มนตราหยาดทิพย์กษีราธารา ตอนที่ 05-ภัยจากมนต์ดำ
เมื่อเสียงกริ่งสุดท้ายของวันดังขึ้น โอมจัดเก็บอุปกรณ์การสอนลงกระเป๋า แม้แสง สีฟ้า จากแหวนมณีห้าสีจะยังกะพริบเตือนจางๆ ตลอดทั้งบ่าย แต่เขาก็พยายามทำจิตใจให้สงบเพื่อไม่ให้นักเรียนตื่นตระหนก
ที่หน้าประตูโรงเรียน พ่อครูธนูจอดรถยนต์รออยู่ใต้ร่มเงาต้นไม้ ใบหน้าคมเข้มของเขายังคงนิ่งสงบแต่ดวงตาแฝงความระแวดระวัง ทันทีที่โอมเดินเข้าไปหา ธนูรีบรับกระเป๋าจากเมียรักมาถือไว้เอง
"วันนี้เป็นอย่างไรบ้างโอม เหนื่อยไหม?" ธนูเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้มที่มอบให้โอมเพียงคนเดียว
"เหนื่อยนิดหน่อยนะพี่ธนู แต่โชคดีที่พี่เอาแหวนมาให้โอมช่วยได้มากเลยจ้ะ" โอมตอบและก็เปิดประตูรถขึ้นไป
บรรยากาศในรถเย็นฉ่ำด้วยแอร์ แต่ความรู้สึกของโอมกลับเริ่มร้อนรุ่มแปลก ๆ แสงสีฟ้า (เตือนภัย) บนหัวแหวนมณีห้าสีเริ่มกะพริบถี่เป็นจังหวะจนโอมใจไม่ดี
"มีอะไรหรือเปล่าโอม เห็นจ้องแหวนตั้งแต่ออกจากโรงเรียนแล้ว" ธนูเอ่ยถามขณะมือยังกุมพวงมาลัย
"พี่ธนู!... แสงสีฟ้ามันเตือนภัยจ้ะ โอมรู้สึกเหมือนมีอะไรตามเรามา" โอมตอบพลางมองกระจกหลัง
ระหว่างทางที่เป็นถนนตัดผ่านทุ่งนาอันเงียบสงัด จู่ ๆ พวงมาลัยรถยนต์ก็เกิดสั่นอย่างรุนแรง ธนูพยายามบังคับรถเข้าข้างทางแต่เบรกกลับใช้การไม่ได้! ทันใดนั้น แสง สีฟ้า จากแหวนของโอมก็สว่างจ้ากระชากขึ้นมาเป็นม่าน เกราะเพชร คลุมรถยนต์ทั้งคันไว้ ก่อนที่รถจะไถลตกถนนลงไปในคูน้ำข้างทาง
โครม!
ด้วยอำนาจแสงสีฟ้าเกราะเพชรจากแหวนมณีห้าสี ทำให้รถยนต์ไม่ได้รับความเสียหายและทั้งคู่ไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่สิ่งที่ปรากฏอยู่บนถนนเหนือคูน้ำกลับทำให้น่าขนลุก...
มี "หุ่นพยนต์" ตัวใหญ่ที่ทำจากฟางถัก ลงอาคมสีดำทมิฬ ยืนขวางอยู่บนถนน มันไม่ได้มาตัวเดียว แต่มันถูกส่งมาเพื่อประสงค์ร้ายต่อพวกเขาโดยเฉพาะ
ธนูถีบประตูรถออกไปยืนเผชิญหน้า มือหนึ่งชักมีดหมออาคมออกมา "โอม อยู่ในรถก่อน! แสงสีฟ้าของแหวนยังคุ้มครองรถอยู่ พี่จะจัดการมันเอง!"
แต่โอมเห็นบางอย่างผิดปกติ เขาตั้งจิตใช้มณี สีเขียว (ความจริง) ส่องไปที่หุ่นพยนต์ตัวนั้น "พี่ธนูระวัง! แสงสีเขียวบอกโอมว่ามันไม่ได้มาเพื่อทำร้ายร่างกาย แต่มันตั้งใจจะมา 'พญาเหล็กไหล' ของโอมจ้ะ มีคนบงการอยู่ไม่ไกลจากที่นี่!"
