เรื่องเล่าคนชอบแก้ผ้า : เสรีภาพในป่าใหญ่
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Alaskan เมื่อ 2025-12-14 19:42เรื่องเล่าตอนนี้ผมมาประชุมทำงานที่เชียงใหม่ หลังจากประชุมเสร็จผมมีเวลาว่าง 1 วัน เลยหาโอกาสไปท่องเที่ยว เดินป่าออกกำลังกาย เยี่ยมชมธรรมชาติที่ดอยแห่งในจังหวัดเชียงใหม่ครับ
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
นาฬิกาปลุกดังกระหึ่มท่ามกลางความมืดมิด ตอนห้าโมงเช้าตรง ผมลืมตาขึ้นมาในห้องพักเล็กๆ ของโรงแรมราคาประหว่างสองพันกับสามพันบาท แถวประตูท่าแพเชียงใหม่ แสงสลัวจากช่องม่านที่เปิดไว้เล็กน้อยกำลังค่อยๆ แทรกเข้ามา บอกให้รู้ว่าท้องฟ้าข้างนอกกำลังเริ่มสว่าง.อากาศปลายมิถุนายนในเชียงใหม่ไม่ได้เย็นสบายเหมือนหน้าหนาว แต่ก็ไม่ถึงกับร้อนระอุเหมือนเมื่อเดือนก่อน ความชื้นในอากาศลอยเข้ามาตามลมเบาๆ พัดผ่านหน้าต่าง กลิ่นของฝนที่พึ่งตกเมื่อคืนยังหลงเหลืออยู่ เย็นสดชื่น ชุ่มชื้นพอดี เป็นลักษณะเฉพาะของช่วงต้นฤดูฝนที่ผมชอบ.สองวันที่ผ่านมาเต็มไปด้วยการประชุม พบปะลูกค้า วิ่งไปทั่วตัวเมือง ร่างกายผมยังเมื่อยล้าอยู่บ้าง แต่วันนี้ไม่เหมือนสองวันที่แล้ว ผมลางานพิเศษไว้แล้ว เพื่อทำในสิ่งที่ผมตั้งใจและวางแผนมาหลายเดือน—การเดินป่าครั้งนี้ไม่ใช่แบบทั่วไป ผมจะไปแบบ naturist ตามที่ผมใฝ่ฝันมาตลอด
กระเป๋าเป้สำหรับวันนี้เตรียมไว้แบบเรียบง่าย เพราะผมรู้ดีว่าจะต้องแบกมันไปตลอดทาง ข้างในมีแค่น้ำขวดใหญ่สองลิตร, energy bars สามสี่แท่ง, นมกล่องไว้เติมพลัง, ผ้ายางปูพื้นขนาดพกพาสำหรับนั่งพักตามจุดต่างๆ กับกล้องถ่ายรูปคู่ใจพร้อมขาตั้งแบบพิเศษที่ใช้เป็นไม้เท้าได้ด้วย ทั้งหมดแค่สี่ห้าอย่าง น้ำหนักเบาสบาย
ชุดที่ใส่ก็เรียบง่ายพอๆ กัน เสื้อยืดแขนสั้นสีเทาเนื้อผ้าระบายอากาศ กางเกงขาสั้นเดินป่าสีกากี รองเท้า trail running พื้นยางกันลื่นกับถุงเท้าแบบระบายความชื้นได้ดี ส่วนกางเกงในนั้น ผมไม่ได้สวมตั้งแต่แรก เพราะรู้ดีว่าไม่นานหลังเข้าป่า มันก็จะถูกพับเก็บเข้ากระเป๋าอยู่ดี
หกโมงครึ่ง ผมเดินออกจากโรงแรมพร้อมกับแสงอรุณ เปร่งแสงสาดส่องออกมาเป็นริ้วๆตามแนวก้อนเมฆ ผม ขี่ Honda Wave 100 สีแดงที่เช่ามาตั้งแต่วันแรก ออกจากถนนสายเก่าในตัวเมือง มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกสู่อำเภอดอยสะเก็ด ระยะทางประมาณสามสิบห้ากิโลเมตร ถนนสายนี้ผมเคยผ่านมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ครั้งนี้ต่างออกไป เพราะจุดหมายปลายทางไม่ใช่แค่สถานที่ แต่เป็นประสบการณ์ที่ผมรอคอยมานาน
ท้องฟ้ายังคงมืดครึ้มอยู่ตอนออกเดินทาง แต่ค่อยๆ กระจ่างขึ้นเรื่อยๆ ตามระยะทางที่ผมขับไป อากาศยามเช้าพัดปะทะหน้าอก โชยเย็นฉ่ำ ลมสอดผ่านเสื้อยืดแล้วแตะต้องผิวหนัง ความชุ่มชื้นและความสดชื่นผสมกลมกลืนกันพอดี
