มนตราหยาดทิพย์กษีราธารา ตอนที่ 09-น้ำนมทิพย์เทวาสยบไสยเวทย์
โอมรีบจัดการติดกระดุมเสื้อสีกากีให้เข้าที่อย่างเร่งด่วน พลางจัดสรีระให้ดูสำรวมที่สุด ทันทีที่เด็กชายเก่งเริ่มขยับตัวลุกขึ้นนั่ง แววตาของเด็กน้อยดูสดใสและเปล่งปลั่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด รอยดำคล้ำรอบดวงตาจางหายไปสิ้นด้วยอำนาจน้ำนมทิพย์เทวาที่เพิ่งดูดฉันเข้าไป"อือ... ครูโอมครับ..." เด็กชายเก่งค่อยๆ ลืมตาขึ้น แววตาที่เคยแดงก่ำและขุ่นมัวบัดนี้กลับใสซื่อบริสุทธิ์เหมือนเด็กทั่วไป "ผมหลับไปเหรอครับ? ทำไม... ทำไมผมรู้สึกสบายตัวจังเลยครับครู เหมือนได้นอนเต็มอิ่มมาหลายวันเลย"
โอมยิ้มละมุนพลางลูบศีรษะลูกศิษย์ด้วยความรัก "เก่งครับ! หนูแค่เพลียจากการเรียนน่ะลูก นอนพักตรงนี้อีกสักนิดนะจ๊ะ เดี๋ยวครูจะหาขนมให้ทาน"
โอมมองตามหลังลูกศิษย์ที่เดินออกจากห้องภาษาไปจนพ้นสายตา เมื่อในห้องกลับสู่ความเงียบสงัดและมั่นใจว่าไม่มีใครอยู่แถวนี้ โอมจึงรีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาโทรหา พ่อครูธนู ทันที เพราะสัมผัสจากแหวนมณีที่สั่นสะท้านบอกให้รู้ว่าเรื่องนี้ไม่ใช่แค่การแก้อาคมธรรมดาเสียแล้ว
"พี่ธนูครับ... โอมเองนะ" โอมกรอกเสียงลงไปทันทีที่ปลายสายรับ "โอมช่วยเก่งไว้ได้แล้วพี่ แต่มันไม่จบแค่นั้น โอมสัมผัสได้ว่าอาจารย์คงมันโกรธมาก และเป้าหมายของมันตอนนี้คือตัวโอม มันจะจับโอมไปแลกกับพญาเหล็กไหลสุวรรณของพี่หนะ!"
"พี่รู้แล้วโอม... ใจเย็นๆ นะคนดี" เสียงธนูทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยอำนาจปลอบประโลมมาตามสาย "พี่เห็นนิมิตตอนที่เจ้าป้อนน้ำนมทิพย์ให้เด็กคนนั้นแล้ว พลังของเจ้าตอนนี้สว่างจ้าจนพวกสายดำมันแสบตาไปหมด แต่มันยิ่งทำให้พวกมันอยากได้ตัวเจ้ามากขึ้น พี่กำลังจะออกจากบ้าน ใครหน้าไหนก็มาแตะต้องเมียพี่ไม่ได้"
พี่ธนูรีบมานะครับ โอมจะล็อกห้องภาษาอยู่แต่ในนี้คนเดียว จะไม่ให้ใครมายุ่งทั้งนั้น แม้แต่ครูแมนโอมก็จะไม่เรียกมาจ้ะ โอมไม่อยากให้คนอื่นต้องมาเสี่ยงกับอาคมอันตรายแบบนี้" โอมเอ่ยด้วยความเด็ดเดี่ยว เขาไม่อยากลากรุ่นพี่อย่างครูแมนเข้ามาพัวพันกับศึกคุณไสยโดยไม่จำเป็น
"ดีมากโอม... รักษากายรักษาจิตให้มั่น พี่จะถึงโรงเรียนภายในสิบนาทีนี้"
โอมวางสายแล้วรีบเดินไปลงกลอนประตูห้องภาษาอย่างแน่นหนา เขานั่งลงรวบรวมสมาธิ แสงจาก แหวนมณีห้าสี เริ่มเปล่งรัศมีคุ้มกายเป็นวงกลมรอบตัว พร้อมกับพลังความร้อนจากน้ำนมทิพย์ในทรวงอกที่เริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้งเพื่อเตรียมเป็นปราการด่านสุดท้ายหากมีสิ่งชั่วร้ายบุกเข้ามา
