NOOFONG โพสต์ 2026-1-7 17:02:33

เพื่อนกันมันส์เสียว 10

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย NOOFONG เมื่อ 2026-1-20 11:23




"แฮ่ก... แฮ่ก... ไอ้เหี้ย... โคตรเสียว... จะตาย..." เสียงห้าวพึมพำอู้อี้อยู่กับซอกคอผม ร่างกายยังกระตุกเบาๆ ไม่หาย


ผมโอบกอดร่างหนาที่ทิ้งตัวลงมาทับจนจมอก ไม่นึกรังเกียจคราบน้ำรักขุ่นข้นที่เลอะเทอะเปรอะเปื้อนเต็มหน้าท้องของเราทั้งคู่เลยสักนิด เสียงหอบหายใจของเราสองคนดังก้องประสานกัน ผมยกมือขึ้นลูบแผ่นหลังกว้างที่ชุ่มเหงื่อเบาๆ เพื่อปลอบประโลม แต่สายตากลับยังจ้องมองใบหน้าคมที่ซุกซบอยู่กับซอกคอผมไม่วางตา


"ไบซัน..."


ผมเรียกชื่อมันเสียงพร่า เชยคางมนให้เงยขึ้นมาสบตา นัยน์ตาคมดุที่ตอนนี้แดงก่ำและคลอหน่วยไปด้วยหยาดน้ำใสมองตอบกลับมา มันดูสิ้นฤทธิ์... และน่ารังแกให้ร้องไห้กว่าเดิม


เราสบตากันเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่แรงดึงดูดจะทำให้ผมโน้มคอลงไปบดจูบปากหยักนั่นอีกครั้ง ลิ้นร้อนเกี่ยวกระหวัดรัดรึงกันอย่างนัวเนีย ดูดดึงแลกเปลี่ยนน้ำลายจนเกิดเสียงเฉอะแฉะหยาบโลน


และในขณะที่ริมฝีปากยังคงบดเบียดกันอย่างดูดดื่ม ผมก็เริ่มขยับสะโพกสอบที่ยังฝังรากลึกอยู่ภายในกายมันช้าๆ ...


"อื๊อ!..."


ไบซันสะดุ้งเฮือก เสียงครางประท้วงอู้อี้ในลำคอเพราะถูกจูบปิดปาก ร่างกายกำยำเกร็งกระตุกขึ้นมาทันทีเมื่อจุดที่ไวต่อความรู้สึกที่สุดถูกบดขยี้ซ้ำทั้งที่เพิ่งปลดปล่อยไป


ผมไม่หยุด แต่กลับจงใจบดคลึงส่วนหัวบานเน้นๆ ย้ำๆ ที่จุดกระสันภายใต้ผนังเนื้อนุ่มที่กำลังตอดรัดตุบๆ


ความเสียวซ่านที่ตีตื้นขึ้นมาอีกระลอกทำเอาไบซันถึงกับกลั้นไม่ไหว น้ำตาเม็ดโตไหลพรากอาบแก้มสากลงมาเปรอะเปื้อนใบหน้าผม มันไม่ใช่ความเจ็บปวด... แต่มันคือความสุขสมที่มากล้นจนร่างกายรับมือไม่ทัน


"ฮึก... อือ..."


มันผละริมฝีปากออกเพื่อกอบโกยอากาศ หอบหายใจตัวโยน ทั้งน้ำตาและน้ำลายเปรอะเต็มหน้า หลับตาแน่นปี๋พลางซุกหน้าลงกับอกผมอีกครั้ง ร้องไห้สะอึกสะอื้นเพราะความเสียวที่ผมจงใจมอบให้ไม่หยุดหย่อน


ตับ! ตับ! ตับ!


เสียงเนื้อกระทบเนื้อยังคงดังเป็นจังหวะหนักหน่วงต่อเนื่อง ผมไม่ได้ผ่อนแรงลงเลยแม้แต่น้อย แต่กลับโน้มตัวลงไปกอดรัดร่างที่สั่นคลอนนั้นไว้แน่นขึ้น ราวกับจะย้ำเตือนสัญญาของเราผ่านการกระทำ


"อึก... ที่บอกว่า... จะแต่งงานกัน..." ผมกัดฟันพูดเสียงพร่าขณะกระแทกกระทั้นเข้าไปเน้นๆ "เอาไว้เรียนจบ... กูจะไปขอมึงกับพ่อแม่มึงดีมั้ย... ท่านจะไม่ว่าอะไรเหรอวะ..."


ผมเว้นจังหวะหอบหายใจเล็กน้อย ซุกไซ้ซอกคอชื้นเหงื่ออย่างหลงใหล "นานแล้วนะ... ตั้งแต่กูย้ายบ้านมา... ก็ไม่ได้เจอพ่อกับแม่มึงเลย"


ไบซันหรี่ตามองผม น้ำตายังเปรอะแก้ม มันสูดปากระบายความเสียวซ่านที่ผมจงใจบดเบียดจุดเดิมซ้ำๆ ก่อนจะเอ่ยตอบเสียงขาดห้วงตามแรงกระแทกที่โถมเข้าใส่


"อ๊ะ!... อื๊อ... จริงๆ ... พ่อกับแม่กู... หย่ากันนานแล้ว..."


เสียงของมันสั่นเครือ ทั้งจากแรงอารมณ์และเรื่องราวที่เก็บซ่อนไว้ในใจ


"พ่อกู... เค้ามีแฟนใหม่... อึก!... เป็นผู้ชาย... ตอนนี้อยู่ด้วยกันที่เมืองนอก... ส่วนแม่กู... ไปขายของอยู่ใต้น่ะ... ฮึก... ที่บ้าน... กู... กูก็เลยอยู่แค่คนเดียว..."


