เปิดบริสุทธิ์กับพี่แท็กซี่ ภาค 2
เปิดบริสุทธิ์กับพี่แท็กซี่ ภาค 2 : รอยราคะใต้แสงดาว และความลับในรถแท็กซี่เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดรำไรลอดผ่านหน้าต่างห้องเช่าเล็กๆ กลิ่นอายของกิจกรรมเมื่อคืนยังคงอบอวลผสมกับกลิ่นเหงื่อจางๆ และกลิ่นน้ำมันนวดที่ยังติดผิว ก้องลืมตาขึ้นมาเห็นร่างกำยำของพี่ยิมนอนคว่ำหน้า แผ่นหลังกว้างมีรอยข่วนจางๆ จากอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน ก้องอดไม่ได้ที่จะลูบไล้มัดกล้ามแขนที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดนูนเด่นนั่น
"ตื่นแล้วเหรอมึง..." เสียงทุ้มต่ำของพี่ยิมพึมพำทั้งที่ยังหลับตา ก่อนจะพลิกตัวกลับมา สภาพที่เปลือยเปล่าทำให้เห็นสัดส่วนความเป็นชายที่แม้จะยังหลับใหลแต่ก็ดูน่าเกรงขาม ก้องเขินจนต้องหลบสายตา
"พี่จะไปทำงานกี่โมงครับ"
"สายๆ หน่อยก็ได้ วันนี้พี่อยากอยู่กับมึงต่ออีกนิด..." พี่ยิมดึงก้องเข้าไปกอด กลิ่นกายชายชาตรีที่ผ่านการกรำงานหนักผสมกับกลิ่นสบู่ราคาถูก มันช่างยั่วยวนจนก้องรู้สึกได้ถึงความตื่นตัวที่เป้ากางเกง
ความลับบนท้องถนน
หลังจากวันนั้น ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ไม่ได้จบลงแค่คืนเดียว พี่ยิมมักจะขับแท็กซี่มาจอดรับก้องหลังออกกำลังกายเสมอ แต่มันมีความตื่นเต้นใหม่ที่พี่ยิมเริ่มนำเสนอ... "การโชว์แบบเนียนๆ"
เย็นวันหนึ่ง พี่ยิมขับรถมารับก้องในชุดเสื้อกล้ามตัวบางที่รั้งจนเห็นร่องกล้ามอกชัดเจน หนวดเคราที่เริ่มยาวขึ้นทำให้เขาดูเถื่อนและดึงดูดอย่างประหลาด
"ก้อง มึงลองดูดิ วันนี้พี่ไม่ได้ใส่กางเกงในมาว่ะ มันโล่งดีนะมึง" พี่ยิมพูดพลางยิ้มกริ่ม สายตาจดจ้องไปที่ถนน แต่จงใจอ้าขาออกกว้างขณะขับรถ ผ้าขาวม้าที่เขาเอามาปูรองเบาะเผยให้เห็นโคนขาแน่นขัดที่เต็มไปด้วยขนดกดำ
"พี่ไม่กลัวคนอื่นเห็นเหรอ" ก้องถาม พลางหัวใจเต้นระรัว
"ใครจะไปเห็น ถ้ามึงไม่บอก... แต่มันเสียวดีนะ เวลาขับผ่านด่านหรือรับผู้โดยสารคนอื่น แล้วรู้ว่าข้างล่างเรามันอิสระแบบนี้"
มิติแห่งความตื่นเต้น: ผู้โดยสารนิรนาม