หุ่นพยนต์ตัวนั้นเริ่มขยับตัว กลิ่นสาบสางพุ่งเข้าใส่รถยนต์อย่างรุนแรง จนม่านเกราะเพชรสีฟ้าเริ่มสั่นไหว
ธนูเห็นหุ่นพยนต์ฟางขยับกายน่าเกลียดน่ากลัวอยู่เบื้องหน้า เขาแค่นยิ้มที่มุมปากอย่างไม่สะทกสะท้าน "บังอาจมาขวางทางรถกู คิดว่าวิชาแค่นี้จะทำอะไรพวกกูได้งั้นรึ!"
ธนูบริกรรมคาถาเสียงต่ำ มือแกร่งตบลงบนฝากระโปรงรถยนต์จนเกิดคลื่นพลังสะท้อนออกไปเป็นวงกว้าง "นโมพุทธายะ... ยุติอาคมมืดบัดเดี๋ยวนี้!" คลื่นอาคมของธนูพุ่งเข้ากระแทกหุ่นพยนต์จนมันยืนนิ่งแข็งทื่อ ก่อนที่ธนูจะประสานมือร่ายเวทย์บีบอัดอากาศรอบบริเวณทุ่งนา เพื่อเค้นเอาตัวผู้บงการที่แอบซ่อนวิญญาณอยู่ในเงามืดให้ปรากฏกาย
"โอม! ใช้แหวนจับผิดมันเร็วเข้า!" ธนูตะโกนบอก
โอมรีบก้าวลงจากรถ แสง สีฟ้า (เกราะเพชร) ยังคงล้อมรอบตัวเขาเป็นรัศมีเย็นนวล โอมตั้งจิตมั่นจ้องมองไปที่พงหญ้าฝั่งตรงข้าม ทันใดนั้น มณี สีเขียว (ความจริง) บนนิ้วของโอมก็เปล่งแสงสีทองสว่างจ้าปานดวงอาทิตย์ย่อม ๆ แสงนั้นพุ่งตรงไปยังเงาตะคุ่มหลังต้นก้ามปูใหญ่
"อยู่ตรงนั้นจ้ะพี่ธนู! แสงสีเขียวมันฟ้องว่าคนคนนั้นกำลังอำพรางตัวด้วยวิชาลวงตา!" โอมชี้มือไปยังจุดที่แสงสีเหลืองตกกระทบ
เมื่อถูกแสงจับผิดของแหวนมณีห้าสีส่องสว่างจนมนต์พรางตัวแตกกระจาย ร่างของชายลึกลับในชุดนุ่งนักพรตแต่แววตามืดบอดด้วยกิเลสก็ปรากฏขึ้น เขาคือ "อาจารย์คง" หมอไสยดำจากต่างถิ่นที่แอบอ้างตนเป็นผู้ทรงศีล
"ไอ้พวกกระจอก! ข้าแค่อยากจะมาทักทายด้วยนิดหน่อย!" อาจารย์คงตะโกนโกหกคำโต
วูบ! แสง สีเหลือง บนแหวนของโอมกะพริบถี่วาบเป็นสีเหลืองสว่างเจิดจ้าทันที โอมส่ายหน้า "แกโกหก! แสงสีเหลืองบอกฉันว่าแกไม่ได้มาทักทาย แต่แกต้องการจัดการกับพ่อครูธนูต่างหากล่ะ!"
เมื่อความลับถูกเปิดโปงด้วยอำนาจแหวนมณี อาจารย์คงถึงกับหน้าถอดสี ธนูไม่รอช้า พุ่งตัวเข้าไปด้วยความเร็วปานสายฟ้า "คิดจะรังแกกูกับเมียกูรู้นะว่าต้องเจอกับอะไร!"
บนถนนลูกรังท่ามกลางทุ่งนาที่เวิ้งว้าง พ่อครูธนู ยืนประจันหน้ากับ อาจารย์คง หมอผีสายดำที่ยืนถือไม้เท้าหัวกะโหลก กลิ่นอาคมสายมืดคละคลุ้งจนอากาศรอบข้างบิดเบี้ยว
"มึงมันก็แค่พ่อครูบ้านนอก อย่ามาขวางทางกูเลยไอ้ธนู! ส่งพญาเหล็กไหลสุวรรณมาให้กูดีๆ!" อาจารย์คงคำรามพลางร่ายมนต์เรียกสัมภเวสีนับสิบตนพุ่งเข้าใส่
ธนูแค่นยิ้มดวงตาคมกริบวาวโรจน์ "มึงประเมินกูต่ำไปแล้วไอ้หมอผีชั้นต่ำ!" ธนูตบเท้าลงพื้นดินจนเกิดคลื่นกระแทกอาคมสั่นสะเทือนไปทั่วบริเวณ ก่อนจะชักพระขรรค์ทองจิ๋วออกมา "นะโมพุทธายะ ยะธาพุทโมนะ!"
