System Error: โปรแกรมรัก(ไม่)ลับฉบับครูคอม {EPISODE 1: Syntax Error}
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย hackz เมื่อ 2026-1-9 02:28EPISODE 1: Syntax Error (ความผิดพลาดทางเทคนิค)
ผมชื่อ เจต เป็นครูสอนคอมพิวเตอร์ และถ้าจะนิยามชีวิตของผมด้วยภาษาโปรแกรม มันก็คงเป็นโค้ด Python ง่ายๆ ที่รันวนลูปซ้ำไปซ้ำมา Input คือการตื่นเช้ามาโรงเรียน Process คือการสอนนักเรียนเขียนโค้ดและซ่อมคอมพิวเตอร์ที่ชอบงอแง และ Output คือการกลับไปนอนดูซีรีส์ที่หอพักเงียบๆ คนเดียว
ชีวิตผมเป็นระบบระเบียบ มีตรรกะที่ชัดเจน และปราศจาก Bug รบกวนจิตใจ... จนกระทั่งตัวแปรที่ชื่อว่า "มิน" ถูกประกาศค่าเข้ามาในระบบชีวิตของผม
ครูมินเป็นครูหมวดวิทยาศาสตร์ที่พ่วงตำแหน่งงานฝ่ายธุรการ เขาเป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่คนละขั้วกับผมอย่างสิ้นเชิง ผมเป็นผู้ชายตัวสูง ผิวสีแทน แข็งแรง และมักจะทำหน้านิ่งจนเด็กนักเรียนไม่กล้าเล่นด้วย ส่วนเขาน่ะเหรอ... ตัวเล็ก ผิวขาวจัดจนแทบจะเรืองแสงได้ในที่มืด บุคลิกดูนุ่มนิ่ม ตะมุตะมิเหมือนแมวพันธุ์เปอร์เซียที่หลงทางมาอยู่ในดงเสือ
เราอยู่กันคนละตึก คนละหมวดวิชา โอกาสที่จะโคจรมาเจอกันแทบจะเป็นศูนย์ แต่แปลกที่สายตาของผม ซึ่งปกติจะโฟกัสแต่เคอร์เซอร์กะพริบบนหน้าจอ กลับคอยรันคำสั่ง Background Process เพื่อสแกนหาเขาอยู่เสมอ
จุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมละสายตาจากเขาไม่ได้ มันเริ่มขึ้นในการประชุมใหญ่ประจำภาคเรียนเมื่อเดือนก่อน
วันนั้นบรรยากาศในหอประชุมร้อนอบอ้าวและน่าเบื่อหน่าย ผมเลือกที่นั่งแถวหลังสุดมุมห้องเพื่อหลบเลี่ยงผู้คนตามสไตล์ แต่นั่นกลับเป็นทำเลทองที่ทำให้ผมเห็นเหตุการณ์บนเวทีได้ชัดเจนที่สุด
ครูมินในชุดข้าราชการสีกากีที่ดูจะหลวมโคร่งไปนิดสำหรับตัวเขา กำลังหอบแฟ้มเอกสารเดินขึ้นไปที่โต๊ะคอมพิวเตอร์เพื่อเตรียมไฟล์นำเสนอ จังหวะที่เท้าเล็กๆ ในรองเท้าหนังคัทชูสีดำก้าวขึ้นบันไดขั้นสุดท้ายนั่นเอง...
กึก!