คำตอบนั้นทำให้ผมชะงักจังหวะไปชั่วครู่ หัวใจกระตุกวูบเมื่อได้รับรู้ความโดดเดี่ยวของคนใต้ร่าง ผมมองลึกเข้าไปในดวงตาฉ่ำน้ำคู่นั้น ก่อนจะก้มลงจูบซับน้ำตาที่หางตาให้อย่างแผ่วเบา ผิดกับช่วงล่างที่ยังคงเชื่อมต่อกันแน่นแฟ้น


"งั้นเหรอ..." ผมกระซิบเสียงแหบพร่าแนบหน้าผากมัน "งั้นต่อไปนี้... กูจะเป็นบ้านให้มึงเอง... กูสัญญา"


พูดจบผมก็เริ่มขยับสะโพกอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่จังหวะดิบเถื่อนเหมือนก่อนหน้า มันเป็นจังหวะที่เนิบนาบ ลึกซึ้ง และหนักแน่น เพื่อยืนยันคำพูดว่าผมจะไม่ทิ้งมันไปไหน


"อืมม..."


ผมครางรับในลำคออย่างพึงพอใจ ขยับสะโพกเนิบนาบเลี้ยงจังหวะให้เราสองคนได้สัมผัสความแนบชิดกันมากที่สุด มือหนาลูบไล้ไปตามแนวสันหลังชื้นเหงื่อของคนใต้ร่าง


"ไว้พากูไปเที่ยวใต้หน่อยสิ... อยากไปไหว้แม่มึง"


ไบซันเงยหน้าขึ้นมองผม แววตาที่เคยหม่นหมองเมื่อครู่ดูสดใสขึ้นมาทันตาเห็น มันยิ้มบางๆ แล้วพยักหน้า


"งั้นปิดเทอมนี้เราไปกันมั้ย"


"ได้สิครับ... คุณแฟน"


คำเรียกขานที่เปลี่ยนไปทำเอาไบซันชะงักกึก ช่องทางด้านล่างตอดรัดผมแน่นขึ้นจนรู้สึกได้ ดวงตาคมเบิกกว้างด้วยความคาดไม่ถึง


"อ๊ะ... เมื่อกี้มึงพูดว่าอะไรนะ"


ผมยิ้มเจ้าเล่ห์ โน้มหน้าลงไปกดจูบที่ปลายจมูกโด่งรั้นนั่นเบาๆ ก่อนจะกระซิบแก้คำให้ใหม่


"อืมม... สงสัยพูดผิด... ตอนนี้คงข้ามขั้นจากแฟนเป็น เมีย แล้วมั้ง"


แก้มสากของไบซันขึ้นสีแดงจัดลามไปถึงใบหู มันกัดปากแน่น นัยน์ตาสั่นไหวระริกด้วยความตื้นตันระคนไม่อยากเชื่อ


"มึง... มึงยอมคบกับกูจริงๆ เหรอ"


"ถามโง่ๆ" ผมหัวเราะในลำคอ พร้อมกับสวนเอวตอกย้ำความลึกซึ้งเข้าไปอีกที "เอากันทุกวันขนาดนี้ จะให้กูไปหาเมียใหม่ว่างั้น"


"ก็ลองไปดูสิ..." ไบซันขู่งึมงำ แต่แขนกลับกอดรัดเอวผมแน่นไม่ยอมปล่อย "กูจะตามไปกระทืบให้จมดินเลย"


"ไม่ไปหรอกค้าบ..."


ผมลากเสียงยาวอย่างเอ็นดู เกลี่ยผมที่ปรกหน้าผากชื้นเหงื่อของมันออกอย่างอ่อนโยน ก่อนจะเปลี่ยนสายตาเป็นแพรวพราวเจ้าเล่ห์


"เมียกูยั่วเก่งขนาดนี้ ตอกได้ทั้งวัน... จะให้กูไปเอาใครอีก หืม?"


ไบซันหลบสายตาด้วยความเขินอาย ซุกหน้าลงกับซอกคอผมแล้วงับเบาๆ อย่างหมั่นเขี้ยว ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำเอาหัวใจผมพองโตคับอก


"ให้มันจริงเถอะ... กูยอมแค่มึงคนเดียวเลยนะ... ที่เสียซิงตูดให้เนี่ย... เพราะรักล้วนๆ เลยนะเว้ย"


คำสารภาพแสนซื่อที่ออกมาจากปากคนห่ามๆ อย่างมัน ทำให้ผมยิ้มกว้างจนหุบไม่ได้ ผมกอดกระชับร่างหนาแน่นขึ้น สัญญาด้วยการกระทำผ่านจังหวะรักที่เริ่มโหมกระพือขึ้นอีกครั้งด้วยความรักทั้งหมดที่มี


"รู้แล้วครับ... รักเหมือนกัน"









หลังจากเหตุการณ์คืนนั้น... สถานะของเราสองคนก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง


จากคู่กัด กลายเป็นคู่รัก


และดูเหมือนว่าข่าวการคบกันของ "ดินปืน วิศวะเครื่องกล" กับ "ไบซัน ยูโดวิทย์กีฬา" จะแพร่กระจายไปเร็วยิ่งกว่าไวรัส แค่เดินเข้ามหาลัยวันแรกที่เปิดตัว ทุกสายตาก็จับจ้องมาที่เราเป็นตาเดียว


แต่ถามว่าแคร์มั้ย? ...บอกเลยว่า "ไม่"


