Alaskan โพสต์ 2026-1-16 13:17:28

ผมกับเพื่อนไปเที่ยวกาญจนบุรี - (ตอนที่1)

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Alaskan เมื่อ 2026-1-16 13:17

เรื่องนี้ผมอยากจะเล่าให้ฟังมานานแล้วครับ
แต่ยังหาจังหวะเขียนไม่ได้สักที ทั้งเรื่องเวลา ทั้งเรื่องอารมณ์ในการเขียน บางทีก็นั่งเปิดรูปขึ้นมาดู แล้วก็คิดว่า “เอ้า วันนี้เขียนดีกว่า” แต่พอจะเริ่มเขียน ก็ไม่รู้จะเริ่มยังไง จะเรียบเรียงรายละเอียดยังไงให้ครบ ให้เห็นภาพ ก็ผ่านมาหลายปีแล้วกับทริปนี้ แต่ความทรงจำยังชัดเจนดี เป็นเรื่องที่เราสามคนมีผม ไอ้อ้น และไอ้ตี๋ไปเที่ยวเขื่อนที่กาญจนบุรีครับ

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
.
เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นตอนตี 6 โมงครึ่ง ผมลืมตาขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้ม วันนี้คือวันที่รอคอยมานาน ทริปกาญจนบุรีสามวันสองคืนกับสองเพื่อนรัก ไอ้อ้นกับไอ้ตี๋ เราตั้งตารอวันนี้มาตั้งแต่เดือนที่แล้ว วางแผนกันทุกอย่าง ตั้งแต่เส้นทาง ที่พัก ไปจนถึง…กิจกรรมพิเศษที่เราสามคนชอบ
ผมอาบน้ำเสร็จแล้วก็รีบแต่งตัว เก็บกระเป๋าที่เตรียมไว้ตั้งแต่เมื่อคืน กางเกงขาสั้นสองตัว เสื้อยืดสามตัว กางเกงว่ายน้ำ ของใช้ส่วนตัว แล้วก็…ความตื่นเต้นที่ล้นออกมาจนแทบกั้นไม่อยู่
เจ็ดโมงครึ่ง ผมถึงหน้าคอนโดของไอ้อ้น รถกระบะสีเทาคันโปรดของมันจอดรออยู่แล้ว ไอ้อ้นโบกมือให้ผ่านกระจกหน้ารถ ใบหน้าแทนๆ ของมันยิ้มกว้าง แสงแดดยามเช้าทำให้ผิวสีแทนของมันดูสุขภาพดี กล้ามธรรมชาติที่เป็นลอนๆ จากการทำงานหนักในหน้างานโผล่เห็นจากใต้เสื้อยืดแขนสั้น
“ว่าไงวะ พร้อมยัง?” ไอ้อ้นถาม
“พร้อมสุดแล้ว ไอ้ตี๋ละ?” ผมตอบพลางเปิดประตูหลังยัดกระเป๋าเข้าไป
“โทรมาแล้ว อีกสิบนาทีถึง ว่าแต่ว่า กูซื้อเบียร์มาแล้วนะ สองลัง ไม่พอค่อยซื้อเพิ่ม” ไอ้อ้นหัวเราะ
“มึงจะดื่มให้หมดเลยหรอ สามวันเองนะ” ผมล้อ
“หมดแน่ อย่างน้อยวันละครึ่งลังแน่นอน” มันตอบอย่างมั่นใจ
สิบห้านาทีผ่านไป ไอ้ตี๋มาถึง ร่างกายที่เทรนจากฟิตเนสของมันห่อหุ้มด้วยเสื้อกล้ามสีดำ กล้ามหน้าอกและแขนที่พองงามเห็นชัดเจน ใบหน้าจีนๆ ของมันดูสดใสในยามเช้า
“เฮ้ย ขอโทษ ติดหาของอยู่” ไอ้ตี๋พูดแล้วขึ้นมานั่งเบาะหลังข้างๆ ผม
“ของอะไรเนี่ย?” ผมถาม
“ของกินระหว่างทาง อีกห้าถุงเต็ม ไอ้อ้นมึงไม่ซื้อเลยหรอ?”
“กูซื้อแต่เบียร์” ไอ้อ้นหัวเราะดัง “โอเค ไปกันเถอะ”
รถออกตัวจากคอนโด มุ่งหน้าสู่ทางพิเศษสายใหม่ M81 ที่เพิ่งสร้างเสร็จให้ทดลองวิ่ง เส้นทางสายนี้ตัดตรงจากกรุงเทพฯ ไปกาญจนบุรี ทำให้ระยะทางสั้นลงและประหยัดเวลาได้มาก
