BBQ โพสต์ 2025-12-21 10:01:47

นักล่าร่านราคะ ตอนที่ 9

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย BBQ เมื่อ 2025-12-21 15:43


*คำเตือน*#ไม่มีฉากเสียว


โอ๊ตที่นอนป็นผักรอพักฟื้นเวลาหลายวัน ทุกคนต่างมาเยี่ยมหาโอ๊ต ยกเว้นดิว ซึ่งก็เข้าใจได้เพราะอาจจะติดธุระอะไรหรือเปล่าเพราะขนาดโจเองก็หาเวลามาแทบไม่ค่อยได้ และ
ตัดภาพมาที่ดิวหลังจากที่ถูกใครบางคนพาตัวมาทำพิธี
ดิวที่ถูกมัดแขนมัดขาเอาไว้พอพิธีเริ่มขึ้น ดิวก็ลืมตาขึ้นมาแต่นั่นกลับไม่ใช่ดิวเพราะนัยน์ตาของดิวกลายเป็นสีขาวสนิทพอเริ่มมีเสึยงของบทสวด
ดิวที่เหมือนถูกสิงก็ทำการดิ้นอย่างรุนแรงแล้วก็ร้องราวกำลังถูกทิ่มแทง แต่ก็ถูกปิดปากด้วยผ้าบางอย่างที่มีสัญลักษณ์เขียนเอาไว้
พอพิธีสวดเริ่มมาสักพักแต่ในส่วนของดิวที่ถูกสิงยังคงดิ้นต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง จนได้มีใครอีกคนหนึ่งได้เดินมาพร้อมถือบางสิ่งบางอย่าง
เป็นขันน้ำที่มีของเหลวใส่อยู่พอคนนั้นมาถึงก็ทำการราดลงมาใส่หัวของดิวที่ถูกสิงอยู่ พอโดนแล้วดิวที่ถูกสิงก็ดิ้นทุรนทุรายราวกำลังจะตาย
จนในที่สุดผ้าที่ปิดปากเอาไว้ก็ถูกดึงออก ทันใดนั้นก็มีพลังงานสีดำพุ่งออกมาจากปากของดิว่า
โดยคนที่กำลังสวดนั้นก็ได้เปิดฝาหม้อออกมาแล้วพลังงานสีดำนั้นก็ถูกดูดเข้าไปแล้วก็ปิดฝาลง แต่ถึงอย่างนั้นในหม้อใบนั้นก็เกิดอาการสั่นขึ้นอย่างรุนแรงจนกระทั่งหม้อนั่นแตกออกมา
สร้างความตกใจแก่ทั้งสองที่กำลังทำพิธีอยู่นั้น พลังงานสีดำที่พุ่งออกมาจากหม้อใบนั้นก็พุ่งออกมาโดยมันก็พุ่งไปมาอยู่ในห้องทำพิธีอยู่อย่างนั้นจนจู่ๆก็ได้มีใครบางคนเปิดประตูเข้ามา
ก็เป็นจังหวะพอดีที่พลังงานสีดำนั้นพุ่งออกไปที่ประตูแล้วก็ทำการหลบหนีออกไปได้จนในที่สุด จากนั้นตัดภาพมาที่ดิวที่ตอนนี้พลังงานสีดำที่สิงอยู่ได้หลุดออกไปแล้วแต่ร่างกายของเขากลับสูบผอมลงเป็นอย่างมากราวกับคนที่อดอาหารมาเป็นเวลานาน
เวลาผ่านไปสักพักก่อนที่ดิวจะลืมตาขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองได้นอนอยู่ในห้องสร้างความงุนงงเป็นอย่างมากดิวมองไปรอบๆกลับไม่พบอะไรแต่พอจะลุกขึ้นไปเท่านั้นแหละ
ร่างกายของดิวกลับล้มลงไปที่พื้นแล้วดิวก็สังเกตได้ว่าตัวเองนั้นร่างกายผอมซูบแทบจะเนื้อติดกระดูกแถมไม่มีเรี่ยวแรงอีกก่อนจะมีเสียงของใครบางคนเปิดประตูเข้ามาแล้วก็นำตัวของดิวออกไป

กลับมาในฝั่งของโอ๊ตที่เวลาผ่านไปนานมากพอแล้วจนสามารถนำตัวกลับไปพักฟื้นที่บ้านได้โดยก็ต้องอยู่ในการดูแลอย่างใกล้ชิด พอโอ๊ตกลับมาถึงบ้านก็สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติ
แม้อาจจะมีบางอย่างที่ยังไม่สามารถทำได้ตอนนี้ โอ๊ตที่ยังคงปวดหัวอยู่เล็กน้อยแต่ก็ไม่เป็นอะไรมาก
