NOOFONG โพสต์ 2026-1-7 10:48:19

เพื่อนกันมันส์เสียว 8

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย NOOFONG เมื่อ 2026-1-20 11:22





"มึงจะไปจริงๆ เหรอปืน... ฮึก... กู... กูแค่..."


ผมยืนนิ่ง... ปล่อยให้มันร้องไห้ไปสักพัก


ภาพตรงหน้ามันช่างขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิง ผู้ชายร่างยักษ์ กล้ามแน่นปึ้ก หน้าตาดุดัน แต่กำลังยืนหลังพิงประตูห้องน้ำ ร้องไห้น้ำตานองหน้า สะอื้นตัวโยนเหมือนเด็กอนุบาลทำไอติมตกพื้น


ผมถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่เริ่มมอดลง กลายเป็นความงุนงงและทำตัวไม่ถูก เข้ามาแทนที่


ผมมองหน้ามันด้วยสายตาว่างเปล่า แล้วเอ่ยถามออกไปเสียงเรียบ


"ร้องทำไม... ไหนบอกกูซิ"


ไบซันสะอื้นฮึก เงยหน้าแดงๆ ขึ้นมองผม


"เป็นอะไรของมึง กูงงไปหมดแล้วเนี่ย" ผมถามย้ำ "เมื่อกี้มึงยังทำตึง เดินหนีกู แยกโต๊ะกินข้าวประชดกูอยู่เลย แล้วไหงตอนนี้มายืนร้องไห้ขี้มูกโป่งแบบนี้วะ"


ไบซันสูดน้ำมูกเสียงดังฟืด ยกหลังมือขึ้นปาดน้ำตาป้อยๆ


"ก็มึง..." เสียงมันสั่นเครือ "มึงยิ้มให้คนอื่น..."


"ห๊ะ?" ผมเลิกคิ้ว


"กับน้องคนนั้น... มึงยิ้มหวาน มึงคุยดี... กับไอ้วิน มึงก็คุยเรื่องรถกันสนุกสนาน... มึงดูมีความสุขเวลาคุยกับคนอื่น..."


มันพูดไปสะอื้นไป สายตาตัดพ้อรุนแรง


"แต่กับกู... มึงทำหน้าเบื่อ... มึงทำเหมือนกูเป็นภาระ... มึงไม่สนใจกูเลย..."


"กูเนี่ยนะ?" ผมชี้หน้าตัวเองงงๆ


"ใช่!" ไบซันเถียงทั้งน้ำตา "กูพยายามเรียกร้องความสนใจ... กูน้อยใจอยากให้มึงง้อ... แต่มึง... ฮึก... มึงกลับจะเทกู... มึงเดินมาบอกลากูหน้าตาเฉย..."


มันเบะปาก ร้องไห้โฮออกมาอีกรอบ


"กูแค่อยากให้มึงสนใจกูบ้าง... กูชอบมึงนะเว้ยปืน... ฮือออ... กูหวงมึงจะตายห่าอยู่แล้ว มึงไม่รู้เรื่องเลยรึไงวะ!"


ผมยืนอึ้ง ฟังคำสารภาพที่พรั่งพรูออกมาพร้อมกับน้ำตาของมัน


สรุปคือ... ที่มันทำตัวงี่เง่า เดินหนี แยกโต๊ะ... ทั้งหมดนั่นคือ "เรียกร้องความสนใจ"


แล้วพอผมทำท่าจะ "เท" มันจริงๆ มันก็เลยสติแตก กลัวโดนทิ้งจนร้องไห้แตกว่างั้น?


'โอ้โห... ไอ้ควายเอ๊ย...'


ผมสบถในใจ ไม่รู้จะสงสาร หรือจะสมเพช หรือจะขำดี


ตัวโตอย่างกับยักษ์วัดแจ้ง แต่ใจเท่ามดตะนอย... ขี้น้อยใจ ขี้หวง แถมยังขี้แยชิบหาย


เสียงร้องไห้ "ฮือ... ฮึก..." ของไบซันยังคงดังต่อเนื่องอย่างน่ารำคาญ ยิ่งผมเงียบ มันก็ยิ่งร้องหนักขึ้น เหมือนเด็กที่แหกปากเรียกร้องความสนใจจนกว่าผู้ใหญ่จะโอ๋


ผมยืนมองหน้าแดงๆ จมูกบานๆ ของไอ้ยักษ์ตรงหน้าแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่


'โอ๊ย... รำคาญเว้ย!'


ความอดทนสุดท้ายของผมถึงขีดจำกัด ไม่ใช่เพราะโกรธแล้ว แต่เพราะหนวกหู!


ผมก้าวเข้าไปประชิดตัวมัน มือข้างหนึ่งเอื้อมไปคว้าคอเสื้อยืดของไบซันแล้วออกแรงกระชากอย่างแรง


พรึ่บ!


ร่างสูงใหญ่ของมันเซถลาโน้มลงมาหาผมตามแรงดึง


โดยไม่รอให้มันตั้งตัว ผมเงยหน้าขึ้นแล้วประกบริมฝีปากของผมกระแทกเข้ากับปากสั่นๆ ของมันทันที!


