เพื่อนกันมันส์เสียว 20
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย NOOFONG เมื่อ 2026-2-13 13:48หลังจากผ่านพ้นช่วงปีแรกหลังเรียนจบ ชีวิตของมนุษย์เงินเดือนก็ได้เริ่มต้นขึ้น ผมได้เข้าทำงานที่บริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งทั้งตำแหน่งและเงินเดือนก็ถือว่าโอเคเลยทีเดียว ผลงานช่วงที่ผมเรียนและฝึกงานกลายเป็นใบเบิกทางชั้นดีที่ทำให้ผมได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรระดับผู้นำอุตสาหกรรมการผลิตทั้งในและต่างประเทศ แต่กว่าจะผ่านโปรมาได้... บอกเลยว่าหนักหนาสาหัสเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน
ในขณะที่ชีวิตการทำงานของผมเริ่มเข้าที่ ไบซันเองก็อยู่ในช่วงขาขึ้นของการเดินสายแข่งขันในเส้นทางอาชีพนักกีฬายูโดของมัน ตารางฝึกซ้อมและตารางแข่งที่แน่นเอี๊ยดทำให้เราต้องห่างกันนานเป็นเดือน สองเดือน... เผลอแป๊บเดียวเวลาก็ล่วงเลยไปถึงครึ่งปีแล้ว
ยอมรับแบบลูกผู้ชายเลยครับว่า "คิดถึงมันฉิบหาย"
เวลาว่างหลังเลิกงาน ผมเลยต้องหอบร่างพังๆ ไปหากินเหล้าย้อมใจกับพวกไอ้เก่งอยู่บ่อยๆ
บรรยากาศในร้านเหล้าวันนี้ดูจะเศร้ากว่าปกติ (หรือผมคิดไปเองก็ไม่รู้) แสงไฟสลัวกับแก้วเหล้าตรงหน้ามันช่างเข้ากับความรู้สึกตอนนี้เหลือเกิน ผมเพิ่งเข้าใจวันนี้เองว่า รสชาติของการเป็นผู้ใหญ่... บางทีมันก็ขมขื่นยิ่งกว่าเหล้าเพียวๆ เสียอีก
“แม่ง... เรียนจบแล้วคิดว่าจะสบาย มีเวลาเอากันทั้งวันทั้งคืน ที่ไหนได้! นี่กูไม่ได้เจอหน้าเมียมาจะครึ่งปีแล้วนะโว้ยยย ทรมานฉิบหาย!”
ผมตะโกนแข่งกับเสียงดนตรีสด แอลกอฮอล์เริ่มทำพิธีเปิดต่อมน้ำตา ผมสะอื้นฮักจนน้ำมูกแทบไหลลงแก้ว ไอ้เก่งเห็นแล้วถึงกับทำหน้าเอือมระอา เอาแขนมาลูบหลังผมเบาๆ เหมือนลูบหลังหมาที่โดนเจ้าของทิ้ง
“คิดถึงหรือเงี่ยน เอาดีๆ” ไอ้เก่งถามแทงใจดำ
“ก็ทั้งสองอย่างนั่นแหละสัด!” ผมโวยวายใส่เพื่อน “มึงเข้าใจมั้ยว่าการมีเมียเป็นนักกีฬาทีมชาติเนี่ย วันๆ มันคุยกับเบาะยูโดมากกว่าคุยกับกูอีก กูเหมือนเป็นเมียน้อยที่รอส่วนแบ่งเวลาจากสมาคมกีฬาอะมึง!”
“เออๆ เงี่ยนก็ไปหาซื้อกินดิ๊ ร้านข้างๆ นี่เด็กอย่างแจ่ม อย่ามานั่งฟูมฟายเสียลุคหนุ่มออฟฟิศไฟแรง”
“ซื้อกินเหี้ยอะไรล่ะครับ!” ผมหันไปแยกเขี้ยวใส่ “มึงดูหุ่นเมียกูด้วย! กล้ามเป็นมัดๆ ทุ่มกูทีเดียวกูคงไปนอนคุยกับรากมะม่วง มึงคิดว่ากูจะกล้าเสี่ยงเอาชีวิตไปทิ้งกับเด็กอ่างเหรอ ถ้าไบซันรู้... สภาพกูคงไม่จบที่โรงพยาบาล แต่อาจจะจบที่วัดหัวลำโพง!”
