ้านจัดชุดเวรยามตรวจตรา 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะหมู่บ้านหนองดาวเหนือของอานพ"

อานพ พยักหน้าด้วยสีหน้าเคร่งขรึม "ครับกำนัน ตอนนี้อรเขาก็ขวัญเสียไปหมดแล้ว ผมสั่งห้ามลูกบ้านออกจากบ้าน หลัง 6 โมงเย็นเด็ดขาด แต่อาคมที่พวกมันใช้... ลำพังแค่ปืนกับยามชาวบ้านธรรมดา ผมเกรงว่าจะเอาไม่อยู่ครับ"

กำนันชัยวุฒิได้ยินดังนั้นก็นึกถึงพ่อครูธนูทันที "เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงอานพ ผมได้คุยกับพ่อครูธนู ผัวเจ้าโอมหลานเมียของผู้ใหญ่นะ พ่อครูธนูคงไม่ปล่อยให้ใครมาทำร้ายคนในตำบลเราแน่"

อรสา ที่เป็นห่วงหลานชายสุดหัวใจ ก็รีบมาหาโอมที่โรงเรียนวัดหนองดาวเหนือ เมื่อเห็นโอมกำลังจัดเตรียมข้าวของให้เด็กนักเรียนอยู่หลังเลิกเรียน อาอรก็รีบเข้าไปคว้ามือหลานชายไว้

"โอมลูก! ได้ยินข่าวศพที่สองหรือยัง?" อรเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "อานพเขาไปประชุมกับกำนันชัยวุฒิอยู่ แต่อาเป็นห่วงเราเหลือเกิน พ่อครูธนูอยู่บ้านไหมลูก? ช่วงนี้ต้องระวังตัวให้มากนะ"

โอมกอดอาอรเพื่อปลอบโยน "โอมรู้แล้วครับ อาอร พี่ธนูเขากำลังสืบหาตัวคนร้ายอยู่ครับ อานพเองก็ต้องระวังตัวนะครับ เพราะต้องออกตรวจเวรยามตอนกลางคืน"

อาอรพยักหน้าทั้งน้ำตา "อาเป็นห่วงเราน่ะโอม เราเป็นครูต้องเดินทางไปกลับโรงเรียนทุกวัน แถมบ้านสวนก็น่ากลัว อากลัวว่าไอ้ฆาตกรใจยักษ์นั่นมันจะมาป้วนเปี้ยนแถวนี้"

โอมยิ้มให้ด้วยแววตาที่มุ่งมั่น "โอมดูแลตัวเองได้ครับอาอร พี่ธนูสอนวิธีป้องกันตัวให้โอมไว้บ้างแล้ว อีกอย่างโอมมี แหวน วงนี้ติดตัวตลอด (โอมชูแหวนมณีห้าสีให้ดู) พ่อครูบอกว่าเป็นของดีคุ้มครองตัว อาอรกลับไปพักผ่อนเถอะนะครับ"

พอโรงเรียนเลิก ธนูก็มารับโอมกลับบ้านตามปกติ บนรถยนต์ที่กำลังขับเคลื่อนไปตามถนนลูกรังสายหลักมุ่งหน้ากลับสู่บ้านสวนมณีเทวา แสงแดดยามเย็นเริ่มทาบทับเป็นสีส้มแดงไปทั่วขอบฟ้า บรรยากาศเงียบสงัดผิดปกติจนน่าใจหาย พ่อครูธนูกุมพวงมาลัยด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ขณะที่โอมนั่งอยู่ข้างๆ พลางมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยความกังวล

"พี่ธนูครับ... เมื่อกลางวันอาชัย (กำนัน) คุยกับพวกผู้ใหญ่บ้านเรื่องจัดเวรยามตรวจตราหมู่บ้านกันยกใหญ่เลยครับ" โอมเอ่ยทำลายความเงียบ "ชาวบ้านตอนนี้ขวัญเสียกันหมด ทุกคนหวาดกลัวว่าภัยมืดจะถึงตัวเมื่อไหร่ก็ไม่รู้"

ธนูพยักหน้าช้าๆ "พี่รู้แล้วโอม... พลังมืดคราวนี้มันร้ายกาจนัก ลำพังแค่คนถือไม้พลองหรือปืนลูกซองตรวจยาม คงยากจะต้านทานสิ่งที่ไม่ใช่คนได้"