จุ๊บ!


ไม่ใช่จูบที่นุ่มนวลหรือโรแมนติกอะไรทั้งนั้น แต่มันคือการ "เอาปากอุดปาก" เพื่อปิดสวิตช์เสียงร้องไห้ที่น่ารำคาญนั่นซะ


ไบซันสะดุ้งสุดตัว ดวงตาที่เต็มไปด้วยน้ำตาเบิกโพลง ร่างกายแข็งทื่อเป็นก้อนหิน เสียงสะอื้นฮึกฮักในคอเงียบกริบลงทันที เหลือเพียงเสียงลมหายใจติดขัดที่ดังแข่งกับเสียงหัวใจ


ผมบดขยี้ริมฝีปากมันอยู่ครู่หนึ่ง ลิ้มรสชาติเค็มปร่าของน้ำตาที่ไหลลงมาเปื้อนปาก ก่อนจะค่อยๆ ผละหน้าออกมาเพียงคืบ จ้องตามันเขม็งในระยะประชิด


"หนวกหูว่ะ..."


ผมกระซิบเสียงดุ ชิดริมฝีปากที่เพิ่งผละออกจากกัน


"หยุดร้องได้ยัง"


ไบซันยังคงยืนตาค้าง กะพริบตาปริบๆ มองผมเหมือนเห็นผี น้ำตายังคลอเบ้าแต่เสียงเงียบกริบ


ผมหรี่ตามองมันอย่างคุกคาม ยกมือขึ้นเช็ดคราบน้ำตาบนแก้มมันแรงๆ ทีหนึ่ง (เกือบจะเหมือนตบ) แล้วขู่สำทับด้วยน้ำเสียงจริงจัง


"ถ้าไม่หยุด... กูจะจูบจนกว่ามึงจะขาดใจตายคาห้องน้ำเนี่ยแหละ... เอาให้เป็นข่าวดังไปเลยว่านักยูโดขาดอากาศหายใจตายเพราะโดนเดือนวิศวะจูบ... เอาไหม?"


ไบซันกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ หน้าที่แดงอยู่แล้วยิ่งแดงเถือก ลามไปถึงหู ถึงคอ


มันรีบเม้มปากแน่น แล้วพยักหน้ารัวๆ เร็วๆ เหมือนไก่จิกข้าว


"หงึกๆ! (หยุดแล้ว! หยุดแล้วครับ!) "


ผมมองหน้ามันที่ยังแดงก่ำและเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา ยกนิ้วโป้งขึ้นปาดน้ำตาที่หางตามันออกให้แรงๆ แบบหมั่นเขี้ยวปนสงสาร


"มึงแม่ง... หึงไม่เข้าเรื่อง"


ผมบ่นอุบ จ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ยังสั่นไหวของมัน


"กูยอมรับว่ากูหน้าตาดี..."


ผมพูดหน้าตาเฉย ด้วยน้ำเสียงจริงจังแบบคนมั่นใจในตัวเองสุดขีด (ก็เรื่องจริงนี่หว่า)


"แต่ตอนนี้กูก็มีแค่มึงมั้ย?"


ประโยคนั้นทำเอาไบซันชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก


"วันๆ ก็เอาแต่ตัวติดกันกับมึงเนี่ย... จะให้กูเอาเวลาที่ไหนไปมีคนอื่น จะให้กูไปมองใครได้อีกวะ"


ผมกระแทกเสียงในลำคอเบาๆ เพื่อเน้นย้ำความจริง


"เมื่อคืนก็นอนกอดมึง เช้ามาก็นั่งซ้อนท้ายมึง มาเรียนกูยังตามมาเฝ้ามึงถึงในห้อง... ขนาดขี้กูยังตามมาดมขี้กับมึงในห้องน้ำเนี่ย! มึงยังจะคิดว่ากูไม่สนใจมึงอีกเหรอไอ้ควาย!"


ไบซันยืนนิ่งอึ้ง ฟังคำด่าที่ฟังดูเหมือนคำบอกรัก (แบบฮาร์ดคอร์) ของผม ตาคมๆ ของมันค่อยๆ เริ่มมีประกายวิบวับขึ้นมาทีละนิด ความน้อยใจเมื่อกี้มลายหายไปจนเกลี้ยง เหลือแต่ความเขินที่เริ่มตีตื้นขึ้นมาแทน


"กู... กูมีแค่มึง..."


ไบซันทวนคำพูดผมเสียงเบาหวิว หน้าแดงแปร๊ดลามไปถึงใบหู


"เออ! มีแค่มึง!" ผมตะคอกใส่หน้ามันแก้เขิน "ชัดยัง! หรือต้องให้กูเขียนแปะหน้าผากมึงด้วย!"


ไบซันเม้มปากแน่น พยายามกลั้นยิ้มจนแก้มปริ แต่มันกลั้นไม่อยู่ สุดท้ายมันก็โผเข้ากอดผมเต็มรัก รัดแน่นจนกระดูกสันหลังผมแทบลั่น กร๊อบ!