ผมขับผ่านหมู่บ้านเล็กๆ ผ่านทุ่งนาที่ยังมีหมอกบางๆ ลอยฟุ้งเหนือพื้นน้ำขัง ผ่านชุมชนตามสองข้างทางที่เริ่มตื่นขึ้นมาทำมาหากิน จากนั้นถนนก็เริ่มพาตัวขึ้นสู่เขา คดเคี้ยวไปตามแนวภูเขา โค้งซ้ายโค้งขวาสลับกันไป ต้นไม้สองข้างทางหนาทึบขึ้น สูงเด่นขึ้น จนกระทั่งผมมุ่งหน้าเข้าสู่เขตป่าจริงๆ
เจ็ดโมงเช้าตรง ผมขับมอเตอร์ไซค์มาถึงทางเข้าดอยพอดี เส้นทางเดินขึ้นยอดเขาไปกลับมีระยะทางประมาณห้ากิโลเมตร ใช้เวลาเดินขึ้นประมาณสี่ชั่วโมงแบบชิลๆ ตามข้อมูลที่ผมศึกษามา มีบางช่วงที่ต้องปีนผ่านหน้าผา และมีบางช่วงที่ชันจนต้องใช้มือจับกิ่งไม้ช่วย
ผมจอดรถที่ลานจอดใกล้ทางเข้า บริเวณนั้นว่างเปล่า ไม่มีรถคันอื่นเลยแม้แต่คันเดียว หัวใจผมเต้นแรงขึ้นนิดหนึ่งเมื่อเห็นภาพนั้น
เดินไปที่จุดลงทะเบียน มีเจ้าหน้าที่คนหนึ่งนั่งอยู่ ชายวัยกลางคนผิวคล้ำ ใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส
“สวัสดีครับ” ผมทักทายด้วยน้ำเสียงสบายๆ
“สวัสดีครับ มาคนเดียวหรือครับ?” เขาถามพลางเงยหน้าขึ้นมอง
“ครับ คนเดียว” ผมตอบ
เขาหยิบปากกาจดชื่อลงในสมุดทะเบียน “วันนี้คนน้อยมากนะครับ สัปดาห์นี้วันละแค่แปด-เก้าคนเอง ช่วงนี้ฝนตกบ่อย คนก็เลยไม่ค่อยกล้ามา”
หัวใจผมเต้นแรงขึ้นอีกครั้ง นี่แหละ สิ่งที่ผมรอคอย คนน้อย หมายถึงโอกาสที่จะ…
“ขึ้นไปคนเดียวระวังตัวด้วยนะครับ บางช่วงชันมาก ลื่นง่าย” เขาเตือนด้วยน้ำเสียงห่วงใย
“ผมเคยขึ้นมาแล้วครับ” ผมตอบโกหกเล็กน้อย ทั้งที่จริงๆ แล้วนี่เป็นครั้งแรก แต่ผมศึกษาข้อมูลมาอย่างดีแล้ว
“โอเค ดีครับ งั้น ขึ้นช้าๆ พักบ่อยๆ ไปเช้ากลับเย็นก็พอ ระวังตัวด้วยนะครับ”
“ครับ ขอบคุณมากครับ” ผมพยักหน้าแล้วหันเดินมุ่งหน้าเข้าสู่ปากทางเดินป่า
จากนั้นผมก็ค่อยๆ เดินไปตามทาง มีป้ายบอกระยะอยู่เป็นช่วงๆ ทางเริ่มต้นลาดชันเบาๆ พอเดินสบาย ดินเปียกชื้นจากฝนที่ตกเมื่อวานเย็น เดินได้ไม่ยากนัก แต่ต้องเหยียบให้ระวังลื่น เมื่อเข้าสู่ป่าลึกขึ้น อากาศเย็นลงทันที ต้นไม้สูงใหญ่สองข้างทางแผ่กิ่งก้านปกคลุม ใบไม้หนาทึบ แสงแดดส่องทะลุผ่านช่องว่างเป็นจุดๆ ลงมากระทบพื้นป่า กลิ่นดินและใบไม้เปียกชื้นอบอวลไปทั่ว
เสียงนกร้องไกลๆ เสียงจิ้งหรีดและจั๊กจั่นดังสลับกัน เสียงลมพัดผ่านใบไม้เป็นเสียงกรอบแกรบเบาๆ ผมได้ยินเสียงฝีเท้าของตัวเองชัดเจน เท้าย่ำใบไม้แห้ง เหยียบดินอ่อนๆ ส่งเสียงกรอบ แกรบ ไปตามจังหวะ
เดินไปสักระยะ ทางเริ่มชันขึ้นเห็นได้ชัด เหงื่อเริ่มซึมออกมา แต่ตอนนี้ผมยังรู้สึกสบายอยู่ เดินต่อไปไม่นาน ผมหันกลับมามองผมไม่เห็นทางเข้าอีกแล้ว เลี้ยวโค้งไปหลายครั้ง ลึกเข้ามาในป่ามากขึ้นเรื่อยๆ ป่าหนาทึบขึ้น เงียบสงบขึ้น
ผมหยุดเดิน มองรอบตัว ไม่มีใคร ไม่มีเสียงใคร มีแค่เสียงนก เสียงลม เสียงใบไม้กระซิบ เสียงแห่งป่าที่บริสุทธิ์
ผมถอดกระเป๋าเป้ลงมาวางบนพื้นเบาๆ มองรอบอีกครั้ง ยืนนิ่งฟังเสียง ไม่มีเสียงอะไรนอกจากธรรมชาติ
