ลมหนาวและความลับที่เชียงใหม่ (ของเราสามคน)- ตอนที่ 4
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Alaskan เมื่อ 2026-1-3 18:34อ่านตอนที่ 3
หลังจากที่ผมกับไอ้ตี๋ เราสองคนได้จับไอ้อ้นโกนหมอยสะอาดสะอ้านแล้ว เราก็ได้พักผ่อนนอนหลับด้วยไปกันเช้าเรื่องราวในวันนี้จะเป็นเรื่องราวที่ผมวางแผนไว้ว่าจะแก้ผ้าออกนอกรีสอร์ทบ้างแบบเนียนๆกันบ้างครับประสบการณ์ของผมจะเป็นยังไง เชิญอ่านต่อได้เลยครับ
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
.
เมื่อคืนนี้ผมนอนไม่ค่อยหลับเท่าไหร่ พยายามจะข่มตานอนต่อ นอนพลิกไปมา หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเห็นว่าตอนนี้เวลาหกโมงครึ่งแล้ว
แสงแดดยังไม่ค่อยสว่างมาก แต่ก็มากพอที่จะทำให้ผมก็เห็นหมอกขาวโพลนปกคลุมอยู่ข้างนอกแม้ประตูจะปิดอยู่ ผมมองออกไปเห็นทะเลหมอกสวยมาก แทบมองไม่เห็นวิวภูเขาอะไรเลย สีขาวโพลนไปหมด เหมือนผมลอยอยู่เหนือเมฆ
.ตอนนี้ในห้องอุ่นสบายดีเพราะฮีตเตอร์ยังเปิดอยู่ แต่ผมอยากลงไปดูวิวข้างนอกมากกว่า ผมจึงค่อยๆเลื่อนผ้าห่มออก จากเมื่อช่วงคืนผมนอนแก้ผ้าตอนนี้ร่างกายก็ยังเปลือยสนิท พอลงจากเตียงเท้าโดนพื้นไม้เท่านันแหละ ความเย็นฉ่ำ เสียวแปล๊บวิ่งมากจากปลายเท้าเข้าสู่ประสาท ผมรีบมองหารองเท้าในห้องทันที ไม่งั้นได้แข็งตายแน่ๆ
ผมก็พลันหันไปเห็นไอ้อ้นนอนท่าแปลก กึ่งตะแคงกึ่งหงาย ผ้าห่มปิดแค่ครึ่งตัวด้านบน ส่วนด้านล่างเปิดโล่งออก ขาอ้าถ่างเห็นควยนิ่มๆของมัน วางพาดบนต้นขาและไข่ที่ห้อยลงมาโล่งเนียนไม่มีหมอยเลยผมยืนมองผลงานของผมด้วยความภูมิใจ ตอนนี้มันเห็นชัดกว่าเมื่อคืนอีก จากแสงแดดที่ระเบียงส่องเข้ามาพอเห็นอย่างชัดเจน ส่วนไอ้ตี๋นอนปกตินอนตะแคงห่มผ้ามิดชิด .ผมเห็นไอ้ตี๋นอนแบบผู้ดี ในใจเลยอยากแกล้งมันสักหน่อย ผมจึงค่อยดึงผ้าห่มมันลงมา ทำให้เห็นมันนอนตะแคงสภาพเปลือยเปล่า นอนบีบไข่แน่นเห็นแต่หัวควยโผล่ออกมาจากง่ามขาผมก็ปล่อยให้นอนท่านั้นแหละ แล้วเอาผ่าห่มมันออกมาพับไว้ตรงปลายเตียงทำทีเหมือนมันไม่ได้นอนห่มผ้าเมื่อคืน
จากผมนั้นเดินลากรองเท้าแตะไปที่ระเบียง ถึงประตูบานเลื่อนโลหะที่เย็นเฉียบ มือผมจับที่มือจับเย็นเฉียบ จนต้องกัดฟัน แล้วก็ค่อยๆเลื่อนประตูออกช้าๆเงียบๆ ด้วยกลัวพวกมันสองคนจะตื่น
