ปล่อยไปตามหัวใจ ตอนที่6 เปิดประสบการณ์ใหม่ ในค่ายทหาร
*หมายเหตุ*เนื้อหาในเรื่องนี้ไม่มีเจตนาจะทำให้หน่วยงานหรือองค์กรใดเสื่อมเสียโปรดใช้วิจารณในการรับชม😁
เช้าวันต่อมาจริงๆต้องบอกว่าสายๆเพราะเก้าโมงกว่าแล้วผมตื่นขึ้นเพราะเสียงคนคุยกัน ผมรู้สึกปวดหัวมาก แขนขาหนักอึ้งปวดเมื่อยเนื้อตัวไปหมด
"อ้าว ตื่นแล้ว ลุกไหวมั้ยลูก ขอวัดไข้หน่อย"เสียงผู้หญิงคนหนึ่งพูดกับผมพร้อมทั้งเอาปรอทวัดไข้ให้ผมอมไว้อย่างงงๆ ด้วยสายตาที่ยังปรับแสงไม่ได้บวกกับผมถอดแว่นตอนนอนเลยทำให้ผมมองเห็นเป็นภาพมัวๆ
"อ๊อฟพากันไปทำอะไรมาทำไมปล่อยให้ป่วยขนาดนี้ไม่บอกแม่" เสียงผู้หญิงคนนั้นพูดเชิงต่อว่าพี่อ๊อฟน่าจะเป็นแม่พี่อ๊อฟ ผมควานหาเจอแว่นตาพอดีเลยเอามาใส่ ผู้หญิงคนนั้นหน้าตาใจดีถึงจะมีอายุแล้วแต่ก็ยังดูสวย พี่อ๊อฟคงหล่อได้แม่มา ผมยกมือไหว้สวัสดีแม่พี่อ๊อฟ
"นอนเถอะลูก"แม่พี่อ๊อฟพูดหยิบปรอทวัดไข้ไป
"อย่าว่าพี่อ๊อฟเลยครับ ผมไปว่ายน้ำมาก่อนจะมากับพี่อ๊อฟสงสัยะเล่นน้ำนานไปหน่อย"ผมพูดกับแม่พี่อ๊อฟ แม่พี่อ๊อฟถามอาการเบื้องต้นผมว่ามีอาการอย่างไร ปวดหัวมั้ย ตัวร้อยมั้ย หายใจสะดวกมั้ย ถามแล้วก็เดินออกจากห้องไป
"ไม่ต้องห่วง แม่พี่เป็นหมอ" พี่อ๊อฟบอกผมแปปเดียวแม่พี่อ๊อฟก็กลับเข้ามาพร้อมเข็มฉีดยา1อัน จ๊ากกกกกกก!!!
" จับน้องให้นอนตะแคง"แม่พี่อ๊อฟบอก พี่อ๊อฟก็จับผมพลิกตะแคง ผมไม่มีแรงแม้แต่จะพลิกตัว พอนอนตะแคงแล้วกางเกงที่ผมใส่อยู่ก็ถูกดึงลงจะเห็นเนินสะโพก สำลีชุบแอลกอฮอล์ถูกถูวนบริเวณที่จะปักเข็มจนเย็นวาบผมนอนหลับตาปี๋ แม่พี่อ๊อฟมือเบามากแต่จะบอกว่าไม่เจ็บเลยก็จะเป็นการโกหก เข็มปักเข้าไปในเนื้อทำไมจะไม่เจ็บ ฮ่าฮ่าฮ่า
"อ่ะเรียบร้อย" แม่พี่อ๊อฟบอก ผมรีบดึงกางเกงใส่เหมือนเดิมก่อนจะไหว้ขอบคุณแม่พี่อ๊อฟ ผมหละโคตรอาย ฮ่าฮ่า
"อ๊อฟเดี๋ยวไปซื้อโจ้กหน้าหมู่บ้านมาให้น้องกินแล้วให้กินยา แม่ไปทำงานก่อน เดี๋ยวเที่ยงๆแม่กลับมา"แม่พี่อ๊อฟสั่งก่อนจะออกไป
หลังจากผมกินข้าวกินยาก็หลับไปอีกรอบมาตื่นอีกทีตอนเที่ยงกว่าๆเพราะพี่อ๊อฟมาเรียกไปกินข้าว อาการผมดีขึ้นมาก ไข้ลดลงไม่ปวดหัวแล้ว แต่ยังเพลียนิดหน่อย พอเดินตามพี่อ๊อฟลงมาข้างล่าง แม่พี่อ๊อฟกำลังจัดอาหารใส่จานหลายอย่าง
"เป็นไงบ้างลูกดีขึ้นบ้างไหม มากินข้าวมา แม่ซื้อกับข้าวมาเยอะเลย" แม่พี่อ๊อฟพอเห็นก็เรียกผมกินข้าว นั่งกินไปแม่พี่อ๊อฟก็ชวนผมคุยถามนู่นถามนี่ ผมเลยแนะนำตัวและคุยกับแม่พี่อ๊อฟไปเรื่อย แม่พี่อ๊อฟใจดีมาก
"น้องสาวเราไปไหนไม่ลงมากินข้าว"แม่พี่อ๊อฟถามพี่อ๊อฟ พี่อ๊อฟมีน้องสาวด้วยแฮะผมไม่ยักรู้มาก่อน
"เห็นว่าวันนี้นัดเพื่อนไปเรียนพิเศษด้วยกันนะครับ"พี่อ๊อฟตอบแม่ ยังไม่ทันขาดคำก็มีเสียงเด็กผู้หญิงทักทายมาจากข้างหลัง
"แม่นินทาอะไรหนู" พอผมหันไปตามเสียงผมก็ต้องตกใจ เด็กผู้หญิงคนนั่นกำลังเดินลงมาจากบันไดพอแอนเห็นผมก็ตกใจไม่แพ้กัน
"แอน"ผมเรียก แอนเพื่อนผมนี่เอง นี่แอนเป็นน้องพี่อ๊อฟหรอ?ผมคิดในใจ
"ไปก่อนนะคะนัดเพื่อนไว้ เพื่อนมารับแล้ว" แอนพูดแล้ววิ่งจู๊ดออกไปหน้าบ้านทันที เห็นแอนขึ้นรถที่มาจอดรออยู่หน้าบ้านไปแล้ว ผมมองหน้าเหมือนต้องการคำตอบ
