มนตราหยาดทิพย์กษีราธารา ตอนที่ 22 : คดีปริศนา
เช้าวันต่อมา บรรยากาศในไร่มณีเทวาที่เคยเงียบสงบกลับเต็มไปด้วยความตึงเครียด แสงแดดยามเช้าที่ส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาดูจะหม่นแสงลง เมื่อภาพในจอโทรทัศน์ปรากฏข่าวด่วนที่เขย่าขวัญไปทั้งประเทศ
"พบศพหญิงสาวรายหนึ่ง ทราบชื่อคือนางสาวส้ม ในสภาพที่น่าสยดสยอง ร่างกายขาวซีด ผิวหนังเหี่ยวแห้งติดกระดูกราวกับมัมมี่ เบื้องต้นแพทย์ระบุว่าเลือดในกายถูกรีดออกไปจนหมดสิ้นอย่างเป็นปริศนา ตำรวจกำลังเร่งหาเบาะแสของฆาตกรที่ลงมืออย่างโหดเหี้ยม..."
โอมนั่งดูข่าวพลางวางช้อนในมือลง ใบหน้าขาวนวลซีดเผือดด้วยความกลัว ทรวงอกมหาศาลสั่นไหวเบาๆ ตามแรงสะอื้น "พี่ธนู.. มันช่างน่ากลัวเหลือเกิน ใครกันจะใจคอโหดเหี้ยมทำกับผู้หญิงได้ถึงเพียงนี้"
พ่อครูธนู วางมือบนไหล่โอม นัยน์ตาคมกริบจ้องมองภาพในข่าวด้วยความเคร่งขรึม "โอม... นี่ไม่ใช่ฝีมือมนุษย์หรอกนะ พี่เหมือนเห็นไอมนต์ดำมันออกมาจากภาพข่าวจนพี่สัมผัสได้"
ธนูกุมมือโอมขึ้นมาแล้วจ้องมองไปที่ แหวนมณีห้าสี "โอมฟังพี่นะ ช่วงนี้อย่าห่างจากแหวนวงนี้เด็ดขาด ไม่ว่าเจ้าจะไปไหนหรือทำอะไร หากเจอเหตุร้ายหรือสิ่งผิดปกติ ให้กำแหวนแล้วเรียกชื่อพี่ทันที พลังในแหวนนี้จะปกป้องเจ้าได้ในยามที่พี่ไม่อยู่ข้างกาย"
หลังจากรับประทานอาหารเช้าเสร็จ ธนูขับรถไปส่งโอมที่โรงเรียนด้วยความระมัดระวัง เขาเดินไปส่งเมียรักถึงหน้าห้องเรียน กำชับโอมอีกครั้งก่อนจะแยกตัวกลับมาที่บ้านสวน
เมื่อกลับถึงบ้าน ธนูรีบตรงไปยังห้องพระที่อบอวลไปด้วยมนต์ขลัง เขาจุดธูปดำ 7 ดอก นั่งขัดสมาธิลงหน้าโต๊ะหมู่บูชา หลับตานิ่งสนิท บริกรรมคาถาจนจิตรวมเป็นหนึ่ง ทันใดนั้น ร่างกายทิพย์ของพ่อครูธนูก็แยกออกจากกายหยาบ พุ่งทะยานฝ่าอากาศมุ่งหน้าไปยังบ้านของส้มที่ท้ายหมู่บ้าน
กายทิพย์ของธนูยืนอยู่กลางห้องนอนของส้ม แม้ตำรวจจะกั้นเขตไว้แล้ว แต่ในสายตาของจอมขมังเวทย์ เขามองเห็น "ละอองไอสีม่วงคล้ำ" ลอยวนเวียนอยู่ทั่วห้อง และที่สำคัญที่สุด... เขาเห็นรอยเท้าปริศนาที่เป็นคราบเลือดจางๆ เดินมุ่งหน้าออกจากหน้าต่างไปยัง ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