พอประตูเปิดลมหนาวก็พัดเข้ามาทันที ปะทะหน้าปะทะตัวเต็มๆ อากาศหนาวเย็นมากจนแทบสั่น แต่มันก็สดชื่นมาก จากที่ง่วงๆอยู่ ก็ตื่นตัวฟื้นฟูขึ้นในทันที
ผมก้าวออกไปยืนบนระเบียง ร่างกายเปลือยสนิทโดนลมหนาวพัดมา ผิวกายเย็นจนชาแต่มันสดชื่นมาก มองออกไปเห็นทะเลหมอกขาวโพลนปกคลุมหุบเขาทอดไปไกลไม่เห็นสิ้นสุด แสงแดดเริ่มส่องขึ้นมาเป็นสีทองอ่อนๆส่องผ่านหมอก สวยงามมาก.ผมยืนมองอยู่สักพักแล้วก็นึกได้ ถ้าแช่น้ำอุ่นตอนนี้น่าจะเป็นยังไง มันคงเหมือนออนเซ็นในญี่ปุ่นแบบในหนัง ที่คนนั่งแช่น้ำอุ่นๆรอบๆบ่อมีหิมะปกคลุม อากาศหนาวแต่น้ำร้อน ตัวอุ่นหัวเย็น
ผมเดินไปที่อ่างจากุซซี่ แล้วเปิดน้ำร้อนๆให้ไหลออกมา น้ำกระเด็นโดนมือผมทำให้รู้สึกถึงความอุ่นสบาย
ระหว่างรอน้ำเติมผมก็เดินไปมาที่ระเบียงเพราะมันหนาวมาก เลยต้องหากิจกรรมทำให้ไม่หนาว จากเดิน ตอนนี้กลายมาเป็นเป็นวิ่งจ๊อกกิ้งเบาๆรอบสระสองรอบ สลับกับดันพื้นและกระโดดตบ ผมทำอยู่แบบนี้ 4-5 นาที เพื่อทำให้ตัวอุ่นขึ้น แต่ก็เริ่มเหนื่อย.พอมองไปเห็นว่าน้ำเติมไปเกือบเต็มแล้ว ผมก็หยุดยืนกางแขนออกขาแยกเป็นท่าปลาดาว หลับตาหายใจเข้าลึกๆ ปรับระดับการหายใจ ให้ลมหนาวพัดผ่านร่างกายที่เปลือยโผงผางไม่มีอะไรกั้น รู้สึกถึงลมรู้สึกถึงอากาศ สดชื่นมากจนเกือบเมา หายใจเข้าลึกที่สุดจนปอดเต็มแล้วค่อยๆหายใจออกช้าๆ ทำซ้ำอีกสองสามครั้ง
ตอนนี้น้ำในอ่างเต็มแล้ว ผมปิดน้ำแล้วเดินไปจุ่มเท้าลงไปทดสอบ อุ่นมากเกือบร้อน ผมค่อยๆลงไปทีละนิดจนนั่งลงในอ่าง น้ำอุ่นๆปกคลุมตัวถึงคอ มันฟินมากตัวอุ่นทันทีแต่หัวยังเย็น
ลมหนาวพัดมาโดนหัวโดนหน้าเย็นสดชื่น มันเหมือนออนเซ็นจริงๆเลย ตัวอุ่นหัวเย็น อากาศหนาวน้ำร้อน สวรรค์เลย
ผมพิงหลังพักอยู่ในอ่างมองวิวทะเลหมอก แสงแดดส่องมาอบอุ่นที่หน้า ลมเย็นพัดมา น้ำอุ่นห่อหุ้มตัว สบายมากๆจนผมหลับตาเล่นๆพักสายตา แล้วก็เผลอหลับไปจริงๆ…
พอตื่นขึ้นมาอีกทีผมตกใจเล็กน้อย แสงแดดสว่างขึ้นเยอะแล้ว แล้วผมก็เห็นไอ้ตี๋กับไอ้อ้นยืนอยู่ที่ระเบียงใส่เสื้อคลุมอาบน้ำสีขาวห่อตัวมิดชิด
“ตื่นแล้วเหรอ” ไอ้ตี๋ถาม
“อือ หลับไปเหรอ” ผมตอบ
“ใช่ กูกับไอ้อ้นมานานแล้ว สิบนาทีมีแล้ว” มันหัวเราะ “โว้ยหนาวชิบหายแต่เห็นมึงแช่น้ำดูสบายดี อยากลงบ้าง”