สายลมอ่อนๆ พัดมา เย็นฉ่ำ ชุ่มชื่น
ผมเริ่มถอดเสื้อยืดออกช้าๆ ดึงขึ้นผ่านท้อง ผ่านอก ผ่านหัว ถอดออกมาจนหมด พับเก็บใส่กระเป๋าเป้อย่างเรียบร้อย
ลมพัดมาสัมผัสหน้าอกเปลือย ความเย็นซาบซ่าน
ถอดกางเกงขาสั้นลง ดึงลงผ่านสะโพก ผ่านต้นขา พับเก็บใส่กระเป๋าเป้
ตอนนี้ผมเปลือยกายสนิท เหลือสวมไว้เพียงรองเท้าเดินป่า ที่กั้นผมกับพื้นดิน ผมยืนอยู่ท่ามกลางป่า ไม่มีอะไรปกคลุมเลย มีแค่ผมกับธรรมชาติ
สายลมพัดมา พัดผ่านทั่วทั้งตัว ผ่านหน้าอก ผ่านท้อง ผ่านขา พัดผ่านช่องว่างระหว่างขา พัดสัมผัสกับปลายควยที่ห้อยลงตามธรรมชาติ ลมอ่อนๆ พัดผ่านไข่ทั้งสอง ทำให้รู้สึกเย็นวาบ
อากาศชุ่มชื้นของป่า กลิ่นดินและใบไม้ ห่อล้อมรอบตัวผม แสงแดดส่องผ่านใบไม้เป็นจุดๆ กระทบผิวหนัง อุ่นๆ เย็นๆ สลับกัน
ผมหลับตา หายใจลึกๆ รู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับป่า ไม่มีอะไรมากั้น ไม่มีอะไรปิดบัง นี่แหละคือความเป็นอิสระที่แท้จริง
ผมสวมกระเป๋าเป้กลับขึ้นหลัง สายกระเป๋าสัมผัสผิวหลังเปลือยโดยตรง รู้สึกทุกจุด ผมหยิบกล้องออกมา ติดตั้งบนขาตั้ง ขาตั้งที่สามารถพับเป็นไม้เท้า สะดวกดีเวลาเดินป่า ผมใช้มือหนึ่งถือขาตั้งไว้ใช้เหมือนถือไม้เท้าค้ำยัน อีกมือแกว่งไปตามจังหวะ
จากนั้นผมเริ่มเดินต่อ ในร่างกายที่เปลือยกายสนิท เดินไปในป่าที่ไม่มีใครเห็น ควยห้อยลงมาตามธรรมชาติ โคลงไปมาเบาๆ ตามจังหวะการเดิน ไข่ทั้งสองเบียดกับต้นขาไปมา สัมผัสได้ถึงความชื้นเล็กน้อย
ลมพัดมา เย็นสบาย พัดผ่านทุกส่วนของร่างกาย ช่วยพัดความเปียกชื้นออกไป ความเย็นซาบซ่าน แปลกใหม่ แต่สบายตัว ความสบายนั้นกลบความรู้สึกแปลกจนหมดสิ้น
เดินขึ้นเขาช้าๆ กล้ามเนื้อขาทำงาน หายใจหอบเล็กน้อย เหงื่อเริ่มซึมออกมา เหงื่อไหลลงมาตามหน้าอก ตามรักแร้ ไหลลงมาตามหลัง ไหลลงมาตามขา แต่ลมพัดมาเย็น เมื่อยืนพักอยู่นิ่งๆ ความเปียกชื้นเหล่านั้นก็ค่อยๆ ระเหยหายไป
เดินไปได้พัก ผมเจอจุดที่สวยงาม ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งมีรากแผ่กว้างออกไปรอบๆ แสงแดดส่องผ่านใบไม้พอดี ทำให้เกิดแสงสลัวสวยงามกระทบลงมา
ผมหยุดวางขาตั้งกล้อง ตั้งค่าไทม์เมอร์ไว้ วิ่งเบาๆ ไปยืนที่ต้นไม้ โพสท่าธรรมชาติสบายๆ มือแตะเปลือกไม้หยาบๆ โพสท่าเปลือยกายเต็มตัว ไม่มีอะไรปิดบัง
กล้องถ่าย คลิ๊ก…
ผมเปลี่ยนท่าสลับไปยืนหันข้าง มองไปไกล ทำท่าให้ควยโผล่เห็นเล็กน้อยจากมุมข้าง รูปร่างของมันเห็นชัดเจนกับฉากหลังสีเขียวของป่า
กล้องถ่าย คลิ๊ก…
ผมเปลี่ยนท่าอีก คราวนี้ผมนั่งลงบนรากไม้ นั่งชันเข่าเล็กน้อย ท่านี้ทำให้ทุกอย่างเห็นชัดเจน หน้าอกมีเม็ดเหงื่อเรียงกระจายอยู่ ต้นแขนมองผ่านไปเห็นขนรักแร้ที่ดูเหมือนจะปริ้วไหวตามแรงลม ต้นขาเปิดกว้างพอประมาณ ไข่ห้อยลงตามแรงโน้มถ่วง ควยวางพาดอยู่เฉยๆ หัวควยเรียบเนียนไปกับลำต้น ไม่มีขนมาบดบังอะไรเลย เพราะผมโกนหมดไว้ทั้งหมด ควยและไข่ห้อยลงตามธรรมชาติ เป็นภาพที่ตัดกับฉากหลังที่เป็นท้องฟ้าสีฟ้าอ่อนและผืนป่าเขียวขจี