โดยเฉพาะไอ้ไบซัน มันดูจะภูมิใจนำเสนอสถานะใหม่นี้สุดๆ


ทุกเช้า บิ๊กไบค์คันยักษ์ของมันจะมาจอดเทียบท่าที่หน้าตึกคณะวิศวะฯ ตรงเวลาเป๊ะ มันจะเดินถือแก้วกาแฟเย็น (หวานน้อยแบบที่ผมชอบ) มาดักรอผมที่หน้าลิฟต์ ยืนยิ้มแฉ่งโชว์ฟันขาวท่ามกลางเด็กช่างเสื้อช็อปนับร้อย


"ปืน! ทางนี้ๆ"


มันโบกมือเรียกผมเสียงดังไม่อายใคร พอผมเดินเข้าไปหา มันก็รีบยื่นแก้วกาแฟให้ทันที พร้อมกับบริการรับกระเป๋าเป้หนักอึ้งของผมไปสะพายให้หน้าตาเฉย


"เมื่อคืนหลับสบายมั้ย... วันนี้เลิกกี่โมง เดี๋ยวเค้ามารับนะ"


สรรพนามที่เปลี่ยนไป (บางทีก็หลุด 'เค้า' บางทีก็ 'ผัว') ทำเอาเพื่อนฝูงที่เดินผ่านไปมาต้องเบ้ปากมองบนด้วยความหมั่นไส้


"โอ๊ยยย! เหม็นความรักโว้ย!"


เสียงไอ้ท็อปตะโกนแซวมาจากโต๊ะม้าหินอ่อน


"มดขึ้นลานเกียร์หมดแล้วเพื่อน! เกรงใจความเถื่อนของคณะบ้าง!"


ผมหันไปชูนิ้วกลางให้เพื่อนทีนึงด้วยความรัก ก่อนจะหันมามองไอ้ยักษ์ข้างตัวที่ยืนยิ้มหน้าบานไม่รู้ร้อนรู้หนาว


"ยิ้มอะไรนักหนา ไปเรียนได้แล้วไป" ผมดุแก้เขิน


"ก็มีความสุขนี่หว่า..." ไบซันยักคิ้ว "มีแฟนน่ารัก ก็ต้องอวดหน่อยดิวะ"


พูดจบมันก็ฉวยโอกาสตอนผมเผลอ ก้มลงมาหอมแก้มผมฟอดใหญ่กลางลานคณะ!


ฟอด!


เสียงโห่ฮาป่าดงดิบดังสนั่นตึกวิศวะฯ ทันที เด็กปีหนึ่งปีสองพากันกรี๊ดกร๊าด ส่วนผมยืนหน้าแดงก่ำ อยากจะกระโดดเตะก้านคอมันสักทีแต่ก็ทำไม่ลง


ไม่ใช่แค่ที่คณะผม... ที่คณะวิทย์กีฬาก็หนักไม่แพ้กัน


เวลาผมว่าง ผมก็จะแวะไปนั่งเฝ้ามันซ้อมยูโด (ตามคำเรียกร้องแกมบังคับของมัน) ภาพที่คนชินตาคือ ดินปืนเด็กวิศวะหน้านิ่ง นั่งกดมือถือรอแฟน โดยมีไบซันร่างยักษ์วิ่งดุ๊กดิ๊กมาหาน้ำกินบ้าง มาอ้อนขอกำลังใจบ้าง ทุกๆ สิบนาที


"เหนื่อยอะ... ขอกำลังใจหน่อย"


มันจะยื่นหน้าชุ่มเหงื่อมาใกล้ๆ ผมก็จะหยิบทิชชู่เช็ดหน้าให้มันแรงๆ (แต่แฝงความเบามือ)


"สำออย... รีบไปซ้อม เดี๋ยวโค้ชด่า"


"ด่าก็ช่าง โค้ชไม่มีแฟนโค้ชไม่เข้าใจหรอก"


มันบ่นอุบอิบ แล้วก็วิ่งกลับไปทุ่มเพื่อนลงเบาะดัง ปัง! ด้วยพละกำลังมหาศาลที่ได้จากการเติมรัก


เพื่อนในชมรมยูโดต่างพากันส่ายหน้าเอือมระอา


"ตั้งแต่มีแฟนเนี่ย... พลังเยอะผิดปกตินะมึงไอ้ซัน"


กลายเป็นว่าตอนนี้ ไปไหนมาไหนเราก็ตัวติดกันเป็นปาท่องโก๋ จนกลายเป็นโลโก้ประจำมหาลัยไปแล้วว่า "ที่ไหนมีดินปืน ที่นั่นต้องมีไบซัน"


มีอยู่วันนึง ที่เพื่อนในกลุ่มอยากเลี้ยงฉลองที่มันสอบผ่านไฟนอล ก็เลยนัดรวมตัวกันไปดื่มที่ร้านประจำ เสียงเพลงในร้านเหล้าดังกระหึ่มแข่งกับเสียงคุยจอแจ พอเหล้าเข้าปากอารมณ์ก็พลุ่งพล่าน เลือดในตัวมันสูบฉีดจนหัวร้อนได้ง่ายๆ


เพื่อนในกลุ่มผม... ไอ้ท็อปกับไอ้เก่งที่เมาจนหน้าแดงก่ำ กำลังยืนชี้หน้าด่าทอกับกลุ่มวัยรุ่นเจ้าถิ่นโต๊ะข้างๆ ที่ดูท่าทางกร่างไม่เบา


"เฮ้ย! มึงมองหน้าหาเรื่องเหรอวะ!" ฝั่งนั้นตะโกนท้าทาย


"มึงนั่นแหละ! เดินชนแล้วไม่ขอโทษ!" เพื่อนผมสวนกลับ


ผมที่สติดีที่สุดในกลุ่มรีบแทรกตัวเข้าไปตรงกลาง ยกมือห้ามทัพพยายามไกล่เกลี่ย


"ใจเย็นพี่... ใจเย็นเพื่อน..."