"เดี๋ยวพี่อธิบายให้ฟัง" พี่อ๊อฟยิ้มแห้งๆบอกผมก่อนจะกลับมากินข้าวกันต่อ
หลังจากทานอาหารกันเสร็จแม่พี่อ๊อฟก็ออกไปทำงานต่อ ก่อนไปยังกำชับให้ผมกินยาด้วย ผมกินยาแล้วก็ขึ้นมาบนห้องพี่อ๊อฟ นอนดูหนังอยู่
"อยู่ต่ออีกคืนไม่ได้หรอ"พี่อ๊อฟเข้ามากอดผมจากด้านหลัง
"ไม่ได้ ผมบอกที่บ้านว่ามาคืนเดียว เดี๋ยวโดนดุ" ผมบอกพี่อ๊อฟ ใจจริงก็อยากอยู่แหละ แต่บอกป้าไว้แค่คืนเดียวแล้วผมเกรงใจบ้านพี่เขาด้วย มานอนบ้านเขาแล้วยังมาป่วยให้แม่เขารักษาให้อีก นอนดูหนังไปแปปเดียวพี่อ๊อฟจากที่นอนกอดผมเฉยๆเริ่มมีมาลูบๆคลำๆตามตัวผมอีกแล้ว
"พี่ ผมไม่สบายอยู่"ผมบอกพี่อ๊อฟตาก็ยังดูหนังต่อ
"งั้นแค่กอดเฉยๆก็ได้"พี่อ๊อฟก็กอดผมนิ่งผมบอกให้เขาเล่ามาว่าตกลงเรื่องราวมันเป็นยังไง พี่อ๊อฟเล่าว่าพี่อ๊อฟชอบผมตั้งแต่ครั้งแรกที่เดินชนกันที่ห้างสรรพสินค้า แล้วแอนเป็นน้องสาวของเขา พอรู้ว่าแอนเรียนอยู่ห้องเดียวกันกับผมสองพี่น้องเลยวางแผนช่วยกันทั้งที่ให้แอนเอาช๊อคโกแลตฝากไปให้พี่เขาเพื่อที่พี่เขาจะให้ผมต่อแบบเนียนๆเพราะพี่เขาไม่แน่ใจว่าผมจะชอบพี่เขาหรือป่าว(บอกแต่แรกก็จบละ ฮ่าฮ่า)และแผนที่สองที่เคลมผมที่สวนน้ำโดยอันนี้เป็นแผนของพี่ทาม ที่จะให้พี่อ๊อฟรวบหัวรวบหางผม
"ร้ายกันนักนะ"ผมพูดแล้วต่อยแขนพี่อ๊อฟไป1ที
"ก็แฟนพี่น่ารักจะตาย ใครจะอดใจไหว"พี่อ๊อฟพูดแล้วหอมแก้มผม
"ใครแฟนพี่? ผมยังไม่ตกลงเลย"ผมแกล้งสะบัดดิ้น
"อ้าว!!!"พี่อ๊อฟทำหน้าเหวอเลย ฮ่าฮ่า
"Okยังไม่ตกลงก็ไม่เป็นไร งั้นเราเป็นแฟนกันแบบทดลองก่อนถ้าโปรโมชั่นถูกใจค่อยคบกัน"พี่อ๊อฟพูด
"ทดลอง? ลองซะผมไข้ขึ้นเลยนะ"ผมแกล้งหันหน้าหนี
"โดนเปิดซิงก็ไข้ขึ้นแบบนี้กันทั้งนั้นแหละ"พี่อ๊อฟก้มมากระซิบข้างหูแถมยังเป่าลมเข้าหูจนผมขนลุกเกลียว
"คงจะเปิดมาเยอะหละซิถึงรู้ดีนัก" ผมหันไปต่อยแขนให้อีกที พี่อ๊อฟได้แต่ยิ้มเผล่
บ่ายๆวันนั้นพี่อ๊อฟขับรถมาส่งผม ป้าผมเห็นก็สงสัยเลยต้องโกหกว่าเจอพี่เขาระหว่างทางพอดีเขาเลยมาส่ง ผมกลับมานอนซมไข้อยู่อีก2วัน ไม่ได้รู้สึกปวดหัวหรือตัวร้อนอะไรหรอกแต่มันรู้สึกเพลียอยากนอนไม่อยากทำอะไรก็แค่นั้น พี่อ๊อฟก็โทรมาหาผมทุกวันวันละหลายครั้ง ก็โทรมาบอกให้กินข้าวแล้วก็กินยานั่นแหละ
เย็นวันนั้นพ่อผมก็โทรมาหา บอกว่าจะมารับผมไปอยู่ด้วยเพราะว่าคิดถึงไม่ได้เจอกันนาน ผมก็ตอบตกลงไป นัดกันว่าอีก2วันจะมารับ มีเวลาอีก2อาทิตย์กว่าๆก่อนที่โรงเรียนจะเปิด
อีก2วันถัดมาผมตื่นขึ้นก็ต้องประหลาดใจ เพราะเห็นรถพ่อผมมาจอดอยู่หน้าบ้านตั้งแต่เช้า ผมดีใจรีบออกจากห้องหน้ายังไม่ล้างเลยเพื่อไปหาพ่อ แต่ก็ต้องประหลาดใจอีกรอบเพราะคนที่เจอไม่ใช่พ่อผมแต่เป็นทหารหนุ่มคนหนึ่งนั่งกินกาแฟคุยกับป้าผมอยู่
"อ้าวนัท พ่อเขาให้คนมารับไปอาบน้ำเข้าเร็วๆอย่าให้พี่เขารอ"พอป้าผมเห็นผมยืนงงหัวฟูอยู่ก็บอกให้ผมไปอาบน้ำ พี่ทหารคนนั้นก็หันมามองผมด้วย หน้าตาดีทีเดียว อิอิ ผมรีบกลับเข้าห้องอาบน้ำขัดสีฉวีวรรณ แต่งตัวเสร็จก็เอาของใช้ส่วนตัวใส่เป้ขึ้นสะพายหลังแล้วออกมา
"พร้อมครับ"ผมเดินมาหยุดตรงหน้าป้าและพี่ทหารคนนั้นพร้อมทั้งตบเท้ายืดอกยืนตรงแบบท่าทหาร ทั้งป้าทั้งพี่ทหารก็ยิ้ม พอขึ้นมานั่งบนรถ ผมนั่งข้างคนขับ
