รอยสาปกลิ่นดิน (ภาค 2) ep.3
ตอนที่ 4พายุฤดูร้อนเริ่มตั้งเค้าเหนือยอดตะเคียนใหญ่ ลมป่าพัดกรรโชกหอบเอาไอชื้นและกลิ่นดินคละคลุ้งไปทั่วบริเวณลานน้ำตก แสงจันทร์ถูกเมฆทะมึนกลืนหายไปทิ้งให้รอบกายตกอยู่ในความสลัวราง มีเพียงแสงตะเกียงน้ำมันก๊าดที่เพิ่มหิ้วมาวางไว้บนโขดหินที่ยังคงทอแสงวับแวม
ผาด ยืนนิ่งขึง ร่างกายที่เปียกโชกสั่นสะท้านไม่ใช่เพราะความหนาว แต่เพราะฤทธิ์ของ "รากไม้กำหนัด" ที่เริ่มเผาผลาญเส้นประสาทจนปวดร้าวไปถึงไขสันหลัง เขามองภาพตรงหน้า—ภาพของพิมที่กำลังซบหน้ากับอกของเพิ่ม—ด้วยสายตาที่พร่าเลือน และในวินาทีนั้น ความทรงจำเก่าก่อนที่เขาพยายามฝังกลบไว้ก็ผุดขึ้นมาราวกับน้ำป่าที่หลากทลายเขื่อน
ย้อนกลับไปเมื่อ 3 ปีก่อน...
วันที่ผาดพบนางพิมครั้งแรกที่ตลาดชายแดน พิมไม่ใช่หญิงสาวชาวป่า เธอยังเป็น "คุณหนูพิม" ผู้ดีมีสกุลที่ติดตามบิดามาตรวจงาน ผาดในตอนนั้นคือเสือร้ายที่น่าเกรงขามที่สุดในแถบนี้ เขาบุกปล้นขบวนรถของพ่อเธอด้วยความคึกคะนอง แต่ทันทีที่เขาเปิดประตูรถแล้วสบตากับดวงตากลมโตที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาคู่นั้น... มือที่ถือปืนลูกซองของเสือผาดกลับสั่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
เขาไม่ได้เอาทรัพย์สินไปทั้งหมด เขาเพียงแต่ "ลักพาตัว" หัวใจของเขามาด้วย พิมถูกคุมขังไว้ในกระท่อมหลังนี้ในตอนแรก แต่ด้วยความที่ผาดทะนุถนอมและปรนนิบัติพิมด้วยความรักที่ดิบแต่จริงใจ พิมจึงเริ่มโอนอ่อน เธอเคยบอกผาดขณะที่เขานั่งฝนมีดอยู่ข้างแคร่ว่า...
"พี่ผาดจ๊ะ... ถ้าวันไหนพี่ทิ้งพิมไป พิมคงตายแน่ๆ พี่อย่าทิ้งพิมไปไหนนานๆ นะจ๊ะ"
ผาดในตอนนั้นตอบกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่หนักแน่นว่า "กูรักมึงเท่าชีวิตพิม... ป่าทั้งป่าจะเป็นพยาน ถ้ากูทิ้งมึงไป ขอให้กูตายด้วยมือมึงเอง"
แต่ทว่า... ความเป็นจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น ผาดเริ่มหลงใหลในอำนาจและการเป็น "เจ้าป่า" เขาออกล่าสัตว์และหายไปในพงไพรครั้งละเป็นเดือนๆ ทิ้งให้พิมอยู่กับความเงียบเหงาและกลิ่นอายดินที่เธอเคยเกลียดชัง และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ ไอ้เพิ่ม—ลูกน้องที่เขารักและไว้ใจที่สุด—ก้าวเข้ามาเติมเต็มช่องว่างนั้น
กลับมาสู่ปัจจุบัน...
"พี่ผาด... พี่จำได้ไหมจ๊ะ วันที่พี่ไปล่าหมูป่าแล้วหายไปสามอาทิตย์?" พิมเอ่ยขึ้นขณะที่เธอผละจากอกเพิ่ม เดินเข้ามายืนประจันหน้ากับผาดในระยะที่สัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากตัวเขา "วันนั้นฝนตกหนักเหมือนวันนี้เลย พิมกลัวเสียงฟ้าร้อง พิมเรียกชื่อพี่จนเสียงหลง... แต่พี่ไม่มา"
ผาดกัดฟันจนกรามปูด "กู... กูไปหาเขี้ยวหมูตันมาทำเครื่องรางให้มึงพิม กูอยากให้มึงแคล้วคลาด..."