พอโอ๊ตที่กำลังพักฟื้นอยู่ที่บ้านนั้น พงศ์ที่ได้เดินเข้ามาก็ได้มาบอกว่าดิวนั้นได้เขียนจดหมายไว้ว่า ไม่อยู่ ไว้จะกลับมา ทางพงศ์ก็ได้บอกว่า ติดต่อไม่ได้อีก
สร้างความกังวลเป็นอย่างมากได้แต่ขอให้โชคดี พอเรื่องที่เกิดขึ้นทำให้โอ๊ตไม่สามารถไปทำงานได้
ทางเคนเองที่ไม่ได้เจอหน้าโอ๊ตก็กลายเป็นคนที่กลับมาเป็นคนอารมณ์ร้อนเหมือนเดิมแถมก็หนักขึ้นอีกด้วย และ ทางเด็กหนุ่มคนนั้นที่ก็รู้สึกผิดเป็นอย่างมากที่ลากคนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องต้องมาเจออะไรแบบนั้น
ถึงแม้โอ๊ตจะเสนอตัวเข้ามาเองก็เถอะนะ เมื่อเวลาผ่านไปหลายสัปดาห์โอ๊ตก็ต้องเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูร่างกายตามคำแนะนำของแพทย์อยู่อย่างนั้น
จนโอ๊ตเองก็แทบจะเป็นบ้าเพราะอาการเงี่ยนของเขามันมีเยอะมากๆ พอเวลาผ่านไปหลายเดือนโอ๊ตก็กลับสภาพมาแทบจะปกติแล้ว
แต่ก็ต้องอยู่ในคำแนะนำจากแพทย์ว่าทำอะไรได้บ้างไม่ได้บ้าง นับว่าโชคดีแล้วที่หลังเกิดเหตุนั้นสามารถถึงมือแพทย์ได้ทันเวลาจนไม่ได้เป็นอะไรมากแต่ก็ต้องเฝ้าระวังดูอาการ
จนพอเวลาผ่านไปนานจนกลับมาใช้ชีวิตปกติได้แล้วนั้น
โอ๊ตที่เดินไปเดินมาอย่างกระวนกระวายเพราะมีการติดต่อจากดิวมา
แต่สิ่งที่ได้มานั้นเป็นร่างของดิวที่ถูกมัดขังไว้อยู่ที่สักแห่งหนึ่งโดยมีร่างกายที่ดูซูบผอมเป็นอย่างมากโอ๊ตที่ตกใจและเป็นกังวลแต่ข้อความนั้นได้ส่งบอกมาว่า อย่าได้บอกใคร และ ให้มาเจอที่จุดนัดพบ
แน่นอนว่าโอ๊ตก็ไปโดยทันทีแต่คราวนี้ได้พาพงศ์ไปด้วยเพราะตั้งแต่เกิดเรื่องก็ไม่มีใครให้โอ๊ตไปไหนคนเดียว กลัวว่าจะไปมีเรื่องที่ไหนอีกพอมาถึงที่จุดนัดพบก็ให้พงศ์รออยู่บริเวณด้านนอก
ที่ห่างออกไปเล็กน้อย พอโอ๊ตเดินเข้ามากลับพบว่ามันเป็นบ้านร้างที่ตั้งอยู่ในป่าเดี่ยวๆ
พอโอ๊ตเดินเข้ามาในบ้านบรรยากาศมันดูแปลกๆยังไงชอบกลโอ๊ตกลั้นใจเดินไปภายในตัวบ้านกลับพบห้องต่างๆที่มีซากเทียนหลงเหลืออยู่แถมก็ดูเป็นจุดทำพิธีอะไรสักอย่างหนึ่ง
จากนั้นโอ๊ตก็คอยระวังหลังไว้ และพอเดินไปยังหน้าต่างก็เห็นพงศ์อยู่ไกลๆ
และ จู่ๆก็ได้ยินเสียงอะไรบางอย่างมาในห้องใดห้องหนึ่งพอตั้งใจฟังแล้วกลับได้ยินเสียงเบาลง พอไปสำรวจก็ไม่พบอะไรเลย และ ก็ต้องเดินออกมาแล้วก็เดินมาหาพงศ์
แต่จังหวะที่หันหลังไปมองไปยังตัวบ้านนั้นกลับพบเห็นว่าตัวโครงสร้างนอกบ้านนั้นมันดูไม่เหมือนตอนอยู่ในบ้านเลย พอที่เห็นอย่างนั้นก็รีบกลับเข้าไปโดยที่พงศ์ที่เห็นก็วิ่งตามไปด้วย
และ พอโอ๊ตที่เข้ามาอีกครั้งนั้นคราวนี้ก็มุ่งไปที่ห้องนั้นทันที และจุดที่โอ๊ตไม่ได้ค้นนั้นก็คือข้างหลังม่านนั่นที่ตอนแรกคิดว่ามีไว้เฉยๆ
แต่พอโอ๊ตเปิดมันก็ใช่อย่างที่คิด โดยมันมีประตูซ่อนไว้อยู่หลังม่าน ก่อนที่โอ๊ตจะเข้าไปโดยมีพงศ์ตามมาด้วย