โอมหันมาหาจอมขมังเวทย์ แววตาเปี่ยมไปด้วยความเมตตา "พี่ธนูครับ... โอมขอร้องอย่างหนึ่งได้ไหมครับ พี่ช่วยทำเครื่องรางหรือผ้ายันต์ป้องกันภัยให้ชาวบ้านหน่อยได้ไหมครับ เอาไว้แจกจ่ายให้คนงานในสวนและพวกผู้ใหญ่บ้าน อย่างน้อยให้เขาได้มีของดีคุ้มครองตัวในยามที่พี่กับโอมไปดูแลไม่ถึง"

พ่อครูธนูหันมาสบตาเมียรัก "ช่างใจดีนักโอมเอ๋ย... การจะทำเครื่องรางให้ขลังในยามที่มืดมิดเช่นนี้ พี่ต้องใช้พลังอาคมที่เข้มข้นมาก"

พูดไม่ทันขาดคำ แรงสั่นสะเทือนจากคำขอที่เต็มไปด้วยพลังน้ำนมทิพย์เทวาสำแดงฤทธิ์ขึ้นมา ทำให้พลังในกายโอมตอบสนองทันที ปทุมถันมหาศาลเริ่มคัดแน่นจนโอมต้องห่อไหล่เข้าหาตัว น้ำนมทิพย์เทวาสีขาวบริสุทธิ์เริ่มพุ่งซึมออกมาเปียกชุ่มหน้าอกเสื้อสีกากีอีกครั้ง

"อึก... พี่ธนู โอมคัดนมอีกแล้วครับ"

ธนูเลี้ยวรถเข้าจอดในมุมลับตาใต้ดงไผ่ริมทาง เขาเอื้อมมือมาประคองร่างโอมไว้ "โอม... ในเมื่อขอมา พี่ก็จะทำตามความปรารถนาของโอม พี่จะอาศัยพลังน้ำนมทิพเทวาของโอมมาเพิ่มพลังในการทำเครื่องรางป้องกันภัย”

ธนูปลดกระดุมเสื้อของโอมออกอย่างเบามือ ทรวงอกมหาศาลดีดตัวออกมาส่ายไหวรุนแรงท่ามกลางบรรยากาศป่าข้างทางที่เริ่มมืดลง ธนูโน้มใบหน้าลงไปดูดดื่มน้ำนมทิพย์จากอกโอมอย่างตั้งใจและเนิ่นนาน เพื่อรวบรวมพลังวิสุทธิ์ไปสร้างเครื่องรางตามที่โอมขอร้อง

"จ๊วบ... อึก... อึก... อึก..."

เสียงดูดดื่มดังก้องในรถที่ปิดมิดชิด โอมเชิดหน้าขึ้นรับความรู้สึกเสียวซ่านและอิ่มใจที่ได้ช่วยชาวบ้าน "ช่วยเขาให้ได้นะครับพี่ธนู... อย่าให้ใครตาบแบบนั้นอีกเลย"

ในยามค่ำคืนที่เงียบสงัด มีเพียงเสียงแมลงกลางคืนและกลิ่นธูปหอมจางๆ อบอวลไปทั่วห้องพระ พ่อครูธนู นั่งขัดสมาธิอยู่หน้าโต๊ะหมู่บูชาที่เต็มไปด้วยพระพุทธรูปและครูบาอาจารย์ที่เขานับถือ เบื้องหน้าของเขาคือม้วน สายสิญจน์สีขาวบริสุทธิ์ ที่วางอยู่บนพานแว่นฟ้า

พ่อครูเริ่มพิธีด้วยการสวดมนต์บูชาพระรัตนตรัยอย่างเคร่งครัด จิตของเขาดิ่งลึกสู่สมาธิเพื่ออัญเชิญ "พุทธคุณ" เข้าสู่สายสิญจน์เหล่านี้ ท่านไม่ได้ใช้พลังกษีราเทวาของโอมแต่อย่างใด เพราะต้องการให้เป็นพลังฝ่ายขาวที่บริสุทธิ์เพื่อคุ้มครองชาวบ้านจากอำนาจมืด

"อิติปิโส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ..."