กล้องถ่าย คลิ๊ก…
ผมลุกขึ้นมา เดินไปดูภาพในกล้อง ภาพออกมาสวยงาม ธรรมชาติ เป็นตัวเอง ไม่มีอะไรปลอม นี่แหละคือภาพที่ผมต้องการ ภาพของความเป็นอิสระ ภาพของการเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ
ผมเก็บกล้องกลับเข้าขาตั้ง พร้อมแล้วสำหรับการเดินต่อ ควยและไข่ยังคงห้อยไหวไปมาเบาๆ ตามจังหวะการเดิน ลมพัดมาเย็นชื่นใจ แดดอุ่นๆ ส่องมากระทบผิวหนัง ผมรู้สึกมีชีวิตชีวามากกว่าที่เคย
เมื่อพักถ่ายรูปเสร็จแล้ว ผมเดินต่อไปอีกประมาณครึ่งชั่วโมง ตอนนี้ทางเดินป่าเริ่มชันจริงๆ ชันมากจนต้องก้มตัวลง ประมาณสี่สิบถึงสี่สิบห้าองศา ต้องใช้มือจับหิน จับราก จับต้นไม้ ปีนขึ้นไปทีละก้าว
ต้องใช้แรงมาก ขาเกร็ง มือเกร็ง ผมหายใจหอบ
เหงื่อไหลเต็มตัว ไหลลงมาตามหน้า ไหลลงมาตามอกตามหลัง ตามง่ามระหว่างขา และบางส่วนไหลหยดลงสัมผัสปลายควย ควยโคลงไปมาตามการเคลื่อนไหว บางครั้งกระทบต้นขา เหงื่อทำให้ลื่น ไข่เบียดกับผิวหนังเปียกชื้น
ผมปีนขึ้นไปทีละก้าว ในที่สุด ผมก็ปีนขึ้นถึงยอด
ผมพบทุ่งหญ้าโล่งกว้าง ท้องฟ้าสีฟ้าใส เมฆขาวลอยอยู่ต่ำๆ
ที่ยอดเขาลมแรง พัดมาเต็มที่ พัดเอาเมฆหมอกเย็นๆ มากระทบร่าง จุดนี้ผมมองเห็นวิวได้เกือบสามร้อยหกสิบองศา เห็นภูเขาทอดยาว เห็นหุบเขาลึก เห็นป่าเขียวขจีแผ่กว้าง เห็นหมู่บ้านไกลๆ เล็กเท่าเม็ดถั่ว เป็นภาพที่สวยงามจนหายใจไม่ออก
ผมยืนอยู่บนยอดเขา เปลือยกายสนิท ปล่อยให้ร่างกายรับลมแรงๆ ผิวหนังที่เปียกเหงื่ออยู่ เมื่อโดนลมพัด มันเย็นลงทันที
หัวนมแข็งตัว ขนลุกไปทั้งตัว ควยหดเล็กลงจากความเย็น ไข่ดึงตัวขึ้นใกล้ลำตัวมากขึ้น ผมหลับตา แขนแบะออก หน้ามองฟ้า รับลม รับแสงแดด
ยืนอยู่สักพักหนึ่ง ไม่นานนัก ท้องฟ้าเริ่มมืดลง เมฆหมอกสีเทาค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้ามา
และแล้วก็เริ่มมีฝนปรอยๆ ตกลงมา หยดแรกตกลงมาที่ไหล่ เย็นจัด หยดที่สองที่หน้าอก หยดที่สามที่หัว
แล้วฝนก็เริ่มตกมากขึ้นเรื่อยๆ ฝนตกปรอยๆ ไม่ได้ตกหนักมาก แต่ก็เพียงพอที่ทำให้เปียก
ผมยืนอยู่ตรงนั้น ยืนรับสายฝนและสายลม แปลกมากที่ไม่มีทั้งเสียงฟ้าร้องหรือฟ้าแลบใดเลย เหมือนพระพิรุณตั้งใจมอบความชุ่มเย็นมาให้ผมได้ชุ่มชื่น
ฝนตกลงมาทั่วทั้งตัว ไหลลงมาตามหัว ตามอก ตามตัวทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ฝนล้างเหงื่อออกไปหมด ผิวหนังสะอาด เย็นสดชื่น
ผมหลับตาหน้ามองฟ้า ค่อยๆ อ้าปากเปิดรับหยดฝน ลิ้มรสความสดชื่น ฝนตกลงมาในปาก จืดๆ สะอาด
ลมพัดมาพร้อมฝน เย็นจัดมากขึ้น ตัวสั่น แต่ไม่อยากเคลื่อนไหว อยากยืนแบบนี้ต่อไป รับฝนจากท้องฟ้า เป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ ผมค่อยๆ เอามือขึ้นลูบไล้ไปตามใบหน้า ปัดเหงื่อและน้ำฝนที่ไหลเข้าตาออก แล้วค่อยๆ เลื่อนมือลงมาตามคอ ตามอก ลูบไล้ช้าๆ รับความเย็นของฝนที่ตกลงมา