“เออว่ะ... ลืมไปว่าเมียมึงโหด” ไอ้เก่งถอนหายใจพลางตบไหล่ปลอบ “อดทนหน่อยเพื่อนเอ๊ย พวกมึงอยู่ในช่วงสร้างอนาคต อนาคตที่เมียมึงจะได้ไปโอลิมปิก ส่วนมึงก็ได้ไปออฟฟิศ สู้ๆ ว่ะ”
“กูก็ไม่อยากงี่เง่าหรอก แต่มันเหงาอะมึง... บางทีกูก็แค่อยากได้ที่ระบาย อยากได้ยินเสียงครางหวานๆ ไม่ใช่เสียงหัวหน้าด่ากราดในห้องประชุม!” ผมยกเหล้าขึ้นกระดกหมดแก้วรวดเดียว “กูอยากซุกอกแน่นๆ ของมัน ไม่ใช่ซุกหน้าลงบนกองเอกสาร!”
“เออๆ พวกกูเข้าใจ... แต่ตอนนี้มึงซุกถังน้ำแข็งไปก่อนนะเพื่อน ดูท่าจะไปไม่เป็นทรงละเนี่ย ชน!”
ก็นั่นแหละครับ ชีวิตช่วงนี้แม่งอย่างตึง วนลูปนรกยิ่งกว่ารถเมล์สาย 8 งานที่บริษัทก็ขยันงอกยังกับเห็ด ยุ่งจนหัวหมุน โดนหัวหน้าสั่งแก้แบบงานซ้ำซากเหมือนเป็นเจ้ากรรมนายเวรกันมาตั้งแต่ชาติปางไหน แถมยังต้องอยู่ต่อโอทีลากยาวทุกวัน กว่าจะได้แบกร่างพัง ๆ กลับถึงบ้านก็เกือบห้าทุ่ม ซึ่งแน่นอนครับ... มันเลยเวลาที่ผมเคยนัดวิดีโอคอลคุยกับไบซันไปนานมากแล้ว
ตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา ความเหนื่อยและภาระงานมันสูบพลังผมไปจนหมด หมดขนาดที่ว่าไม่มีเวลาแม้แต่จะพิมพ์ข้อความทิ้งไว้ให้มัน พอเลิกงานดึกผมก็ไม่กล้าโทรกลับ เพราะกลัวว่าเสียงแจ้งเตือนจะไปรบกวนเวลาพักผ่อนหรือการซ้อมที่แสนจะหนักหน่วงของนักกีฬาอย่างมัน
พอหัวถึงหมอนปุ๊บ สติผมก็ตัดฉับเข้าสู่โหมดประหยัดพลังงาน หลับเป็นตาย ผมย้ายออกมาอยู่คนเดียวได้เกือบปีแล้วครับ เหตุผลคือแม่ซื้อบ้านให้เป็นของขวัญที่เรียนจบและได้งานทำ แถมยังอยู่ใกล้ที่ทำงานด้วย บ้านหลังนี้เป็นบ้านเดี่ยวในโครงการหนึ่งแถวสมุทรปราการ ราคาก็แพงเอาเรื่องอยู่ แต่แลกกับความเป็นส่วนตัวและไม่ต้องตื่นตีห้าเพื่อไปเบียดบนรถไฟฟ้าก็นับว่าคุ้ม
เช้าวันต่อมาเป็นวันหยุดครับ ในที่สุดผมก็ได้มีวันหยุดกับเขาสักที กะว่าจะนอนอืดให้เต็มคราบ แต่ยังไม่ทันไร เสียงวิดีโอคอลก็ดังขัดจังหวะซะก่อน ผมปรือตามองดูชื่อครู่หนึ่ง ด้วยความง่วงที่ยังค้างคาบวกกับความขี้เกียจระดับสิบ ผมเลยเลือกที่จะเมิน แล้วดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปงหลับต่อทั้งอย่างนั้น
ตื่นมาอีกทีก็เกือบบ่ายโมงครับ เหมือนร่างกายมันกำลังรีโคฟเวอรี่ตัวเองจากนรกการทำงานมาตลอดทั้งสัปดาห์ ผมบิดขี้เกียจจนกระดูกลั่นเปรี๊ยะ ก่อนจะควานหาโทรศัพท์ที่ตกอยู่ข้างหมอนขึ้นมาดู
"ชิบหายละ..."
คำแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวเมื่อเห็นหน้าจอล็อกเต็มไปด้วยการแจ้งเตือน เมียโทรมาครับ... ไม่ใช่แค่สายเดียว แต่เป็นสิบสาย! แถมด้วยข้อความทิ้งท้ายที่อ่านแล้วรู้สึกถึงรังสีอำมหิตทะลุจอมาเลยทีเดียว ข้อความล่าสุดส่งมาเมื่อชั่วโมงที่แล้วสั้นๆ ว่า "เออ ตามใจ" สั้นแบบนี้เตรียมจองศาลาได้เลยครับ
ผมสูดหายใจเข้าลึกๆ ทำใจกล้ากดโทรกลับทันที หัวใจเต้นแรงกว่าตอนพรีเซนต์งานหน้าห้องประชุมซะอีก แต่ดังตู๊ดสองสามที... สายก็ตัดไป
ผมกดใหม่ อีกรอบก็เหมือนเดิม ไอ้ไบซันน่าจะโกรธที่ผมไม่ได้รับสายมัน แถมยังหายหัวไปทั้งอาทิตย์ ยิ่งห่างกันก็ยิ่งเข้าใจกันน้อยลงจริงๆ ครับ
ในขณะที่กราฟชีวิตการทำงานผมกำลังพุ่งขึ้น... กราฟความรักแม่งดิ่งลงเหว!
สักพักก็มีเสียงคนมากดกริ่งรัวๆ ที่หน้าบ้าน
กริ้งงงงง…ๆๆๆๆๆๆ!
ผมที่เพิ่งตื่น หัวกระเซอะกระเซิง น้ำท่ายังไม่ได้อาบ หน้าไม่ได้ล้าง สภาพดูไม่ได้สุดๆ รีบวิ่งลงมาจากชั้นล่างด้วยความลนลาน
ทุกคนทายซิครับว่าผมเจอใคร?
"ไบซัน!"
มันมายืนอยู่หน้าบ้านผมครับ! มาในสภาพที่สะพายกระเป๋าเป้ใบใหญ่ไว้ข้างหลัง แต่ที่ทำเอาผมทำอะไรไม่ถูกยิ่งกว่าคือ ไอ้หมาตัวยักษ์ของผมมันกำลังยืนร้องไห้โฮอยู่ตรงนั้น มันปาดน้ำตาปรกๆ สะอื้นจนตัวโยนแบบไม่อายคนเดินผ่านไปมาในหมู่บ้านเลยสักนิด จมูกมันแดงก่ำ ตาบวมเป่ง ทันทีที่มันเห็นหน้าผม มันก็ยิ่งเบะปากร้องหนักกว่าเดิม
"ปืน... ฮึก... มึงหายไปไหนมาวะ กูนึกว่ามึงเป็นอะไรไปแล้ว... ฮือออ" มันปล่อยโฮออกมาหนักกว่าเดิม พลางเอากำปั้นหนาๆ ปาดน้ำตาออกจากแก้มลวกๆ "กูโทรหาเป็นร้อยสายมึงก็ไม่รับ แชทไปมึงก็ไม่อ่าน... กูเป็นห่วงมึงจนแทบจะบ้าตายอยู่แล้วนะเว้ย!"
ผมรีบคว้าตัวมันเข้ามากอดไว้แน่น
"กูขอโทษ... ไบซัน กูขอโทษจริงๆ มึงอย่าร้องนะ โอ๋ๆ ..."
แทนที่มันจะหยุด ยิ่งปลอบมันก็ยิ่งสะอื้นหนักกว่าเดิม น้ำตาเปียกชุ่มไหล่เสื้อนอนผมไปหมด ผมเลยตัดสินใจใช้ไม้ตาย ดึงใบหน้าคมที่เปรอะคราบน้ำตาลงมา แล้วประกบจูบปิดปากมันซะเลย!
"อื๊อออ!?"