แต่มันเป็นช่องทางเดินที่แคบเอามากๆพอมาถึงก็พบเข้ากับประตูอีกบานที่พอโอ๊ตเปิดเข้าไปแล้วทันใดนั้นก็พบเห็นร่างของดิวที่ถูกมัดไว้ที่เก้าอี้พร้อมผ้าปิดตาและปิดปากแต่โอ๊ตกลับสงสัยเป็นอย่างมากเพราะร่างกายของดิวนั้นกลับดูใหญ่มีแต่กล้ามเนื้อแน่นๆที่ดูหนามากไม่เหมือนอย่างในรูปเลย
พอโอ๊ตมาถึงก็รีบเรียกดิวแล้วก็แก้ผ้าที่ปิดตาปิดปากเอาไว้ พอดิวที่ยังพอรู้ว่าโอ๊ตได้มาหาเขาแล้ว แต่ดิวกลับตกใจเป็นอย่างมากเพราะว่าดิวนั้นเห็นว่าโอ๊ตได้พาพงศ์มาด้วยและตอนนี้พงศ์ก็ถูกล็อคตัวไว้อยู่ข้างหลังโอ๊ตโดยที่โอ๊ตยังไม่รู้ตัว
ดิวที่ไม่ปริปากพูดอะไรก่อนที่โอ๊ตจะอ้าปากถามกลับมีผ้าอะไรบางอย่างมาปกคลุมที่ศีรษะก่อนมันจะเลื่อนลงมาคลุมทั้งตัวของโอ๊ตโดยโอ๊ตที่เห็นก็ตกใจแต่กลับถูกจับตัวเอาจนไม่สามารถขยับตัวไปไหนได้จากนั้นก็โดนมัดเอาไว้
จนไม่สามารถขยับได้อย่างสมบูรณ์ จากนั้นโอ๊ตถูกพาตัวมายังที่แห่งหนึ่งภายในตัวบ้านร้างโดยโอ๊ตที่ถูกนำผ้าคลุมออกก็พบว่าตัวเองอยู่ในห้องกับชายอีกสามคน
ที่พวกเขาใส่ชุดคลุมสีดำอยู่ตรงพื้นที่โอ๊ตอยู่มีวงสีแดงๆอยู่แล้วก็มีเทียนอยู่ล้อมรอบวงโอ๊ตที่พยายามดิ้นแต่ก็ไร้ผล
ร่างกายที่ถูกมัดแน่นจนกระทั่งชายคนหนึ่งนั้นเริ่มร่ายท่องบทสวดทันทีโดยหลังจากนั้นจู่ๆเทียนที่อยู่ล้อมรอบวงนั้นก็เกิดการเคลื่อนไหวอย่างรุนแรงราวกับโดนลมพัดแต่โอ๊ตอยู่ในห้องที่หน้าต่างถูกตอกไว้อย่างแน่นหนาปิดไว้ราวกับห้องที่ปิดตาย
หลังจากนั้นไม่นานก็ได้มีพลังงานบางอย่างสีดำค่อยๆลอยเข้ามาพอมันกำลังจะพุ่งไปยังทางที่โอ๊ตอยู่จู่ๆมันก็ไม่สามารถเข้าไปในตัวโอ๊ตได้เพราะตัวของโอ๊ตอยู่ในวงพิธีกรรม
จากนั้นชายอีกคนหนึ่งได้เตรียมหม้อเอาไว้โดยจากนั้นชายที่ท่องบทสวดก็เปลี่ยนบทสวดทันทีทันใดนั้นพลังงานสีดำก็ค่อยๆถูกดูดเข้าไปในหม้อใบนั้นจนมันถูกผนึกเอาไว้ในหม้อบทสวดยังคงดำเนินต่อไปจนท้ายที่สุดแล้วหม้อใบนั้นก็เกิดการแตกขึ้นมาอีกครั้งทีนี้มันก็พุ่งออกมาแล้วมุ่งไปทิศที่โอ๊ตอยู่
มันพยายามกระแทกเข้ามาแต่ก็ไม่สามารถมันพลังงานสีดำมันวนเวียนแถวรอบๆที่โอ๊ตอยู่จนเทียนที่มีไฟอยู่นั้นมันก็พุ่งสูงขึ้นจนถูกพลังงานสีดำนั้นมันกรีดร้องโหยหวนอย่างทรมานจนกระทั่งพลังงานสีดำนั้นถูกปกคลุมไปด้วยไฟ


มันพยายามจะเข้ามาในตัวของโอ๊ตให้ได้ พอสุดท้ายมันเริ่มอ่อนแอลงมันก็ถูกดูดเข้าไปในหม้ออีกใบอีกครั้งคราวนี้พอมันถูกผนึกมันก็มีท่าทีจะพุ่งออกมาจากข้างในหม้อ
แต่มันกลับค่อยๆขยับเบาลงเรื่อยๆจนท้ายที่สุดมันก็หยุดนิ่ง แล้วชายคนหนึ่งก็ทำการผูกผ้าสักอย่างกับหม้อเอาไว้แล้วจากนั้นก็ถูกนำพาออกจากห้องไปชายทั้งสองคนเดินออกไป
ปล่อยให้โอ๊ตอยู่กับชายคนหนึ่งที่ท่องบทสวดด้วยผ้าที่ปกคลุมใบหน้าทำให้โอ๊ตมองพวกเขาไม่ได้ทันใดนั้นชายคนนั้นก็เดินเข้ามาหาโอ๊ตทำการดับไฟลงโดยโอ๊ตก็ได้เห็นเพียงแค่ส่วนปากและลำคอของเขาและทำการแกะมัดให้กับโอ๊ต
โอ๊ตที่เห็นเหตุการณ์นั้นก็ทำอะไรไม่ถูกได้แต่นิ่งอยู่เฉยๆ พอชายคนนั้นลุกขึ้นพร้อมกับยื่นมือมาให้โอ๊ต
