NOOFONG โพสต์ 2026-2-3 16:36:59

เมื่อผมข้ามมิติและต้องแต่งงานกับผู้ชาย 4 คนพร้อมกัน Ch.25












ค่ำคืนนั้นเงียบจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเอง แสงจากเสาไฟริมถนนลอดผ่านหน้าต่างบานเล็ก กลายเป็นเส้นแสงจาง ๆ ที่ทอดบนผนังห้องเช่าซอมซ่อ ทุกสิ่งยังคงเหมือนเดิม เตียงเก่าที่ส่งเสียงเอี๊ยดทุกครั้งที่ขยับ ผ้าห่มซีดจางจนแทบจำสีเดิมไม่ได้ โต๊ะพับที่เต็มไปด้วยรอยขีดข่วน และเก้าอี้โยกเยกที่ขาเริ่มเอนเอียง


“เซย์เรน…”


เสียงทุ้มพร่าดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง คล้ายเสียงลมหายใจของความทรงจำที่ยังไม่จางหาย


“เวลาของข้าเหลือไม่มากแล้ว”


ชายหนุ่มกลืนน้ำลายยากเย็น หัวใจบีบรัดรุนแรงจนเจ็บแปลบไปทั้งอก เขาเงยหน้ามองเพดานห้องเช่า เพดานสีขาวหม่นที่มีรอยแตกร้าวเล็ก ๆ มุมหนึ่ง แล้วสายตาก็เลื่อนลงมาที่โต๊ะซึ่งกองเต็มไปด้วยเอกสารจากบริษัทที่เขายังไม่ได้สะสาง ความจริงคือโลกนี้มีแต่ความว่างเปล่า


เขาเคยคิดว่าชีวิตมนุษย์เงินเดือนธรรมดาก็เพียงพอแล้ว แต่เมื่อได้สัมผัสความรักที่แท้จริงในโลกอีกฝั่ง ความรู้สึกนั้นก็เกาะกินหัวใจจนเขาไม่อาจหลอกตัวเองได้อีก


“โลกนี้...ไม่มีใครรอฉันอีกแล้ว” เสียงเขาเบาแทบขาดห้วง น้ำตาเอ่อคลอแล้วไหลรินลงข้างแก้ม “แต่ที่นั่น...ฉันยังมีพวกเขา”


คำพูดนั้นเหมือนประกาศคำตัดสินสุดท้ายของโชคชะตา


ร่างโปร่งใสของแรนทีลสั่นระริก ดวงตาสีฟ้าเงินส่องวาวราวกับแสงดาวต้องหยาดน้ำ เขาเผยอริมฝีปากเหมือนอยากพูดอะไร แต่ก็ปิดลง เหมือนคำทั้งหมดถูกกลืนหายไปกับเสียงหัวใจที่เต้นระส่ำ


เซย์เรนหันมองรอบห้องอีกครั้ง ราวกับต้องการจดจำภาพสุดท้ายของโลกใบนี้ไว้


มือของเขาสั่นเล็กน้อยเมื่อยื่นออกไป ปลายนิ้วเรียวสัมผัสมือของแรนทีลในชั่วพริบตา มือที่โปร่งใสแต่กลับอบอุ่นอย่างไม่น่าเชื่อ


ทันใดนั้น ร่างของแรนทีลเปล่งแสงขึ้นจากภายใน แหวนสีเงินบนนิ้วของเซย์เรนส่องประกายรุ้งพุ่งขึ้นสู่เพดาน แสงนั้นระเบิดออกเป็นเกลียวเวทมหาศาลที่ไหลวนราวพายุ


ม่านลมพัดแรงจนผ้าม่านสะบัดเสียงดัง เอกสารบนโต๊ะปลิวว่อนราวกับถูกดูดเข้าสู่แรงดึงของมิติ พื้นห้องสั่นสะเทือนจนขาเก้าอี้ล้มครืน


เซย์เรนกัดริมฝีปากแน่น แต่ดวงตากลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น “แรนทีล... พาข้ากลับไปเถอะ”


เสียงสวดโบราณดังก้องขึ้นจากความว่างเปล่า ราวกับใครกำลังขับร้องบทสวดของดวงดาว


กลางห้อง ปรากฏวงเวทขนาดมหึมาที่เปล่งประกายราวกับฟากฟ้าถูกฉีกออกเป็นเส้นสายแสง แรงเวทหมุนวนล้อมทั้งคู่ไว้ในห้วงเวลา


ทุกอย่างเริ่มเลือนหายไป โต๊ะ เตียง หน้าต่าง ตึกสูงด้านนอก ราวกับถูกลบด้วยหมึกสีขาว


ในวินาทีสุดท้ายก่อนที่ร่างจะสลาย เซย์เรนปาดน้ำตาออกจากแก้ม แล้วกระซิบเสียงสั่นแต่หนักแน่น


“ครั้งนี้...ฉันจะไม่ยอมให้จบแบบเดิมอีกแล้ว”


แสงนั้นกลืนกินทุกสิ่ง เหลือเพียงประกายแห่งคำสัญญาและสองวิญญาณที่หายไป










แสงสว่างที่กลืนกินทุกสิ่งค่อย ๆ จางลง เสียงลมหายใจหนัก ๆ ของเซย์เรนดังก้องขึ้นแทนที่ ความมืดมิดที่ปกคลุมอยู่ชั่วขณะพลันถูกแทนด้วยแสงตะเกียงอันริบหรี่ กลิ่นคาวเลือดอบอวลรอบตัว ความอบอุ่นของผ้าห่มที่เปียกชื้นด้วยเหงื่อและเลือดหวนกลับเข้ามาอีกครั้ง


“เฮือก!!”


