Recs โพสต์ 2026-1-21 14:12:09

ความลับกับเด็กที่ถูกมองข้าม ตอน 16 - ความวุ่นวายในโรงเรียน

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Recs เมื่อ 2026-2-17 20:36

ย้อนอ่านตอนเก่า...>>ตอน 1 - ตีสนิทน้องแถวบ้าน<<>>ตอน 2 - สอนเด็กแว่นชักว่าว<<>>ตอน 3 - เสพติดความเสียว<<>>ตอน 4 - เปิดเทอมก็เริ่มเสียว<<>>ตอน 5 - เปิดเผยความลับกับน้องชาย<<>>ตอน 6 - เหตุเกิดเพราะความหวงน้อง<<>>ตอน 7 - น้องในหมู่บ้านพาเสียว<<>>ตอน 8 - เล่นเสียวจนเข้าโรงพยาบาล<<>>ตอน 9 - น้องเก้าพาเสียว<<>>ตอน 10 - กินยาปริศนาจนได้เสียว<<>>ตอน 11 - เมื่อคนแปลกหน้าแวะมาบ้าน<<>>ตอน 12 - เสียวกันกลางอากาศ<<>>ตอน 13 - การกลับไปเจอเพื่อนเก่า<<>>ตอน 14 - เสียวกันยันข้ามปี<<>>ตอน 15 - สานสัมพันธ์สามพี่น้อง<<
ตอน 16 - ความวุ่นวายในโรงเรียน
หลังจากผมพาน้องกายวัย 13 ปี ไปเที่ยวกางเต็นท์ที่เขาใหญ่ด้วยกัน กลับมาน้องก็เอาแต่บ่นคิดถึงเซน แฟนวัยหนุ่มที่ต้องบินกลับญี่ปุ่นทันทีหลังหมดวันหยุดยาว ฟังแล้วก็รู้สึกได้ว่าน้องมันเหงาแบบจริงจังมาก
คืนก่อนเปิดเรียน เรานั่งคุยกันยาวเรื่องความสัมพันธ์ของน้อง จนเหมือนมีอะไรบางอย่างถูกปลดล็อกออกจากใจทั้งคู่ ความเกร็ง ความอัดอั้นที่มีต่อกันค่อยๆ เบาลง กลายเป็นความเข้าใจกันมากขึ้น
แต่พอกลับมาโรงเรียน ชีวิตวัยรุ่นก็ไม่ให้เราได้พักเท่าไหร่ อยู่ๆ ก็เกิดเรื่องประหลาด เด็กนักเรียนหลายสิบคนท้องเสียพร้อมกันในเวลาไล่เลี่ยกัน แถมเรื่องน้องชายของเจที่หายตัวไปยังค้างคาอยู่ไม่หาย พวกเราก็เลยต้องช่วยกันสืบ ทั้งเรื่องเด็กป่วย ทั้งเรื่องการหายตัว เหมือนทุกอย่างกำลังโยงเข้าหากันทีละนิดอย่างไม่น่าไว้วางใจ