"สวัสดีครับคุณนัท พี่ชื่อวุธนะครับ พอดีนายติดธุระด่วน นายเลยให้พี่มารับแทน" พี่ทหารแนะนำตัวกับผม
"สวัสดีครับ เรียกชื่อเฉยๆก็พอพี่ไม่ต้องเรียกคุณหรอก"ผมตอบพี่เขาไป
บทสนทนาของเราจบแค่นั้น ผมนั่งดูวิวข้างทางไปเรื่อยๆซักพักก็หลับ ฮ่าฮ่านั่งรถประมาณ2ชั่วโมงกว่าๆก็ถึงผมตื่นขึ้นตอนก่อนจะเลี้ยวเข้าค่ายพอดี ค่ายทหารที่พ่อผมอยู่ค่อนข้างใหญ น่าจะใหญ่สุดในจังหวัดนั้นแล้วมั้ง ภายในยังมีแบ่งเป็นกองร้อยอีกหลายกองร้อย พอรถเลี้ยวเข้าในค่าย ทหารที่เข้าเวรยืนเฝ้าหน้าประตูก็รีบมาเลื่อนรั้วกั้นออกให้พร้อมทั้งยืนตรงทำความเคารพ จริงๆเขาไม่ได้ทำความเคารพผมหรอก ฟิล์มกระจกมันมืดมองไม่เห็นว่าข้างในเป็นใคร แต่พอเห็นเป็นรถนายทหารก็ทำความเคารพไว้ก่อน
ขับตรงเข้ามาก็เป็นกองบังคับการบินหรืออะไรนี่แหละ พี่ทหารก็จอดรถบอกผมให้รอในรถแล้วพี่เขาก็ลงจากรถหายเข้าไปในอาคาร สักพักก็กลับมาที่รถ
"นายบอกให้พาคุณ!...เอ้ย น้องไปรอที่บ้านก่อนครับ นายยังประชุมไม่เสร็จ"
พี่ทหารกลับมาขึ้นรถฝั่งคนขับแล้วขับพาผมไปที่บ้านพัก
พี่เขาขับรถไปก็อธิบายส่วนต่างๆของกองพันไปว่าตรงนี้คืออะไร ตรงนั้นคืออะไร บ้านพ่อผมเป็นบ้านพักทหารชั้นสัญญาบัตร จะอยู่โซนหน้าๆ ถ้าเป็นบ้านพักทหารชั้นประทวนจะอยู่ด้านในลึกเข้าไปอีก นั่งรถมาไม่ถึง10นาทีจากตึกที่พ่อผมประชุมอยู่ก็มาถึงบ้าน บ้านเป็นปูนครึ่งไม้ ดูไม่เก่าแต่ก็ไม่ใหม่หลังไม่ใหญ่โตอะไรนัก ก็บ้านพักข้าราชการเน้อะไม่ใช่บ้านส่วนตัว ถึงตัวบ้านจะไม่ใหญ่แต่บริเวณรอบบ้านกว้างพอสมควร
ผมเข้ามาในบ้านพี่วุธก็เดินตามเข้ามาด้วยทีแรกนึกว่าแม่จะอยู่ สรุปแม่ก็ไม่อยู่คงจะไปดูร้านอาหาร
"หิวข้าวมั้ย เดี๋ยวพี่ไปหาอะไรมาให้กิน"พี่วุธถามผมที่นั่งมองดูนู่นดูนี่ไปเรื่อยเปื่อย ผมก็พยักหน้า พี่วุธเดินออกจากบ้านหายไปซักพักก็เดินหิ้วข้าวกล่องมา2กล่องพร้อมน้ำอัดลมอีก2ป๋อง เรานั่งกินข้าวด้วยกัน ระหว่างกินพี่วุธก็ชวนผมคุย พอได้คุยกันทำให้รู้ว่าพี่วุธเป็นคนคุยสนุกออกจะทะเล้น ทะลึ่งหน่อยๆนิสัยคล้ายๆไอ้เบสเลย ทำให้ผมรู้สึกคุ้นเคยด้วยไม่ยาก พี่วุธบอกว่าถ้าเหงาก็ไปหาพี่เขาได้พี่เขาทำงานอยู่กองร้อยใกล้ๆบ้านพ่อผม
"ชอบเตะบอลมั้ยเราอ่ะ"พี่วุธถามขณะในปากยังเคี้ยวข้าวตุ้ยๆ
"สบายมาก"ผมก็ตอบไปแล้วตักข้าวเข้าปาก
"งั้นเดี๋ยวเย็นนี้พี่มารับ ไปเตะบอลกัน"พี่วุธกลืนข้าวก่อนจะพูดกับผม ผมทำมือเป็นสัญลักษณ์okเพราะข้าวเต็มปาก
พอกินข้าวเสร็จพี่วุธก็จัดการเก็บกวาดจนเรียบร้อยผมแทบไม่ต้องทำอะไรเลย แล้วก็มานั่งดูtvไปเรื่อยเปื่อย พี่วุธก็มานั่งข้างๆผมดู tvด้วย
"พี่ไม่ต้องไปทำงานต่อหรอครับ" ผมหันไปถามเพราะสงสัยนี่มันบ่ายกว่าๆแล้ว
"ก็ทำอยู่นี่ไง" พี่วุธตอบนั่งพิงโซฟาอย่างสบายใจตาก็มองtv ผมก็มองพี่เขางงๆ พี่เขาหันมาเห็นก็หัวเราะ
"นายบอกให้พี่อยู่เป็นเพื่อนน้องนัทจนกว่านายจะกลับ"แล้วก็ยิ้มให้ผม
จะว่าไปพี่วุธก็ดูหล่อเหมือนกันนะหน้าตาคมเข้มผิวค่อนข้างคล้ำคงเพราะเป็นทหารก็ตากแดดตากลมบ่อยๆ รูปร่างสูงโปร่งแต่ดูตัวหนาๆคงเพราะชุดทหารที่ใส่อยู่
