เรื่องเล่าของผัวเมีย (ภาคแยก) "เรื่องของเพ็ญ 4"
เรื่องเล่าของผัวเมีย (ภาคแยก)"เรื่องของเพ็ญ 4"
หลังจากนั้นหนูก็ได้ข่าวว่าน้าเอกได้มาสร้างบ้านอยู่ใกล้ๆ บ้านของหนูซึ่งห่างออกไปแค่ประมาณห้าร้อยกว่าเมตรเท่านั้น
หนูเห็นน้าเอกขับรถผ่านหน้าบ้านอยู่บ่อยๆ และหลายๆ ครั้งแกก็แวะมากินก๋วยเตี๋ยวอยู่หลายที แรกๆ ดูแม่หน้าตึงๆ ใส่น้าเอกบ้าง แต่นานๆ เข้าก็เริ่มพูดคุยกันด้วยดี อาจจะเพราะความสัมพันธ์ที่ผ่านมาจึงทำให้ทั้งสองคนตัดกันไม่ขาด แต่หนูก็เห็นแค่การพูดคุยทักทายกันธรรมดาไม่มีอะไรเกินเลยไปกว่านั้น
น้าเอกสร้างบ้านอยู่กว่าสามเดือนก็แล้วเสร็จ หนูปั่นจักรยานผ่านไปดูก็เห็นว่าสวยดี เป็นบ้านปูนติดกระจกและม่าน และเมื่อน้าเอกย้ายมาอยูบ้านใหม่ดูเหมือนว่าแกจะมาที่ร้านบ่อยขึ้น แกบอกว่า ใกล้บ้านดี และอีกอย่างแกไม่เคยเบื่อเรื่องการกินเส้น
บ่ายวันหยุดวันหนึ่ง แม่ยื่นถุงก๋วยเตี๋ยวสองถุงมาให้หนูพร้อมบอกว่า น้าเอกสั่งก๋วยเตี๋ยวให้เอาไปส่งที่บ้านให้หน่อย หนูปั่นจักรยานไปที่บ้านน้าเอกเห็นรั้วบ้านเปิดอ้าอยู่หนูจึงปั่นจักรยานเข้าไปจอดที่หน้าบันไดบ้านแล้วร้องเรียกน้าเอก แล้วก็มีเสียงหวานๆ ตอบรับออกมาจากในตัวบ้าน หนูเห็นเมียน้าเอกเปิดประตูออกมาบอกว่าให้หนูเข้ามาในบ้านก่อน
มันเป็นครั้งแรกที่หนูได้เห็นภายในตัวบ้าน มันโปร่งโล่งสบายตาด้วยกระจกรอบด้าน ผ้าม่านถูกม้วนพับไว้ที่ขอบกระจกในบ้านจึงสว่างโดยไม่ต้องเปิดไฟสักหลอดเดียว หนูเดินตามหลังเมียน้าเอกเข้าไปที่ห้องครัว เธอบอกให้หนูนั่งลงที่เก้าอี้แล้วก็นำน้ำผลไม้ในตู้เย็นออกมาให้หนู รอยยิ้มหวานที่เธอส่งมามันทำให้หนูต้องยิ้มตอบ
หนูเคยได้ยินแม่ถามเมียน้าเอกว่า ทำไมหน้าตาเด็กจังอายุเท่าไหร่เนี่ย เธอตอบว่า 35 ปี แล้วจะเด็กได้ไงลูกสองแล้วด้วย แม่กับหนูได้ฟังแล้วก็ไม่อยากจะเชื่อว่าเธออายุขนาดนั้นและมีลูกถึงสองคนแล้ว เพราะเธอหน้าเด็กจริงแถมหุ่นก็ดูดีมากๆ ด้วยยังกับคนไม่เคยมีลูกมายังไงยังงั้น ขนาดหนูผู้หญิงด้วยกันยังอิจฉาเธอเลย แถมเธอผิวขาวเข้าไปอีกหนูยิ่งอิจฉาเธอเข้าไปใหญ่ ยิ่งวันนี้เธออยู่ในชุดสบายๆ อยู่กับบ้านด้วยเสื้อแขนกุดสีขาวรัดรูปกับกางเกงขาสั้นสีดำ ทำให้เผยผิวขาวผ่องเป็นยองไย
น้าเอกเดินเข้ามาสมทบร้องทักหนูบอกนั่งคุยกันก่อน แกกับเมียก็นั่งคุยกับหนูเรื่องทั่วๆ ไป ส่วนทั้งสองคนก็กินก๋วยเตี๋ยวไปด้วยถือเป็นการพูดคุยที่สนุกสนานและเมียน้าเอกก็เป็นคนที่พูดคุยเป็นกันเองดีทำให้หนูรู้สึกไม่เกร็งและรู้สึกสนุกสนานไปด้วย
