NOOFONG โพสต์ 2025-11-24 11:54:37

อ้ายเสือ SS2 ตอนที่ 1





“มึงจะกำราบกูเช่นนั้นฤๅ?” เสียงของเสือขวัญเอ่ยออกมาอย่างท้าทาย แม้นว่าร่างกายจักไม่กำยำเท่า แต่ด้วยท่าทีของเสือขวัญ ก็ไม่คิดที่จะยอมจำนนง่ายๆ


“มึงมันเลี้ยงไม่เชื่อง เสียแรงที่พ่อแม่กูอุตส่าห์อุ้มชูเลี้ยงดู” น้ำเสียงนั้นเยาะเย้ยเจ็บปวดเจียนขาด “ข้าวทุกเม็ด น้ำทุกหยด ที่เรือนกูได้แบ่งปันให้มึง... สุดท้ายมึงก็พาพวกในชุดเครื่องแบบแห่กันมาจับกู ผู้คนในหมู่บ้านที่มึงเคยเรียกพี่น้อง... มิใช่เพื่อนพ้องของมึงดอกฤๅ?”


เจ้าทัพยืนนิ่ง กระบอกปืนยาวในมือมิอาจบดบังความสั่นเทาในจิตใจ ความปวดร้าวในอกคล้ายถูกคมมีดกรีดซ้ำแล้วซ้ำเล่า นัยน์ตาแดงก่ำราวโลหิตที่คั่งค้าง หยาดน้ำใสคลอหน่วยมิอาจกลั้น แต่หน้าที่คือเกราะกำบังเดียวที่เหลืออยู่


“ท่านขุนน้อย ตอนนี้มีคำสั่งลงมาว่าให้มีการจับตายหากหัวหน้าพวกมันยังดื้อดึงอยู่แบบนี้”


“หยุด! หากฉันมิได้สั่ง... ห้ามผู้ใดแตะต้องเสือขวัญเป็นอันขาด!”


“ไอ้โจรใจบาป! วางอาวุธลงเสียเถิด อย่าให้ต้องนองเลือดไปมากกว่านี้ มึงก็ยอมให้พวกกูคุมตัวเสียโดยดี!”


ตำรวจผู้ใต้บังคับบัญชานายหนึ่งประกาศกร้าว ทว่ากลุ่มโจรกลับยิ่งหยิ่งผยอง


“ยอมให้โง่งั้นหรือ ถ้าแน่จริง... ก็เข้ามาจับกูสิวะ!” คำท้าทายของเสือขวัญมาพร้อมรอยยิ้มเยาะหยัน ปลายกระบอกปืนยังคงชี้ตรง ไร้ความเกรงกลัว


“ขวัญ... เจ้าไปกับพี่เถิดหนา อย่าให้เรื่องราวต้องบานปลายไปมากกว่านี้เลย” เจ้าทัพตัดสินใจพูดเอง เสียงของเขาแผ่วเบาจนแทบไม่น่าเชื่อว่ามาจากผู้นำการจับกุม แต่แฝงไปด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย


“อย่ามาแสร้งทำเป็นพูดดี! มึงมันก็แค่... ไอ้หมาเนรคุณ! กินข้าวน้ำของบ้านกูแล้วยังกลับมาแว้งกัด! มึงมิละอายใจบ้างเลยหรือ!” เสือขวัญต่อปากต่อคำ ความรักและความเชื่อใจนั้นพังทลายไปจนหมดสิ้นแล้ว ไม่มีอีกแล้วพี่ทัพที่ขวัญข้าวเคยรู้จัก


เจ้าทัพกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เมื่อการเจรจาดูท่าจะไม่เป็นผลดีนัก ในเมื่อเสือขวัญไม่ยอมให้จับกุมง่ายๆ ก็มีแต่ต้องใช้ไม้แข็งปราบ


ขวัญข้าว... ไยเจ้าถึงดื้อรั้นกับพี่ถึงเพียงนี้...


ทันใดนั้น! เสือขวัญก็ระเบิดเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง นัยน์ตาฉายแววเด็ดเดี่ยวเกินห้ามใจ และเพียงพริบตา... เขาก็ลั่นไก!