โอ๊ตลังเลก่อนจะยื่นมือรับจากนั้นเขาก็พาโอ๊ตเดินออกมาจากวงนั้นโอ๊ตที่ยังคงเงียบ ส่วนเขาเองก็เงียบเช่นกัน
จนจู่ๆทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงของแตกขึ้นมาชายคนนั้นที่ดูท่าไม่ดีรีบนำสร้อยไปสวมให้กับโอ๊ตทันทีทันใดนั้นพลังงานสีดำก็พุ่งเข้ามาหาโอ๊ต โอ๊ตก็ตกใจมากจนจะล้มลงแต่ร่างกายกลับขยับไม่ได้
จากนั้นสร้อยที่ชายคนนั้นใส่ให้โอ๊ตก่อนหน้ามันกลับแตกออกทันทีโดยพอพลังงานสีดำมันเข้ามาในตัวของโอ๊ตแล้ว ถ้าตามหลักการก็คงจะถูกมันสิงแล้วควบคุมร่างกายและจิตใจแต่พอเป็นโอ๊ตมันกลับไม่ทำอะไรเลยโอ๊ตที่ยังดูมีสภาพปกติดีทำให้ชายคนนั้นประหลาดใจเป็นอย่างมาก
ได้แต่สงสัยแต่ก็คิดว่ายังไม่สำแดงฤทธิ์ออกมาหรือเปล่าจนให้เขานำสร้อยอีกเส้นมาใส่ก็โอ๊ตก่อนที่สร้อยเส้นนั้นยังคงมีสภาพที่ยังเป็นปกติและตัวโอ๊ตเองก็ไม่มีท่าทีรู้สึกอะไร
ชายคนนั้นท่องคาถาอะไรสักอย่างพอท่องเสร็จพอทำการมองมาที่โอ๊ตเขาก็ต้องตกใจแล้วก็เดินถอยหลังออกมาเพราะภาพที่ชายคนนั้นเห็นนั้นเป็นพลังงานสีดำที่ปกคลุมไปทั่วร่างของโอ๊ตโดยที่โอ๊ตมองไม่เห็นมัน
แถมมันก็มีขนาดที่ใหญ่กว่าเดิมมากๆ โดยพอชายคนนั้นเริ่มท่องบทสวดอะไรออกมาพลังงานสีดำนั้นกลับมีรูปร่างคล้ายคนแล้วก็ทำการยื่นมือออกมาเพื่อบีบคอไปที่ชายคนนั้น
โอ๊ตที่มีท่าทีตกใจว่าทำไมชายคนนั้นดูเหมือนกำลังถูกบีบคอโดยที่โอ๊ตไม่เห็นว่ามีพลังงานสีดำ พอเอามือไปจับที่ชายคนนั้นพลังงานสีดำกลับปล่อยมือออกทันทีราวกับมันกลัวโอ๊ตชายคนนั้นที่เห็นแบบนั้นพอถูกปล่อยก็ทำการนำมือของโอ๊ตไปสัมผัสที่พลังงานสีดำนั่น
พอพลังงานสีดำถูกโอ๊ตแตะมันก็มีท่าทีที่ดูเจ็บขึ้นมาแล้วก็ทำการถอยออกห่างโดยชายคนนั้นก็เอามือของโอ๊ตไล่ตามมันและดูเหมือนมันจะยึดติดเข้ากับโอ๊ตโดยมันก็ไม่สามารถจะหนีไปไหนได้สร้างความสงสัยแก่ชายคนนั้นชายคนนั้นยังคงแตะตัวของโอ๊ตอยู่จากนั้นชายทั้งสองก็กลับมาพอมาถึงก็มีท่าทีที่ตกใจเอามากๆ
เพราะหม้อที่พวกเขานำไปมันกลับแตกแล้วพลังงานสีดำมันก็พุ่งกลับมาในที่แห่งนี้ โดยชายคนนั้นก็อธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น โอ๊ตมีท่าทีที่ไม่ค่อยจะเข้าใจสักเท่าไหร่ โอ๊ตเอ่ยปากถามว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่


จากนั้นชายคนนั้นก็อธิบายว่าสมัยบรรพบุรุษของเขา เขาได้ทำการผนึกวิญญาณร้ายตนหนึ่งที่มีความอาฆาตเป็นอย่างมากวิญญาณตนนั้นถูกผนึกมาหลายร้อยปีโดยผ่านการคุ้มครองจากบรรพบุรุษของเขามาตลอด
จนถึงช่วงต่อของพ่อของเขาที่บังเอิญได้ทำที่ผนึกวิญญาณเสียหายขึ้นมาทำให้มันนั้นเล็ดลอดออกมาแต่ด้วยพลังของมัน ณ ตอนนั้นที่มีน้อยเอามากๆก็ถูกผนึกเอาไว้โดยจากหาสิ่งใกล้ตัวก่อนที่มันจะมีโอกาสหลบหนีนั่นก็คือจานที่ถูกใช้เป็นที่ใส่ของเซ่นไหว้ ณ ตอนนั้น