“ลงสิ” ผมบอก
พวกมันถอดเสื้อคลุมออกเปลือยกายสนิท ไอ้อ้นลงมาก่อนลงช้าๆทีละนิด “อุ๊ยร้อน!” มันตะโกน ผมบอกว่าชินเดี๋ยวก็หายแล้ว มันค่อยๆลงไปจนนั่งได้อยู่อีกฟากหนึ่งของอ่าง ไอ้ตี๋ลงตามนั่งลงอีกฟากหนึ่ง
เราสามคนนั่งในอ่างพร้อมกัน น้ำอุ่นๆอากาศหนาว ลมเย็นพัดมาแสงแดดส่องมา หมอกยังลอยอยู่
“อ๋อ…สบายดี เหมือนออนเซ็นเลย ตัวอุ่นหัวเย็น” ไอ้อ้นพูด
“ใช่เลย” ผมพยักหน้า
เรานั่งแช่น้ำไปนานๆคุยกันเรื่อยเปื่อยมองวิว เห็นทะเลหมอกค่อยๆจางลงแสงแดดสว่างขึ้น สบายมากไม่อยากลุกเลย
พอได้โอกาสผมเลยพูดขำๆไปกับไอ้ตี๋ “ไอ้ตี๋ ปกติมึงนอนโชว์ไข่ แบบนี้อยู่แล้วไหมวะ ไม่ห่มผ้าอะไรสักแอะ”
“เมื่อคืนกุจำได้ว่า กุห่มแต่ทำไมตอนเช้ามา ผ้ากูอยู่ไหนไม่รู้ ”….“แม่งหนาวเลย เช้านี้”
“ถ้าเมิงชอบนอนแบบนั้นก็ตามสบาย กูไม่ได้ว่าอะไร ” ผมพูดแนวๆทีเล่นทีจริง เพื่อดูว่าไอ้ตี๋จะว่ายังไง
จากนั้นเราก็นั่งแช่น้ำคุยกันไป ลุกไปกินกาแฟกันบ้าง ปล่อยให้กระแสเวลาไหลผ่าน ถ่ายรูป อัพสตอรี่กัน
กว่าเราลงไปกินอาหารเช้าก็ล่วงเลยสิบโมงกว่าแล้วพวกเราเลยถือว่าเป็นอาหารเช้าที่ร่วมกับมื้อเที่ยงไปเลยแล้วกัน .หลังจากกินข้าวเที่ยงเสร็จ เรากลับนั่งพักกันในห้องยังตอนนี้ทุกคนใส่เสื้อผ้าสบายๆ กางเกงขาสั้น ต้อนรับอากาศเย็นสบาย ลมพัดเข้ามาจากระเบียง
"วันนี้ทำอะไรดีวะ” ไอ้อ้นพูด
“เล่นไพ่ไหม” ไอ้ตี๋ถาม
“เบื่อ เมื่อวานเล่นแล้ว” มันตอบ
“งั้นเล่นอย่างอื่น” ผมพูด
“เล่นอะไร” ทั้งคู่ถาม
ผมคิดอยู่สักพัก แล้วก็มีไอเดียขึ้นมา
“เล่นเกมท้าทายไหม” ผมเสนอ “แบบกล้าไม่กล้า”
“โอ้ น่าสนใจนะ” ไอ้ตี๋พูด “ท้าอะไร”
“เราผลัดกันท้าทายกัน” ผมอธิบาย “ใครถูกท้า ต้องทำให้ได้ ถ้าทำไม่ได้ต้องโดนโทษ”
“โทษอะไร” ไอ้อ้นถาม
“โทษคือ…ต้องทำอะไรที่คนอื่นสั่ง” ผมตอบ
“โอเค ดีนะ” ทั้งคู่ตอบ
“กูท้าก่อนนะ” ผมพูด “กูท้าไอ้อ้น”
“ท้าอะไร” มันถาม
“กูท้ามึงลงไปที่ล็อบบี้ของรีสอร์ท แล้วถ่ายรูปตัวเองที่นั่น” ผมพูด
“ง่ายอยู่” มันตอบ
“ยังไม่จบ” ผมยิ้ม “แบบแก้ผ้าถ่าย”
“หา!?” มันตะโกน “ไม่ได้วะ มีคนเห็นแน่”
“ก็เลยไง ท้าทายมั้ย” ผมพูด
“ยังไงกูก็ไม่ทำหรอก” มันปฏิเสธ
“งั้น มึงก็โดนลงโทษไป” ไอ้ตี๋พูด
“โทษอะไร” มันถาม