ปัง! เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว


กระสุนพุ่งตรงเข้าใส่หมวกของตำรวจนายหนึ่งที่ยืนอยู่ด้านข้างเจ้าทัพอย่างจัง หมวกกระเด็นหลุดออกไปพร้อมเสียงหวีดหวิวอย่างเฉียดฉิว


สิ้นเสียงแรก... ราวกับเป็นสัญญาณ


ลูกสมุนของเสือขวัญที่ซุ่มอยู่ตามต้นไม้และพุ่มไม้ก็ระดมยิงเข้าใส่ฝ่ายเจ้าหน้าที่ทันที


ปัง! ปัง! ปัง! แคร็ก!


เสียงปืนกลดังกระหน่ำไม่หยุดหย่อน กระสุนปลิวว่อนเฉียดศีรษะเหล่าตำรวจ จนบางนายต้องล้มตัวลงกำบัง เจ้าหน้าที่ตำรวจต่างตะโกนลั่น!


"หลบ! หลบ! หาที่กำบัง!"


พวกเขาเริ่มสวนกลับอย่างรวดเร็ว เสียงปืนดังตอบโต้กันอย่างดุเดือด กลายเป็นสมรภูมิย่อมๆ ในพริบตา


กลิ่นดินปืนคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ เจ้าทัพเบิกตากว้างมองเสือขวัญที่ยังคงยืนท้าทายอยู่ตรงหน้า ในมือยังคงลั่นไกอย่างไม่หยุดหย่อน ใบหน้าของเสือขวัญไร้ซึ่งความลังเล มีเพียงไฟแค้นที่ลุกโชน


“ยิงตอบโต้! อย่าให้พวกมันได้ใจ!” เจ้าทัพตะโกนลั่นเพื่อรักษาขวัญกำลังพล เขากระชับปืนในมือ หันปลายกระบอกเข้าหาเสือขวัญ ทว่ามือกลับสั่นเทาจนมิอาจเล็งได้ตรงเป้า


ปัง! เจ้าทัพลั่นไกออกไปหนึ่งนัด แต่กระสุนกลับพุ่งเข้าใส่โขดหินข้างกายเสือขวัญอย่างจงใจ เสียงลูกปืนกระทบหินดังแฉะ! เขายิงเพื่อตอบโต้ตามหน้าที่... แต่ไม่มีความกล้าพอที่จะส่งกระสุนแห่งความตายเข้าสู่เรือนร่างที่เขารู้จักดีที่สุด


“มึงไม่กล้ายิงกูรึไงวะ! มึงมันก็แค่ไอ้ขี้ขลาด!” เสือขวัญตะโกนเยาะเย้ยท้าทายกลับมา เขาลั่นไกอีกชุดหนึ่งเข้าใส่แนวป้องกันของตำรวจอย่างดุเดือด


เสือขวัญรู้ดีแก่ใจ ว่าด้วยกำลังพลและอาวุธในตอนนี้ ฝ่ายตนเสียเปรียบมากเกินไป การยิงปะทะเพื่อดวลปืนเอาชนะกันมีแต่จะนำไปสู่ความตายที่ไร้ความหมาย สิ่งเดียวที่ต้องทำคือถอยไปตั้งหลัก!


เจ้าทัพหลับตาลงอย่างรวดร้าว ความลังเลของเขากำลังทำให้เหล่าผู้ใต้บังคับบัญชาตกอยู่ในอันตราย เขาจำต้องสั่งการเพื่อลดการสูญเสีย


“ตรึงกำลังไว้! ใครก็ได้... พยายามเข้าประชิดตัวหัวหน้ามัน! แต่อย่าเพิ่งจับตาย! ใครฝ่าฝืนคำสั่ง... ฉันจะลงโทษเอง!” คำสั่งที่ขัดแย้งนี้เอง คือการอนุญาตให้เสือขวัญมีโอกาสหนี


เสือขวัญเห็นความลังเลในแววตาของเจ้าทัพอย่างชัดเจน เขาใช้จังหวะที่ตำรวจกำลังระดมยิงโต้ตอบ พลิ้วกายหลบเข้าสู่ความมืดครึ้มของป่ารกทึบที่อยู่ด้านหลัง โดยมีลูกสมุนคอยยิงคุ้มกันอย่างบ้าคลั่ง


“หนีตามกูมา! เร็วเข้า!” เสียงตะโกนสั่งการของเสือขวัญดังแว่วมาตามสายลม ก่อนที่เงาร่างของกลุ่มโจรจะกลืนหายไปในความมืดของผืนป่าอย่างรวดเร็ว