วันเดียวกับที่หมอกวินโผล่มาประกาศหน้าเสาธง ผมเข้าเรียนแบบไม่มีสมาธิเท่าไหร่เพราะใจมัวแต่ระแวงจนไม่เป็นอันเรียน พอถึงช่วงพักกลางวันเท่านั้นแหละ น้องกายก็รีบตรงดิ่งมาหาผมทันที
“พี่มิก! กายว่าแล้ว เรื่องเด็กท้องเสียต้องมีเบื้องหลังแน่ๆ”น้องกายหน้าเครียดแบบจริงจังจนผมเผลอหลุดยิ้มออกมา
“เป็นไรของกายเนี่ย? พี่ก็บอกไปตั้งแต่เมื่อวานแล้วไง” ผมแกล้งทำเสียงกวนๆ เหมือนประชดเบาๆ ว่าใครกันแน่ที่ตอนแรกไม่เชื่อ
“ก็พอเห็นหมอกวินขึ้นไมค์พูดนั่นแหละ กายรู้เลย ต้องเป็นฝีมือผีเอ็มมาป่วนโรงเรียนเราแน่นอน”น้องพูดสไตล์มั่ววิเคราะห์แต่มั่นใจสุดฤทธิ์ ประมาณว่าไม่ให้เสียฟอร์มที่เถียงผมไว้ก่อนหน้านี้
“อย่างน้อยตอนนี้ เราก็คิดไปทางเดียวกันแล้วนะครับกาย” เก้าเดินมาสมทบพร้อมรอยยิ้มเหมือนได้เข้าชมรมของคนระแวงเต็มขั้น
“เดี๋ยวก่อนกาย ใจเย็นก่อน อย่าเพิ่งสรุปมั่วซั่วแบบนั้นสิ” จริงๆ ผมก็คิดเรื่องเอ็มเหมือนกัน แต่ยังไม่กล้าฟันธงว่าผีมันจะวางแผนทุกอย่างไว้หมด
“งั้นจะทำไงต่อดี ให้กายแกล้งปวดท้องแล้วไปให้หมอกวินตรวจอีกดีมั้ย?” น้องกายเสนอไอเดีย แมงเม่าเข้ากองไฟแบบโคตรชิล
“ใจคอกายจะเล่นใหญ่ตลอดเลยปะเนี่ย เริ่มจากง่ายๆ ก่อนดีกว่า เดี๋ยวกินเสร็จเราไปเดินเช็กโรงอาหารก่อน เผื่อเจออะไรผิดปกติ” ผมรีบเบรคเอี๊ยดก่อนน้องจะทำให้เรื่องมันบานปลาย
“ก็ได้พี่…” น้ำเสียงกายยอมแบบเซ็งๆ เหมือนเด็กที่ถูกห้ามให้เล่นเกม แต่นี่มันคือชีวิตจริง
“ดีเลยครับพี่ เดี๋ยวผมช่วยดูด้วยอีกแรง” เก้าตาเป็นประกายทันที เหมือนกำลังจะได้เล่นเป็นนักสืบจริงจังครั้งแรกในชีวิต
"สงสัยต้องให้ถึงมือนักสืบจิ๋วโคนันคุงออกโรงอีกแล้ว" น้องกายกระดกแว่น และพูดเสียงเบียวๆ แบบในการ์ตูน แถมหยิบสมุดขึ้นมาจดจริงจัง แทบทำเอาผมกลั้นขำไม่อยู่
"โคนวยคันอ่ะดิ ทรงนี้ ฮ่าา" ผมแกล้งแซงน้องจนหันมามองแบบตาขวาง
บรรยากาศตอนนี้เหมือนฟีลทีมไล่จับตัวร้าย แต่พวกเราอาจกำลังถูกจับตามองอยู่เหมือนกันก็ได้…
...
หลังกินข้าวห่อที่เอามาจากบ้านกันจนหมด ผมพากายกับน้องเก้าเดินวนสำรวจรอบโรงอาหาร หวังจะเจออะไรสักอย่างที่เข้าข่ายผิดปกติหน่อย
“พี่มิก! ตรงนี้มีรอยเลือดอ่ะ ดูดิแดงเป็นทางเลย!” กายชี้พื้นทันที
“ใช่เหรอกาย ลองเดินตามไปก่อนละกัน” ผมก้มดูใกล้ๆ ก่อนขยับตามรอยไปเรื่อยๆ รอยนั้นลากยาวไปจนสุดหลังร้านข้าวผัดตรงมุมโรงอาหารพอดี
“ร้านนี้ต้องมีอะไรแปลกๆ แน่เลยครับพี่” เก้าเริ่มทำตาโต
“ไปสำรวจในร้านกันเก้า เดี๋ยวรู้เลย!” วิญญาณนักสืบเหมือนเข้าสิงน้องทันที
“เดี๋ยวๆ กาย เข้าไปแบบนี้เดี๋ยวป้าด่าเอานะ ลองถามดีๆ ก่อนดีกว่า” ผมรีบคว้าแขนน้องไว้ก่อนที่จะวุ่นวายไปมากกว่านี้
ผมเลยแง้มประตูหลังร้านเข้าไปดู ป้าร้านข้าวกำลังเก็บของอยู่พอดี เลยลองถามแบบเนียนที่สุดเท่าที่เด็กธรรมดาคนนึงจะเนียนได้“ป้าครับ พอดีหลังร้านมีรอยแดงๆ ไม่แน่ใจว่าคืออะไรเหรอครับ?”
“อ๋อ ถุงซอสมันรั่ว ป้าเพิ่งเก็บของว่าจะไปไล่เช็ดอยู่” ป้าหัวเราะแห้งๆ พร้อมหันมาตอบ
ผมพยักหน้าแบบโล่ง… ก่อนกายจะถามออกมาตรงมากจนผมหันไปจ้องแบบตกใจ“ไม่ใช่เลือดเหรอครับป้า?”
“ไม่ใช่จ้ะลูก ก็พูดซะป้าตกใจ นี่ไงซอสมะเขือเองลูก” ป้าขำพร้อมยกถุงที่ห่อไว้อีกชั้นให้ดูชัดๆ จนทำเอาน้องหน้าแตกยับ
“ไปๆ กาย งั้นไม่กวนแล้วครับป้า” ผมรีบดึงกายออกมาแทบไม่ทัน หน้าชาไปด้วยเลย
พอกลับมานอกเขตหลังร้าน กายก็ยังทำหน้าจริงจังเหมือนเดิม แถมหยิบสมุดขึ้นมาเขียนอะไรบางอย่าง“แต่ยังไงป้าร้านข้าว ก็ต้องบันทึกในรายชื่อผู้ต้องสงสัยไว้ก่อนนะพี่มิก”
น้องเก้าหลุดยิ้มเบาๆ ส่วนผมก็ได้แต่กุมขมับ… แต่นั่นแหละ น้องกายเหมือนคนที่เริ่มเข้าสู่โหมดสืบคดีแบบจริงจังแล้ว
...
เราเดินวนสำรวจรอบโรงอาหารกันอีกรอบ เผื่อจะมีอะไรหลุดตาไปบ้างคราวนี้เหมือนน้องเก้าจะเห็นอะไรบางอย่างเข้า
"กายครับ… ตรงหลังร้านน้ำ เหมือนมีอะไรน่าสงสัยนะครับ"น้องเก้าพูดเสียงเบา แต่สีหน้าดูตื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด
"จริงเหรอเก้า? ตรงไหนอ่ะ พาไปดูหน่อย" น้องกายตาเป็นประกาย รีบย่องตามไปทันที
พอชะโงกไปดู ก็เห็นเด็กผู้ชาย ม.ต้น คนหนึ่ง ยืนทำท่าลับๆ ล่อๆ แถวหลังร้านขายน้ำ คอยหันซ้ายหันขวาเหมือนระแวงใครอยู่ตลอด ก่อนจะรีบแทรกตัวเข้าไปด้านในร้านอย่างไว