ผมพูดเสียงดังแข่งกับเสียงเพลง พยายามดันอกเพื่อนตัวเองให้ถอยออกมา


"ขอโทษแทนเพื่อนผมด้วยพี่ มันเมามากแล้ว... ต่างคนต่างอยู่นะครับพี่ ผมไม่อยากมีเรื่อง"


ผมพยายามฉีกยิ้มประนีประนอม หวังจะให้เรื่องจบสวยๆ แล้วรีบพาพวกมันกลับบ้าน


แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่คิดแบบนั้น...


ผู้ชายตัวสูงหัวเกรียนคนหนึ่งในกลุ่มนั้นแสยะยิ้มเหยียด มองหน้าผมแล้วถ่มน้ำลายลงพื้น


"ไม่อยากมีเรื่อง? ...งั้นมึงก็รับแทนเพื่อนมึงไปดิ!"


พลั่ก!


สิ้นเสียงตะคอก หมัดหนักๆ ก็พุ่งกระแทกเข้าที่สันกรามผมอย่างจังโดยที่ผมไม่ทันตั้งตัว!


แรงกระแทกทำเอาสมองผมมึนวูบ โลกหมุนคว้าง รสชาติคาวเลือดปร่าพุ่งขึ้นมาเต็มปาก ร่างของผมเซถลาล้มคะมำลงไปกองกับพื้นร้านอย่างหมดสภาพ


"เฮ้ยไอ้ปืน!" เสียงเพื่อนผมตะโกนลั่น


ผมสะบัดหัวพยายามเรียกสติ มือยันพื้นจะลุกขึ้น...


แต่ในวินาทีนั้นเอง... บรรยากาศรอบตัวพลันเปลี่ยนไป


เงาทะมึนขนาดใหญ่พาดทับลงมาบดบังแสงไฟ พร้อมกับรังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งออกมาจนคนที่มุงดูอยู่ต้องแหวกทางออกโดยอัตโนมัติ


ไบซัน... ที่เพิ่งเดินเข้ามาในร้านพร้อมหมวกกันน็อคในมือ ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ตรงทางเดิน


ดวงตาคมดุของมันเบิกกว้างเมื่อเห็นสภาพผมนั่งกองอยู่กับพื้น เลือดสีสดไหลซึมที่มุมปาก แก้มข้างหนึ่งเริ่มบวมช้ำ


จากแววตาตกใจ... เปลี่ยนเป็น "ความโกรธแค้น" ระดับทำลายล้างภายในเสี้ยววินาที


เส้นเลือดที่ขมับมันปูดโปน มือหนาบีบหมวกกันน็อคในมือแน่นจนได้ยินเสียงพลาสติกลั่นกรอบ


"มึง..."


เสียงคำรามต่ำลึกดังลอดไรฟันออกมา มันโยนหมวกกันน็อคทิ้งลงพื้นเสียงดัง โครม! แล้วพุ่งตัวเข้าใส่ไอ้คนที่ต่อยผมด้วยความเร็วและความแรงระดับรถสิบล้อเบรกแตก!


"มึงทำแฟนกู!!"


โครม!!!


ไบซันกระโดดถีบยอดอกไอ้คนนั้นเต็มตีน จนร่างมันลอยละลิ่วไปกระแทกกับโต๊ะข้างหลังจนโต๊ะล้มระเนระนาด แก้วเหล้าแตกกระจายเกลื่อนพื้น


ยังไม่จบแค่นั้น ไบซันตามเข้าไปกระชากคอเสื้อไอ้เวรนั่นขึ้นมา แล้วง้างหมัดเตรียมจะซ้ำ หน้าตาของไบซันตอนนี้ดูน่ากลัวยิ่งกว่ายักษ์มาร ความเป็นนักกีฬาผู้มีน้ำใจหายไปหมด เหลือแต่สัญชาตญาณสัตว์ป่าที่พร้อมจะฆ่าคนที่มาแตะต้องของรักของหวง


ผมกัดฟันข่มความเจ็บที่มุมปาก รวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายพุ่งตัวเข้าไปสวมกอดเอวหนาของไบซันจากด้านหลังแน่น


ร่างกายของมันเกร็งแข็งไปทุกสัดส่วน กล้ามเนื้อแขนที่โผล่พ้นเสื้อยืดเกร็งจนเส้นเลือดปูดโปน สั่นระริกด้วยแรงโทสะที่พร้อมจะระเบิดออกมาฆ่าคนตรงหน้าได้จริงๆ


"ซัน! พอแล้ว! หยุด!..."


ผมตะโกนแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นรัว เอาหน้าแนบไปกับแผ่นหลังกว้างที่ชื้นเหงื่อของมัน


"กูไม่เป็นไร! กูอยู่นี่... ปืนอยู่นี่!"


ไบซันชะงักกึก...


เสียงหอบหายใจ "แฮ่ก... แฮ่ก..." ดังสะท้านออกมาจากอกแกร่ง มันยืนนิ่งงันเหมือนหุ่นยนต์ที่ถูกดึงปลั๊ก แต่มือข้างนั้นยังคงกำรอบคอเสื้อของคู่กรณีไว้แน่นจนหน้าของไอ้หมอนั่นเริ่มเขียวคล้ำ เพราะหายใจไม่ออกและเท้าลอยไม่ติดพื้น


"ปล่อยมัน..." ผมกระซิบเสียงสั่น พยายามลูบหน้าท้องที่เกร็งแข็งของมันเพื่อให้มันผ่อนคลาย "อย่าแลกกับคนแบบนี้... กลับบ้านกันนะซัน... กูเจ็บ... กูอยากกลับบ้านแล้ว"


คำว่า "เจ็บ" ของผมเหมือนกุญแจที่ไขล็อกสติของมัน


ไบซันสูดหายใจเข้าลึกจนสุดปอด ก่อนจะค่อยๆ คลายมือที่กำคอเสื้อออก... แล้วผลักไอ้เวรนั่นกระเด็นไปกระแทกผนังอย่างไม่ไยดีเหมือนทิ้งขยะ


ตุบ!