เจ้าทัพทิ้งตัวลงกับพื้นอย่างหมดแรง ดวงใจของเขาราวกับถูกฉีกเป็นริ้ว ความปวดร้าวที่ค้างอยู่ในอกเริ่มกลายเป็นความรู้สึกผิดที่ไม่อาจแก้ไข เขายอมให้คนที่เขารักและควรจะจับกุม หลุดลอยไปต่อหน้าต่อตา


“ท่านขุนน้อย! พวกมันหนีไปแล้ว!” นายตำรวจคนสนิทวิ่งเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก


เจ้าทัพลุกขึ้นยืนช้าๆ เก็บปืนเข้าซองอย่างเงียบงัน เขามองตามรอยทางที่เสือขวัญเพิ่งหายไป ดวงตาแดงก่ำไปด้วยความขมขื่น


“ช่างมัน...”










ณ อาณาบริเวณหุบเขาอันห่างไกลจากเมือง ซึ่งเป็นที่ตั้งของที่พักชั่วคราว กลุ่มโจรของเสือขวัญได้หลบเข้ามาซ่อนกายจากคมหอกแห่งอาญาของทางการ


เสือขวัญได้ร่ายมนต์กำบังอาคมชั้นบางไว้รอบเขตพื้นที่ เป็นม่านพลังที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เพื่อปกป้องพวกพ้องจากอันตรายที่อาจจะเข้ามาได้ทุกเมื่อ


“เป็นอย่างไรบ้าง มีใครอาการสาหัสหรือไม่”


“ไม่ร้ายแรงเท่าไหร่จ้ะพี่ขวัญ ยังดีที่หลบทัน” ไอ้มิ่งลูกน้องคนสนิทรายงานสั้นๆ


เสือขวัญพยักหน้ารับคำ ก่อนจะหันหลังเดินหลบเข้าสู่กระโจม เมื่อม่านผ้าใบตกลง... ความแข็งกร้าวที่ใช้ปกป้องตนเองเมื่อครู่พลันสลายหายไปสิ้น


ความอ่อนแอที่ซ่อนไว้ในส่วนลึกกลับเผยออกมา เมื่ออยู่กับตัวเองเพียงลำพัง เขาทรุดกายนั่งลงกับพื้นดินเย็นชื้น พลางยกมือขึ้นกุมใบหน้า ร่างกายอ่อนล้า แต่จิตใจยิ่งยับเยินกว่า


‘ใยฟ้าดินต้องลิขิตให้เราต้องมาเผชิญหน้ากันในสถานการณ์ที่มิอาจถอยหลังกลับได้เช่นนี้...’


ภาพดวงตาที่แดงก่ำและสั่นเทาของเจ้าทัพเมื่อครู่ยังคงคมชัดในห้วงความคิด เสือขวัญรู้ดีว่า หากเจ้าทัพคิดอยากจะจับตายเขาจริง... คงจะทำได้นานแล้ว กระสุนที่ยิงเฉียดโขดหินนั้น มิใช่การพลาดเป้าโดยบังเอิญ แต่มันคือการปล่อยให้เขาหนีไปต่างหาก... มันคือความเมตตาที่แสนเจ็บปวด


ความเมตตานั้นกลับยิ่งตอกย้ำถึงความสัมพันธ์ที่ขาดสะบั้นลงอย่างไม่อาจประสาน... และความจริงที่ว่า ไม่ว่าจะเป็น โจรใจบาป หรือ ท่านขุนผู้ทรงเกียรติ ก็ต่างเจ็บปวดมิได้ต่างกัน


เรื่องราวมันคงเริ่มมาจากเมื่อสองปีก่อน หลังจากที่เจ้าทัพได้จากไป ความห่างเหินก็เริ่มเข้ามาแทนที่ จากที่เคยไปมาหาสู่กันบ่อยครั้ง ก็กลายเป็นนับครั้งได้ และค่อย ๆ ขาดการติดต่อไปในที่สุด


ขวัญข้าว...เฝ้ารอคอยความหวัง ว่าสักวันหนึ่งเจ้าทัพจะกลับมา แต่ความจริงอันโหดร้ายคือ อีกฝ่ายไม่เคยกลับมาอีกเลย