"เจอตัวแล้วพี่มิก ต้องใช่คนนี้แน่ๆ" กายกระซิบด้วยน้ำเสียงมั่นใจสุดๆ
"ใจเย็นกาย ลองไปถามก่อนมั้ย เดี๋ยวหน้าแตกอีก" ผมรีบเบรกไว้ก่อน ไม่อยากให้ซ้ำรอยเดิม
เราทั้งสามค่อยๆ ย่องไปใกล้ประตูหลังร้าน ชะโงกมองเข้าไปด้านในเห็นเด็กคนนั้นกำลังเปิดตู้แช่เย็น แล้วหยิบอะไรบางอย่างยัดเข้าไปแบบรีบร้อน
"ทำอะไรอยู่อ่ะน้อง?" น้องกายโผล่ถามขึ้นทันที
เด็กคนนั้นสะดุ้งสุดตัว เกือบทำของในมือหล่น"เอ่อ… คือผม…" น้ำเสียงสั่นเหมือนจะร้องไห้
"แอบเอาอะไรมาใส่ตู้เย็นเนี่ย หรือว่าแอบวางยาในน้ำกินใช่ป่ะ?" กายถามตรงแบบไม่อ้อม ทำเอาผมแทบเอามือปิดปากไม่ทัน
"ไม่ใช่นะครับ!" เด็กคนนั้นรีบส่ายหัวแรงๆ"ผมแค่เอานมมาแช่เฉยๆ เองครับ พอดีชอบกินแบบเย็นๆ"
ผมกับกายเดินเข้าไปชะโงกดูในตู้พร้อมกันข้างในมีนมโรงเรียนวางเรียงกันเป็นสิบถุง ดูธรรมดาจนผมเริ่มโล่งใจนิดหน่อย
"แล้วทำไมต้องทำตัวลับๆ ล่อๆ ด้วยล่ะ?"กายยังไม่ยอมปล่อยง่ายๆ
"คือผมแอบขอจากเพื่อนที่ไม่กินมาแช่ไว้ด้วยครับ…" เด็กคนนั้นพูดเสียงเบาลง"กลัวครูรู้แล้วจะโดนดุเอา"
"อ่อ… งั้นก็แล้วไป" กายพยักหน้าเหมือนเข้าใจ
แต่ถึงอย่างนั้น น้องก็ยังหยิบสมุดขึ้นมาจดอะไรบางอย่าง เพิ่มชื่อเด็กคนนั้นลงไปในรายชื่อผู้ต้องสงสัยอย่างไม่ลังเลผมได้แต่มองภาพนั้นแล้วถอนหายใจเบาๆ คดีนี้ดูเหมือนจะไม่ง่ายอย่างที่คิดเลยจริงๆ
...
ก่อนจะถึงเวลาเข้าเรียนคาบบ่าย พวกเราสามคนเดินตัดผ่านโซนห้องน้ำใกล้อาคารเรียน เพราะกายบ่นว่าอยากล้างมืออีกรอบผมเดินนำอยู่ข้างหน้า พอเลี้ยวเข้าไปใกล้อ่างล้างมือ สายตาก็ดันไปสะดุดกับอะไรบางอย่างเข้าน้ำในอ่าง… สีมันดำผิดปกติดำแบบไม่ใช่คราบดิน ไม่ใช่น้ำโคลน แต่เป็นดำขุ่นๆ เหมือนหมึก
ผมหยุดเท้าทันที แล้วเอื้อมมือไปดึงแขนกายไว้เบาๆ "กาย… ดูนั่นดิ"ผมกระซิบเสียงต่ำ พร้อมชี้ไปที่อ่างล้างมือด้านในสุด
น้องกายชะงัก แล้วค่อยๆ ชะโงกหน้าไปมอง สีหน้าที่ง่วงๆ อยู่ก่อนหน้า เปลี่ยนเป็นจริงจังแทบจะทันที"เฮ้ย… น้ำอะไรอ่ะพี่มิก ทำไมมันดำขนาดนั้น"
น้องเก้าขยับเข้ามายืนข้างๆ "มันดูไม่ปกติจริงๆ ครับพี่…"
ตรงหน้าอ่าง มีเด็กนักเรียนผู้ชายคนหนึ่งยืนหันหลังให้เรา มือเขากำลังขยำอะไรบางอย่างอยู่ใต้น้ำสีดำสนิทนั้น
"หรือว่า…" กายหันมามองหน้าผม แววตาเริ่มมั่นใจเต็มๆ"นี่จะเป็นหลักฐานอีกชิ้น?"
"อย่าเพิ่งรีบพุ่งกาย" ผมรีบกระซิบเบรก"ดูก่อนว่าเขาทำอะไร"
พวกเราค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้อีกนิด เสียงน้ำไหลดังชัดขึ้น พร้อมกลิ่นแปลกๆ จางๆ ลอยมา
เด็กคนนั้นเหมือนจะรู้ตัวว่ามีคนอยู่ด้านหลัง เลยหันกลับมามอง พอเห็นพวกเรา เขาก็สะดุ้งเล็กน้อย"เอ่อ… มีอะไรเหรอครับ?" เด็กคนนั้นถาม น้ำเสียงงงๆ
น้องกายชี้ไปที่อ่างทันที "น้ำในอ่างนี่มันอะไร ทำไมดำขนาดนี้?"
เด็กคนนั้นก้มมองอ่าง แล้วทำหน้าฉงน ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ"อ๋อ อันนี้เหรอครับ"
เขายกมือขึ้นให้ดู ในมือคือพู่กันอันหนึ่ง ปลายขนชุ่มไปด้วยสีดำสนิท
"ผมเพิ่งเรียนศิลปะมา ล้างพู่กันอยู่ครับ สีมันติดแน่น เลยออกมืดๆ แบบนี้"
เราทั้งสามเงียบพร้อมกันโดยอัตโนมัติ"…พู่กัน?" กายทวนคำช้าๆ
"ครับ สีอะคริลิก อาจารย์ให้ใช้สีดำทั้งคาบเลย" เด็กคนนั้นตอบหน้าตาใสซื่อ"ผมกำลังจะล้างให้สะอาดก่อนขึ้นเรียนต่อพอดี"
ผมหันไปมองกาย เห็นน้องยืนนิ่งไปสองวินาทีเต็ม ก่อนจะกระแอมเบาๆ แก้เขิน
"อ่อ… งั้นก็ไม่มีอะไร" กายพูดเสียงเรียบ แต่หูเริ่มแดงนิดๆ
"ขอโทษนะที่ตกใจ" ผมเสริมให้บรรยากาศซอฟต์ลง"พอดีช่วงนี้โรงเรียนมีเรื่องแปลกๆ เยอะ"
"ไม่เป็นไรครับ" เด็กคนนั้นยิ้มให้ แล้วหันกลับไปล้างพู่กันต่อเหมือนไม่ได้คิดอะไร
พอเดินออกจากห้องน้ำมา กายก็หยิบสมุดขึ้นมาเหมือนเดิมแต่คราวนี้… ชะงักนิดหนึ่ง
"อันนี้…"น้องมองหน้าผม "ไม่ต้องจดเนอะ"
"ไม่ต้องละ" ผมหัวเราะเบาๆ"จดไปจะได้อะไร ถ้าจะสงสัยทุกคนขนาดนั้น?"
น้องเก้าหลุดยิ้มออกมานิดๆ "วันนี้เข้าใจผิดติดกันหลายรอบเลยนะครับ"
"แต่ก็ดีกว่าไม่ระวังเลย" กายพูดกลบเกลื่อน พลางเก็บสมุดใส่กระเป๋า"อย่างน้อยก็รู้ว่าโรงเรียนนี้… มีอะไรให้ต้องจับตาเยอะจริงๆ"
ผมพยักหน้าเห็นด้วยในใจ ก่อนที่เสียงกริ่งคาบบ่ายจะดังขึ้นพอดี
และคดีท้องเสียปริศนา… ก็ยังคงไม่ยอมเผยตัวง่ายๆ อยู่ดี
...