เสียงสวดพระพุทธคุณดังก้องเบาๆ แต่ทรงพลัง พ่อครูธนูใช้มือที่ประนมเข้าหากันส่งกระแสจิตอันแน่วแน่ประจุลงไปในเส้นด้ายทุกเส้น สายสิญจน์เหล่านั้นเริ่มสั่นไหวเล็กน้อยราวกับมีชีวิต เป็นการตอบรับต่ออาคมมงคลที่จะช่วยเป็นเกราะกำบังภูตผีปีศาจและไสยดำสูบเลือดที่กำลังระบาด

โอม นั่งคอยอยู่ที่ชานเรือนด้านนอก เขาไม่ได้เข้าไปกวนสมาธิของสามี แต่เขากลับรู้สึกเลื่อมใสในตัวพ่อครูธนูยิ่งนักที่เสียสละเวลาพักผ่อนเพื่อทำเครื่องรางให้ชาวบ้าน โอมจัดเตรียมน้ำเย็นและผ้าเช็ดหน้าไว้คอยปรนนิบัติพ่อครูหลังเสร็จพิธี

"ขอให้คุณพระศรีรัตนตรัยและสายสิญจน์ของพี่ธนู ช่วยปกป้องชาวบ้านให้รอดพ้นจากภัยอันตรายในคืนนี้ด้วยเถิด" โอมพึมพำภาวนา

เมื่อเสร็จสิ้นพิธีการจารสายสิญจน์พุทธคุณ พ่อครูธนูก้าวออกมาจากห้องพระด้วยท่าทางที่อ่อนเพลียจากการใช้กระแสจิตอย่างหนัก แต่ทันทีที่สายตาคมกริบปะทะเข้ากับร่างของโอมที่นั่งรออยู่บนเตียงในชุดผ้าแพรบางเบา ความเหนื่อยล้าก็แปรเปลี่ยนเป็นความกำหนัดในทันที

"โอม... พี่เสียพลังไปมาก พี่ขอรับพลังจากตัวเมียของพี่หน่อยนะ" ธนูเอ่ยเสียงพร่าพลางตรงเข้าโอบกอดเมียรัก

เขาไม่เพียงแค่ดูดดื่มน้ำนมเท่านั้น แต่ฝ่ามือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้า ปลุกเร้าอารมณ์ของกลิ่นกายของโอมทำให้จอมขมังเวทย์หนุ่มให้กระเจิดกระเจิง ธนูพรมจูบไปทั่วลำคอขาวผ่อง ซุกไซร้ซอกซอนไปตามผิวเนื้อที่หอมกลิ่นน้ำนมทิพย์ ก่อนจะใช้ฟันครูดเม้มยอดอกที่คัดเปรี๊ยะจนโอมครางระเส่า

"อื้อออ... พี่ธนู... แรงอีกจ้ะ โอมเสียวเหลือเกิน"

ธนูไม่รอช้า เขาจับโอมพลิกกายให้อยู่ในท่าคลานเข่า เผยให้เห็นบั้นท้ายกลมมนขาวนวล พ่อครูงัดท่อนกายเนื้ออันมโหฬารที่แกร่งกร้าวด้วยอำนาจอาคมออกมา แล้วค่อยๆ กดแทรกเข้าสู่ รูทวารสวรรค์ ของโอมอย่างหนักแน่น

"สวบ...!"

"อ้า ๆ อ้า ๆ อ้า ๆ! พี่ธนู... แน่นเหลือเกินจ้ะ" โอมเชิดหน้าขึ้น น้ำนมทิพย์พุ่งพวยออกมาจากอกกระจายเต็มที่นอนตามแรงกระแทก ธนูโถมกายเข้าใส่อย่างบ้าคลั่งตามความคิดถึงและกามารมณ์ที่อัดอั้น เสียงเนื้อกระทบเนื้อ "พั่บ ๆ พั่บ ๆ พั่บ ๆ" ดังก้องสลับกับเสียงครางประสานกันของสองสามีภรรยา จนกระทั่งทั้งคู่ถึงฝั่งฝัน พ่อครูฉีดพ่นน้ำวิสุทธิ์เข้าสู่กายโอมจนล้นเอ่อ

ธนูฟุบหน้าลงกับหลังของโอม พรางกระซิบข้างหู "พลังอาคมพี่แข็งแกร่งได้... ก็เพราะโอม เมียของพี่คนเดียว"

แต่ทว่ารสสวาทเพียงครั้งเดียวยังไม่พอสำหรับจอมขมังเวทย์ที่เพิ่งออกจากตบะ ธนูพลิกตัวโอมกลับมาแล้วก้มลง ดูดดื่มน้ำนมทิพย์จากสองเต้าอย่างหิวกระหาย ราวกับทารกที่หิวนม พลังจากน้ำนมทิพย์ไหลเข้าสู่ร่างธนูจนเขารู้สึกคึกคะนองขึ้นมาอีกครั้ง