ท้องฟ้าเหนือโรงเรียนเริ่มมืดครึ้มอย่างผิดปกติ เมฆดำทะมึนเคลื่อนตัวเข้าปกคลุมอาคารเรียนจนบรรยากาศเย็นเยียบชวนขนลุก อาจารย์คงที่กบดานอยู่ในอาศรมมืดร่ายพระเวท "นะกำบังตา" ขั้นรุนแรง ทันใดนั้น ห้องภาษาที่โอมนั่งอยู่ก็เลือนหายไปจากสายตาของครูและนักเรียนคนอื่น ๆ ราวกับไม่เคยมีห้องนี้ตั้งอยู่บนอาคาร
โอมที่นั่งสมาธิอยู่สัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนของอากาศรอบตัวที่บิดเบี้ยว แหวนมณีห้าสีส่องแสงสีฟ้าวาบถี่ ๆ เพื่อเตือนภัยระดับสูงสุด แต่ทว่ามนต์ดำครั้งนี้อาจารย์คงทุ่มสุดตัวเพื่อหวังของวิเศษ
"โอม... มาหาข้า... มาเป็นหมากให้ข้าชิงพญาเหล็กไหล!" เสียงกระซิบจากวิญญาณร้ายดังระงมไปทั่วห้อง
โอมพยายามจะลุกขึ้นสู้ แต่หมอกควันสีดำทมิฬพุ่งออกมาจากเงามืดพันธนาการร่างกายของเขาไว้แน่น พลังน้ำนมทิพย์ในกายส่องแสงสีทองต่อต้านแต่ก็ถูกความมืดมิดรุมล้อมจนโอมเริ่มหมดสติไปทีละน้อย ร่างของครูหนุ่มที่หมดสติถูกมนต์ "นะจังงัง" ตรึงไว้ ก่อนที่ร่างนั้นจะค่อย ๆ จางหายไปจากห้องภาษาด้วยวิชา "ย้ายรูปสลับกาย" ของอาจารย์คง
ณ อาศรมมืดของอาจารย์คง
โอมลืมตาขึ้นมาอีกครั้งพบว่าตนเองถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรึงอาคมอยู่ในศาลาเก่าที่เต็มไปด้วยซากกระดูกและกลิ่นคาวเลือด เสื้อสีกากีถูกปลดออกโดยน้ำมือของอาจารย์คง เผยให้เห็นทรวงอกมหึมาที่ขาวผ่องและเต่งตึงจนสั่นระริก น้ำนมทิพย์เทวายังคงไหลรินออกมาไม่ขาดสายเพราะความเครียดและแรงกดดัน
"ฮ่า ๆ ฮ่า ๆ... ข้าได้เมียมันแล้ว ไอ้ธนู! มึงต้องเอาพญาเหล็กไหลสุวรรณมาให้กู ฮ่า ๆ ฮ่า ๆ !" อาจารย์คงจ้องมองร่างโอมด้วยที่กำลังนอนหมดสติ"ถ้าไอ้ธนูมันอยากมันเอาเมียมันรอด มันต้องเอาพญาเหล็กไหลสุวรรณมาให้กูถึงที่แน่" อาจารย์คงเผยรอยยิ้มเหี้ยม ๆ
เมื่อโอมเริ่มรู้สึกตัวภายในอาศรมที่มืดสลัวและเต็มไปด้วยกลิ่นอับชื้นของมนต์ดำ โอมค่อยๆ รวบรวมสมาธิเรียกสติกลับคืนมา แม้จะถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรึงอาคมและอยู่ในสภาพที่เสื้อสีกากีถูกปลดออกจนเผยให้เห็นทรวงอกมหึมาที่ขาวผ่องและสั่นระริก แต่แววตาของโอมกลับไม่มีความหวาดกลัวอย่างที่อาจารย์คงคาดหวัง
โอมมองดูอาจารย์คงที่กำลังจ้องมองเขาด้วยสายตาละโมบ โดยที่ฝ่ายนั้นหารู้ไม่ว่า "น้ำนม" ที่ไหลซึมออกมาจากอกของโอมนั้นไม่ใช่เพียงสังขารธรรมดา แต่มันคือ น้ำนมทิพย์เทวา ที่มีฤทธิ์เดชเหนือโลก
"อาจารย์คง... แกจับฉันมาทำไม? หรือว่า...แกเพียงเพื่อจะเอาพญาเหล็กไหลสุวรรณจากพี่ธนูเท่านั้นเหรอ?" โอมเอ่ยถามด้วยเสียงที่นิ่งสงบ
อาจารย์คงหัวเราะร่าจนเสียงดังก้องศาลา "ใช่แล้วอีหนู! ไอ้ธนูมันหวงของวิเศษชิ้นนั้นนัก แต่มันคงหวงเมียสวย ๆ อย่างเจ้ามากกว่า ถ้ามันไม่อยากให้เจ้าต้องกลายเป็นผีเฝ้าอาศรมกู มันต้องยอมส่งมอบพญาเหล็กไหลสุวรรณนั่นมาแต่โดยดี!"
