ลุงเข้ม และกาย ตอนที่ 1
*เรื่องนี้ใช้้ Ai ขึ้นมาครับ ลองอ่านเล่นๆ กันดูครับ เพิ่งลองทำครั้งแรกผิดพลาดอย่างไรขออภัยครับตอนที่ 1: ชีวิตที่พลิกผัน เสียงล้อรถกระบะบดลงบนถนนลูกรังสีแดงดังสม่ำเสมอพอๆ กับเสียงหัวใจของ "กาย" ที่เต้นไม่เป็นจังหวะ เด็กหนุ่มวัย 15 ปี นั่งคู้ตัวอยู่เบาะข้างคนขับ ใบหน้าซบลงกับกระจกหน้าต่างที่ขุ่นมัวด้วยฝุ่นดิน เขามองผ่านกระจกออกไปเห็นเพียงทิวแถวของต้นไม้สูงชะลูดที่ปลูกเรียงรายเป็นระเบียบจนน่ากลัว มันไม่ใช่ตึกระฟ้าของกรุงเทพฯ ที่เขาคุ้นเคย แต่มันคือป่าที่ดูเหมือนจะไม่มีวันสิ้นสุด "พังงาฝนชุกหน่อยนะปีนี้" เสียงแหบห้าวของ "ลุงเข้ม" ดังขึ้นทำลายความเงียบ ลุงไม่ได้หันมามองเขา มือหนาที่กร้านโลกยังคงกำพวงมาลัยแน่น กายไม่ได้ตอบอะไร เขาเพียงแต่กระชับกระเป๋าเป้ที่วางอยู่บนตักให้แน่นขึ้น ในนั้นมีเพียงเสื้อผ้าไม่กี่ชุด และสมาร์ทโฟนที่หน้าจอร้าว... สิ่งเตือนใจชิ้นสุดท้ายจากอุบัติเหตุคืนฝนตกที่กรุงเทพฯ ที่พรากพ่อกับแม่ของเขาไปตลอดกาล รถกระบะเก่าๆ เลี้ยวเข้าสู่ทางแยกเล็กๆ ก่อนจะหยุดลงหน้าบ้านไม้ชั้นเดียวหลังย่อมที่ยกใต้ถุนสูงพอประมาณ รอบบ้านถูกโอบล้อมด้วยต้นยางพาราที่แผ่กิ่งก้านปกคลุมจนแสงแดดตอนยามเย็นส่องลงมาได้เพียงรำไร กลิ่นอับชื้นของดินและกลิ่นฉุนแปลกประหลาดที่เขาไม่รู้จักลอยมาปะทะจมูก "ถึงแล้ว... ลงมาสิ" ลุงเข้มดับเครื่องยนต์ "ที่นี่ไม่มีเซเว่น ไม่มีห้าง มีแต่ป่ายางกับขี้ยาง มึงต้องอยู่ให้ได้" กายก้าวลงจากรถ รองเท้าผ้าใบสีขาวราคาแพงของเขาจมลงในดินโคลนที่อ่อนนุ่มทันที เขาเม้มริมฝีปากแน่น ความเงียบของที่นี่ช่างน่าอึดอัด มันเงียบจนเขาได้ยินเสียงแมลงร้องระงม และเสียงลมที่พัดผ่านใบยางดัง ซ่า... ซ่า... คล้ายเสียงกระซิบที่เขาฟังไม่ออก ลุงเข้มแบกกระเป๋าเดินทางใบเดียวของหลานชายขึ้นไปบนบ้าน กายเดินตามขึ้นไปก่อนจะชะงักเมื่อเห็นสภาพด้านใน บ้านหลังนี้ไม่มีห้องหับแยกเป็นสัดส่วน มันเป็นพื้นที่โล่งกว้างที่มีเพียงมุมครัวเล็กๆ พื้นที่นั่งเล่นที่มีทีวีรุ่นเก่า และฟูกนอนสองหลังที่วางห่างกันไม่กี่ฟุต "บ้านกูไม่มีห้องหามหรอก อยู่คนเดียวมาตลอด" ลุงเข้มพูดพลางวางกระเป๋าลงข้างฟูกนอนหลังใหม่ที่เขาเพิ่งเตรียมไว้ "มึงก็นอนตรงนั้น กูนอนตรงนี้... มีอะไรจะได้เรียกกันได้" กายมองดูฟูกนอนที่วางอยู่ติดกับพื้นที่ส่วนตัวของชายแปลกหน้าผู้เป็นลุง