ความตื่นเต้นถึงขีดสุดเกิดขึ้นเมื่อพี่ยิมแกล้งรับผู้โดยสารคนหนึ่งติดรถไปด้วยในระหว่างที่ก้องนั่งอยู่เบาะหน้า พี่ยิมแกล้งทำเป็นสุภาพคุยกับผู้โดยสารเบาะหลัง แต่ใต้คอนโซลรถ มือหนาของเขาจับมือก้องให้ไปสัมผัสกับมังกรยักษ์ที่กำลังผงาดอยู่ใต้กางเกงขาสั้นเนื้อบาง
ก้องต้องพยายามทำสีหน้าให้ปกติที่สุด ทั้งที่มือขวากำลังกำความอุ่นร้อนที่มีชีวิตเอาไว้ พี่ยิมครางในลำคอเบาๆ แกล้งไอเพื่อกลบเสียงหายใจที่ติดขัด สายตาพี่ยิมมองกระจกหลังสลับกับมองหน้าก้อง ความลับที่รู้กันอยู่สองคนท่ามกลางคนแปลกหน้า มันสร้างความสยิวซ่านจนก้องแทบจะหลั่งออกมาเสียตรงนั้น
ป่าละเมาะและบทเรียนบทใหม่
เมื่อส่งผู้โดยสารลง พี่ยิมไม่รอช้า เขาหักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าสู่ทางเปลี่ยวที่เป็นป่าหญ้ารกชัฏข้างทาง
"กูทนไม่ไหวแล้วก้อง... มึงโชว์ให้กูดูกลางป่านี่หน่อย"
พี่ยิมสั่งให้ก้องลงจากรถไปยืนท่ามกลางธรรมชาติที่มืดมิด มีเพียงแสงไฟหน้ารถที่ส่องให้เห็นร่างล่ำสันของก้อง ก้องรู้สึกประหม่าแต่ก็มีความสุขที่ได้ถูกจับจ้อง เขาค่อยๆ ถอดเสื้อผ้าออกจนหมดสิ้น ท่ามกลางเสียงจิ้งหรีดเรไรและลมพัดเย็นๆ พี่ยิมก้าวลงจากรถ สภาพของเขาคือชายป่าที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อ
"มึงหล่อมากก้อง... ผิวดำแดงของมึงสู้กับแสงไฟรถมันช่างน่าเย็ดจริงๆ"
พี่ยิมเดินเข้ามาประชิดตัว กลิ่นป่าและกลิ่นกามารมณ์ผสมปนเปกัน ทั้งคู่เริ่มบทเพลงรักบทใหม่กลางแจ้ง พี่ยิมดันร่างก้องไปพิงกับกระโปรงรถที่ยังร้อนระอุจากเครื่องยนต์ ความต่างของอุณหภูมิผิวสัมผัสกับความร้อนแรงของบทรักทำให้ครั้งนี้มันรุนแรงและตื่นเต้นกว่าครั้งไหนๆ
พี่ยิมเดินเข้ามาประชิดตัว กลิ่นป่าและกลิ่นกามารมณ์ผสมปนเปกัน ทั้งคู่เริ่มบทเพลงรักบทใหม่กลางแจ้ง พี่ยิมดันร่างก้องไปพิงกับกระโปรงรถที่ยังร้อนระอุจากเครื่องยนต์ ความต่างของอุณหภูมิผิวสัมผัสกับความร้อนแรงของบทรักทำให้ครั้งนี้มันรุนแรงและตื่นเต้นกว่าครั้งไหนๆ
เสียงใบไม้เสียดสีกันตามแรงลมพัดผ่านป่าละเมาะข้างทาง แสงไฟหน้ารถแท็กซี่สีชมพูสาดส่องลงไปในดงหญ้าคาที่ไหวระริก เห็นเป็นลำแสงสีขาวตัดกับความมืดมิดของคืนเดือนมืด ก้องรู้สึกถึงความสากของสีรถที่แผ่นหลัง และความร้อนที่แผ่ออกมาจากห้องเครื่องที่เพิ่งดับไปได้ไม่นาน พี่ยิมไม่พูดพร่ำทำเพลง มือหนาที่กร้านจากการจับพวงมาลัยมาทั้งวันตะโบมลงบนยอดอกของก้อง บี้คลึงจนก้องต้องเชิดหน้าขึ้นรับสัมผัสสยิว