"อาคมสูบโลหิต... มันเอาเลือดวันเสาร์ห้าไปเพื่อเซ่นไหว้จอมมาร!" ธนูรำพึงในจิต
บรรยากาศภายในโรงเรียนวัดหนองดาวเหนือช่วงบ่ายวันนี้เต็มไปด้วยความตึงเครียด ห้องพักครูที่เคยแจ่มใสกลับคละคลุ้งไปด้วยเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงคดีสะเทือนขวัญ บรรดาครูต่างพากันจับกลุ่มพูดคุยด้วยสีหน้าที่ไม่สู้ดีนัก
"น่าสงสารน้องส้มจริง ๆ นะคะครูโอม เด็กกำลังมีอนาคตแท้ๆ ไม่รู้ว่าใครมันช่างโหดร้ายได้ขนาดนี้" ครูสาวคนหนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
โอมนิ่งเงียบพลางมองออกไปที่สนามเด็กเล่น เห็นเด็กนักเรียนตัวน้อยๆ วิ่งเล่นกันอย่างไม่รู้อิโหน่อิเหน่ หัวใจของโอมหนักอึ้งด้วยความเป็นห่วง "ผมกังวลเรื่องความปลอดภัยของเด็กๆ ครับ ช่วงนี้คงต้องกำชับให้ผู้ปกครองมารับกลับบ้านให้ตรงเวลา และห้ามเด็กๆ ไปแถวชายป่าท้ายหมู่บ้านเด็ดขาด"
เมื่อกริ่งโรงเรียนเลิกดังขึ้น โอมไม่ได้รีบกลับบ้านสวนมณีเทวา แต่เขากลับเลือกที่จะเดินตรงไปยังวัดหนองดาวเหนือเพื่อพบ หลวงพ่อเอก ผู้เป็นพ่อ ทันทีที่โอมก้าวเข้าไปในกุฏิไม้ที่ร่มรื่น กลิ่นไม้จันทน์หอมก็ช่วยให้จิตใจที่ว้าวุ่นของเขาสงบลงบ้าง
หลวงพ่อเอกนั่งอยู่บนอาสนะ ท่านดูสงบนิ่งแม้จะรับรู้ข่าวร้ายที่เกิดขึ้นในหมู่บ้าน โอมคลานเข้าไปกราบที่ตักท่านด้วยความเคารพรัก
"หลวงพ่อครับ... โอมเป็นห่วงเด็กๆ และชาวบ้านเหลือเกิน คดีเด็กสาวถูกฆ่าตายมันประหลาดเกินกว่าที่โอมจะสบายใจได้" โอมเอ่ยพลางนวดเฟ้นที่ขาให้หลวงพ่อ
หลวงพ่อเอกมองหน้าลูกชายด้วยแววตาเมตตา "ทุกอย่างมีเกิดมีดับนะโยมโอม ความหวาดกลัวคือบ่อเกิดแห่งความหายนะ เจ้าต้องครองสติให้มั่น พลังในตัวเจ้าเป็นพลังฝ่ายวิสุทธิ์ จงใช้ความดีและความเมตตาเป็นเกราะป้องกัน"
ขณะที่โอมนั่งคุยกับหลวงพ่อ อาการคัดตึงที่ทรวงอกมหาศาลก็เริ่มกำเริบขึ้นอีกครั้ง พลังน้ำนมทิพย์เทวาในวันนี้มันดูปั่นป่วนตามสภาพจิตใจของโอม ปทุมถันคู่โตเริ่มขยายตัวจนดันเนื้อผ้าสีกากีออกมา น้ำนมทิพย์เทวาสีขาวบริสุทธิ์เริ่มซึมออกมาที่ปลายยอดอกจนโอมรู้สึกอึดอัด
"หลวงพ่อครับ... วันนี้โอมรู้สึกแปลกๆ น้ำนมมันไหลออกมาไม่หยุดเลยครับ เหมือนมันพยายามจะบอกอะไรโอมสักอย่าง"