ผมบดจูบลงไปเน้นๆ จนมันเงียบเสียงลง เหลือแค่เสียงหายใจฟืดฟาด ก่อนจะผละออกมามองหน้ามันแล้วยิ้มล้อเลียน
“ไอ้ขี้แย... หยุดร้องได้แล้ว ผัวมึงยังไม่ได้ตายนะ”
มันทุบไหล่ผมดัง ปึก! แรงทุบระดับนักกีฬายูโด ถึงจะบอกว่าเบาแล้วแต่สำหรับพนักงานออฟฟิศอย่างผมเล่นเอาสะเทือนไปถึงปอด
"โอ๊ย! เจ็บนะเนี่ย ก็มึงไม่หยุดร้องสักที กูอายเพื่อนบ้านเค้าเนี่ย" ผมหัวเราะร่าพลางเช็ดปากตัวเอง
“ทำผิดแล้วยังจะมาพูดดีอีกนะ ไอ้คนนิสัยไม่ดี!” ไบซันเบะปากใส่ จมูกแดงๆ นั่นสูดน้ำมูกฟืดฟาด
“เออๆ กูขอโทษแล้วไง งานมันยุ่งจนกูเพิ่งได้มีเวลานอนจริงๆ จังๆ เนี่ย ดูใต้ตากูดิ ดำเป็นหมีแพนด้าขนาดนี้เอาแรงที่ไหนไปทำอย่างอื่น” ผมรีบเสนอหน้าโทรมๆ เข้าไปใกล้ให้มันเห็นใจ
“ฮึก… แล้วทำไมไม่โทรมาบ้างเลย รู้มั้ยว่ากูคิดถึงมึงจนซ้อมไม่รู้เรื่องแล้วเนี่ย” มันตัดพ้อเสียงสั่นเครือ น้ำใสๆ รื้นขึ้นมาคลอเบ้าอีกรอบ
“แล้วมึงคิดหรอว่ากูไม่คิดถึงมึงอ่ะ...” ผมยื่นมือไปเช็ดน้ำตาให้มันเบาๆ “กูแทบจะนั่งคุยกับแก้วเหล้าอยู่แล้วเนี่ย เพ้อถึงมึงให้พวกไอ้เก่งฟังจนมันจะอ้วกใส่หน้ากูอยู่แล้ว”
ไบซันชะงักไปนิดนึง ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความเป็นห่วง “ดื่มหนักเลยหรอ?”
“อือ... ก็คิดถึงมึง”
ผมตอบกลับไปเสียงอ่อย พอได้ยินแบบนั้น แก้มของไอ้ยักษ์ตรงหน้าก็ขึ้นสีระเรื่อทันที แต่มันก็ยังมิวายทำเสียงอู้อี้ถามต่อด้วยความระแวงแบบน่าเอ็นดู
“ไม่ใช่ว่าไปแอบเอาใครที่ร้านเหล้านะ...” มันหรี่ตามองจับผิด แต่แววตาไหวระริกด้วยความกลัวว่าผมจะมีคนอื่นจริงๆ
“โธ่... มึงคิดว่ากูกล้าหรอครับคุณไบซัน หุ่นเมียกูขนาดนี้ ทุ่มกูทีเดียวคอหักตายคาที่ ใครจะกล้ามีกิ๊ก” ผมแกล้งทำหน้าจริงจัง “ถ้าไม่เชื่อกู... มึงโทรไปถามพวกไอ้เก่งดูได้เลย”
“จริงนะ...” มันถามย้ำด้วยเสียงอ้อนๆ พลางขยับเข้ามาซุกอกผมเหมือนจะเช็กกลิ่นแปลกปลอม
“จริงสิครับ รักมึงคนเดียวจะตายอยู่แล้วเนี่ย เข้าบ้านเถอะคนเก่ง เดี๋ยวผัวอาบน้ำให้โอเคมั้ย?”