หลังเลิกเรียน คนเริ่มบางลง แต่พวกเราสามคนยังไม่คิดจะกลับบ้านเป้าหมายต่อไปคือห้องพยาบาล… ฐานทัพชั่วคราวของหมอกวิน
กายอาสาปลอมตัวก่อน เปลี่ยนจากหน้าอยากรู้อยากเห็น เป็นหน้าเด็กดีเดินตามหลังครูมาเฉยๆ แล้วเนียนหลบเข้าไปในห้องพยาบาล
ผมตามเข้าไปทีหลัง ทำหน้าเซๆ จับท้องตัวเองไว้“พี่ครับ ผมปวดท้องอะ ขอเข้ามากินยาหน่อยได้มั้ยครับ?”
พยาบาลเงยหน้ามามอง “นั่งก่อน เดี๋ยวพี่ไปเอายามาให้”
ผมนั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียง เด็กม.ต้น สองสามคนนอนซมอยู่ สีหน้าไม่ไหวจริง เลยแกล้งชวนคุยแบบเด็กป่วยด้วยกัน“พวกนายกินอะไรกันมาอะ ทำไมป่วยพร้อมกันเลย”
เด็กคนนึงหันมาตอบเสียงอ่อย “ก็เหมือนเดิมอะพี่ ข้าวกลางวัน กินน้ำกดที่ตึกเรียนปกติ"
อีกคนพยักหน้า "ผมก็เหมือนกันครับ”
ผมชะงักนิดนึงแต่ยังทำแกล้งเนียนเป็นปวดท้องต่อจังหวะนั้นเก้าลอยโผล่มาแบบเนียนสุดๆ ลอยมากระซิบใกล้หูผมเบาๆ “พี่มิก เด็กที่นี่ป่วยส่วนใหญ่เป็น ม.ต้น หมดเลยนะครับ แปลกมาก”
ผมกำลังจะหันไปตอบ“มาทำอะไรกันเหรอ?” แต่เสียงนั้นทำเอาผมสะดุ้งแทบตกเก้าอี้
หมอกวินยืนอยู่ตรงประตูห้องพยาบาล มองตรงมาที่ผมพอดีสายตาแบบ… จำหน้าได้แน่ๆ “ไม่ได้ป่วยจริงใช่มั้ย?” หมอกวินเดินเข้ามาใกล้ น้ำเสียงเรียบแต่กดดันชิบ
ผมกลืนน้ำลาย “ก็… แค่มาดูเฉยๆ ครับหมอ ช่วงนี้มันแปลกๆ เหมือนมีคนวางแผนทำอะไรบางอย่าง”
หมอกวินหัวเราะหึๆ “คิดมากกันไปเอง เด็กก็คงกินน้ำหรืออาหารไม่สะอาดกันแค่นั้น”
ประโยคนั้นแหละ เหมือนมีอะไร “คลิก” ในหัวผมทันที
“อ๋อ… งั้นผมหายละมั้งครับ” ผมรีบลุกขึ้นทันทีแบบไม่เนียน ส่งซิกให้กายรีบตามมา
“ใช่ครับ ปวดท้องเมื่อกี้เหมือนจะหายแล้วครับ” น้องกายก็หายดี เดินเนียนตามผมออกมาอีกคน
หมอกวินเลิกคิ้ว “หายง่ายดีนะ ยังไม่ได้กินยาเลยหนิ”
“ไม่เป็นไรครับ... ผมร่างกายแข็งแรงครับหมอ” กายยิ้มแห้งๆ แล้วรีบออกจากห้องพยาบาลแบบแทบวิ่ง
พอพ้นสายตา ผมหันไปหาเก้ากับกาย “พี่รู้ละ ต้องเริ่มจากน้ำแน่ๆ”
กายตาเป็นประกาย “งั้นเป้าต่อไป… แหล่งน้ำของเด็กม.ต้น”
คดีนี้เริ่มสนุกขึ้นแล้ว และหมอกวิน… ก็น่าสงสัยขึ้นทุกวินาที
...
พอออกจากห้องพยาบาลมา พวกเราก็ตรงดิ่งมาที่ตึก ม.ต้น ทันทีช่วงนี้เด็กแถวนั้นยังไม่กลับบ้านหมด เลยต้องทำตัวเนียนๆ เดินเหมือนมาเล่นแถวนี้เฉยๆ
ผมเป็นคนลองก่อน กดน้ำจากตู้กดตรงโถงชั้นล่างขึ้นมาดมเบาๆ กลิ่นมันแปลกจริงๆ ไม่ถึงกับเหม็นแรง แต่เป็นกลิ่นอับๆ คล้ายอะไรหมักไว้หลายวัน
“พี่มิก… น้ำมันกลิ่นไม่ปกติจริงด้วย” กายทำหน้าขยะแขยงนิดๆ แล้วลองดมตาม
เก้าขมวดคิ้ว “ถ้าเป็นแบบนี้ แสดงว่าต้นตอมันน่าจะอยู่ข้างบนนะครับ”
ผมหันไปมองบันไดหนีไฟที่ขึ้นไปดาดฟ้า“แท้งน้ำ…”
พวกเรามองหน้ากันนิดนึง ก่อนจะพยักหน้าเหมือนคิดตรงกัน แล้วก็แอบย่องขึ้นไปทีละขั้น ระวังไม่ให้ใครเห็นบนดาดฟ้าเงียบกว่าที่คิด มีแท้งน้ำใบใหญ่ตั้งอยู่ มีก๊อกเหล็กเก่าๆ ยื่นออกมาด้านข้าง
“กายลองเปิดดูนะ” ผมบอกเบาๆ แต่ในใจก็เริ่มไม่ดีแล้ว
“โอเคพี่มิก” กายเดินเข้าไปใกล้ จับก๊อกแล้วค่อยๆ หมุนช้าๆ วินาทีถัดมา น้ำพุ่งออกมาแรงแบบไม่เตือน
ซ่า! น้ำก๊อกแตกพุ่งใส่ตัวกายเต็มแรง ตั้งแต่หัวจรดเท้า ชุดนักเรียนเปียกชุ่มทันที
“เหี้ยยย!” กายร้องลั่น แล้วรีบถอยหลัง กลิ่นเหม็นตีขึ้นมาทันที กลิ่นแรงมาก แบบเหม็นเน่าจริงๆ ไม่ใช่แค่น้ำเสีย
ผมกับเก้ารีบปิดจมูกแทบไม่ทัน “กาย! เป็นไงบ้าง!”