"แต่สิ่งที่พิมต้องการคืออ้อมกอดพี่! ไม่ใช่เขี้ยวหมูบ้าบอนั่น!" พิมแผดเสียงแข่งกับเสียงฟ้าร้อง "วันนั้น... เป็นเพิ่มที่เข้ามากอดพิม เป็นเพิ่มที่บอกพิมว่าไม่ต้องกลัว พี่รู้ไหมว่ามันรู้สึกดีแค่ไหนที่ได้รู้ว่ามีคนอยู่ข้างๆ ในวันที่เรากลัวที่สุด"
เพิ่ม หัวเราะอย่างผู้ชนะ มันเดินเข้ามาโอบไหล่พิมจากด้านหลัง แล้วจ้องตาผาดอย่างเย้ยหยัน "มึงได้ยินหรือยังไอ้พี่ผาด? มึงรักศักดิ์ศรี รักป่า รักปืน... แต่มึงลืมรักเมียมึงเอง มึงปล่อยให้พิมหิวโหยในกระท่อมที่มึงสร้างขึ้นมาเป็นกรงขังเขาเอง!"
เพิ่มหยิบผ้าขาวม้าผืนเดิมที่เปียกน้ำขึ้นมา มันใช้ผ้านั้นเช็ดน้ำที่หยดตามไหล่ของพิมอย่างช้าๆ เน้นย้ำทุกสัมผัสเพื่อให้ผาดเห็น "วันแรกที่ผม 'กิน' เมียพี่... พี่รู้ไหมว่านางพิมของพี่เขาร้องเรียกชื่อใคร? เขาไม่ได้เรียกชื่อพี่เลยสักคำ เขาครางชื่อผม... ไอ้เพิ่มคนนี้! คนที่พี่บอกว่าเป็นแค่ขี้ข้า!"
"ไอ้สารเลว!" ผาดคำราม ลำคอหนาเตลิดไปด้วยเส้นเลือดที่ปูดโปน ฤทธิ์ยาทำให้เขาเห็นภาพหลอนว่าเพิ่มและพิมกำลังหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางแสงตะเกียง "พิม... มึงบอกกูสิ ว่าไอ้เพิ่มมันโกหก มึงบอกกูว่ามึงยังรักกูอยู่!"
พิมนิ่งไปครู่หนึ่ง เธอเดินเข้าไปหาผาดช้าๆ มือเรียวนุ่มเอื้อมไปลูบไล้รอยแผลเป็นที่หน้าอกของเขา—แผลที่เขาได้รับจากการปกป้องเธอจากพวกโจรป่าคู่อริ—น้ำตาของพิมหยดลงบนอกของผาด แต่มันไม่ใช่หยดน้ำตาแห่งความสงสาร
"พิมรักพี่ผาดจ๊ะ... รักมาก..." เธอพูดเสียงแผ่ว แต่แล้วแววตาก็กลับมาเย็นเยือก "แต่พิมแค้นพี่มากกว่า ความแค้นที่พี่ทิ้งพิมไว้กับกลิ่นดินที่พิมเกลียด มันทำให้พิมอยากเห็นพี่ตายทั้งเป็นแบบนี้แหละจ๊ะ"
พิมหยิบช้อนข้าวที่วางอยู่บนโขดหินขึ้นมา เธอตักข้าวเปล่าคำหนึ่งขึ้นมา แล้วเป่าเบาๆ ราวกับจะป้อนเด็ก "พี่หิวใช่ไหมจ๊ะ? พี่ไม่ได้กินอะไรมาตั้งแต่วันก่อน... กินข้าวของพิมหน่อยนะจ๊ะ"
เธอจงใจเดินเข้าไปชิดจนหน้าอกของเธอเสียดสีกับหน้าท้องที่ตึงเปรี๊ยะของผาด ผาดสูดดมกลิ่นแป้งร่ำที่ยังติดอยู่ที่ตัวพิมผสมกับกลิ่นสบู่ที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จ ความหอมนั้นมันฆ่าเขาให้ตายได้ทั้งเป็น พิมไม่ได้ป้อนข้าวเข้าปากผาด แต่เธอค่อยๆ เทข้าวออกจากช้อนให้มันร่วงลงไปบนหน้าอกของเขา... แล้วเธอก็ใช้ลิ้นเลียเม็ดข้าวเหล่านั้นออกจากผิวหนังของสามีอย่างเชื่องช้า