"ปืนนนน~"


มันลากเสียงยาว เอาหน้าถูไถกับไหล่ผมเหมือนหมาอ้อนเจ้าของ


"กูรักมึงว่ะ... รักมึงชิบหายเลย..."


"โอ๊ย! เจ็บ! เบาๆ เว้ยไอ้แรงควาย!" ผมทุบหลังมันปั้กๆ แต่ก็ยอมยืนนิ่งๆ ให้มันกอดอยู่อย่างนั้น "เออๆ รู้แล้ว... ปล่อยได้แล้ว”


ไบซันยังคงกอดเอวผมแน่น ไม่ยอมปล่อยให้ห่างตัว แม้ว่าเราจะยืนคุยกันจนเมื่อยขาแล้วก็ตาม มันเอาคางเกยไหล่ผม ถูไถไปมาเหมือนแมวตัวโตๆ ที่กำลังอ้อนเจ้าของ


"ไม่อยากเรียนแล้วว่ะ..."


มันงึมงำข้างหูผม เสียงอู้อี้แฝงความขี้เกียจปนความหลงใหล


"อยากอยู่กับมึง... ขี้เกียจไปซ้อม ขี้เกียจเจอหน้าโค้ช อยากนอนกอดมึงเฉยๆ"


ผมถอนหายใจ เอามือผลักหัวทุยๆ ของมันออกห่างนิดหน่อย


"เพ้อเจ้อ... มึงโดดได้ แต่กูโดดไม่ได้" ผมพูดเตือนสติมัน "กูมีเรียนบ่ายที่คณะ อาจารย์คนนี้เช็คชื่อโหดด้วย ขาดไม่ได้"


ไบซันทำหน้ามุ่ย ผละหน้าออกมามองผมตาละห้อย เหมือนหมาที่รู้ว่าจะโดนทิ้งไว้ที่บ้าน


"งั้น..."


ดวงตาคมที่บวมแดงนิดๆ ของมันเป็นประกายวูบหนึ่ง


"งั้นกูขอไปนั่งเฝ้ามึงบ้างได้มั้ย"


มันถามเสียงอ้อน ส่งสายตาวิบวับหวังผล


"เมื่อเช้ามึงยังมาเฝ้ากูเลย... บ่ายนี้กูไม่มีเรียนเลคเชอร์แล้ว มีแค่ซ้อมเย็น... ให้กูไปเฝ้ามึงนะ นะๆๆ สัญญาจะไม่ดื้อ จะนั่งนิ่งๆ เป็นตุ๊กตาเลย"


ผมมองหน้ามันที่พยายามทำตาปิ๊งๆ (ซึ่งดูตลกพิลึกบนหน้าโหดๆ แบบนั้น) ใจจริงก็อยากจะไล่มันกลับไปพักผ่อน แต่พอนึกถึงตอนที่มันร้องไห้เมื่อกี้... ขืนไล่มันไปอีก เดี๋ยวแม่งก็น้อยใจไปโดดน้ำตายอีก


ผมยักไหล่ ทำท่าทางไม่ยี่หระ


"ตามใจ"


ผมตอบสั้นๆ หันหลังเดินไปที่อ่างล้างหน้าเพื่อกลบเกลื่อนรอยยิ้มมุมปาก


“แต่บอกไว้ก่อนนะว่าคณะกูเถื่อน ไม่ได้หน่อมแน้มเหมือนคณะมึง"


"เย้! รักมึงที่สุดเล้ยยย!"


ไบซันร้องลั่นห้องน้ำ กระโดดตัวลอยอย่างกับเด็กได้ของเล่น รีบปรี่เข้ามาวักน้ำล้างหน้าล้างตา ล้างคราบน้ำตาออกอย่างรวดเร็ว


...


สิบนาทีต่อมา


ณ ลานเกียร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์


บรรยากาศที่นี่ดิบเถื่อนและเต็มไปด้วยกลิ่นอายของผู้ชายห้าวๆ เสื้อช็อปหลากสีเดินกันขวักไขว่ เสียงเครื่องจักรดังแว่วมาจากโรงงาน


ทันทีที่บิ๊กไบค์คันยักษ์ของไบซัน (โดยมีผมนั่งซ้อนท้าย) เลี้ยวเข้ามาจอดเทียบท่าที่หน้าตึกเครื่องกล สายตาของเด็กช่างหลายสิบคู่ก็หันมามองเป็นตาเดียว


ไบซันถอดหมวกกันน็อคออก สะบัดผมเท่ๆ (ทั้งที่ตาบวมตุ่ย) แล้วเดินลงจากรถมายืนกางร่ม (ทิพย์) ให้ผม


"เชิญครับ..." มันผายมือให้ผมเดินนำ


ผมเดินล้วงกระเป๋าพาไอ้ยักษ์ต่างถิ่นเดินเข้าตึก ท่ามกลางสายตาเพื่อนฝูงที่มองมาอย่างสงสัยแกมล้อเลียน