น้าเอกกินก๋วยเตี๋ยวเสร็จก็บอกหนูว่า เห็นชอบอ่านหนังสือไปดูหนังสือที่ห้องพลอยดูสิมีให้อ่านเยอะเลย ว่าเลยแกก็ลุกเดินนำหน้าหนูพาไปอีกห้องหนึ่ง เมื่อเข้าไปในห้องหนูก็ต้องตะลึงเมื่อพบว่ามีหนังสือแบบที่หนูชอบอ่านวางกองเทินทับกันเป็นชั้นเต็มผนังห้อง มันมีมากมายจนหนูไม่สามารถเดาได้ว่ามีกี่เล่ม น้าเอกน่าจะรู้ว่าหนูมีความรู้สึกอย่างไร แกหัวเราะหึๆ บอกว่า ให้เลือกไปอ่านก่อนสักเล่มสองเล่ม วันหลังค่อยบอกแม่มาเอาไปอ่านใหม่ วันนี้ยังไม่ได้บอกก็ให้รีบกลับเดี๋ยวแม่เป็นห่วง หนูจึงเลือกมาสองเล่มแล้วก็กลับบ้าน
จากวันนั้นมาหนูก็ไปที่บ้านน้าเอกบ่อยๆ แต่จะเฉพาะเวลาที่แกสั่งก๋วยเตี๋ยวให้ไปส่งเท่านั้น น้าเอกก็จะให้ยืมหนังสือมาอ่านทุกๆ ครั้งบอกว่า อ่านแล้วก็รักษาและเอามาคืนด้วยเพราะมันเป็นหนังสือของ "พลอย" ลูกสาวของแก
ต่อมาวันหนึ่งช่วงปิดเทอมก่อนขึ้นภาคเรียนที่สองเวลาประมาณบ่ายสองโมง แม่ก็มาบอกหนูว่า ให้ไปที่บ้านน้าเอก แกบอกให้ไปอยู่เป็นเพื่อนลูกสาวแกหน่อย หนูก็ปั่นจักรยานไปที่บ้านน้าเอกเห็นแกกับเมียกำลังนั่งรออยู่ แกพาหนูเข้าห้องลูกสาวแก หนูพบกับพลอยเป็นครั้งแรก น้าเอกได้แนะนำให้เรารู้จักกัน เราทั้งสองส่งยิ้มให้กัน พลอยเป็นรุ่นน้องหนูและเรียนอยู่ชั้นที่ต่ำกว่าหนูปีหนึ่ง หนูจึงเรียกเธอว่าน้องพลอย เราสนิทสนมกันอย่างรวดเร็วด้วยความรักหนังสือแนวเดียวกันและเป็นเด็กเรียนเหมือนกันเราจึงคุยกันได้ทุกเรื่อง น้าเอกกับเมียขอตัวไปงานศพบอกว่าจะกลับมาตอนค่ำๆ หน่อย
หนูอยู่เป็นเพื่อนน้องพลอยตลอดเย็นนั้น เราคุ้นเคยกันอย่างรวดเร็ว พูดคุยกันได้ทุกเรื่องอย่างสนุกสนานและวันต่อๆ มาช่วงบ่ายๆ หนูก็ไปขลุกอยู่กับน้องพลอยทั้งวัน
วันหนึ่งประมาณสองโมงเช้า หนูขออนุญาตแม่ขอไปเล่นกับน้องพลอยโดยบอกว่าจะอยู่ทั้งวันซึ่งแม่ก็อนุญาต หนูปั่นจักรยานไปที่บ้านน้องพลอยแล้วก็ถือวิสาสะด้วยความคุ้นเคยเปิดประตูเข้าไปในบ้านและห้องของน้องพลอย ปรากฎว่าไม่มีใครอยู่ หนูกำลังจะเรียกหาน้องพลอยก็พอดีกับที่เห็นน้าเอกเดินลงบันไดมาจากห้องนอนชั้นลอย
น้าเอกเปลือยท่อนบนขณะที่ท่อนล่างนุ่งผ้าเช็ดตัว รูปร่างแบบนักกีฬาเพอร์เฟ็คบวกกับผิวขาวของแกทำให้หนูมองแบบไม่มีเบื่อ แต่ก็พยายามแอบๆ มองหน่อยเพราะกลัวว่าแกจะรู้ความรู้สึกของหนู
"อ้าว! เพ็ญ วันนี้มาแต่เช้าเชียว" น้าเอกดูแปลกใจที่เห็นหนู แกเดินเข้าห้องครัวหยิบน้ำหนึ่งแพ็คเดินกลับมา
"มีอะไรหรือ?"