“มึงไปแก้ผ้า ยืนที่ระเบียง 5 นาที เอามือไขว้ไว้หลังหัว แล้ว ค่อยๆหมุนไปรอบๆจนครบเวลา” ผมสั่ง
“โอเค ยืนได้” มันตอบ จากนั้นไอ้อ้นถอดกางเกงและเสื้อออก พร้อมกับเดินออกไปยืนบนระเบียง เปลือยกายท่ามกลางแสงแดดบ่าย ผิวของมันสีน้ำตาลแดงตัดกับท้องฟ้า สอดประสานไปกับแมกไม้รอบๆถึงแม้จะไม่มีใครเห็น แต่มันก็ยังดูตื่นเต้นควย ไข่ ที่ไม่มีขน โดนโกนจนเรียบ ตัดกับขนรักแร้ที่ขนดกพริ้วไสวตามแรงลมตอนนี้เผยให้เห็นท่ามกลางแสงแดด ดูยังกับรูปปั้น David แบบสำริดยังไงยังงั้น กล้ามเนื้อหน้าท้องมันตัดกันเป็นลอด ยังเอามือไขว้ท้ายทอยยิ่งทำให้เห็นกล้ามชัดขึ้น
เรานับเวลา 5 นาที แล้วก็ปล่อยให้เข้ามา
“ตากูบ้าง” ไอ้อ้นพูด “กูขอท้าไอ้ตี๋”
“ท้ามา” มันตอบ
“กูท้ามึงเดินไปที่สระว่ายน้ำ แล้วว่ายน้ำสักสิบเมตร และขึ้นมาดันพื้นกับดึงข้อ” มันพูด
“ง่ายอยู่ กูทำประจำ” ไอ้ตี๋ตอบ
“แบบแก้ผ้าด้วยนะ” มันเสริม
“ก็ทำได้สิ ที่นี่ไม่มีใคร” มันตอบ
ไอ้ตี๋เดินออกไปที่สระ เปลือยกายสนิท ลงไปว่ายน้ำในสระที่พอจะพลิกตัวกลับได้ เรายืนมองมันเห็นร่างเปลือยของมันใต้น้ำจากนั้นว่ายเสร็จ มันขึ้นมาดันพื้น ตอนนี้ตัวเปียกๆ เห็นแผ่นหลังที่มีน้ำเกาะ น้ำไหลลงไปตามง่ามก้นและหยดลงบริเวณปลายควย ตอนไอ้ตี๋ดันพื้น ควยมันจะลงไปแตะพื้นด้วยทุกครั้ง ทำให้น้ำที่หยดลงมาติดปลายควยกลับไปด้วย เหมือนภาพน้ำเงี่ยนที่ค่อยๆไหลหยดลงมา
จากนั้นมันพอดันพื้นเสร็จมันก็ไปถึงข้อกับราวเหล็กที่ทำเป็นโครงหลังคาแถวๆนั้น ตอนนี้ควยมันเริ่มจะแข็งขึ้นมา ผมแกล้งแซวมัน “ไอ้ตี๋ มึงเงี่ยนเหรอ หลังจากตอกพื้น ควยแข็งนะมึงอะ“
”ไม่ได้เงี่ยนโวย ควยมันโดนพื้นแบบนี้มันแค่เสียวๆเลยแข็ง” …. ผมกับไอ้อ้นหัวเราะ
ไอ้ตี๋ดึงข้อขึ้นไป ควยก็แข็งไป ควยมันก็เหมือนของผมมีการขลิบปลาย เผยให้เห็นหันควยถอกชัดเจน และมีไรขนอ่อนจากอกไหลผ่านลงมาตามแนวหน้าท้องและจางรวมกับขนหมอยที่มันไถจนเรียบเนียน ทำให้เวลาที่มันขึ้นตัวขึ้นไปกล้ามก้น กล้ามแขนและท้องมันเห็นเด่นชัดเจนขึ้นมาก ขาวจั๊ว
พอมันทำเสร็จมันก็ เดินกลับเข้าห้อง
“เอาละ ตาของกู” ไอ้ตี๋พูด “กูท้ามึง” มันชี้มาที่ผม
“ท้ามา” ผมตอบ
“กูท้ามึงเดินไปที่รถเรา แล้วเอาอะไรสักอย่างในรถมา” มันพูด
“ง่ายอยู่” ผมตอบ
“แบบแก้ผ้าด้วยนะ” มันเสริม
“โอเค ทำได้” ผมยอมรับ