"เฮ้ยปืน! นั่นใครวะ" เพื่อนในคณะคนหนึ่งตะโกนแซว


ผมหันไปยิ้มมุมปาก แล้วชี้ไปที่ไบซันที่เดินตามหลังต้อยๆ


"เด็กกูเอง... วันนี้พามันมาดูงาน"


บรรยากาศในห้องเรียนรวมของคณะวิศวะเครื่องกล เต็มไปด้วยกลิ่นอายความดิบเถื่อนที่คุ้นเคย เสียงโวยวาย เสียงหัวเราะหยาบโลน และคำด่าทอแบบเพื่อนฝูงดังระงม


ผมพาไบซันเดินเข้าไปหาแก๊งเพื่อนสนิทที่นั่งจองที่อยู่หลังห้อง…


พอพวกมันเห็นไบซันที่เดินตามหลังผมมาต้อยๆ ในชุดนักศึกษากางเกงยีนส์ขาดๆ แถมหุ่นยังล่ำบึ้ก หน้าตาดุดันเหมือนเพิ่งไปตบเด็กช่างมา สายตาพวกมันก็เป็นประกายทันที


"เฮ้ยปืน! นี่เหรอวะเด็กมึง... แม่งโครตได้!"


ไอ้ท็อปทักเสียงดัง ตบโต๊ะปัง


"หน้าแม่งอย่างเอา! ทรงนี้แหละพวกเราเลย! หวัดดีเว้ย... กูชื่อท็อป เพื่อนไอ้ปืน"


ไบซันยิ้มกว้าง (แบบนักเลง) พยักหน้าทักทายทุกคนอย่างเป็นกันเอง ไม่มีความเกร็งแม้แต่นิดเดียว


"หวัดดี... กูไบซัน วิทย์กีฬา" มันแนะนำตัวสั้นๆ ห้วนๆ ตามสไตล์ผู้ชาย


"วิทย์กีฬาเหรอวะ? มิน่าตัวแม่งหนาชิบหาย เล่นไรวะ? มวย? หรือรักบี้?" ไอ้เก่งถามอย่างสนใจ


"ยูโด... แต่พวกมวยไทยกูก็พอได้นะ ต่อยเล่นๆ อยู่บ้าง"


เท่านั้นแหละ... บทสนทนาภาษาลูกผู้ชายพันธุ์ดิบก็ระเบิดขึ้นทันที


พวกไอ้ท็อปกระดิกหูพับๆ รีบขยับที่ให้ไบซันเข้าไปนั่งตรงกลางวง ล้อมหน้าล้อมหลังมันเหมือนได้เพื่อนใหม่ที่ถูกใจสุดๆ ส่วนผม... โดนเบียดกระเด็นออกมานั่งริมสุดแบบงงๆ


"เฮ้ยซัน! มึงเคยดูคู่เอกเมื่อคืนป่ะ ที่มันศอกกลับแล้วน็อกคาเวทีอ่ะ!" ไอ้บอมเปิดประเด็น


"ดูดิ! จังหวะนั้นแม่งต้องโยกหลบซ้ายก่อน แล้วค่อยสวน..." ไบซันทำท่าประกอบอย่างออกรส มือไม้แกว่งไปมาอย่างคล่องแคล่ว แววตาเป็นประกายวิบวับ


"เชรดดด! จริงด้วยว่ะ! มึงแม่งรู้ลึกนี่หว่า!"


"แล้วถ้าโดนล็อกคอแบบนี้ล่ะวะซัน มึงแก้ไง?" ไอ้ท็อปถามพลางทำท่าล็อกคอเพื่อนอีกคน


"งี้เว้ยมึง... มึงต้องจับข้อมือมันบิดออก แล้วกระแทกศอกใส่ชายโครง..." ไบซันอธิบายฉอดๆ เรียกกูมึงได้ลื่นปากเหมือนรู้จักกันมาสิบปี


ผมนั่งกอดอกพิงพนักเก้าอี้ มองภาพ "เมีย" ตัวเองกำลังเข้ากันได้เป็นปี่เป็นขลุ่ยกับเพื่อนสนิทผม หัวเราะร่าเริง พูดจาภาษาพ่อขุนรามฯ กันอย่างสนุกสนาน


ผ่านไปสิบนาที... ยี่สิบนาที...


ไม่มีใครสนใจผมเลยสักคน! แม้แต่ไบซันที่บอกว่าจะมานั่ง "เฝ้า" ผม ตอนนี้มันแทบจะไม่มองหน้าผมด้วยซ้ำ มัวแต่คุยเรื่องท่าทุ่มทับจับหักกับไอ้พวกบ้าพลังนั่น


"กริบ..."


ผมรู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็นหมาหัวเน่า หรือธาตุอากาศที่ลอยเท้งเต้งอยู่ในวงสนทนา


ความหงุดหงิดเริ่มตีตื้นขึ้นมาทีละนิด... ไม่ใช่หงุดหงิดเพื่อน แต่ "หวง"


หวงรอยยิ้มกว้างๆ ของมัน หวงท่าทางกระตือรือร้นของมัน หวงที่มันไปให้ความสนใจคนอื่นมากกว่าผม!