ดูเหมือนปลายเท้าเขาจะไปสะดุดเข้ากับขอบบันได ร่างเล็กๆ นั้นเซถลาไปข้างหน้าจนเกือบจะหน้าทิ่มลงไปจูบกับพื้นเวที วินาทีนั้นหัวใจผมกระตุกวูบ ร่างกายเผลอเกร็งขึ้นมาโดยอัตโนมัติเหมือนจะพุ่งตัวออกไปรับ
แต่แล้ว... เขากลับเรียกสมดุลร่างกายคืนมาได้อย่างน่าอัศจรรย์ เขาดีดตัวกลับมายืนตรงได้ในเสี้ยววินาที แล้วทำหน้านิ่งสนิทเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น มือเล็กๆ ขยับแว่นสายตากรอบกลมให้เข้าที่นิดหน่อย ก่อนจะเดินเชิดหน้าไปจับเมาส์ต่ออย่างใจเย็น ทั้งที่หูสองข้างแดงเถือกไปหมดแล้ว
ผมเผลอหลุดขำออกมาเบาๆ ในลำคอ 'เก็บอาการเก่งชะมัด' ผมคิดในใจพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่กลั้นไม่อยู่ ตั้งแต่วินาทีนั้น ผมก็รู้ตัวเลยว่า ระบบป้องกันตัวเองของผมโดนแฮกเข้าให้แล้ว
และความวุ่นวายระลอกสองก็ตามมาในรูปแบบของกระดาษแผ่นเดียว
"ครูเจตครับ นี่คำสั่งแต่งตั้งครูคุมค่ายลูกเสือ ม.3 นะครับ ฝากเซ็นรับทราบด้วย" หัวหน้าหมวดวางเอกสารปึกหนึ่งลงบนโต๊ะทำงานของผม
ผมหยิบมันขึ้นมาดูด้วยความรู้สึกเซ็งจับใจ สำหรับครูคอมฯ ที่รักความสงบอย่างผม คำว่า 'ค่ายลูกเสือ' มันคือ Nightmare ชัดๆ ทั้งร้อน ทั้งเหนื่อย ทั้งยุง แถมต้องไปนอนรวมกับคนอื่น
แต่สายตาเจ้ากรรมดันเหลือบไปเห็นรายชื่อลำดับที่ 5 ในหมวดครูที่ปรึกษา ม.4 ที่ต้องไปร่วมค่ายด้วย
...นายมินทร์ ธนากุล...
วินาทีนั้น สมองของผมเหมือนโดน Overclock ประมวลผลเร็วปรู๊ดปร๊าด ความเบื่อหน่ายเมื่อครู่มลายหายไปราวกับกดปุ่ม Delete 3 วัน 2 คืน! ค่ายต่างจังหวัด! กิน นอน เที่ยว ทำกิจกรรมร่วมกัน! นี่มันไม่ใช่แค่คำสั่งราชการแล้ว นี่มันคือบัตรผ่านทางเข้าสู่หัวใจชัดๆ
"รับทราบครับหัวหน้า ยินดีปฏิบัติหน้าที่ครับ" ผมตอบเสียงเรียบ แต่ในใจกำลังจุดพลุฉลอง นี่มันโอกาสทองที่ผมจะได้อัปเกรดความสัมพันธ์จาก "เพื่อนร่วมงานที่รู้จักแค่ชื่อ" ไปเป็น "คนคุ้นเคย" สักที
วันเดินทางมาถึง ผมเตรียมตัวมาอย่างดี ทั้งแผนการชวนคุย หัวข้อสนทนา และมุกตลกฝืดๆ ที่คัดสรรมาแล้ว แต่พอมาถึงหน้างานจริง... ทุกอย่างกลับไม่ง่ายอย่างที่คิด
บรรยากาศในค่ายทหารริมทะเลสัตหีบคึกคักไปด้วยเสียงกลองและเสียงเด็กนักเรียน แต่ผมกลับรู้สึกเหมือนกำลังเดินชนกำแพงที่มองไม่เห็น ตลอดช่วงเช้า ผมพยายามพาตัวเองเข้าไปอยู่ในรัศมีทำการของครูมินตลอดเวลา เนียนเดินไปใกล้ๆ บ้าง ช่วยถือของบ้าง
"ร้อนนะครับวันนี้" ผมเริ่มบทสนทนาสุดคลาสสิกขณะที่เรายืนคุมฐานกิจกรรมด้วยกัน