น้ำฝนเย็นๆ ไหลผ่านร่างกาย ผสมกับลมที่พัดโชยมา สัมผัสนั้นทำให้ผมรู้สึกเสียวซ่านชนิดที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน ผมลูบต่อลงมาที่ท้อง ตามสะดือ ลงไปเรื่อยๆ จนถึงช่วงกลางลำตัว ความรู้สึกเสียวซาบซ่านเริ่มคืบคลานขึ้นมา อารมณ์ที่ถูกกดไว้ตลอดหลายวันค่อยๆ ถูกปลดปล่อยออกมา
น้ำฝนไหลลงมาตามลำตัว ไหลผ่านหน้าท้อง ไหลลงมาถึงควย ควยเริ่มตอบสนอง เริ่มแข็งขึ้นช้าๆ จากเดิมที่หดเล็กจากความเย็น ตอนนี้กลับเริ่มตั้งตัวขึ้นมาเรื่อยๆ
ผมเอามือลงไปจับควยเบาๆ มันเย็นจากน้ำฝน แต่ภายในกำลังอุ่นขึ้น เริ่มแข็งขึ้นในมือ ไข่ห้อยลงมาอีกครั้งเมื่อความอุ่นกลับมา ผมลูบไล้ช้าๆ รู้สึกทุกเส้นผิว ทุกสัมผัส น้ำฝนไหลลงมาทำให้ลื่น
ควยแข็งเต็มที่แล้ว ชี้ขึ้นท้าทายท้องฟ้า ผมยืนอยู่บนยอดเขา เปลือยกายสนิท ควยแข็งตั้ง รับฝนรับลม ไม่มีใครเห็น มีแค่ผมกับธรรมชาติ นี่คือความเป็นอิสระที่แท้จริง
ผมค่อยๆ ลูบคลำควยตัวเอง มันแข็งตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็วท่ามกลางสายฝนและลมเย็น ผมเริ่มเคลื่อนมือขึ้นลง ช้าๆ รับรู้ทุกความรู้สึก
ฝนยังตกลงมาเรื่อยๆ ลมยังพัดมาเย็นๆ เรื่อยๆ ผมยืนกลางลานกว้าง กลางหุบเขา ท่ามกลางธรรมชาติ ไม่มีใครมองเห็น ไม่มีใครตัดสิน
ผมลองเปลี่ยนท่าจากยืนลงมานั่งยองบนพื้นหิน เอาหลังพิงโขดหินใหญ่ที่เย็นชุ่มจากฝน เหยียดขาให้กว้างออก มือทั้งสองข้างเคลื่อนไหวไปเรื่อยๆ ตามจังหวะ — มือหนึ่งจับควยรูดขึ้นลง อีกมือหนึ่งลูบไล้ไปตามอก เขี่ยผ่านหัวนมที่แข็งตั้งขึ้นมา ลูบมือไปตามหน้าท้อง รู้สึกถึงกล้ามเนื้อที่ตึงขึ้นทุกครั้งที่ลมเย็นพัดผ่าน
แล้วผมก็ลุกขึ้นลองท่าใหม่ คราวนี้ลองยืนแยกขา เอียงตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย มือซ้ายยันที่ลำต้นไม้ มือขวาจับควยชักขึ้นลง เร็วขึ้น สายฝนกระทบหลัง กระทบต้นขา กระทบก้น เย็นสะท้านไปทั่วตัว เสียงฝ่ามือกระแทกกับไข่และท้องน้อยรวมกับเสียงฝนดังเป็นจังหวะ ตึบ… ตึบ... ตึบ…
ผมเสียวซ่าน หัวใจเต้นแรง หายใจไม่เป็นจังหวะ
ผมเปลี่ยนท่าหันหลังพิงต้นไม้ เลื่อนตัวลงนั่งกับพื้นที่เปียก โคลนเย็นสัมผัสก้น ผมเหยียดขาออก ยกสะโพกขึ้นเล็กน้อย ให้ฝนไหลตามใบไม้ กิ่งไม้ตกลงมากระทบตรงควยผม
ความเย็นของน้ำฝนกระตุ้นประสาทสัมผัสจนต้องกัดริมฝีปากเบาๆ มืออีกข้างเลื่อนลงไปข้างหลัง แตะตามร่องระหว่างขา ลูบไล้ช้าๆ ไปตามก้น จนถึงโคนไข่
ผมยกเข่าขึ้น เท้าเหยียบพื้นแน่น สะโพกกดลงไปในโคลนเปียก มืออีกข้างเคลื่อนไหวเร็วขึ้นเรื่อยๆ สายฝนตีหน้า ตีอก ตีท้อง ทุกหยดเย็นจัด ทุกหยดชัดเจน
ลมพัดแรงขึ้น ฝนตกหนักขึ้น ผมหายใจหอบ ตัวสั่น ไม่รู้ว่าจากลมหรือจากอารมณ์ที่พุ่งสูงขึ้น
แล้วก็ถึงจุดสุดยอด….