"น้องพลอยล่ะคะ"
"อ้อ เมื่อวานตอนค่ำ ตาเขามารับไปบ้านน่ะ"
หนูทำหน้าผิดหวัง น้าเอกหัวเราะหึหึ แกบอกให้หนูเข้าไปเล่นในห้องน้องพลอยได้เลย อ้อ...เปิดแอร์ด้วยล่ะ แกว่าก่อนจะขอตัวไปนอนก่อนเพราะเพิ่งออกเวรมา หนูมองตามแผ่นหลังกว้างของน้าเอกไปจนลับสายตา
หนูนอนอ่านหนังสืออยู่บนเตียงนอนของน้องพลอยแต่ดูเหมือนไม่มีสมาธิสักเท่าไหร่ อาจจะด้วยไม่มีน้องพลอยอยู่คุยด้วยก็เป็นได้ แต่หนูกลับคิดเห็นแต่น้าเอก ยิ่งมาเจอแกในสภาพกึ่งเปลือยแบบจะๆ และชัดเจนแบบนี้ เห็นหุ่นผู้ชายแบบเต็มๆ ตาแล้วก็ไพล่นึกถึงคืนที่หนูเคยแอบดูแกกับแม่ มันทำให้หนูนอนกระสับกระส่ายอ่านหนังสือไม่รู้เรื่องจนต้องวางหนังสือลงนอนลืมตาจ้องเพดานนิ่ง ใจก็คิดเห็นภาพน้าเอกเมื่อสักครู่นี้
ความอยากรู้อย่ากเห็นหรืออยากลองก็สุดแล้วแต่เกิดขึ้นในใจ ทำให้หนูลุกจากเตียงเดินขึ้นบันไดห้องนอนชั้นบนช้าๆ ห้องนอนน้าเอกยกสูงขึ้นจากตัวบ้านครึ่งหนึ่งโดยข้างล่างใช้เป็นที่จอดรถ ประตูห้องไม่ได้ล็อค หนูค่อยๆ เปิดแล้วก็ชะโงกหน้าเข้าไปดู หนูมองเห็นน้าเอกนอนหลับอยู่บนเตียง
ภายในห้องค่อนข้างสลัวเพราะม่านบังกระจกป้องกันแสงไว้ ห้องนอนเย็นฉ่ำด้วยเครื่องปรับอากาศ ในห้องมีตู้เย็นหลังใหญ่,โทรทัศน์สีจอใหญ่และเตียงนอนขนาดใหญ่ กลางเตียงนอนร่างของน้าเอกนอนหงายหายใจสม่ำเสมอบ่งบอกว่าหลับสนิท หนูปิดประตูแล้วค่อยๆ ย่องไปยืนข้างเตียงจ้องมองแกอยู่เงียบๆ
น้าเอกไม่ได้ใส่เสื้อเผยแผงอกกว้างน่าซุกหาไออุ่น กางเกงที่แกใส่เป็นกางเกงกีฬาขาสั้น หนูจ้องมองที่เป้ากางเกงนิ่ง ใจหนึ่งก็ปรารถนาอยากรู้อยากเห็นในแก่นกายของผู้ชายให้ชัดๆ เต็มๆ ตา แต่อีกใจก็กลัวว่าแกจะตื่นมาแล้วเจอว่าหนูทำอะไรซึ่งก็ไม่รู้ว่าหนูจะทำหน้ายังไงเหมือนกันถ้าหากแกตื่นมาเห็นแบบนั้น
แต่ใจที่อยากรู้อยากเห็นนั้นมันมีมากกว่า มันสั่งให้หนูค่อยๆ ปีนขึ้นบนเตียง มันนุ่มซะจนร่างน้าเอกสั่นไหวนิดๆ จนหนูกลัวว่าแกจะตื่น หนูมองใบหน้าแกสักครู่ก็เห็นยังปกติอยู่ หนูจึงเอื้อมมือไปดึงขอบกางเกงแกลงเบาๆ และช้าๆ
และแล้วแท่งเนื้อของน้าเอกก็โชว์อยู่ต่อหน้าหนู แต่มันกลับไม่เหมือนวันที่หนูเห็นในตอนที่แอบดูเลย วันนั้นมันใหญ่และแข็งเป็นลำ แต่วันนี้มันกลับเป็นท่อนเล็กๆ นอนราบลงหน้าท้องที่มีขนสีดำตัดเล็มให้สั้นดูเป็นระเบียบไม่รกรุงรังเหมือนของครูโชคที่หนูเคยเห็นเหมือนกัน
ความอยากรู้อยากเห็นมันมีมากจนสั่งให้หนูเอื้อมมือไปจับมันเบาๆ หนูลูบคลำมันอย่างคนอยากรู้สายตาก็คอยชำเลืองมองหน้าน้าเอกไปด้วย ท่อนเนื้อสีขาวตามสีผิวของแกมันอุ่นมือหนูและนุ่มนิ่ม หนูเฝ้าลูบคลำอยู่อย่างเด็กได้ของเล่นใหม่ มันเป็นความรู้สึกแปลกๆ ที่ได้จับต้องของผู้ชายที่หนูแอบชื่นชมและแอบปลื้มมานาน