เรานั่งดูtvกันไปคุยกันไปแปปเดียวก็บ่ายสามโมงพ่อผมก็กลับมาพอดี พอพี่วุธเห็นพ่อผมเดินเข้ามาก็ลุกพรวดยืนตัวตรงทันที
"ตามสบาย"พ่อผมพูดกับพี่วุธยังไม่ทันจบประโยคก็หงายหลังล้มลงบนโซฟาเพราะผมกระโดดใส่
"โอ้โห ตัวเบ่อเร่อโถมมาได้ พ่อไม่ทันตั้งหลักหลังหักแล้วมั้ง"พ่อผมเอามือคลำที่เอวทำหน้าเหยเก ผมเลยลุกขึ้นจากที่ทับตัวพ่ออยู่ พี่วุธรีบเข้ามาช่วยพยุงพ่อผมลุกขึ้น
"ขอบใจมากจ่า ไม่รบกวนแล้วกลับไปพักผ่อนเถอะ"พ่อผมลุกขึ้นนั่งได้ก็บอกพี่วุธพร้อมทั้งตบบ่า
พี่วุธ ยศจ่าหรอเนี่ย ยังดูหนุ่มอยู่เลยปกติจะเห็นแต่จ่าแก่ๆ ทีเเรกผมนึกว่าแกเป็นทหารเกณฑ์ที่เขาให้มาอยู่ตามบ้านนายทหาร
พี่วุธทำความเคารพพ่อผมแล้วหันมาบอกผมเดี๋ยวตอนเย็นพี่มารับแล้วเดินออกไป
"จะไปไหนกัน"พ่อหันมาถามผม
"ไปเตะบอลกันครับ"ผมบอกพ่อ ผมกับพ่อนั่งคุยกันนานมากตามประสาพ่อลูกที่ไม่ได้เจอกันนาน หลังจากเก็บสัมภาระที่ติดตัวมาเรียบร้อยผมก็ลงมาเดินเล่นรอบๆบ้านดูนู่นดูนี่รอพี่วุธมารับ
แปปเดียวพี่วุธก็แว๊นมอเตอร์ไซค์ของแกมา ตอนนี้แกเปลี่ยนชุดเรียบร้อยเป็นเสื้อยืดซับในสีกรมท่าที่ทหารอากาศเขาใส่กันนุ่งกางเกงขาสั้น ผมขึ้นซ้อนท้ายเรียบร้อยพี่วุธก็บิดรถออกไป ไม่ไกลจากบ้านนักก็ถึงสนามบอล มีคนมาเตะบอลกันเยอะมาก จนต้องแบ่งทีมแข่งกัน แน่นอนผมต้องอยู่ทีมเดียวกับพี่วุธ พอถึงตาทีมเราลงสนามทีมผมดันเป่ายิงฉุบแพ้ต้องถอดเสื้อที่ต้องแบ่งเป็นทีมถอดเสื้อกับใส่เสื้อเพราะเกือบทุกคนใส่เสื้อเหมือนกันไปหมด เดี๋ยวจะแยกไม่ออกว่าใครอยู่ทีมไหน พอพี่วุธถอดเสื้อออกผมมองตาค้างเลย หุ่นแกอย่างแกร่ง อกผายไหล่กลม กล้ามแบบที่เกิดจากการฝึกไม่ใช่แบบพวกกล้ามใหญ่ๆเพราะเข้ายิมปั้นหุ่น หุ่นแกลีนลายกล้ามเนื้อชัดแจ๋วเลย ตอนใส่เสื้อดูเหมือนจะธรรมดาที่แท้แกซ่อนรูป
"เอ้า...จ้องอยู่นั่นแหละ ข้างนู้นเขาจะเตะบอลเข้าโกลแล้ว"พี่วุธยืนท้าวเอวแซวผมยิ้มๆ ผมเลยรีบถอดเสื้อออก
"น้องนัทหุ่นดีเหมือนกันนี่"พี่วุธชมแล้วยื่นมือมาบีบต้นแขนผม แน่หละซิ ออกกำลังแทบตาย ผมคิดในใจฮ่าฮ่า แล้วเราก็ลงไปเตะบอลกันทีแรกคิดว่าคงเล่นกันสนุกๆ ที่ไหนได้เล่นกันโคตรจริงจังผมวิ่งเกือบตาย ทหารเขาเล่นกันแรงอยู่นะเข้าบอลทีถ้าไม่ระวังหัวทิ่มปักสนามได้ง่ายๆ
ทีมเราชนะหลายทีมอยู่แต่หลังๆผมเริ่มไม่ไหวแล้วโคตรเหนื่อย เลยขอออกมานั่งดูข้างสนามแทน พอฟ้าเริ่มมืดคนก็เริ่มน้อยลงๆ พี่วุธเลยชวนผมกลับ พี่วุธขี่รถกลับมาส่งผมที่บ้านเขาบอกว่าจะมารับผมไปเตะบอลด้วยทุกเย็นวันนั้นอาบน้ำกินข้าวเเล้วผมหลับเป็นตายเลยได้ปล่อยพลังเต็มที่
วันต่อมาพ่อพาผมไปวัดสายตาเพื่อจะสั่งตัดคอนแทคเลนส์เพราะจะได้เลิกใส่แว่นแล้ว จะได้ไม่มีใครมาเรียกผมว่าไอ้แว่นแล้ว
กว่าจะเสร็จกลับมาพี่วุธก็มารอรับผมไปเตะบอลพอดี
ผมอยู่บ้านพ่อมาหลายวันแล้วมันน่าเบื่อมากเพราะไม่มีอะไรทำกลางวันพ่อก็ไปทำงานแม่ก็ไม่อยู่ ผมก็ได้แต่นั่งๆนอนๆดูtvมีโทรไปคุยกับพี่อ๊อฟบ้าง ก็มีพี่วุธนี่แหละที่คอยแวะเอาข้าวมาส่งพอได้คุยหยอกล้อกันพอให้หายเหงา หรือบางวันแกก็พาผมออกไปกินข้าวนอกค่ายพี่วุธมารับผมไปเตะบอลด้วยทุกเย็นแบบนี้ทุกวัน แต่มีวันหนึ่งพี่วุธไม่มารับผม ผมก็รอตั้งนานชักร้อนใจ แกเป็นอะไรหรือป่าวทำไมไม่มารับผมเหมือนทุกวัน