ผมว่าพลางเอื้อมมือไปคว้ากระเป๋าเป้ใบยักษ์ของมันมาถือไว้เอง (หนักฉิบหาย นี่มึงแบกหินมาเหรอไบซัน!) แล้วเดินตามหลังเมียตัวดีเข้าบ้านไปต้อยๆ
“แล้วนี่มึงหนีโค้ชมาเหรอ” ผมถามขึ้นขณะที่เดินตามหลังแผ่นหลังกว้างๆ เข้าไปในโซนห้องนั่งเล่น
“เปล่า ไม่ได้หนี แค่ลาหยุด 2-3 วัน... มาเติมพลังน่ะ” มันตอบสะบัดเสียงนิดๆ แต่หูก็ยังแดงไม่หาย
“ของขาดล่ะสิ” ผมแกล้งแซะพร้อมยิ้มกวนประสาท
“ก็ใครล่ะที่เงียบหายไป! โทรก็ไม่รับ ไลน์ก็ไม่ตอบ ดีแค่ไหนที่กูไม่บุกมาตั้งแต่เมื่อคืนน่ะ ถ้ากูมานะ มึงไม่ได้นอนหายใจทิ้งแบบนี้แน่!” มันหันมาแยกเขี้ยวใส่ แต่แววตานี่คือพร้อมจะขย้ำผมทุกเมื่อ
“เออๆ กูยอมแพ้ งานที่ออฟฟิศวุ่นวายสัสๆ เป็นไปได้กูก็อยากลาออกมานอนให้เมียเลี้ยงเนี่ย เบื่อหัวหน้าว่ะ” ผมบ่นประชดชีวิตพลางทิ้งตัวลงบนโซฟา
“มึงไปลาออกเลย”
“ไอ้สัด กูพูดเล่น” ผมขำแห้งๆ แต่ไบซันกลับไม่ขำด้วย
“กูพูดจริง!” มันเดินเข้ามายืนค้ำหัวผม สายตาที่เคยขี้แยเปลี่ยนเป็นจริงจัง “ถ้าจะทำงานแล้วเป็นสภาพแบบนี้กูก็ไม่โอเค กินข้าวครบ 3 มื้อหรือเปล่าก็ไม่รู้ มึงดูสภาพมึงดิ มึงเคยเป็นถึงเดือนคณะเลยนะโว้ยย หน้าหล่อๆ ของผัวกูโทรมหมดแล้วเนี่ย... กูเห็นแล้วกูปวดใจนะปืน”
มันว่าพลางเอามือหนาๆ มาลูบแก้มผมเบาๆ สายตาเต็มไปด้วยความห่วงใยจนผมเถียงไม่ออก รสชาติความเป็นผู้ใหญ่มันอาจจะขมจริงครับ แต่พอมี 'ของหวาน' ไซส์ยักษ์มาเสิร์ฟถึงบ้านแบบนี้... ผมว่ามันก็น่าจะพอสู้ไหวอยู่นะ
ผมมองหน้ามันที่กำลังทำทรงดุแต่แววตานี่ละลายเป็นน้ำเยิ้มไปหมด พอเห็นมันเป็นห่วงผมขนาดนี้ ต่อมอ้อนที่เก็บกดมาทั้งสัปดาห์ก็ทำงานทันที ผมคว้าเอวหนาๆ ของมันดึงเข้าหาตัว จนหน้าผมซุกอยู่ตรงหน้าท้องของมัน
“โธ่... เมียกูบ่นเป็นแม่เลยว่ะ” ผมเงยหน้าขึ้นมองมันตาละห้อย ส่งสายตาหมาน้อยที่รู้ว่ายังไงมันก็แพ้ทาง “ก็งานมันสูบพลังกูไปหมดแล้วเนี่ย ตอนนี้แบตเหลือ 1 เปอร์เซ็นต์เองนะ... อยากได้พลังงานสำรองจังเลยครับ”
“พลังงานเหี้ยไรล่ะ มึงไปอาบน้ำนู่นไป” มันพยายามจะแกะมือผมออก แต่หน้าแดงลามไปถึงหูแล้ว
“ไม่อาบ... จะกินนม” ผมพูดหน้าตายพลางซุกหัวมุดเข้าไปใต้ชายเสื้อวอร์มของมัน “ขอกินนมเติมพลังหน่อยดิ ไม่ได้กินมาตั้งครึ่งปีแล้วนะเว้ย ผอมแห้งแรงน้อยหมดแล้วเนี่ย”
“ไอ้ปืน! มึงจะมาหื่นอะไรตอนนี้... ฮึก... กูเพิ่งร้องไห้เสร็จนะ!” มันโวยวายเสียงหลงแต่ก็ไม่ได้ถอยหนี แถมยังยอมยืนนิ่งๆ ให้ผมมุดอยู่อย่างนั้น