"พิม... อย่า..." ผาดหลับตาแน่น ร่างกายของเขาสั่นระริก ฤทธิ์ยาและสัมผัสของพิมกำลังฉุดรั้งเขาลงสู่ก้นบึ้งของความคุ้มคลั่ง
"ทำไมล่ะจ๊ะพี่? พี่เคยบอกว่าชอบให้พิมทำแบบนี้ไม่ใช่เหรอ..." พิมกระซิบพลางช้อนสายตาขึ้นมองเขา สายตาที่เต็มไปด้วยไฟแห่งราคะ "แต่คืนนี้... พี่ทำได้แค่ดูนะจ๊ะ เพราะพิมจะไปทำแบบนี้กับเพิ่ม... ต่อหน้าพี่"
เพิ่มเห็นดังนั้นก็เดินเข้ามาคว้าแขนพิม กระชากเธอเข้าไปหาตัว "พอแล้วนายแม่... ให้มันดิ้นตายอยู่ตรงนั้นแหละ เรากลับขึ้นกระท่อมกันเถอะ ฝนจะตกหนักแล้ว"
"เดี๋ยวสิเพิ่ม... ข้าวพี่ผาดยังไม่หมดถ้วยเลย" พิมหันไปยิ้มให้เพิ่ม ยิ้มที่ทำให้ผู้ชายทุกคนต้องยอมศิโรราบ "พี่ผาดจ๊ะ... พี่อยู่ตรงนี้ อาบน้ำฝนให้สบายใจนะจ๊ะ ถ้าพี่หนาว... ก็มองดูพวกพิมบนกระท่อมนะ แสงตะเกียงมันสว่างพอที่จะทำให้พี่เห็นทุกอย่างชัดเจน"
เพิ่มลากโซ่ข้อเท้าของผาดไปมัดไว้กับตอไม้ใหญ่ใกล้ๆ ลานน้ำตก เพื่อไม่ให้เขาหนีไปไหนได้ แล้วมันก็อุ้มร่างของพิมพาดบ่า เดินหายเข้าไปในความมืดมิดของทางขึ้นกระท่อม ทิ้งให้ผาดอยู่กับเสียงน้ำตกที่ดังสนั่นและเสียงหัวเราะของพิมที่แว่วมาตามลม
ฝนเริ่มตกลงมาอย่างหนัก เม็ดฝนหนาตาชะล้างคราบข้าวออกจากอกของผาด แต่ความร้อนในกายเขากลับยิ่งทวีคูณ ผาดเงยหน้าขึ้นมองแสงตะเกียงบนกระท่อมที่อยู่เหนือหัวขึ้นไป เขาเห็นเงาสองเงาเคลื่อนไหวไปมาอยู่หลังฝาขัดแตะ แสงวับแวมของไฟทำให้ภาพเหล่านั้นดูเหมือนฝันร้ายที่ไม่มีวันตื่น
"กูจะฆ่ามึง... กูจะฆ่ามึงทั้งคู่..." ผาดคำรามแข่งกับเสียงฟ้าผ่า แต่เสียงของเขากลับถูกกลืนหายไปในความบ้าคลั่งของพายุรุ่งสาง
ความจริงที่ผาดเพิ่งได้รับรู้คือ... เขาไม่ได้ถูกขังด้วยเชือกมนิลาหรือโซ่เหล็ก แตเขาถูกขังด้วย "รอยสาป" ที่เขาสร้างขึ้นมาเอง ความแค้นที่เกิดจากความละเลย และความรักที่กลายเป็นยาพิษ คืนนี้จะเป็นคืนที่ยาวนานที่สุดในชีวิตของเสือลำบากนามว่าผาด
สนุกมากครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ ่ติดใจเลย ขอบคุณนะครับ
หน้า:
[1]