“เส้นนี้มันเนียนจริงๆ นะ” ไอ้อ้นพูดขณะขับรถเข้าสู่ทางพิเศษ ถนนราบเรียบทอดยาวไปข้างหน้า ทิวทัศน์สองข้างทางเริ่มเปลี่ยนไป จากอาคารสูงในกรุงเทพฯ กลายเป็นทุ่งนาสีเขียวกว้างใหญ่ ต้นไม้เรียงรายไปตามขอบฟ้า
เราสามคนพูดคุยกันไปตลอดทาง เรื่องงาน เรื่องชีวิต ไอ้อ้นเล่าเรื่องงานที่เพิ่งทำเสร็จ โปรเจคขนาดใหญ่ที่ต้องออกหน้างานทุกวัน
“กูเหนื่อยสุดๆ เลย สัปดาห์นี้ออกหน้างานทุกวัน กลางแดดร้อนๆ แบบนั้น แต่ก็คุ้มนะ ได้กล้ามฟรีๆ ไม่ต้องไปฟิตอย่างไอ้ตี๋” ไอ้อ้นหัวเราะ
“กล้ามกูกับมึงไม่เหมือนกันหรอก กูต้องแบบมีรูป มีสัดส่วน มึงก็แค่แข็งๆทื่อๆ ” ไอ้ตี๋โต้กลับอย่างเล่นๆ
“กูว่าได้ทั้งคู่ดีกว่า” ผมแทรกเข้ามา “กล้ามกูน้อยกว่าพวกมึง แต่กูก็ได้ออกกำลังกายบ้างนะ สมส่วนดี”
เราหัวเราะกันครื้นเครง หลังจากขับไปได้ประมาณชั่วโมง ภูเขาเริ่มสูงขึ้น ป่าไม้หนาแน่นขึ้น เราเห็นภูเขาหินปูนสีเทาตั้งตระหง่านอยู่ทางซ้ายมือ
“เฮ้ย ทริปนี้กูรอมานานมาก” ไอ้ตี๋พูดขึ้น “ที่ทำงานมันเครียดสุดๆ ได้มาเที่ยวกับพวกมึงทีเป็นอิสระจริงๆ”
“กูก็เหมือนกัน” ผมพูดเสริม “ได้ปล่อยของไปตามสบาย ไม่ต้องกังวลอะไร”
“ใช่ ถ้าอยู่กับคนอื่น กูคงทำแบบนี้ไม่ได้” ไอ้อ้นพูด “โชคดีที่เจอกันมาตั้งแต่มหาลัย”
เวลาผ่านไปประมาณสองชั่วโมงครึ่ง เราก็เข้าสู่เขตจังหวัดกาญจนบุรี ป้ายต้อนรับสีขาวตัวใหญ่ตั้งอยู่ริมทาง เราสามคนโห่ร้องพร้อมกัน
“มาถึงแล้ว!” ไอ้อ้นตะโกน
เวลาเก้าโมงครึ่ง เราเข้าสู่ตัวเมืองกาญจนบุรี ถนนสายหลักค่อนข้างสงบ บรรยากาศเงียบสงบ
“ไปไหว้พระก่อนมั้ย?” ไอ้อ้นถาม
“ไปวัดถ้ำเสือเลยมั้ย?” ผมแนะนำ
“โอเค ไปเลย”
เราขับรถไปวัดถ้ำเสือ ระยะทางประมาณสิบห้ากิโลเมตร ผ่านทุ่งนาและหมู่บ้านเล็กๆ บรรยากาศชนบทเรียบง่าย
ไม่นานก็ถึงวัด เจดีย์สูงตระหง่านตั้งอยู่บนเนินเขา เราจอดรถที่ลานจอด บรรยากาศสงบเงียบ แสงแดดแรงพอประมาณ
เราเดินเข้าไปในวัด ซื้อดอกไม้ธูปเทียน ไหว้พระอย่างสำรวม ผมปิดตา ภาวนาในใจขอให้ทริปนี้ปลอดภัย ให้เราสามคนมีความสุขเต็มที่
หลังจากไหว้พระเสร็จ เราเดินขึ้นไปที่เจดีย์บนเนินเขา บันไดค่อนข้างชัน พอถึงยอดได้เห็นวิวทิวทัศน์สวยงาม ไอ้ตี๋ถ่ายรูปไม่หยุด เราสามคนยืนเรียงกันถ่ายรูป
หลังจากชมวัดจนเต็มอิ่มแล้ว เราเดินลงมา กลับมาที่รถ เวลาประมาณสิบเอ็ดโมงครึ่ง
“ไปกินข้าวกันมั้ย หิวแล้ว” ไอ้อ้นบอก
เราขับรถเข้าไปในตัวเมือง มุ่งหน้าไปทางแม่น้ำแคว เจอร้านอาหารเล็กๆ มีโต๊ะไม้ตั้งอยู่บนระเบียงริมน้ำ เราเข้าไปนั่ง ลมเย็นสบายพัดมาจากแม่น้ำ
เราสั่งอาหารท้องถิ่น แกงป่า ผัดผักบุ้ง ปลาทอด อาหารมาถึงไม่นาน กลิ่นหอมฟุ้ง เรากินกันอย่างเอร็ดอร่อย
“อร่อยจัง” ไอ้อ้นพูดปากเต็ม
หลังจากกินข้าวเสร็จ เรานั่งพักผ่อนต่อ