มันหมุนตัวกลับมาหาผมทันที มือไม้สั่นเทาเอื้อมมาประคองใบหน้าผมไว้ ดวงตาที่เมื่อกี้ยังแดงฉานด้วยความโกรธ ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและห่วงใยสุดขีด


"ปืน..."


เสียงมันสั่นเครือ นิ้วหัวแม่มือไล้เบาๆ ที่มุมปากผมที่มีเลือดไหลซึม


"เลือด... มึงเลือดออก..."


มันมองแผลผมเหมือนโลกจะถล่มลงมาตรงหน้า


"เจ็บมากมั้ย... ขอโทษ... กูมาช้า... กูขอโทษ..."


น้ำตาเม็ดโตเริ่มคลอเบ้าตาที่ดุดันคู่นั้นอีกครั้ง ความรู้สึกผิดถาโถมเข้าใส่จนมันทำตัวไม่ถูก


ผมรีบจับมือมันไว้ บีบแน่นๆ เพื่อเรียกสติ


"ไม่เป็นไร... แค่ปากแตก ไกลหัวใจตั้งเยอะ" ผมพยายามยิ้มให้มันสบายใจ (แม้จะเจ็บแปลบๆ ก็ตาม) "พากูออกไปจากที่นี่ที... นะ"


ไบซันพยักหน้ารัวๆ มันตวัดสายตาอำมหิตมองกวาดไปรอบร้านอีกครั้ง จนไม่มีใครกล้าสบตา รวมถึงพวกเพื่อนผมที่ยืนตัวลีบอยู่


ก่อนที่มันจะก้มลงช้อนตัวผมขึ้นอุ้มในท่าเจ้าสาวอย่างรวดเร็ว โดยไม่สนสายตาใครหน้าไหนทั้งนั้น แล้วพาเดินดุ่มๆ ฝ่าฝูงชนออกจากร้านไปทันที


กลับมาถึงห้องนอน ผมนั่งพิงหัวเตียงให้ไบซันทำแผลให้อย่างว่าง่าย


แสงไฟนีออนสว่างจ้าเผยให้เห็นรอยช้ำและคราบเลือดที่มุมปากผมชัดเจน ยิ่งเห็นแผลชัดเท่าไหร่ ไบซันก็ยิ่งดูแย่ลงเท่านั้น


มือหนาที่ปกติแข็งแรงดั่งคีมเหล็ก ตอนนี้กลับสั่นระริกในขณะที่ถือสำลีชุบน้ำเกลือ


น้ำตาเม็ดโตหยดลงมาจากดวงตาคู่คม ร่วงเผาะลงบนตักผมหยดแล้วหยดเล่า


"ถ้ากูมาเร็วกว่านี้... ฮึก..."


ไบซันสะอื้นจนตัวโยน มือข้างหนึ่งยกขึ้นปาดน้ำตาตัวเองลวกๆ


"มึงก็คงไม่เจ็บ... หน้าหล่อๆ ของมึงเสียโฉมหมดเลย... ฮึก... กูขอโทษ..."


ผมมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก ทั้งเจ็บแผล ทั้งสงสาร แล้วก็... เอ็นดู


ใครจะไปคิดว่าคนที่เพิ่งกระโดดถีบคนปลิวไปติดผนังเมื่อกี้ จะกลับมานั่งร้องไห้ขี้มูกโป่งเป็นเด็กๆ เพราะแผลถลอกของแฟน


ผมเอื้อมมือไปจับข้อมือหนาที่กำลังสั่นเทาของมันไว้ ออกแรงบีบเบาๆ ให้มันหยุดสั่น


"ไม่เป็นไรแล้ว..." ผมพูดเสียงนุ่ม สบตามันนิ่งๆ "มีมึงอยู่... กูก็ไม่กลัวอะไรทั้งนั้น"


ไบซันสูดจมูกฟุดฟิด มองหน้าผมนิ่งเหมือนจะเมมโมรี่คำพูดนั้นไว้ในใจ


"เจ็บมากมั้ย... ฮึก..." มันถามเสียงเครือ นิ้วโป้งเกลี่ยเบาๆ ที่แก้มผมอย่างทะนุถนอมราวกับกลัวผมจะแตกสลาย


ผมมองตามัน แล้วความรู้สึกอยากอ้อนก็พุ่งขึ้นมาดื้อๆ ไหนๆ ก็เจ็บตัวแล้ว ขอใช้สิทธิ์คนป่วยหน่อยแล้วกัน


"เจ็บสิ..."


ผมตอบกลับไปตรงๆ ทำตาละห้อยใส่


"ปลอบกูหน่อย"


ไบซันชะงักไปนิดนึง แววตาสำนึกผิดแปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนสุดซึ้ง


มันวางสำลีในมือลง ค่อยๆ โน้มใบหน้าคมคายเข้ามาหาผมช้าๆ


"เพี้ยง..."


มันเป่าลมเบาๆ ใส่แผลที่มุมปากผม ลมหายใจอุ่นๆ ทำเอาผมจั๊กจี้หัวใจ


ก่อนที่ริมฝีปากอุ่นร้อนของมันจะกดประทับลงมาเบาๆ ... ไม่ใช่ที่ปาก แต่เป็นที่ "เปลือกตา" ของผม แล้วไล่ลงมาที่ "แก้ม" ข้างที่ไม่เจ็บ และสุดท้าย...