ปัง!


ผมตบโต๊ะเสียงดังสนั่นกลางวงสนทนา ทำเอาทุกคนสะดุ้งโหยง หันมามองผมเป็นตาเดียว


"เออ..."


ผมพูดเสียงเย็นยะเยือก จ้องหน้าไบซันสลับกับเพื่อนตัวเองเขม็ง


"พวกมึงไปคบกันเองเลยมั้ย?"


ทั้งวงเงียบกริบ


"คุยกันถูกคอขนาดนี้... กูยกให้เลยเอาป่ะ? เดี๋ยวสินสอดกูออกให้ด้วย ไปสู่ขอกันเลยไป!" ผมประชดเสียงเขียว หน้าบึ้งตึงยิ่งกว่าตูดลิง


ไบซันหน้าเหวอ รีบหุบยิ้มแล้วขยับตัวผละออกจากแก๊งเพื่อนผมทันที มันรีบกระแซะก้นถอยกรูดๆ มาหาผมที่นั่งหน้าบอกบุญไม่รับอยู่ริมโต๊ะ


"เฮ้ย... ปืน... ไม่ใช่นะเว้ย" ไบซันละล่ำละลัก แววตาเลิ่กลั่ก "กูแค่... กูแค่คุยเรื่องมวยเฉยๆ ..."


"คุยสนุกจนลืมกูเลยดิ" ผมสวนกลับ จ้องตามันดุๆ


"เปล่า! ไม่ลืม! ใครจะลืมผัว... เอ้ย ลืมมึงลง" มันรีบแก้ตัว คว้าแขนผมมากอดหมับ เอาหน้ามาถูไถอ้อนๆ "กูมาเฝ้ามึงนะ ไม่ได้มาเฝ้าพวกมัน... หายงอนนะ นะๆๆ"


ผมสะบัดแขนออกเบาๆ (แต่ไม่จริงจัง) แล้วตวัดสายตาไปมองพวกไอ้ท็อปที่นั่งทำหน้าล้อเลียนอยู่


"มองเหี้ยไรพวกมึง! หันไปเรียนดิ!" ผมด่าเพื่อนแก้เขิน


"ครับๆ คุณปืน... แหม หวงจังนะพ่อคู๊ณณณ" ไอ้ท็อปแซว "แตะนิดแตะหน่อยไม่ได้เลยนะ ของมันแรงจริงว่ะ!"


หลังจากจบดราม่าเรื่องหึงหวง บรรยากาศการเรียนก็กลับมาดำเนินต่อ อาจารย์หน้าห้องเริ่มร่ายยาวเรื่อง Thermodynamics และสมการการถ่ายเทความร้อนที่ชวนปวดหัว


สำหรับผมที่เป็นเด็กเครื่องกล มันคือเรื่องปกติ... แต่สำหรับ ไบซัน เด็กวิทย์กีฬาที่วันๆ อยู่แต่กับมัดกล้ามและเบาะยาง นี่คือนรกชัดๆ


ช่วงแรกมันก็พยายามฝืนถ่างตาทำหน้าตั้งใจฟัง (เพื่อเอาใจผม) แต่ผ่านไปไม่ถึงยี่สิบนาที ตาของมันก็เริ่มปรือ หัวทุยๆ เริ่มโงนเงนไปมาเหมือนตุ๊กตาล้มลุก


ตุบ...


ในที่สุด แรงโน้มถ่วงก็ชนะทุกสิ่ง หัวหนักๆ ของไบซันร่วงลงมาแปะลงบนไหล่ขวาของผมเต็มรัก


"หนักชิบหาย..."


ผมบ่นพึมพำ ไหล่แทบทรุดเพราะหัวมันไม่ใช่เล็กๆ แถมตัวก็หนาอย่างกับหมีควาย


ผมก้มลงมองหน้ามันที่หลับพริ้ม ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ... ดูท่าทางจะหลับลึกชนิดที่ว่าจุดประทัดข้างหูก็คงไม่ตื่น


แต่สิ่งที่ทำให้ผมต้องเบิกตาโพลงไม่ใช่ความหนัก... แต่เป็นความ "แฉะ"


ที่มุมปากของไบซัน มีน้ำใสๆ ไหลยืดออกมาเป็นทางหยดลงบนเสื้อช็อปสีเลือดหมูสุดรักสุดหวงของผมจนเป็นวงด่าง!


"เชี่ย... น้ำลายยืด!"


ผมทำหน้ายีกระแอมในคอด้วยความรังเกียจสุดขีด ขนลุกซู่ไปทั้งแขน อยากจะผลักหัวมันออกให้พ้นๆ แล้วเอาแอลกอฮอล์มาราดฆ่าเชื้อเดี๋ยวนี้


มือขวาผมยกขึ้นเตรียมจะดันหัวมันออก...


แต่พอเห็นใบหน้าตอนหลับที่ดูไร้พิษสง (ต่างจากตอนตื่นที่ดูนักเลง) แถมยังมีคราบแดงจางๆ ที่ตาจากการร้องไห้เมื่อกี้...