“ก็เมียบอกเองว่าให้ลาออกมาให้เมียเลี้ยง งั้นกูขอกินนมประเดิมสวัสดิการหน่อยไม่ได้ไง?” ผมแกล้งงับพุงมันเบาๆ ไปทีหนึ่งจนมันสะดุ้งโหยง
ไบซันถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เหมือนยอมจำนนต่อโชคชะตา มันเอามือลูบหัวผมเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ ถลกเสื้อวอร์มตัวเองขึ้นจนเห็นแผงอกแน่นๆ ที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามสไตล์นักกีฬา
“เออๆ ... ยอมแล้ว อ้อนเป็นเด็กไปได้” มันพึมพำเสียงค่อย พลางเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาเจ้าเล่ห์ของผม
ผมไม่รอช้า รีบซุกหน้าเข้าหาอกอุ่นๆ ของมันทันที กลิ่นกายของไบซันที่ผมคิดถึงมาตลอดหกเดือนมันเยียวยาทุกอย่างจริงๆ รสชาติของงานนรกที่เจอมาทั้งอาทิตย์หายวับไปกับตา
"อา... ชื่นใจฉิบหาย" ผมพึมพำเสียงพร่า ก่อนจะอ้าปากงับยอดอกสีสวยที่ชูชันสู้ลิ้นเพราะแรงอารมณ์
"อ๊ะ... ปืน..."
เสียงครางเครือในลำคอของไบซันดังขึ้นเบาๆ มันพยายามกลั้นเสียงเอาไว้แต่ร่างกายกลับทรยศ แผ่นหลังกว้างแอ่นเข้าหาผมโดยอัตโนมัติ มือหนาที่เคยทุบไหล่ผมเปลี่ยนมาขยำเส้นผมของผมไว้แน่นเพื่อระบายความเสียวซ่าน
"อื้มมม... หวานจังวะ" ผมรัวลิ้นเล่นกับตุ่มไตแข็งขึงนั่นอย่างหมั่นเขี้ยว ทั้งดูดดึงทั้งขบเม้มจนเกิดเสียงดังจ๊วบจาบก้องห้องนั่งเล่นที่เงียบสงัด
"อึก... เบา... เบาหน่อย มึงไม่ได้กินมานานเกินไปแล้วนะ" ไบซันครางประท้วงพลางหอบหายใจถี่ ร่างกายสั่นสะท้านไปหมด "อ๊า... ปืน... ตรงนั้น... อย่ากัด..."
ผมไม่ฟังคำท้วงติงแต่กลับเร่งจังหวะให้หนักหน่วงขึ้น มือข้างหนึ่งก็ซนไม่อยู่สุข ลูบไล้ไปตามมัดกล้ามหน้าท้องที่เรียงตัวสวยงาม ก่อนจะเลื่อนต่ำลงไปหาขอบกางเกงวอร์ม
"ก็กูหิว... มึงปล่อยให้ผัวอดโซมาตั้งหกเดือนนะไบซัน วันนี้กูจะกินให้เกลี้ยงเต้าเลยคอยดู"
"ซี๊ดดด... อือออ... มึงมันนิสัยเสีย" มันก้มลงมาซุกหน้ากับไหล่ผมเพื่อซ่อนใบหน้าที่เห่อแดงและอารมณ์ที่พุ่งสูงปรี๊ด "กินไปเลย... ฮึก... กินให้พอใจมึงเลยไอ้ผัวเฮงซวย"
TBC.
ตัดจบแบบละครไทย 55+
ขอสักสิบคอมเม้นท์ให้น้ำเดินนะคร้าบบบ
รักคนอ่าน
สนุกมากครับ งื้อออออออออ อย่าเพิ่งตัดจ๊บบบบบบบบ Eakkadoor ตอบกลับเมื่อ 2026-2-14 07:37
งื้อออออออออ อย่าเพิ่งตัดจ๊บบบบบบบบ
ต้องแวปไปศึกษาใน X ก่อนค้าบบ555 ขอบคุณครับ{:5_134:}ติดตามความหวานจนมดขี้นจอเลย{:5_134:} 😁🐵😏😉😁🐵😏😉 สนุกมากครับ ขอบคุณครับ
หน้า:
[1]