ผมกดหลังลงกับพื้นโคลนเปียก เหยียดตัวตึงแน่น ยกสะโพกแอ่นควยขึ้น ปากเปิดรับฝน ร่างกายสั่นระริก น้ำกามพุ่งออกมาปะปนกับสายฝน พุ่งขึ้นไปในอากาศก่อนจะตกลงมาบนท้อง ไหลลงมาผสมกับน้ำฝนที่ตกลงมาไม่หยุด
ผมนอนอยู่อย่างนั้นสักพัก หายใจหอบ ร่างกายยังสั่นเล็กน้อย ฝนยังตกลงมาล้างทุกอย่าง ล้างเหงื่อ ล้างน้ำกาม ล้างความตึงเครียดทั้งหมดออกไป
ผมรู้สึกว่างเปล่า สะอาด ผ่อนคลาย เป็นอิสระอย่างแท้จริง
นอนอยู่อีกสักครู่ แล้วค่อยๆ ลุกขึ้น ตัวเปียกโชกไปหมด โคลนเปื้อนหลัง เปื้อนก้น แต่ฝนยังตกอยู่ ผมยืนขึ้น ปล่อยให้ฝนล้างร่างกาย ลูบมือไปตามตัว ล้างโคลนออก ล้างทุกอย่างออกไป จนกระทั่งสะอาด
ฝนเริ่มเบาลง หยุดลงในที่สุด เมฆเริ่มกระจาย แสงแดดส่องผ่านเมฆลงมา ทำให้เกิดแสงสวยงาม
ผมยืนอยู่บนยอดเขา เปลือยกายสนิท ร่างกายเปียก สะอาด สดชื่น รู้สึกเบาสบาย รู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติอย่างแท้จริง
นี่คือประสบการณ์ที่ผมรอคอย นี่คือความเป็นอิสระที่แท้จริง..ผมนอนอยู่อย่างนั้นสักพัก หายใจหอบ ร่างกายยังสั่นเล็กน้อย ฝนยังตกลงมา ลมยังพัดเย็นฉ่ำ ความรู้สึกที่ไม่เคยมีมาก่อนเข้าครอบงำ ความรู้สึกว่างเปล่า บางเบา สะอาด สงบ เหมือนทุกอย่างถูกล้างออกไปพร้อมกับสายฝน
ผมค่อยๆ คลานขึ้นยืน ใต้สายน้ำที่หยดย้อยไหลมาตามใบไม้ ปล่อยให้ฝนล้างทุกอย่างออกไป ผมยืนรับฝนต่อไปอีกสักพัก แล้วค่อยๆ เช็ดหน้าด้วยมือ มองไปรอบๆ ยังเป็นป่าเหมือนเดิม หุบเขาเหมือนเดิม ฝนเหมือนเดิม แต่ผมรู้สึกว่าตัวเองเปลี่ยนไปแล้ว
ฝนล้างเหงื่อออกไปหมด ล้างน้ำกามขาวข้นที่ติดตามตัวให้ไหลออกไป จนตอนนี้ผิวหนังสะอาดหมดจด รู้สึกเย็นสดชื่น ผมหลับตา หน้ามองฟ้า อ้าปากรับน้ำฝนที่ยังตกลงมา
น้ำฝนเย็นชื่นใจ ปราศจากรสชาติใดๆ จืดๆ บริสุทธิ์ รู้สึกสะอาด จากนั้นฝนก็ค่อยๆ ซาลงพร้อมกับสายลมที่พัดมาแรงขึ้น ทำให้ตัวผมเย็นจัดมากขึ้น เย็นจนตัวสั่นปากสั่น แต่ผมไม่อยากเคลื่อนไหว ยังอยากยืนแบบนี้ต่อไป รับน้ำฝนจากฟ้า เป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ
เวลาผ่านไปไม่นาน เมฆสีเทาค่อยๆ เคลื่อนตัวออกห่างไป เมฆหมอกเคลื่อนผ่านไป ฝนหยุดตกในที่สุด ปล่อยให้แสงแดดส่องผ่านลงมายังพื้นป่าอีกครั้ง ผมยืนอยู่ตรงนั้นอีกสักครู่ รู้สึกแสงแดดอุ่นๆ เริ่มแตะต้องผิวหนังที่เปียกชื้น
แล้วผมก็เดินไปที่โขดหินใหญ่ใกล้ขอบยอดเขา เลือกจุดที่มองเห็นวิวได้ชัดเจน และซ่อนตัวจากทางเดินขึ้นมาพอดี ผมหยิบผ้ายางออกจากกระเป๋า ปูบนโขดหินแล้วนั่งลงไปเบาๆ เพื่อไม่ให้ความคมของหินบาดก้น และไม่ให้โคลนหลังฝนตกเปื้อนตัว
หินยังคงเย็นจากฝน แต่ผ้ายางช่วยกันเย็นได้บ้าง ผมนั่งชิลๆ ยืดขาออกไป พิงหลังกับหินก้อนเล็กข้างๆ อย่างสบายตัว ปล่อยให้แสงแดดและลมค่อยๆ ทำให้ร่างกายที่เปลือยเปล่าแห้งไปเรื่อยๆ
ท้องเริ่มร้องเบาๆ เตือนว่าถึงเวลาเติมพลัง ผมหยิบ energy bar กับนมกล่องออกมาจิบช้าๆ พร้อมกับมองวิวที่สวยงามตรงหน้า ภูเขาเขียวขจีทอดยาวไปไกล หมอกลอยเป็นแห่งๆ ท้องฟ้าเริ่มโปร่งสดใสขึ้น แสงแดดส่องมามากขึ้นเรื่อยๆ อบแห้งผิวหนังที่เปียกจากฝน