มันกดจูบลงมาที่ "มุมปาก" ข้างที่มีแผลอย่างแผ่วเบาที่สุด แทบจะไม่โดนผิวเนื้อ แต่ความรู้สึกวูบวาบกลับแล่นพล่านไปทั่วร่าง


"หายเจ็บนะคนเก่ง..." มันกระซิบชิดริมฝีปากผม "เดี๋ยวเมียเป่าคาถาให้... จะได้หายไวๆ"


ให้ตายเถอะ... เจอแบบนี้เข้าไป เจ็บตัวอีกสักกี่รอบกูยอมเลย


พอเป่าคาถาใส่แผลจนผมยิ้มออก ไบซันก็ไม่รอช้าที่จะเริ่มภารกิจปรนนิบัติพัดวีต่อทันที


"มา... เดี๋ยวอาบน้ำให้ จะได้สบายตัว"


มันพูดจบก็จัดการถอดเสื้อผ้าของผมออกอย่างเบามือราวกับผมเป็นตุ๊กตากระเบื้องเคลือบที่พร้อมจะแตกได้ทุกเมื่อ ทั้งที่ผมแค่ปากแตกกับแก้มช้ำนิดหน่อย ไม่ได้แขนหักขาหักสักกะติ๊ด


"กูอาบเองได้น่า..." ผมท้วงเบาๆ พอเป็นพิธี


"อยู่นิ่งๆ เถอะ วันนี้มึงเจ็บตัว หน้าที่ดูแลเป็นของกู"


ไบซันดุเสียงนุ่ม ก่อนจะช้อนตัวผมพาเดินเข้าห้องน้ำ จัดแจงเปิดน้ำอุ่นปรับอุณหภูมิให้พอดี แล้วบรรจงฟอกสบู่ให้ทุกซอกทุกมุม (แบบไม่มีแอบแฝงลามก มีแต่ความห่วงใยล้วนๆ) คอยระวังไม่ให้น้ำกระเด็นโดนแผลที่หน้าผมอย่างดิบดี


พออาบน้ำเสร็จ มันก็เช็ดตัวผมจนแห้งสนิท จับผมแต่งตัวด้วยชุดนอนผ้าฝ้ายนิ่มๆ ที่ใส่สบายที่สุด


และขั้นตอนสุดท้าย... ไฮไลท์ของค่ำคืนนี้


กระป๋องแป้งเด็กถูกหยิบขึ้นมาเขย่า


"มานี่มา ปะแป้งก่อนจะได้หลับสบาย"


ไบซันเทแป้งใส่มือ แล้วค่อยๆ ตบเบาๆ ลงบนตัวผม ไล่ตั้งแต่คอ หน้าอก ไปจนถึงแผ่นหลัง กลิ่นแป้งหอมละมุนฟุ้งไปทั่วห้อง ให้ความรู้สึกเหมือนแม่ดูแลลูกชายตัวน้อยๆ ยังไงยังงั้น


แถมยังแกล้งเอาแป้งมาแต้มที่ปลายจมูกผมกับแก้มข้างที่ไม่เจ็บ จนหน้าผมขาววอก


"หล่อแล้ว..." มันยิ้มพอใจกับผลงานตัวเอง "หอมฉุยเลยผัวกู"


ผมส่ายหน้าขำๆ ยอมให้มันทำตามใจทุกอย่าง


สุดท้ายมันก็พาผมมานอนบนเตียง จัดหมอนให้หนุนหัว ตลบผ้าห่มคลุมให้ถึงอก แล้วทิ้งตัวลงนอนข้างๆ ดึงผมเข้าไปกอดแนบอก


"นอนนะ... ไม่ต้องคิดมากแล้ว กูอยู่นี่"


ผมซุกหน้าลงกับอกอุ่นๆ ที่คุ้นเคย สูดกลิ่นกายหอมๆ ของมันผสมกลิ่นแป้งเด็ก


"อื้ม... บริการดีขนาดนี้ สงสัยต้องให้ทิปหนักๆ แล้วมั้ง" ผมงึมงำแซว


"ทิปไม่ต้อง... ขอแค่หายไวๆ ก็พอ"









รุ่งเช้าที่คณะวิศวะฯ บรรยากาศที่โต๊ะประจำกลุ่มของพวกผมเงียบกริบยิ่งกว่าป่าช้า ทั้งที่ปกติจะเสียงดังโวยวายกันลั่น


สาเหตุก็มาจากร่างสูงใหญ่ราวกับกำแพงเมืองจีนของ ไบซัน ที่ยืนค้ำหัวพวกไอ้ท็อปกับไอ้เก่งอยู่ ใบหน้าหล่อคมเข้มของมันเรียบนิ่ง แต่แววตาดุดันจนเพื่อนผมที่เป็นต้นเรื่องเมื่อคืนนั่งตัวลีบแทบจะสิงเข้าไปในม้าหินอ่อน


"พวกมึงเมาประสาอะไร..."


เสียงทุ้มต่ำของไบซันเอ่ยขึ้น ไม่ต้องตะโกน แต่ฟังดูน่ากลัวจนขนลุก


"เมาแล้วเปรี้ยว พากันไปหาเรื่อง... แต่สุดท้ายเสือกให้ปืนมันรับเคราะห์เนี่ยนะ?"


