มนตราหยาดทิพย์กษีราธารา ตอนที่ 21 : ครบเจ็ดวันที่ถ้ำสวาท
เช้าวันขึ้น 15 ค่ำ ซึ่งเป็นวันพระใหญ่และเป็นวันที่ พ่อครูธนู บำเพ็ญตบะครบ 7 วันพอดี บรรยากาศทั่วตำบลหนองดาวเหนือเต็มไปด้วยความเข้มขลัง โอมเดินทางไปยังวัดตั้งแต่เช้ามืดเพื่อกราบ หลวงพ่อเอก พ่อแท้ๆ ของตนเอง เพื่อเป็นสิริมงคลก่อนที่พ่อครูธนูจะออกจากถ้ำ
ภายในกุฏิไม้เก่าแก่ที่อบอวลด้วยกลิ่นธูปและผงวิเศษ หลวงพ่อเอกนั่งสมาธิรออยู่ ท่านสัมผัสได้ถึงพลังกษีราเทวาในตัวลูกชายที่พุ่งสูงถึงขีดสุดในรอบ 7 วัน จนรัศมีสีทองแผ่ออกมาจางๆรอบกายโอม
"มาแล้วหรือโยมโอม... วันนี้ธาตุขันธ์ของเจ้าช่างรุนแรงนัก" หลวงพ่อเอกเอ่ยแผ่วเบา ท่านเองก็มีอาการอ่อนเพลียจากการใช้พลังจิตช่วยคุ้มครองป่าที่พ่อครูธนูบำเพ็ญตบะตลอดทั้งคืน
โอมคลานเข้าไปใกล้พลางสังเกตเห็นความอิดโรยของพ่อ "หลวงพ่อครับ วันนี้เป็นพระ ตอนนี้ลโอมก็เริ่มคัดหน้าอกจนแทบจะระเบิด จนตัวของโอมนี่มันร้อนรุ่มไปหมด โอมขอถวายน้ำนมทิพย์นี้เพื่อบำรุงธาตุขันธ์ให้หลวงพ่อมีกำลังนะครับ"
โอมปลดกระดุมชุดขาวที่สวมมาออก ปทุมถันมหาศาลคู่โตที่อัดแน่นไปด้วยน้ำนมทิพย์ในวันพระใหญ่ดีดตัวออกมาอย่างสง่างาม มันขยายใหญ่กว่าทุกวันจนเห็นเส้นเลือดสีเขียวจางๆ พาดผ่านผิวขาวละเอียด ยอดอกสีหวานชูชันแข็งเป็นไตและมีน้ำนมสีขาวทองพุ่งซึมออกมาไม่ขาดสาย
โอมประคองเต้าเนื้อที่หนักอึ้งเข้าหาใบหน้าของหลวงพ่อเอก ท่านโน้มกายลงมาครอบครองยอดอกของลูกชายทันทีด้วยความโหยหาในพลังงานวิสุทธิ์ที่จะช่วยต่ออายุขัยและตบะบารมี
"จ๊วบ... อึก... อึก... อึก..."