บทรักครั้งที่สองและสามจึงเริ่มขึ้นติดต่อกันอย่างเร่าร้อน ธนูจับโอมเปลี่ยนท่วงท่า ทั้งอุ้มกระแทกพิงฝาผนัง และจับโอมขย่มตออยู่บนกายของเขา ท่อนกายเนื้ออันยิ่งใหญ่ขยับเข้าออกในร่องรักสวรรค์ไม่หยุดหย่อน น้ำนมทิพย์พุ่งกระเซ็นผสมปนเปไปกับหยาดเหงื่อและน้ำรักตลอดทั้งคืน จนกระทั่งร่างของโอมอ่อนระทวยและหลับไปในอ้อมกอดของสามีด้วยความสุขสมที่สุดในชีวิต

บรรยากาศในตอนเช้าสดใส แต่โอมนั้น.....
แม้ร่างกายจะรู้สึกอ่อนเปลี้ยจากการกรำศึกรักหลายบทต่อเนื่องกันตลอดทั้งคืน แต่ผิวพรรณของโอมในเช้านี้กลับดูเปล่งปลั่งนวลเนียนเป็นยองใยยิ่งกว่าวันไหน ๆ ใบหน้าของเขาอิ่มเอิบมีน้ำมีนวลแดงระเรื่อราวกับได้รับพลังชีวิตหยิบยื่นมาจากบทรักอันเร่าร้อนของพ่อครูธนู

โอมค่อยๆ พยุงกายลุกขึ้นจากเตียงไม้สักที่บัดนี้เลอะเทอะไปด้วยคราบน้ำรักและน้ำนมทิพย์เทวาที่แห้งกรังเป็นคราบขาวจางๆ เขาใช้มือลูบหน้าอกของตัวเองคู่โตที่บัดนี้กลับมานิ่มนวลชวนสัมผัส แต่เพียงครู่เดียวที่เขาเริ่มขยับกาย พลังน้ำทิพย์เทวาในตัวก็ดูเหมือนจะเริ่มก่อตัวขึ้นใหม่จากการกระตุ้นของสัมผัสเมื่อคืน จนโอมรู้สึกได้ถึงความอุ่นซ่านที่เริ่มก่อตัวขึ้นที่ปลายยอดอกอีกครั้ง

"พี่ธนูนะพี่ธนู... ทำเอาโอมลุกแทบไม่ขึ้นเลย" โอมพึมพำเขินๆ พลางหยิบผ้าขนหนูมาพันกายเตรียมไปชำระล้างร่างกาย

เขามองกระจกบานใหญ่ในห้องนอน เห็นเงาสะท้อนของตัวเองที่มีรอยรักสีกุหลาบจางๆ แต้มอยู่ตามลำคอและเนินอกขาวผ่อง แววตาของโอมดูหวานเยิ้มและดูเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น พลังจากการร่วมรักกับจอมขมังเวทย์ที่มีตบะแก่กล้า ทำให้โอมดูจะตื่นตัวและทรงพลังมากขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์

ขณะที่กำลังจะก้าวเข้าห้องน้ำ โอมกลับสัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่พุ่งผ่านหน้าต่างเข้ามาปะทะแผ่นหลังที่เปลือยเปล่า แม้ใบหน้าจะดูมีความสุข ส่วนธนูยังนอนสลบอยู่บนเตียงนอน

nuangnut1996 โพสต์ 4 วันที่แล้ว

สนุกมากครับ

nongbasz โพสต์ 4 วันที่แล้ว

ขอบคุณครับ

Haku โพสต์ 4 วันที่แล้ว

ชอบค้าบ

J.Scot โพสต์ 3 วันที่แล้ว

ขอบคุณมากครับ

sengjit โพสต์ เมื่อวานซืน 05:23

ขอบคุณครับ

Yaiyra โพสต์ เมื่อวานซืน 23:16

ดีๆๆ

Nukinho โพสต์ เมื่อวาน 11:42

ขอบคุณครับ

popn โพสต์ เมื่อวาน 20:30

ขอบคุณครับ

popn โพสต์ เมื่อวาน 20:30

ขอบคุณครับ
หน้า: [1]
ดูในรูปแบบกติ: มนตราหยาดทิพย์กษีราธารา ตอนที่ 23 : ระแวงระวังภัย