นานวันเข้า ข่าวคราวที่ได้รับก็เริ่มจะกลายเป็นเลวร้ายมากขึ้น เมื่อมีทางการในชุดเครื่องแบบบุกเข้ามาถึงในหมู่บ้าน การกวาดล้างชุมโจรครั้งใหญ่ โดยมิได้มีการเตือนล่วงหน้าใดๆ


เสือสมานผู้เป็นบิดา ตัดสินใจต่อสู้เพื่อเปิดทางหนีให้กับลูกเมียและพรรคพวก แม้จะรู้ดีว่าด้วยกำลังคนและอาวุธที่มีในมือ ไม่อาจต่อกรกับกองกำลังของรัฐได้เลย ท่ามกลางเสียงปืนที่ดังสนั่นป่า ความชุลมุนที่เต็มไปด้วยคาวเลือดและน้ำตา


แม้นว่าขวัญข้าวจะรอดพ้นการจับกุม แต่ก็ได้สูญเสียครอบครัวอันเป็นที่รักไปกับเหตุการณ์ในครั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นบิดาที่สิ้นใจอย่างองอาจ หรือมารดาที่จากไปอย่างไม่ทันตั้งตัว


ความสูญเสียครั้งนั้น มิได้นำมาซึ่งความโศกเศร้าเพียงอย่างเดียว แต่มันหล่อหลอมให้ ‘ขวัญข้าว’ กลายเป็น ‘เสือขวัญ’ ผู้ที่ไม่เชื่อในความรักของผู้ใดอีกต่อไป และความแค้นทั้งหมด... ก็ถูกพุ่งเป้าไปที่ เจ้าทัพ ผู้ที่เขาเชื่อว่าทอดทิ้งและหักหลังพวกเขาไปอยู่กับฝ่ายศัตรู


ทุกครั้งที่เสือขวัญมองไปยังชุดเครื่องแบบสีขาวของเจ้าทัพ มันไม่ใช่แค่ความเกลียดชังต่อทางการ แต่คือความเจ็บปวดจากการถูกทรยศ ราวกับถูกมีดกรีดลงบนบาดแผลที่ไม่มีวันหาย


แสงไฟตะเกียงสลัวๆ ส่องต้องใบหน้าของเสือขวัญ เผยให้เห็นร่องรอยความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความโกรธแค้น มือที่เคยกำปืนแน่น ตอนนี้กุมกันอย่างสั่นเทา


“มึงมันเนรคุณ ไอ้ทัพ... กูไม่มีวันเชื่อมึงอีกต่อไป” เสียงพึมพำนั้นแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน แต่ทว่าเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้ง น้ำใสๆ ที่ไหลออกมาจากหางตาไม่ได้เสแสร้งว่าไม่เจ็บปวด มันเจ็บเสียจนไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรต่อไป ความแค้นที่ถูกพร่ำบอกมาตลอดเริ่มสั่นคลอน เมื่อความรักและความผูกพันในอดีตย้อนกลับมาทิ่มแทง


เขาเช็ดน้ำตาออกอย่างรวดเร็วด้วยความหงุดหงิดต่อความอ่อนแอของตนเอง


ค่ำคืนนั้น ลมหนาวพัดมาเย็นยะเยือกกว่ายามปกติ เสือขวัญกระชับผ้าห่มเนื้อหยาบแน่นเข้าหาตัว คล้ายจะซุกไซร้หาความอบอุ่นที่ไม่มีอยู่จริง


ในห้วงแห่งการหลับใหล ลมหายใจอุ่นๆ พลันกระทบลงบนซอกคอ ทำให้รู้สึกดีอย่างประหลาด ความคุ้นเคยที่โหยหามานานแสนนานฉุดรั้งให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ


‘หรือนี่จะเป็นเพียงความฝันกันนะ’ เสือขวัญได้แต่คิด เมื่อลมหายใจเมื่อครู่ช่างคุ้นเคยเหลือเกิน


“ขวัญข้าวของพี่” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่แสนผูกพันนั้นดังขึ้นข้างหูอย่างแผ่วเบา ชัดเจนเกินกว่าจะเป็นแค่ความฝัน มันเป็นเสียงที่เขาปฏิเสธที่จะได้ยินมาตลอดสองปี