“บ่ายนี้เราไปเล่นน้ำตามที่หาไว้มั้ย?” ไอ้ตี๋ถาม
“ไปสิ กูจำได้ว่า เราหาร้านเอกชนเล็กๆ ให้เช่าซับบอร์ดกับคายัค ใกล้ๆ กับสะพานข้ามแม่น้ำแคว” ผมตอบ
เราจ่ายเงินแล้วออกจากร้าน ขึ้นรถมุ่งหน้าไปยังสะพานข้ามแม่น้ำแคว เราแวะถ่ายรูปที่สะพานก่อน สะพานเหล็กสีน้ำตาลเก่าๆ ทอดยาวข้ามแม่น้ำ นักท่องเที่ยวมีอยู่บ้างแต่ไม่มาก
หลังจากถ่ายรูปกันเสร็จแล้วขับต่อ ตามพิกัดที่หาไว้ที่เราแพลนกันว่าจะไปพายซับบอร์ด กับคายัค
ไอ้อ้นขับรถเข้าไปตาม googlem mapสองสามร้อยเมตร ก็เจอบ้านไม้หลังเล็กๆ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำแคว บริเวณนี้สงบมาก มีซับบอร์ดและคายัคเรียงวางอยู่ใต้ร่มไม้
เราตกลงราคากับพนักงาน ไม่แพงมาก มีคนชูชีพมาให้ แล้วอธิบายวิธีเล่นซับบอร์ดและคายัคจากนั้นน้องพนักงานที่เริ่มสอนพวกเราเล่นที่ริมน้ำก่อนนะ แถวนี้น้ำไหลช้า ไม่มีกระแส เหมาะกับมือใหม่
เราสามคนตื่นเต้น แบกซับบอร์ดและไม้พายตามไปที่ขอบน้ำ พื้นเป็นทรายและก้อนกรวดเล็กๆ น้ำใสจนเห็นก้น
“ร้อนจัง” ไอ้อ้นพูดพลางถอดเสื้อยืดออกทิ้งบนหิน กล้ามธรรมชาติที่เป็นลอนๆ ของมันโผล่ออกมา ผิวสีแทนแลดูแข็งแรงภายใต้แสงแดดช่วงบ่าย หน้าท้องแน่นๆ เหงื่อแต่งอยู่เล็กน้อยจากความร้อน
“ใช่ ร้อนมาก” ไอ้ตี๋เห็นด้วยแล้วถอดเสื้อกล้ามออกเช่นกัน กล้ามที่เทรนมาอย่างดีโชว์รูปร่างทีสวยงาม หน้าอกกล้ามชัด แขนพองงาม ผอมกระชับ หน้าจีนๆ ของมันยิ้มกว้าง
ผมถอดเสื้อตาม รูปร่างสมส่วนของผมมีกล้ามน้อยๆ จางๆ พอประมาณ เราสามคนเหลือแต่กางเกงขาสั้น เปลือยท่อนบนโล่งสบาย
“โอ๊ย สบายขึ้นเยอะ” ไอ้อ้นพูด
น้องพนักงานหัวเราะ “ พวกพี่ไม่จำเป็นต้องใส่เสื้อเล่นน้ำก็ได้ครับ ขอเพียงแต่ใส่ชูชีพก็พอ ตอนนี้แดดร้อนแต่น้ำเย็นครับ”
“แล้วปกติคนที่มาเล่นกันแต่งตัวกันยังไง?” ผมถาม
“ปกติ ถ้าเป็นฝรั่งก็จะแก้ถอดเสื้อเล่นเลย ผู้หญิงอาจจะใส่แค่บิกินี่” น้องพนักงานพูดเฉยๆ “แต่ระวังแดดเผานะพี่ ทาครีมกันแดดไว้บ้าง”
เราสามคนมองหน้ากันแล้วยิ้ม นี่มันสวรรค์ชัดๆ
“เอาล่ะครับ ผมจะสอนวิธีเล่นซับบอร์ดก่อนนะ” น้องพนักงานกล่าว
น้องสาธิตวิธีใช้ซับบอร์ด วางลงน้ำ ปีนขึ้นไปคุกเข่า แล้วค่อยๆ ลุกขึ้นยืน เอามือกางออกรักษาสมดุล
เราสามคนใส่ชูชีพ ผิวเปลือยของเราสามคนโดนสายรัดชูชีพกระชับอยู่ รู้สึกแปลกๆ แต่ก็สบาย
“น้ำเย็นสบายเลย” ไอ้อ้นพูดขณะเดินลงน้ำ น้ำเย็นฉ่ำสัมผัสผิวเปลือย สดชื่นมาก
เราลากซับบอร์ดลงน้ำ น้ำเย็นชุ่มฉ่ำท่วมขาจนถึงเข่า
“ใครจะลองก่อน?” ผมถาม
“กูลองก่อน” ไอ้ตี๋กล้าหาญ
ไอ้ตี๋วางซับบอร์ดลงน้ำ จับขอบด้วยมือทั้งสอง ปีนขึ้นไปคุกเข่า ซับบอร์ดโคลงเคลงเล็กน้อย น้ำกระเซ็นขึ้นโดนหน้าท้องและหน้าอกของมัน มันค่อยๆ ลุกขึ้นยืน กล้ามแขนและขาตึงขึ้นพยายามทรงตัว ใช้เวลาสักสิบวินาที ก็ยืนได้