มือที่ยกขึ้นจะผลัก กลับเปลี่ยนเป็น "ประคอง" แทน


ผมเอื้อมมือไปจับแก้มสากๆ ของมันไว้ กันไม่ให้หัวมันไหลตกจากไหล่ผม แล้วขยับตัวนั่งตัวตรงขึ้นนิดหน่อยเพื่อให้มันซบได้ถนัดขึ้น


"สกปรกชิบหายเลยมึงเนี่ย..."


ปากผมบ่นพึมพำ ทำหน้าขยะแขยงมองคราบน้ำลายบนไหล่ตัวเอง แต่ก็ยอมนั่งนิ่งเป็นเสาหินให้มันพิงอยู่อย่างนั้น


ไอ้ท็อปที่นั่งอยู่ข้างๆ หันมาเห็นเข้าพอดี มันเลิกคิ้วมองผมสลับกับไบซัน แล้วทำปากขมุบขมิบล้อเลียน


'แหม... พ่อพระเอก'


ผมตวัดสายตาดุๆ ใส่เพื่อน ยกนิ้วชี้จรดปากทำท่า 'ชู่ววว!' บอกให้มันเงียบๆ เดี๋ยวไอ้ควายเผือกนี่ตื่น


ผมก้มลงมองไอ้ตัวภาระที่นอนหลับฝันดีบนไหล่ผมอีกครั้ง... เฮ้อ เสื้อช็อปตัวเก่งกู จบกันวันนี้


เสียงอาจารย์บอกเลิกคลาสเปรียบเสมือนเสียงระฆังช่วยชีวิตเหล่านักศึกษา เสียงจอแจของการเก็บของและเสียงลากเก้าอี้ดังเซ็งแซ่ไปทั่วห้อง


แต่ที่มุมหลังห้อง... โลกของผมกลับหมุนช้าลง


ไบซันยังคงหลับสนิท ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ ร่างกายหนาๆ ของมันทิ้งน้ำหนักลงมาที่ผมเต็มที่โดยไม่รู้ตัว


ผมมองนาฬิกาข้อมือ... แล้วตัดสินใจนั่งนิ่งๆ อยู่ที่เดิม ไม่คิดจะปลุกมัน


ก็แหงล่ะ... เมื่อคืนแทบไม่ได้นอนกันเลยทั้งคู่ เล่นบทผัวเมียกันยันเช้า แถมเมื่อกี้มันยังมาร้องไห้เสียพลังงานไปอีก คงจะเพลียสะสมน่าดู


ผมก้มลงมองใบหน้าคมเข้มที่ตอนนี้ดูไร้พิษสง... ขนตายาว แพขนตาหนา และริมฝีปากที่เผยอออกนิดๆ (พร้อมน้ำลายที่หยุดไหลแล้ว)


'ตอนหลับก็น่ารักดีนี่หว่า...'


ผมเผลอคิดในใจ มุมปากกระตุกยิ้มบางๆ อย่างห้ามไม่อยู่ พอมันหุบปาก ไม่ทำท่าทางกวนตีน ไม่ทำหน้านักเลง มันก็เหมือนเด็กโข่งตัวโตๆ ที่น่าเอ็นดูคนหนึ่ง


ผมค่อยๆ ขยับตัวช้าๆ เพื่อไม่ให้มันตื่น เอื้อมมือขวาไปโอบรอบไหล่หนาของมัน รั้งตัวมันให้เอนลงมาพิงอกผมได้ถนัดขึ้น


จัดท่าให้หัวทุยๆ ของมันซบลงบนแผงอกผมในตำแหน่งที่สบายที่สุด ยอมเป็นเบาะมนุษย์ให้มันนอนกอดก่ายท่ามกลางสายตาเพื่อนฝูงที่กำลังเก็บของเตรียมตัวกลับ


"เฮ้ยปืน... ไม่ไปกินข้าวเหรอวะ?"


ไอ้ท็อปที่สะพายกระเป๋าแล้วหันมาถาม พอเห็นภาพผมนั่งโอบไหล่กล่อมไบซันนอนอยู่ มันก็ชะงัก


เพื่อนในกลุ่มอีกสองสามคนหันมามองตาม แล้วก็พากันยิ้มกรุ้มกริ่ม สายตาล้อเลียนแพรวพราว


"อะไรของพวกมึงเนี่ย..." ไอ้เก่งแซวเสียงสูง "ดูแลดีประหนึ่งไข่ในหิน... นี่สรุปพวกมึงเป็นแฟนกันแล้วเหรอวะ?"