กายก้มดูเสื้อตัวเอง สีหน้าซีด บนเสื้อมีอะไรติดเต็มไปหมด เศษข้าว เศษอาหารเละๆ เปลือกผลไม้ที่เริ่มเน่า จนดูออกชัดว่าไม่ใช่แค่ขยะธรรมดา“พี่มิก… ในน้ำมันมีของพวกนี้จริงๆ ด้วย” เสียงกายสั่นนิดๆ ทั้งโกรธทั้งขยะแขยง
เก้ามองไปที่แท้งน้ำสีหน้าจริงจังขึ้นทันที “แสดงว่ามีใครเอาของพวกนี้ใส่ลงไปในแท้งน้ำตั้งใจแน่ๆ ครับ”
ผมกำมือแน่นนี่ไม่ใช่อุบัติเหตุแล้ว มันคือการทำให้เด็กทั้งตึกกินน้ำเน่าโดยตรง“กาย ไปล้างเนื้อล้างตัวก่อนมั้ย เดี๋ยวพี่จัดการต่อเอง” ผมพูดเสียงเครียดกว่าเดิม
แต่น้องกายส่ายหน้า “กายไม่เป็นไรพี่… แต่คนทำเรื่องนี้ ต้องโรคจิตแน่ๆ”
ผมหันไปมองแท้งน้ำอีกครั้ง กลิ่นเหม็นยังลอยอยู่ไม่จางและมีชื่อผุดขึ้นมาในหัวผมตอนนี้ คงไม่พ้นพวกหมอกวิน… กับผีเอ็มแน่ๆ
...
ในขณะที่ผมยังเรียบเรียงความคิดอยู่เพลินๆ เสียงเล็กๆ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากทางประตูดาดฟ้า“ว๊าา… โดนจับได้อีกซะละ”
น้ำเสียงนั้นคุ้นหูมาก กวนๆ เบาๆ แต่ชัดเจนผมหันขวับไปมอง เห็นเด็กผู้ชาย ม.ต้น คนที่เคยแอบเอานมโรงเรียนไปซ่อนในตู้แช่เย็นที่โรงอาหาร กำลังยืนพิงกรอบประตูด้วยสีหน้ายิ้มแปลกๆ
หัวใจผมหล่นวูบ แล้วทุกอย่างมันก็ต่อกันติดทันที“เอ็ม… มึงต้องการอะไรวะ?” ผมพูดออกไปด้วยความมั่นใจเกินกว่าที่ตัวเองคิด ว่าเอ็มสิงอยู่ในร่างเด็กคนนี้แน่ๆ
เด็กคนนั้นหัวเราะเบาๆ “โห อุตส่าห์ปลอมตัวเนียนขนาดนี้ ยังจำได้อีกเหรอพี่ชาย?”สายตาของมันเลื่อนไปหยุดที่เก้า แล้วยิ้มกว้างกว่าเดิม“ก็ต้องการเด็กแว่นน่ารักคนนี้ไงล่ะ ลืมแล้วเหรอ?”
ผมขยับตัวบังเก้าแทบทันที ตอนนั้นเพิ่งรู้ตัวว่าที่ผ่านมา ทุกอย่างคือแผน ตั้งแต่โรงอาหาร ยันแท้งน้ำ มันล่อให้ผมพาเก้าขึ้นมาที่นี่“เก้า ไปอยู่ข้างหลังกาย!” ผมตะโกนเสียงหลง
เอ็มหัวเราะอีกครั้ง “ถ้าเป็นเด็กดี ก็เดินออกมาเองแล้วไปกับพี่ซะ จะได้ไม่ต้องมีใครเจ็บตัว ฮิฮิ”
“อย่าไปฟังมันนะเก้า!” กายตะโกนเสียงสั่น ทั้งตัวเปียก ทั้งโกรธ
แต่สิ่งที่เอ็มทำต่อจากนั้น ทำให้ผมชะงัก...มันพาเด็กคนนั้นปีนขึ้นไปยืนบนขอบกำแพงแคบๆ ของดาดฟ้า ข้างล่างคือความว่างเปล่าหกชั้นเต็มๆ
“เลือกเอาเลย” เสียงมันยังเรียบ แต่เย็นเฉียบ“อยากได้เพื่อนเป็นผีเพิ่มอีกคน หรือจะยอมไปกับพี่ดีๆ”
“หยุดนะเว้ย!” ผมตะโกนลั่น ใจแทบขาด
“อย่าทำแบบนั้น!” เก้าขยับออกมาข้างหน้าช้าๆ สีหน้าลังเล แต่สายตากลับนิ่งกว่าที่เคยเห็น
“เก้า… จะทำอะไร” เสียงผมสั่นจนควบคุมไม่ได้
เก้าหันมามอง ยิ้มเศร้าๆ “พี่มิก ให้ผมไปเถอะครับ… ไม่งั้นเด็กคนนั้นไม่รอดแน่”
ผมพูดไม่ออก ได้แค่เรียกชื่อเขาเบาๆ “แต่เก้า…”
“ดีมาก!” เอ็มพูดแทรกทันที“เด็กดีแบบนี้ค่อยง่ายหน่อย”ทันใดนั้น ควันดำจางๆ ก็พุ่งออกจากร่างเด็ก ร่างนั้นอ่อนแรงทันที และเอนหงายไปด้านหลัง
“พี่มิก!” น้องกายตะโกนสุดเสียงผมกับกายพุ่งเข้าไปพร้อมกัน คว้าตัวเด็กคนนั้นไว้ได้หวุดหวิด ร่างเขาล้มลงในอ้อมแขนผม ร้องไห้โฮไม่หยุด บนพื้นดาดฟ้าที่เปียกน้ำเน่า
ในขณะเดียวกัน ร่างของเก้าก็ลอยหายไปกลางอากาศ เหมือนถูกอะไรบางอย่างลากไปคงเป็นผ้าพันคอสีขาวของเจ้าผีเอ็มแน่...
ผมได้แต่มอง ทั้งเจ็บ ทั้งโกรธ แต่ทำอะไรไม่ได้เลยเด็กที่โดนสิงร้องไห้ไม่หยุด พูดซ้ำๆ ว่าฝันร้าย เห็นแต่คนใส่ชุดขาวล้อมรอบผมกับกายช่วยกันปลอบ แล้วพาลงไปที่ห้องพยาบาล แต่ไม่เจอหมอกวินแล้ว มีแค่พยาบาลกับครูสุขศึกษา
ผมเล่าเรื่องแท้งน้ำทั้งหมด ในที่สุดต้นตอเรื่องเด็กท้องเสียก็ถูกเปิดเผย กายได้ล้างตัว เปลี่ยนเป็นชุดคนไข้ชั่วคราว แล้วหอบเสื้อผ้าเปียกกลับบ้านก่อนเย็นนั้น เรานั่งรถเมล์กลับด้วยกันด้วยความเงียบผิดปกติ แม้จะไขคดีท้องเสียได้ แต่ไม่มีใครดีใจเลยสักนิด หัวผมโล่งเหมือนอะไรบางอย่างถูกดึงออกไปทั้งยวง