ไอ้ท็อปกับไอ้เก่งก้มหน้างุด ไม่กล้าสบตา ไม่กล้าเถียงแม้แต่แอะเดียว เพราะลำพังแค่ขนาดตัวก็สู้ไม่ได้แล้ว ยิ่งรู้กิตติศัพท์ความโหดเมื่อคืนที่มันถีบคนปลิว ยิ่งทำให้ไม่มีใครกล้าหือ


"ขอโทษว่ะไบซัน... พวกกูผิดเอง" เพื่อนผมยกมือไหว้ปลกๆ เสียงอ่อย


ผมที่นั่งอยู่ข้างๆ เห็นท่าไม่ดี เลยรีบเอื้อมมือไปจับแขนล่ำๆ ของไบซันแล้วเขย่าเบาๆ เพื่อให้มันใจเย็นลง


"เอาน่าซัน... พอแล้วน่า กูไม่เป็นไรแล้วเนี่ย เห็นมั้ย"


ผมฉีกยิ้ม (แบบเจ็บๆ) ให้มันดู พยายามไกล่เกลี่ยสถานการณ์


"เพื่อนกูมันก็สำนึกผิดแล้ว อย่าไปดุมันนักเลย"


ไบซันหันขวับมามองหน้าผม สายตาดุๆ เมื่อกี้อ่อนลงนิดหน่อยตอนมองแผลที่มุมปากผม แต่มันก็ยังไม่วายหันกลับไปคาดโทษพวกเพื่อนผมอีกรอบ


"ครั้งนี้กูถือว่าฟาดเคราะห์..."


มันชี้หน้าเรียงตัว นิ้วใหญ่ๆ นั่นทำเอาเพื่อนผมสะดุ้งโหยง


"แต่คราวหน้า... ถ้าพวกมึงพากันไปมีเรื่อง แล้วปืนต้องเจ็บตัวกลับมาแบบนี้อีกล่ะก็..."


มันเว้นจังหวะ กดเสียงต่ำลงจนน่าสยอง


"น่าดู... กูจะจับทุ่มเรียงตัวเลยคอยดู!"


พูดจบมันก็ทิ้งตัวลงนั่งเบียดข้างผมทันที ยื่นมือมาจัดปกเสื้อให้ผมอย่างอ่อนโยนหน้าตาเฉย เหมือนเมื่อกี้ไม่ได้เพิ่งขู่ฆ่าเพื่อนผมไป


ผมลอบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของมันแล้วก็ได้แต่กลืนน้ำลายลงคอ


'ทำไมเมียกูโหดจังวะ...'


ผมได้แต่คิดในใจ พลางถอนหายใจโล่งอกที่วันนี้ไม่มีใครโดนทุ่มหลังหักคาคณะ


'กูไม่น่าหาเรื่องให้มันองค์ลงเลย... น่ากลัวชิบหาย'


จังหวะนั้นเอง...


ไอ้ท็อปที่นั่งก้มหน้าอยู่ฝั่งตรงข้าม ก็ค่อยๆ เหลือบตาขึ้นมามองผม มันส่งสายตาวิบวับ กระพริบตาถี่ๆ ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือมาแบบเร่งด่วน


(ไอ้ปืน! มึงทำอะไรสักอย่างสิวะ!) สายตามันฟ้องแบบนั้น


ผมรีบถลึงตากลับไปหามันทันที ส่ายหน้าเบาๆ แทบมองไม่ทัน


(กูจะทำอะไรได้! มึงดูหน้าเมียกูด้วย... กูขยับตอนนี้ก็ศพสวยสิครับ)


ไอ้เก่งที่นั่งข้างๆ รีบผสมโรง มันพยักพเยิดหน้าไปทางไบซัน แล้วทำปากขมุบขมิบแบบไม่มีเสียง แต่อ่านปากได้ชัดเจนว่า...


"พา - เมีย - มึง - ไป - ดิ้!"


ผมทำตาโตใส่พวกมัน สื่อสารกลับไปทางสายตาอย่างดุเดือด


(พวกมึงโยนขี้ให้กูเฉยเลยนะ!)


(เร็วๆ ไอ้สัส! พวกกูหายใจไม่ออกแล้วเนี่ย!) ไอ้ท็อปส่งสายตาเว้าวอนมาอีกรอบ แทบจะกราบกราน


ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ ตัดสินใจยอมเสี่ยงตายเพื่อเพื่อน (และเพื่อบรรยากาศมาคุนี้จะได้จบๆ ไป)


ผมค่อยๆ เอื้อมมืออันสั่นเทาไปแตะที่หน้าขาของไบซันเบาๆ อย่างกล้าๆ กลัวๆ


"เอ่อ... ซัน..."


ผมเรียกเสียงอ่อย พยายามปั้นยิ้มสู้เสือ


"บ่นจนคอแห้งรึยัง... ไป... ไปหาอะไรกินกันมั้ย กูหิวแล้วเนี่ย"


ไบซันหันขวับมามองหน้าผม คิ้วเข้มๆ ยังขมวดมุ่นอยู่ ทำเอาผมสะดุ้งโหยง รีบหดคอหนีโดยอัตโนมัติ


แต่พอเห็นหน้าเจี๋ยมเจี้ยมของผม แววตาที่ดุดันเมื่อกี้ก็ค่อยๆ คลายลง มันถอนหายใจออกมาแรงๆ ทีหนึ่ง


"เออ ไปสิ"


มันลุกขึ้นยืนเต็มความสูง หันไปมองพวกเพื่อนผมเป็นครั้งสุดท้ายเพื่อย้ำเตือน


"จำที่พูดไว้ด้วยล่ะ"


"ครับพี่! จำขึ้นใจเลยครับ!" เพื่อนผมรีบรับคำพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย


ผมรีบคว้าข้อมือไบซันแล้วดึงให้เดินออกมาจากตรงนั้นทันที พลางหันไปส่งสายตาอาฆาตใส่เพื่อนๆ ทิ้งท้าย


(ฝากไว้ก่อนนะพวกมึง... เกือบตายหมู่แล้วมั้ยล่ะ!)