ผมนั่งอยู่บนโขดหิน บนยอดเขา เปลือยกายสนิท กินขนม ดื่มนม เหมือนกำลังปิกนิกอยู่ในป่าใหญ่ แต่ไม่ใช่ปิกนิกธรรมดา นี่คือปิกนิกที่อิสระที่สุดที่ผมเคยมี
หลังจากที่พักกินจนอิ่มแล้ว ผมก็นึกถึงภาพที่อยากเก็บไว้เป็นที่ระลึก ผมหยิบกล้องออกมา ตั้งขาตั้งบนโขดหินอีกก้อนหนึ่ง ปรับมุมให้ได้ทั้งตัวผมและวิวทิวทัศน์ ปรับระยะให้พอดี ตั้งไทม์เมอร์จับเวลาถอยหลังไว้สิบวินาที จากนั้นก็วิ่งเบาๆ กลับไปยืนที่จุดที่วางแผนไว้
ท่าแรก ยืนมองวิว มือทั้งสองวางข้างตัวอย่างผ่อนคลาย ให้เห็นร่างกายเปลือยเต็มตัว มีภูเขาสีเขียวเป็นฉากหลัง กล้องนับถอยหลัง สาม สอง หนึ่ง คลิก…
ท่าสอง นั่งลงบนโขดหิน ขาห้อยลงตามธรรมชาติ มือวางบนหินข้างตัว หลังตรง มั่นใจ มีท้องฟ้าสีฟ้าเป็นฉากหลัง คลิก…
ท่าสาม นอนราบบนผ้ายาง แขนเหยียดออกไป ขาเหยียดตรง ผ่อนคลายเหมือนกำลังอาบแดดอย่างสบายใจ คลิก…
ท่าสี่ ยืนบนโขดหินสูง แขนแบะออกกว้าง หน้ามองฟ้า โพสท่าอิสรภาพเต็มที่ คลิก…
ท่าที่ห้า ผมใช้มือชักควยเบาๆ สักพัก จนมันแข็งตั้งขึ้นเต็มที่ ตั้งตระหง่าน จากนั้นผมเอามือไขว้หลัง แอ่นสะโพกไปข้างหน้า ปล่อยให้ควยชี้ขึ้นฟ้าอย่างภาคภูมิ คลิก….ผมทำซ้ำหลายท่า เปลี่ยนหลายมุม บางท่าเห็นควยชัดเจน เห็นกล้ามอกท้องเด่น บางท่าถ่ายจากมุมข้าง บางท่าถ่ายจากระยะไกลเห็นเป็นเงาๆ ท่ามกลางธรรมชาติ ทั้งหมดสวยงาม เป็นธรรมชาติ ไม่ลามก เป็นศิลปะที่ผสมผสานระหว่างร่างกายกับธรรมชาติ.ผมใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง ถ่ายไปหลายสิบรูป จนรู้สึกพอใจกับทุกองค์ประกอบในภาพ หลังจากนั้นผมก็เก็บกล้องเรียบร้อย นั่งลงบนผ้ายางอีกครั้ง แล้วค่อยๆ เอนตัวนอนราบ มองขึ้นไปบนท้องฟ้า เห็นเมฆขาวลอยไป ลอยมา ลอยอย่างช้าๆ ไม่รีบร้อน.แสงแดดอุ่นๆ ส่องลงมา ลมเย็นๆ พัดผ่าน ผิวหนังแห้งสนิทแล้วจากฝน ตอนนี้รู้สึกอุ่นสบายพอดี.ผมหลับตา นอนฟังเสียงลม เสียงนก เสียงใบไม้กระซิบ กลิ่นดินหลังฝนตกใหม่ๆ ยังคงอบอวลอยู่ในอากาศ ผมหายใจลึกๆ ช้าๆ ผ่อนคลายไปกับทุกอย่าง สงบ ตอนนี้ควยกลับมาอยู่ในสภาพปกติแล้ว ห้อยลงมาตรงระหว่างขา ลมพัดผ่านเบาๆ สัมผัสได้ทุกแรงลม.ไม่คิดอะไร ไม่กังวลอะไร แค่อยู่กับปัจจุบัน อยู่กับความรู้สึก อยู่กับธรรมชาติ ปล่อยให้เวลาผ่านไปช้าๆ แค่นอนอยู่อย่างนั้น เปลือยกายบนยอดเขา รู้สึกเป็นอิสระอย่างแท้จริง.หลังจากที่ผมนอนผ่อนคลายอยู่นานพอสมควร ก็ได้ยินเสียงพูดคุย เสียงหัวเราะ มาจากไกลๆ แต่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ.ผมลืมตาขึ้นทันที ตัวตึงเครียด หัวใจเต้นแรง เสียงมาจากทางเดินขึ้นมา ยังไม่เห็นตัวคน แต่ได้ยินชัดเจนว่าเป็นเสียงผู้หญิง สองสามคนพูดภาษาไทยคุยกันเสียงดัง
“อีกนิดเดียวแล้ว ถึงแล้วล่ะ” เสียงหนึ่งพูด
“เหนื่อยจังเลย” อีกเสียงหนึ่งพูดต่อ
“วิวสวยแน่เลย”.ผมได้ยินเสียงพวกเธอใกล้เข้ามามาก หัวใจเต้นรัวจนแทบจะได้ยินเสียง ผมนั่งลุกขึ้นทันที รีบหยิบกระเป๋าเป้มา ดึงเสื้อยืดออกมาสวมเข้าไปรวดเร็ว มือสั่นเล็กน้อย.จากนั้นหยิบกางเกงขาสั้น สวมเข้าไปอย่างรีบร้อน ซิปขึ้น กระดุมเข้า นิ้วมือสะดุดอยู่สองสามครั้ง