"กูอยากทำแบบนี้มาตั้งแต่ในรถแล้วก้อง... มึงรู้ไหมว่าตอนมึงนั่งข้างกูแล้วเหงื่อมึงไหลซึมตามร่องกล้าม อารมณ์กูมันพุ่งจนอยากจะจอดรถเย็ดมึงเสียตอนนั้น" เสียงของพี่ยิมกระซิบพร่าอยู่ข้างหู ลมหายใจร้อนๆ รดรินจนก้องขนลุกซู่
พี่ยิมค่อยๆ รูดกางเกงขาสั้นของก้องลงไปกองที่ข้อเท้า ทิ้งให้ก้องยืนเปลือยเปล่าท่อนล่างท่ามกลางสายลมเย็นที่พัดผ่านโคนขา ความรู้สึกที่ต้องยืนแก้ผ้าในที่แจ้ง แม้จะเป็นทางเปลี่ยวที่ไม่มีรถผ่าน แต่มันก็สร้างความตื่นเต้นอย่างมหาศาล ความกึ่งโชว์กึ่งปกปิดทำให้ทุกสัมผัสเร้าใจขึ้นเป็นเท่าตัว พี่ยิมคุกเข่าลงบนพื้นดินที่เต็มไปด้วยกรวดหิน ไม่สนว่ามันจะเจ็บเข่าหรือไม่ เขาคว้าหมับเข้าที่แท่งเนื้อร้อนผ่าวของก้องที่ดีดผงาดสู้แสงไฟรถ
"โอ้ววว... พี่ยิม... อาสส์..." ก้องครางออกมาอย่างลืมตัว มือทั้งสองข้างยันไว้กับกระโปรงรถที่สั่นไหวน้อยๆ ตามแรงขยับ
ลิ้นร้อนของสารถีหนุ่มตวัดเลียจากส่วนโคนไล่ขึ้นไปจนถึงส่วนปลายที่เริ่มมีน้ำปริ่มพุ่งออกมา พี่ยิมดูดกลืนมังกรของก้องอย่างหิวกระหายสลับกับการใช้นิ้วหัวแม่มือบดขยี้ตรงหัวที่บานออก ก้องมองลงมาเห็นเพียงหัวของพี่ยิมที่โยกไหวอยู่ระหว่างขา เห็นแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและเหงื่อที่ไหลย้อยลงตามร่องกระดูกสันหลังในแสงไฟรำไร มันเป็นภาพที่ดิบและเซ็กซี่เกินบรรยาย ก้องเอื้อมมือไปกดหัวพี่ยิมให้จมดิ่งลงไปลึกกว่าเดิม ความเสียวซ่านแล่นพล่านไปทั่วไขสันหลังจนขาเริ่มสั่นพั่บๆ
"พี่ยิม... ผมจะแตก... พี่... อาสส์" ก้องร้องเตือนด้วยเสียงสั่นเครือ
แต่พี่ยิมกลับหยุดชะงักลงดื้อๆ เขาเงยหน้าขึ้นมายิ้มเจ้าเล่ห์ แสงไฟรถสะท้อนให้เห็นคราบน้ำกามใสๆ ที่ติดอยู่บนไรหนวดและริมฝีปากหนาของเขา
"อย่าเพิ่งรีบแตกสิมึง... กูอยากเห็นมึงทรมานมากกว่านี้"
พี่ยิมลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาถอดกางเกงของตัวเองออกบ้าง เผยให้เห็นอาวุธคู่กายขนาด 6 นิ้วที่แข็งปั๋งจนเห็นเส้นเลือดปูดโปนขดเคี้ยวไปตามลำควe พี่ยิมหันหลังให้ก้อง แล้วจับก้องหันหน้าเข้าหารถแท็กซี่ ให้ก้องโก้งโค้งวางมือบนฝากระโปรงรถ ท่านี้ทำให้บั้นท้ายกลมมนของก้องเด่นตระหง่านอยู่ใต้แสงดาว พี่ยิมถุยน้ำลายลงบนฝ่ามือแล้วละเลงไปที่ร่องก้นของก้องอย่างหยาบโลน