โอมเหยียดยิ้มบางๆ พลางขยับตัวเล็กน้อยทำให้ปทุมถันคู่โตส่ายไหวตามแรงขยับ "แกเป็นถึงจอมขมังเวทย์ แต่กลับมีปัญญาที่ครอบครองพญาเหล็กไหลสุวรรณ... แกรู้ไหมว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าท่านตอนนี้ มีค่ามากกว่าเหล็กไหลนั่นเสียอีก"
อาจารย์คงชะงัก ขมวดคิ้วจ้องมองที่หน้าอกของโอมที่เต่งตึงจนแทบจะปริแตก "เจ้าหมายความว่ายังไง? นอกจากหน้าอกใหญ่ๆ กับหน้าสวยๆ เจ้ามีอะไรดีไปกว่าพญาเหล็กไหล? อีตุ๊ด!"
"อาคมที่ท่านใช้บังตาคนทั้งโรงเรียน หรือมนต์ดำที่ท่านใช้ควบคุมเด็ก... มันเทียบไม่ได้เลยกับ 'โอสถทิพย์' ที่อยู่ในตัวฉัน" โอมเอ่ยพลางรวบรวมพลังทิพย์ในกายให้น้ำนมซึมออกมามากขึ้นจนกลิ่นหอมดุจดอกไม้สวรรค์เริ่มกลบกลิ่นคาวเลือดในอาศรม "แกไม่สงสัยบ้างหรือไง ว่าทำไมมนต์ดำในตัวเด็กชายเก่งถึงสลายไปหมด? แกอยากลองสัมผัสพลังที่แท้จริงที่แม้แต่เหล็กไหลก็ยังต้องสยบให้ดูไหมล่ะ?"
โอมตัดสินใจใช้พูดหลอกล่อให้อาจารย์คงประมาท เพื่อดึงเวลาให้พี่ธนูตามมาถึง เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากพญาเหล็กไหลสุวรรณของธนู
อาจารย์คงจ้องมองทรวงอกขาวผ่องที่สั่นระริกเบื้องหน้าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยสับสน กลิ่นหอมละมุนดุจดอกไม้ทิพย์ที่กำจายออกมาจากหยาดน้ำนมสีขาวข้นนั้น เริ่มทำให้จิตใจที่หยาบช้าของหมอผีเฒ่าสั่นคลอนมนต์ดำที่เคยหนาแน่นในอาศรมกลับถูกเจือจางลงด้วยรัศมีสีชมพูทองอ่อนๆ ที่แผ่ออกมา
"โอสถทิพย์อย่างนั้นรึ? หึ... เจ้าอย่ามาเล่นลิ้นหลอกข้าเสียให้ยาก!" อาจารย์คงคำราม แม้ปากจะว่าอย่างนั้น แต่ขากลับค่อยๆ ก้าวเข้าไปหาโอมอย่างไม่อาจต้านทาน "แต่กลิ่นนี่มัน... มันไม่ใช่กลิ่นมนุษย์จริงๆ พลังอาคมของกูสั่นสะท้านไปหมด"
โอมแอ่นอกรับอย่างไม่เกรงกลัว "ถ้าแกไม่เชื่อ... ก็ลองพิสูจน์ดูสิ อาจารย์คง พลังน้ำนมของฉันสามรถเพิ่มพลังอาคมให้แกได้นะ มันอยู่หน้าอกคู่นี้ของฉัน "