ครูมินที่กำลังยืนกอดอกมองเด็กๆ ทำกิจกรรม หันมามองผมเล็กน้อย แววตาใสซื่อภายใต้กรอบแว่นนั้นดูว่างเปล่าและอ่านยาก "ครับ ร้อน"
...จบประโยคสั้นๆ แค่นั้น ไม่มีประธาน ไม่มีขยายความ ไม่มีถามกลับ
ผมสูดหายใจลึก รวบรวมความกล้าพยายามใหม่ "เอ่อ... แล้วปกติครูมินชอบทำอะไรครับ เวลาว่างๆ"
เขาเงียบไปนิดนึงเหมือนกำลังประมวลผลคำถาม ก่อนจะตอบเสียงเบา "ก็... อยู่ห้องครับ เลี้ยงแมว"
"เลี้ยงแมวเหรอครับ! น่ารักจัง พันธุ์อะไรครับ" ผมรีบตะครุบเหยื่อด้วยความตื่นเต้น
"พันธุ์ไทยธรรมดานี่แหละครับ" เขาตอบแค่นั้น แล้วก็หันกลับไปสนใจเด็กนักเรียนที่กำลังผูกเงื่อนผิดๆ ถูกๆ ต่อ ทิ้งให้ผมนกยืนยิ้มค้างอยู่กลางอากาศ
ผมลอบถอนหายใจ นี่ผมกำลังเจอกับ Firewall ที่แน่นหนาที่สุดในโลกอยู่หรือเปล่าเนี่ย? หรือผมพูดมากไปจนเขารำคาญ? ความมั่นใจของผมเริ่มลดฮวบลงทีละขีด จนกระทั่งดวงอาทิตย์ตกดิน
คืนแรกผ่านกิจกรรมอันหนักหน่วงมาได้ ถึงเวลาที่ทุกคนรอคอยคือการอาบน้ำ ผมเห็นครูมินเดินถือขันกับอุปกรณ์อาบน้ำเดินนำลิ่วไปที่โรงอาบน้ำรวมของค่ายพักแรม ผมทิ้งระยะห่างสักพักแล้วค่อยเดินตามไป... ยอมรับแบบลูกผู้ชายเลยว่าจงใจ
โรงอาบน้ำรวมตอนดึกเงียบสงัด มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรดังระงมแข่งกับเสียงน้ำไหลซู่ๆ ไอน้ำจางๆ ลอยอวลอยู่ในอากาศภายใต้แสงไฟนีออนสีขาวสลัวที่ส่องให้เห็นอ่างน้ำขนาดใหญ่ยาวเหยียดตรงกลางห้อง
ผมก้าวเท้าเข้าไป... และภาพตรงหน้าก็ทำให้ระบบประมวลผลของผมช็อตไปชั่วขณะ
ที่อีกฟากหนึ่งของอ่างน้ำใหญ่ ครูมินกำลังอาบน้ำอยู่เพียงลำพัง
เขาถอดเสื้อออกแล้ว เผยให้เห็นรูปร่างที่เล็กและบางกว่าที่ผมจินตนาการไว้มากเมื่อปราศจากชุดเครื่องแบบโคร่งๆ นั่น ผิวของเขาขาวจัดจนดูโดดเด่นตัดกับผนังปูนเปลือยสีทึมๆ และคราบตะไคร่น้ำของห้องน้ำค่ายทหาร
ผมพยายามห้ามสายตาตัวเองไม่ให้เสียมารยาท แต่พระเจ้า... มันทำยากเหลือเกิน ไอน้ำที่เกาะพราวตามลำตัวและหยดน้ำที่ไหลผ่านลาดไหล่เนียนละเอียดลงไปตามแนวสันหลังนั่น มันช่าง... ดึงดูดสายตาและอันตรายต่อหัวใจผมเหลือเกิน
เขาดูตัวเล็กมาก เหมือนตุ๊กตากระเบื้องเคลือบราคาแพงที่ถูกวางผิดที่ผิดทาง แผ่นหลังแคบๆ กับช่วงเอวที่ดูคอดเล็กนั่นทำให้ผมรู้สึกคอแห้งผากขึ้นมาดื้อๆ เสียงหัวใจผมเต้นแรงจนหูอื้อ กลัวเหลือเกินว่ามันจะดังทะลุอกออกมา
'บ้าจริงเจต ตั้งสติหน่อย นั่นเพื่อนร่วมงานนะเว้ย' ผมตบหน้าตัวเองในใจแรงๆ เรียกสติ แล้วรีบเบือนหน้าหนีไปตักน้ำราดตัวโครมๆ เพื่อดับความฟุ้งซ่านและความร้อนรุ่มในอก