ร่างของเซย์เรนสะดุ้งเฮือกขึ้นนั่ง ลมหายใจหอบถี่ราวกับคนเพิ่งถูกฉุดขึ้นมาจากบ่อน้ำ เขากวาดตามองรอบด้านอย่างเลื่อนลอย ก่อนที่ภาพของคนทั้งสี่จะชัดเจนขึ้น เอลเซียน ไคเรน แรนทีล และเฟลด์ ต่างยืนรายล้อมอยู่ไม่ไกล


ใบหน้าของแต่ละคนเต็มไปด้วยความกังวล และร่องรอยน้ำตาที่แทบไม่มีผู้ใดเคยเห็นมาก่อน เสาหลักอันแข็งแกร่งของอาณาจักร ผู้ที่ครั้งหนึ่งไม่เคยสั่นคลอนต่อสิ่งใด กลับยืนอยู่ตรงหน้าด้วยหัวใจที่อ่อนล้าไร้ซึ่งเกราะกำบัง


ในวินาทีนั้น เซย์เรนรับรู้ได้ทันที พวกเขาไม่ได้แข็งแกร่งไร้เทียมทานอย่างที่โลกภายนอกมองเห็น แต่เป็นเพียงผู้ชายสี่คนที่รักและกลัวการสูญเสีย…มากกว่าสิ่งใดทั้งหมด


“เซย์เรน!”


เอลเซียนเป็นคนแรกที่พุ่งเข้ามา กุมมือเขาไว้แน่นจนเส้นเลือดปูด ดวงตาสีม่วงเข้มสั่นระริก น้ำเสียงสั่นพร่า “พระองค์... ทรงได้ยินข้าไหม”


เซย์เรนขยับริมฝีปาก แต่เสียงกลับไม่ยอมออกมา เขาเพียงมองหน้าเอลเซียน แล้วเหลือบไปเห็นอีกสามคนที่ยืนอยู่ไม่ไกล แรนทีลนั่งข้างเตียง มือข้างหนึ่งวางอยู่บนหน้าท้องเขา แสงเวทสีเงินอ่อนค่อย ๆ ส่องออกจากปลายนิ้ว


แต่จู่ ๆ แสงนั้นสั่นวูบ เสียงสำลักเลือดดังขึ้น “แค่ก—!”


เลือดสีแดงเข้มไหลออกจากมุมปากของแรนทีล เขาก้มหน้าลง มือสั่นเพราะถูกเวทกัดกินจิตวิญญาณไปมากเกินกว่าจะทนได้


“แรนทีล!” เฟลด์ร้องลั่น รีบเข้ามาพยุงอีกฝ่ายขึ้น ดวงตาสีอำพันเต็มไปด้วยความตระหนก


แต่แรนทีลเพียงส่ายหน้าเบา ๆ “ไม่เป็นไร... ข้าเพียงใช้พลังมากเกินไป”


เซย์เรนมองเขานิ่ง ดวงตาสั่นระริกเมื่อเห็นเลือดไหลหยดจากปลายนิ้วลงบนพื้นหินเย็น ความเจ็บปวดที่แล่นผ่านหน้าอกไม่ใช่เพราะบาดแผลของตนเอง แต่เพราะคนตรงหน้ากำลังแลกชีวิตเพื่อเรียกเขากลับมา


แรนทีลยิ้มบาง ดวงตาสีฟ้าเงินทอประกายแห่งความหวังที่สั่นไหวอยู่ในแสงตะเกียง “ข้าตามหาท่านจนพบแล้วนะ เซย์เรน... ต่อให้ต้องฝืนชะตาหรือกาลเวลา ไม่ว่าสุดขอบฟ้าจะอยู่ไกลเพียงใด”


เสียงสะอื้นแผ่วเบาลอยอยู่ในห้องที่ยังอวลกลิ่นเลือดจาง ๆ


เซย์เรนหลับตาแน่น น้ำตาไหลเงียบขณะมือกำผ้าปูเตียงไว้แน่นจนสั่น เขารู้สึกถึงความว่างเปล่าภายในร่างกาย... ช่องว่างที่ควรมีชีวิตเล็ก ๆ เติบโตอยู่บัดนี้กลับเงียบงัน


ไคเรนคุกเข่าลงข้างเตียงอย่างช้า ๆ นิ้วมือที่เคยแข็งกร้าวจากการถืออำนาจในสภา สั่นระริกเมื่อเอื้อมขึ้นจับมือของเซย์เรนไว้แน่น ดวงตาสีเขียวเข้มที่เคยมั่นคงเย็นชาในสนามการเมือง กลับพร่าเลือนด้วยน้ำตา


“ไม่เป็นไรนะ…” เสียงเขาแผ่วพร่าแต่พยายามฝืนยิ้ม “อย่าร้องเลย ท่านไม่ต้องโทษตัวเอง”


เซย์เรนส่ายหน้า น้ำตาร่วงลงบนมือของอีกฝ่าย “แต่ลูกของเรา...”