...
ผมเดินนำกายเข้ามาในบ้านแบบเงียบ ๆ ประตูปิดลง เสียงดังตุบเบาๆ แต่เหมือนดังก้องในหัวผม วันนี้ทุกอย่างมันหนักเกินไป เก้าถูกจับตัวไปต่อหน้า และผมทำอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง
กายเดินตามหลังมาเงียบ ๆ เหมือนกัน แต่สายตาที่มองผมมันต่างออกไป ดูเป็นห่วงชัดเจน“พี่มิก… " เสียงกายเบา ๆ แต่ชัด “ตั้งแต่กลับมาก็ไม่พูดอะไรเลย”
ผมพยายามยิ้ม แต่ยิ้มไม่ออก “เปล่า… แค่เหนื่อย”
“ไม่เนียนเลย...” น้องกายเดินเข้ามาใกล้ จับแขนผมเบา ๆ “ไปอาบน้ำกันก่อนเถอะพี่ อาบน้ำแช่อ่างด้วยกันเหมือนเมื่อก่อน จะได้ผ่อนคลายหน่อย เดี๋ยวค่อยมานั่งคิดหาทางช่วยเก้าต่อ”
ผมมองหน้าน้องชาย อยากจะปฏิเสธ แต่เห็นแววตาที่จริงจังและเป็นห่วงแบบนั้น… ผมเลยพยักหน้าเบา ๆ“อืม… ก็ได้”
เราขึ้นไปชั้นบนเข้าห้องน้ำใหญ่ ผมเปิดน้ำร้อนใส่อ่างจนเต็ม ไอร้อนลอยขึ้นมาแตะหน้า กลิ่นสบู่ที่กายชอบใส่ก็ลอยฟุ้ง
น้องถอดเสื้อคนไข้ที่ยืมจากห้องพยาบาลออก ตามด้วยกางเกงบางๆ ผิวขาวเรียบเนียนเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน ผมมองแล้วก็รู้สึกอบอุ่นขึ้นนิดหน่อยโดยไม่รู้ตัว จากนั้นน้องก็หันมามองผม“พี่ถอดด้วยสิ”
ผมถอนหายใจ ถอดเสื้อนักเรียนออกช้า ๆ ถอดกางเกงและกางเกงใน จนเปลือยทั้งคู่ เหมือนตอนที่เคยอาบด้วยกันบ่อยๆ จนชินชา ไม่มีอะไรต้องอายอีกแล้ว
กายลงอ่างก่อน นั่งพิงขอบอ่างแล้วตบน้ำเบา ๆ “มานี่สิพี่”
ผมลงไปนั่งตรงข้ามกาย น้ำอุ่น ๆ ซึมเข้าผิว ช่วยให้ตัวที่เกร็งๆ คลายลงบ้าง
กายยิ้ม แล้วขยับเข้ามาใกล้ “หันหลังให้หน่อยพี่ เดี๋ยวกายนวดให้”
ผมหันหลังให้ น้องชายยกมือทั้งสองมาวางบนไหล่ผม นิ้วเรียว ๆ กดคลึงลงไปเป็นจังหวะ นวดคลายกล้ามเนื้อที่ตึงจนเจ็บ
“พี่เกร็งมากเลยนะ… ผ่อนคลายหน่อย” เสียงกายนุ่มๆ อยู่ข้างหู
ผมพยายามผ่อนลมหายใจ แต่ยิ่งนวด ยิ่งนึกถึงเรื่องเก้า นึกถึงตอนที่น้องถูกฉุดหายไป ความรู้สึกผิดมันพุ่งขึ้นมาจนอกแน่นแล้วจู่ๆ น้ำตามันก็ไหลออกมาเองเงียบ ๆ ผสมกับไอร้อนจากน้ำ ไม่ได้ตั้งใจจะร้อง
“พี่มิก…” กายชะงักการนวด หันตัวผมกลับมาเผชิญหน้า “พี่ร้องทำไม?”
ผมพูดเสียงสั่น “มันเป็นความผิดของพี่เองกาย… ที่พาเก้าไปโรงเรียน ไม่ระวังเอง ทำให้เก้าโดนจับไปจนได้…”
กายดึงผมเข้ามากอดแน่น ศีรษะผมซุกที่ไหล่กาย มือเล็กๆ ลูบหัวผมเบาๆ“อย่าโทษตัวเองเลยพี่ ไม่มีใครรู้ล่วงหน้าอยู่แล้ว เก้าไม่มีทางเลือกด้วย เดี๋ยวกายจะหาวิธีช่วยเก้ากลับมาเอง”
“แต่ถ้าเก้าไม่ได้กลับมา… ถ้าพี่ไม่ได้เจอเก้าอีกล่ะ?…” น้ำตาไหลไม่หยุด ผมตัวสั่นในอ้อมกอด
กายเงียบไปพักหนึ่ง แล้วจู่ๆ ก็ยกมือขึ้นประคองหน้าประกบปากจูบผมทันที แบบไม่ทันตั้งตัวริมฝีปากนุ่มๆ ของน้องชายแนบชิด ทำผมตกใจจนตัวแข็ง แต่กายไม่ถอย จูบต่อไปช้าๆ ลิ้นสอดเข้ามาเบาๆ แลกเปลี่ยนกันอย่างนุ่มนวล ไม่เร่งรีบ ไม่รุนแรง แค่ให้ผมรู้สึกถึงความอบอุ่น
ผมค่อยๆ ผ่อนคลายลง จูบตอบกลับเบาๆ น้ำตายังไหลอยู่ แต่ใจมันเย็นลงจริงๆ
น้องกายถอนจูบออกช้าๆ มองตาผม แล้วค่อยๆ เลื่อนตัวลงต่ำ ก้มหน้าลงไปที่หว่างขาผมใต้น้ำ“กาย… เดี๋ยวก่อน” ผมรีบพูด “พี่… พี่ยังไม่มีอารมณ์หรอกตอนนี้”
“กายรู้” กายเงยหน้ามอง “แต่วันนี้พี่ต้องผ่อนคลายจริงๆ นะ เดี๋ยวกายทำให้เอง”