แล้วมันก็ถูกโอ๊ตซื้อไปในตอนหลังโดยสาเหตุที่มันถูกขายก็เพราะว่า ก่อนที่พ่อของเขาจะผนึกมันก็ได้ถูกมันดูดกลืนพลังงานชีวิตเข้าไปจนเขาร่างกายซูบผอมแล้วก็เสียชีวิตในเวลาต่อมา
โดยหลังจากนั้นคนที่มาพบก็คือภรรยาของเขาและหลังจากนั้นภรรยาของเขาก็ได้ทำการขายบ้านหลังนั้นไปเพราะทางภรรยาเองก็ป่วยเป็นโรคอยู่ด้วยจนเขาทำการขายบ้านแล้วก็นำเงินจากการขายไปให้ลูกชายของเขาเพื่อเป็นเงินก้อนในการดำเนินการใช้ชีวิตหลังจากนั้น
โดยก็ส่งลูกชายไปอาศัยอยู่กับปู่ของเขาแทน โดยไม่กี่สัปดาห์ให้หลังทางภรรยาก็เสียชีวิตไปโดยระหว่างอยู่ในขั้นตอนการขายบ้านนั้น
ภรรยาเองก็ทำการขายของภายในบ้านก่อนหนึ่งในนั้นก็คือจานใบนั้นที่เห็นว่าคนผลิตเป็นคนสนิทของสามีเลยทำการนำไปคืนเพราะเห็นว่าสามีนั้นดูจะชอบลายของมันมากและอยากจะให้เขาฝากเก็บมันไว้หรือจะขายมันก็ได้โดยคนผลิตนั้น
หลังจากได้มันมาก็นำมันไปเก็บไว้เพราะเห็นแก่เพื่อนที่จากไปแต่ก็เกิดการสื่อสารที่ผิดพลาดเลยทำให้จานใบนั้นถูกรวมเข้าไปอยู่กับจานใบอื่นๆเพื่อขาย
พอคนผลิตคนนั้นกำลังจะไปค้นหาในโกดังแต่ก็ต้องเสียชีวิตลงเพราะเหตุบางอย่างโดยไม่ทราบสาเหตุโดยสภาพของเขานั้นก็ซูบผอมเช่นกันทั้งๆที่ตัวของเขานั้นอ้วนมากไม่มีทางที่จะซูบผอมเลย
โดยต่อมาจานใบนั้นก็ยังคงถูกเก็บไว้ในนั้นอยู่เรื่อยมาจนทางของลูกคนผลิตที่โอ๊ตจะรู้ในภายหลังนั่นก็คือชายที่ใส่แว่นที่เปิดร้านขายของเซรามิกคนนั้นได้นำมันมาขายที่ร้านของเขาโดยไม่รู้ว่ามีวิญญาณถูกผนึกไว้
โดยชายคนที่ดูเหมือนจะเป็นหมอผีก็ได้เข้ามาหาชายที่ขายเซรามิกตอนแรกเขาก็ไม่เชื่อจนชายที่เป็นหมอผีก็ได้บอกรายละเอียดเกี่ยวกับพ่อของชายที่ขายเซรามิกไป โดยตอนแรกชายที่ขายเซรามิกก็พาชายที่เป็นหมอผีไปตรวจสอบที่โกดังแต่กลับไม่พบอะไร
จนกระทั่งโอ๊ตที่ได้ซื้อมันไปจนทำมันแตกขึ้นมาและรูปภาพที่โอ๊ตได้ถ่ายมันพอชายที่ขายเซรามิกเห็นก็ส่งต่อให้ชายที่เป็นหมอผีดูกลับพบว่าหวยมาลงที่โอ๊ตเพราะรูปนั้นมีพลังงานสีดำอยู่อ่อนๆเพราะหลังจากที่โอ๊ตได้นำมันประกบเข้าด้วยกันถึงแม้จะไม่สามารถผนึกมันได้แต่ก็ยื้อมันได้อยู่


พอเรื่องที่ชายที่เป็นหมอผีเล่าจบเขาก็เปิดผ้าที่คลุมหัวออกเผยให้เห็นใบหน้าได้อย่างชัดโดยสองคนที่เหลือก็เปิดออกเช่นกันโดยคนที่เปิดออกนั่นก็คือชายที่ขายเซรามิกกับชายอีกคนที่โอ๊ตไม่รู้จักแต่เขามีร่างกายที่ดูกำยำมาก
หลังจากพออธิบายเสร็จทางหมอผีเองก็จะทำการกลับทันทีเพราะมันก็เริ่มใกล้ที่จะมืดแล้วโดยก็บอกโอ๊ตว่าให้หายห่วงเพราะดูเหมือนวิญญาณนั่นจะไม่สามารถทำอะไรได้แล้วตราบใดที่โอ๊ตยังคงมีชีวิตอยู่เพราะมันถูกดูดเข้ากับโอ๊ตเหมือนกับโอ๊ตเป็นที่ผนึกมันไว้