ดวงตาของเสือขวัญเบิกกว้างด้วยความตกใจปนหวาดระแวง ความรักและความแค้นตีกันในอก เขารีบลืมตาขึ้นมาทันที และด้วยสัญชาตญาณ ก็ไม่วายคว้าปืนที่วางอยู่ใกล้มือมาเล็งไปยังตรงหน้า


“มึงเข้ามาที่นี่ได้ยังไง!” เสียงของเสือขวัญเกรี้ยวกราด เพราะใบหน้าคมคายภายใต้แสงสลัวนั้น... คือคนที่เขาสาบานว่าจะไม่มีวันให้อภัย


เจ้าทัพไม่ไหวติง เขายังคงนอนอยู่ข้าง ๆ โดยที่มือมิได้แตะอาวุธใด ๆ นัยน์ตาของเขามองตรงมาอย่างอ่อนโยน แต่เต็มไปด้วยความปวดร้าว


“มีครั้งไหนบ้างที่เจ้าจะพูดดี ๆ กับพี่สักครั้ง... ขวัญข้าว”


“คนอย่างมึง! ไม่จำเป็นที่กูต้องพูดดีด้วย!” เสือขวัญตอบกลับอย่างเดือดดาล ปลายกระบอกปืนยังคงชี้หน้าเจ้าทัพอย่างมั่นคง แม้ว่ามือจะสั่นเทาเล็กน้อย


“พี่พยายามหาทางที่ดีที่สุดสำหรับบ้านเราแล้ว แต่เพราะเหตุการณ์มันบานปลายเกินกว่าที่พี่จะคาดคิด ทำให้เจ้าต้องสูญเสีย... พี่ขอโทษนะ” น้ำเสียงของเจ้าทัพแผ่วเบา เต็มไปด้วยความสำนึกผิดที่ยากจะเยียวยา


“มึงจะพูดให้ได้อะไร! คำขอโทษของมึงแลกกับชีวิตพ่อกับแม่กูได้ไหม! พวกท่านต้องมาตายเพราะการเลือกทางเดินของมึง! มึงยังหน้าด้านมาขอโทษอีกหรอ!” น้ำตาของเสือขวัญเริ่มไหลลงอาบแก้มอีกครั้งอย่างห้ามไม่อยู่ มันคือความเจ็บปวดที่มิอาจปิดบังได้อีกต่อไป


“พี่ก็เสียใจไม่ต่างจากเจ้าหรอกนะ... พี่ไม่ได้บอกให้ทางการมาจับกุม พี่พยายามหาทางแล้ว แต่ก็หยุดไว้ไม่ทัน ในตอนนั้นพี่ยังไม่มีอำนาจพอจะยุติเรื่องราวทุกอย่างได้ เชื่อใจพี่สักครั้งไม่ได้หรือ” เจ้าทัพพยายามยื่นมือออกไปราวจะสัมผัส แต่ก็ชะงักไว้กลางอากาศ


เสือขวัญมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความทุกข์ทรมานนั้นอย่างคลางแคลง จะให้เชื่อได้อย่างไร ในเมื่อทุกอย่างที่เกิดขึ้นล้วนเป็นผลพวงจากการจากไปของเจ้าทัพ?


“มึงมันไม่มีสัจจะ! ทำไมถึงทิ้งกู ทิ้งหมู่บ้านไป!” เสียงของเสือขวัญแผดออกมาอย่างเจ็บแค้น “เพราะว่าครอบครัวใหม่ของมึงเป็นข้าราชการ มีหน้ามีตา มึงจึงไม่ต้องการให้ใครรู้ว่ามึงเคยอยู่ในชุมโจรที่สกปรกงั้นหรือ!”


คำกล่าวหานั้นรุนแรงจนเจ้าทัพเจ็บปวดไปถึงแก่น เขามองเสือขวัญด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเสียใจ


“พี่ขอโทษ... ที่พี่เห็นแก่ตัวในวันนั้น” เจ้าทัพยอมรับออกมาอย่างยากลำบาก “แต่เจ้า... เจ้าวางมือจากเรื่องนี้ได้หรือไม่? อย่าเป็นโจรเลยนะ! พี่ไม่อยากเสียเจ้าไปจริงๆ ชีวิตนี้ให้พี่รับผิดชอบดูแลเจ้าได้หรือไม่? ให้พี่ได้ชดใช้ความผิดทั้งหมดที่เคยทำ”


เสือขวัญหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงที่แห้งผากและไร้ความยินดี เขากำปืนแน่นจนปวดร้าวไปหมด


“ไม่!” เสือขวัญปฏิเสธอย่างเด็ดขาด “หากกูยอมตะบัดสัตย์ ละทิ้งพวกพ้อง แล้วพวกพี่น้องกูล่ะ? มึงก็จะจับพวกกูเข้าคุกเข้าตะรางอยู่ดี!”