ธนูพุ่งตัวประดุจพยัคฆ์ติดปีก เขาหยิบพระขรรค์เทวฤทธิ์จิ๋วและท่องคาถา จนพระขรรค์เทวฤทธิ์ขยายอาวุธที่พร้อมต่อสู้ พ่อครูธนูตวัดมีดหมอตัดผ่านฝูงวิญญาณร้ายจนแตกกระเจิงเป็นไอสีดำ ก่อนจะเข้าถึงตัวอาจารย์คงในชั่วพริบตา ทั้งคู่แลกเปลี่ยนอาคมกันอย่างดุเดือด อาจารย์คงพยายามร่ายมนต์บังตาและซัดทรายเสกใส่ แต่ธนูที่จิตแกร่งกว่ากลับปัดป้องได้หมด เขาฟาดฝ่ามือที่อัดแน่นด้วยกสิณไฟเข้าที่กลางอกอาจารย์คงจนร่างนั้นกระเด็นไปกระแทกต้นไม้ใหญ่
"อั่ก!" อาจารย์คงกระอักเลือดดำออกมา เห็นท่าว่าสู้ไม่ได้แน่จึงรีบควักหุ่นพยนต์ฟางออกมา "มึงเก่งนักใช่ไหม! งั้นเจอนี่หน่อยเป็นไง!"
อาจารย์คงสั่งหุ่นพยนต์ให้พุ่งเข้าหาธนูแล้วสั่ง "ระเบิดตัวเอง" ทันที!
"ตู้ม!!!" แรงระเบิดอาคมมืดดังสนั่นหวั่นไหว ธนูต้องรีบกางข่ายมนต์คุ้มกันโอมที่อยู่ในรถยนต์จนต้องแบกรับแรงปะทะมหาศาลไว้เพียงลำพัง ควันสีดำหนาทึบปกคลุมไปทั่ว เมื่อควันจางลง อาจารย์คงก็อาศัยจังหวะนั้นใช้วิชาพรางพรายหนีหายไปในความมืดทิ้งไว้เพียงกลิ่นคาวเลือด
ธนูที่ฝืนรับแรงระเบิดถึงกับเข่าอ่อน ทรุดฮวบลงกุมอก ใบหน้าซีดเผือดเพราะเสียพลังอาคมและธาตุไฟในกายไปจนเกือบหมด โอมรีบปราดลงจากรถเข้าไปประคองร่างสามีไว้ด้วยความตกใจ
"พี่ธนู! พี่เป็นอย่างไรบ้างครับ" โอมเอ่ยเสียงสั่น พลางมองเห็นแสง สีขาว จากแหวนที่พยายามปลอบประโลมจิตใจเขา
"พี่... พี่ไม่เป็นไรโอม แค่ใช้พลังของพี่มันหมดเกลี้ยงเลย" ธนูเอ่ยเสียงแหบพร่า
โอมรู้ดีว่าไม่มีเวลาช้าไปกว่านี้ เขาตัดสินใจสละความอายเพื่อช่วยชีวิตชายผู้เป็นที่รัก โอมนั่งลงบนพื้นดินประคองศีรษะธนูไว้บนตัก มือบางรีบปลดกระดุมเสื้อสีกากีออกจนเผยให้เห็นทรวงอกอวบอิ่มที่ขาวผ่องกลางแสงโพล้เพล้ ปทุมถันทั้งสองข้างเต่งตึงจนมีหยาดน้ำนมสีขาวบริสุทธิ์ไหลซึมออกมาเองตามแรงอารมณ์รักและห่วงใย
"พี่ธนู... ดื่มนมโอมนะ ดื่มให้เต็มที่เลยพี่" โอมประคองยอดอกสีชมพูจ่อเข้าที่ริมฝีปากของธนู
ธนูไม่รอช้า เขาอ้าปากครอบครองปทุมถันนุ่มหยุ่นนั้นทันที "จ๊วบ... จ๊วบ... อึก! อึก!" เสียงดูดดื่มอย่างกระหายดังก้องในความเงียบ น้ำนมทิพย์เทวาที่เปี่ยมไปด้วยพลังชีวิตและเมตตาธรรมไหลหลากเข้าสู่ร่างกายของธนูประดุจสายน้ำทิพย์ที่ชุบชีวิตต้นไม้ที่เหี่ยวเฉา แสง สีชมพู (รักแท้) จากแหวนมณีบนนิ้วโอมสว่างจ้าโอบล้อมทั้งคู่ไว้เป็นรัศมีสีชมพูทอง
โอมแอ่นอกรับสัมผัสจากสามี มือลูบไล้ไปตามใบหน้าและเส้นผมของธนูด้วยความรัก "เอาไปให้หมดเลยนะ พี่ธนู โอมให้พี่คนเดียว... พี่ต้องกลับมาแข็งแรงเพื่อโอม"