“เย้! ได้แล้ว!” ไอ้ตี๋โห่ร้อง ร่างผอมกระชับของมันดูสมดุลบนซับบอร์ด
“เก่งมาก” น้องพนักงานชม “ทรงตัวดีเลย”
ไอ้ตี๋หยิบไม้พายขึ้นมา เริ่มพายช้าๆ ซับบอร์ดเคลื่อนที่ไปข้างหน้า มันทรงตัวได้ดีมาก
“ตากูบ้าง” ผมบอก
ผมทำตามไอ้ตี๋ ปีนขึ้นไปคุกเข่า น้ำเย็นๆ สาดขึ้นมาโดนหน้าท้องและหน้าอก รู้สึกสดชื่นมาก ซับบอร์ดเคลื่อนที่ไปมาเล็กน้อย ผมรอให้มันสงบก่อน แล้วค่อยๆ ลุกขึ้น กล้ามแขนและขาของผมตึงขึ้น ลำตัวโคลงเคลงนิดหน่อย แต่ก็ทรงตัวได้
“ได้แล้ว!” ผมตะโกน
“เก่ง!” ไอ้ตี๋ตะโกนกลับมา
“ไอ้อ้นตามึงบ้าง” ผมตะโกนไปหา
ไอ้อ้นปีนขึ้นซับบอร์ด ลุกขึ้นยืน แต่ทันทีที่ลุกขึ้นได้ ซับบอร์ดก็เอียงไป
“เฮ้ย!” ไอ้อ้นตะโกนก่อนจะตกน้ำ
เสียงน้ำกระเซ็นดังขึ้น ผมกับไอ้ตี๋หัวเราะเสียงดัง ไอ้อ้นโผล่ขึ้นมาจากน้ำ เช็ดหน้าเช็ดตา น้ำไหลจากผมและไหลไปตามกล้ามหน้าอกและหน้าท้องของมัน ผิวสีแทนเปียกโชกแวววาวภายใต้แสงแดด
“กูไม่ชินเลย” มันบ่น
“ลองใหม่สิ ค่อยๆ ลุก อย่าเพิ่งรีบ” น้องพนักงานคนที่สาธิตบอกต่อ
ไอ้อ้นปีนขึ้นซับบอร์ดอีกครั้ง ครั้งนี้มันระวังมากขึ้น ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนช้าๆ กล้ามลอนๆ ของมันตึงขึ้น น้ำไหลจากตัวลงซับบอร์ด ในที่สุดก็ยืนได้
“เย้! ได้แล้ว!” มันโห่ร้อง
“โอเค พวกพี่ลองพายเล่นดูก่อนไปได้เลย ให้คุ้นเคย ผมจะอยู่ดูแถวนี้ ถ้ามีอะไรก็ตะโกนเรียก อีกสัก 10 นาที ผมจะพาล่องตามแม่น้ำ“น้องพนักงานบอก
จากนั้นเมื่อเราทำความคุ้นชินแล้ว ทั้งเราสามคนพายซับบอร์ดออกไปในแม่น้ำแคว พร้อมกับน้องพนักงานที่คอยอำนวยความสะดวกตลอดทางเคลื่อนที่ช้าๆ บรรยากาศรอบๆ สงบมาก แสงแดดช่วงบ่ายส่องลงมาอบอุ่น โดนผิวเปลือยท่อนบนของเราสามคน ร้อนแต่ก็สบาย ต้นไม้สองฝั่งโน้มตัวทำเงา เป็นจุดพักแดดเป็นช่วงๆ
“สนุกมากเลย” ไอ้ตี๋พูด “แล้วก็เปลือยแบบนี้สบายจริงๆ”
“ใช่ ไม่ต้องกังวลอะไร” ผมตอบ
“โชคดีที่ที่นี่ไม่มีใคร” ไอ้อ้นเสริม
เราพายไปตามแม่น้ำ ผ่านต้นไม้ใหญ่ ผ่านหินก้อนใหญ่ เราหัวเราะพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ไอ้อ้นตกน้ำอีกสองสามครั้ง แต่ก็ขำกันเฉยๆ ทุกครั้งที่มันขึ้นมาจากน้ำ ผิวสีแทนของมันก็แวววาวเปียกโชก กล้ามลอนๆ ชัดเจนขึ้นเมื่อเปียก น้ำไหลลงมาตามหน้าอกและหน้าท้อง
“มึงหล่อขึ้นเลยนะเมื่อเปียก” ไอ้ตี๋ล้อ
“แน่นอนวะ ใครๆก็บอกแบบนี้” ไอ้อ้นตอบแล้วหัวเราะ
เราพายไปได้ 2 ชั่วโมง แล้วก็ถึงจุดหมาย
“เชี่ย สนุกวะ ไอ้ตี๋พูดขึ้นมา“ผมกับไอ้อ้นก็พยังหน้าเห็นด้วย
ผมจึงบอกพนักงานคนเดิมต่อว่า ”ตอนนี้เราอยากลองคายัคบ้างครับ”
“ได้เลย คายัคง่ายกว่านะ”