“กาย...” ผมยังพูดไม่จบ กายก็อ้าปากอมเอาแท่งของผมเข้าไปทั้งท่อน น้ำอุ่นๆ ผสมกับความร้อนชื้นในปากที่นุ่มมาก ทำผมสะดุ้งเฮือก เสียววูบขึ้นมาทันที
“กาย… อ๊ะ…” ปากน้องชายดูดเลียช้าๆ ลิ้นวนรอบหัว วนลงไปตามลำ ลิ้นตวัดที่ร่องหยักใต้หัวแรงๆ เป็นจังหวะ ผมพยายามผลักหัวน้องออกเบาๆ แต่กายไม่ยอม ดันหน้าเข้ามาดูดต่อ ดูดแรงขึ้นเรื่อยๆ
“พี่… พี่เสียว…อื้มม...” เหมือนนานแล้วที่เราไม่ได้ทำกันแบบนี้ หลังๆ เกือบจะทำกันแต่ในโลกวิญญาณตอนออกจากร่างเป็นหลัก การสัมผัสจริงๆ แบบนี้มันแรงเกินไป ผมแข็งเต็มที่ในปากกายเร็วมาก
กายดูดต่อไม่หยุด มือข้างหนึ่งลูบไล้ไข่ผมเบาๆ อีกข้างจับโคนลำ ออกแรงดูดพร้อมกัน
“กาย… พี่จะ… จะแตกแล้ว…”ผมกำขอบอ่างแน่น ตัวเกร็ง สะโพกยกขึ้นเล็กน้อย แล้วก็ปล่อยออกมาคาปากน้องชายเต็มๆน้ำอสุจิพุ่งออกมาเป็นชุดๆ กายกลืนลงไปหมด ไม่ปล่อยให้หลุดแม้แต่หยดเดียว
ผมหอบหายใจแรง น้ำตายังไหลอยู่ แต่คราวนี้ผสมกับความรู้สึกผิดที่พุ่งขึ้นมาอีกชั้น“ทำไม… ทำไมพี่ต้องมาเสียว… มามีอารมณ์ในตอนนี้ด้วยวะ…” เสียงผมสั่น “เก้ามันยัง...”
กายเงยหน้าขึ้น ริมฝีปากเปียกชุ่ม มองตาผมตรงๆ “พี่ไม่ต้องคิดมาก” เสียงนุ่มแต่หนักแน่น “กายแค่อยากให้พี่ผ่อนคลาย อยากให้พี่มีแรงพอที่จะคิดหาทางช่วยเก้าต่อ”กายลุกขึ้นยืน ดึงผมให้ลุกตาม แล้วใช้ผ้าขนหนูเช็ดตัวให้ผมเบาๆ ราวกับผมเป็นเด็ก
“อาบน้ำเสร็จแล้ว เดี๋ยวลงไปกินข้าวกันก่อน แล้วค่อยมานั่งคุยกันว่าจะทำยังไงต่อ เก้ามันยังไม่หายไปไหนหรอก พี่กับกายต้องช่วยมันกลับมาได้แน่”
ผมมองหน้าน้องชาย น้ำตาคลออีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ใช่แค่ความเศร้าแล้ว แต่เป็นเพราะความรู้สึกดีๆ ที่น้องมอบให้กับผม“ขอบคุณนะ… กาย”
กายยิ้มกว้าง กอดผมอีกครั้งสั้นๆ “พี่เป็นพี่ชายกายนะ… กายจะอยู่ข้างพี่เสมอ”แล้วเราก็แต่งตัวกันเรียบร้อย เดินลงมาชั้นล่างด้วยกัน มือผมยังจับมือกายแน่นแบบไม่รู้ตัว
...
เช้าวันต่อมา ผมเพิ่งลืมตาได้ไม่นาน เสียงเคาะประตูก็ดังรัวขึ้นแบบไม่ให้ตั้งตัวพอเปิดออกไปเท่านั้นแหละ เห็นเจยืนกอดอกหน้าตึง ข้างๆ คือฟิวที่สีหน้าไม่ต่างกันเลย
“มิก กูได้ข่าวแล้ว!” เจพูดสั้นๆ แต่หนัก“กายทักมาบอกเมื่อคืน… เรื่องเก้า”
ยังไม่ทันพูดอะไร ฟิวก็รีบเสริม“เบสท์โดนจับไปจริงๆ เหรอพี่? งั้นผมก็อยู่เฉยไม่ได้หรอก”
"อืมใช่ เพราะพี่ประมาทเอง..." ผมพยักหน้า และหันกลับไปมองกายที่ยืนอยู่ข้างหลัง เห็นน้องยิ้มบางๆ เหมือนจะบอกว่า พี่ไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวแล้วผมพยักหน้ายิ้มตอบขอบคุณน้องเงียบๆ ก่อนจะเปิดประตูให้ทุกคนเข้ามาในบ้าน
เจนั่งลงแล้วเล่าเข้าเรื่องทันทีบอกว่าในกลุ่มพวกหมอเอ มีข่าวลือเรื่อง “ตำหนักลับ” อยู่แถวนอกเมือง ฝั่งนนทบุรี เป็นที่ที่ใช้เก็บ “ของสำคัญ” และหนึ่งในนั้น… น่าจะเป็นเก้า“กูตามร่องรอยนี้มานาน” เจพูดเสียงนิ่ง“ถ้าเก้าโดนพาไปจริง โอกาสที่น้องกูจะเคยอยู่ที่นั่นก็สูงเช่นกัน”
ฟิวนั่งกำหมัดแน่น “เบสท์เป็นเพื่อนเก่าผม ต่อให้ต้องเสี่ยง ผมก็จะไปด้วยนะพี่...”
ผมนั่งฟังแล้วรู้สึกอะไรบางอย่างอุ่นขึ้นในอกความกลัวมันยังอยู่ แต่ตอนนี้เริ่มมีความหวังขึ้น“งั้นเอาแบบนี้” ผมสูดหายใจลึก “เรื่องนี้รู้กันแค่พวกเรา สี่คนพอ ถ้าพร้อมเมื่อไหร่เราจะหาทางไปที่นั่นด้วยกัน”
ผมมองหน้าทีละคน เจ ฟิว น้องกายทุกคนพยักหน้าพร้อมกัน มีเป้าหมายเดียวกันคือไม่ว่าจะต้องแลกกับอะไร... ต้องพาเก้ากลับมาอย่างปลอดภัยให้ได้........อ่านตอนต่อไป...>>ตอน 17 - แผนลับช่วยน้องเก้า<<