โอมค่อย ๆ ปลดกระดุมเสื้อสีกากีออกต่อหน้าหลวงพ่อผู้เป็นบุพการี เผยให้เห็นทรวงอกมหาศาลที่ขาวผ่องและสั่นระริก น้ำนมทิพย์พุ่งออกมาเป็นสายเล็กๆ ราวกับจะช่วยระบายความทุกข์ที่อัดอั้นอยู่ในใจ
หลวงพ่อเอกมองดูด้วยความสงบ ท่านรู้ดีว่าน้ำนมนี้คือพลังงานบริสุทธิ์ที่โอมได้รับมาเพื่อค้ำจุนผู้คน "มาเถอะลูก... ระบายมันออกมา พลังที่เหลือล้นจะได้ไม่ทำร้ายตัวเจ้าเอง"
โอมขยับเข้าไปใกล้ ประคองเต้าเนื้อที่อัดแน่นด้วยน้ำนมเข้าหาท่าน หลวงพ่อเอกโน้มกายลงมาดูดดื่มน้ำนมทิพย์จากอกของโอมอย่างสงบและตั้งใจ เพื่อให้ลูกชายได้คลายความกังวลและเพื่อให้พลังงานบริสุทธิ์นี้ช่วยเสริมสร้างบารมีในเขตวัดให้แข็งแกร่งพอที่จะต้านทานสิ่งชั่วร้ายที่กำลังจะคืบคลานเข้ามา
หลังจากเสร็จสิ้นกิจที่กุฏิของหลวงพ่อเอก พ่อครูธนูก็ขับรถมารับโอมกลับบ้านสวนมณีเทวาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใย เมื่อกลับถึงเรือน พ่อครูธนูขอปลีกตัวไปนั่งสมาธิในห้องพระเพื่อตรวจสอบพลังงานลึกลับที่กำลังคุกคามหมู่บ้านอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะกลับเข้ามาในห้องนอนไม้สักในช่วงดึก
บรรยากาศภายในห้องนอนเงียบสงัด มีเพียงเสียงแมลงกลางคืนและกลิ่นหอมของดอกไม้ป่าที่โชยมาตามลม โอมนอนรออยู่บนเตียงกว้างในชุดนอนผ้าแพรตัวบางที่บัดนี้รัดรึงทรวงอกมหาศาลจนแทบจะปริออก อาการคัดตึงจากการที่น้ำนมทิพย์ผลิตออกมาอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบรับพลังอาคมของสามี ทำให้โอมต้องนอนหอบหายใจถี่ด้วยความอึดอัด
พ่อครูธนูเดินเข้าพิงหัวเตียงแล้วดึงร่างนุ่มนิ่มของโอมเข้ามาแนบชิด "โอม... วันนี้ดูเหนื่อย ๆ มานะ ให้พี่ช่วยโอมหน่อยนะ"
มือหนาค่อยๆ ปลดสายชุดนอนของโอมออก ปล่อยให้ปทุมถันคู่โตขาวผ่องดีดตัวออกมาส่ายไหวอย่างอิสระ ยอดอกสีหวานชูชันแข็งเป็นไตและมีหยดน้ำนมสีขาวทองซึมออกมาจนเปียกโชก ธนูไม่รอช้า เขาประคองเต้าเนื้อที่อัดแน่นนั้นไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง ก่อนจะก้มลงครอบครองยอดอกข้างหนึ่งอย่างแสนรัก
"จ๊วบ... อึก... อึก... อึก..."