จากนั้นพอคุยจบทั้งหมดก็เดินออกมาจากตัวบ้านหลังนั้นแท้จริงแล้วก็คือบ้านของหมอผีที่เคยอยู่อาศัยบัดนี้มันกลับโดนทิ้งร้างเพราะหลังจากคนที่ซื้อต่อกลับถูกหลอกหลอนโดยวิญญาณที่มาขอให้พ่อของหมอผีช่วยจนไม่สามารถอยู่ต่อได้
แถมไม่สามารถจะขายมันได้อีกจนถูกปล่อยทิ้งร้างอยู่อย่างนั้น และเขาได้อธิบายก่อนจากไปไว้ว่าที่เขาพาโอ๊ตมาที่นี่ก็เพราะเป็นเหยื่อล่อเพราะตามคำที่ดิวเล่าวิญญาณตนนั้นมันกำลังรอโอ๊ตอยู่ที่บ้านของโอ๊ต
เพราะมันคิดจะสิงโอ๊ตแล้วทำลายเศษจานพวกนั้นที่ยังเป็นที่ผนึกมันเพราะมันไม่สามารถใช้พลังได้อย่างเต็มที่แต่มันกลับไม่สามารถเข้าสิงได้เพราะบางสิ่งบางอย่างในตัวโอ๊ต
อีกอย่างโอ๊ตได้ถามว่าแล้วที่คนสนิทของโอ๊ตนั้นสัมผัสเห็นถึงพลังงานนั้นมาจากใครโดยโอ๊ตก็บอกว่าเคยพบเห็นชายชุดดำขณะนอนอยู่ที่โรงพยาบาลโดยหมอผีก็ตอบกลับมาว่าชายชุดดำอาจจะเป็นวิญญาณอีกตนนั้นที่ก็อาจจะอยู่ในตัวของโอ๊ตเช่นกันและบอกอีกว่า
ตราบใดที่โอ๊ตยังมีชีวิตก็เหมือนที่ผนึกของพวกมันเพราะทางหมอผีเองก็พบชายชุดดำตนนั้นแต่ดูเหมือนจะไม่สามาถบอกอะไรได้เพราะเขาสัมผัสถึงพลังงานที่แข็งแกร่งกว่าของวิญญาณอาฆาตตนนั้น
ถ้าบอกอะไรไปแม้แต่โอ๊ตก็ไม่สามารถทำอะไรได้ และ คงเป็นวิญญาณตนนั้นที่ไปหลอกคนสนิทของโอ๊ตเพราะมันตามไปจากความรู้สึกรักที่มีให้กับโอ๊ตใครที่รักโอ๊ตมากก็จะเกิดการหลอกที่หนักขึ้นราวกับเคยมีความสัมพันธ์กันในอดีตชาติ
เพราะการจะมีพลังที่แข็งแกร่งส่วนหนึ่งก็มาจากการที่ยังคงวนเวียนสั่งสมพลังความแข็งแกร่งไปนั่นเองโดยพอหลังจากที่พูดคุยกันเสร็จทางกลุ่มของหมอผีก็ทำการเดินขึ้นรถแล้วจากไป
ในขณะนั้นเองโอ๊ตก็สัมผัสถึงพลังงานสีดำนั่นทันทีแต่มันกลับมีสองอันตามที่หมอผีบอกโดยเหมือนมันกำลังต่อสู้กันอยู่พอโอ๊ตเอามือเข้าไปแตะพลังงานสีดำกลับถูกดูดเข้าไปในตัวของโอ๊ตทันที
โดยพอหลังจากนั้นโอ๊ตก็เห็นได้ว่ามีรถมาจอดโดยพอดูก็พบว่าเป็นรถของดิวโดยดิวเองก็รีบเดินมาอย่างรวดเร็วพร้อมสวมกอดโอ๊ตอย่างแน่นพร้อมกับกล่าวขอโทษจากนั้นทั้งสองก็กอดกันอยู่สักพักก่อนจะขึ้นรถไปโดยพงศ์เองก็กลับไปก่อนแล้วเพราะดิวได้อธิบายแล้วพากันกลับไปโดยพอกลับมาถึงบ้านก็กลับมาโดยสวัสดิภาพ
พงศ์ที่รออยู่ก็เข้ามากอดโอ๊ต พอเรื่องราวมันจบเพียงเท่านี้แล้วพอโอ๊ตทำการเดินเข้าไปในห้องแล้วทำการลองเรียกพลังงานสีดำออกมา
โดยโอ๊ตก็สงสัยอยู่อย่างหนึ่งพอพลังงานสีดำทั้งสองออกมายืนอยู่ตรงหน้าของโอ๊ตแต่ด้วยมันเป็นสีดำโอ๊ตจึงลองบอกให้พวกเขานั้นกลายเป็นคนให้โอ๊ตเห็นได้ไหมพอทั้งสองที่ได้ฟังพลังงานสีดำต่างค่อยๆมีรูปมีร่างกลายเป็นคนขึ้นมา
พอทั้งสองกลายเป็นคนก็พบว่าชายชุดดำนั้นมีรอยสักเต็มอยู่ตามตัวส่วนชายที่เป็นวิญญาณอาฆาตนั้นก็มีรอยสักเช่นกันแถมดูจะมาจากที่เดียวกันด้วยแต่สิ่งที่ทำให้โอ๊ตต้องตกใจเลยก็คือพวกเขาทั้งสองนั้นเปลือยกายอยู่
สร้างความตกใจเป็นอย่างมากก่อนที่โอ๊ตจะบอกให้พวกเขาหายไปหัวใจของโอ๊ตเต้นแรงมากและด้วยภาพที่เห็นทำให้เขาเงี่ยนเป็นอย่างมากเลย