ในวันพระรสชาติของน้ำนมทิพย์เทวาช่างเข้มข้นและร้อนแรงยิ่งนัก หลวงพ่อเอกดูดดื่มอย่างเร่าร้อนและรวดเร็วราวกับกระหายมานานแสนนาน เสียงดูดดื่มดังก้องไปทั่วกุฏิที่เงียบสงัด โอมเชิดหน้าขึ้นหอบหายใจถี่ มือเรียวขยุ้มจีวรของพ่อไว้แน่นเพื่อระบายความเสียวซ่านที่แล่นพล่านไปทั่วสันหลัง
พลังแห่งน้ำนมทิพย์เทวาที่ไหลผ่านจากอกโอมเข้าสู่ร่างกายหลวงพ่อเอกทำให้รอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าของท่านดูตื้นขึ้น ผิวพรรณกลับมาผุดผ่องมีน้ำมีนวลอย่างอัศจรรย์ ท่านบีบเค้นเต้าเนื้อนุ่มอย่างหนักแน่นเพื่อคั้นเอาหยดน้ำนมวิสุทธิ์ทุกหยาดหยดเข้าสู่ลำคอ
"อื้อออ... หลวงพ่อ... แรงอีก โอมเบาสบายเหลือเกิน" โอมครางแผ่วด้วยความปีติ
เมื่อน้ำนมถูกระบายจนเกลี้ยงทั้งสองข้าง หลวงพ่อเอกก็มีสง่าราศีราวกับพระเถระผู้มีอิทธิฤทธิ์แกร่งกล้า ท่านลืมตาขึ้นด้วยนัยน์ตาที่ทอประกายแจ่มใส "ขอบใจมากโยมโอม”
หลังจากนั้นโอมกราบลาหลวงพ่อเอกด้วยใบหน้าที่อิ่มเอิบ เขารีบเดินทางไปที่ชายป่าท้ายวัด
เมื่อโอมเห็นร่างอันสง่างามของ พ่อครูธนู ก้าวพ้นปากถ้ำออกมา หัวใจของเขาก็พองโตด้วยความดีใจจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไม่อยู่ โอมทิ้งทุกอย่างแล้ววิ่งเข้าไปสวมกอดสามีสุดที่รักอย่างเต็มแรง พ่อครูธนูที่บัดนี้มีสง่าราศีและตบะบารมีแก่กล้ากว่าเดิมหลายเท่า กอดตอบเมียรักด้วยอ้อมแขนที่แข็งแกร่ง กลิ่นหอมของน้ำนมทิพย์เทวาจากกายโอมทำให้ตบะที่เพิ่งบำเพ็ญมาแทบจะแตกซ่านด้วยความโหยหา
"พี่คิดถึงโอมมากเลยรู้ไหม..." ธนูกระซิบเสียงต่ำพร่า ก่อนจะอุ้มร่างนุ่มนิ่มของโอมกลับเข้าไปในถ้ำที่ยังอบอวลไปด้วยมนต์ขลัง
ภายในถ้ำที่มืดสลัวและเงียบสงัด พ่อครูธนูไม่รอช้า เขาจัดการเปลื้องอาภรณ์ของโอมออกจนหมดสิ้น ทันทีที่ปทุมถันมหาศาลดีดตัวออกมา ธนูก็ฝังใบหน้าลงไปดูดดื่มน้ำนมทิพย์อย่างกระหายหิว เสียงดูดดื่มดังกึกก้องสลับกับเสียงครางระเส่าของโอม ทั้งคู่พรมจูบกันอย่างโหยหา รสสัมผัสที่ห่างหายไป 7 วันถูกเติมเต็มด้วยความเร่าร้อน
ธนูซุกไซร้ไปตามซอกคอและหน้าอกขาวผ่อง มือหนาบีบเค้นเนื้อนมจนน้ำนมพุ่งกระเซ็น โอมเองก็ทนความโหยหาไม่ไหว เขาคุกเข่าลงและใช้ปากเรียวสวยครอบครอง ท่อนแก่นกายเนื้อ อันใหญ่โตมโหฬารของธนูที่ชูชันด้วยแรงปรารถนา โอมปรนเปรอสามีอย่างตั้งใจจนพ่อครูธนูถึงกับครางคำรามในลำคอด้วยความเสียวซ่านถึงขีดสุด
"โอมครับ... พี่ไม่ไหวแล้ว"
ธนูประคองร่างโอมให้นอนลงบนอาสนะหิน ก่อนจะจับขาเรียวสวยแยกออกและกดแทรกท่อนแก่นกายเนื้ออันใหญ่โตเข้าสู่ รูทวารสวรรค์ ของโอมในคราวเดียว ความคับแน่นและแรงกระแทกที่หนักหน่วงตามความคิดถึงทำให้โอมเชิดหน้ากรีดร้องด้วยความสุขสม ธนูโถมกายเข้าใส่เมียรักอย่างต่อเนื่องและรุนแรงตามไฟปรารถนาที่สุมทรวงมาตลอด 7 วัน
"ตับ! ตับ! ตับ!"
เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังกังวานไปทั่วถ้ำ โอมใช้แขนโอบรอบคอธนูไว้แน่น ยอดอกทั้งสองข้างส่ายไหวรุนแรงและมีน้ำนมพุ่งออกมาไม่ขาดสายตามจังหวะการกระแทกกระทั้น จนกระทั่งถึงจุดสูงสุด พ่อครูธนูคำรามลั่นพลางปลดปล่อย น้ำวิสุทธิ์ สีขาวขุ่นจำนวนมหาศาลทะลักเข้าสู่กายของโอมจนล้นเอ่อ ความร้อนผ่าวของน้ำเชื้อผสมผสานกับความอุ่นซ่านของน้ำนมทิพย์เทวา ทำให้ทั้งคู่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างสมบูรณ์
ธนูก้มลงจูบหน้าผากโอมอย่างแสนรัก "จากนี้ไป พี่จะไม่ห่างจากเจ้าอีกแล้วโอม" ความสุขที่ได้รับทำให้สายใยความรักของครูหนุ่มผู้มีน้ำนมทิพย์เทวาและจอมขมังเวทย์แข็งแกร่งจนไม่มีสิ่งใดในสามโลกมาทำลายลงได้
ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความหวานชื่นภายในไร่มณีเทวา พ่อครูธนู และ โอม กำลังใช้เวลาว่างหลังจากที่ธุระทุกอย่างคลี่คลาย นั่งพักผ่อนอยู่บนแคร่ไม้สักใต้ร่มไม้ใหญ่ พ่อครูธนูยังคงโอบกอดโอมไว้ไม่ห่าง มือหนาลูบไล้แผ่นหลังของเมียรักอย่างทะนุถนอม ขณะที่โอมเอนกายพิงอกแกร่งด้วยความรู้สึกปลอดภัยและเป็นสุขที่สุดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
"พี่ธนูครับ... โอมรู้สึกเหมือนฝันไปเลยที่ทุกอย่างกลับมาสงบสุขแบบนี้" โอมเอ่ยเสียงหวานพลางแหงนหน้ามองสามี
"มันไม่ใช่ฝันหรอกโอม " ธนูตอบพร้อมจุมพิตที่ขมับของโอมเบา ๆ โดยที่ไม่รู้เลยว่าในขณะที่พวกเขากำลังมีสุข พยันตรายครั้งใหม่ที่สยดสยองกว่าเดิมกำลังคืบคลานเข้ามาในตำบลหนองดาวเหนือ
ขณะทั้งสองหนุ่มสามีภรรยากำลังมีความสุขอยู่............
เงามืด ณ ท้ายหมู่บ้าน
ในคืนเดือนดับที่เงียบสงัดจนน่าขนลุก ที่บ้านไม้เก่าท้ายหมู่บ้าน... "นังหนูส้ม" หญิงสาวหน้าตาสะสวยผู้ที่ชาวบ้านรู้กันดีว่าเธอเกิดในวันมงคลอย่าง "วันเสาร์ห้า" กำลังนอนหลับใหลอยู่ในห้องนอน โดยไม่รู้ตัวเลยว่าหน้าต่างห้องที่ปิดสนิทถูกเปิดออกด้วยอาคมลึกลับ
เงาดำสายหนึ่งพุ่งวูบเข้าไปในห้อง ร่างนั้นไม่ได้ใช้มีดหรือปืน แต่มันกลับก้มลงซุกไซร้ที่ลำคอของหญิงสาว เสียง "อึก... อึก..." ของการสูบฉีดเลือดดังผสานกับความเงียบ ส้มไม่มีโอกาสแม้แต่จะกรีดร้อง เพราะมนต์สะกดได้ปิดปากเธอไว้จนสนิท
รุ่งเช้า... ชาวบ้านต้องขวัญผวาเมื่อพบศพของส้มในสภาพที่ขาวซีดราวกับกระดาษ ผิวหนังแห้งเหี่ยวติดกระดูก ร่องรอยที่ลำคอมีรูเจาะเล็ก ๆ สองรูที่แห้งสนิท "ไม่มีเลือดเหลืออยู่ในกายแม้แต่หยดเดียว"
สนุกมากครับ มาแล้ววว เย็ดดุเหมือนเดิม แต่อิผีตนนี้มันเป็นใคร เย้ตอนใหม่มาแล้ว ขอบคุณมากๆนะครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณมากครับ ต่อๆๆ ขอบคุณครับ พ่อครูๆๆๆ
หน้า:
[1]