และแล้วก็เกิดปฎิกิริยาขึ้นกับแท่งเนื้อของน้าเอกที่อยู่ในมือ หนูรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงในลำแท่งเมื่อมันสามารถขยายขนาดขึ้นและทำท่าว่าจะแข็งขึ้นได้อีกด้วย ยิ่งหนูลูบคลำเท่าไหร่ดูท่าทางมันจะมีขนาดใหญ่ขึ้นและแข็งขันขึ้นจนหนูจ้องมองโดยไม่กระพริบตาและลืมมองดูน้าเอกไปเสียสนิท
"เพ็ญ! ทำอะไรน่ะ"
หนูสะดุ้งสุดตัวละมือมาปิดปากตัวเองแล้วหันไปทางต้นเสียงเมื่อได้ยินเสียงดุๆ จากปากของน้าเอก แกกระเถิบตัวออกห่างแล้วรีบดึงกางเกงเข้าที่พร้อมกับชันตัวลุกขึ้นนั่ง หนูทำตัวไม่ถูกที่แว๊บแรกเห็นสีหน้าของน้าเอกที่ดูจะไม่พอใจ แล้วหนูก็ก้มหน้าร้องไห้
"หนู หนู ขอโทษ"
หนูสะอื้นร้องอย่างไม่อาย ทั้งกลัวทั้งอายที่โดนจับได้แต่น้าเอกนั้นกลับเข้ามาปลอบหนูบอกให้หยุดร้อง แกบอกว่า ที่พูดเสียงดังไปหน่อยเพราะตกใจไม่ได้ตั้งใจจะด่าหรือว่าหนูเลย หนูยังสะอึกสะอื้นอยู่ถามน้าเอกว่า โกรธหนูหรือเปล่า? แกตอบว่า ไม่เลย ไม่โกรธ พร้อมบอกให้หนูหยุดร้องได้แล้ว แกลูบผมหนูเบาๆ ทำให้หนูผ่อนคลายไปได้บ้าง
น้าเอกเลื่อนตัวไปนั่งพิงหมอนที่หัวเตียงมองหนูยิ้มๆ แล้วก็ส่ายหน้าพลางพูดขึ้นว่า เด็กหนอเด็ก หนูที่ตอนนี้ผ่อนคลายและหายกังวลแล้วได้พูดกับน้าเอกไปว่า หนูไม่เด็กแล้วนะ หนูสิบห้าปีแล้ว เสียงน้าเอกหัวเราะหึๆ
"ใช่สิ ก็น้าเอกเห็นหนูเป็นเด็กเพราะหนูไม่สวย หนูตัวดำ ไม่ขาวเหมือนแม่"
หนูพูดขึ้นด้วยความน้อยใจแล้วก็ก้มหน้ามองผิวของตัวเอง เสียงน้าเอกหัวเราะบอกกับหนูว่า รู้ไหม? หนูน่ะสวยและมีเสน่ห์มาก หนูสะบัดหน้าค้อนบอกแกว่า อย่ามายอหนู หนูรู้ตัวเองดี
หน้าเอกปีนลงจากเตียงเดินไปเปิดประตูตู้เย็นหยิบน้ำออกมาดื่มอวดเรือนร่างให้หนูมองชัดๆ อีกครั้งก่อนจะพูดกับหนูว่า น้าไม่ได้ยอ มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ หนูสวยนะ แต่ที่หนูว่าหนูไม่ขาวนั่นเป็นความจริง แต่ที่หนูไม่รู้คือ ผู้หญิงผิวสีน้ำผึ้งแบบหนูนี่คือสเป็คผู้ชายเลยล่ะ หนูรู้ไหม? หนูตอบว่า ไม่เชื่อ น้าเอกเดินมานั่งข้างๆ หนูบอกว่า ที่หนูว่าเป็นปมด้อยของตัวเองที่ไม่ขาวเหมือนแม่ แต่นี่คือเสน่ห์ของหนูเลยนะนั่น นี่ถ้าน้ายังไม่มีเมียนะ น้าจะขอหนูเป็นแฟนเลย น้าเอกจ้องหน้าหนูนิ่งจนหนูสะเทิ้นอายหน้าแดงหลบสายตาของแก
"แล้วทำไมเข้ามาจับของน้าเล่นอย่างนั้นล่ะ?"น้าเอถามแล้วก็จ้องหนูนิ่ง ทำให้หนูยิ่งอายเข้าไปอีก
"ก้อ ก็หนูอยากรู้"
"อ้อ อยากรู้อยากเห็นว่างั้น แล้วหนูเคยเห็นของผู้ใหญ่มาก่อนไหมล่ะ?"