เราเก็บซับบอร์ดขึ้นมา แล้วก็นั่งรถกันกลับที่เดิมพอถึงจุดแรกที่เราฝึกเล่นซับบอร์ด พนักงานก็เอาคายัคแบบที่นั่งเดียวมาให้สามลำ พอเราจะลากลงน้ำ ไอ้อ้นก็หยุด
“เฮ้ย ร้อนมาก กางเกงเปียกแล้วด้วย อึดอัดชิบหาย” มันบ่น
“ก็จริง” ไอ้ตี๋เห็นด้วย “กางเกงเปียกมันเหนียวๆ”
เราสามคนมองหน้ากัน ผมหัวเราะเบาๆ “มึงคิดจะ…?”
“เมื้อกี้ ตอนพายซับ น้องเค้าช่วงนี้คนน้อย ไม่ค่อยมีใคร” ไอ้อ้นพูด “แล้วเราก็เคยทำแบบนี้มาแล้วในทริปก่อนๆ”
“ใช่สิ” ไอ้ตี๋เห็นด้วย “กางเกงเปียกมันรำคาญจริงๆ”
ผมมองไปรอบๆ บริเวณนี้สงบมาก ไม่มีใครเลย มีน้องพนักงานที่กำลังเดินจะเดินเข้าเรือของเขา ห่างจากเราพอสมควร ต้นไม้ใหญ่บังทิวทัศน์จากภายนอก
“เอาสิ” ผมตอบ “อยู่กันแค่นี้แหละ”
จากนั้นไอ้อ้นห็หันหน้าไปถามกับน้องพนักงาน ทำทองว่าปกติพวกเราก็แก้ผ้าเล่นน้ำตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ขออนุญาตใส่แต่กางเกงในตัวเดียวได้ไหม      
“ตอนนี้ไม่มีใคร ตามสบายเลยพี่”น้องพนักงาน
ไอ้อ้นยิ้มกว้าง “โอเค งั้นเรามาคายัคแบบสบายๆ กันเลย”
มันถอดกางเกงขาสั้นออก เหลือแค่กางเกงในสีดำ ผิวสีแทนของมันตัดกับสีดำชัดเจน กล้ามขาแข็งแรงจากการทำงานหนัก ไอ้ตี๋ก็ทำตาม ถอดกางเกงออกเหลือกางเกงในเช่นเดียวกัน ร่างผอมกระชับของมันดูสมส่วนมาก กล้ามขาที่เทรนมาชัดเจน
ผมถอดกางเกงตาม เหลือกางเกงใน รูปร่างสมส่วนของผมโล่งสบายขึ้นทันที ลมเย็นๆ พัดมาโดนผิวเปลือยทั้งตัว สดชื่นมาก
“อ๊า สบายขึ้นเยอะเลย” ไอ้อ้นพูด “แบบนี้ดีกว่า”
“ใช่ เบาตัวขึ้นเยอะ” ไอ้ตี๋เห็นด้วย
เราสามคนยืนอยู่ริมน้ำ เปลือยเกือบหมดเหลือแค่กางเกงใน แสงแดดช่วงบ่ายส่องมาทำให้ผิวทุกคนอบอุ่น ไม่มีใครรู้สึกอึดอัดหรือแปลกใจ เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรก เราเคยทำแบบนี้มาแล้วในทริปก่อนๆ มันเป็นความรู้สึกอิสระที่เราสามคนชอบ
“เอาละ ลากคายัคกันเถอะ” ผมบอก
เราช่วยกันลากคายัคสามลำลงน้ำ น้ำเย็นสัมผัสขาและตัวของเรา สดชื่นมาก เรานั่งลงคายัค ชูชีพรัดกับผิวเปลือย รู้สึกแปลกๆ แต่ก็สบาย
“ง่ายกว่าซับบอร์ดเยอะเลย” ไอ้อ้นพูดขณะนั่งลงคายัคของมัน
“ใช่ ไม่ต้องทรงตัว” ไอ้ตี๋ตอบ
เราหยิบไม้พาย เริ่มพายออกไปในแม่น้ำ คราวนี้เร็วกว่าซับบอร์ดมาก น้ำกระเซ็นขึ้นมาโดนตัวเราบ้างเป็นระยะๆ เย็นชื่นใจ
“เฮ้ย มันส์จริงๆ เลย” ไอ้อ้นตะโกน “แบบนี้สนุกกว่า ไม่ต้องกังวลเรื่องเสื้อผ้า”
“ใช่ เป็นอิสระจริงๆ” ผมตอบ
เราพายไปตามแม่น้ำ ลึกเข้าไปในป่ามากขึ้น ผ่านโค้งแม่น้ำหลายโค้ง ต้นไม้ใหญ่สองฝั่ง เงามืดทำให้เย็นสบาย แสงแดดส่องผ่านช่องใบไม้เป็นจุดๆรอบนี้พวกเราตั้งใจสังเกตธรรมชาติมากขึ้น