พอเดินลากแขนไบซันออกมาจนพ้นสายตาประชาชี และพ้นรัศมีทำลายล้างจากกลุ่มเพื่อน


ผมก็รีบงัดลูกอ้อนไม้ตายออกมาใช้ทันที สองมือเกาะแขนล่ำๆ ของมันแน่น เขย่าเบาๆ แล้วช้อนตามองปริบๆ


"อย่าทำหน้าดุสิซัน..." ผมทำเสียงอ่อนเสียงหวาน "กูกลัวไปหมดแล้วเนี่ย... เมื่อกี้มึงน่ากลัวจริงๆ นะ ยิ้มหน่อยนะ... นะๆๆ"


ได้ผลชะงัด...


ความตึงเครียดบนใบหน้าคมคายค่อยๆ มลายหายไปเหมือนหิมะโดนแดดเผา ไบซันถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง ก่อนจะยอมพ่ายแพ้ให้กับลูกอ้อนของผม


"อืมม..."


มันครางรับในลำคอ แล้วรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้น... เป็นรอยยิ้มที่อบอุ่นและอ่อนโยน ต่างจากยักษ์มารเมื่อกี้ราวฟ้ากับเหว


มือหนาเอื้อมมาประคองใบหน้าผมไว้อย่างเบามือ จับหน้าผมพลิกซ้ายพลิกขวาเพื่อสำรวจรอยช้ำที่มุมปาก


"หายดีรึยัง..." มันพึมพำ นิ้วโป้งเกลี่ยแก้มผมเบาๆ "หน้าหล่อๆ ของกู... ช้ำหมดเลย"


ผมยิ้มกว้าง วางมือทับมือมันที่แนบแก้มอยู่


"อืม... ของมึงคนเดียวเลย"


ไบซันยิ้มจนตาหยี ดูพอใจกับคำตอบนี้มาก แต่มันก็ยังไม่วายทำเสียงเข้มขึ้นมาอีกนิด


"คราวหน้าจะไม่ปล่อยให้ไปคนเดียวแล้วนะ... "


"เป็นผู้ชายเจอเรื่องแบบนี้มันก็ธรรมดาป่ะ... ชกต่อยกันบ้างเรื่องปกติ อีกอย่างนะ..."


ผมมองหน้ามันด้วยความเกรงใจนิดๆ


"มึงก็ซ้อมหนักทุกวัน เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว ยังต้องคอยมารับมาส่งกูอีก..."


ไบซันหยุดเดินทันที มันหันมามองหน้าผม สายตาจริงจังแต่แฝงไปด้วยความขี้เล่น มันยื่นหน้าเข้ามาใกล้ จนจมูกโด่งๆ แทบจะชนแก้มผม แล้วเปลี่ยนสรรพนามเป็นโหมดขี้อ้อนทันที


"แต่ปืนเป็นแฟนเค้าป่ะ..."


คำว่า 'เค้า' ทำเอาผมใจเหลวเป๋ว


"ไม่เห็นจะเหนื่อยเลย... ซ้อมมาเหนื่อยๆ พอแว้นมาหา ได้เจอหน้าปืนก็ชื่นใจแล้ว... หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งเลยรู้มั้ย"


พูดจบมันก็ฉวยโอกาสหอมแก้มผมฟอดใหญ่เน้นๆ หนึ่งที


"ชื่นใจจจจ..."


ผมได้แต่ยืนหน้าแดง ปล่อยให้มันกอดมันหอมตามใจชอบ... ยอมแพ้ราบคาบให้กับความคลั่งรักของไอ้เด็กยักษ์คนนี้จริงๆ


----------------------------------------
ว่าจะเอาไว้ลงวันหลัง ก็เกิดติดลมขึ้นมา
ฝากติดตามคู่นี้กันต่อด้วยน้าาาา
อาจจะกำลังมีดราม่าในตอนต่อปุย


nuangnut1996 โพสต์ 2026-1-7 19:25:50

สนุกมากครับ

memorial โพสต์ 2026-1-7 20:14:30

{:5_119:}

kuminum โพสต์ 2026-1-7 20:15:12

ขอบคุณมากครับ

watsana โพสต์ 2026-1-7 22:04:24

ทำไม น่ารัก จังเลยไบซัน

Eakkadoor โพสต์ 2026-1-8 07:07:16

กรี๊ดดดดดด เค้าเป็นแฟนกันแล้ว
ไบซันคลั่งรักมาก เขินนนนนน
ปืนก็น่ารักกกกกก
งื้อออออออ
อยากอ่านต่อค่าบบบบบบ

NOOFONG โพสต์ 2026-1-8 10:52:03

Eakkadoor ตอบกลับเมื่อ 2026-1-8 07:07
กรี๊ดดดดดด เค้าเป็นแฟนกันแล้ว
ไบซันคลั่งรักมาก เขิน ...

ปืนดูตัวเล็กตัวน้อยไปเลยเวลาไบซันโมโห เป็นพ่อบ้านใจกล้าท่านหนึ่งที่กลัวเมีย:lol

ttdddt โพสต์ 2026-1-23 18:56:09

ขอบคุณครับ

Ton8Ton โพสต์ 2026-3-18 23:08:39

🐵😏😉😁🐵😏😉😁

K_P โพสต์ 2026-4-30 14:27:52

ขอบคุณครับ

Boyz2515 โพสต์ 2026-7-26 15:16:52

ขอบคุณครับ
หน้า: [1]
ดูในรูปแบบกติ: เพื่อนกันมันส์เสียว 10