ความอึดอัดแล่นขึ้นมาจุกที่อก เขาชินกับการมีห้องส่วนตัว มีประตูปิดล็อก มีโลกของตัวเอง แต่ที่นี่... กระทั่งความเงียบเขาก็ยังต้องใช้ร่วมกับลุงเข้ม "ลุง... ลุงไม่อึดอัดเหรอ?" กายหลุดปากถามออกไปพลางมองไปที่ฟูกนอน ลุงเข้มหยุดกะพริบตา นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบโดยไม่มองหน้า "ในป่านี่... มีคนอยู่เป็นเพื่อนดีกว่าอยู่คนเดียว เชื่อกูเถอะ" ลุงเข้มเดินไปหยิบมีดกรีดยางเล่มเขื่องมาเช็ดถูเงียบๆ แสงไฟนีออนดวงเดียวในบ้านส่องให้เห็นกล้ามเนื้อแขนที่ขึ้นเป็นมัดของชายวัย 45 ปี กายทรุดตัวลงนั่งบนฟูกนอนของตัวเอง รู้สึกเหมือนพื้นที่สีเหลี่ยมเล็กๆ นี้คือป้อมปราการสุดท้ายที่เขาเหลืออยู่ "คืนนี้รีบนอนซะ เที่ยงคืนกูจะปลุก" ลุงเข้มพูดเสียงเรียบ "กูจะสอนมึงกรีดยาง... อยู่เฉยๆ มันกินไม่อิ่มหรอกที่นี่" กายทิ้งตัวลงนอนท่ามกลางความมืดมิดที่ค่อยๆ คืบคลานเข้ามา เขาได้ยินเสียงลมหายใจที่หนักแน่นและสม่ำเสมอของลุงที่อยู่อีกฟูกหนึ่ง กลิ่นยาสูบใบจากจางๆ จากเสื้อผ้าของลุงลอยมาแตะจมูก มันเป็นกลิ่นของ "ความเป็นชาย" ที่กระด้างและแปลกใหม่สำหรับกาย ชีวิตที่เคยมีแสงสีของกรุงเทพฯ ถูกแทนที่ด้วยความมืดและแผ่นหลังกว้างของลุงที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อนความมืดในบ้านไม้หลังย่อมของลุงเข้มนั้นข้นคลั่ก กายซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนบางที่ลุงเตรียมไว้ให้ เขารู้สึกถึงผิวสัมผัสที่หยาบและกลิ่นแดดที่ติดอยู่ในเนื้อผ้า หูของเขาที่เคยชินกับเสียงรถยนต์บนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ กลับพยายามประมวลผลเสียง "ป่า" ที่ลอบเข้ามาตามร่องไม้กระดาน เสียงหายใจของลุงเข้มยังคงดังเป็นจังหวะ แต่กายรู้ว่าลุงยังไม่หลับ คนทำงานกลางคืนอย่างลุงคงไม่มอดหลับไปง่ายๆ ในช่วงหัวค่ำแบบนี้ "ลุงครับ..." กายกระซิบเรียก เสียงของเขาดูเล็กจ้อยในความมืด "ที่นี่... ผีเยอะไหม?" เป็นคำถามเด็กๆ ที่เขากลัวจริงๆ ในกรุงเทพฯ แสงไฟทำให้ผีกลายเป็นเรื่องในหนัง แต่ที่พังงา ความมืดมันมืดจนเขาแทบมองไม่เห็นมือตัวเอง มีเสียงขยับผ้าห่มจากฟูกข้างๆ ตามมาด้วยเสียงแกรกของไม้ขีดไฟ ลุงเข้มไม่ได้เปิดไฟนีออน แต่จุดยาเส้นใบจาก กลิ่นควันฉุนกะทัดรัดลอยอบอวลขึ้นมา แสงสีส้มริบหรี่จากปลายยาเส้นทำให้กายเห็นเสี้ยวหน้าของลุงที่ดูเคร่งขรึม "ผีในป่าไม่น่ากลัวเท่าคนหรอก" ลุงเข้มพ่นควันออกมาช้าๆ "แล้วก็ไม่น่ากลัวเท่าความอดตายด้วย" กายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรวบรวมความกล้าถามสิ่งที่ค้างคาใจ "ลุง... ลุงไม่อยากให้ผมมาอยู่ด้วยใช่ไหม? ผมดูเป็นภาระลุงยังไงไม่รู้" ลุงเข้มเงียบไปนาน นานจนกายคิดว่าลุงอาจจะหลับไปแล้ว หรือไม่ก็รำคาญจนไม่อยากตอบ แต่แล้วเสียงทุ้มต่ำก็ดังขึ้น "กูสร้างบ้านหลังนี้ไว้กะว่าตายคนเดียว" ลุงพูดตรงๆ จนกายใจหายวูบ "แต่ในเมื่อแม่มึงไม่อยู่แล้ว... มึงก็คือเลือดเนื้อเชื้อไขของกูเหมือนกัน กูก็แค่คนโสดที่ทำสวนเป็นอย่างเดียว จะให้พูดจาหวานๆ เหมือนพ่อมึงกูทำไม่เป็นหรอก" กายขอบตาเห่อร้อนขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินคำว่า "แม่" เขาพลิกตัวหันหลังให้ลุงเพื่อซ่อนน้ำตาที่เริ่มไหล "แม่เคยบอกว่าลุงเก่งที่สุดในบ้าน... บอกว่าลุงตัวคนเดียวแต่เลี้ยงคนได้ทั้งตระกูล" กายพูดเสียงสั่น ลุงเข้มหยุดอัดยาเส้น มือหนาที่ถือยาเส้นสั่นเล็กลง "แม่มึงมันก็พูดไปเรื่อย... มันนั่นแหละเก่งที่หนีไปมีชีวิตดีๆ ในเมืองได้ ส่วนกู... กูก็แค่คนติดเกาะที่ไม่มีทะเล มีแต่ทะเลต้นยาง" ความเงียบปกคลุมอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันต่างจากตอนแรก มันไม่ได้อึัดอัดเท่าเดิม กายรู้สึกว่าภายใต้ความแข็งกร้าวและคำพูดโผงผาง ลุงเข้มเองก็น่าจะมีความเหงาที่เก็บกดไว้ไม่ต่างจากเขา "ลุงครับ... พรุ่งนี้สอนผมลับมีดด้วยนะ" ลุงเข้มไม่ตอบเป็นคำพูด แต่เขาดับยาเส้นลงกับจานรอง ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนหันหลังให้หลานชายเช่นกัน "นอนซะ... เที่ยงคืนมันจะมาถึงเร็วเหมือนกระพริบตา" ในความมืดนั้น กายไม่ได้ยินเสียงสะอื้นของลุงเข้ม และลุงเข้มก็ไม่ได้ยินเสียงหยดน้ำตาของกายที่ซึมลงฟูก แต่หัวใจของสองวัยที่ต่างกันสุดขั้ว กลับเริ่มขยับเข้าหากันอย่างช้าๆ ท่ามกลางเสียงใบยางที่ไหวลู่ลมอยู่ข้างนอกบ้าน
ริตอนต่อไป สนุกมากครับ แจ่มเลย
แจ่มเลย
ขอบคุณมากครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ สนุกมากครับ น่าสนใจ{:5_146:} สนุกมากครับ ขอบคุณมากครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ น่าสรุก น่าสรุก ขอบคุณครับ น่าสนุกครับ รอติดตามต่อนะครับ {:5_129:}
หน้า:
[1]
2