ผมเลยตัดสินใจเดินไปหาแกที่กองร้อยที่แกเคยบอกว่าแกทำงานอยู่ที่นั่นซึ่งมันไม่ไกลจากบ้านพ่อผมมากนัก ที่จริงผมก็เคยผ่านอยู่ตอนไปเตะบอลกับพี่วุธ เดินไปจนถึงทำไมมันไกลกว่าที่คิดวะ?ได้เหงื่อเลย
เดินเข้าไปพวกพี่ทหารเกณฑ์ก็มองๆผมคงจะไม่เคยเห็นหน้าผมมาก่อน
"มาหาใครไอ้น้อง"พี่ทหารคนหนึ่งถามผม ทำท่าทางกวนๆเหมือนจะหาเรื่องเลย
"มาหาจ่าวุธครับ จ่าวุธอยู่ที่นี่มั้ยครับ"ผมก็ตอบไปตามจริง
"เห้ยๆ พวกมึงมานี่เร็ว"พี่ทหารคนนั้นร้องเรียกเพื่อนทหารอีก3-4คนมา
"เด็กจ่าวุธเว้ย"พี่ทหารคนแรกบอกเพื่อนๆ
"เดี๋ยวนี้กล้ามาหากันถึงกองร้อยกลางวันแสกๆ ร้ายนะไอ้น้อง"พี่ทหารอีกคนพูดพร้อมทั้งยื่นมือมาจับแก้มผม ผมปัดมือเขาอย่างแรงพร้อมทั้งขยับตัวถอยหนี
"ผมแค่มาหาพี่วุธ เขาอยู่หรือไม่อยู่ก็แค่บอกมา" ผมทำเสียงไม่พอใจใส่พวกทหารแต่พวกนั้นไม่ได้มีท่าทีจะลดละยังทำท่ากวนผมต่อ
"หูยๆๆๆ น้องเขาอารมณ์เสียแล้วนะ น่ากลัวจังเลยฮิ้วๆๆๆ"พวกทหารพวกนั้นยังไม่เลิกล้อผม เสียงแซวของพวกนั้นทำให้ทหารคนอื่นๆที่อยู่แถวนั้นหันมามอง ผมไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดเลยเดินหนีไปถามพี่ทหารอีกคนที่ยืนอยู่ไกลๆ
พี่คนนั้นบอกวันนี้ไม่เห็นจ่าวุธเข้ากองร้อยสงสัยจะอยู่ที่บ้านแก ผมเลยขอบคุณพี่เขาแล้วรีบเดินออกจากกองร้อยทันที ผมเดินออกมาพวกนั้นก็ยังตะโกนแซวไล่หลังมา แม่งทำอารมณ์เสีย เดี๋ยวฟ้องพ่อให้สั่งขังคุกแม่ง ฮ่าฮ่าฮ่า
เดินมาอีกเกือบหนึ่งกิโลเมตรก็มาถึงบ้านพักทหารที่พี่ทหารคนนั้นบอก เป็นห้องแถวชั้นเดียวยาวตลอดแนวสองข้างถนน บางบ้านก็ดัดแปลงหน้าบ้านเป็นร้านขายของชำบ้าง ร้านอาหารตามสั่งบ้าง ผมเดินเข้าไปถามป้าคนนึงทำอาหารกลิ่นหอมฟุ้ง
"ขอโทษครับ บ้านจ่าวุธหลังไหนครับ"ผมถามป้า
"โน่น...ถัดไปอีกหกห้อง"ป้าแกเงยหน้าขึ้นมาตอบแต่สีหน้าดูไม่ค่อยเป็นมิตรเลยแฮะ ผมขอบคุณป้าแกแล้วรีบเดินออกมา
1..2..3..4..5..6หลังนี้ซินะ ใช่จริงด้วยผมเห็นมอไซค์พี่วุธจอดอยู่หน้าบ้าน แต่ปิดประตูเงียบสนิท ผมเคาะประตูเรียกพี่วุธอยู่พักนึกก็ไม่เปิด หรือพี่เขาไม่อยู่
"มันอยู่ในบ้านนั่นแหละ เปิดเข้าไปเลย"เสียงป้าร้านอาหารตามสั่งตะโกนมาดังลั่น ผมยืนลังเลอยู่หน้าประตูบ้านพี่วุธป้าแกก็ตะโกนย้ำมาอีกรอบว่าเข้าไปได้เลย
ผมเลยลองบิดลูกบิดประตู เอ่อก็ไม่ได้ล็อคนี่นาผมเปิดประตูแล้วเดินเข้ามาในบ้าน ส่วนแรกน่าจะเป็นโถงนั่งเล่นหรือก็ห้องรับแขก มีโซฟายาวตัวนึงหน้าโต๊ะทีวี สภาพบ้านจ่าวุธดูก็รู้ว่าเป็นบ้านหนุ่มโสดไม่ถึงกับรกรุงรังแต่ก็มีข้าวของไม่เข้าที่เข้าทางบ้าง เช่นผ้าเช็ดตัวผ้าขาวม้าที่พาดอยู่บนโซฟา เสื้อผ้าที่กองอยู่ตามจุดต่างๆในบ้าน มองเข้าไปด้านในเห็นพี่วุธนอนอยู่บนที่นอนผมก็เรียกพี่วุธ แต่ก็เงียบ ผมเลยเดินเข้าไปจนถึงที่นอนแกแกยังไม่รู้สึกตัว แกใส่กางเกงในแบบขาสั้นสีเทาตัวเดียวนอนคว่ำอยู่ กางเกงตัวเล็กรัดรูปทำให้เห็นก้นงอนๆของแกเอวคอดรับกับแผ่นหลังกำยำได้รูป มันเป็นภาพที่ชวนเงี่ยนไม่น้อย
ผมนั่งลงข้างๆแล้วเอื้อมมือไปบีบ........บีบแขนแก (ใครจะไปกล้าบีบที่อื่นเกิดแกตื่นมาโดนเตะทำไง ฮ่าฮ่า)