อาจารย์คงเม้มปากแน่น ความโลภเข้าบังตาจนลืมคำนึงถึงอันตราย เขาเอื้อมมือที่เหี่ยวย่นและดำคล้ำด้วยอาคมชั่วร้ายเข้าประคองเต้าเนื้อที่นุ่มนิ่มแต่เต่งตึงของโอม มือของเขาสั่นสะท้านเมื่อสัมผัสได้ถึงความร้อนจากพลังทิพย์ที่ไหลเวียนอยู่ภายใน
"ถ้าข้าได้พลังนี้มา... พญาเหล็กไหลก็อาจจะไม่จำเป็น!" อาจารย์คงพึมพำ ก่อนจะโน้มใบหน้าซูบตอบเข้าไปใกล้ปทุมถันมหึมา เขาเห็นหยาดน้ำนมสีขาวบริสุทธิ์ไหลรินออกมาจากยอดอกสีหวาน จึงอ้าปากหมายจะดูดกินเพื่อพิสูจน์พลังตามคำท้าของโอม
"อึก... อึก..."
ทันทีที่ริมฝีปากของหมอผีเฒ่าสัมผัสกับน้ำนมทิพย์เทวา ร่างกายของเขาก็สะท้านดุจถูกฟ้าผ่า! รสชาติที่หวานล้ำกลับกลายเป็นความร้อนแรงดุจไฟบรรลัยกัลป์สำหรับผู้ที่มีจิตใจโสมม พลังศักดิ์สิทธิ์อันบริสุทธิ์เข้าปะทะกับอาคมสายดำในกายอาจารย์คงอย่างรุนแรง
"อ๊ากกกก! นี่มันอะไรกัน!" อาจารย์คงผละออกมาพลางกุมลำคอ ร่างกายของเขาเริ่มมีแสงสีทองพุ่งออกมาตามรูขุมขนเพื่อชำระล้างสิ่งชั่วร้าย
โอมยิ้มเย็น แววตาเต็มไปด้วยพลังอำนาจ "น้ำนมทิพย์เทวาของฉันมีไว้เพื่อ 'ช่วยเหลือ’ และ ‘เยียวยา ' กับคนดีมีศีลธรรม และมีไว้เพื่อ 'เผาผลาญ' คนชั่วจ้ะอย่างแกไง อาจารย์คง... "
ในขณะที่อาจารย์คงกำลังทุรนทุรายจากการถูกพลังทิพย์ย้อนศร เสียงเครื่องยนต์รถกระบะก็ดังสนั่นมาจากทางหน้าอาศรม พร้อมกับรัศมีสีทองเจิดจ้าของ พญาเหล็กไหลสุวรรณ ที่กำลังพุ่งตรงมาหาเจ้าของของมัน
ในวินาทีที่อาจารย์คงแผดร้องอย่างเจ็บปวด พลังบริสุทธิ์จากน้ำนมทิพย์เทวาที่เขาบังอาจดูดกินเข้าไปได้กลายเป็นลูกไฟพุทธคุณที่เผาผลาญจากภายในสู่ภายนอก มนต์ดำที่หมอผีเฒ่าเคยสะสมมาทั้งชีวิตเริ่มตีกลับ (ของเข้าตัว) อย่างรุนแรงจนผิวหนังตามร่างกายเริ่มแตกเป็นรอยแยกสีดำและมีควันพิษพวยพุ่งออกมา
โอมสัมผัสได้ทันทีว่าอาคมที่ล่ามพันธนาการร่างกายเขานั้นบัดนี้เปราะบางยิ่งกว่าใยแมงมุม ครูหนุ่มจึงหลับตาลงรวบรวมพลังที่พุ่งพล่านอยู่ในทรวงอก พลังน้ำนมทิพย์ที่คัดแน่นถูกกลั่นเป็นรัศมีสีชมพูทองที่แรงกล้าที่สุดเท่าที่เขาเคยมี
เพล้ง!