คำถามนั้นทำให้บรรยากาศรอบโต๊ะเงียบลงชั่วอึดใจ ทุกสายตาจ้องมาที่ผมเพื่อรอคำตอบ


ผมเงยหน้าขึ้นสบตาเพื่อน... ไม่มีความเขินอาย ไม่มีความลังเล แต่ก็ไม่ได้มีคำพูดใดหลุดออกจากปาก


ผมเพียงแค่ยักไหล่นิดๆ ทำหน้านิ่งๆ เหมือนจะบอกว่า 'แล้วมึงเห็นว่าเป็นไงล่ะ'


ผมไม่ได้ปฏิเสธ…


มือของผมยังคงวางแปะอยู่บนต้นแขนของไบซัน ตบเบาๆ เหมือนกล่อมเด็ก ส่วนมืออีกข้างก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาไถเล่นฆ่าเวลา ปล่อยให้ความเงียบและการกระทำของผมเป็นคำตอบ


"โฮ่... ชัดเจนว่ะเพื่อนกู" ไอ้ท็อปหัวเราะชอบใจ ตบไหล่ผมเบาๆ "เออๆ ไม่กวนละ เชิญสวีทกันตามสบาย เดี๋ยวกูไปจองโต๊ะรอข้างล่างนะ"


พวกมันพากันเดินหัวเราะร่าออกจากห้องไป ทิ้งให้ผมกับไบซันนั่งอยู่ท่ามกลางความสงบของห้องเรียนที่คนเริ่มทยอยออกไปจนเกือบหมด


ผมก้มลงมองคนในอ้อมแขนอีกครั้ง...


"ไอ้เด็กขี้แย"


แสงแดดสีส้มยามเย็นสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างห้องเรียนที่เงียบสงบ แอร์ในห้องถูกปิดไปแล้ว เหลือเพียงพัดลมเพดานที่หมุนเอื่อยๆ


ผมนั่งนิ่งเป็นรูปปั้นมาเกือบชั่วโมง แขนข้างขวาที่ถูกหัวทุยๆ ของไบซันกดทับเริ่มไร้ความรู้สึกจนชาหนึบไปถึงปลายนิ้ว แต่ผมก็ยังไม่ขยับ


จนกระทั่งเจ้าตัวภาระเริ่มขยับตัว...


"อืม..."


ไบซันส่งเสียงงัวเงียในลำคอ ค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างสะลึมสะลือ ภาพแรกที่มันเห็นคงจะเป็นกระดุมเสื้อช็อปสีเลือดหมูของผม และแผงอกที่มันใช้ต่างหมอนมาตลอดบ่าย


พอสติเริ่มกลับเข้าร่าง และรู้ตัวว่ากำลังนอนซุกอกผมอยู่ ไบซันก็สะดุ้งโหยง!


"เชี่ย!"


มันรีบดีดตัวผละออกจากอกผมทันที หน้าตาเลิ่กลั่กเหมือนเด็กที่ทำความผิดแล้วกลัวโดนแม่ตี


"ปืน... โทษที! กูเผลอหลับ..."


มันละล่ำละลัก เตรียมใจรอรับคำด่า หรือโดนบ่นชุดใหญ่ที่ทำตัวเกาะแกะน่ารำคาญ


แต่ผิดคาด... ผมแค่นั่งมองหน้ามันนิ่งๆ ขยับไหล่ข้างที่ชาเบาๆ เพื่อไล่ความเมื่อยขบ โดยไม่มีคำด่าหลุดออกมาสักคำ


ไบซันมองหน้าผมอย่างงงๆ ก่อนจะรีบล้วงโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูกดหน้าจอ


"เฮ้ย! ห้าโมงกว่าแล้ว!" มันร้องเสียงหลง "เย็นแล้วนี่นา..."


มันเงยหน้ามองผมสลับกับไหล่ที่ผมกำลังบีบนวดอยู่ แววตารู้สึกผิดฉายชัดเจน


"นี่มึงปล่อยให้กูนอนทับแบบนี้เลยเหรอ..." เสียงมันอ่อยลง "น่าจะปลุกกันนี่นา... เมื่อยหรือเปล่าวะ แขนชาหมดแล้วมั้งน่ะ"


มันทำท่าจะเอื้อมมือมาช่วยนวดให้


ผมปัดมือมันออกเบาๆ แล้วยืดแขนบิดขี้เกียจจนกระดูกลั่น กร๊อบ!


"ไม่เป็นไรหรอก..."


ผมตอบเสียงเรียบ หันไปสบตากับมันแล้วกระตุกยิ้มมุมปากนิดๆ


"อีกอย่าง... กูก็ต้องรับผิดชอบอยู่แล้วมั้ย"


ไบซันชะงักมือ คิ้วขมวดเข้าหากันด้วยความงุนงง


"รับผิดชอบ... รับผิดชอบอะไรวะ?"