หยิบรองเท้า สอดเท้าเข้าไปรวดเร็ว แต่ยังไม่ทันใส่ถุงเท้า ผ้ายางยังปูอยู่ กล้องยังตั้งอยู่ ผมรีบพับผ้ายาง ยัดใส่กระเป๋าอย่างไม่เป็นระเบียบ ถอดกล้องจากขาตั้ง ยัดเข้ากระเป๋าเสร็จพอดี
กลุ่มคนโผล่ขึ้นมา เป็นผู้หญิงสามคน อายุประมาณยี่สิบห้าถึงสามสิบปี สวมชุดเดินป่า กระเป๋าเป้สีสันสดใส
พอพวกเธอเห็นผมก็ยิ้มให้ พร้อมกับพูดทักทาย “สวัสดีค่ะ”
“สวัสดีครับ” ผมตอบ พยายามทำเป็นปกติ พยายามควบคุมลมหายใจให้สม่ำเสมอ แต่หัวใจยังเต้นรัวๆ เกือบถูกจับได้ ถ้ามาอีกห้านาทีพวกเธอจะเห็นผมเปลือยกายนอนอยู่บนผ้ายาง
คิดแล้วก็ตื่นเต้น กลัว และรู้สึกเร้าใจปนกันไป
“มานานแล้วหรอคะ?” หนึ่งในนั้นถาม มองผมด้วยสายตาอยากรู้
“ไม่นานครับ สักครึ่งชั่วโมงได้” ผมตอบ พยายามให้เสียงฟังดูสบายๆ
“วิวสวยจังเลยค่ะ” เธอพูด แล้วเดินไปมองวิวด้านอื่น คนอื่นๆ ก็แยกย้ายกันไปถ่ายรูป
ผมยืนดูวิวด้านตรงข้ามทำเป็นไม่รีบร้อน แต่จริงๆ แล้วอยากลงไปแล้ว
ถ้าพวกเธอสังเกตดีๆ ก็อาจจะเห็นว่าผมไม่ได้ใส่ถุงเท้า เท้าเปล่าในรองเท้า ผิวหนังยังมีร่องรอยจากฝน ผมยังชื้นนิดหน่อย แต่พวกเธอคงไม่ทันสังเกต ยุ่งกับการถ่ายรูป ชมวิว ถ่ายเซลฟี่กัน
ผมยืนอยู่สักสิบนาที พยายามทำตัวเป็นธรรมชาติ แล้วผมก็พูดขึ้น “ผมลงไปก่อนนะครับ”
“โอเคค่ะ ระวังนะคะ ทางลงลื่น” หนึ่งในนั้นหันมาตอบ
“ครับ ขอบคุณครับ” ผมตอบ แล้วเดินลงไปอย่างรวดเร็ว
หัวใจยังเต้นแรง โล่งใจที่รอดมาได้ ผมเดินลงเขา ทางลงง่ายกว่าทางขึ้น แต่ก็ลื่นจากฝนที่ตกไป ผมใช้ขาตั้งกล้องเป็นไม้เท้าค้ำจุน เดินลงช้าๆ ระวังทุกก้าว
ครั้งนี้ใส่เสื้อผ้าเต็มยศ ไม่ได้เปลือยแล้ว แต่ความรู้สึกนั้นยังอยู่ ยังติดอยู่ในใจ ในความทรงจำ
ความรู้สึกที่ได้เดินป่าเปลือยกาย ได้ปีนเขาเปลือยกาย ได้ยืนแก้ผ้ากลางสายฝน ได้นั่งบนยอดเขาเปลือยกายท่ามกลางธรรมชาติอันกว้างใหญ่ มันเป็นประสบการณ์ที่ไม่มีอะไรเทียบได้
ผมเดินลงไปประมาณชั่วโมงหนึ่ง ถึงปากทางเข้า เจ้าหน้าที่คนเดิมยังนั่งอยู่ เขายิ้มให้เมื่อเห็นผม “กลับแล้วครับ เป็นยังไงบ้าง”
“ดีมากครับ วิวสวยมาก” ผมตอบ
“ดีใจด้วยครับ ระวังขับนะครับ” เขาพูด
“ครับ ขอบคุณครับ” ผมเดินไปที่มอเตอร์ไซค์ สตาร์ทเครื่อง ขี่กลับ
ผมใช้เวลาโดยรวมประมาณห้าถึงหกชั่วโมง ขากลับเป็นช่วงบ่ายๆ แดดแรง ร้อน แต่ผมกลับยิ้มอยู่ตลอดเวลา
ในกระเป๋ากล้องมีรูปภาพหลายสิบรูป บันทึกความทรงจำวันนี้ไว้ วันที่ผมเปลือยกายเดินป่าไปบนยอดเขา ท่ามกลางธรรมชาติ เป็นอิสระอย่างแท้จริง และเกือบถูกจับได้ ความตื่นเต้นนั้นทำให้ประสบการณ์นี้สมบูรณ์แบบมากขึ้นไปอีก
นี่คือประสบการณ์ naturist ที่ยอดเยี่ยม ที่ผมจะไม่มีวันลืม และอาจจะกลับมาทำอีกในวันข้างหน้า
สนุกมากครับ สนุกและตื่นเต้นดีครับ
ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ มันดีมากครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ น่าสนใจอยากลองบ้างเลยครับผม ขอบคุณครับ ขอบคุณคับ สนุกมากครับ ขอบคุณมากๆนะครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ อยากเห็นรูปเลยครับ น่าจะสวยมาก สนุกมากครับเอารูปมาแบ่งปันด้วยนะครับ :loveliness: ขอบคุณครับ