แก๊งเด็กหื่นอยากลองเสียว ตอน 13 : การสูญเสีย
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ShowDD เมื่อ 2026-2-15 15:16ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยเป็นบทพิสูจน์ที่ยิ่งใหญ่สำหรับเราสองคนจริงๆ การเปลี่ยนจากความตื่นเต้นในวัยเด็ก มาเป็นความรับผิดชอบในฐานะคู่ชีวิตที่ต้องแชร์พื้นที่ขนาดไม่กี่ตารางเมตรในห้องหอพัก ทำให้เราได้เห็น "ตัวตน" ของกันและกันในทุกมิติการที่ผมเรียนนิเทศฯ และโจเรียนแพทย์ ทำให้ตารางชีวิตเราต่างกันลิบลับ ในวันที่โจต้องท่องอนาโตมี่จนขอบตาคล้ำและหงุดหงิดกับกองหนังสือ ผมจะรู้หน้าที่ตัวเองทันที ผมจะวางงานกราฟิกหรือกองถ่ายไว้ชั่วคราว แล้วเข้าไปนั่งข้างๆ ให้โจได้เอนกายลงมาหนุนตัก"ที่รัก... ขอเค้าลูบผมหน่อยนะ" โจพึมพำเสียงเพลีย ผมจะปล่อยให้นิ้วเรียวๆ ของเขาแทรกผ่านเส้นผมที่ผมบำรุงมาอย่างดี กลิ่นแชมพูอ่อนๆ และความนุ่มนวลนั้นเป็นเหมือนยาคลายเครียดชั้นดีที่ทำให้ "ว่าที่หมอ" ของผมใจเย็นลงทุกครั้ง
ยอมรับเลยครับว่าบางครั้งความกังวลก็แอบแล่นเข้ามาในหัว เพราะเราทั้งคู่เคยผ่านช่วงที่ "มั่ว" และ "ลอง" ไปทั่วกับคนแปลกหน้ามาก่อน ผมกลัวว่าวันหนึ่งความตื่นเต้นแบบเดิมจะกลับมาหลอกหลอนเราผมจึงเลือกที่จะ "ไม่หยุดพัฒนา" เรื่องบนเตียง ผมยังคงเป็นทั้งทาสที่ซื่อสัตย์และคู่หูที่เร่าร้อนของโจเสมอ ผมพยายามหาเทคนิคใหม่ๆ หรือบรรยากาศใหม่ๆ มาเซอร์ไพรส์เขาในคืนวันศุกร์หลังจากที่เขาเลิกเรียน เพื่อให้โจรู้ว่า "ทุกอย่างที่เขาต้องการ มีรวมอยู่ที่ผมคนเดียวหมดแล้ว" และนั่นทำให้ความซื่อสัตย์ของเราแข็งแกร่งจนไม่มีที่ว่างให้คนนอกได้เลยวินาทีที่เราตัดสินใจเดินไปบอกที่บ้านและเพื่อนๆ ในปี 4 เป็นวินาทีที่ผมกลัวที่สุด แต่ผลที่ได้กลับทำให้ผมบ่อน้ำตาแตก พ่อแม่ของโจจับมือผมแล้วบอกว่า "ฝากดูแลโจด้วยนะลูก เห็นมันเรียนหนักแต่มีหนูอยู่ข้างๆ แม่ก็เบาใจ" ส่วนเพื่อนในแก๊งนิเทศฯ ก็เชียร์กันสุดตัว ไม่มีคำเหยียดหยามล้อเลียนใดๆ มีแต่คำว่า "เป็นคู่ที่เหมาะสมกัน"ความรู้สึกที่ได้เดินจูงมือโจกลางห้าง หรือนั่งกินข้าวด้วยกันโดยไม่ต้องคอยระแวงว่าใครจะมอง มันคืออิสระที่หอมหวานที่สุดในชีวิตแล้ว
ในวันที่ผมสวมชุดครุยรับปริญญา โจคือคนแรกที่เข้ามากอดผมพร้อมดอกไม้ช่อใหญ่ แม้เขาจะยังต้องเรียนต่ออีก 2 ปี แต่เราไม่รอช้าที่จะวางรากฐานชีวิตคู่ด้วยการซื้อคอนโดและย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกันอย่างถาวรตอนนี้ผมทำงานเป็นคนหาเงินหลักเพื่อดูแล "คุณหมอ" ของผม ผมดูแลโจเหมือนที่เขาเคยดูแลผม คอยนวดไหล่ คอยเตรียมอาหาร และเตรียมร่างกายให้พร้อมเป็นที่ระบายความเครียดและความสุขให้กับเขาเสมอ ผมภูมิใจที่ได้เป็น "หลังบ้าน" ที่ดี เพื่อให้โจได้ก้าวไปเป็นหมอที่เก่งที่สุดจากเด็กน้อยที่เคยหลงทางในโรงหนังเก่าและซาวน่ามืดๆ วันนี้ผมเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่รู้ซึ้งถึงคุณค่าของ "ความรักที่มีคุณภาพ" ผมไม่ได้ต้องการสายตาของคนแปลกหน้าอีกต่อไป เพราะแค่สายตาของโจที่มองมาผ่านเลนส์แว่นด้วยความรักและขอบคุณ มันก็เติมเต็มชีวิตผมจนไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว
แต่แล้วพายุลูกใหญ่ก็พัดผ่านเข้ามาในชีวิต ช่วงเริ่มต้นวัยทำงานและวัยเรียนแพทย์ของโจ ทำให้ผมได้เห็นมุมที่เปราะบางที่สุดของเขา และเหตุการณ์นี้เองที่เปลี่ยนความสัมพันธ์ของเราให้ลึกซึ้งยิ่งกว่าคำว่าแฟนคืนนั้นที่โจกลับมาพร้อมคราบน้ำตาและเสียงสะอื้นที่แทบขาดใจ ภาพของว่าที่หมอผู้เข้มแข็งหายไป เหลือเพียงเด็กหนุ่มที่หัวใจสลายเพราะความสูญเสียคนไข้ครั้งแรกในชีวิต"เค้าฆ่าคนตาย... เค้าทำไม่ได้แล้วที่รัก เค้าไม่อยากเป็นหมอแล้ว" โจพูดวนไปมาด้วยความรู้สึกผิดที่กัดกินใจผมกอดเขาไว้แน่น ให้ซบลงที่ไหล่ ปล่อยให้เขาร้องไห้จนเสื้อผมเปียกชุ่ม ผมไม่ได้พูดทฤษฎีการแพทย์อะไรให้เขาฟัง ผมเพียงแต่บอกว่า "ที่รักทำดีที่สุดแล้ว ความผิดพลาดคือบทเรียนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของหมอที่ดีนะ" ผมคอยประคบประหงมเขาเหมือนเด็กน้อย จนในที่สุดเขาก็กลับมายิ้มได้และมีแรงสู้ต่อเพื่อคนไข้คนอื่นๆ ในอนาคต
ท่ามกลางชีวิตที่กำลังไปได้ดี ข่าวร้ายจากเก่งก็ทำให้โลกของพวกเราหยุดหมุน "ไอ้หนึ่งเสียแล้วนะมึง..."ในงานศพที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า ผมกับโจยืนจับมือกันแน่นเบื้องหน้าโรงศพและรูปถ่ายใบหน้าที่ยังคงดูสดใสของหนึ่ง ที่จากไปก่อนวัยอันควรด้วยโรคเอดส์ ความรู้สึกผิดตีตื้นขึ้นมาในอก เรามองหน้ากันแล้วรู้ซึ้งทันทีว่า... เราโชคดีแค่ไหนที่รอดมาได้ วังวนความมั่วสุมในตอนเด็กที่พวกเราคิดว่าสนุกและเท่ แท้จริงมันคือหลุมพรางที่คร่าชีวิตเพื่อนรักของเราไปหนึ่งคนหลังงานศพ แก๊งที่เหลือ 4 คน มีผม โจ เก่ง บาส มานั่งตั้งวงเหล้าเล็กๆ เหมือนสมัยก่อน แต่มันไม่มีเสียงหัวเราะที่บ้าคลั่งเหมือนเดิม มีเพียงคำถามและการปรับทุกข์ไอบาส ที่ตอนนี้กลายเป็นคุณพ่อเต็มตัว มีเมียที่น่ารักและลูกชายที่ถอดแบบมันมาเปี๊ยบ มันเลิกยุ่งกับเรื่องพวกนั้นเด็ดขาดเพื่อครอบครัวส่วนไอเก่ง เตรียมบินไปเรียนต่อต่างประเทศตามคำสั่งพ่อ เพื่อกลับมาสืบทอดกิจการพันล้าน มันดูโตขึ้นและมีความรับผิดชอบมากขึ้น"พวกมึงแม่งแน่ว่ะ" เก่งแซวผมกับโจพลางจิบเหล้า "ตอนนั้นกูนึกว่าคบกันขำๆ เดือนเดียวเลิก ที่ไหนได้... มึงสองคนแม่งมาไกลกว่าพวกกูอีก"
ในความเงียบที่ปกคลุมวงเหล้า ผมนึกถึงหนึ่ง... เพื่อนตัวเล็กที่สอนให้ผมรู้จักรสชาติของจูบที่แสนพิเศษ ลีลาการใช้ลิ้นที่แพรวพราวของมัน ผมยังคงจำได้และนำมาใช้มอบความสุขให้โจจนถึงทุกวันนี้เรา 4 คนเดินไปที่รูปหน้าศพ จุดธูปขออโหสิกรรมทุกอย่างที่เคยทำร่วมกันมา "ขอบใจนะหนึ่งที่เป็นเพื่อนกันมาตลอด... หลับให้สบายนะมึง ไม่ต้องห่วงพวกกูแล้ว"เหตุการณ์นี้ทำให้ผมกับโจตระหนักถึงค่าของชีวิตมากขึ้น ผมตั้งใจดูแลสุขภาพตัวเองและโจให้ดีที่สุด ขับรถรับส่งโจไปเรียนทุกวัน คอยเป็นทั้งเพื่อน พี่ชาย และคนรักที่ซัพพอร์ตเขาทุกย่างก้าวความผิดพลาดในอดีตสอนให้เราไม่ประมาท และความสูญเสียเพื่อนทำให้เรารู้ว่า การมีกันและกันในวันนี้คือสิ่งล้ำค่าที่สุด เราจะก้าวต่อไปเพื่อใช้ชีวิตในส่วนของหนึ่งด้วยความสุข และเพื่อให้โจกลายเป็นคุณหมอที่พร้อมจะรักษาชีวิตคนอื่นได้อย่างเต็มภาคภูมิ...
ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ สนุกมากครับ ขอบคุณครับ งือออ แบบนี้อีกแล้ว ขอบคุณครับ ขอบคุณ ขอบคุณมากๆครับ ขอบคุณมากๆนะครับได้เรียนรู้อะไรๆอีกเยอะ ขอบคุณครับ สนุก ขอบคุณค่า ขอบคุณครับ ขอบคุณมากครับ
หน้า:
[1]