ไคเรนยกมือขึ้นแตะแก้มเขาเบา ๆ ดวงตาสั่นไหวแต่ยังคงอ่อนโยน “เรื่องลูก... จะมีใหม่เมื่อไหร่ก็ได้ ขอเพียงท่านปลอดภัย แค่นั้นก็พอแล้ว”


คำพูดนั้นเหมือนมีดที่กรีดลงกลางหัวใจของเขาเอง


เขายิ้มทั้งที่น้ำตาไหล เพราะรู้ว่าชีวิตเล็ก ๆ ที่สูญไปนั้นไม่มีวันหวนคืน แต่ถึงอย่างนั้น... ความสูญเสียนั้นก็ยังไม่เท่ากับการคิดว่าต้องเสียเซย์เรนไปอีกครั้ง


เสียงสะอื้นของเซย์เรนค่อย ๆ แผ่วลง เขาหลุบตามองมือของไคเรนที่ยังกุมไว้แน่น ความอบอุ่นนั้นแทรกซึมเข้ามาในหัวใจที่ปวดร้าวจนชา


น้ำตายังร่วงไม่หยุด แต่ในความพร่ามัวนั้น เสียงแผ่วเบาอีกเสียงหนึ่งดังขึ้นจากอีกฟากของเตียง


“ไม่ต้องกังวลไปหรอก ฝ่าบาท...”


แรนทีลเอ่ยขึ้นเสียงเรียบแต่เปี่ยมด้วยอำนาจแห่งเวท เขายกมือขึ้นแตะกลางอกของอีกฝ่าย แสงสีเงินอ่อนค่อย ๆ แผ่วซ่านออกจากปลายนิ้ว ส่องลอดผ่านผ้าห่มที่เปื้อนเลือดจนเห็นเงาแสงไหวอยู่ภายใน


“เจ้าปลาน้อยของเรา... ยังอยู่”


น้ำเสียงเขาอ่อนโยนจนหัวใจทุกคนในห้องเหมือนหยุดเต้น “พลังเวทของข้าได้ปกป้องชีวิตเล็ก ๆ นั้นไว้ได้ทัน ตอนนี้อาจยังไม่รู้สึกถึงชีพจรของเขา แต่เมื่อร่างกายของท่านฟื้น เด็กจะเติบโตขึ้นอีกครั้งแน่นอน”


เอลเซียนยืนนิ่งไปครู่ ก่อนจะยกมือปิดหน้า ไหล่สั่นสะท้านอย่างคนที่อดกลั้นน้ำตาไม่ไหว ส่วนไคเรนก็หอบลมหายใจแรง เหมือนถูกดึงขึ้นจากเหวลึก


“จริง... หรือ” เสียงไคเรนสั่นพร่า ดวงตาสีเขียวเข้มวาวระยับด้วยประกายแห่งความหวัง “เจ้าตัวเล็กของเรา... ยังอยู่จริง ๆ ใช่ไหม”


แรนทีลพยักหน้าช้า ๆ ดวงตาสีฟ้าเงินสะท้อนแสงตะเกียงที่ไหววูบ “ชีวิตเล็ก ๆ นั้นเข้มแข็งกว่าที่คิด เขาอดทนเก่ง… เหมือนกับท่าน เซย์เรน…”






---------------------------------------
น่าสงสาร งื้อออ ตาปูดตาวมกันหมดแล้ว
เหล่าสวามีของข่อยย


thnng โพสต์ 2026-2-3 17:19:46

ขอบคุณมากครับ.

thai_boys โพสต์ 2026-2-3 17:31:34

ขอบคุณมากๆนะครับ

nuangnut1996 โพสต์ 2026-2-3 18:46:47

สนุกมากครับ

GuN009 โพสต์ 2026-2-4 14:55:08

เย้ๆๆ คุณฟงกลับมาแล้ว
ว่าแล้วก็รอตามต่อ สนุกมากเลย
ขอบคุณนะครับ

reawreaw โพสต์ 2026-2-6 19:31:04

ขอบคุณครับ

BB5599 โพสต์ 2026-4-8 17:58:19

{:5_140:}

Boyz2515 โพสต์ 2026-7-26 14:01:40

ขอบคุณครับ
หน้า: [1]
ดูในรูปแบบกติ: เมื่อผมข้ามมิติและต้องแต่งงานกับผู้ชาย 4 คนพร้อมกัน Ch.25