พอหลังจากนั้นโอ๊ตเองก็ทำอะไรไม่ถูก
นี่ก็เป็นเวลาหลายเดือนที่ไม่ได้มีอะไรกับใครด้วยสิแต่โอ๊ตก็ลองบอกให้ทั้งสองออกมาอีกครั้งโดยโอ๊ตเองก็ไม่เข้าใจว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไงราวกับจู่ๆเขาก็มีพลังวิเศษขึ้นมาซะงั้น
พอโอ๊ตเรียกทั้งสองออกมาแต่คราวนี้บอกให้พวกเขาใส่เสื้อผ้าด้วยก่อนจะสอบถามเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งสองไม่พูดอะไรจากนั้นก็ชายชุดดำก็ทำการเอามือปิดตาโอ๊ตไว้ก่อนที่ภาพในหัวของโอ๊ตจะแสดงขึ้นมาโอ๊ตถูกย้อนอดีตไปโดย ณ ตอนนั้นตัวของโอ๊ตในอดีตชาติได้ไปสำรวจที่ถ้ำแห่งหนึ่งโดยถือคบเพลิงไปจนพอโอ๊ตในอดีตชาติเข้าไป
กลับพบเข้ากับกองสมบัติมากมายมหาศาลโดยพอโอ๊ตเข้าไปใกล้กองสมบัตินั้นจู่ๆตัวโอ๊ตก็สัมผัสถึงอะไรบางสิ่งบางอย่างโดยพอโอ๊ตในอดีตชาติยื่นพบเพลิงไปข้างหน้ากลับพบมีบางสิ่งกำลังเลื้อยคืบคลานเข้ามามันมีสีดำที่ดูเกรงขามและน่ากลัว
พอมันเข้ามาใกล้ในระยะของไฟกลับพบว่ามันเป็นงูยักษ์ขนาดใหญ่ที่มีสีดำสนิทตัวของมันใหญ่มากๆตัวโอ๊ตในอดีตชาติที่เจอมันกลับร้องดังลั่นจะพยายามจะหนีแต่ตอนนี้รอบๆถูกมันล้อมด้วยตัวมันเอาไว้แล้ว
ก่อนที่โอ๊ตในอดีตชาติจะกำลังจะถูกมันกินนั้นเขาได้หลับตายืนนิ่งพร้อมตัวที่สั่นมากจากนั้นจู่ๆงูยักษ์ตัวนั้นมันก็กลายร่างมีรูปร่างคล้ายมนุษย์ขึ้นมาแต่เป็นมนุษย์ที่ตัวใหญ่กว่ามนุษย์ปกติทั่วไปมันมีรูปร่างที่ดูกำยำเต็มไปด้วยมัดกล้ามแน่นๆมีรอยสักทั่วตัวมันเดินเข้ามาหาโอ๊ตในอดีตชาติ
โดยมันยังคงร่างกายของงูที่ยังมีเกล็ดตามตัวนัยน์ตาเหมือนของกับงูพอมันเดินเข้ามาใกล้กับโอ๊ตในอดีตชาติมันจับไปที่คางของโอ๊ตในอดีตชาติก่อนที่มันจะเลียไปที่รอบๆแก้มของโอ๊ตในอดีตชาติก่อนที่ไม่ทันได้ตั้งตัวมันก็ทำการจูบปากทันที
โดยมันก็พยายามจูบปากแต่โอ๊ตในอดีตที่กลัวจนตัวสั่นจากนั้นก็ถูกปล่อยตัวโอ๊ตในอดีตชาติที่กลัวจนตัวสั่นแถมกลัวจนไม่สามารถขยับตัวหนีไปได้ก็ได้เพียงแต่นั่งลงร้องไห้มันที่เห็นอย่างนั้นก่อนที่มันจะทำการอุ้มตัวโอ๊ตในอดีตชาติพาไปไว้ที่ดูเหมือนจะเป็นที่นอนของมันพอมันวางโอ๊ตในอดีตชาติลงพอเห็นว่าตัวยังสั่นแล้วสงสัยว่าคงจะหนาวก็เลยทำการเข้าไปกอดตัวของโอ๊ตในอดีตชาติ
ก่อนที่ตัวโอ๊ตในปัจจุจะถูกพามาในอีกช่วง เป็นตอนที่โอ๊ตในอดีตชาติตื่นขึ้นมาที่ปากถ้ำก่อนจะมีถุงสมบัติเล็กน้อยวางอยู่จากนั้นพอได้สติโอ๊ตก็ทำการหยิบถุงนั่นแล้วก็วิ่งไป
และ ภาพก็ตัดมาอีกช่วงที่โอ๊ตในอดีตชาติกลับมาที่ถ้ำอีกครั้งพอคราวนี้เข้ามาเพื่อจะมาดูอีกครั้งว่ามันเป็นเรื่องจริงไหม เมื่อเข้ามาก็พบกองสมบัติแล้วก็สัมผัสถึงบางสิ่งบางอย่างเข้ามาเช่นกันโอ๊ตในอดีตชาติที่รู้ว่าเป็นงูสีดำนั่นก็ไม่เกรงกลัวแต่เขากับคิดผิดคราวนี้กลับกลายเป็นงูยักษ์สีขาวขนาดใหญ่ที่ใหญ่น้อยกว่าสีดำมันเลื้อยเข้ามาด้วยสายตาที่ดูไม่เป็นมิตรแถมดุร้ายมันพุ่งเข้ามาหาโอ๊ตในอดีตชาติอย่างรวดเร็ว