"มึงลองฟังดูนะก้อง... ถ้ามีรถขับผ่านมา มึงต้องนิ่งที่สุดนะ" พี่ยิมขู่เบาๆ ก่อนจะค่อยๆ กดส่วนหัวมังกรเข้าไปในช่องทางรักที่คับแน่น
"อึ๊กกก... พี่ยิม... ผมจุก..." ก้องนิ่วหน้า ความรู้สึกเหมือนโดนเหล็กร้อนทิ่มแทงเข้าไปในร่างกาย แต่มันกลับมีความสุขสมที่ประหลาดล้ำพ่วงมาด้วย พี่ยิมแช่ค้างไว้ครู่หนึ่งให้ก้องปรับตัว กลิ่นยางรถยนต์ กลิ่นดิน และกลิ่นกายของชายฉกรรจ์สองคนตีรวนกันจนมึนเมา
ทันใดนั้น มีแสงไฟวาบมาจากไกลๆ เป็นรถมอเตอร์ไซค์ของชาวบ้านที่กำลังขับผ่านมาตามถนนใหญ่ที่อยู่ห่างออกไปไม่กี่ร้อยเมตร ก้องตัวเกร็งใจหายวาบ กลัวว่าใครจะมาเห็นสภาพที่เขากำลังโดนชายหนุ่มอีกคนกระแทกกระทั้นอยู่ข้างรถแท็กซี่ แต่พี่ยิมกลับดูจะชอบใจ เขาเริ่มขยับเอวสอบเข้าออกด้วยจังหวะที่หนักหน่วงขึ้น เสียงเนื้อกระทบเนื้อดัง ปึกๆ สะท้อนไปทั่วป่า
"ซี๊ดดดสสส์... ก้อง... รูมึงตอดกูดีชิบหาย... ดูนั่นสิ... มีคนมาแล้วนะมึง... มึงอยากให้เขาเห็นไหมว่ามึงกำลังโดนกูเย็ดอยู่ตรงนี้" พี่ยิมกระซิบข้างหูพลางขบเม้มติ่งหูของก้องแรงๆ
ก้องไม่กล้าตอบ ได้แต่กัดริมฝีปากแน่นพยายามไม่ให้เสียงครางดังรอดออกมา ความตื่นเต้นจากการกลัวคนเห็นบวกกับแรงกระแทกจากเบื้องหลังทำให้ผนังลำไส้บีบรัดควeพี่ยิมแน่นขึ้นไปอีก พี่ยิมครางเสียงต่ำอย่างพอใจ เขาโถมกายเข้าใส่ก้องอย่างไม่ยั้งแรง กระโปรงรถแท็กซี่สั่นสะเทือนตามแรงอารมณ์ มือของพี่ยิมเอื้อมมาบีบเค้นที่สีข้างและหน้าอกของก้องจนเป็นรอยนิ้วมือ
"โอ้ววว... พี่ยิม... แรงๆ พี่... ผมไม่ไหวแล้ว... อาสส์... อาสส์..." ในที่สุดก้องก็กลั้นใจไม่อยู่ เสียงครางของเขาดังระงมไปในป่า สอดประสานกับเสียงหอบหายใจของพี่ยิมที่ดังเหมือนวัวป่าตกมัน
มัดกล้ามของทั้งคู่บิดเกร็ง พี่ยิมเร่งจังหวะถี่กระชั้นเหมือนเครื่องยนต์ที่กำลังโอเวอร์ฮีต ความร้อนจากกระโปรงรถส่งผ่านมายังแผ่นอกของก้อง ในขณะที่ความร้อนจากภายในกายของพี่ยิมกำลังจะระเบิดออกมา
"กูจะแตกแล้ว... ก้อง... พร้อมกันนะมึง... ซี๊ดดดสสส์!"