"ก็รับผิดชอบที่ทำให้มึงไม่ได้นอนเมื่อคืนไง" ผมพูดหน้าตาย สายตาแพรวพราว "เล่นกวนมึงยันเช้า... มึงจะง่วงก็ไม่แปลกหรอก ถือว่ากูไถ่โทษให้แล้วกัน"


คำพูดสองแง่สองง่ามของผม (ที่จงใจให้ตีความไปในทางนั้น) ทำเอาหน้าของไบซันแดงเถือกขึ้นมาทันที มันอ้าปากพะงาบๆ พูดไม่ออก ได้แต่ก้มหน้างุดหลบสายตาผม มือไม้พันกันยุ่งเหยิง


"พ... พูดบ้าอะไรของมึง... คนยิ่งเพิ่งตื่นอยู่..." มันบ่นอุบอิบ หูแดงก่ำลามไปถึงคอ


ผมมองนาฬิกาอีกครั้ง ก่อนจะหันมาถามไอ้เด็กยักษ์ที่เพิ่งตื่นเต็มตา


"แล้วนี่มึงมีซ้อมตอนเย็นไม่ใช่หรอ"


"อืม..." ไบซันพยักหน้า บิดขี้เกียจอีกรอบ


"ไหวมั้ย..." ผมถามด้วยความเป็นห่วง (นิดหน่อย) เพราะเห็นสภาพมันเมื่อกี้ยังเป็นศพอยู่เลย


"ไหวสิ"


ไบซันตอบเสียงใส แววตาที่เป็นประกายวิบวับกลับมาแล้ว มันเบ่งกล้ามโชว์ผมทีหนึ่ง


"กูชาร์จพลังเต็มที่แล้ว... ได้นอนหนุนไหล่มึงตั้งชั่วโมง สบายมาก วิ่งรอบสนามสิบรอบยังไหว"


ผมส่ายหน้าขำๆ ให้กับความขี้โม้ของมัน


"งั้นเดี๋ยวกูกลับบ้านก่อนนะ" ผมบอกพลางหยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพาย "มึงจะแวะไปหากูมั้ย... หลังจากซ้อมเสร็จ"


ไบซันชะงัก หันขวับมามองผมตาโต


"ได้หรอ"


"ก็ถ้ามึงอยากมานอนค้างที่บ้านกู ก็มาได้..." ผมพูดด้วยน้ำเสียงปกติ พยายามทำเหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่ "เดี๋ยวกูให้แม่ทำข้าวเผื่อ... จะได้กินข้าวเย็นด้วยกัน"


พอได้ยินคำชวนเข้าบ้าน แถมยังมีแม่ผมเข้ามาเกี่ยว ไบซันก็นิ่งไปครู่หนึ่ง แววตาของมันเปลี่ยนจากความดีใจแบบเด็กๆ กลายเป็นความลึกซึ้งที่อ่านยาก


มันขยับตัวเข้ามาประชิดผม จนผมต้องเผลอถอยหลังไปชนขอบโต๊ะ


มือหนาของมันเอื้อมมาจับมือผมไว้ บีบเบาๆ แล้วดึงให้ผมเข้าไปใกล้มันอีกนิด


"ปืน..."


เสียงทุ้มต่ำของมันกระซิบแผ่วเบา แต่ดังก้องในห้องเรียนที่เงียบสงัด


"คืนนี้... เอากูได้มั้ย"


-------------------------------------------
ตัดจบแต่เพียงเท่านี้ 5555
ตอนต่อไปฉ่ำมากบอกเลออ
ขอกำลังใจในการอัพต่อด้วยนะครับ


Eakkadoor โพสต์ 2026-1-7 11:33:55

55555555 มันกลายเป็นน่ารัก โรแมนติกแล้วอ่า
งอนกันไป งอนกันมา ชอบบบบบบบบบบบบบบบ
บทบนเตียงที่ผ่านมา คือ จืดไปเลย เขาหวานกันมากกกกกกกกกกกกกกกก

NOOFONG โพสต์ 2026-1-7 11:46:09

Eakkadoor ตอบกลับเมื่อ 2026-1-7 11:33
55555555 มันกลายเป็นน่ารัก โรแมนติกแล้วอ่า
งอนกันไป งอนก ...

คนกำลังมีฟามรักค้าบบ :lol

nuangnut1996 โพสต์ 2026-1-7 11:52:32

สนุกมากครับ

nuangnut1996 โพสต์ 2026-1-7 11:53:14

สนุกมากครับ

Eakkadoor โพสต์ 2026-1-7 12:42:59

NOOFONG ตอบกลับเมื่อ 2026-1-7 11:46
คนกำลังมีฟามรักค้าบบ

เนอะๆ คนมีฟามรักก็แบบนี้แหละ อิอิ มาต่ออีกน้าาา รออ่านค่าบบบบบบบบบบบ

sunsetblvd โพสต์ 2026-1-7 13:17:15

สนุกมาก ขอบคุณมากครับ

a_b_c โพสต์ 2026-1-20 12:58:43

จบด้วยการนัดเย

ttdddt โพสต์ 2026-1-23 18:51:17

สนุกมากครับ

ggg21 โพสต์ 2026-2-10 13:26:17

สนุกดีครับ

Ton8Ton โพสต์ 2026-3-18 22:30:18

😁😉😏🐵😁😉😏🐵

K_P โพสต์ 2026-4-29 12:26:05

ขอบคุณครับ

Boyz2515 โพสต์ 2026-7-26 15:24:03

ขอบคุณครับ
หน้า: [1]
ดูในรูปแบบกติ: เพื่อนกันมันส์เสียว 8