ก่อนที่มันจะกลายร่างเป็นมนุษย์เช่นกันโดยมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันโดยตัวมันเองก็ทำแบบเดียวกันก็คือเข้ามาทำการจูบปากของโอ๊ตในอดีตชาติพอหลังจากนั้นงูสีดำก็เข้ามาโดยมันก็กลายร่างเป็นมนุษย์เช่นกันมันเข้ามาแย่งตัวของโอ๊ตในอดีตชาติไปจากงูสีขาวแล้วทำการจูบปากของโอ๊ตในอดีตชาติ
จากนั้นงูทั้งสองก็แย่งชิงกันโดย ภาพก็ตัดมาถึงช่วงสุดท้ายที่งูสีขาวนั้นมีแผนจะสังหารงูสีดำแต่งูสีดำนั้นรู้ทันโดยมันก็ทำการสังหารชิงสังหารงูสีขาวก่อนโดยที่งูสีดำก็ไม่ได้อยากทำ
พองูสีขาวสิ้นชีพงูสีดำได้นำร่างของงูสีขาวกอดไว้แน่นแล้วร้องไห้ แล้วก็นำไปฝังไว้ที่ใกล้ๆของหลุมฝังของบรรดาบรรพบุรุษแต่ถึงอย่างนั้นจิตวิญญาณอาฆาตแค้นก็ได้ถือกำเนิดโดยมันก็กลับมาอยู่ในร่างของมนุษย์อีกครั้งโดยคราวนี้มันอาศัยการสิงผู้คนในหมู่บ้านที่โอ๊ตในอดีตชาติอาศัยอยู่
โดยมันก็ทำการสังหารผู้คนไปนับไม่ถ้วนจนหูมันไปถึงของงูสีดำเข้า พองูสีดำกลายร่างเป็นมนุษย์แล้วปลอมตัวเข้าไปแต่โดยที่มันตัวใหญ่กว่าคนปกติกลับถูกต้องสงสัยทันทีโดยงูสีดำก็ทำการลดขนาดตัวของมันแล้วก็แฝงตัวอยู่ในหมู่บ้านจนมันได้เข้าไปพบกับหญิงปริศนาเข้า
โดยสัมผัสถึงแรงอาฆาตแค้นโดยมันที่พบเห็นงูสีดำมันก็กำลังวิ่งหน้าตั้งเข้ามาหางูสีดำทันทีโดยก็เกิดการปะทะกันโดยอีกครั้งพอถึงอย่างนั้นงูสีขาวก็หลุดเอ่ยขึ้นมาว่ามันจะทำการสังหารโอ๊ตในอดีตชาติเพื่อพาไปอยู่ด้วยโดยสาเหตุที่มันต้องสังหารผู้คนเพื่อเป็นเครื่องสังเวยในการบูชายัญเพื่อความเป็นนิรันดร์ของทั้งสอง
แต่ถึงอย่างนั้นงูสีดำที่รู้ก็รีบทำการกลับไปที่ถ้ำทันทีโดยก็ทำพิธีบางอย่างก่อนจะปิดชีพตนเองโดยก็ได้นำวิญญาณของตนโดยมีหมอผีทำการท่องคาถาเพื่อที่จะให้มันกลายเป็นวิญญาณที่คอยคุ้มกันโอ๊ตไม่ว่าในชาติไหนๆตลอดไป
โดยงูสีขาวที่รู้ยิ่งแค้นถ้างูสีดำทำเช่นนี้มันก็จะไม่สามารถครอบครองโอ๊ตได้โดยมันก็ยิ่งบ้าคลั่งสังหารผู้คนไปทั่วจนกระทั่งมันนั้นถูกติดกับเข้าจนได้โดยมันถูกหลอกล่อโดยกลุ่มหมอผีที่จะผนึกมันไว้
โดยพลังของมันที่เสื่อมลงก็ถูกผนึกได้อย่างง่ายดายพอเรื่องราวจบสิ้นแล้วงูสีดำที่คอยดูโอ๊ตตลอดเวลาไม่ว่าจะชาติไหนๆโดยมีความรู้สึกที่เสียใจเป็นอย่างมากที่ไม่อาจจะสามารถครอบครองโอ๊ตได้เพียงได้แค่มองโอ๊ตที่ใช้ชีวิตไปด้วยที่ไม่รู้อะไรเลยจนเรื่องราวมันก็เป็นเช่นนี้ และ เหตุผลที่โอ๊ตในปัจจุบันสามารถเห็นได้ก็เพราะผลคาถาของหมอผีนั่นแหละ

nuangnut1996 โพสต์ 2025-12-21 11:53:00

สนุกมากครับ

Rafacious โพสต์ 2025-12-22 07:53:27

ขอบคุณครับ
หน้า: [1]
ดูในรูปแบบกติ: นักล่าร่านราคะ ตอนที่ 9