ปืนในมือเสือขวัญยังคงชี้ตรงไปที่ใบหน้าของเจ้าทัพอย่างไม่ลดละ นั่นคือคำตอบสุดท้ายว่าความเชื่อใจได้ตายไปแล้วโดยสมบูรณ์


เจ้าทัพมองดวงตาที่เต็มไปด้วยเพลิงแค้นนั้นอย่างตัดใจ เขาเข้าใจดีว่าไม่มีคำพูดใดจะเยียวยาบาดแผลนี้ได้อีกแล้ว หากการเจรจาด้วยวาจาไร้ผล ก็เหลือเพียงการกระทำเท่านั้นที่จะหยุดยั้งโศกนาฏกรรมครั้งต่อไป


ฉับพลันนั้น! ด้วยความรวดเร็วที่มิอาจคาดเดาได้ เจ้าทัพพุ่งตัวเข้าประชิดเสือขวัญในพริบตา ก่อนที่เสือขวัญจะทันลั่นไก!


ด้วยกำลังที่เหนือกว่าและประสบการณ์ที่ฝึกฝนมาอย่างหนัก เจ้าทัพกดข้อมือของเสือขวัญอย่างรุนแรง ทำให้ปืนในมือหลุดกระเด็นออกไปในความมืดอย่างรวดเร็ว เสียงกระทบพื้นดินดังแผ่วเบา เสือขวัญมิอาจตั้งตัวทัน เจ้าทัพใช้ร่างกายที่กำยำกว่าพลิกกดเสือขวัญให้จมอยู่ใต้ร่างอย่างแน่นหนา


เสือขวัญดิ้นรนอย่างสุดกำลัง พยายามจะตะเกียกตะกายให้หลุดพ้นจากพันธนาการที่คุ้นเคยนี้ ทั้งสองร่างแนบชิดกัน แต่ความแนบชิดนี้มิได้นำมาซึ่งความอบอุ่น มีแต่ความร้อนรุ่มของโทสะที่ปะทะกัน


“ปล่อยกูนะ! ไอ้ทัพ! มึงจะทำบ้าอะไร!” เสือขวัญตะโกนด่าทอ พยายามเงยหน้าขึ้นจากแรงกดทับ


เจ้าทัพก้มลงมากระซิบข้างหูด้วยเสียงที่แหบพร่าและหนักอึ้ง


“พี่ไม่ได้ต้องการทำร้ายเจ้า ขวัญข้าว...”


ด้วยกำลังแรงทั้งหมดที่มี ทำให้เสือขวัญไม่อาจขัดขืนแรงกดทับของเจ้าทัพได้เลย เพราะยิ่งดิ้นรนก็เหมือนยิ่งทำร้ายตัวเองเปล่า ๆ


“อย่านะ! ถอยไป! อย่ามาแตะตัวกู! กูจะตะโกนให้ลูกน้องมาช่วยนะ!” เสือขวัญพยายามรวบรวมเสียงให้ดังที่สุด แต่เสียงนั้นก็อู้อี้อยู่ใต้ร่างของเจ้าทัพ


เจ้าทัพขยับใบหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบสัมผัสกัน รอยยิ้มเศร้าสร้อยปรากฏบนใบหน้าภายใต้แสงสลัว


“ไม่มีผลหรอก...” เจ้าทัพเอ่ยอย่างแผ่วเบา “พี่เป่ามนต์ให้หลับหมดแล้ว ไม่มีทางที่จะตื่นขึ้นมาเป็นแน่ คงหลับฝันหวานกันหมดแล้ว”


“มึงมันชั่ว! ไอ้ทัพ! มึงมันเลวทรามที่สุด! อย่านะ!” เสือขวัญร้องห้ามด้วยความหวาดกลัวที่ปะปนกับความโกรธ เมื่อรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นที่เริ่มคลอเคลียบริเวณลำคอ