พี่ยิมกระแทกเน้นๆ เข้าไปสามสี่ครั้งสุดท้ายจนสุดโคน ก่อนจะเกร็งกระตุกอย่างรุนแรง น้ำกามอุ่นร้อนพุ่งฉีดเข้าไปในกายของก้องจนเขารู้สึกได้ถึงความอุ่นวาบที่วาบหวามที่สุด ในขณะเดียวกันก้องเองก็ปล่อยน้ำรักสีขาวขุ่นพุ่งกระเด็นไปโดนกระจกหน้ารถแท็กซี่จนเลอะเทอะไปหมด ทั้งคู่นิ่งค้างอยู่ในท่านั้นเนิ่นนาน ลมหายใจหอบถี่ของพี่ยิมเป่ารดต้นคอของก้อง เหงื่อของเขาสองคนไหลมารวมกันจนผิวกายลื่นปรื๊ด
พี่ยิมค่อยๆ ถอนควeออกมา กลิ่นคาวกามและความเป็นชายอบอวลไปทั่วบริเวณ เขาคว้าผ้าขาวม้าที่พาดไว้ในรถมาเช็ดตัวให้ก้องและตัวเองอย่างลวกๆ
"มึงนี่มันเด็ดจริงๆ ก้อง... กูนึกว่ามึงจะเป็นแค่เด็กหนุ่มหน้าซื่อๆ ที่ไหนได้ มึงมันร่านกว่าที่กูคิด" พี่ยิมพูดพลางตบก้นก้องเบาๆ ด้วยความเอ็นดู
ก้องยิ้มแห้งๆ พลางรีบใส่กางเกง ความรู้สึกเสียวซ่านยังคงหลงเหลืออยู่ข้างในร่องทวาร "พี่ก็ใช่เล่น... เกือบทำผมหัวใจวายตายตอนที่มีรถขับผ่าน"
"นั่นแหละรสชาติของชีวิต..." พี่ยิมหัวเราะร่า เขาเดินไปเปิดประตูรถแล้วนั่งประจำที่คนขับ สตาร์ทเครื่องยนต์อีกครั้ง แสงไฟหน้ารถยังคงส่องสว่างนำทาง "กลับบ้านกันเถอะก้อง เดี๋ยวพี่ต้องไปขับรถต่อแล้ว วันนี้คงมีเรื่องให้กูยิ้มได้ทั้งคืนเวลาเห็นหน้าผู้โดยสาร"
ในระหว่างทางกลับบ้าน ก้องนั่งนิ่งมองออกไปนอกหน้าต่าง ความมืดของถนนข้างทางดูไม่น่ากลัวเหมือนตอนขามาอีกต่อไป เขารู้สึกถึงความลับบางอย่างที่ผูกพันเขากับพี่แท็กซี่คนนี้เอาไว้ ความลับที่เกิดขึ้นท่ามกลางธรรมชาติและแสงไฟหน้าแท็กซี่สีชมพูคันนี้
พอถึงหน้าบ้าน ก้องกำลังจะลงจากรถ พี่ยิมก็คว้าแขนก้องไว้ก่อน
"เออน้องก้อง... พรุ่งนี้เวลาเดิมนะ พี่จะมารับมึงที่สวนฯ พี่มี 'ท่าใหม่' อยากให้มึงลอง... ในรถนี่แหละ แต่คราวนี้กูจะไม่ดับเครื่อง มึงอยากลองดูไหมว่าแรงสั่นของรถมันจะทำให้น้ำมึงพุ่งได้ไกลแค่ไหน"
ก้องมองสบตาพี่ยิม เห็นความกระหายที่ยังไม่มอดดับในดวงตาคู่นั้น เขาพยักหน้าเบาๆ แทนคำตอบ
"ครับพี่ยิม... ผมจะรอ"
พี่ยิมยิ้มกว้างก่อนจะเหยียบคันเร่งออกไป ทิ้งให้ก้องยืนอยู่หน้าบ้านเพียงลำพังในความมืด พร้อมกับความทรงจำที่ยังเต้นเร้าอยู่กลางกาย และความคาดหวังถึงวันพรุ่งนี้ที่ความลับระหว่างเขากับพี่ยิมจะถูกเปิดเผยออกมาในรูปแบบที่เร้าใจกว่าเดิม