เราเห็นว่าบางจุดน้ำตื้น เห็นหินก้อนใหญ่โผล่ขึ้นมา เราพายหลบไปมา บางจุดน้ำลึกเป็นสีเขียวเข้ม ปลาตัวใหญ่ว่ายผ่านไปข้างใต้คายัค
“ที่นี่สวยมาก” ผมพูด
“ใช่ เหมือนได้หนีจากโลกภายนอก” ไอ้ตี๋ตอบ
เราพายไปได้สักครึ่งชั่วโมง ถึงจุดที่มีหาดทรายเล็กๆ ริมฝั่ง มีต้นไม้ใหญ่ทำเงา บริเวณนี้สงบมากกว่าที่อื่น
“หยุดพักหน่อยมั้ย?” ไอ้อ้นถามมันหันหน้าไปถามน้องพนักงาน น้องเขาก็บอกว่าพักได้แต่ขอไม่นานมาก
“โอเค ได้สิ” ผมตอบ
เราพายคายัคเข้าหาฝั่ง จอดที่หาดทราย ลงจากคายัค เดินขึ้นมาบนหาด ทรายนุ่มสัมผัสเท้า อากาศเย็นสบาย
เราสามคนนั่งลงบนทราย เอาชูชีพออกวาง โล่งสบายมาก ลมเย็นๆ พัดผ่าน เสียงน้ำไหลเบาๆ เสียงนกร้องจากป่าไม้
“สบายจริงๆ เลยนะ” ไอ้ตี๋พูด “ได้เป็นตัวของตัวเองแบบนี้”
“ใช่” ผมเห็นด้วย “ถ้าอยู่กับคนอื่น คงทำแบบนี้ไม่ได้”
“โชคดีที่เจอกัน” ไอ้อ้นพูด “เป็นเพื่อนกันมานาน รู้จักกันดี”
เราเงียบไปสักครู่ นอนลงบนทราย มองขึ้นไปบนท้องฟ้า แสงแดดส่องผ่านช่องใบไม้ อบอุ่นพอดี ไม่ร้อนเกินไป
“เฮ้ย กูคิดว่า” ไอ้อ้นพูดขึ้น “ตอนค่ำที่ที่พัก เราควรทำแบบนี้ต่อมั้ย?”
“ทำไง?” ไอ้ตี๋ถาม
“ก็… เราจองบ้านพักหลังริมสุด ห่างจากคนอื่นไกล” ไอ้อ้นอธิบาย “น่าจะทำได้เหมือนทริปก่อนๆ”
ผมหัวเราะ “มึงหมายความว่า เล่นน้ำแบบ…?”
“ใช่สิ” ไอ้อ้นยิ้มกว้าง “ที่พักเราอยู่ริมเขื่อน ค่ำคืนไม่มีใครมา เราไปเล่นน้ำกันได้”
“เอาสิ” ไอ้ตี๋เห็นด้วย “ทำแบบทริปที่แล้ว สนุกดี”
“โอเค” ผมตอบ “งั้นตอนค่ำเราไปเล่นน้ำเขื่อนกัน แบบที่เราชอบ”
เราสามคนยิ้มกัน ความตื่นเต้นเพิ่มขึ้น นี่คือทริปที่เรารอคอย ได้เป็นตัวของตัวเอง ได้ทำในสิ่งที่ชอบโดยไม่ต้องกังวล
หลังจากพักสักสิบนาที เรากลับขึ้นคายัค พายกลับมาทางเดิม เพลิดเพลินกับบรรยากาศรอบๆ เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
เราพายกลับมาถึงปลายทาง
“สนุกมั้ยครับ “น้องพนักงานคนเดิมที่อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่แรกถาม
“สนุกมากครับ” ผมตอบ
เราขึ้นจากคายัค ลุงช่วยเราเก็บอุปกรณ์ เราสวมกางเกงขาสั้นกลับ แต่ไม่ใส่เสื้อ เพราะร้อนมาก
“ขอบคุณมากนะน้อง” ไอ้อ้นพูด   พร้อมกับให้ทิปน้องพนักงานไปเล็กน้อย
“ถ้าพวกพี่สนใจ สามารถจองเข้ามาได้เลยนะครับ”   
จากนั้นเราเดินกลับมาที่รถ ร่างกายยังเปียกอยู่บ้าง แต่สดชื่น มีความสุข
“ตอนนี้สี่โมงครึ่งแล้ว” ผมมองนาฬิกา “เราไปเช็คอินที่พักเลยมั้ย?”
“ไปสิ กูเริ่มเหนื่อยแล้ว” ไอ้อ้นตอบ
เราขึ้นรถ ไอ้อ้นเปิดแอร์แรงๆ ขับออกจากร้านเช่าอุปกรณ์ มุ่งหน้าไปทางเขื่อนศรีนครินทร์ เส้นทางเป็นถนนลาดยางคดเคี้ยวไปตามภูเขา
ทิวทัศน์สองข้างทางสวยงาม ภูเขาสูงชัน แสงแดดช่วงเย็นส่องมาเฉียง ทำให้ทุกอย่างดูอบอุ่น