เศษโซ่ที่ลงอาคมมืดแตกกระจายพินาศสิ้น โอมก้าวข้ามโซ่ที่ขาดลงด้วยท่วงท่าที่สง่างาม เสื้อสีกากีที่ยังเปิดกว้างเผยให้เห็นปทุมถันคู่มหาศาลที่สั่นไหวตามจังหวะหายใจ ร่างกายของโอมบัดนี้แผ่รัศมีเทวาจนอาศรมมืดที่เคยดำทึบกลับสว่างจ้าดุจกลางวัน
"อาจารย์คง... พลังที่แกคิดจะครอบครอง มันยิ่งใหญ่เกินกว่าจิตที่ใฝ่ต่ำของท่านจะรับไหว" โอมเอ่ยด้วยน้ำเสียงเปี่ยมเมตตาแต่เด็ดขาด "มนต์ดำของท่านถูกน้ำทิพย์ชำระล้างจนสิ้น และบัดนี้มันกำลังย้อนกลับไปทำลายเจ้าของที่สร้างมันขึ้นมาจ้ะ"
อาจารย์คงดิ้นทุรนทุราย พยายามตะเกียกตะกายที่พื้น ร่างกายของเขาเริ่มหดตัวและไหม้เกรียมด้วยอาคมย้อนศร "ช่วย... ช่วยกูด้วย... ร้อนเหลือเกิน!"
ในขณะที่เงาดำทมิฬของมนต์ดำที่ย้อนเข้าตัวกำลังจะกลืนกินหมอผีเฒ่า พ่อครูธนูก็พังประตูอาศรมเข้ามาถือ ‘พระขรรค์เทวฤทธิ์’ ที่จัดการอาจารย์คง แต่ว่า....ธนูมองดูสภาพเมียรักที่ยืนหยัดอยู่เหนือศัตรูแบบงง
โอมเห็นพ่อครูธนูรีบเข้าไปหาสามีของตน ส่วนพ่อครูธนูรีบเข้าไปประคองร่างนุ่มของเมียรักไว้ในอ้อมกอด "พี่ธนูครับ...โอมกลัวจังเลย"
พ่อครูธนู...ยังงงกับสภาพที่อาจารย์คงที่โดนมนต์ดำกำลังกิน
ท่ามกลางเศษซากอาคมที่พังทลายและความเจ็บปวดเจียนตายของอาจารย์คง โอมที่ยืนอยู่อย่างสง่างามกลับสัมผัสได้ถึงความเวทนาที่ผุดขึ้นในใจ แม้ชายผู้นี้จะคิดร้ายต่อเขาและครอบครัว แต่ในฐานะครูและผู้ถือครองพลังแห่งเมตตา โอมไม่อาจปล่อยให้วิญญาณของอาจารย์คงต้องมอดไหม้ไปพร้อมกับอาคมย้อนศรได้
"พี่ธนูครับ... โอมอยากช่วยอาจารย์คง โอมปล่อยให้เขาตายในสภาพที่ถูกมนต์ดำกัดกินแบบนี้ไม่ได้" โอมหันไปสบตาสามีด้วยแววตาอ้อนวอน
พ่อครูธนูนิ่งไปครู่หนึ่ง และ พูดว่า "... จิตเมตตาของโอมนั้นยิ่งใหญ่กว่าสิ่งใด ๆ พี่จะยืนคุมอยู่ตรงนี้เอง"
โอมทรุดกายลงนั่งต่อหน้าอาจารย์คงที่สภาพร่อแร่ ผิวหนังไหม้เกรียมด้วยมนต์ดำ โอมประคองศีรษะที่สั่นเทาของหมอผีเฒ่าขึ้นมาไว้บนตัก มือเรียวบางค่อย ๆ จัดหน้าอกสีกากีที่ยังเปิดกว้างอยู่นั้นให้เข้าที่ ปทุมถันคู่โตที่อัดแน่นไปด้วยพลังน้ำนมทิพย์เทวาส่ายไหวรุนแรงราวกับรับรู้ถึงภารกิจสุดท้าย
"ดูดกินน้ำนมทิพย์เทวานี้ซะ อาจารย์คง... ให้มันชำระล้างความมืดมิดในกาย"
โอมบรรจงป้อนยอดอกสีหวานเข้าสู่ปากของอาจารย์คง พลังน้ำนมทิพย์สีขาวบริสุทธิ์ขนาบรัศมีสีทองพุ่งกระฉูดเข้าสู่ลำคอของหมอผีเฒ่าอย่างต่อเนื่อง
"อึก... อึก... อึก..."