"พี่วุธ"ผมบีบแขนแกแล้วเรียกชื่อแก
พี่วุธขยับตัวแต่ไม่ตื่นแกขยับพลิกตัวกลับมานอนหงายแผ่หรา ผมกลืนน้ำลายเอื๊อกเลย ผมมองไล่มาตั้งแต่ใบหน้าคมคาย จมูกโด่ง คิ้วเข้ม นอนหลับตาไม่รู้เรื่อง ไล่มาถึงแผ่งอกกว้างหัวนมสีน้ำตาลเข้มสองเม็ด ไล่ลงมาถึงลอนกล้ามท้องแน่นๆ แล้วมาหยุดจ้องที่เป้ากางเกงที่ตุงโด่งออกมา อยากจะเห็นข้างในเวลามันแข็งเหลือเกิน ขนาดยังไม่ผงาดยังดูอลังการขนาดนี้ ผมนิ่งดูภาพตรงหน้าอยู่พักนึงก็สบัดหัวไล่ความคิดหื่นกามออกไปจากสมอง
"พี่วู๊ดดดดดดดดดด ตื่นๆๆๆ"ผมจับตัวพี่วุธเขย่าแรงๆ
พี่วุธลืมตาลุกขึ้นมานั่งงัวเงียทำตาปลือๆ พอเห็นว่าเป็นผมแกก็สะดุ้งโหยงรีบคว้าเอาหมอนมาปิดตรงเป้ากางเกงไว้(ไม่ทันแล้วหละเห็นจนเต็มตาแล้ว ฮ่าฮ่า)
"โถ่...เข้ามาแบบนี้พี่ก็เจ๊งซิ เห็นหมดแล้วมั้ง" พี่วุธบ่นผม
"ฮ่าฮ่าฮ่า เห็นหมดแล้ว แต่พี่จะอายอะไรล่ะ ผมไม่ไปเล่าให้ใครฟังหรอก"พอเห็นท่าทางของแกผมก็อดขำไม่ได้
"แล้วเข้ามาได้ไง มีอะไรหรือป่าวมาหาพี่ถึงบ้าน"พี่วุธถามต่อ
"ก็พี่ไม่ล็อคบ้านอ่ะ ผมสงสัยว่าวันนี้ทำไมพี่ไม่มารับผมไปเตะบอล"ผมตอบยิ้มๆ
"อ่อ พี่ก็ลืมบอก คืนนี้พี่เข้าเวรน่ะ เลยกลับมานอนงีบเอาแรง"พี่วุธตอบ เอามือเกาหัวแก้เขิน
พี่วุธบอกดีเลยที่ผมมาปลุกได้เวลาพอดี
"นัทรอแปปนะ"พี่วุธบอกผมแล้วลุกขึ้นไปหยิบผ้าขาวม้าที่พาดอยู่ที่โซฟามาพันตัวอย่างลวกๆแล้วรีบวิ่งเข้าห้องน้ำหลังบ้านไป ผมก็ขำท่าทางของแก แต่ก็ไม่พลาดที่จะแอบมองเรือนร่างของพี่วุธ
ผมนั่งรอที่โซฟาอยู่ซักสิบนาทีพี่วุธก็ออกมาจากห้องน้ำนุ่งผ้าขาวม้าผืนเดียวตามตัวมีหยดน้ำเกาะพราว ในมือกำกางเกงในตัวที่แกนุ่งเข้าไปออกมาแล้วโยนลงตะกร้าผ้า แกเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าแต่งตัวผมก็คอยชำเลืองมองแกเป็นระยะเผื่อจะได้เห็นอะไรเด็ดๆบ้างแต่ก็ไม่กล้ามองบ่อยกลัวแกรู้ตัว สรุปคือไม่เห็นอะไรเลยเพราะประตูตู้เสื้อผ้าบังไว้มีบางทีแกโผล่หน้ามายิ้มให้ผมแบบกวนๆด้วย พอแต่งตัวเสร็จแกก็มานั่งใส่รองเท้าข้างๆผม
"นัทอยากดูหนังมั้ย?"แกเอ่ยชวนผม
พอได้ยินผมก็แปลกใจ พี่วุธจะไปเข้าเวรทำไมมาชวนผมดูหนัง
"ที่กองร้อยวันนี้มีฉายหนัง ทุกวันศุกร์กับวันเสาร์จะเปิดหนังให้ทหารเกณฑ์ดูเพื่อเป็นสันทนาการผ่อนคลาย"พี่วุธอธิบายให้ฟัง
ผมรีบตอบตกลงทันที ผมเลยโทรไปบอกพ่อว่าวันนี้จะอยู่ดูหนังกับพี่วุธที่กองร้อย พ่อผมก็ไม่ว่าอะไร เขาคงเข้าใจแหละที่ผมติดพี่วุธแจ คงเพราะผมเบื่ออยู่บ้านก็ไม่มีอะไรทำ
พอเสร็จเรียบร้อยพี่วุธก็ชวนผมกินข้าว ออกจากบ้านมาก็เดินไปร้านป้าตามสั่งที่ผมถามหาบ้านพี่วุธนั่นแหละกินเสร็จก็ซ้อนท้ายพี่วุธไปกองร้อย
ไปถึงน่าจะห้าโมงกว่าพี่วุธบอกให้ผมรอหน้ากองร้อยแล้วพี่วุธก็เดินเข้าไปในอาคารชั้นล่าง แกบอกว่าจะไปเซ็นชื่อเข้าเวร ผมยืนรออยู่ซักพักก็ได้ยินเสียงมาจากข้างหลัง เอาอีกแล้วโจทย์เก่าผมสามตัวนั้นตะโกนแซวผมมาแต่ไกล พอเข้ามาใกล้ไอ้ตัวหัวโจกก็ทำท่ากวนทีนผมทันที
"มาทำอะไรอีก ไปตามถึงบ้านยังไม่เจอผัวหรอ ถึงต้องมาดักรอผัวถึงที่นี่"ไอ้ทหารคนนั้นพูด ผมได้ยินก็งงๆ อะไรวะ? ไม่เจอผัว ใครผัวใคร?