เจ้าทัพชะงักเพียงครู่เดียว มือของเขายังคงตรึงข้อมือทั้งสองของเสือขวัญไว้แน่นเหนือศีรษะ เขาใช้ใบหน้าซบลงกับซอกคอที่คุ้นเคยอย่างรวดเร็ว กลิ่นกายของเสือขวัญยังคงเป็นกลิ่นเดิมที่โหยหา การกระทำนั้นเต็มไปด้วยความเจ็บปวดมากกว่าความใคร่ เจ้าทัพซึมซับความรู้สึกผิดทั้งหมดลงไปในการสัมผัสนั้น


เสือขวัญแข็งทื่ออยู่ใต้ร่าง การต่อต้านด้วยกายภาพสิ้นสุดลงแล้วเมื่อความหวาดกลัวเข้าจู่โจม แต่หัวใจของเขายังคงต่อสู้ดิ้นรน


“ปล่อยกูนะ! มึงทำแบบนี้ทำไม...” เสียงของเสือขวัญกลายเป็นเสียงสะอื้นแผ่วเบา ความโกรธได้แปรสภาพเป็นความสับสนที่น่าเวทนา


เจ้าทัพไม่ตอบด้วยคำพูดใดๆ เขาเงยหน้าขึ้นจากซอกคอ สบตากับเสือขวัญที่อาบไปด้วยน้ำตา นัยน์ตาของเจ้าทัพเต็มไปด้วยความเสียใจที่บริสุทธิ์และรวดร้าว เขาค่อยๆ โน้มใบหน้าลงมาใกล้


ริมฝีปากที่ห่างเหินมานานแสนนาน ได้สัมผัสกันในที่สุด


มันมิใช่จูบแห่งความรักใคร่หวานซึ้ง แต่เป็นจูบที่เปี่ยมไปด้วยการไถ่โทษและความปวดร้าวที่มิอาจเอ่ยออกมาได้ เจ้าทัพดูดซับความเจ็บแค้น ความเข้าใจผิด และความโหยหาทั้งหมดเอาไว้ในการสัมผัสนั้น


เสือขวัญปิดเปลือกตาลงอย่างอัตโนมัติ น้ำตาแห่งความสับสนไหลทะลักออกมาไม่ขาดสาย มือที่เคยกำแน่นพร้อมสังหาร... บัดนี้ค่อย ๆ เลื่อนขึ้นไปโอบกอดแผ่นหลังที่เคยคุ้นเคยอย่างไม่รู้ตัว การสื่อสารด้วยร่างกายในยามนี้ รุนแรงและชัดเจนกว่าคำพูดนับพันคำ


“กูเกลียดมึง” เสือขวัญหลุดพูดออกมาเบา ๆ แต่ก็พอให้เจ้าทัพได้ยินชัดเจน มันเป็นคำสารภาพที่ทั้งจริงใจและเจ็บปวดที่สุด


เจ้าทัพมองดวงตาที่เต็มไปด้วยน้ำตานั้นอย่างแสนสาหัส เขายกมือขึ้นสัมผัสแก้มของเสือขวัญอย่างแผ่วเบา


“หากมันทำให้เจ้ารู้สึกดี... เจ้าก็เกลียดพี่เถอะ”




-----------------------------------------
สงสารทั้งสองฝ่าย
เอาใจช่วยเจ้าทัพกับขวัญข้าวด้วยนะครับ





nuangnut1996 โพสต์ 2025-11-24 15:04:15

สนุกมากครับ

nuangnut1996 โพสต์ 2025-11-24 15:21:09

สนุกมากครับ

GuN009 โพสต์ 2025-11-24 21:28:10

เย้ๆๆ มาต่อแล้วขวัญกับทัพ จะเป็นยังไงต่อนะ
รอตามต่ออย่างจดจ่อครับ
ขอบคุณครับ

LUCKYPEE โพสต์ 2025-11-24 23:19:06

ขอบคุณครับผม

tjkung โพสต์ 2025-11-25 14:44:04

ข อ บ คุ ณ ค รั บ

bo69dy โพสต์ 2025-12-4 02:08:39

เปิดเรื่องมาก้อดราม่าแล้ววว
หน้า: [1]
ดูในรูปแบบกติ: อ้ายเสือ SS2 ตอนที่ 1