ทันทีที่น้ำนมทิพย์ไหลผ่านลำคอ พลังแสงสว่างพุ่งเข้าปะทะกับมนต์ดำที่กำลังกัดกินร่างของเขาอย่างรุนแรง แสงสีทองสว่างจ้าจนกลบอาศรมที่มืดมิด อาจารย์คงดิ้นกระตุกอย่างแรงก่อนจะนิ่งสนิทไป น้ำนมทิพย์ได้ชำระล้าง "รากเหง้า" แห่งอาคมมืดออกไปจนหมดสิ้น แต่มันรุนแรงเกินกว่าที่จิตใจซึ่งเต็มไปด้วยความโลภของมนุษย์ธรรมดาจะรับไหว
เมื่อโอมถอนยอดอกออก อาจารย์คงก็ลืมตาโพลงขึ้น แววตาที่เคยเคียดแค้นและละโมบบัดนี้กลับกลายเป็นความว่างเปล่าสนิท เขาหัวเราะออกมาเบา ๆ พลางเอื้อมมือไปคว้าจับอากาศรอบตัว
"นกตัวเล็ก ๆ... บินไปสิ... คิก ๆ... สวยจังเลย" อาจารย์คงเริ่มพูดพึมพำไม่เป็นภาษา พลังน้ำนมทิพย์รักษาชีวิตเขาไว้ได้ แต่ได้ทำลาย "สัญญา" และ "ความทรงจำ" ที่ชั่วร้ายจนสมองและจิตวิญญาณเขากลายเป็นเด็กไร้เดียงสาที่เสียสติไปเสียแล้ว
ธนูเดินเข้ามาประคองโอมให้ลุกขึ้น "โอมช่วยชีวิตเขาไว้ได้แล้ว... แม้เขาจะรอดตาย แต่จิตที่เคยฝักใฝ่แต่เดรัจฉานวิชาได้สลายไปสิ้นแล้ว ต่อไปนี้มันไม่ใช่หมอผีเฒ่าผู้ชั่วร้ายอีกแล้ว แต่เป็นเพียงคนบ้าที่ไร้พิษสงคนหนึ่งเท่านั้น"
โอมจัดเสื้อผ้าสีกากีให้เข้าที่ด้วยใบหน้าที่สงบนิ่ง "อย่างน้อยเขาก็ไม่ต้องตกนรกทั้งเป็นเพราะมนต์ดำที่ตัวเองสร้างนะครับ พี่ธนู"
บรรยากาศภายในห้องนอนไม้สักคืนนี้กลับมาเงียบสงบและเป็นส่วนตัวอีกครั้ง แสงเทียนสีส้มอ่อนโยนพริ้วไหวสะท้อนเงาของชายหนุ่มสองคนที่กำลังพัวพันกันอยู่บนฟูกนุ่ม กลิ่นแป้งร่ำผสมกับกลิ่นอายจางๆ ของน้ำนมทิพย์เทวาที่ยังคงกรุ่นอยู่นั้น ยิ่งกระตุ้นอารมณ์รักให้พลุ่งพล่าน
พ่อครูธนูประคองร่างขาวนวลของโอมให้นอนราบลง เขาไม่รอช้าที่จะบรรจงใช้ลิ้นร้อนผ่าวลากไล้ไปตามซอกคอและนวลกายที่แสนหอมหวาน โอมบิดกายเร่าด้วยความเสียวซ่านเมื่อยอดอกทั้งสองข้างที่ยังคงตึงเคร่งไปด้วยน้ำนมทิพย์ ถูกมือหนาของสามีบีบเค้นและใช้ลิ้นตวัดหยอกล้ออย่างหนักหน่วง
"อ๊ะ... พี่ธนูจ๊ะ... โอมเสียวเหลือเกิน" เสียงครางหวานหูของโอมดังประสานไปกับเสียงดูดดึงที่พ่อครูธนูบรรจงมอบให้ปทุมถันคู่โต