เสียงตักน้ำที่ดังเกินเหตุของผมคงทำให้เขารู้ตัว ครูมินสะดุ้งเฮือก หันขวับมามองด้วยแววตาตื่นตระหนกเหมือนแมวที่ตกใจเวลาเจอคนแปลกหน้า
"อะ... อ้าว ครูเจต" เสียงเขาดูประหม่าและสั่นเครือนิดๆ เขาดูทำตัวไม่ถูก มือไม้พันกันไปหมด
"ครับ... อาบด้วยคนนะ" ผมตอบกลับไป พยายามบังคับเสียงให้ทุ้มลึกและปกติที่สุด ทั้งที่ข้างในปั่นป่วนไปหมดแล้ว
"เชิญครับ... ผม... ผมใกล้เสร็จแล้ว"
เขารีบตักน้ำราดตัวอีกสองสามทีแบบลวกๆ เร็วเสียจนน้ำกระเด็นไปทั่ว ก่อนจะคว้าผ้าเช็ดตัวมาพันช่วงล่างอย่างรวดเร็ว ผิวขาวๆ ของเขาเริ่มขึ้นสีชมพูจางๆ ไม่รู้ว่าเพราะความร้อนของน้ำ หรือเพราะความอายที่ต้องอาบน้ำร่วมกับคนอื่น
เขารีบเก็บของแล้วเดินก้มหน้าผ่านผมไปเพื่อออกจากห้องน้ำ จังหวะที่เขาเดินสวนกัน กลิ่นสบู่เด็กอ่อนๆ ลอยมาแตะจมูกผม ผสมกับกลิ่นกายจางๆ ที่ทำให้ผมเผลอสูดหายใจเข้าไปเต็มปอด
"ผมไปก่อนนะครับ" เขาพูดงึมงำโดยไม่ยอมสบตาผมแม้แต่นิดเดียว
"ครับ..." ผมตอบรับได้แค่นั้น ทำได้แค่มองตามแผ่นหลังขาวๆ ที่เปียกชื้นเดินหายลับไปหลังประตูไม้เก่าๆ
เสียงฝีเท้าเขาเงียบหายไปแล้ว แต่ผมยังยืนนิ่งอยู่หน้าอ่างน้ำ ขันน้ำในมือสั่นระริก
ผมยืนอยู่ตรงนั้นคนเดียว ท่ามกลางไอน้ำและความเงียบ ปล่อยให้สายน้ำเย็นๆ ชำระล้างร่างกาย แต่ดูเหมือนมันจะไม่สามารถชำระล้างความรู้สึกบางอย่างที่เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างรุนแรงในใจผมได้เลย
คืนนั้น... ผมนอนพลิกตัวไปมาบนฟูกแข็งๆ ฟังเสียงลมหายใจของครูคนอื่นที่หลับไปแล้ว แต่ในหัวผมกลับมีแต่ภาพผิวขาวๆ และกลิ่นสบู่เด็กนั่นวนเวียนอยู่ไม่รู้จบ
นี่ผม... คงจะถอนตัวไม่ขึ้นแล้วจริงๆ สินะ
ฝากนิยายที่ผมเขียนขึ้นมาเรื่องนี้ด้วยนะครับ เป็นนิยายที่ Base on true story อ้างอิงประสบการณ์จากชีวิตตนเองที่ได้พบเจอมา
หากชอบอย่าลืมคอมเมนท์เป็นกำลังให้ด้วยนะครับ
มาลุ้นช่วยครูเจตกัน จะสมหวังกับครูมินไหม 😆
สามารถติดตามตอนต่อไปได้ง่าย ๆ ผ่านแท็กด้านล่างของโพสต์นะครับที่บอกว่า เจตxมิน หรือ SystemError ได้
สนุกดีครับ ขอบคุณครับ รอติดตามนะครับ น่าติดตามครับ การเขียนค่อนข้างดีเลยครับ อยากอ่านตอน 2 แล้วครับ อย่าหายไปไหนเลยนะครับ ขอบคุณนะครับ สุดยอดครับผม สนุกและน่าติดตามมาก ขอบคุณครับ สนุกมากครับ ขอบคุณครับ น่าติดตามมาก ชอบการใช้ภาษา ระบบคอมต่างๆ อ่านเพลินดีครับ น่าติดตามครับ ดีนะ น่าสนใจมากครับ
หน้า:
[1]