ผมเดินออกจากห้อง แต่ไม่ลืมที่จะหยิบผ้าคลุมอาบน้ำไปด้วย เผื่อเกิดเหตุสุดวิสัยจะโดนจับอนาจารผมค่อยๆเดินลัดเลาะไปตามทางเดินบรรไดข้างห้องที่จะตรงไปยังลาดลานจอดรถที่อยู่เยื่องๆกันตอนนี้ไอ้อ้นกับไอ้ตี๋ก็เดินตามผมมา ทำทีเดินไปส่งผม แต่มันทั้งสองใส่เสื้อคลุมปกติ
โชคดีที่รถเราจอดไม่ไกลมาก และไม่มีใครอยู่แถวนี้ และผมมองไม่เห็นกล้องวงจรปิด อาจจะมีแต่ผมมองไม่เห็นก็ได้ ผมเปิดรถหยิบขวดน้ำออกมา แล้วรีบเดินกลับ หัวใจเต้นแรงมาก แต่ก็สนุกดี ทั้งหมดทั้งมวน ผมเดินแก้ผ้าตัวเปล่าอยู่กลางแดด กลับถึงห้องพวกมันหัวเราะให้
“กล้าจริงๆ” ไอ้อ้นพูด
“ก็…สนุกดี” ผมยิ้ม
เราเล่นกันไปอีกหลายรอบ ท้าทายกันไปมา สนุกมาก ตื่นเต้น เล่นกัน นั่งดูทีวีฟังเพลงในห้อง จนเวลาล่วงเลยมาถึง 5 โมงเย็น
“เอา ไปกินข้าวกันไหม” ไอ้อ้นถาม
“ไปสิ แต่ต้องขับลงไปข้างล่าง” ผมบอก “ประมาณสามสิบนาที มีร้านอาหารเหนืออร่อยมาก”
“โอเค แต่งตัวกันก่อน” ไอ้ตี๋พูด
ไอ้อ้นกับไอ้ตี๋เริ่มหยิบเสื้อผ้ามาใส่ ไอ้ตี๋ใส่เสื้อกันหนาวสีดำ กางเกงขายาว ไอ้อ้นใส่เสื้อกันหนาวสีเทา กางเกงยีนส์
ส่วนผม…ผมหยิบเสื้อกันหนาว overcoat ตัวยาวๆ สีน้ำตาล มาคลุมตัว แค่นั้น
ไม่ได้ใส่อะไรข้างใน ไม่มีเสื้อ ไม่มีกางเกง ไม่มีกางเกงใน แค่เปลือยกายสนิท แล้วเอาเสื้อกันหนาวตัวยาวคลุมไว้ เสื้อกันหนาวตัวนี้ยาวพอดี ปกปิดได้ทั้งหมด แต่ถ้าลมพัด หรือเดินเร็วๆ ก็จะเห็นข้างใน
“พร้อมแล้วเหรอ” ไอ้ตี๋ถาม
“พร้อมไปกันยัง?” ผมทำหน้าเฉยๆ .เราเดินออกจากห้อง ขึ้นรถ ผมเป็นคนขับรถ เสื้อกันหนาวคลุมอยู่ความรู้สึกแปลกๆ แต่ก็ตื่นเต้นดี ผ้าเบาะรถแตะโดนก้นเปลือยเย็นนิดหน่อยแต่ก็สบาย ขับไปตามถนนคดเคี้ยว ลงเขา ผ่านป่า
“หนาวนะ” ไอ้อ้นพูด
“ใช่ อุณหภูมิตอนนี้ประมาณ 14 องศา” ผมบอก
“มึงไม่หนาวเหรอ ใส่แค่เสื้อกันหนาวตัวเดียว” ไอ้ตี๋ถาม
“ไม่หนาว ตัวนี้หนามาก” ผมตอบแบบเนียนๆ
ขับไปได้สามสิบนาที ถึงร้านอาหาร ร้านนี้เป็นอาหารเหนือสไตล์ล้านนา สร้างด้วยไม้ทั้งหลัง มีโคมไฟแขวนอยู่ บรรยากาศอบอุ่น
เราจอดรถ ลงมาผมระวังมาก เดินช้าๆ เสื้อกันหนาวปกปิดได้ดี เดินเข้าร้าน พนักงานพามาที่โต๊ะ เรานั่งลง
ผมนั่งลงระวังๆ เสื้อกันหนาวคลุมอยู่ แต่ก้นเปลือยแตะเก้าอี้ไม้
“สั่งอะไรดี” ไอ้ตี๋ถาม