เราพูดคุยกันระหว่างทาง หัวเราะกันครื้นเครง บรรยากาศในรถอบอุ่น ผิวเปลือยท่อนบนของเราสามคนยังไม่ใส่เสื้อ ทำให้รู้สึกผ่อนคลายและสบายตัว
หลังจากขับไปได้ประมาณชั่วโมงครึ่ง เราเริ่มเห็นเขื่อนศรีนครินทร์ เขื่อนขนาดใหญ่ทอดยาวข้ามหุบเขา น้ำในอ่างเก็บน้ำเป็นสีฟ้าเข้ม กว้างใหญ่ไพศาล
“เฮ้ย สวยจัง” ไอ้ตี๋พูด
เราขับต่อไปตามถนนริมเขื่อน ไม่นานก็เห็นป้ายรีสอร์ทริมน้ำที่เราจองไว้ไอ้อ้นเลี้ยวรถเข้าไป
ทางเข้ารีสอร์ทเป็นถนนคอนกรีตแคบๆ คดเคี้ยวขึ้นเนินเขา ขับไปได้สักสามร้อยเมตร ก็ถึงจุดเช็คอิน
เราจอดรถ ก่อนลงไปเช็คอินเราสวมเสื้อกลับ เดินเข้าไปในสำนักงาน พนักงานต้อนรับด้วยรอยยิ้ม
“สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับครับ”
“ครับ จองไว้แล้ว” ผมบอกชื่อ
พนักงานเช็คข้อมูล “ครับ บ้านพักหมายเลข 12 หลังริมสุด 2 คืนใช่มั้ยครับ?”
“ใช่ครับ”
เรากรอกข้อมูล พนักงานอธิบายคร่าวๆ แล้วมอบกุญแจให้
“บ้านพักหมายเลข 12 อยู่ริมสุดครับ ห่างจากบ้านพักหลังอื่นพอสมควร มีความเป็นส่วนตัวมากครับ”
“ดีเลยครับ” ผมรับกุญแจ
เราเดินตามทางเดินคล้ายๆกับแพริมน้ำไปจนสุด ผ่านบ้านพักหลายหลัง แต่ละหลังห่างกันพอสมควร
“คนจองน้อยจริงๆ นะ” ไอ้ตี๋สังเกต
“ใช่ reception บอกว่า ช่วงนี้ประมาณ 2-3หลัง” ผมบอก
“ดีเลย จะได้สงบ” ไอ้อ้นพูด
เราเดินไปจนถึงหลังสุด บ้านพักหมายเลข 12 ตั้งอยู่ริมเขื่อน บ้านสไตล์ไม้สองชั้น มีระเบียงกว้างหันหน้าไปทางน้ำ รั้วไม้เตี้ยๆ กั้นเขตพอเป็นสัญลักษณ์ บ้านพักหลังก่อนหน้าอยู่ห่างไปประมาณสามสิบถึงสี่สิบเมตร มองแทบไม่เห็นเพราะโค้งตามทางเดิน
“เฮ้ย ที่นี่สมบูรณ์แบบเลย” ไอ้อ้นพูด “ไม่มีใครมารบกวนแน่”
บ้านพักสวยงาม ระเบียงกว้างมีโต๊ะและเก้าอี้ไม้ มองออกไปเห็นทิวทัศน์เขื่อนสวยงาม น้ำกว้างใหญ่เป็นสีฟ้าเข้ม ภูเขาเรียงรายอยู่รอบๆ
“สวยมากเลย” ไอ้ตี๋พูด
เราเปิดประตูเข้าไป ข้างในกว้างขวาง มีสองห้องนอน ห้องน้ำสองห้อง ห้องนั่งเล่นกว้าง ครัวเล็กๆ ตกแต่งสไตล์ไม้ทั้งหมด สะอาด สวยงาม
“เพอร์เฟกต์เลย” ไอ้อ้นพูด
เราขนของเข้ามาจากรถ วางกระเป๋าในห้องนอนของแต่ละคน แล้วมานั่งพักที่ระเบียง
ลมเย็นๆ พัดมาจากเขื่อน บรรยากาศสงบเงียบ แสงแดดช่วงเย็นเริ่มลดลง ท้องฟ้าเป็นสีส้มปนม่วง
“นี่มันสวรรค์จริงๆ” ผมพูด
“ใช่” ไอ้ตี๋เห็นด้วย “แล้วตอนค่ำเราจะทำตามแผนนะ”
“แน่นอน” ไอ้อ้นยิ้มกว้าง “ไปเล่นน้ำเขื่อนแบบที่เราชอบ”
เรานั่งพูดคุยกันต่อ วางแผนสำหรับตอนค่ำ ความตื่นเต้นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นี่คือทริปที่เราสามคนรอคอย วันแรกกำลังจะจบลงด้วยความประทับใจ และค่ำคืนที่กำลังจะมาถึง…จะเป็นช่วงเวลาที่พิเศษที่สุด..