ความอบอุ่นจากหยาดทิพย์ทำให้ธนูรู้สึกถึงพลังอาคมที่ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง รอยแผลภายในถูกเยียวยาจนหายเป็นปลิดทิ้ง พลังที่เคยเหือดแห้งกลับคืนมาเต็มเปี่ยมยิ่งกว่าเก่าจนดวงตาของเขาเริ่มกลับมาเป็นประกายคมกล้าดังเดิม
เมื่อรถยนต์เคลื่อนตัวเข้ามาจอดเทียบหน้าเรือนมณีเทวา พ่อครูธนู ที่ได้รับพลังชีวิตจนเต็มเปี่ยมจากหยาดทิพย์ของโอมก็ก้าวลงจากรถด้วยท่าทีที่ขรึมขลังและดุดันยิ่งกว่าเดิม แม้ร่างกายจะฟื้นฟูแล้ว แต่ดวงตาของเขายังคงวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกลียดพวกอวิชชาที่บังอาจมาลอบกัดพวกเขา
"โอมขึ้นไปอาบน้ำพักผ่อนบนเรือนก่อนนะจ๊ะ พี่จะจัดการล้อมเขตป้องกันไว้ ไม่ให้พวกสุนัขลอบกัดตัวไหนมันย่างกรายเข้ามาได้อีก" ธนูบอกด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาด
ธนูเดินถอดรองเท้า สัมผัสพื้นดินด้วยเท้าเปล่าเพื่อเชื่อมต่อกับพลังพสุธา เขาเริ่มเดินทักษิณาวรรต (เวียนขวา) ไปรอบๆ บริเวณบ้าน เริ่มตั้งแต่ทางเข้า สวนมะม่วง ที่กำลังติดลูกดก ไปจนถึง สวนผัก หลังบ้าน และโอบล้อมตัวเรือนไม้สักทั้งหมดไว้
เขานำทรายเสกและน้ำมนต์ที่ปลุกเสกด้วยพลังกสิณมาประพรมตามทิศทั้งแปด พร้อมบริกรรมคาถาหัวใจพระอิติปิโสและคาถาอาคมกำแพงแก้วเจ็ดชั้น เสียงของธนูดังก้องกังวานในความมืด "พุทธัง กันตัง ธัมมัง กันตัง สังฆัง กันตัง... มะอุตตะมัง อะระหัง พุทโธ!"
ทันใดนั้นเอง แสงสีทองจากอาคมพุ่งขึ้นจากพื้นดินกลายเป็นกำแพงโปร่งแสงสลับกับอักขระเลขยันต์ที่หมุนวนรอบบริเวณบ้านสวน แสง สีฟ้า (เกราะเพชร) จากแหวนมณีบนนิ้วของโอมที่ยืนมองอยู่บนระเบียง สว่างวาบขึ้นขานรับกับเขตอาคมของธนูในทันที เป็นการหลอมรวมพลังจาก "ปฐวีกสิณ" และ "เตโชกสิณ" เข้าด้วยกัน
เขตอาคมนี้เข้มแข็งนัก หากหมอผีไสยดำหรือวิญญาณชั่วร้ายตนใดพยายามจะก้าวข้ามรั้วสวนเข้ามา จะรู้สึกเหมือนเดินเข้ากองไฟ หรือถูกแรงกระแทกจากเกราะเพชรจนร่างแหลกสลาย
"เรียบร้อยแล้วโอม..." ธนูเดินกลับขึ้นมาบนเรือนพลางโอบไหล่โอมไว้ "คราวนี้ต่อให้มันมีหุ่นพยนต์เป็นร้อย หรืออาจารย์คงจะแก่กล้าแค่ไหน ก็ไม่มีวันผ่านเข้ามาทำร้ายโอมในบ้านสวนของเราได้"
โอมยิ้มออกด้วยความเบาใจ เขาเห็นความเหนื่อยล้าที่แฝงอยู่ในแววตาของสามี แม้พลังจะกลับมาแต่การร่ายเขตอาคมใหญ่ขนาดนี้ก็ต้องใช้สมาธิมหาศาล โอมจึงจูงมือพี่ธนูเข้าไปในห้องนอน