พนักงานเอาเมนูมาให้ เราสั่งอาหาร 7 อย่าง แบบเช็ตขันโตกมีพวกแกงฮังเล, น้ำพริกอ่อง, แคบหมู ,น้ำพริกหนุ่ม, ผักลวก, ลาบคั่ว, จอผักกาด และข้าวเหนียว
“รับเครื่องดื่มด้วยไหมค่ะ” พนักงานถามด้วยความที่ผมมาเที่ยวภาคเหนือบ่อยและเคยไปพักโฮมสเตย์มาแล้วเลยอดไม่ได้ที่จะสั่ง น้ำขาว — เหล้าสาโท ที่มีแอลกอฮอร์ประมาณ 5-15 เปอร์เซ็นแล้วแต่สูตรการหมัก
ผมจึงตอบถามไปว่ามีพวก“น้ำขาว หรือ สาโทประจำถิ่นไหม”พนังงานพยักหน้า ผมจึงสั่งมา 4 ขวด กะว่าจะกินที่ร้าน 2 ขวดเอากลับไปกินที่ห้องอีก 2 ขวดแต่ด้วยความที่ไอ้อ้นมันชอบแอลกอฮอร์ มันเห็นเมนูที่คุ้นชื่อแต่ไม่เคยลอง มันเลยสั่ง
ผมขอ “เหล้าตองครับ ” ไอ้อ้นพูด— เป็นเหล้าเหล้าขาว 40 ดีกรี ที่เสริฟมาเป็นแก้วประมาณ 50 ซีซี
ช่วงรออาหาร เรานั่งชมบรรยากาศ มีเพลงบรรเลงซะล้อ ซอ ซึง ประกอบการกินอาหารถึงแม้ว่าร้านจะมีคนเยอะ แต่อาหารก็มาเร็ว วางเต็มโต๊ะกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่ว แกงฮังเล น้ำพริกอ่อง ไส้อั่ว ทุกอย่างดูอร่อยมาก
เหล้าสาโทเทลงแก้ว …… เหล้าตองตามมา
เราเริ่มกินกัน จิ้มน้ำพริก กินผัก กินแกง ดื่มเหล้า
“อร่อยมาก” ไอ้ตี๋พูด
“ใช่ ของจริง” ไอ้อ้นเสริม.ผมนั่งกินด้วยแต่ไม่มาก เพราะว่าผมต้องขับรถกลับ แต่ก็ระวังตลอดเวลาไม่ให้โป๊ในร้านพยายามจัดเสื้อกันหนาวให้คลุมอยู่ดีๆ และต้องห้ามให้ตัวเองเมา
เรากินกัน ดื่มกัน คุยกัน หัวเราะกัน
กินเสร็จ เราจ่ายเงิน เดินออกมา ไอ้อ้นถือถุงสาโทเดินออกมาก่อนจากร้านตอนนี้ลมพัดแรง เย็นมาก ทำให้เสื้อกันหนาวของผมปลิวนิดหน่อย
ด้วยความที่ไอ้อ้นที่มันกินทั้งเหล้าตองและสาโท เลยทำให้มันยืนไม่ค่อยมั่นคงเดินสะดุดหินเกือบล้ม “โว้ย” มันตะโกน
ผมที่เดินตามหลังออกมา รีบวิ่งไปช่วยจับแขนมัน ด้วยกลัวมันจะขวดเหล้าแตก ไม่ได้ห่วงอะไรมันหรอก แต่พอผมวิ่ง เสื้อกันหนาวปลิวขึ้น ทำให้ไอ้ตี๋ที่เดินอยู่ข้างหลังเห็นผมอย่างชัดเจน
เห็นก้นเปลือย เห็นขาเปลือย
“เฮ้ย!!!” มันตะโกน
ผมหันไปมอง รู้ทันทีว่าโดนจับได้ รีบปรับเสื้อกันหนาวให้มิดชิด
“มึงไม่ได้ใส่กางเกงเหรอ!?” ไอ้ตี๋ถามเสียงดัง
“ก็…ไม่ได้ใส่” ผมตอบเบาๆ
“ไม่ได้ใส่!!?” ไอ้อ้นก็ตะโกนตาม “มึงแก้ผ้ามาเหรอ ใส่แต่เสื้อกันหนาวตัวเดียว??!”