qkoneoq1992 โพสต์ 2026-1-23 03:19:07

หายไปนาน เลยคับ รอจนลงแดงละ

princelittel โพสต์ 2026-1-21 20:24:28

มาต่อแล้ว ขอบคุณครับ

popn โพสต์ 2026-1-21 17:09:03

ขอบคุณครับ

nuangnut1996 โพสต์ 2026-1-21 17:20:15

สนุกมากครับ

thai_boys โพสต์ 2026-1-21 17:52:16

ขอบคุณมากๆนะครับรอติดตามตอนต่อไปครับ

A24 โพสต์ 2026-1-21 20:35:00

มารออัพเดตที่ท่าน้ำทุกวัน ขอบคุณครับบ

LUCKYPEE โพสต์ 2026-1-21 22:13:01

ขอบคุณมากๆ ครับ

Krassakorn โพสต์ 2026-1-21 23:01:22

ตอนนี้ลุ้นมาก ดีใจที่กลับมาเขียนต่อนะครับ

pppoi โพสต์ 2026-1-22 00:23:22

รอนานเลยครับ ขอบคุณนะครับ

แบงค์bank โพสต์ 2026-1-22 19:15:05

ขอบคุณครับ

baannana โพสต์ 2026-1-22 21:49:49

นึกว่าจะไม่ได้อ่านอีกซะแล้ว

tajarak3 โพสต์ 2026-1-23 01:10:36

ขอบคุณครับ

Tumkun โพสต์ 2026-1-23 03:05:16

รอตอนต่อไปนะครับ

rokza055 โพสต์ 2026-1-23 03:07:02

หายไปนาน เลยคับ รอตอนต่อไถปนะคับ

tajarak3 โพสต์ 2026-1-23 03:43:22

ขอบคุณครับ

suttapat โพสต์ 2026-1-23 08:24:04

ขอบคุณ

asdfghjkl โพสต์ 2026-1-23 08:37:18

ขอบคุณ

แบงค์bank โพสต์ 2026-1-23 10:20:25

เมื่อไหร่จะมาต่อค้าบ

แบงค์bank โพสต์ 2026-1-23 10:23:50

มาต่อแล้วทักด้วยนะครับ
หน้า: [1] 2
ดูในรูปแบบกติ: ความลับกับเด็กที่ถูกมองข้าม ตอน 16 - ความวุ่นวายในโรงเรียน