Gngkung โพสต์ 2026-1-16 15:45:43

ขอบคุณครับ

xfone โพสต์ 2026-1-16 17:28:09

รอตอนต่อไป

bangphoon โพสต์ 2026-1-16 17:47:43

สนุกมาก

night77 โพสต์ 2026-1-16 21:30:29

รอตอนต่อไปแบบ จดจ่อ และกดดันนะครับ เสียวแน่

moobzza โพสต์ 2026-1-16 21:31:19

ขอบคุณครับ

Darkbluelock โพสต์ 2026-1-16 22:13:37

ต่อหน่อยครับ

Darkbluelock โพสต์ 2026-1-16 22:13:40

ต่อหน่อยครับ

TheTide23 โพสต์ 2026-1-16 22:38:05

ขอบคุณครับ

Bojaejoong โพสต์ 2026-1-16 23:26:34

ขอบคุณ​มาก​ครับ​

playplayhaha โพสต์ 2026-1-17 00:31:21

อยากอ่านตอนไปเลยครับจะสุขหรือเสียวด้วยมั้ยนะ

coffee3171 โพสต์ 2026-1-17 01:03:04

ต่อไวๆนะครับ

TKloei โพสต์ 2026-1-18 01:51:53

ขอบคุณครับ

Pisu โพสต์ 2026-1-18 07:31:46

ขอบคุณ​ครับ​

sengjit โพสต์ 2026-1-18 07:34:49

ขอบคุณครับ

MMelonP โพสต์ 2026-1-18 09:01:51

ขอบคุณค่ะ

nuangnut1996 โพสต์ 2026-1-18 09:24:40

สนุกมากครับ

Petepatkinson โพสต์ 2026-1-18 12:04:53

ขอบคุณ

Petepatkinson โพสต์ 2026-1-18 12:04:55

ขอบคุณ

Gkamol โพสต์ 2026-1-18 13:21:27

ขอบคุณครับ
หน้า: [1] 2 3
ดูในรูปแบบกติ: ผมกับเพื่อนไปเที่ยวกาญจนบุรี - (ตอนที่1)