"ไม่เจอจ่า ถ้าคันมากใช้พวกพี่แก้คันไปก่อนได้นะจ๊ะ พวกพี่ก็พอจะเป็นผัวน้องให้ได้" ไอ้ทหารคนเดิมพูดอีกสองตัวก็หัวเราะ พอได้ยินแบบนั้นลมออกหูเลย
"ผัวบ้าน...มึงดิ"ผมพูดเกือบจะเป็นตะโกนแล้วผลักอกไอ้ทหารคนนั้นเสียหลักหงายหลังลงไปนั่งอยู่บนพื้น ทหารแถวๆนั้นก็เข้ามามุงกันเต็มไปหมด ผมคิดในใจจมตีนแน่กรู เด็กอายุ16มีเรื่องกับทหารทั้งกองร้อย เละ ยังไงก็เละ
พอมันลุกขึ้นได้มันก็ชี้หน้าผมทำท่าจะปรี่เข้ามา พวกเพื่อนๆทหารก็ช่วยกันเข้าจับตัวมันดึงไว้ร้องห้ามกันวุ่นวาย
"เห้ย!!!...อะไรกัน?"เสียงตะโกนดังมาจากข้างหลังผม เสียงพี่วุธนั่นเอง แต่ครั้งนี้น้ำเสียงแกฟังดูมีอำนาจน่าเกรงขาม ผมหันไปตามเสียงพี่วุธก็วิ่งออกจากอาคารมาถึงตัวผม
"ก็ไอ้เด็กคนนี้ดิจ่า มันเข้ามาวุ่นวายที่กองร้อย แล้วมันผลักผมด้วย"ไอ้ทหารคนนั้นสะบัดเพื่อนๆที่จับไว้จนหลุดหมดแล้วเดินปรี่เข้ามาชี้หน้าผมฟ้องพี่วุธ
"มึงรู้มั้ยนั่นลูกใคร"พี่วุธพูดกับทหารคนนั้นหน้าตาเคร่งขรึม ไอ้ทหารคนนั้นหันมองหน้าผมสลับกับมองหน้าพี่วุธ พี่วุธคว้าแขนทหารคนนั้นกระชากเดินออกห่างจากผม ทำท่าเหมือนกระซิบกระซาบคุยอะไรกันซักอย่าง ไอ้ทหารคนนั้นหน้าซีดลงเห็นถนัดตา พี่วุธเรียกไอ้ทหารอีกสองตัวที่ร่วมกันหาเรื่องผมเข้าไปคุย ไอ้สองคนนั้นก็หน้าซีดไม่ต่างกับไอ้คนแรก
"หมอบ!"เสียงพี่วุธสั่งน้ำเสียงเข้มเด็ดขาด ทหารสามคนนั้นนอนหมอบลงไปกับพื้นอย่างรวดเร็ว
พี่วุธเดินเข้ามาถามผมว่าพวกนั้นทำอะไรผมหรือป่าว ผมก็บอกป่าว ผมยืนดูพวกนั้นแบบงงๆพอๆกันกับทหารคนอื่นๆที่ก็ยืนดูพวกนั้นแบบงงๆเหมือนกัน
"เอายังไงกับพวกนั้นดี"พี่วุธถามผม ผมก็ไม่รู้จะให้ทำอะไรก็เลยส่ายหน้า
พี่วุธก็สั่งให้ลุก ทหารสามคนนั้นเลิ่กลั่กกันเข้ามาขอโทษผมกันใหญ่
พี่วุธให้ผมเข้าไปนั่งรอที่ห้องทำงานใต้ตึก นั่งอยู่แปปเดียว ทหารสามคนนั้นก็เดินมาหาผมด้วยท่าทีที่เปลี่ยนไป
"น้องครับคือ...พี่ขอโทษนะพี่ไม่รู้ว่าน้องเป็นลูกนาย..." คนหัวโจกพูดขอโทษผมเสียงตะกุกตะกัก
"ชั่งมันเหอะพี่ ผมก็ขอโทษที่ผลักพี่ ถือว่าหายกันแล้วกัน" ผมตอบกลับ กำลังจะหันหลังเดินไปหาพี่วุธก็ต้องแปลกใจเมื่อสามคนนั้นเดินตามผมแจ
"ตามผมมาทำไม?"ผมหันไปถามพี่ทหารสามคน
"จ่าให้พวกพี่คอยดูแลน้องครับ"สามคนนั้นยืนยิ้มเผล่ พอได้คุยกัน เอ้า!พี่สามคนนี้ก็ไม่ได้นิสัยแย่อะไรนี่ แต่คงจะชอบแหย่ชอบยั่วยวนเล่นเฉยๆไม่ได้คิดจะหาเรื่องจริงจัง นั่งคุยกันอยู่ซักพักจนฟ้าเริ่มมืด
"ไปดูหนังกันเถอะ"พี่ทหารคนหนึ่งชวนผมไปดูหนังแล้วดันหลังผมเดินเข้าไปในห้องห้องหนึ่งดูแล้วเหมือนเป็นห้องประชุมอะไรซักอย่าง มีที่นั่งเป็นอัฒจันทร์ลดหลั่นกันเป็นชั้นๆรอบห้องตรงกลางเป็นลานโล่งมีโปรเจคเตอร์ตั้งอยู่เครื่องหนึ่งที่ตอนนี้เริ่มฉายหนังขึ้นบนจอด้านหลัง ที่นั่งบนอัฒจันทร์ไม่ค่อยมีใครนั่ง ส่วนมากพี่ๆทหารจะไปนั่งๆนอนๆกันอยู่ที่พื้นตรงกลางกันเป็นส่วนมากเพื่อดูหนัง