คืนถัดมา กลิ่นของยางมะตอยที่ยังคลายความร้อนไม่หมดผสมกับกลิ่นไอฝนจางๆ ในอากาศ ก้องยืนรอมุมมืดใต้ต้นหูกวางหน้าสวนสาธารณะ หัวใจเต้นแรงผิดปกติ สายตามองหาแสงไฟสีชมพูที่คุ้นเคย จนกระทั่งรถแท็กซี่คันเดิมค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้ามาจอดเทียบ พี่ยิมไม่ได้ลดกระจกลงเหมือนทุกที แต่ดับไฟหน้าลงเหลือเพียงไฟหรี่ ก้องรีบก้าวขึ้นไปนั่งเบาะหน้าทันที
"มาไวดีนี่หว่ามึง" พี่ยิมทัก เสียงของเขาฟังดูแหบพร่ากว่าเดิม วันนี้พี่ยิมสวมเสื้อเชิ้ตลายสก๊อตที่ดูเรียบร้อย แต่ก้องสังเกตเห็นว่าเขาปลดกระดุมลงมาจนเกือบครึ่ง เผยให้เห็นแผงขนหน้าอกที่ดกดำรำไร
"พี่บอกมีอะไรใหม่ๆ ผมเลยรีบมาไง" ก้องตอบพลางเอื้อมมือไปปรับเบาะให้เอนลงเล็กน้อย
พี่ยิมไม่พูดอะไร เขาเหยียบคันเร่งพารถออกสู่ถนนใหญ่ แต่คราวนี้เขาไม่ได้รับผู้โดยสาร เขาขับรถวนเข้าไปในซอยเปลี่ยวที่เป็นเขตแคมป์คนงานก่อสร้างที่ยังสร้างไม่เสร็จ สองข้างทางเต็มไปด้วยกองทรายและปูนซีเมนต์ ความเงียบสงัดถูกปกคลุมด้วยความมืดพี่ยิมจอดรถลงในมุมอับสายตาหลังกองหินขนาดมหึมา แต่เขากลับ "ไม่ดับเครื่องยนต์" อย่างที่บอกไว้จริงๆ
แรงสั่นสะเทือนจางๆ จากเครื่องยนต์เบนซินส่งผ่านพื้นรถขึ้นมาถึงเบาะนั่ง มันรู้สึกเหมือนแรงกระตุ้นเบาๆ ที่วิ่งผ่านง่ามขาของก้องตลอดเวลา
"ก้อง... มึงรู้ไหมว่ารถคันนี้คือเมียคนแรกของกู กูอยู่กับมันมากกว่าอยู่กับเมียจริงๆ เสียอีก" พี่ยิมพูดพลางถอดเสื้อเชิ้ตออกช้าๆ เผยให้เห็นร่างกำยำขี้เล่นแต่แฝงด้วยความดิบเถื่อน เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดขึ้นตามไรขนที่หน้าอก "กูอยากรู้ว่า มึงกับรถของกู... ใครจะทำให้กูครางได้ดังกว่ากัน"
พี่ยิมคว้ามือของก้องไปวางลงบนเป้ากางเกงที่ตึงเปรี๊ยะ ก้องรู้สึกได้ทันทีว่าวันนี้พี่ยิมไม่ได้ใส่กางเกงในมาจริงๆ ความร้อนระอุของมังกรยักษ์ทะลุผ่านเนื้อผ้าออกมาจนก้องมือสั่น พี่ยิมกดหัวก้องลงไปที่บริเวณหว่างขาของเขา
"อมให้กูหน่อย... เอาแบบที่มึงทำเมื่อวาน แต่คราวนี้กูจะเร่งเครื่องรถไปด้วย"
ก้องคุกเข่าลงบนพื้นรถที่แคบและจำกัด กลิ่นพรมรถยนต์เก่าๆ ผสมกับกลิ่นน้ำหอมปรับอากาศรูปต้นสนที่แขวนไว้ตรงกระจกมองหลัง มันสร้างบรรยากาศที่แปลกประหลาด ก้องค่อยๆ ใช้ฟันรูดซิปกางเกงของพี่ยิมลงช้าๆ จนมังกรยักษ์สีคล้ำดีดผงาดออกมาฟาดหน้าเข้าอย่างจัง กลิ่นคาวกามจางๆ ที่สะสมมาทั้งวันจากเหงื่อไคลของพี่ยิมมันยั่วยวนจนก้องต้องรีบครอบครองมันด้วยปาก
"อาสส์... ซี๊ดดดสส์... อย่างนั้นแหละมึง..."