เจอคำถามแบบนี้เข้าหนูก็อึกอักไม่รู้จะตอบยังไงดีก็เลยได้แต่ส่ายหน้าอย่างเดียว น้าเอกปีนขึ้นเตียงไปนอนเอนหลังพิงหมอนที่หัวเตียงอีกครั้ง
"แล้วอยากจะดูของน้าอีกครั้งไหมล่ะ?"
หนูมองหน้าน้าเอกก็เห็นแกยิ้มพร้อมสายตาที่ท้าทายส่งมา หนูสองจิตสองใจ เมื่อเจ้าของเขาอนุญาตก็เกิดความรู้สึกกลัวขึ้นมาเฉยๆ ซะงั้น แต่รอยยิ้มและสายตาที่ท้าทายของน้าเอกทำให้หนูใจกล้าขึ้นมาทันที
หนูขยับตัวเข้าไปหาน้าเอกแล้วเอื้อมมือดึงขอบกางเกงลงโดยที่น้าเอกยกก้นขึ้นช่วย แล้วท่อนเนื้อสีขาวก็โผล่กระทบสายตาหนูอีกครา มันนอนสงบนิ่งอนู่ที่หน้าท้องเหมือนจะรออะไรบางอย่าง เสียงน้าเอกบอกว่า ลองจับดูสิ หนูก็ไม่ต้องให้บอกรอบสองเอื้อมมือไปเกาะกุมไว้ในทันที่ มันอุ่นๆ มือเช่นเดียวกับที่หนูจับดูครั้งแรก หนูจับพลิกไปพลิกมาสายตาก็จ้องดูอย่างสนใจ ทันใดนั้นมันก็เริ่มขยายตัวขึ้นพองในมือหนูอย่างรวดเร็ว หนูมองดูน้าเอกเห็นแกยิ้มๆ ท่อนเนื้อของแกขยายใหญ่และแข็งขันเท่ากับตอนที่หนูแอบดูแล้วล่ะทีนี้
"ลองทำแบบนี้สิ"
น้าเอกเอื้อมมือมาจับมือหนูแล้วก็จับมือหนูให้ชักท่อนเนื้อของแกขึ้นลงเบาๆ หนูจึงลองทำดูบ้าง หนูเห็นน้าเอกหลับตาพริ้มเมื่อหนูชักมันอย่างมันมือ เสียงน้าเอกสูดปากบอกหนูว่า เสียวดี สักพักแกก็บอกให้หนูหยุด
"ลองใช้ปากสิ"
"ยังไงคะ?"
"ก็ เลีย อม ดูด เหมือนหนูกินไอติมนั่นแหละ"
ภาพที่แม่ใช้ปากให้น้าเอกผุดขึ้นในหัว หนูยอมรับว่าท่อนเนื้อของน้าเอกมันสวยงามมากโดยเฉพาะหัวเงี่ยงสีชมพูและท่อนเนื้อสีขาวมันก็น่ากินอยู่เหมือนกัน หนูก้มหน้าแลบลิ้นเลียที่ปลายท่อน กลิ่นสบู่อ่อนๆ ผสมกลิ่นกายของผู้ชายทำให้หนูเกิดอารมณ์อันรัญจวนขึ้น เสียงน้าเอกครางเบาๆ บอกหนูว่า ดีๆ หนูวนลิ้นรอบหัวเงี่ยงไปมาแล้วก็อมเข้าไปเต็มปาก หนูต้องถอนปากออกมาสำลักเพราะปลายหัวมันไปชนในปากหนู น้าเอกหัวเราะบอกหนูว่า เบาๆ ช้าๆ
{:5_120:}{:5_120:}{:5_120:} สนุกมากครับ {:5_140:}{:5_140:} ชอบ สนุกก ขอบคุณครับ ขอบคุณ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ {:5_119:}{:5_119:}{:5_119:} แจ๋ว แจ่ม
หน้า:
[1]