หนังก็เป็นหนังสงครามบู๊ล้างผลาญเก่าๆที่ผมเคยดูแล้วทั้งนั้น แต่สำหรับพวกพี่ทหารก็คงดีกว่าไม่มีอะไรให้ดูเลย หนังจบไปสองเรื่องผมก็ยังไม่เห็นพี่วุธเลยไม่รู้แกหายไปไหน จนหนังเรื่องต่อไปเป็นหนังผี! ไอ้คนที่กลัวผีเป็นทุนเดิมอย่างผมก็เริ่มอยู่ไม่สุข คิดว่ากลับบ้านดีกว่าแต่จะให้เดินกลับคนเดียวตอนนี้ก็คงไม่ต่างอะไรกับให้นั่งดูหนังผี บรึ๋ย....!
"พี่..พี่ พาผมไปหาพี่วุธหน่อยซิ"ผมสะกิดเรียกพี่ทหารคนที่กวนผมเมื่อเย็น
"โห่...น้องขออีกแปปซิ หนังกำลังมันส์เลยผีจะออกมาแล้วเนี่ย"พี่ทหารบอกกับผมตาจ้องจอหนังไม่กระพริบ
โถ่เอ้ยยยย...ไอ้เรามันก็เป็นพวกกลัวจนขี้ขึ้นสมองรอจะถึงฉากผีออกมาก็ไม่ต้องไปไหนกันแล้วผมเลยลุกค่อยๆเดินเลี่ยงพี่ทหารที่นั่งอยู่ตามพื้นออกมา เดินไปดูที่ห้องทำงานที่พี่วุธให้ผมเข้าไปรอก็ไม่เจอ เลยเดินดูไล่ไปทีละห้องเดินไปจนถึงห้องสุดท้ายเห็นเปิดไฟอยู่น่าจะเป็นห้องทำงานอีกห้องเพราะเห็นมีโต๊ะทำงานวางเรียงกัน7-8โต๊ะ ด้านในเหมือนจะมีห้องอีกห้องผมเลยเดินเข้าไป ลองบิดลูกบิดปรากฏว่าล๊อค แต่เหมือนผมได้ยินเสียงข้างในกุกกักๆ ซักพักก็เงียบไปแล้วก็ดังขึ้นอีก ด้วยความสงสัยเลยพยายามหาช่องรอยแตกของประตูไม้เพื่อจะส่องดูข้างในแต่ก็ไม่เจอ เลยเอาหูแนบกับประตูพยายามฟังเสียงข้างใน
ทันทีนั่นประตูก็เปิดออก ผมที่เอาหูแนบประตูอยู่ก็หัวทิ่มเข้าไปในห้องแบบไม่ทันตั้งตัว
"เห้ย!"พี่วุธตกใจร้องลั่น แล้วรีบหิ้วปีกผมลุกขึ้นแล้วดันตัวผมออกมานอกห้องแล้วปิดประตูอย่างเร็ว
"นัทไปรอพี่ข้างนอกก่อนนะ เดี๋ยวพี่ออกไป"เสียงพี่วุธพูดมาจากหลังประตู
ผมเดินงงๆออกมา แล้วไปนั่งที่โต๊ะหินหน้ากองร้อย เมื่อกี้ตอนที่หัวขมำเข้าไปในห้อง ถึงเหตุการมันจะเกิดขึ้นเร็วมากแต่ผมว่าผมตาไม่ฝาด ผมว่าผมเห็นพี่วุธถอดเสื้อแต่ใส่กางเกงอยู่ ด้านหลังพี่วุธมีเตียงนอน บนที่นอนนั้นมีร่างเปลือยเปล่าของใครซักคนนอนอยู่บนนั้น และคนคนนั้นเป็นผู้ชาย!
สนุกมากครับ {:5_146:} รอตอนต่อไปนะครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ เขียนดีมาก เรื่องราวน่าติดตาม มาต่อเลยได้มั้ยยยบบ nuangnut1996 ตอบกลับเมื่อ 2026-1-22 12:38
สนุกมากครับ
ขอบคุณครับ😁 tomot_999 ตอบกลับเมื่อ 2026-1-22 14:53
รอตอนต่อไปนะครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ตอนต่อไปจะพยายามเร่งมาลงให้ครับ😁 Manasex19 ตอบกลับเมื่อ 2026-1-22 23:21
เขียนดีมาก เรื่องราวน่าติดตาม มาต่อเลยได้มั้ยยยบบ
ขอบคุณครับ ตอนต่อไปจะพยายามเร่งมาลงให้นะครับ😁 เอาแล้วครับ จ่า เตรียมรอกันเลยครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ
ตามอ่านอยู่นะครับ ชอบมาก จะรอตอนต่อไปนะครับ {:5_135:} สนุกมากครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ ขอบคุนคับบ
หน้า:
[1]
2