ทันใดนั้น พี่ยิมเอื้อมเท้าไปกดคันเร่งในเกียร์ว่าง บรึ๊นนน! บรึ๊นนน! เสียงเครื่องยนต์คำรามดังลั่น พร้อมกับตัวรถที่สั่นสะท้านอย่างรุนแรง แรงสั่นสะเทือนนั้นส่งผ่านตัวพี่ยิมมาถึงปากของก้อง หัวมังกรที่อยู่ในปากก้องถูกสั่นรัวด้วยแรงกลของเครื่องยนต์ มันสร้างสัมผัสที่แปลกใหม่จนก้องเองก็เริ่มมีอารมณ์พุ่งพล่าน เขาดูดดึงอย่างบ้าคลั่งตามจังหวะการเร่งเครื่องของพี่ยิม
"โอ้ววว... ก้อง... เครื่องมันร้อน... กูจะทนไม่ไหวแล้ว" พี่ยิมพึมพำพลางใช้มือหนาขยี้หัวของก้องแรงๆ
เขาสั่งให้ก้องเปลี่ยนท่า พี่ยิมปรับเบาะคนขับให้เอนลงจนสุด แล้วให้ก้องขึ้นมานั่งคร่อมบนตัวเขา โดยที่พี่ยิมยังคงนั่งอยู่บนเบาะคนขับ ท่านี้ทำให้ก้องต้องโก้งโค้งอยู่ภายในพื้นที่จำกัดของห้องโดยสาร ก้นของก้องเกือบจะชนกับพวงมาลัยรถ พี่ยิมคว้าเอวสอบของก้องไว้แน่น สายตาของเขาเหลือบมองกระจกมองหลังเป็นระยะๆ ความตื่นเต้นพุ่งสูงขึ้นเมื่อเห็นแสงไฟจากรถมอเตอร์ไซค์แวบผ่านไปด้านหน้ากองหิน
"ดูสิมึง... ถ้ามันเลี้ยวเข้ามา มันจะเห็นมึงกำลังควบกูอยู่บนเบาะนี้" พี่ยิมกระซิบพลางดันความแข็งขืนเข้าสู่ช่องทางรักของก้องอย่างรวดเร็ว
"อ๊ะ! พี่ยิม... มัน... มันสั่นไปหมดเลย" ก้องครางกระเส่า
ไม่ใช่แค่สัมผัสจากพี่ยิม แต่เครื่องยนต์ที่ยังเดินเครื่องอยู่ทำให้เบาะรถสั่นสะท้อนเข้าสู่ร่างกายของก้องทุกรูขุมขน มันเหมือนมีเครื่องนวดไฟฟ้าขนาดยักษ์คอยกระตุ้นจุดยุทธศาสตร์ของเขาอยู่ตลอดเวลา ก้องเริ่มโยกย้ายสะโพกเข้าใส่พี่ยิมตามจังหวะสั่นของรถ แรงกระแทกปะทะกับแรงสั่นสะเทือนทำให้ก้องรู้สึกเหมือนโลกกำลังหมุนคว้าง
พี่ยิมจับขาของก้องพาดไว้กับคอนโซลรถ เท้าของก้องไปโดนปุ่มเปิดที่ปัดน้ำฝนโดยบังเอิญ จนยางปัดน้ำฝนเริ่มทำงานดังกี๊ดๆ เสียดสีกับกระจกที่แห้งสนิท แต่นั่นกลับยิ่งเพิ่มความเร้าใจ พี่ยิมกระแทกสวนขึ้นมาอย่างหนักหน่วง เสียงเนื้อกระทบกันดังก้องอยู่ในห้องโดยสารที่มิดชิด กลิ่นเหงื่อของชายสองคนไหลนองจนเบาะหนังลื่นเปียก
"กูจะแตก... ก้อง... กูจะแตกใส่ข้างในมึงอีกรอบ!" พี่ยิมคำราม เสียงของเขาประสานไปกับเสียงท่อไอเสียที่ดังกระหึ่ม
ก้องกัดฟันแน่น มือทั้งสองข้างกำพวงมาลัยรถไว้แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เขาโยกกายรับแรงปะทะสุดท้ายอย่างบ้าคลั่ง จนกระทั่งพี่ยิมเกร็งตัวสุดขีดและปล่อยลาวาอุ่นร้อนทะลักเข้ามาข้างในจนก้องรู้สึกจุกไปถึงยอดอก ก้องเองก็ไม่น้อยหน้า เขาปลดปล่อยน้ำรักออกมาจนเปรอะเปื้อนหน้าอกที่เต็มไปด้วยขนของพี่ยิมและคอนโซลหน้ารถไปหมด
ทั้งคู่หอบหายใจรดกันท่ามกลางความเงียบที่มีเพียงเสียงเครื่องยนต์เดินเบา พี่ยิมลูบไล้หลังที่เปียกโชกของก้อง