เสียงดูดดื่มอย่างนุ่มนวลแต่หนักแน่นดังก้องในห้องนอนที่ไม่มีใครกล้าเข้ามาขัดจังหวะ พ่อครูธนูดูดดื่มน้ำนมทิพย์จากอกโอมอย่างเชื่องช้า ละเลียดชิมรสชาติที่หวานล้ำและอุ่นซ่าน ราวกับต้องการจะซึมซับทุกความรู้สึกของเมียรักเข้าสู่กายตน โอมเชิดหน้าขึ้นระบายความเสียวซ่าน มือเรียวขยุ้มผมของสามีพลางครางแผ่วด้วยความเบาสบาย
ธนูสลับจากเต้าข้างหนึ่งไปอีกข้างหนึ่งอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เขาใช้ลิ้นตวัดเลียยอดอกอย่างอ่อนโยนสลับกับการดูดเน้นๆ จนน้ำนมที่เคยคัดแน่นจนปวดมลายหายไปสิ้น ความอุ่นซ่านจากริมฝีปากของสามีบวกกับความโล่งสบายจากการระบายน้ำนมทิพย์ ทำให้โอมที่อ่อนเพลียมาทั้งวันเริ่มเคลิ้มไปกับรสสัมผัสที่แสนละมุน
"พี่ธนูครับ... โอมสบายเหลือเกิน..." โอมพึมพำเสียงแผ่ว พลางหลับตาพริ้มในอ้อมกอดของจอมขมังเวทย์
พ่อครูธนูยังคงดูดดื่มน้ำนมจากอกของโอมนานนับชั่วโมง จนกระทั่งมั่นใจว่าเมียรักเบาสบายตัวที่สุด เขามองดูใบหน้าของโอมที่หลับปุ๋ยไปทั้งที่มือยังขยุ้มเสื้อเขาอยู่ รอยยิ้มจางๆ ปรากฏบนใบหน้าเข้ม พ่อครูบรรจงจูบที่หน้าผากของโอมและโอบกอดร่างนั้นไว้แน่น
เช้าวันรุ่งขึ้น โอมตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกเบาสบายกายหลังจากที่พ่อครูธนูช่วยระบายน้ำนมจนเกลี้ยงเต้าเมื่อคืน แต่ความสบายนั้นก็ถูกแทนที่ด้วยความเย็นวาบไปถึงขั้วหัวใจ เมื่อเขาเปิดโทรทัศน์ทิ้งไว้ขณะกำลังแต่งตัวเพื่อเตรียมไปโรงเรียน
เสียงผู้ประกาศข่าวรายงานด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก:
"ข่าวด่วนเช้านี้ครับ พบศพรายที่สองบริเวณป่าทางทิศตะวันออกท้ายวัดหนองดาวเหนือ สภาพศพเบื้องต้นตามที่เจ้าหน้าที่รายงานคือ ร่างกายขาวซีด ผิวหนังเหี่ยวแห้งติดกระดูก ไม่ต่างจากรายของนางสาวส้มรายแรกแม้แต่น้อย ดูเหมือนว่าเลือดในกายจะถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น สร้างความหวาดผวาให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก..."
โอมยืนนิ่งงันอยู่หน้าโทรทัศน์ มือที่กำลังติดกระดุมเสื้อสีกากีสั่นเทา ทรวงอกมหาศาลสั่นไหวรุนแรงตามจังหวะหัวใจที่เต้นรัว ข่าวนี้เหมือนสายฟ้าฟาด เพราะจุดที่พบศพอยู่ใกล้กับสถานที่ที่พ่อครูธนูเพิ่งไปบำเพ็ญตบะมา และยังอยู่ใกล้กับกุฏิของหลวงพ่อเอกอีกด้วย
"รายที่สองแล้วหรือนี่... ทำไมมันถึงโหดร้ายขนาดนี้" โอมพึมพำกับตัวเองด้วยความกลัว
เขารีบมองหาพ่อครูธนูไปทั่วบ้าน แต่พบเพียงความเงียบสงบ พ่อครูคงจะออกไปตรวจสอบที่เกิดเหตุตั้งแต่เช้ามืดแล้ว โอมนึกถึงคำกำชับของสามี จึงรีบกำ แหวนมณีห้าสี ที่นิ้วไว้แน่น พลันรู้สึกถึงกระแสพลังอุ่นๆ ที่แผ่ออกมาคุ้มครองกาย ทำให้เขามีสติขึ้นมาบ้าง
แม้จะหวาดกลัว แต่หน้าที่ความเป็นครูก็ทำให้โอมไม่อาจอยู่เฉยได้ เขาต้องรีบไปโรงเรียนเพื่อดูแลความปลอดภัยของเด็กๆ และต้องแวะไปหาหลวงพ่อเอกเพื่อดูว่าท่านปลอดภัยดีหรือไม่ เพราะฆาตกรต่อเนื่องรายนี้ดูเหมือนจะป้วนเปี้ยนอยู่รอบๆ เขตวัดไม่ไปไหนไกล
สนุกมากครับ ขอบคุณครับ ตื่นเต้นลุ้นระทึก ขอบคุณมากครับ ขอบคุณมากๆนะครับ ขอบคุณครับ รอติดตามต่อครับ ชอบๆๆ ขอบคุณครับ
หน้า:
[1]