“ใช่” ผมยอมรับพร้อมกับทำท่าจุ๊ปาก ให้มันเบาเสียงลงหน่อย
“โอ้ย มึงบ้าจริงๆ” ไอ้ตี๋พูด “มาร้านอาหารแก้ผ้าเลยเหรอ”
“ก็…มีเสื้อกันหนาวคลุมอยู่นี่” ผมแก้ตัว
พวกมันมองหน้ากัน แล้วก็หัวเราะ
“มึงกล้าจริงๆ” ไอ้อ้นพูด.“เอาเถอะ กลับกันเถอะ หนาวแล้ว” ผมพูด
เราขึ้นรถ ขับกลับ ระหว่างทางกลับ “จริงๆนะ” ไอ้ตี๋พูด “ทำไมมึงไม่แต่งตัวให้มันดีๆหน่อยวะ มาร้านข้าวนะเว้ย คนเยอะแยะ”
“ก็…กูชอบแบบนี้” ผมตอบตรงๆ
“ชอบยังไง” มันถามต่อ
“กูชอบความรู้สึกของการไม่ใส่อะไร” ผมอธิบาย “มันเป็นอิสระ สบาย ไม่มีอะไรขัดขวาง”
“แต่มันเสี่ยงนะ ถ้าโดนจับได้ล่ะ” ไอ้อ้นพูด
“กูก็ระวังนี่” ผมตอบ “แล้วก็มีเสื้อกันหนาวคลุมอยู่ ไม่มีใครเห็น”
“ยกเว้นพวกเรา” ไอ้ตี๋พูด เราหัวเราะกัน.พอกลับถึงรีสอร์ท เราเดินเข้าห้อง ทันทีที่เข้าห้อง ผมถอดเสื้อกันหนาวออกทิ้ง ตอนนี้เหมือนผมยืนแก้ผ้าคนเดียวต่อหน้าเพื่อนอีกสองคน ทำให้มันเห็นภาพชัดขึ้นว่าผมไม่ได้ใส่อะไรมาด้วยจริงๆ
“มึงแก้ผ้ามาตลอดทาง” ไอ้ตี๋พูด “นั่งขับรถแบบนั้นด้วย”
“ใช่” ผมตอบ
“แล้วมึงไม่กลัวเหรอ ถ้าเกิดอุบัติเหตุ หรือตำรวจจับ” ไอ้อ้นถาม
“ก็…มีเสื้อกันหนาวอยู่นี่” ผมตอบ “ถ้าเกิดอะไร กูก็ใส่ทัน”
พวกเขาเงียบไปสักพัก
“จริงๆแล้ว” ผมพูดต่อ “กูชอบแบบนี้มานานแล้ว”
“นานแค่ไหน” ไอ้ตี๋ถาม
“นานมากตั้งแต่ก่อนหน้านั้น และก็ทริปอันดามันครั้งก่อน” ผมตอบ “ตอนนั้นเราได้ลองแก้ผ้าด้วยกัน กูรู้สึกดีมาก รู้สึกอิสระ สบาย”
“แล้วหลังจากนั้น” มันถามต่อ
“กูก็พยายามแก้ผ้าบ่อยๆ” ผมอธิบาย “ที่บ้าน ไม่ใส่อะไรเลย“
“โอ้” พวกเขาพยักหน้า
“จริงๆนะ” ผมพูดต่อ “พวกมึงก็ลองดูสิ มันดีจริงๆ”
“ลองยังไง” ไอ้อ้นถาม
“ก็…แบบนี้ไง” ผมชี้ไปที่ตัวเอง “แก้ผ้าตลอดเวลา ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ถ้าเป็นส่วนตัว ก็แก้ผ้า สบาย”
“แต่ข้างนอกล่ะ” ไอ้ตี๋ถาม “แบบที่มึงทำ”
“ก็ลองสิ” ผมพูด “ใส่เสื้อผ้าหลวมๆ แบบที่เห็นไข่เห็นควยนิดหน่อย หรือถ้ากล้า ก็แบบกู คลุมเสื้อกันหนาวไป”
พวกเขาคิดอยู่สักพัก
“ไม่รู้นะ ยังไม่กล้า กูกลัวโดนจับ แม่งหมดอนาคต” ไอ้อ้นพูด