"มึงนี่มัน... สุดยอดจริงๆ ก้อง... รถกูแทบพังเพราะมึงเลยนะเนี่ย" เขาหัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างผู้ชนะ
ก้องค่อยๆ ขยับตัวลงมานั่งเบาะข้างๆ สภาพสะบักสะบอมแต่เปี่ยมไปด้วยความสุข พี่ยิมหยิบกระดาษทิชชู่ที่วางหน้ารถมาช่วยเช็ดตามเนื้อตามตัวให้ก้องอย่างอ่อนโยน มันเป็นความอบอุ่นที่ซ่อนอยู่ในความดิบเถื่อนที่ก้องโหยหา
"พี่ยิม... พี่ไม่เคยทำแบบนี้กับใครจริงๆ เหรอ" ก้องถามพลางมองสบตาในความมืด
พี่ยิมนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะจุดบุหรี่ขึ้นมาสูบ แสงจากปลายบุหรี่สว่างวาบเห็นใบหน้าบ้านๆ ที่ดูมีเสน่ห์ของเขา "กูเคยมีเมีย... แต่ความตื่นเต้นแบบนี้... ความเสียวที่ต้องแอบทำท่ามกลางความเสี่ยงแบบนี้ กูมีให้แค่มึงคนเดียวว่ะก้อง"
คำพูดนั้นทำให้ก้องรู้สึกใจฟูอย่างบอกไม่ถูก แต่ความตื่นเต้นยังไม่จบลงเพียงเท่านี้ พี่ยิมพ่นควันบุหรี่ออกนอกหน้าต่างแล้วพูดต่อว่า
"อาทิตย์หน้า... เพื่อนพี่ที่เป็นนายแบบคนนั้นมันจะจัดปาร์ตี้ส่วนตัวที่บ้านพักต่างอากาศแถวสระบุรี มันชวนพี่ไป... แล้วมันบอกว่าอยากให้พี่พา 'เด็ก' ไปด้วย มึงสนใจจะไปดูโลกของพวกนายแบบกับพี่ไหม?"
ก้องนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ความกังวลและความอยากรู้อยากเห็นตีกันอยู่ในหัว "โลกของนายแบบ... ที่พี่บอกว่าต้องเทสร่างกายกันน่ะเหรอครับ?"
"ใช่... แต่มันไม่ใช่แค่เทสธรรมดาหรอกนะก้อง มึงอาจจะต้องโชว์มากกว่าที่เคยโชว์... และอาจจะต้องโดน 'คนอื่น' รุมดูด้วย มึงใจกล้าพอไหม?" พี่ยิมถามด้วยสายตาที่ท้าทาย
ก้องมองดูรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของพี่ยิม แล้วนึกถึงความรู้สึกยามที่เขาถูกจับจ้องในคืนนี้ ความสุขจากการเป็นจุดสนใจในความมืดมันช่างหอมหวานเหลือเกิน "ถ้ามีพี่อยู่ด้วย... ผมก็ไม่กลัวครับ"
พี่ยิมหัวเราะชอบใจ เขาเหยียบคลัตช์เข้าเกียร์แล้วค่อยๆ เคลื่อนรถออกจากมุมมืด
"ดี... งั้นเตรียมตัวไว้ให้ดี กายพร้อมใจพร้อม... เพราะปาร์ตี้นี้ มึงอาจจะได้เห็นว่าพี่ชายคนนี้ 'ใจถึง' ได้มากกว่าที่มึงคิด"
รถแท็กซี่สีชมพูเคลื่อนตัวออกสู่ถนนใหญ่ หายลับไปในความสลัวของราตรี ทิ้งไว้เพียงกลิ่นคาวกามและความลับบทใหม่ที่กำลังจะถูกเปิดเผยในสัปดาห์หน้า บทเรียนบทใหม่ของก้องกำลังจะเริ่มขึ้น และคราวนี้มันจะไม่ใช่แค่การเล่นสนุกกันสองคนอีกต่อไป...
สนุกมากครับ สนุกครับ รอตอนใหม่เลยครีบ สุดยอดเลย ขอบคุณครับ รอตอนต่อไป ขอบคุณครับ {:7_353:}{:7_353:}{:7_353:}{:7_353:}{:7_353:}{:7_353:} ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณมากจ้า {:5_120:} สนุกดี ขอบคุณครับ ก้าวไปทีละขั้นเสียวเลย ขอบคุณครับ ่ติดใจเลย ขอบคุณนะครับ
หน้า:
[1]