ภายในห้องนอนที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกมะลิซ้อน โอมปิดประตูลงกลอนอย่างเบามือ แสงจันทร์นวลตาที่ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามา กระทบกับ แหวนมณีห้าสี บนนิ้วของโอมจนเปล่งรัศมี สีชมพู (รักแท้) ออกมาอย่างอ่อนโยน บ่งบอกถึงความรักที่เต็มเปี่ยมและความปลอดภัยที่กลับคืนมา
"พี่ธนูครับ!... วันนี้พี่เหนื่อยเพื่อโอมมามากเหลือเกิน พักผ่อนเถอะนะจ๊ะ" โอมเอ่ยเสียงหวานพลางจูงมือสามีไปนั่งลงที่ปลายเตียงไม้สัก
ธนูนั่งลงด้วยร่างกายที่ยังคงมีไอความร้อนจากอาคมหลงเหลืออยู่ เขาเงยหน้ามองเมียรักด้วยแววตาซาบซึ้ง "ขอแค่โอมปลอดภัย พี่จะเหนื่อยแค่ไหนพี่ก็ยอมได้จ๊ะ"
โอมไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่เขาค่อยๆ ปลดเปลื้องอาภรณ์สีกากีออกอย่างช้าๆ จนกระทั่งร่างกายท่อนบนเปลือยเปล่า เผยให้เห็นผิวพรรณที่ขาวผ่องราวกับน้ำนม ทรวงอกที่เต่งตึงและคัดแน่นไปด้วยหยาดทิพย์ขยับขึ้นลงตามจังหวะการหายใจ ยอดปทุมถันสีหวานบัดนี้มีหยาดน้ำนมสีขาวใสบริสุทธิ์ซึมออกมาจนไหลเป็นทางยาว
"พี่ธนู... ดื่มให้เต็มที่นะครับ ให้พลังของโอมช่วยดับความร้อนในกายพี่"
โอมโน้มตัวลงกอดศีรษะของธนูให้แนบชิดกับอกนุ่ม ธนูหลับตาพริ้มแล้วโอบแขนรอบเอวบางของโอมไว้แน่น เขาเริ่มฝังใบหน้าลงกับความนุ่มหยุ่นแล้วครอบครองปทุมถันข้างหนึ่งทันที
"จ๊วบ... จ๊วบ... อึก! อึก!"
เสียงดูดดื่มอย่างลึกซึ้งดังก้องอยู่ในห้องที่เงียบสงัด น้ำนมทิพย์เทวารสหวานหอมที่กลั่นจากธาตุวิสุทธิ์ในกายโอม พรั่งพรูเข้าสู่ร่างกายของธนูครั้งแล้วครั้งเล่า พลังนี้ไม่เพียงแต่ฟื้นฟูกำลังทางกาย แต่ยังช่วยกล่อมเกลาจิตใจของจอมอาคมให้สงบนิ่งและเยือกเย็นลง
โอมลูบไล้แผ่นหลังกว้างของสามีพลางแหงนหน้ามองเพดานด้วยความรู้สึกที่เปี่ยมไปด้วยความสุข แสงสีชมพูจากแหวนมณีค่อยๆ เปลี่ยนเป็น สีขาวนวล (ความปลอดภัย) ปกคลุมทั่วทั้งห้องนอน ราวกับจะบอกว่าในเขตอาคมแห่งนี้ และในอ้อมกอดนี้ คือที่ที่ปลอดภัยที่สุดในโลกสำหรับคนทั้งสอง
"โอม... น้ำนมของโอมวันนี้ หวานเหลือเกิน" ธนูผละออกมาเอ่ยเสียงพร่า ก่อนจะเริ่มดูดดื่มอีกข้างเพื่อปรับสมดุลพลังให้เท่ากัน
โอมยิ้มรับพลางก้มลงประทับจุมพิตที่หน้าผากของสามี "โอมรักพี่ธนูนะครับ พักผ่อนให้เต็มที่บนอกของโอมนี่แหละ"
ทั้งสองสามีภรรยานอนกอดกันด้วยความรักที่มีให้กันและกันที่เอ่อล้น........
sci fi ขึ้นเรื่อยๆ เลย สนุกมากครับ ขอบคุณครับ {:5_134:} ขอบคุณครับ สนุกครับ ฉันละอิจฉาหล่อนจริงๆยัยโอม สนุกดีครับ
ขอบคุณครับ สนุกดี ดีงาม สนุกมากครับ ขอบคุณครับ
ภรรยาผม ฮีลได้ไม่จำกัด ;P {:5_146:} ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ ดีมรก
หน้า:
[1]