“ไม่เป็นไร ค่อยๆไป ทำแค่ในพื้นที่ส่วนตัว” ผมพูด “แค่ในทริปนี้ พวกเราก็แก้ผ้าด้วยกันได้แล้ว นั่นก็ดีแล้ว”
“ใช่นะ” ไอ้ตี๋พูด.......“เอา ไปแช่น้ำอุ่นกันไหม” ผมชวนพร้อมกับยกถุงน้ำขาวขึ้น “นั่งกินน้ำขาวกันต่อ” ผมพยายามเปลี่ยนเรื่อยคุย.“ได้” ทั้งคู่ตอบ.พวกเขาถอดเสื้อผ้าออก เปลือยกายสนิท เราเดินออกไปที่ระเบียง เปิดน้ำอุ่น ไอน้ำค่อยๆลอยขึ้นมา ตอนนี้เราลงไปนั่งแช่ทั้งสามคน เหมือนช่วงเช้า บรรยากาศยามเย็นก็ได้ฟิลลิ่งอีกแบบ ไม่หนาวมาก เสียงจิ้งหรีด จั๊กจั่นร้องระงมเต็มป่า.ไอ้อ้นเปิดขวดน้ำขาวเทลงแก้ว เราดื่มกัน แช่น้ำอุ่น มองดาวบนท้องฟ้า
“เชื่ยย โคตรสบาย” ไอ้ตี๋พูด.“ใช่ นี่แหละสวรรค์” ผมตอบ.เราดื่มกันไปเรื่อยๆคุยกัน หัวเราะกัน รูตัวอีกทีเหล้าหมดไปสองขวดเราเริ่มเมาง่วงนอน และเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว ทั้งที่เราทั้งสามแช่อยู่ในอ่างน้ำอุ่น
เวลาผ่านไป…
ผมตื่นขึ้นมา รู้สึกว่าน้ำเริ่มเย็น มองดูนาฬิกา เที่ยงคืนกว่าแล้ว ไอ้ตี๋กับไอ้อ้นยังหลับอยู่ในอ่าง“เฮ้ย ตื่นๆ” ผมปลุก
“อืม…” พวกเขาตื่นขึ้นมาง่วงมาก เมามาก
“น้ำเย็นแล้ว เข้าไปนอนกันเถอะ” ผมพูด
เราลุกขึ้นจากอ่าง ทุลักทุเลกัน ผมพยายามพยุงไอ้ตี๋ ไอ้ตี๋พยุงไอ้อ้น ตัวทั้งสามเราก็ตัวเปียก และลื่นๆกว่าเอากันออกมาจากอ่าง ทั้งดันแขน ดันก้น เรื่องจับโดนควยโดนไข่ไม่ต้องพูดถึง เต็มๆครับ ทั้งแหกขา ลากแขนไอ้อ้นหนักสุด เดินแทบไม่ไหว
เราช่วยกันแบกกันเปลือยกายตัวเปียกปอน เดินเข้าห้อง นอนลงบนเตียงใหญ่ทั้งสามคน แทบไม่ได้ห่มผ้าห่มด้วยซ้ำ แค่นอนเปลือยกายสนิท และหลับไปทันที
คืนนี้เป็นคืนที่พิเศษมาก คืนที่เราได้เรียนรู้ความอิสระอีกขั้น และคืนที่มิตรภาพของเราลึกซึ้งขึ้นอีกครั้ง......
มันได้ใจมาก ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณมากครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ ชอบมากครับ เสียวแบบไม่ได้ตั้งใจเจาะจงเสียว ค่อยๆปรับความคิดเพื่อน
อ่านแล้วอยากมีกลุ่มเพื่อนแบบนี้ ขอบคุณคับ ขอบคุณครับ
หน้า:
[1]