เมื่ออารมณ์รักสุกงอม ธนูจึงผละออกมาครู่หนึ่ง เขาชันกายขึ้นเผยให้เห็นท่อนกายเนื้ออันเขื่องที่พองขยายจนเส้นเลือดปูดนูน แข็งแกร่งและทรงพลังดุจพญาเหล็กไหล ธนูจ่อส่วนหัวที่ฉ่ำวาวเข้ากับริมฝีปากอิ่มของเมียรัก โอมช้อนสายตามองสามีด้วยความหลงใหล ก่อนจะอ้าปากรับความยิ่งใหญ่นั้นเข้าสู่โพรงปากนุ่มอย่างเต็มอกเต็มใจ
โอมใช้ลิ้นเรียวโลมเลียไปตามความยาวและปรนเปรอด้วยจังหวะที่เร่าร้อน จนธนูต้องคำรามในลำคอด้วยความพึงพอใจ มือหนาลูบไล้กลุ่มผมของโอมเบาๆ ก่อนจะประคองร่างของเมียรักให้พลิกกายหันหลัง พร้อมกับยกสะโพกขาวมนขึ้นให้เด่นชัด
ธนูจ่อความแข็งขืนเข้ากับช่องทางรักสีหวานที่ขมิบรับด้วยสัญชาตญาณ ก่อนจะค่อยๆ กดแทรกกายเนื้ออันร้อนระอุเข้าสู่รูทวารสวรรค์ของโอมอย่างช้าๆ แต่หนักแน่น
"อ้า ๆ อ้า ๆ อ้า ๆ!... พี่ธนู... มันใหญ่... แน่นไปหมดเลยจ้ะ" โอมฟุบหน้าลงกับหมอน มือเรียวกำผ้าปูที่นอนจนแน่นเมื่อความยิ่งใหญ่พุ่งทะลวงเข้าสู่ภายใน
"อดทนหน่อยนะคนดี... พี่รักโอมเหลือเกิน" ธนูกระซิบสั่งพลางเริ่มขยับกายเข้าออกเป็นจังหวะที่หนักหน่วงสม่ำเสมอ
เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังระรัวก้องห้องนอนไม้ พร้อมกับเต้านมมหึมาของโอมที่แกว่งไกวส่ายไปมาตามแรงกระแทกกระทั้นที่รุนแรง พลังรักที่บริสุทธิ์ถูกถ่ายทอดผ่านการหลอมรวมทางกายและจิตใจ โอมร้องครางไม่เป็นภาษาเมื่อความเสียวซ่านพุ่งทะลุขีดจำกัด ทุกครั้งที่ธนูกระแทกเน้นย้ำเข้าไป หยาดน้ำนมทิพย์เทวาก็พุ่งกระฉูดออกมาจากยอดอกอาบชโลมแผ่นอกและที่นอนจนหอมฟุ้ง
บทเพลงแห่งรักดำเนินไปอย่างยาวนานและเร่าร้อน จนกระทั่งทั้งคู่ถึงฝั่งฝันพร้อมกัน ธนูปลดปล่อยพลังรักอันเข้มข้นเข้าสู่กายของโอมจนล้นปรี่ ในขณะที่โอมก็เกร็งกระตุกด้วยความสุขสมที่สุดในชีวิต ทั้งสองซบกายเข้าหากันกลางแสงจันทร์ที่สาดส่อง ท่ามกลางกลิ่นไอรักและน้ำนมทิพย์ที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว
สนุกมากครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ {:5_137:} ขอบคุณมากๆครับ แลกน้ำกันของจริง ขอบคุณมากครับ รักกันปานจะกลืน อ่านสนุกครับ เขียนดี ขอบคุณครับ สนุกดี ดีจัง ขอบคุณมากครับ ขอบคุณครับ
ไม่ตุยก็ดีล่ะจารย์ อย่าทำชั่วนะที่หลัง {:5_142:} ขอบคุณครับ สนุดดี
หน้า:
[1]